ตอนที่ 19 : BAD ADDICT 18 140% nc

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 มิ.ย. 59

 

ตอนที่ 18

 

               พี่ชาย?” พี่โจ๊กเกอร์เอ่ยทวนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง สีหน้าและแววตาบ่งบอกได้ถึงความไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าเขาตกใจเรื่องที่ผมมีพี่ชายหรือว่าตกใจที่พี่ชายผมมาหากันแน่

               ครับ...พี่ชายผมเอง พี่เบิ้ลครับ” ผมตอบเสียงเบา ดวงตาสั่นๆยังคงจ้องมองไปที่พี่ชาย พี่เบิ้ลมองผมนิ่งๆ ก่อนที่มุมปากจะค่อยๆระบายยิ้มพี่ชายที่แสนดีออกมาให้เป็นที่ประจักษ์แก่ทั้งผมและพี่โจ๊กเกอร์

               บิล ไม่ได้เจอกันนานนะเรา” พี่เบิ้ลถามเสียงอ่อน ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจะตวัดไปยังคนเจ็บ แววตาแข็งแกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พี่โจ๊กเกอร์เอง มีหรือจะไม่รับรู้ถึงจิตอาฆาตรนั่น อีกฝ่ายก็มองแรงกลับไม่แพ้กัน

               เป็นอันว่ามองแรงกันและกันทั้งคู่

               อ่ะ..เอ่อ พี่เบิ้ลฮะ รู้ได้ไงครับว่าผมอยู่ที่นี่” ผมซึ่งอยู่ตรงกลางสายฟ้าพิฆาตร จำเป็นต้องหาทางเลี่ยงและเปลี่ยนเรื่องให้ได้

               ใครๆที่นี่เขาก็จำเราได้หมดแหล่ะบิล ลุงเอกโทรมาหาพี่เอง บอกว่าเห็นบิลที่โรงพยาบาล เขาไม่ทราบด้วยซ้ำว่าบิลกลับไทยมาแล้ว พี่เองก็เหมือนกัน” พี่เบิ้ลพูดยิ้มๆ ผมได้แต่ยิ้มตอบหน้าเจื่อนไป

               แหะๆ

               “แล้วจะมาย้ายกูไปทำไม” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นขัดบทสนทนาดีๆที่ผมอุตส่าห์เมคขึ้นมา

               หึ ท่าทางแบบนี้ คงจะไม่สำนึกสินะ?” พี่เบิ้ลหรี่ตาลงเล็กน้อย เสมือนจับผิดอะไรพี่โจ๊กเกอร์อยู่ ซึ่งถ้าจะจับผิดจริงๆก็มีหลายเรื่องเลย อาทิเช่นท่านั่งที่ไม่สุภาพ น้ำเสียงที่ใช้พูดกับคนมาเยี่ยม หรือจะแววตาและท่าทางอะไรก็ตาม ซึ่งพี่โจ๊กเกอร์ไม่แคร์อยู่แล้วนี่!

               แต่พี่เบิ้ลนี่โคตรเป๊ะมาตรฐานมาก!   

               “สำนึกอะไรวะ ชีวิตกู ไม่ต้องสะเออะมาย้ายรพ.กู” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงเข้มกว่าเดิม น้ำเสียงส่อไปทางหงุดหงิดมากถึงมากที่สุด แต่ทว่ามุมปากหนาของพี่เบิ้ลกลับเริ่มเผยรอยยิ้มร้ายให้เห็นอีกครา

               กิริยามารยาทต่ำ สมเป็นคนระดับคุณจริงๆ” พี่เบิ้ลพูดหน้านิ่ง ผมถึงกับพะงาบๆปากได้อย่างเดียว เอาใจไม่ถูกฝั่งแล้ว 

               แต่พี่โจ๊กเกอร์ก็ควบคุมอารมณ์ได้ดีเกินคาด สัญชาตญาณอาจจะรับรู้ก็เป็นได้ ว่าตนกำลังถูกทดสอบโดยผู้ที่ชื่นชอบการทดลอง!

               แต่ทว่าเหยื่อตัวนี้กลับชอบแกล้งคนทดลองเสียด้วย มีหรือจะยอมอยู่เฉย?

               “ระดับสูงมันขนาดไหนเชียวหรือครับ?” คนเจ็บถามเย้ยหยัน แขนแกร่งยกขึ้นกอดอกตัวเองไว้พลางเอนหลังพิงหมอนอย่างสบายอารมณ์

               ขนาดสั่งย้ายคุณได้โดยไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น” พี่เบิ้ลยิ้มกว้างให้พี่โจ๊กเกอร์ก่อนที่จะหันมาหาผม วันนี้กลับบ้านด้วยนะครับ ท่านทั้งสองอยากคุยกับบิล พี่กับบีก็อยากคุยกับเราให้มากกว่านี้เหมือนกัน” พี่เบิ้ลยกมือนุ่มนั่นมาขยี้หัวผมอย่างเอ็นดู

               ใช่...พี่เขามักเอ็นดูแบบนี้...กับทุกคน’ เสมอๆ

               ครับ เย็นนี้เจอกันครับ” ผมส่งยิ้มกลับให้พี่เบิ้ล ยิ้มสำหรับพี่น้อง ที่ความสัมพันธ์เหมือนจะดี แท้จริงแล้วแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่รู้เลย ว่านี่หรอที่เรียกว่าดี

               ไม่คิดจะเชิญผัวน้องไปหน่อยหรอครับ พี่ชาย?” น่าน!!!!

               หายนะ!!!!

