คู่หมั้น หัวใจ [Fic #MarkBam #bnior #jackjae ]

ตอนที่ 21 : EP.19 พอใจหรือยัง สะใจ หรือยัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 392 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61


รอดูจนคนในอ้อมกอดหลับไป ผมค่อยๆจัดท่าทางให้น้องนอนหลับได้สบายขึ้น มองดูคนรักในยามนี้มันทำให้ผมเหมือนคนตายทั้งเป็น จะข่มตาให้หลับเท่าไหร่เหมือนมันยากเย็นและทรมาน ผมเลยเลือกที่จะเดินออกมาจากห้อง โดยให้พยาบาลเข้าไปเฝ้าไข้คนที่กำลังหลับใหลด้วยความอ่อนเพลียแทน  ผมเดินมาจนถึงหน้าห้องผ่าตัดไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมมาหยุดอยู่ตรงนี้ มือสั่นเทาเมื่อเอื้อมจับประตู ห้องผ่าตัดที่ยื้อชีวิตได้เพียงชีวิตเดียว น้ำตาผมไหลไม่หยุด คล้ายคนท่อน้ำตาแตก ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นมองไปรอบๆผ่านความมืดปล่อยโฮ อย่างลืมตัว

            หมอ

ผมหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นหมอไบรท์ที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาจากด้านหลัง

            “อย่าทรมานตัวเองเลยนะ”

            “...”

            “พอแล้วครับ ผมไม่เคยเห็นหมอเป็นแบบนี้เลย ไม่เคยเห็นหมออ่อนแอแบบนี้เลย คนที่หมอรักมากๆยังมีชีวิตอยู่อีกคนนะครับ”

            “ครับ ผมรู้ ขอพื้นที่ให้ผมอ่อนแอเถอะนะหมอไบรท์ ผมขอตั้งหลักก่อน เรื่องลูกคือฝันร้ายสำหรับผมและครอบครัว”

            “โธ่ หมอ”

            “ไม่เป็นอะไรจริงๆครับ ขอแค่ให้ผมได้คิดอะไรสักพัก ขอผมหลบอยู่ที่นี่ก่อน ผมไปให้น้องแบมเห็นสภาพผมตอนนี้ไม่ได้จริงๆ”

            “งั้นผมอยู่เพื่อนหมอได้ไหม ผมบอกตรงๆผมกลัวใจคุณตอนนี้”

            “ครับ”

ผมเช็ดน้ำตา แล้วนั่งอยู่ในห้องผ่าตัดกับหมอไบรท์ ไม่นานนักก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา

            “อยู่ที่นี่กันเอง ผมก็ตามหาไปทั่วโรงพยาบาล”

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับหมอเซนต์”

            “ก็คนที่เป็นไส้ศึกไง เจอตัวแล้วนะหมอไบรท์ หมอมาร์ค”

ผมไม่ได้สนใจอะไร กับเสียงสนทนาของสองคนในห้อง ทำเพียงแต่ปล่อยให้เสียงผ่านหูไป

            “หมอมาร์ค คุณไม่รู้สึกอะไรหน่อยเหรอ

            “จะให้ผมรู้สึกอะไรเหรอครับ ถึงรู้ไปเขาก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับผมอีกแล้ว ที่ผมเสียไปก็เรียกคืนอะไรไม่ได้

ผมตอบออกไปอย่างเอือมๆ ก็มันเรื่องจริง ถึงผมรู้ว่าใครเป็นสาย แล้วมันมีอะไรดีขึ้นไปกว่านี้หรือ

            แต่ผมอยากรู้ครับหมอเซนต์

            เขาเป็นบุคคลที่เราไม่คาดคิดเลยครับ

            ใครล่ะที่เรามองข้าม

            เจ้าหน้าที่ห้องยาครับ คุณอนุชิต

            ว่าแล้วทำไมถึงรู้ว่าเราจะทำโน่นทำนี่ได้ ตอนที่เรานัดกันออกไปบ้านนายหัวทิวเราก็ดันไปพูดที่หน้าห้องจ่ายยา ก็ใครจะไปคิดว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง

ก็นั่นสินะห้องจ่ายยาก็อยู่ใกล้ผมขนาดนี้ เพื่อนผมในห้องสองคนกำลังทำหน้าเครียด

            แล้วทำไมถึงรู้ว่าเป็นเขาล่ะครับ

            เขามามอบตัวเองครับ เพราะกลัวว่าคดีถึงตัวแล้วจะโดนหนักกว่านี้น่ะสิหมอไบรท์

            หมอมาร์คครับ คุณจะแจ้งขอหาอะไรเพิ่มไหม

            ไม่ครับผมพอแล้วล่ะ เหนื่อยกับทุกอย่าง เมื่อเขาเลือกที่จะยอมรับความผิดผมจะไม่ซ้ำเติมเขา

