ตอนที่ 11 : BAD ADDICT 10 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    20 พ.ค. 59

ตอนที่ 10

               “...ครับ..เต็มถังครับ

               “อ่ะ...อืมม..” ผมรู้สึกตาหนักจนเปิดไม่ขึ้น จนต้องร้องรำคาญในคอออกมา แอร์เย็นๆแปะเข้าเต็มๆหน้าจนผมอยากจะจาม

               ฮัดชิ้วซื้ดดด

               แหม่ะ!

               พอผมจามออกไปน้ำมูกก็พลอยไหลไปด้วย แต่ก็รู้สึกมีเสื้อหนาๆลอยมาแปะบนตัว กลิ่นอ่อนๆจากเสื้อเป็นกลิ่นที่แสนคุ้นเคย...ไม่ใช่กลิ่นที่อ่อนโยนอะไรหรอก..มันออกจะหอมฉุนโฉดๆ แต่ผมชอบซุกกลิ่นนี้เป็นที่สุด

               อื้มม...” ผมขดตัวเข้าไปกับเสื้อตัวนี้ มันใหญ่พอจะห่มผมครึ่งตัวได้ ผมรู้สึกว่ากำลังนอนอยู่บนเบาะแข็งๆ ไม่ใช่เตียง..

               1,200ครับ” ผมได้ยินเสียงเลื่อนกระจกและเสียงใครพูดอะไรไม่รู้ ตามมาด้วยเสียงคนหยิบกระดาษอะไรสักอย่างออกมา ฟังจากบทสนทนาก็คงเป็นเงินน่ะแหล่ะ

               ไม่ต้องทอน

               เสียงที่แสนคุ้นหูพูดตาม และรู้สึกได้ว่าตัวเองเคลื่อนไปข้างหน้า...อ่า..เสียงรถเคลื่อนไหวนี่เอง กลิ่นน้ำมันก็แรงเสียด้วย

               อึ่ก...อืมมม..” ผมยังคงครางอื้ออึงอย่างรำคาญอยู่ ตามเปิดได้ปรือๆจนมองไม่เห็นอะไร หัวเคว้งนิดหน่อยจนไม่อยากลืมตา

               เป็นอะไร” เสียงเข้มดังอยู่ข้างๆหูผมพร้อมกับมืออุ่นๆที่ทาบเข้ากับหน้าผากและข้างแก้มผม

               ตัวก็ไม่ร้อน...ไข้หลบนัยปะวะ” เสียงเข้มบ่นอย่างหัวเสีย ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจแรงๆ ตามมาด้วยแรงเขย่าตรงไหล่ผม

               บิล...บิล..เฮ้ ตายยังวะ แปะ..แปะ” แรงตบข้างแก้มทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมามอง

               พี่...โจ๊กเกอร์...เองหรอ...” ว่าแล้วเชียวว่าเสียงและกลิ่นมันคุ้นๆ...ผมเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนตรงหน้า

               จำอะไรได้บ้างวะเนี่ย” พี่โจ๊กเกอร์ถามพลางทำหน้างุนงงปนรำคาญไปด้วย

               ก็..จำได้หมดแหล่ะครับ...” ผมพูดจริงครับ..ผมจำได้หมดจริงๆ แต่ผมควบคุมตัวเองตอนนั้นไม่ได้จริงๆ ผมรู้ว่าพูดอะไร แต่บังคับปากไม่ให้พูดไม่ได้ และคำตอบของพี่โจ๊กเกอร์..ผมก็จำได้เช่นกัน

               ตอแหล

               ผมจำได้จริงๆนี่...ผมแค่ยั้งความคิดไม่ได้แค่นั้นเอง!”

               “เราเป็นอะไรกัน” พี่โจ๊กเกอร์ถามผมเสียงนิ่ง สายตาทอดยาวออกไปยังถนน ตอนนี้ก็มืดๆอยู่ มองไปที่นาฬิกาประมาณตี3ครึ่ง

               ห้ะ..เป็นอะไร...ก็..” ผมนิ่ง..ไม่อยากจะนึกหรอกนะ ว่าเราเป็นคนรู้จักกันน่ะ...

               ตอบสิวะ” พี่โจ๊กเกอร์เร่ง ผมเม้มปากแน่นก่อนจะตอบออกไปเสียงอ่อย

               คน..รู้จักไง..

               “หึ” พี่โจ๊กเกอร์หายใจแรงๆก่นจะเหล่ตามองผมนิดๆ หน้าหล่อคมส่ายหัวไปมาอย่างหน่ายใจ ผมมองพี่โจ๊กเกอร์อย่างงุนงง

               ก็รู้หรอกน่าว่าเป็นได้แค่นี้..

               “สรุปมึงจำไม่ได้ว่างั้นเถอะ” พี่โจ๊กเกอร์สรุปเอาเอง

               บอกว่าจำได้ไง พี่มาตามผมแล้วลากผมไปที่รถ ผมก็นอนมึนๆนิดหน่อยแล้วโทรหาไอ้ริท..