               “ชิท!!” ผมหันไปสบถแรงๆกับพี่โจ๊กเกอร์ เจ้าตายยังนั่งท่าเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากก็คือรอยยิ้มนั่นแหล่ะ มันเหมือนจะโหดร้ายขึ้น

               นี่กะจะไม่ให้ผมกับพี่ชายกระโดดกอดกันหน่อยหรอครับ จะให้เจอกันก็วุ่นวายเลยหรือยังไง!

               “หึ น้องผมไม่คบคนต่ำแบบคุณหรอกครับ ใช่ไหมบิล?” พี่เบิ้ล!! อย่ามั่นใจขนาดนั้นแล้วหันมาถามผมจะได้ไหม!! แต่ความหนักใจของผมมันยังไม่พีคสุด...

               มึงรักกูใช่ไหมบิล ถ้ามึงไม่ตอบว่าใช่ กูจะเลิกกับมึง” พี่โจ๊กเกอร์ถามยิ้มๆ หน้าตาพาวเวอร์มั่นใจ100%ทั้งคู่ ผมอยากจะบ้าตาย!!!

               “ผมว่า เรื่องมันไม่ควรจบแบบนี้น้า....

               “เลือกมาสิวะ

               “พี่เชื่อใจบิล

               โอ้ยไม่เลือกโวยไม่ต้องมาเชื่อใจกูด้วย T__T!!

               “โอ้ยไม่ต้องมาให้ผมเลือกหรอกครับ พี่เบิ้ลน่ะกลับไปเลย ย้ายก็ย้ายพี่โจ๊กเกอร์ก็เงียบเถอะครับ ผมรักเท่ากันแหล่ะ” ผมตอบเหวี่ยงๆหน่อย ก่อนจะตะครุบปากตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ตัวว่าพูดบ้าอะไรออกไป

               “….” ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด พี่เบิ้ลเหมือนจะอึ้งเบาๆ เพียงแค่ทำหน้านิ่งๆใส่เท่านั้น ส่วนพี่โจ๊กเกอร์ยังยิ้มขำอยู่ ให้เดาอีกก็คงแกล้งผมเล่น ซึ่งผมว่าเป็นไปได้ 101.9เลยทีเดียว!        

               ว่าไงครับ กลับได้หรือยังพี่เบิ้ล” ผมหันไปถามพี่ชายสุดรัก พี่เบิ้ลมองผมนิ่งๆก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม

               ครับๆ บิลน้อยเติบโตขนาดนี้แล้วหรอหื้มมม กล้าไล่พี่ได้ยังไง” พี่เบิ้ลหยอกล้อย่างเอ็นดู ซึ่งผมเองก็แอบอ้อนพี่เขานิดๆเหมือนกัน

               เปล่านะ บิลไม่ได้ไล่ แค่พี่กำลังรบกวนคนไข้ต่างหาก” ผมแก้ต่าง

               เท่าที่ดู คนไข้คนนี้ก็หายดีแล้วนะ อาการทางใจท่าจะไม่มี ทางกายไม่สาหัสแล้ว แต่ทางจิต...พี่ว่าบิลพาเขาไปชั้นเอ็กซเรย์ทางสมองก็จะดี

               ไม่หยาบแต่เจ็บแสด เผ็ช เด็ช และคัน!!

               “เหอะ พวกเวิ่นเว้อ” ยังยังจะกัดกันอีก

               ผมรีบดันหลังพี่เบิ้ลออกไปจากห้อง

               พี่เบิ้ล ไว้คุยกันเย็นนี้นะ บิลไม่เอาใครไปด้วยหรอก” ผมบอกดักไว้ก่อน

               ครับ....พี่และบีรอที่จะอยู่ด้วยกันอยู่นะครับ

               ผมจะไปทานข้าวเย็นด้วยครับ จากนั้นจะกลับมาอยู่ที่หอเลย” ผมตอบกลับยิ้มๆ

               พวกเราอยากให้บิลมาอยู่บ้านนะครับ

               “แต่ผม....

               แต่ผม.... ไม่อยาก

               ไม่อยากจะอยู่บ้านจอมปลอมนั่น

               คุณพ่อและคุณแม่ ท่านอยากเจอบิลมากนะ

               “โกหก!” ผมปฏิเสธเสียงแข็งทันที ไม่มีทางที่สองคนนั้นจะอยากเจอผมจนถึงขั้นที่พี่เบิ้ลจะเอ่ยปากบอกหรอก

               ท่านบ่นถึงบิลทุกวันเลยนะครับ

               “ให้ตามสืบชีวิตล่ะสิไม่ว่า!!” ผมเริ่มเสียงแข็งขึ้นเรื่อยๆ

               อย่าเข้าใจท่านผิดสิครับ ท่านแค่เป็นห่วง

               “คอยแต่จะจับผิดผมล่ะสิ ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก” พี่บอกพี่เบิ้ลเสียงแข็ง

               ในสายตาพี่เบิ้ล ผมก็คงเป็นแค่เด็ก เด็กมากๆ...พี่อาจจะกำลังหัวเราะเยาะผมอยู่ในใจ เพราะสายตาที่มองมา มันช่างดูเกลียดดูแคลนผมเหลือเกิน

               บิล...สักวันนายจะรู้ ว่า รุ่งโรจน์วัฒนา มีประโยชน์ต่อชีวิตที่เหลือของนายยังไง

               ผมกลืนน้ำลายแห้งๆลงคอไปได้ พี่เบิ้ลพูดจบก็หมุนตัวแว๊บออกจากห้องพักไป ผมหันมามองหน้าพี่โจ๊กเกอร์อย่างหวั่นๆ ปรากฏว่าพี่แกยังยิ้มขำอยู่เลย

               ขำอะไรครับ =_=”

               “ขำท่าทางลนลานของมึง โง่ดี

               “ผมไม่ได้ลนลานขนาดนั้นสักหน่อย” ผมพูดติดจะงอนๆ พี่โจ๊กเกอร์หัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนที่จะเอื้อมมือมาดึงข้อมือผม ออกแรงยื้อตัวเองให้ขึ้นมาบนเตียง ผมก็ปืนขึ้นเตียงอย่างง่ายดาย

               ทำกันส่งท้ายไหม เดี๋ยวต้องไปแล้ว” คนเจ็บถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ตอนมาก็ทำ ตอนออกยังจะทำอีกหรอ!!!