            คุณควรพักผ่อนบ้างนะหมอมาร์ค

            ผมพยายามข่มตาให้หลับแล้วแต่ผมทำไม่ได้ แล้วอีกอย่างก้อนเนื้อลูกของผมยังพอมีให้เห็นไหมครับ

            “…”

เพื่อนๆผมเลือกที่จะเงียบแล้วมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะส่ายหัวน้อยๆ

            ไม่มีเลยครับ กระสุนที่ได้รับ ทำร้ายร่างน้อยจนแหลก เราไม่สามารถแยกก้อนเนื้อกับเลือดและอวัยวะบางส่วนที่เสียหลายของคุณแบมแบมได้

หมอไบรท์ สีหน้าแย่มากเมื่อเล่าถึงเหตุการณ์ในห้องผ่าตัดที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว แค่พวกเขายื้อชีวิตน้องแบมไว้ได้ก็เก่งมากแล้ว ผมไม่ควรหวังอะไรลมๆแล้งๆ

            ผมกลับไปที่ห้องก่อนนะครับ

            พักผ่อนนะหมอ วันนี้ก็ทำเรื่องหยุดเถอะ หมอไม่พร้อมทำงานหรอก

            ครับ

ผมตอบรับหมอเซนต์ ก่อนจะเดินคอตกกลับมาที่ห้องพักฟื้นของภรรยา

            มีไข้เหรอครับ

            ค่ะ นาวา คุณแบมแบมดูจะมีไข้สูงเลย

            เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้น้องเองครับ ผมขอ ibuprofen ชนิดฉีดหน่อยนะครับ

            ค่ะ นาวา

ผมเช็ดตัวให้น้อง และฉีดยาให้เขา ไข้น้องขึ้นสูงผมต้องวัดไข้ทุกๆชั่วโมง จนสุดท้ายผมต้องใช้วิธีที่เคยใช้กับเขาเป็นประจำ ผมเดินไปล็อคห้อง แล้วจัดการกับเสื้อผ้าบนตัว เหลือเพียงแต่อันเดอร์แวร์ แทรกกายลงใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับน้องน้อย กอดกระชับคนป่วยเข้าแนบอก

            “อย่าเจ็บ อย่าป่วยอีกเลยนะครับ พี่ใจจะขาดอยู่แล้ว”

จุมพิตลงบนหน้าผากร้อนผ่าว นอนลืมตาอยู่อย่างนั้นอยู่ร่วมชั่วโมง

ก๊อก ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดึงความสนใจของผม ออกจากการจดจ้องที่ใบหน้าคนป่วย

            “ใครครับ”

            “ป๊า ผมเอง เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ”

            “แป๊บนะ”

ผมรีบจัดการใส่กางเกง เดินไปเปิดประตูโดยเปลือยท่อนบน

            “ถอดเสื้อทำไมครับ”       

            “เนื้อห่มเนื้อ”

ผมตอบเพียงสั้นๆ เจ้าเอวายิ้มกริ่มกลับมาให้ผม

            “ยิ้มอะไรเจ้าแสบ”

            “คราวที่แล้ว ป๊าก็เนื้อห่มเนื้อกับม๊า พอไม่นานก็มีน้อง แสดงว่าต่อจากนี้อีกไม่นานผมจะมีน้องใช่ไหมครับ”

            “...”

ผมทำเพียงส่ายหัวให้เอวา เวลาพูดถึงเรื่องลูกในท้องน้องแบมเหมือนสมองผมจะต่อต้านทันที ความเจ็บบาดลึกเข้าที่กลางอก

            “ขะ ขอโทษครับ ผมไม่น่าพูด”

            “ช่างเถอะ แล้วถืออะไรมาด้วยนั่น”

ผมพยายามสนใจอย่างอื่น พลันสายตาไปสะดุดเข้ากับสิ่งของมากมายที่เจ้าเอวาวางไว้ที่โซฟา

            “ซุปผัก กับพวกผลไม้ครับ คุณย่าให้เอามาให้ม๊ากับป๊า”

            “อื่ม”

            “ผมไปเรียนก่อนนะครับ วันนี้พี่สนไปส่ง”

            “ตั้งใจเรียนล่ะ”

            “ครับป๊า”

ผมรอให้ไข้น้องลดจนถึงช่วงเที่ยงๆของวัน

            “น้องน้อย ได้ยินพี่ไหมครับคนดี หนูตื่นมาทานข้าวก่อนนะค่อยนอนต่อ”

            “อื่อ...”

            “ตื่นเถอะครับ”

จุ๊บที่ริมฝีปากอวบอยู่หลายครั้ง กว่าคนป่วยจะยอมตื่นเต็มตา

            “ค่อยๆลุกนะ มาพี่ช่วย”

            “ซี๊ด...”