               แล้วมึงคุยอะไรกับไอ้ริท” พี่โจ๊กเกอร์ยังถามอีก

               ก็บอกว่าอยู่บนรถแล้ว แล้วมันก็บอกว่ามันเล่นพนันอะไรเนี่ยแหล่ะ” พี่โจ๊กเกอร์ถอนหายใจหนักมาก ก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย

               อืม หึ จำไม่ได้ก็เรื่องของมึง

               “ก็บอกว่าจำได้ไงครับ แล้วจำไม่ได้เรื่องอะไรล่ะ” ผมพยายามคาดคั้น ก็ผมจำได้จริงๆนี่ยังมีสติจริงๆนะ!

               “เรื่องอะไรกูจะบอก?” พี่โจ๊กเกอร์พูดหน้านิ่งจนกวนตีนไม่รู้ตัว ผมอยากจะโดดเข่าลอยใส่จริงๆ แต่ได้แค่คิดอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

               ครับๆ ผมไม่รู้ก็ได้” ทำไมถึงรู้สึกพลาดขนาดนี้นะ...ไอ้หน้ายิ้มๆของพี่โจ๊กเกอร์เนี่ย..มันไม่น่าไว้ใจเลยโว้ย!

               กูพลาดอะไรไหนตอบ!!!

 

               ประมาณ7โมงกว่าๆ นกร้องจิ๊บๆ ฟ้าสว่างสวยๆ รถคันโปรดเงาวิ๊บของพี่โจ๊กเกอร์ก็เลี้ยวเข้าโรงแรมระดับ5ดาว ทันที เป็นโรงแรมที่เหมือนจะมีทะเลล้อมรอบเลยครับ..หรูอะไรเบอร์นั้นอ่ะ

               เมื่อจอร์ดรถปุ๊บ พนักงานก็มาขนของทันที พี่โจ๊กเกอร์จัดการเช็คอินเรียบร้อย..

               12,000 ต่อ1 คืนนะคะ ห้องเตียงเดี่ยวนะคะ” เมื่อผมได้ยินจากง่วงๆกลายเป็นตื่นทันที พี่โจ๊กเกอร์ยื่นบัตรให้หน้าตาเฉย จดการเซ็นนู่นนี่นั่นเรียบร้อย ได้ห้องชั้นล่างติดกับสระน้ำพอดี

               โห...พี่ หรูเบอร์นี้ เราอยู่สองคนคุ้มไหมเนี่ย” ผมถามพลางเดินเข้าห้องแล้วสำรวจทั่วห้อง ขาเรียวของผมกระโดดขึ้นเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ทันที ตัวผมเด้งดึ๋งลอยขึ้นสูงเลยทีเดียว หมอนก็นุ๊มนุ่ม ผมนอนกลิ้งไปบนเตียงหลายตลบ พี่โจ๊กเกอร์เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะเปิดลิ้นชักสำรวจดู

               หึ คุ้มไม่คุ้มกูไม่รู้หรอก แต่ถ้ามึงอยากจะคุ้ม ก็มีนี่

               แหม่ะ..

               พี่โจ๊กเกอร์หยิบกล่องสีชมพูกับสีม่วงโยนมาที่ผม...=_=

               ‘ถุงยาง

               “โรงแรมนี้รอบคอบดีว่ะ หึ” พี่โจ๊กเกอร์พูดยิ้มๆก่อนจะมองหัวจรดเท้าผม

               หยุดมองเลยครับพามาพักผ่อนไม่ใช่หรือไง” ผมพูดพลางยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวถึงคอ

               การพักผ่อนของกูคือการมีเซ็กส์” พี่โจ๊กเกอร์ตอบพลางเดินมาใกล้เตียง ผมรีบถอยหนีจนตกเตียง

               ตุ๊บ!

               “โอ้ย!” ผมกลิ้งตกแถมยังตีลังกากลับหลังอีก1ตลบ

               โง่!!” ยังไม่วายจะได้ยินเสียงซ้ำเติม

               ไม่คิดจะช่วยผมเลยหรอครับ” ผมลุกขึ้นนั่งแล้วลูบหัวตัวเองปอยๆ รู้สึกสมองพลิกด้านยังไงไม่รู้

               ทำไมกูต้องแบ่งปันความโง่ด้วยวะ

               “โอเคครับ ไม่คิดจะช่วย=_=” ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปจัดพวกเสื้อผ้าใส่กระเป๋า พี่แกก็บอกให้เอากางเกงว่ายน้ำมาแล้ว ผมก็เอามาอยู่หรอก....แต่...เป็นแบบนักดำน้ำแท้ๆ...

               ก็รอยมันเต็มตัวขนาดนั้นจะให้ผมอวดรอยช้ำหรือไงเล่า

               เป็นสระน้ำทั้งโรงแรมเลยหรอครับ น่าเล่นจัง” ผมพูดพลางเดินไปเกาะที่ขอบหน้าต่างแล้วเลื่อนประตูออก น้ำก็ใสดีด้วยแฮะ

               “อืม

               “ว่าแต่ ห้องตั้งแพง ทำไมเลือกโรงแรมนี้ล่ะครับ” ผมถามอย่างเกรงๆ เพราะมันแพงมากจริงๆ ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะอยู่ยังไงให้คุ้ม อย่าว่าแต่เรื่องอย่างว่าเลย กันทั้งวันยังไม่คุ้มค่าห้องเลย!

               “ถูกหวย

               “….”