               “ไม่ครับ!”

               อืมๆ ค่อยทำต้อนรับที่รพ.ใหม่ก็ได้

 

               “บ้าแล้ว!!!”

 

(ต่อ)

 

ผมลงไปจัดการเอกสารย้ายบ้าบอที่ข้างล่าง อันที่จริงผมแทบไม่รู้วิธีการทำอะไรพวกนี้เลย เดินโง่ๆไปถามเขา ดีที่เป็นโรงพยาบาลเอกชน การบริการจึงดีมาก ผมจึงไม่หัวเสียซะก่อน อีกอย่าง...พนักงานก็จำผมได้จริงๆด้วย

               ผมคงยังไม่เคยบอก ว่านี่คือโรงพยาบาลในเครือที่ทางครอบครัวผมดูแลอยู่ ผมเคยมาที่นี่บ่อยครั้งตอนม.ปลาย ผมจำใครไม่ค่อยได้หรอกครับ แต่เพราะมากับพี่เบิ้ล พนักงานจึงจำหน้าผมได้ไปเอง ผอ.ก็เป็นลุงของผมอีกด้วย

               น้องบิล” ผมชะงักมือที่กำลังจะกดลิฟต์ขึ้นพอดี หันไปทางซ้ายก็เจอคุณหมอรูปหล่อขาววิ๊งหน้าตาคุ้นๆยืนยิ้มให้ผมอยู่ ผมทำหน้ามึนใส่เขา เพราะผมไม่ใช่พวกเฟรนลี่ที่จะยิ้มให้ทุกคนอยู่แล้ว

               ครับ?”

               “แหม ทำหน้าแบบนี้ จำพี่ไม่ได้ล่ะสิเรา” คุณหมอผิวขาวเดินมาใกล้ผมแล้วยกนิ้วดีดหน้าผากผมอย่างเอ็นดู ผมผงะถอยหลังไปนิด ก่อนจะเงยหน้ามองเขาอีกรอบ

               เหมือนจะอ๋อ...แต่ก็ไม่ว่ะ

               จำไม่ได้ครับ” ผมตอบไปถามตรง แต่คุณหมอตรงหน้ากลับยิ้มขำกับท่าทางมึนๆของผม

               ครับๆ พี่เป็นเพื่อนไอ้เบิ้ลไง เราเคยเล่นด้วยกันบ่อยๆ อาบน้ำก็เคยนะ” คุณหมอตรงหน้าพูดยิ้มๆ ในขณะที่ในสมองผมกำลังนั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังสมัยนั้นอยู่

               อาบน้ำด้วยกัน....เชี่ย!

               “พี่ชาย!” ผมพูดชื่อพี่เขาออกมาอย่างนึกได้

               ครับ พี่เอง^^”

               “พี่ชายทำงานที่นี่หรอทำไมผมไม่เห็นรู้เลย

               “พี่ย้ายมาจากxxxแล้วครับ” ผมพยักหน้ารับ แล้วกดลิฟต์(สักที)

               พี่ชาย เป็นเพื่อนสนิทพี่เบิ้ลสมัยยังเรียนอยู่ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาสนิทกันอยู่หรือเปล่า เพราะว่าผมไม่ได้ติดต่อกับพี่ชายมานานแล้ว นานขนาดที่ว่าเจอหน้ากันผมยังจำไม่ได้อ่ะครับ พี่เบิ้ลกลายเป็นคนหยิ่งๆไปหลังจากเรียนจบ แต่กับผม เขายังให้ความรักกับผมแบบน้องชายเท่าเดิม และเสมอมา

               ถึงกระนั้น ผมไปอยู่ต่างประเทศ ก็ไม่เคยได้คุยกับพี่เบิ้ลและพี่บีเลย J ช่างเป็นความรักที่อบอุ่นเสียจริง

               ไอ้เบิ้ลเข้าโรงบาลหรอครับ หรือใคร?” ในลิฟต์มีผมกับพี่เขาสองคน เราเลยคุยกันได้ตามปกติ

               อ๋อ...” ผมเงียบไปสักพัก กำลังคิดอยู่ว่าจะตอบยังไงดี แฟนรุ่นพี่ผัว!!

               “หืมแฟนหรือเปล่าเนี่ย ฮ่ะๆ” พี่ชายพูดออกมาเสมือนพูดเล่นๆ ทำให้ผมแอบคิดในใจว่า พี่เขาคิดว่าผมจะไม่มีแฟนเลยงั้นหรอ!