            “เจ็บเหรอครับ”

ผมหน้าถอดสี เมื่อมือเรียวกุมเข้าที่แผลผ่าตัด พร้อมส่งเสียงร้องบอกทำนองว่าเจ็บมากๆ

            “ครับ เจ็บมากๆเลย”

            “ไหนพี่ดูสิครับ”

ผมแกะผ้าก๊อซออกดู แผลดูค่อนข้างบวมบ่งบอกว่ามันกำลังอักเสบ

            “ทานข้าวหน่อยนะ จะได้ล้างแผล แล้วทานยาแก้อักเสบครับ”

ผมเงยหน้าขึ้นจากแผล ก็พบว่าคนป่วยจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว

            “มีอะไรเหรอ”

            “ได้นอนบ้างไหมครับ”

            “ทำไมถามพี่แบบนั้นครับ”

            “หน้าตาเหมือนคนอดนอนเลย ไม่หล่อเลย”

มือเรียวจับประคองที่ใบหน้าผมไว้ ในดวงตาหวานคลอหน่วยไปด้วยน้ำตา น้องกำลังอ่อนไหวกับทุกอย่าง สภาพจิตใจเขายังไม่พร้อม ผมก็เช่นกัน

            “ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวพี่ค่อยนอนพักนะ หนูมีไข้พี่จะหลับลงได้ยังไงคะ อยากให้พี่พัก หนูต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงเร็วๆนะ”

            “...”

น้องไม่ตอบผม ทำเพียงแค่จ้องตาผม จนผมต้องลุกขึ้นไปเตรียมอาหารเพื่อมาป้อนเขา คนป่วยทานไปได้ไม่กี่คำก็ส่ายหัวกลับมาไม่ยอมทานต่อ

            “งั้นเดี๋ยวพี่ล้างแผลให้นะครับ”

เหมือนผมพูดอยู่คนเดียว วุ่นๆอยู่คนเดียว น้องไม่ตอบผม แต่สายตาเขาก็จับจ้องอยู่ที่ผมตลอด

            “ลุงมาร์ค...”

ในที่สุดเสียงเบาหวิว ก็เอ่ยเรียกผม

            “ครับ”

            “เราจะมีลูกกันอีกได้ไหมนะ”

            “ต้องมีสิครับ หนูอย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลยนะ”

            “อดคิดไม่ได้เลย และน้องแบมก็เป็นคนเลือกเอง ฮึก”

            “หนูไม่ผิดครับ เราเลือกที่จะช่วยสองชีวิตพร้อมกันไม่ได้”

น้องมองผมทั้งน้ำตา เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด สองแขนอ้าออกเพื่อให้ผมกอดเขา

            “ฮึก ฮือ...”

            “หนูทำดีที่สุดแล้วครับ พี่รู้ว่าหนูก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หนูเลือกที่จะปกป้องพี่ หนูเลือกชีวิตพี่ แต่ก็เลือกได้แค่พี่ นาทีที่หนูอยู่ในห้องฉุกเฉิน พี่ก็อยากเลือกได้ทั้งหนูและลูก แต่มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะเลือกทั้งสองชีวิต เราไม่มีโอกาสที่จะเลือกหรอกคนดี”

เสียงสะอื้นของน้องดังอยู่ใกล้ๆใบหูผมนี่ ทรมานผมทรมาน

            “ฮึก เมื่อไหร่นะ เมื่อไหร่เราจะหมดเวรหมดกรรมสักที”

            “พี่ไม่รู้ครับ แต่ที่รู้ๆพี่จะไม่มีวันปล่อยมือหนู”

กอดกันกลมอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ผมหายาให้น้องทาน อยู่ดูแลเขาอย่างใกล้ชิดจนถึงเวลาพลบค่ำ

            “นาวาคะ”

            “ครับ ร.อ.”

            “คุณแบมแบมเป็นไงบ้างคะ”

            “ร่างกายผมเอาอยู่ครับ แต่สภาพจิตใจไม่ดีเลย”

            “รวมทั้งนาวาด้วยหรือเปล่าคะ”

            “ผม...”