               “….”

               “ครับ” ผมถึงกับพูดไม่ออก...ที่จริงก็ไม่ค่อยเชื่อ..แต่หน้าพี่แกจริงจังจริงๆ...ทำไมขำไม่ออก ฮ่าๆๆ

               งั้น...มาทำให้ค่าห้องคุ้มไหมล่ะ?” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงนิ่งแล้วเดินมาซ้อนหลังผม มือปลาหมึกหนึบๆเลื่อนมาลูบคลำก้นผมแล้วไหลมาด้านหน้าอย่างเนียนๆ มือแกร่งลูบไล้ไปตามโคนขาอ่อน ผมดันมือพี่โจ๊กเกอร์ออกหน่อยๆ แต่ใบหน้าคมกลับซุกไซร้ที่ซอกคอผมแทน ผมหดคอหนีเบี่ยงหน้ากลับมาหาร่างสูงด้านหลัง มือว่างยกขึ้นดันหัวหน่อยๆแต่กลับไม่เป็นผล

               พะ..พี่..เปิดม่านอยู่..” ยังไม่ทันที่ผมจะได้เตือนว่าเราทำอะไรประเจิดประเจ้อไปไหม ก็ได้ยินเสียงรบกวนเสียก่อน

               “oh! Wowwwww!” ผมสะดุ้งเฮือก สายตาเปรยตาไปมองเด็กผู้ชายที่ว่ายน้ำมาถึงหน้าห้องผมพอดี สีหน้าน้องเขาดูตื่นตาตื่นใจมากเสียกว่าตกใจกลัว ผมรีบตีไหล่แกร่งแรงๆให้พี่แกรู้ตัวสักที

               เพียะเพียะ!

               พี่พี่พี่มีคนมอง!” พี่โจ๊กเกอร์ผงกหัวขึ้นมองเด็กคนนั้นหน่อยๆก่อนจะยอมยืดตัวสูงตามเดิม มือแกร่งคว้าประตูเลื่อนก่อนจะเดินออกไป เด็กคนนั้นตาลุกวาวเหมือนดารากำลังเดินมาจับมือ

               “*0*”

               พี่โจ๊กเกอร์ยกยิ้มก่อนจะก้มหน้าไปกระซิบข้างหูเด็กนั่นเนิ่บๆ

               “You annoy us.I will kill you now if you don’t go away!” เด็กนั่นทำหน้าเหมือนโดนขัดใจ ก่อนจะกวักน้ำขึ้นมาใส่หน้าพี่โจ๊กเกอร์

               ซ่า!

               “Shit!!!” พี่โจ๊กเกอร์ง้างมือจะฟาดเด็กนั่น ผมจึงรีบวิ่งออกไปยื้อแขนแกร่งไว้ พอดีกับไอ้เด็กบ้านั่นว่ายน้ำหนีพอดี

               ไอ้เด็กเวรขัดจังหวะยังไม่เจียม!!!”

               “ก็แค่เด็กน่ะครับ คงไม่รู้อะไรหรอก” ผมพูดปลอบใจ...ปลอบ..ปลอบขวัญ =_=

               “อย่าให้กูเจอนะ กูจะล่อตูดพ่อมัน

               “….ใจเย็นครับ” ผมเสียงเสียงอ่อยๆ เหมือนสักแต่พูด ถ้าพูดไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็โอเค แต่ถ้าพูดเพราะกะจะทำจริงๆผมก็..ผมก็พูดอะไรไม่ออก

               ...” พี่โจ๊กเกอร์เงียบแต่หันมามองหน้าผมแทน มุมปากยกยิ้มขึ้นเสมือนคิดแผนการชั่วร้ายออก ผมมองรอยยิ้มนั่นอย่างไม่เข้าใจ

               ยิ้มทำไมครับ

               “ยิ้มให้หมามันถาม” พี่แกตอบยิ้มๆแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง ผมเปียกๆนั่นให้อารมณ์เซ็กซี่ใช้ได้เมื่อมันมาประดับกับใบหน้าหล่อคมแถมยังมีรอยยิ้มระบายออกมาด้วย..ถึงจะไม่ใช่ยิ้มโลกสวยก็เถอะ

               คิดอะไรอีกแน่ๆ” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าหน่ายๆแล้วเดินเข้าห้องตามเข้าไป

 

               19.05 น.

               ผมชวนพี่โจ๊กเกอร์ไปกินดินเนอร์เสียหน่อย ยังไงก็ต้องเอาให้คุ้มค่าห้องให้ได้ มันมีบุฟเฟ่ตอนเย็นอยู่แล้วด้วย และแน่นอนว่าคนไทยมีจำนวนน้อยมากเสมือนว่าเราอยู่ประเทศหัวหินซึ่งเป็นประเทศหลักของพวกฝรั่ง

               โต๊ะว่างก็เยอะ แต่ทำไมมันรกตาจังวะ” พี่โจ๊กเกอร์บ่นก่อนจะเดินไปที่โต๊ะในสุดตรงที่ว่าง ผมเดินตามแทบไม่ทัน ก่อนจะเหลือบไปเห็นโต๊ะข้างๆ...