               “ใช่ครับ แฟน

               “…” ดังคาด พี่ชายหยุดขำทันที มุมปากค่อยๆบึ้งลงทันตาเห็น ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้ยิ้มเหมือนเดิม เห็นแบบนี้ผมเริ่มมีน้ำโหแล้วนะเฟ้ย

               ทำไมหรอครับพี่ชาย

               “อ่ะฮ่ะๆ เปล่าน่า แล้วเขาเป็นอะไรหรอ

               “โดนยิง” ผมตอบสั้นๆ แอบกระตุกยิ้มนิดๆ

               แฟนน้องบิลเป็นพวกเกเรหรอครับ พี่ว่าเลิกคบเถอะนะ” พี่ชายพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเป็นห่วง แต่ถ้อยคำที่เปรยออกมามันดูแข็งๆยังไงไม่รู้ อีกอย่าง ถึงพี่โจ๊กเกอร์จะชอบมีเรื่อง แต่ก็ไม่เคยนำพาหายนะมาให้ผมเลยนะ (มั้ง...) ผมอาจจะรักเขามากเกินไป จนคิดว่าไม่มีหายนะจริงบนโลกก็เป็นได้ T__T

               ผมไม่เลิกหรอกครับ” ผมบอกนิ่งๆ ลิฟต์เด้งมาถึงชั้น9พอดี ผมหันไปยิ้มหวานให้พี่ชาย จากนั้นก็เดินออกจากลิฟต์มาเลย

               ตึง ตึงๆ

               เสียงฝีเท้ารองเท้าหนังเดินตามผมมา ตอนแรกผมก็ไม่คิดอะไร แต่พอดีว่าห้องพี่โจ๊กเกอร์อยู่ริมสุด และผมยังได้ยินเสียงฝีเท้านั่นอยู่ ผมจึงหันไปดู

               พี่ชาย?”

               ครับ

               “พี่ตามผมมา?”

               “พี่แค่อยากจะไปดูอาการคนไข้ห้องนั้นหน่อยน่ะครับ” มีความตอแหลในสีหน้าและน้ำเสียง =_=

               “แต่เดี๋ยวจะย้ายออกวันนี้แล้วครับ” ผมบอกอย่างงงๆ จะไปดูทำไม ปกติไม่เห็นเคยมาดู หมอเจ้าของไข้ก็มาประจำอยู่แล้ว

               ก็ก่อนย้ายออกไงครับ” เห็นดึงดันจะไปให้ได้ อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว ผมเลยไม่ได้พูดอะไรต่อ

               ก๊อกๆ แกร๊ก

               พี่ครับ เก็บของเสร็จหรือยัง” ผมเดินเข้าไปในห้องช้าๆ ของที่เคยวางไว้ต่างๆนาๆถูกเก็บไปบางส่วนแล้ว พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้อยู่บนเตียง ผมเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะชะโงกหน้าไปที่ครัวเล็กๆ ก็ไม่พบใคร

               ยัง

               “เห้ย!” ผมสะดุ้งโหยงทันที เมื่อคนเจ็บปลอมโผล่มาด้านหลังอย่างไร้ซุ่มเสียง นี่เป็นผีหรือไง เดอะคอนเจอริ่งมากป่ะ

               ใครมา” ถามสั้นๆได้ใจความเหมือนเดิม ผมหันไปทางพี่ชาย ยังไงเสีย เขาก็ส่วมเสื้อกาวน์อยู่ พี่โจ๊กเกอร์ก็ต้องเขาใจว่าเขาเป็นหมออยู่แล้ว แต่อาจจะแปลกใจว่าหมอคนนี้มาทำไม

               อ้อ เขามาตรวจพี่ก่อนออกน่ะครับ” ผมผายมือไปทางพี่ชาย พี่โจ๊กเกอร์มองตามนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ผมเกือบจะรอดตัวแล้ว...ถ้าพี่ชายพี่พูดอะไรต่อเสียก่อน

               พี่แค่อยากเห็นหน้าแฟนน้องบิลสุดที่รักเฉยๆน่ะครับ ว่าคู่ควรหรือเปล่า

               “….” ไม่ใช่ความเงียบของห้องครับ...เป็นความเงียบของพี่โจ๊กเกอร์นั่นเอง!

               “เอ่อ...ฮ่ะๆๆ ไหนคุณหมอว่าจะมาดูอาการไงครับ” ผมพยายามแก้สถานการณ์ให้มันดีขึ้น สักนิดก็ยังดี ผมเกรงว่าพี่ชายจะฟันร่วงหมดปากก่อนไปตรวจคนไข้ของตัวเองจริงๆ

               แค่ข้ออ้างน่ะครับ แต่พอมาเห็นแล้ว ผิดหวังจัง” หยุดอย่าพี่กำลังฆ่าตัวตายและลากกูไปตายด้วย!!!!

               “หึ แล้วคู่ควรนี่ต้องยังไงหรอครับคุณหมอ” เอาแล้ว...กูว่าแล้ว...อิเปรต!!

               “หน้าตาและชาติตระกูล รวมทั้งฐานะทางสังคม การพูดจามารยาทก็สำคัญ” นี่จะคัดคนไปเป็นคนดีแห่งประเทศไทยหรอวะ

               แล้วคุณมีพร้อมทุกอย่าง?” พี่โจ๊กเกอร์หันหน้าไปเผชิญหน้ากับพี่ชายตรงๆ มือหยาบไม่วายจะคว้าไหล่ผม ออกแรงดึงให้เข้าหาตนเอง และไม่มีเหตุผลใดที่ผมจะขืนแรงกระทำนั้น

               ผมมีพร้อมมากกว่าคุณทุกอย่าง” พี่ชายตอบด้วยท่าทางมั่นใจ แต่ในสีหน้านั่น กลับสังเกตเห็นถึงคิ้วสวยที่ขมวดนิดๆ แต่กลับกัน พี่โจ๊กเกอร์กลับยิ้มเย็นยะเยือกส่งไปให้

               แน่ใจ?”