            “ดิฉันทราบค่ะ ว่าการสูญเสียมันเกินจะรับไหว แต่นาวาคงต้องเข้มแข็งเพื่อคนที่รักค่ะ”

ความเข้มแข็ง คงต้องกู้คืนกันยาวเลยล่ะ ผมก็อยากจะเข้มแข็ง แต่สิ่งที่เสียไปมันทำร้ายหัวใจผม และครอบครัวจนไม่มีชิ้นดีแล้วล่ะ

            “อื่ม เมื้อกี้ก่อนเข้ามา เหมือนดิฉันเห็นผู้หญิงคนนึงอยู่ที่หน้าห้องคุณแบมแบม แต่แปลกพอเธอเห็นดิฉันกำลังเดินมาทางนี้ เธอก็รีบเดินออกไปเลยค่ะ ท่าทางดูมีพิรุธชอบกล”

            “ร.อ. เห็นเธอนานไหมครับ”

            “เห็นช่วงที่กำลังเดินมานี่แหละค่ะ แต่ถ้าขอดูกล้องโรงพยาบาลก็น่าจะได้ เธอจะเป็นอันตรายกับนาวา และคุณแบมแบม หรือเปล่าคะ”

            “ผมพอจะรู้แล้วครับว่าเธอเป็นใคร อย่าสนใจเลยครับผมจะดูแลน้องแบมเอง”

รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงที่ ร.อ.ผึ้ง พูดถึงคือใคร ผมคงไม่ยอมให้คนที่รักต้องเจ็บเพราะผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว พอ ร.อ. ออกจากห้องไป ผมก็ต่อสายถึงซูโฮทันที

 Rrrrr…..

            “ครับหมอมาร์ค ผมจะโทรหาคุณผมก็ไม่กล้ากลัวรบกวนคุณ ตอนนี้แบมแบมปลอดภัยดีแล้วใช่ไหมครับ”

            “ครับ ผมแค่โทรมาเตือนคุณ ว่าอย่าปล่อยให้วิวมาสร้างความเดือดร้อนให้ผมและครอบครัวอีก เพราะผมฆ่าเธอแน่ ผมสุดจะทนแล้วล่ะ ผมสูญเสียมากพอแล้ว”

ปลายสายไม่ตอบผม แต่เขาคงรับรู้แล้วล่ะว่าจะทำยังไง

ผมใช้เวลาดูแลน้องแบมต่อจากนั้น คนที่บ้านผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมไข้ มาคอยดูแลจนเวลาล่วงเลยมาเกือบสัปดาห์

5 วันให้หลัง

ผมพาน้องกลับบ้าน คนป่วยดูมีสีหน้าดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะเงียบ แม้คนที่บ้านจะพยายามชวนคุยมากแค่ไหน แต่น้องแบมกลับตอบรับเพียงคำสองคำ ส่วนตัวผมฝันร้ายแทบทุกคืนที่อยู่ในห้องพักฟื้นกับน้อง มีหลายครั้งที่น้องเรียกผมในเวลากลางดึกที่โรงพยาบาล เราทั้งคู่เหมือนคนกำลังเป็นโรคซึมเศร้า

“พี่ไปทำงานก่อนนะครับ”

“ครับ ไม่ต้องห่วงหนูนะ”

“ไม่ไห้ห่วงได้ไงคะ คุณปลาฉลามของพี่ยังซึมๆอยู่เลย”

“น้องแบมจะพยายามค่ะ”

“ดีมากครับ”      

ผมขับรถออกจากบ้านไปเกือบครึ่งทาง แต่สายตาผมกลับเห็นผู้หญิงคนนึงในรถแท็กซี่ที่เพิ่งสวนทางไป จะไม่ติดใจเลย ถ้าทางที่รถแท็กซี่คันนั้นมุ่งหน้าไปไม่ใช่ทางไปบ้านผม ผมตัดสินใจขับตามไป และรถแท็กซี่คันนั้นก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านผมจริงๆ ซะด้วย ผมดูเหตุการณ์อยู่ในรถ ประตูบ้านผมเปิดออกต้อนรับเธอ คงเป็นคำอนุญาตจากคนที่เธอต้องการมาพบ และในเวลาต่อมาผมก็เห็นรถอีกคัน วิ่งเข้ามาจอดแถวๆหน้าบ้านผม คนในรถคือซูโฮ เขาทำตามที่ผมบอก เขาคอยตามวิวตะวันอยู่ไม่ห่าง ผมเดินออกจากรถ และเดินเข้าไปในบ้าน ทิ้งช่วงห่างจากคนสองคนที่สนทนากันอยู่พอสมควร แต่ก็ได้ยินเสียงผู้สนทนาอย่างชัดเจน น้องแบมนั่งใบหน้าเรียบเฉย ส่วนวิวตะวันยังไม่ทันได้นั่ง เธอสตั้นไปเมื่อเจอคำถามจากน้องแบม

            “สะใจวิวหรือยัง”

            “แบม”  

            “สาแก่ใจพอหรือยัง!