               มานั่งเร็วๆดิวะ กูจะไปตักอาหารก่อน” พี่โจ๊กเกอร์สั่งเสียงเข้ม ผมจึงต้องวิ่งไปนั่งจุ่มปุ๊รอ สายตาไม่วายจะมองโต๊ะข้างๆ

               “Dad! ผมอยากกินอันนั๊น” ไอ้เด็กสระว่ายน้ำแม่งเสือกมากินข้าวกับพ่อสองคนด้วยเว้ยเห้ย พ่อแม่งก็ข๊าวๆ หน้าหวานชิบหาย...

               เราอยู่ไทย ต้องพูดไทยสิครับ ไหนน้องลองเรียกพ่อสิครับ” พ่อเด็กบอกยิ้มๆ ยิ้มโลกสดใสสว่างกระจ่างใจ...ผมเห็นแล้วยังหลง

               ครับ...พ่อ” เด็กนั่นพูดยิ้มกว้าง

               เก่งมากครับน้อง” ผมสงสัยว่าไอ้เด็กนั่นจะชื่อน้อง

               มึงไปตักไป” พี่โจ๊กเกอร์เดินมาขัดสายตาผมพอดี ผมเงยหน้ามองพี่โจ๊กเกอร์นิดๆก่อนจะลุกขึ้นไปตักอาหาร ผมตักนู่นนี่นั่นจนเต็มจานก่อนจะเดินกลับโต๊ะ แอบหลงทางนิดหน่อย เพราะพี่โจ๊กเกอร์นั่งซะในสุดเลย

               ผมมองไปยังโต๊ะเดิม..ปรากฎว่า พี่โจ๊กเกอร์ไม่อยู่ผมจึงหันหลัง หันซ้าย หันขวา แต่ก็ไม่เจอ..จนกระทั่งสายตากวาดไปมองโต๊ะข้างๆ...

               หึ ครับ น้องเป็นเด็กที่น่ารักมาก” พี่โจ๊กเกอร์พูดแล้วยิ้มการค้าที่หล่อละลายโลกให้พ่อเด็ก พ่อเด็กก็ส่งยิ้มหวานให้พี่โจ๊กเกอร์กลับเหมือนกัน ไอ้เด็กบ้านั่นก็มองทั้งสองสลับกันไปมา

               ขอบคุณมากครับ ที่จริงน้องดูไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้าเท่าไหร่ แต่กับคุณทำไมดูคุ้นเคยจัง

               “หรอครับ...หึหึ อาจจะเคยเจอกันมาก่อนล่ะมั้งครับ” พี่โจ๊กเกอร์โปรยยิ้มให้พ่อเด็กก่อนที่สายตาจะมองเห็นผม จากหน้าหล่อเปลี่ยนเป็นยิ้มร้ายทันที ผมยังยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ ไม่ได้เดินเข้าไปนั่งด้วย ขามันก้าวไม่ออก..

               มาสิ่ ยืนทำอะไรอยู่” พี่โจ๊กเกอร์เอ่ยปากชวนเสียงเรียบ ส่งผลให้พ่อเด็กและเด็กน้องหันมามอง เด็กนั่นหน้าเปลี่ยนสีทันที เหมือนผมจะโดนเขม่นยังไงไม่รู้ แต่พ่อเด็กก็ยิ้มให้ผมอย่างงงๆ

               เรย์ครับ ให้เขานั่งด้วยนะครับ

               เพื่อนโจ๊กเกอร์สินะครับ นั่งได้ครับ” ผมกระตุกใจกับคำว่า เพื่อน’ อยู่พอตัว แต่เมื่อเจอคำต่อไปมันทำให้ผมเจ็บจนแทบจะปล่อยจานให้แตกแหลกคาขาไปเลย

               อ่อ ไม่ใช่เพื่อนหรอกครับเรย์ นี่คนรู้จักเฉยๆ” พี่โจ๊กเกอร์ยังคงยกยิ้มส่งให้อยู่ ผมเม้มปากแน่น ขาก้าวเดินอย่างสั่นๆ เรย์มองผมนิดๆก่อนจะโปรยยิ้มหวานให้ผม

               เชิญครับ^^” ผมเดินไปนั่งข้างๆพี่โจ๊กเกอร์อย่างเกร็งๆ ผมไม่รู้ว่าควรจะนั่งข้างๆเขาดีไหม..

               ที่ข้างๆเขามันใช่ของผมหรือเปล่า

               แล้วเอ่อ..คุณชื่ออะไรครับ

               “บ..

               “ไม่ต้องไปรู้ชื่อมันหรอกครับ ไม่จำเป็นต้องเรียก” ผมชะงักปากทันที สลัดตรงหน้าที่ตักมาเต็มจานช่วยชีวิตผมได้ดีเลย ผมพยายามยัดมันลงปากโดนไม่เว้นจังหวะว่างเลย น้ำตาที่กลั่นกรองอยู่ภายในใจมันไม่ยอมแม้แต่จะคลอตาด้วยซ้ำ

               มันร้องแทบไม่ออกเลย

               เอ่อ..ครับ” เรย์ทำหน้างงเล็กน้อยก่อนที่พี่โจ๊กเกอร์จะชวนเรย์คุยเหมือนเดิม ผมนั่งตรงข้ามกับน้อง น้องมองผมอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ผมจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวจริงๆ

               เมื่อกินเสร็จราวๆ2ทุ่มกว่า พี่โจ๊กเกอร์ก็ชวนเรย์ออกไปเดินเล่นที่ชายหาดโดยไม่ได้เปรยสายตามามองผมเลย...