               “แค่เทียบสถานะทางสังคม ผมก็สูงกว่าคุณแน่นอน” ผมเริ่มเดินมาหลบด้านหลังพี่โจ๊กเกอร์ทีละนิดๆ พี่โจ๊กเกอร์เลื่อนมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆ ไม่รู้ทำไม...จู่ๆก็อยากกระโดดกอด

               หึ แต่คุณไม่มีสิ่งนึงที่ผมมี

               “แน่ใจหรอครับ?”

               “แน่

               “…”

               หัวใจของบิล

               ตึกๆ ตึกๆ

               แหม...หัวใจกูลั่นเลย

               พะ..พะ..พี่” ผมขยำเสื้อพี่โจ๊กเกอร์แรงๆ พี่โจ๊กเกอร์เอี้ยวหน้ามาหาผมเล็กน้อย ก่อนจะยักไหล่ไม่ใส่ใจ

               ครับ ยังไม่ได้

               “คุณจะไม่มีทางได้” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงเข้ม แววตาเริ่มโหดขึ้นมา แต่ทางฝ่ายพี่ชายก็ไม่แพ้กัน

               คุณไม่มีทางรู้อนาคต

               “แต่ถ้ายังพูดมากแบบนี้ อนาคตมึงคือโดนกูต่อยปากฉีก!”

               “แค่นี้ก็ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ต่ำจริงๆเลยนะครับ” ผมรู้ว่าพี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้สติแตกหรอกครับ เขาก็แค่รำคาญจะรักษาคำพูดก็เท่านั้น เพราะพี่ชาย ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้พี่แกเลย

               กูไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทกับมึง รำคาญ” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงเย็นอย่างไม่แคร์จริงๆ พี่ชายขมวดคิ้วเสมือนโดนขัดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่หลุดคำพูดหยาบคายออกมา อันที่จริงเขาไม่เคยพูดมากกว่ามั้ง

               น้องบิล พี่ขอตัวก่อน...ต้องไปตรวจคนไข้น่ะครับ ไว้เจอกันเย็นนี้ครับ” พี่ชายยิ้มหล่อให้ผมก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปเลย ผมยังไม่ทันจะยิ้มคืนหรือบอกลาอะไรทั้งนั้น ว่าแต่ เย็นนี้?

               ควับ!

               อื้อหืม....ไม่ต้องหันไปมองกูยังรู้เลย ว่ามีสายตาพิฆาตรเค้นคำตอบอยู่

               หยุดมองแรงขนาดนั้นเถอะครับ ผมอธิบายแน่

               เร็ว

               “คือเขาเป็นเพื่อนพี่เบิ้ล เรารู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว หน้าเขาผมยังจำไม่ได้เลย แล้วเขาสะเออะขึ้นมาทำไมไม่รู้” รีบแก้ตัวให้ครบทุกเงื่อนไขก่อนเสียเลย พี่โจ๊กเกอร์มองหน้าผมนิ่งๆ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ

               มานี่

               “ห๊ะ

               “เดินเข้ามาใกล้ๆกูนี่ เร็วๆ!” พี่โจ๊กเกอร์ขึ้นเสียงเข้ม ผมจึงรีบก้าวเดินไปชิดเขามากกว่าเดิม เพราะเมื่อกี้ผมลนลานจะอธิบาย จึงขยับห่างออกไปหลายก้าว

               ทำม..เห้ยทำอะไรพี่!” ผมร้องเสียงหลง เมื่อพี่โจ๊กเกอร์ถกเสื้อผมขึ้นพร้อมกับปลดกางเกงผมลง

               กูจะลงโทษ

               “ลงโทษอ...เห้ยบ้าไปแล้วหรอ เรากำลังเก็บของกันนะพี่” พี่โจ๊กเกอร์ไม่ฟังคำทักท้วงใดๆ มือหยาบปลดอันเดอร์แวร์ผมลง แทบจะฉีกมันได้ด้วยมือข้างเดียวด้วยซ้ำ นิ้วเรียวกดเข้าที่ส่วนแก่นกลางผมอย่างจงใจ ผมกระตุกเสียววาบเล็กน้อย พี่โจ๊กเกอร์ดันหลังผมให้ชิดติดกำแพงเข้าไว้ คงจะเดาล่วงหน้าได้ว่าผมอาจจะขาอ่อนจนยืนไม่ไหว

               อื้อออ อ๊ะ..พี่ทำอะ..ไรตอนนี้..เนี่ยอ๊า” น่าเสียดายที่ถึงผมอยากจะห้ามก็ห้ามไม่ได้ เพราะว่าสัมผัสอันซับซ้อนและรุนแรงที่ปรนเปรอผมอยู่นั้น มันทำให้ผมมองไม่เห็นสิ่งอื่นใด นอกจากร่างสูงตรงหน้า นิ้วเรียวยาวแต่สากของพี่โจ๊กเกอร์จัดการรูดรั้งแก่นกายของผมอย่างชำนาญ ผมใช้สองมือขยำเสื้อพี่โจ๊กเกอร์ไว้แน่น ฟันบนขบกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย สายตาปรือฉ่ำไปด้วยน้ำตานิดๆ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ การหายใจเริ่มหอบกระหายอากาศอันบริสุทธิ์

               รู้สึกยังไง” เสียงเข้มที่เปรยออกมาเรียบๆ ดังก้องอยู่ในสมองอันขาวโพลนของผมเสมือนคลื่นเสียง ดังชนกันไปมา

               อ๊า...ผม...” ผมคิดคำพูดอะไรไม่ออกทั้งนั้น ได้แต่บิดตัวไปมานิดๆ ไม่ก็ใช้ร่างสูงตรงหน้าเป็นที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้ร่างไปเสียก่อน

               แค่นี้ก็จะไปแล้ว?”