วิวตะวันสะดุ้งเฮือก เธอคงรอดูว่าน้องแบมจะพูดอะไรถึงไม่กล้านั่ง พอน้องแบมไม่พูดอะไรเธอทำท่าจะนั่งคุยด้วย แต่ตอนนี้เธอคงไม่กล้านั่งแล้วล่ะ เธอยืนสะอื้นเมื่อน้ำตาเริ่มไหล เสียงร้องไห้เริ่มดังขึ้น       

            “ฮือ... แบม”

            “ร้องทำไมเหรอ ร้องไห้ที่เรายังไม่ตายเหรอ”

            “ฮึก ฮือ... ไม่ใช่นะแบม”

            “ยังไม่สะใจเหรอ วิวเสีย เราก็เสีย ยังไม่พอใจหรือ ลูกเราไม่อยู่แล้ว มันพอจะทำให้วิวรู้สึกดี รู้สึกสะใจพอหรือยัง”

            “แบม วิว ขะ ขอโทษ ฮือๆ”

            “ถ้าพอใจแล้ว ก็อย่ามาให้เราเห็นหน้าอีก ออกไปจากชีวิตเรา แต่ถ้ายังไม่พอใจ มีดอยู่นั่นแทงเราซะจะได้จบ”

            “แบม! ไม่เลยนะ วิวไม่คิดทำร้ายแบม ฮือฮึก”

            “หึ ไม่คิดทำร้ายเหรอ เหยียบหัวใจเราแหลกคาตีน ไม่คิดทำร้ายเหรอ!

เมื่อเสียงสนทนาดังขึ้น น้องแบมควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ผมรีบวิ่งเขาไปกอดน้องแบมไว้ ส่วนซูโฮที่เพิ่งเข้ามารีบวิ่งไปรับร่างของวิวที่กำลังหมดเรี่ยวแรงและจะทรุดลงกับพื้นไว้  เธอคงกลัวท่าทางและแววตาของน้องแบมในตอนนี้ น้องแบมตะโกนใส่เธอจนตัวสั่น มือไม้น้องสั่นไปหมด คล้ายคนโมโหจัด

            “ฮือๆฮึก ฮือ แบม”          

            “พอเถอะวิว สำหรับหมอ หมอคิดว่าชดใช้ให้กันพอแล้ว ซูโฮคุณพาคนของคุณออกไปเถอะ อย่าปล่อยให้เธอมาเหยียบที่นี่ เพราะที่บ้านนี้ไม่ต้อนรับผู้หญิงคนนี้อีก”

            “ฮือๆ แบม”

ซูโฮตัดสินใจอุ้มเธอออกไป เธอร้องไห้เหมือนคนกำลังจะขาดใจ ผมเวทนาคนที่จมปลักอยู่กับความเห็นแก่ตัว เมื่อไหร่เธอจะหลุดพ้นจากความคิดของเธอกัน                      

            “กอดน้องแบมที อย่าปล่อยนะ กอดหนูไว้ที”

            “ครับพี่ไม่ปล่อย พี่ไม่ปล่อยหนูให้อยู่กับความกลัวนะคนดี”

ผมตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากหมอเซนต์ให้เข้าเวรแทน ผมอยากอยู่กับน้องและผ่านช่วงเวลาร้ายๆไปด้วยกัน...


VIEWTAWAN P.

            มีแต่ความเงียบ หลังจากที่ฉันกลั้นก้อนสะอื้นไว้เพราะไม่อยากได้คำปลอบโยนจากคนที่อยู่ภายในรถคันเดียวกัน ฉันเอาแต่หันหน้าเข้ากระจก ปล่อยให้น้ำตามันไหลไปเรื่อยๆ ในหัวยังคิดถึงแต่ท่าทางของคนที่รัก แววตา และเสียงตวาดนั่น มันไม่ใช่คำหยาบคายที่ใช้ด่าทอ แต่ทว่าประโยคทุกประโยคที่เขาเอ่ยถาม ก็ทำร้ายจิตใจจนยับเยิน ใครจะรู้ว่าผลที่ตามมามันจะร้ายแรงขนาดนี้กัน การที่ได้รับรู้ว่าเขาต้องสูญเสียลูกไป ยังไม่เจ็บเท่าการได้เห็นแววตาที่ว่างเปล่าของเขาที่ใช้มองฉัน นั่นหมายถึงมันหมดแล้วจริงๆ ฉันไม่ได้อยู่ในสายตาและความทรงจำของเขาอีกต่อไป

            “ลูกอยู่กับคุณแม่ของวิวเหรอ”

ในที่สุดเขาก็เอ่ยทำลายความเงียบ ฉันไม่อยากพูดกับคนที่ฉันเกลียดขี้หน้าหรอกนะ

            “...”

            “อยากไปหาลูกไหม พี่จะพาไป”

            “เลิกยุ่งกับพวกฉันซะทีไม่ได้หรือไง”

ฉันถามกลับไปอย่างเอือมๆ

            “ไม่ได้หรอก พี่รักวิวนะ รักวิวกับลูก”

            “หึ รักเหรอ ทำชั่วๆแบบนั้นเรียกว่ารักเหรอ”

            “...”