               หมับ!

               ผมก้มหน้าลงไปมองสัมผัสอุ่นๆที่มือ น้องจับมือผมแน่น ดวงตาเล็กจ้องเขม็งผมสุดๆ

               หลีกหลีกทางเลยนะ เจ้าคนนอก!” น้องตะโกนใส่หน้าผมก่อนจะวิ่งตามทั้งคู่ไป ผมมองตามพวกเขาไปนิ่งๆ ขามันไม่ได้ก้าวตามไปเลยแม้แต่น้อย ใจมันแหลกไปแล้วนี่

               โดนขยี้โดนกระทืบโดนหมดแล้ว...

              

               23.01น.

               ผมนั่งเล่นโทรศัพท์รอพี่โจ๊กเกอร์กลับห้องไปเรื่อยๆ รอแล้วรอเล่า...จนห้าทุ่มแล้ว...ผมยังไม่มีความง่วงสักนิด...นี่ไม่รู้เลยว่าทั้งคู่จะทำอะไรกันอยู่ ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับ

               ผมไม่มีอะไรทำเลยคุยไลน์กับไออ้ริท มันเองก็ยังไม่นอนเหมือนกัน

               R : ทำไมมึงว่างมาตอบไลน์กู?

               B : กูไม่ได้อยู่กับพี่โจ๊กเกอร์

               R : ห๊ะมึงไปกับมันไม่ใช่

               B : อืม...

               R : เกิดอะไรขึ้น?

               B : ก็ มันเจอเพื่อนใหม่น่ะ

               R : เพื่อนใหม่เพื่อนใหม่เชี่ยไร เพื่อนใหม่แล้วทิ้งแฟนเนี่ยนะ?

               ผมมองแชทอย่างงงๆ ไอ้ริทมันพูดบ้าอะไร แฟนใครแฟนพี่โจ๊กเกอร์ มันขมวดคิ้วแน่นทันที ใจมันเต้นดุ่มๆเหมือนจะกระโจนออกมาจากตัวผมได้ทุกเมื่อ

               กลัวว่าแฟนคนนั้นจะมีตัวตน...กลัวว่าผมจะสู้เขาไม่ได้

               B : ใคร

               R : ใครอะไร

               B : ใครเป็นแฟนพี่โจ๊กเกอร์....

               R : มึงไง

               B : ห๊ะ!!!!

               R : เอ้า..ก็ตอนมึงเมามึงยังโทรมาอวดกูอยู่เลย

               ผมหน้าชาตัวชาไปหมด...พอนึกย้อนไปตอนอยู่บนรถแล้ว...พี่โจ๊กเกอร์ก็พูดอะไรแปลกๆ...ผมรู้สึกใจเต้นถี่รัวไปด้วยความรู้สึกสับสนปนดีใจไปด้วย มือผมสั่นอย่างไม่รู้ตัว

               ตื๊ดดดดดดดด!

               โทรศัพท์ในมือผมสั่นรัวเพราะมีคนโทรมา..ไม่ใช่ใคร...ก็พี่โจ๊กเกอร์ไงล่ะ...ผมกดรับสายช้าๆ ค่อยๆยกโทรศัพท์มาแนบข้างหู

               ฮะโหล

               (วันนี้กูไม่กลับห้องนะ)

               “….”

               (แค่นี้นะ)

               เดี๋ยว!” ปากผมมันไปเอง

               (....)

               พี่อยู่ไหนครับ..อยู่กับเรย์หรอครับ...

               (อืม วันนี้กูจะนอนห้องเรย์)

               อึ่ก...พี่อยู่ห้องไหนครับ

               (....หึ...708)

               ติ๊ด!

               พี่โจ๊กเกอร์ตัดสายไปทันที ผมก็วางโทรศัพท์แล้ววิ่งสิครับ จะรออะไรวิ่งไปห้อง708 ไงโว้ยยย!!

               ผมวิ่งไปตึกข้างๆตามป้ายบอกทางไปยัง 701-720 เมื่อเจอห้อง708 ผมก็เคาะห้องอย่างไม่ยั้งมือ

               ปังๆๆๆ ปังๆๆๆๆ

               อื้อ...อ๊า..โจ๊กเกอร์..อย่ากัดสิ..” ผมได้ยินเสียงเล็กลอดออกมาจากห้อง มือบางของตัวเองกำแน่นจนจิกเนื้อของตนเอง ผมตัดสินใจจับลูกบิดแล้วบิดแม่งเลย ปรากฎว่า..ไม่ได้ล็อก!           

               แกร๊ก!