               “ก็พี่..อ๊ะ..ผม...ก็พี่ทำ..แฮ่กก” ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าวันนี้ผมรู้สึกมากกว่าเดิมหลายเท่า และรู้สึกว่าทั่วทั้งร่าง ทั่วทั้งทุกส่วนที่อ่อนไหวนั้น เรียกหาแต่สัมผัสอันรุนแรงของคนๆนี้

               ผมพยายามปรือตามองหน้าพี่โจ๊กเกอร์ชัดๆ พี่โจ๊กเกอร์เหล่ตาสบตากับผมนิ่งๆ ดวงตาคมกริบราวกับนกอินทรีที่จ้องจะจับกินเหยื่อนั่น ทำให้ผมสั่นสะท้านหนักกว่าเดิมเสียอีก

               อ่า..พี่ผม อ๊าจะ..จะ...อึ่ก” หยุดชะงัก...ทุกอย่าง

               ทั้งพี่โจ๊กเกอร์

               และอารมณ์ของผม

               หยุดทำไม..ครับ แฮ่ก” ผมถามเสียงหอบ เหงื่อยังคงไหลซึมตามไรผมชื้นอยู่

               ไว้ไปต่อที่รพ.พี่มึงแล้วกัน เก็บของต่อได้แล้ว

               “…..”

 

               แบบนี้ก็ได้หรอวะ ไอ้น้ำมันมะกอก!!!

 

(ต่อ)

 

การโยกย้ายไปยังโรงพยาบาลใหม่นั้น วุ่นวายเสมือนกำลังย้ายบ้านใหม่ แต่ทว่าพี่โจ๊กเกอร์กลับเพลิดเพลินมันเสียอย่างกับว่าได้ไปห้างหรูเปิดใหม่แถวบ้านอะไรแบบนั้น

               พี่ครับ ช่วยสงบนิ่งเหมือนทุกๆวันหน่อยสิครับ” ผมพูดปรามคนร่างโตที่ตื่นเต้นกว่าปกติ แม้ว่าคนนอกจะดูไม่ออกก็เถอะ ก็ไอ้ประกายในดวงตานั่นมันอะไร!

               “กูไม่ได้มีปัญญาเดินเข้าโรงพยาบาลหรูขนาดนี้ทุกครั้งที่กูโดนยิงหรอกนะ” พี่โจ๊กเกอร์หันมาเต๊ะหน้าโหดใส่ผม เหมือนจะกลัว แต่กลับตลก

               มันหรูจนเหมือนห้างมากกว่า ถ้าผมเจ็บป่วยคงไม่มาที่นี่หรอก ซื้อยาร้านยากินก็พอ” ผมหันไปพูดเบาๆ ผมละสายตาจากร่างสูงข้างๆ มองไปรอบๆตัว เพดานที่สูงสง่า ตรงกลางนั้นเป็นทางกลมโค้งผ่าให้เห็นชั้นล่างและบน ประดับด้วยโคมไฟห้อยระโยงรยางค์ระยิบระยับ ลิฟต์แบบใสที่ความเร็วสูง ซ้ำแล้วแต่ละชั้นยังมีร้านกาแฟให้นั่ง รวมทั้งระเบียงที่ยื่นออกมา รองรับความสะดวกสบายของคนไข้ที่มีตังค์ทั้งนั้น

               เหลื่อมล้ำทางสังคมชะมัด =_= แค่มาขอใบรับรองแพทย์ที่นี่ก็หลายพันบาทแล้วล่ะครับ ร้านกาแฟที่เปิดก็มีแต่ระดับสตาบัคทั้งนั้น

               คุณหนูใช่ไหมคะ คุณเบิ้ลได้แจ้งดิฉันไว้แล้วค่ะ ทำการย้ายมาจากรพ.เล็กใช่ไหมคะ” พนักงานหน้าตาดีรูปร่างดี เดินมาทักผม

               ครับ ต้องทำเรื่องอะไรอีกไหมครับ” ก่อนหน้านี้ผมก็เดินไปกรอกเอกสารบ้าบออะไรตั้งเยอะแล้ว

               ไม่ต้องแล้วค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะพาขึ้นไปยังตึก VIP ค่ะ รบกวนเชิญด้านนี้เลยค่ะ” ผมเดินตามเธอไปโดยไม่พูดอะไร มือบางไม่วายจะดึงแขนเสื้อพี่โจ๊กเกอร์ให้ตามมาด้วย เหมือนเด็กเอ๋อแล้วนะพี่ =_=

               “ไปไหนอีกวะ” พี่โจ๊กเกอร์ถามอย่างแปลกใจ ไม่ได้มีแววหงุดหงิดเลย สนุกล่ะสิพี่ โถ่!

               “ไปตึกข้างๆครับ เป็นตึกสำหรับคนไข้ VIP ห้องมหาแพงน่ะครับ มันใหญ่และหรูอย่างไร้ค่ามาก พี่คงตื่นเต้นกว่านี้อีกเยอะ” ผมพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ

               อืมๆ” แม้จะตอบแบบนั้นก็เถอะ แต่พี่แกเดินนำผมไปแล้ว

               พี่อ่า...กลับเป็น11อีกครั้งหรือไง” ผมพูดเบาๆกับตัวเองแล้วเดินตามไป

               ระหว่างทางที่เจอพนักงานต้อนรับ บางคนก็จำผมได้ ส่วนคนที่จำไม่ได้ก็จะโดนตำหนิจากหัวหน้าฝ่ายต้อนรับ