เขาเงียบใส่ฉันอีกแล้ว ฉันเลยหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า เนื่องจากก่อนหน้านี้ฉันเอาแต่ตามข่าวแบมแบม ฉันเสียใจกับทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นจนไม่มีเวลาได้กินหรือนอน ดีนะที่เอายี่หวาไปฝากไว้กับแม่ ไม่งั้นฉันคงมีห่วงอีกห่วงแน่ๆ

            “วิว ตื่นเถอะ”

หลับไปนานแค่ไหนนะ รู้ตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ที่หน้าคอนโด ฉันเปิดประตูลงจากรถโดยไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ ทำทีว่าเดินเข้าคอนโด พอเห็นว่าเขาเลี้ยวรถออกไปแล้ว ฉันก็เดินออกไปข้างนอก ฉันยังไม่พร้อมที่จะกลับขึ้นไปบนห้องของตัวเองในตอนนี้หรอกนะ ทั้งลูกทั้งแม่กำลังอยู่ในห้อง พวกเขาไม่ควรรับรู้ถึงสภาพแย่ๆ ของฉันตอนนี้ ฉันเดินมาจนถึงหลังคอนโด แถวๆนี้มีพื้นที่ ที่เป็นป่า และมีคอนโดที่สร้างไม่เสร็จ ฉันเดินขึ้นไปนั่งอยู่บนยอดตึก ความเงียบกำลังครอบงำจิตใจฉัน

            ถ้าฉันตายคือสิ่งที่ทำให้ฉันหยุดรักเขา

นี่คือสิ่งที่ฉันคิดในตอนนี้ ไม่รู้หรอกทำไมอยากครอบครอง ไม่รู้หรอกทำไมอยากอยู่กับเขา ไม่รู้หรอกว่าทั้งตัวและใจทำไมถึงไม่เป็นของฉันแล้ว พยุงตัวลุกขึ้น เท้าสองข้างพาร่างทั้งร่าง มายืนอยู่ขอบสุดของยอดตึก ฉันรู้สึกว่าถ้าดิ่งลงไปทุกอย่างมันอาจจะจบ ตัวปัญหาอย่างฉันอ่อนแอเกินกว่าจะยอมรับอะไรแล้ว ความเห็นแก่ตัวของฉันมันมากเกินจะหยุด จบที่ฉันเองแล้วกัน เท้าแรกกำลังจะก้าวไป

            “คุณแม่ขา”

เสียงแว้วมา เสียงเรียกแม่ อะไรกันนะที่มันสำคัญ ฉันหลับตาลง และคิดจะทำมันอีกครั้ง แต่เพียงยกเท้าที่จะขยับ

            “วิวเหรอลูก พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลลูก พ่อขอโทษที่ทำแต่เรื่องให้ลูกกับแม่ต้องเสียใจ”

ความเจ็บแล่นเข้ากลางใจ เมื่อนึกถึงอดีต ถ้ายี่หวาไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ที่ดีให้เขา ลูกฉันจะเป็นยังไงนะ ความรักที่ไม่เคยได้จากครอบครัวมันเจ็บมากเลย ฉันยืนตัวสั่นอยู่อย่างนั้น ฉันห่วงลูก แต่ก็อยากไปซะให้พ้นๆจากโลกนี้ มันสับสนจังเลย

            “โดดสิ รออะไร”

ฉันหันกลับไป เสียงที่อยู่ด้านหลังนั้น ดึงให้ฉันหลุดออกจากความสับสน

            “พี่ไอรีน! ทำไมถึง”

            “ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่น่ะเหรอ หึ! ฉันตามเธอมาจากคอนโดไง ดีนะพี่ชายฉันต้องกลับไปทำธุระด่วนให้คุณพ่อ ฉันจะได้เชียร์ให้เธอโดดได้เต็มที่ โดดสิ รออะไร”

            “...”

            “คนอ่อนแออย่างเธอไม่ควรอยู่ เห็นเธอรู้จักสู้ ฉันก็นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็เด็กสิ้นคิด ตายๆไปเถอะรกโลก พี่ชายฉันจะได้ไม่เสียเวลาตามผู้หญิงโง่ๆอย่างเธอไง”

            “...”

            “หรือจะให้ฉันยิงเธอดี โทษฐานที่ทำให้ฉันต้องอับอายจนต้องออกนอกประเทศ เลือกมาสิจะตายแบบไหนดี”

            “ฮึก ฮือ”

ฉันปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เพราะกลัวเขา แต่เป็นเพราะฉันมันโง่ โง่ที่มาทำอะไรบ้าๆแบบนี้ โง่ที่ให้เขามายืนสมเพชเวทนาฉันอยู่แบบนี้ ฉันตัดสินใจทิ้งน้ำหนักตัวโน้มไปด้านหน้า ใช่ฉันมันรกโลก

            “อย่าวิว! พลั่ก!