               “อื้อออ..โจ๊กเกอร์..ตรงนี้ผม...หะ เห้ย!” ในขณะที่ทั้งคู่ยืนนัวเนียกันอยู่ เมื่อผมเปิดประตูเข้าไป แสงมันก็สาดส่องเข้าไป ทำให้เรย์ที่ยืนมาทางผมถึงกับตกใจ แต่พี่โจ๊กเกอร์นั้นหันหลังให้ผมอยู่ หน้าหล่อนั้นซุกไซร้เข้าที่ซอกคอเรย์อย่างปิดไม่มิด ไม่มีการกระตุกหรือตกใจที่ผมเข้ามาเลย

               โจ๊กเกอร์...คนรู้จักคุณมา

               ยิ่งเรย์พูดแบบนั้น ยิ่งตอกย้ำผมมากขึ้น ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ๆ ก่อนจะตัดสินใจกระทำอะไรที่มันไม่ใช่ตัวเองเลย!

               ผมเดินเข้าไปหาทั้งคู่ก่อนจะผลักพี่โจ๊กเกอร์ออกจากเรย์แรงๆจนพี่แกเซถอยหลังไป

               ทำไรวะ!” พี่โจ๊กเกอร์โวยวายอย่างหงุดหงิด เรย์เองก็ตกใจใช่ย่อย

               นายทำอะไรน่ะ เข้าห้องคนอื่นโดยพลการอีกด้วย” เรย์ตำหนิผม ผมตวัดสายตาไปมองอย่างเอาเรื่อง

               แล้วคุณมายุ่งอะไรกับแฟนผม!”

               “ห้ะ...อะไร คุณเป็นแค่คนรู้จักไม่ใช่หรอ โจ๊กเกอร์ก็บอกแบบนั้นอย่าสำคัญตัวผิดสิ!” เรย์ยังคงเถียงผมอยู่ ผมหันหน้าไปหาเจ้าคนก่อเรื่อง นึกว่าจะพบใบหน้าที่แสนหงุดหงิดเป็นประจำ แต่ทว่ากลับพบใบหน้าหล่อที่ยิ้มอย่างผู้ชนะเสียงั้น...ผมเห็นรอยยิ้มนั่นผมก็รู้สึกว่า...กูถึงบ้างอ้อทันที

               พี่...รู้อยู่แล้วสินะครับ” ผมหันไปพูดกับพี่โจ๊กเกอร์เนือยๆ

               หึ...” พี่โจ๊กเกอร์ไม่ตอบผม แต่เดินผ่านผมไปหาเรย์

               “นี่มันอะไรน่ะโจ๊กเกอร์...รีบไล่เขาไปเถอะ” เรย์พูดกับโจ๊กเกอร์พลางมองมาที่ผมหน้าเครียด ผมยังยืนนิ่งๆ ไม่รู้ว่าควรทำอะไรกันแน่

               พี่โจ๊กเกอร์ก้มหน้าเข้าใกล้เรย์มากขึ้น ก่อนจะกดเสียงต่ำ กูจะไม่ไล่ เพราะกูจะออกไปกับมัน

               หมับ!

               จ๊วบ!

               “อ๊ะ..” ผมร้องด้วยความตกใจนิดหน่อย เมื่อพี่โจ๊กเกอร์คว้าเอวผมให้เข้าประชิดตนเองแล้วบรรจงจรดริมฝีปากดูดที่คอผมแรงๆจนเป็นรอยแดง

               กูจะไปต่อกับมัน มึงมันก็แค่เครื่องมือซ่อมของเล่นของกูว่ะ หึ” พี่โจ๊กเกอร์ไม่รอฟังคำต่อล้อต่อเถียงของเรย์แล้วลากผมออกจากห้องมาเลย...ระหว่างทางผมก็ตัดสินใจถาม

               ทำแบบนี้ไม่แรงไปหรอครับ..สำหรับเรย์น่ะ

               “…มึงไม่ชอบ?”

               “…ผม...” ผมหยุดเดินแล้วคว้ามือพี่โจ๊กเกอร์ให้หยุดเดินเช่นกัน พี่โจ๊กเกอร์หยุดเดินแล้วหันมามองผม ผมก้าวเท้าเข้าประชิดพี่โจ๊กเกอร์ก่อนจะเขย่งเท้าประทับริมฝีปากเบาๆและรวดเร็ว

               จุ๊บ!

 

               “….” พี่โจ๊กเกอร์เหมือนจะตกใจไม่น้อยกับการกระทำของผม ตาคมมองผมอย่างไม่มีความหมาย ไม่ได้สื่ออะไรทั้งนั้น

               ผมดีใจ..ที่สุดท้ายพี่ก็เลือกผมไงครับ ^^”

 

(ต่อ)

 

ยังจะมายิ้ม” พี่โจ๊กเกอร์พูดออกมาเซ็งๆ

               แล้วผมต้องหน้าบึ้งหรอครับ

               “ไอ้โง่เอ้ย ไหนมึงว่าจำได้ๆ สุดท้ายก็จำไม่ได้” พี่โจ๊กเกอร์พูดอย่างหัวเสีย ขายาวก้าวเดินออกไปโดยไม่บอกผมอีกแล้ว ผมยืนงงสักพักก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นค่อยเร่งฝีเท้าก้าวเดินตามพี่โจ๊กเกอร์ไวๆ

               รอผมด้วยสิครับ!” ผมรีบวิ่งตาม พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้หยุดรอหรือเดินช้าลงเลย สงสัยจะโกรธ..

               ผมว่าไม่โกรธหรอกมั้ง

               นี่เรียกว่า งอน’ หรือเปล่า?

               ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ตอนแรกผมรู้สึกจิตใจกระวนกระวายจนเหมือนไฟรุมล้อมไปทั่วใจ แต่ตอนนี้รู้สึกมีแต่ดอกไม้บานสะพรั่งไปทั่วทุกอนูของจิตใจ ผมอมยิ้มตามหลังพี่โจ๊กเกอร์จนแทบหุบไม่อยู่ พี่โจ๊กเกอร์หยุดเดินแล้วเหล่มามองผมด้วยใบหน้าบึ้งตึง ผมเม้มปากเข้าหากันแน่น พยายามจะหุบยิ้มลง แต่..ก็ทำไม่ได้

               ยิ้มเชี่ยไร บ้านขายอมยิ้มหรอวะ” พี่โจ๊กเกอร์กวนตีนผมเหวี่ยงๆ

               เปล่าครับ ตลกคนขี้งอน...” ผมพูดเสียงอ่อยพลางก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเจ้าตัวโดยตรง

               งอนพ่อง” พี่แกพูดแค่นั้นแล้วเดินต่อเร็วๆอีกแล้ว

               เอ้า..รอผมด้วยสิครับ

               “มึงไปนอนกับไอ้เรย์ไป

               “หูย เดี๋ยวพี่ยิ่งงอนอ่ะดิ” ได้ทีผมก็แซวเลยครับ นานๆที นานน๊าน นานสุดๆ เอาจริงๆคือเพิ่งเคยเห็นพี่โจ๊กเกอร์โมเม้นนี้แหล่ะครับ...

               กูไม่ได้งอนเชี่ยไรทั้งนั้นมึงไม่ต้องเข้าห้องกับกูเลย มึงไปนอนตายในสระน้ำไป!!”

               “เดี๋ยวพี่ก็เป็นม่ายหรอกครับ แฟนตายลอยอืดในสระอ่ะ

               “กูโสดไอ้สัส!” พี่โจ๊กเกอร์พูดเถียงมาทันควัน ผมก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรหรอกครับ จะแฟนหรือไม่แฟนก็ช่างเถอะ ^^ ผมชอบที่เราเป็นกันแบบนี้..แม้ว่าจะสถานะไหนก็ตาม

               ครับๆ โสดก็โสดครับ ผมโมเมเอาเองก็ได้ โถ่

               “บ้าบอ” พี่โจ๊กเกอร์พูดก่อนจะเดินลอยละลิ่วไปแตะคีย์การ์ดเตรียมจะเข้าห้อง และก็เข้าไปโดยไม่รอผมจริงๆ =_=

               “แต่ก็ไม่ปฏิเสธผมนี่นะ ฮ่ะๆ

               ก๊อกๆ ๆ ๆ

               เปิดเถอะคร้าบบบบ ผมขอโทษที่แซวครับ ผมยอมแล้ว ยุงกัดผมหมดแล้วเนี่ย

               ก๊อกๆ ๆ ๆ

               ผมยืนกอดประตูอยู่นานสองนาน ได้ยินเสียงเปิดฝักบัวอาบน้ำแล้วครับ พี่จะไม่มาเปิดจริงๆหรอฮือ!!

               ก๊อกๆ ๆ ๆ

               พี่โจ๊กเกอร์ ผมขอโทษน่า...เปิดเถอะครับ

               ปังๆๆๆ

               ผมยังไม่ละเลิกล้มความพยายาม...

               ป๊าบ!

               ผมตียุงที่กัดขามารอบที่ล้านแล้วครับ ตุ่มเริ่มขึ้นเต็มขาไปหมด เกาจนเป็นรอยยาวแดงๆเต็มแขนและขาไปหมด

               พี่ลักพาตัวผมมาก็ดูแลหน่อยสิครับ ผมขอโทษ ผมจะไม่แซวพี่เมื่อได้โอกาสแล้วครับ ผมยอมแล้ว” ผมพูดอ้อนวอนอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงเปิดประตูออกจากห้องน้ำ..และเสียงเดิน...ไกลออกไป =_=

               ก๊อกๆๆ ปังๆ ๆ

               พี่ ฮือออ ผมคันตัวไปหมดแล้ว ขอโทษนะครับ

               เงียบอีกแล้ว...

               โทรศัพท์ก็ไม่ได้หยิบออกมา....ทำไงดีวะ...ขอคำปรึกษาไม่ได้...

               อืม..วิธีนี้ก็เสี่ยงอยู่หรอก แต่ก็ดีกว่าเลือดหมดตัวเพราะยุงแล้วกัน กูยอมน้ำหมดตัวแทนก็ได้!!!

               ก๊อกๆ ๆ ๆ

               “พี่ครับ ผมยอมแล้วจริงๆน้า กี่น้ำก็ได้ยอมหมดเลย กี่ท่าก็เอา กี่จูบก็ยอม เปิดให้ผะ...

               แอ๊ดดด

               ประตูเปิดออกท่ามกลางเสียงอ้อนวอนของผมและยุงที่มาชุมนุมกัน พี่โจ๊กเกอร์ที่มีผ้าเช็ดตัวยาวๆพันช่วงล่างไว้เผยให้เห็นซิกแพ็กที่น่ามองและหยดน้ำที่เกาะผิวเนียนนั่น...

               ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่เลย...พี่น่ากินจัง

               เอ้ย...ผมกลัวพี่แกจะตบปากผมหันมากกว่า ก็หน้านิ่งขนาดนี้ หรือยังโกรธ(งอน) ผมอยู่นะ...

               เอ่อ..

               “พูดแล้วรักษาคำพูดด้วย

               “เหวอ!!!! ดะ..เดี๋ยว!!” ร่างผมลอยหวือขึ้นไปบนบ่าแกร่งของพี่โจ๊กเกอร์ทันที กลิ่นแชมพูอ่อนๆจากผมพี่โจ๊กเกอร์ทำผมอ่อนระทวยไม่หมด มือแกร่งจับที่ก้นผมเพื่อประคองไว้ก่อนจะใช้เท้าถีบประตูห้องแล้วเดินไปโยนผมลงเตียง

               มึงมันโง่จริงๆ แต่ความโง่ของมึงทำให้กูได้เปรียบ” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงนิ่ง มุมปากยกยิ้มขึ้นทำให้ผมรู้ทันทีว่าตัวเองพลาดอะไรไปอีกแล้ว!

               “!!”

               “กูทิ้งคีย์การ์ดไว้หน้าห้องตั้งแต่แรกแล้ว” คำพูดพี่โจ๊กเกอร์เปรียบเสมือนมีดอีโต้สับลงที่กลางใจผม...ผมค่อยๆเขยิบหนีออกห่างจากร่างสูงที่พร้อมจะแกะผ้าออกทุกเมื่อ

               มึงหนีกูไม่รอด

               “…”

               “และกูจะไม่ยอมให้มึงหนี!!”

               “พี่หลอกผมนี่นา

               “มึงอยากใช้ห้องให้คุ้มใช่ไหมได้เวลาทำให้คุ้มแล้วว่ะ” พี่โจ๊กเกอร์พูดยิ้มๆ มือเรียวหยิบถุงยางข้างๆ(ที่เอามาวางไว้ตอนไหนไม่รู้)ขึ้นมาฉีกด้วยปากอย่างชำนาญ ดวงตาคมมองผมราวกับเป็นเหยื่ออันโอชะ ดวงตาที่สะท้อนภาพผมในนั้นมันช่างสะกดให้ผมหยุดนิ่งขยับหนีไปไหนไม่ได้..

 

               หนีจากผู้ล่าคนนี้ไปไม่ได้อีกแล้ว...

 

+

+

ต่ออีกนิดตามที่สัญญา

เอ้ะ..ไรท์ว่าตอนหน้ามันมีNc แน่เลย คิคิ อิอิ /ไรท์ฆ่าทุกคนอีกแล้วหรอ

+++++

รักน้าาา ขอบคุณที่รอกันนะคะ อ่านทุกคอมเม้นเลย แต่อาจจะไม่ได้ตอบ แต่ไรท์ซาบซึ้งและดีใจมากๆๆ มีกำลังใจอัพที่สุดเลย และดีใจที่ทกคนรอ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

236 ความคิดเห็น

  1. #91 >>yinglek<< (@funfive09) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 20:21
    บิลเล่นตัวหน่อยลูกกโอ๊ยยยตายๆ โจ๊กเกอร์นี่มันน่าเปลี่ยนพระเอกจริงๆ
    #91
    0
  2. #90 LYNIN (@kaam_tui) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 19:38
    โว้ววววววววๆๆๆๆๆๆๆๆ น้องจะรอพี่ทุกวันเลยยย
    #90
    0
  3. #89 Tangmoksw (@Tangmoksw) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 10:10
    ทำไมไรท์ตัดทำร้ายเราแบบเน้ล้าาาาาาาา
    #89
    0
  4. #88 DREAMHYUN (@thanyalak-42) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 09:07
    รอค่าา
    #88
    0
  5. #87 Sophita Sinpomart I'mso (@sopitass) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 05:21
    มารออยู่ๆ
    #87
    0
  6. #85 abcabcasd976 (@abcabcasd976) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 22:17
    ชอบมากค่าาาาาาา
    จะรออออออนะคะ
    #85
    0
  7. #84 ออนซ์ซัง (@Onz_Jarinya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 21:52
    ค้าง ค่ะ!! - -
    #84
    0
  8. #83 Sophita Sinpomart I'mso (@sopitass) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 07:12
    พี่โจ๊กกกกกกก มีวิธีที่ดีกว่านี้ไหม
    #83
    0
  9. #82 ออนซ์ซัง (@Onz_Jarinya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 22:31
    น่าร้ากกก
    #82
    0
  10. #81 Puth Tetsuya Rakwittaya (@0899128089) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 17:45
    ตอนนี้โจ๊กเกอร์น่ารัก
    #81
    0
  11. #80 abcabcasd976 (@abcabcasd976) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 15:27
    ชอบมากกกกกก
    #80
    0
  12. #79 Phantom. (@g-h-o-s-t) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 11:39
    ร้ายนักนะพี่โจ๊กเกอร์ ><
    เย้ๆอัพแล้ว ????
    #79
    0
  13. #78 Tangmoksw (@Tangmoksw) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 07:46
    โจ๊กเกอร์คนบร้าาา ><
    #78
    0