               ถึงแล้วค่ะคุณหนู สัมภาระจะตามมาอีก5นาทีนะคะ เชิญตามสบายเลยค่ะ ^^” เมื่อเธอพูดแนะนำอะไรต่างๆเสร็จสรรพ เธอก็ขอตัวอย่างสุภาพ

               นี่โรงพยาบาลหรือโรงแรม5ดาววะ

               “ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ” ผมตอบอย่างเหนื่อยๆ ตลอดทางผมปั้นหน้ายิ้มมาตลอด ต้องให้คนอายุมากกว่ามาไหว้เราเนี่ยนะเกรงกลัวเสียด้วย ทั้งๆที่ผมยังไม่ทันจะทำอะไรเลย

               พี่โจ๊กเกอร์เดินสำรวจห้องใหม่นี่ คราวนี้มีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องพักผ่อน(มีเตียง) แยกกันหมด และใหญ่พอๆกัน ห้องน้ำหรูกว่าโรงแรมที่ผมไปพักตอนไปสิงคโปร์ หรือ ญี่ปุ่นเสียอีก

               เวอร์ไหมละครับ

               “บ้านมึงนี่รวยจริงๆสินะ” พี่โจ๊กเกอร์ถามผมในขณะที่ตัวเองก็เดินดูห้องต่างๆ

               ก็รวย แต่บางทีมันก็ไร้ค่า” ผมพูดตอบเบาๆ พี่โจ๊กเกอร์หยุดนิ่งแล้วหันมามองผมครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆเดินมาหาผมช้าๆ มือหยาบยกขึ้นวางบนหัวผมอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะจับหัวผมโยกซ้ายขวาสองสามที

               เด็กโง่ ไร้ค่าที่ไหน” เสียงทุ้มพูดเตือน ผมเงยหน้าสบตากับนัยต์ตาสีเข้ม

               แล้วมีค่าตรงไหน มีแต่เงิน ไม่เห็นมีอะไรดีนอกจากมีเงิน

               “มึงเอาเงินพ่อแม่มึงมาเลี้ยงกูไง กูจน

               “หึ บ้า พี่ฉลาดก็หาเองสิ” เอาเถอะ อย่างน้อยผมก็ได้เจอคนที่ทำให้ผมหัวเราะได้ คนที่ทำให้ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุข

               มึงน่ะ หัวเราะดีแล้ว หน้านิ่งๆกูทำเอง” ผมยิ้มขำกับคำปลอบใจของพี่โจ๊กเกอร์ พี่แกก็ทำหน้านิ่งใส่ผมจริงๆด้วย แต่แววตากลับอ่อนโยนราวกับไฟอุ่นๆที่พร้อมจะหลอมละลายหัวใจของผมทุกเมื่อ

               มือบางของผมค่อยๆเลื่อนไปวางไว้บนไหล่แกร่งของร่างสูงตรงหน้า ปลายเท้าค่อยๆเขย่งเพื่อเพิ่มความสูงให้ตัวเองเล็กน้อย ริมฝีปากของเราใกล้กันมากขึ้น...ใกล้มาก...และ..

               ก๊อกๆ ๆ

               ขออนุญาตครับคุณหนู สัมภาระมาแล้วครับ” และพนักงานก็มา!!

               “ขัดจังหวะชิบ” พี่โจ๊กเกอร์บ่นอย่างหงุดหงิด ผมก็หงิดไม่แพ้กันเก้อเลยกู

               วางไว้ข้างหน้าแหล่ะครับ ผมขนเข้าเองได้ เชิญคุณไปทำอย่างอื่นเถอะครับ” ผมบอกเสมือนเกรงใจ ที่จริงอยากจะรีบไล่ไปมากกว่า

               “ครับ หัวหน้าฝากมาเรียนว่า เดี๋ยวอีกสักพักคุณเบิ้ลจะเข้ามานะครับ

               ครับ” ผมตอบรับสั้นๆ พนักงานจึงขอตัวก่อน ผมยืนนิ่งคิดอยู่สักพัก ว่าพี่เบิ้ลจะนำพาเรื่องบ้าเรื่องบออะไรมาให้ผมปวดหัวปวดใจอีกหรือเปล่า

               คิดมาก” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสมือนรู้ใจผมว่าผมคิดอะไร ซึ่งเอาจริงๆผมว่าเขาก็รู้จริงๆนั่นแหล่ะ จบจิตวิทยาจากออกฟอร์ดมาหรือไง

               งั้นพี่คงต้องไฟท์กับพี่เบิ้ลเองแล้วแหล่ะ พี่เบิ้ลหวงผมมาก พี่บีหวงยิ่งกว่า ส่วนพ่อแม่ไม่ใส่ใจ” ผมอธิบายคร่าวๆ อนาถใจในตัวเองชะมัด

               แล้วกูล่ะ

               “ห๊ะ?”

               “แล้วกูเป็นยังไง” จู่ๆคนตรงหน้าก็ถามผมเสียงนิ่ง ใบหน้าคาดคั้นคำตอบผมเต็มที่ ผมเผลอหลุดยิ้มออกมาให้ได้เห็น

               พี่โจ๊กเกอร์รักผม เป็นห่วงผม แต่ปากไม่ตรงกับใจ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเชิงล้อๆหน่อย พี่แกทำหน้าไม่สบอารมณ์สุดๆ

               ใครบอกกูรักมึง ใครบอกกห่วงมึง แล้วกูปากไม่ตรงกับใจยังไง” มาเป็นชุด สรุปคือยอมรับความจริงไม่ได้ว่างั้นเถอะ

               ผมคิดเอง...ไม่จริงหรอครับ” ผมตีสีหน้าผิดหวังและน้ำเสียงเศร้าสลด เป็นสกิลขั้นเทพที่ผมเรียนมาจากริทครับ พี่โจ๊กเกอร์เงียบไปสักพัก ก่อนจะเสมองไปทางอื่น จากนั้นปากหนักๆจึงค่อยๆขยับ

               กูยังไม่ได้บอกว่าไม่จริง” โถ่เอ้ย...พี่เป็นนางเอกแจ่มใสรึไง มุมิมาก!