            “กรี๊ด....!! พี่!

ฉันได้สติ ฉันโดนผลักนี่คือสิ่งที่รับรู้ และที่รับรู้อีกอย่างคือ!

            “พี่! พี่ซูโฮ”

ไอรีนยืนปิดปากร้องไห้ คนที่ตกลงไปไม่ใช่ฉัน

            “วิวลูก / คุณแม่ขา”

คุณแม่กับยี่หวากำลังวิ่งมาทางนี้ ทุกคนกำลังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกินขึ้น

            “คุณแม่ขา ฮือๆๆ คุณอาเขา ฮึก คุณแม่ช่วยคุณอาที คุณอาไปหาคุณแม่ที่ห้องเรานะคะ ฮือๆๆ เขาจะพาหนูมาหาคุณแม่ แต่คุณอาตกลงไป ชะ ช่วยเขาที ฮืออ หนูกลัว ฮึกๆ”

ฉันเห็นลูกสาวร้องไห้สุดตัวก็วันนี้ ฉันทำอะไรลงไป ฉันพรากพ่อเขาไป ฉันกำลังเป็นตนเหตุที่ทำให้พ่อยี่หวาตกลงไป ทุกที่มีแต่เสียงร้องไห้ ไม่นานนักที่นี่ก็เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ ฉันกับแม่ทำอะไรไม่ถูก เขากำลังช่วยชีวิตซูโฮ

            “ช่วยพี่ชายฉัน ช่วยเขาที”

ไอรีนก็ไม่ต่างกัน เธอเอาแต่ร้องไห้อย่างขวัญเสีย ไม่นานนักพวกเขาก็เอาซูโฮขึ้นมา

            “เรายังพบสัญญาณชีพครับ ดีที่คนไข้หล่นไปค้างอยู่ที่ระเบียงชั้นรองจากด้านบน”

ฉันทำไมรู้สึกมีความหวังนะ ทันทีที่ได้ยินบทสนทนาของทีมหมอ ฉันกับแม่และยี่หวาอาศัยมากับตำรวจ เขาพาเรามาที่โรงพยาบาลค่าย เพราะคำสั่งของใครบางคน หน้าห้องฉุกเฉิน วุ่นวายเพราะพ่อแม่ของซูโฮกำลังมาที่นี่ พวกฉันสามคนเลือกที่จะหลบมาอยู่ด้านนอก สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับคุณหมอที่เตรียมพร้อมเข้าห้องฉุกเฉิน แววตาของเขาต่อให้มีแมสปิดปากฉันก็จำเขาได้ดี

            “ชะ ช่วยเขาที ฮึก ขอร้องช่วยเขาให้รอดที ได้โปรดเถอะหมอมาร์ค”

เขาหยุดยืนฟังฉัน แต่ก็เพียงอึดใจ เขาไม่หันมามองฉันด้วยซ้ำ ฉันได้แต่มองช่วงขาของเขาที่ก้าวเดินไปยังห้องฉุกเฉิน หลังจากนั้นหน้าห้องฉุกเฉินดูเงียบลง จะมีก็แค่เสียงร้องไห้ของคุณแม่ซูโฮ เธอร้องไห้ตลอดเวลาหลังจากมาถึง ไอรีนเดินไปเดินมา เธอไม่ได้เข้ามาระรานฉันและครอบครัว อาจจะเป็นเพราะคุณพ่อของเธอห้ามไว้ แต่สายตาเกลียดชังของเธอก็ถูกส่งมาที่ฉันอยู่บ่อยครั้ง ยี่หวาอยู่ๆก็เดินลงจากตักฉัน ฉันงงว่าลูกกำลังจะทำอะไร

            “ยี่หวา จะไปไหนลูก”

คุณแม่ของฉันเดินตามยี่หวาไปติดๆ ฉันไม่มีแรงลุก อาจเป็นเพราะฉันไม่กล้าเดินไปแถวๆประตูห้องฉุกเฉิน

            “คุณยาย อย่าร้องไห้นะคะ”

สาวน้อยกำลังจับมือคุณย่าของเขา ความไร้เดียงสาของลูกทำฉันน้ำตาร่วงอีกครั้ง ลูกมองทุกอย่างว่าคือความรัก เขารู้จักเป็นห่วงคนอื่น ซึ้งฉันไม่มีเลย แบมแบมสอนเขาได้ดีจริงๆ ดีแค่ไหนนะ ที่เขาไม่ได้ซึมซับพฤติกรรมแย่ๆแบบฉัน

            “ย่าลูก หนูต้องเรียกย่าสิคะ ฮึก ฮือ หลานย่า”

ภาพที่ฉันไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น อ้อมกอดของสายสัมพันธ์มันดูอบอุ่น สิ่งที่เป็นจริงความเป็นจริงมันอบอุ่น ฉันคือคนที่มองแต่ด้านลบ และโหยหาความรักตลอดเวลา ทั้งๆที่ความรักอยู่รอบตัวฉัน

            “ย่าเหรอคะ”

            “จ๊ะย่าคือย่าของหนู นี่คุณปู่ และคุณพ่อของหนูกำลังไม่สบายอยู่ในห้องนั้นลูก ฮือ

ยี่หวากำลังงง สาวน้อยมองมาที่ฉัน ก่อนจะวิ่งกลับมาหาฉัน

            “ในห้องคือคุณอาไม่ใช่เหรอคะ”

            “...”