               “คิกๆ คร้าบบบบ” ว่าแล้วก็กระโดดกอดเสียเลย ผมยกขาขึ้นเกี่ยวกับเอวพี่โจ๊กเกอร์ พี่แกเองก็ใช้มือหนาประคองใต้ก้นผมไว้เช่นกัน ก่อนที่ขาเรียวยาวจะก้าวเดินนำพาร่างผมและตนเองไปยังห้องน้ำสุดหรู

               มาห้องน้ำทำไมอ่า....โอ๊ย” ผมร้องแสดงความเจ็บนิดๆ เมื่อจู่ๆพี่โจ๊กเกอร์ก็ปล่อยผมลงในอ่าง

               ซ่า!

               “เห้ยพี่เล่นบ้าอะไรเนี่ย โอ้ยยย เปิดน้ำโคตรแรงเลย ผมเจ็บนะ” พี่โจ๊กเกอร์เกิดหน้ามืดบ้าอะไรอีกก็ไม่ทราบ ใบหน้านิ่งๆนั่นกำลังยุ่งเหมือนเด็กโดนขัดใจ ปมคิ้วขมวดเข้าหากันเสียแน่น

               “จะได้รู้ว่าอย่ามาแหย่กู” โหยย นี่แค้นสินะ วิธีแก้แค้นเด็กสุดๆ

               ผมขอโทษน่า โอ้ยย มันเข้าตาผม มันเจ็บด้วยอ๊ะ เอาออกไปเถอะพี่!” ผมโวยวายได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น ทำให้เราทั้งสองมองไปยังต้นเสียง แต่ผมก็มองไม่เห็นอยู่ดี คือกูลืมตาไม่ได้

               ก๊อกๆ

               ทำอะไร” เสียงเข้มดังมาจากหน้าห้องน้ำ

               ไม่เห็นหน้ากูก็รู้ว่าใคร....

               พี่เบิ้ล” ผมพยายามเอามือกันสายน้ำแรงๆจากฝักบัว แต่พี่โจ๊กเกอร์ก็ไม่ยอมขยับแขนเอามันออกไปจากตรงหน้าผมสักที

               ซ่า.....

               ซ่า........ซ่า.....

               แล้วคุณจะแกล้งน้องผมไปถึงเมื่อไหร่!!”

               ซ่า!!

               สายน้ำเปลี่ยนทิศทางทันที....ผมลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า แล้วก็อยากจะเทเลพอร์ตตัวเองไปดาวพฤหัสเสียตอนนี้จริงๆ...พี่โจ๊กเกอร์ทำบ้าอะไร!!

               เช็ดเคร็ก!!!!!

               “พะ..พี่!!”

               “ไม่แกล้งน้อง กูแกล้งพี่แล้วกัน

               “WTF!!!!”

 

                

 

+

+

 

ไม่NC ละ เลื่อนๆ ได้แรงบันดาลใจฉากอื่นแทน555555555555

ฮือออ เค้าหายไปนานนับ1อาทิตย์ คิดถึงเค้าม้ายยยยยย คริๆ 

ขออภัยอย่างสูงค่า!!! พอดีซ้อมสแตนหนักมาก อินางไรท์ทุ่มสุดตัว ป่วย+ไม่มีเสียง =__= โทรมเป็นเป็ดเน่าไปหลายวัน และมีกิจกรรมจนดึก 

 

และมาอัพแว้วววว ตอนแรกว่าจะอัพตอนใหม่ไปเลย แต่ไปๆมาๆได้แค่นี้ ฮือออออออออออออออออออออ แล้วไม่ได้เข้าไปแจ้งในเพจเลย //โดนตบหลายฉาก แอ่ก แอ่ก อ่ากกกก//หามส่งรพ.บิลด้วยจ้ะ

 

พรุ่งนี้จะมาอีก! ไม่ปล่อยเกาะแล้ว ไม่โดดร่มแล้ว TOT มาๆๆๆ คิดถึงทุกคนนา รักษาสุขภาพเด้อ อย่าเน่าเหมือนไรท์ 

 

ไม่ได้ลบ nc ออก ถ้าโดนแบนไม่แก้นะคะ ไปอ่านธัญเอาเนอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

236 ความคิดเห็น

  1. #198 lk-czsoung (@lk-czsoung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 16:27
    ขำ 55555555555555555555 ไม่แกล้งน้อง แกล้งพี่ก็ได้
    #198
    0
  2. #192 yel chang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 21:49
    คิดถึงจัง
    #192
    0
  3. #190 A qure darkness (@crooming_-zoom) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 03:18
    พี่โจ็กเกอร์น่ารัก มุมิ5555
    #190
    0
  4. #187 yel chang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:04
    น้ำมะกอก คือไร
    #187
    0
  5. #186 Shadow Angel (@muk914) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 14:25
    คือไร??? -น้ำมันมะกอก 5555
    #186
    0
  6. #184 เตี้ย ดำ แมบ (@homploy45) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 10:23
    รอออออออออออ
    #184
    0
  7. #183 ออนซ์ซัง (@Onz_Jarinya) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 10:21
    เอาอิพี่เบิ้ลกะพี่ชายไปเก็บที
    #183
    0