            “คุณอาไม่ใช่คุณพ่อ”

            “ยี่หวา แม่ขอโทษค่ะคนดี ขอโทษที่ไม่เคยพูดความจริงกับลูก”

            “น่ะ หนูไม่เข้าใจ”

ฉันมองลูกสาวที่ส่ายหัวแรงๆ เพราะเธอกำลังสับสนกับทุกอย่าง ลูกน้อยเอามือจับหัว จนฉันต้องดึงมือลูกมาจับไว้

            “ยี่หวา คุณอาคือพ่อของลูก ฮือ....”

ฉันรู้สึกผิดจนต้องปล่อยโฮ ลูกต้องมารู้ความจริงก็เมื่อพ่อเขาอยู่ในสภาพแบบนี้

            “คุณพ่อเหรอคะ”

            “...”

ดึงลูกมากอดไว้แนบอก ผิดไปแล้วจริงๆทุกอย่างมันผิดไป ก่อนหน้าฉันทำอะไรอยู่นะ ฉันทำร้ายคนไปกี่คนแล้ว อ้อมกอดของลูกตอนนี้อบอุ่นเหลือเกิน ถ้าไม่ใช่เพราะซูโฮ ฉันคงไม่ได้มานั่งกอดลูกอยู่ตรงนี้ ฉันกอดลูกไว้จนสาวน้อยหยุดร้องไห้ หลังจากนั้นเวลาเดินผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมง

            แกร๊ก! เสียงเปิดประตูทำทุกคนวิ่งเข้าหา ไม่เว้นแต่ยี่หวา และคุณแม่ของฉัน     

            “คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ แต่หมอมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ ขอญาติใกล้ชิดของคนไข้พบหมอที่ห้องตรวจทีนะครับ”

เป็นคุณพ่อของซูโฮที่เดินตามหมอมาร์คไป ทุกคนก็นั่งรอเงียบๆที่ห้องฉุกเฉิน เวลาผ่านไปเกือบ 20 นาที ท่านก็กลับมาพร้อมใบหน้าไม่สู้ดีเลย

            “คุณคะ มะ หมอว่าไงคะ”

            “อัมพาต”

            “อะไรนะ คุณว่าอะไรนะ ฮึก ฮือ ไม่ๆ”

            “คุณๆ ใจเย็นๆนะ เราต้องรักษา เราจะช่วยกันรักษา”

            “เพราะแกอีบ้า เพราะแก ฮึก พี่ชายฉัน ฮึก ฮือ”

            “พอ พ่อบอกให้พอ!

คุณพ่อของซูโฮ รีบมาดึงไอรีนที่กำลังเดินตรงมาหาฉัน ฉันไม่คิดจะหลบเธอ ใช่มันเพราะฉัน เขาต้องหมดอนาคตเพราะฉัน ฉันรู้สึกกดดันจนน้ำตามันค่อยๆไหลเป็นสายอีกครั้ง

            “คุณแม่ขา หนูกลัว ฮือ....”

ลูกสาวขวัญเสีย ลูกน้อยกำลังกลัวและตกใจกับทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า

            “พาลูกกลับไปพักเถอะนะหนู ทางนี้เดี๋ยวฉันดูแลเอง”

            “หนูจะไปหาคุณพ่อ ฮืออ”

ยี่หวาคงกลัวการโดนพรากจากคนที่ได้ชื่อว่าพ่อ สาวน้อยร้องไห้อย่างหนักอยู่ในอ้อมกอดของฉัน

            “ขอหนูอยู่ที่นี่อีกสักพักนะคะ หนูขอโทษที่เรื่องเลวร้ายมันเกิดขึ้นเพราะหนู หนูขอแค่พ่อยี่หวา ออกมาจากห้องผ่าตัดก็พอ”

ท่านไม่ตอบฉัน ได้แต่คอยปรามลูกสาวไม่ให้มายุ่งกับฉัน ฉันเห็นหมอมาร์คเดินออกมาจากห้องตรวจของเขา เลยฝากลูกไว้กับแม่แล้วเดินตามเขามาติดๆ กำลังจะเรียกเขาแต่เขากลับหันมาซะก่อน

             “...”

            “มีธุระอะไรกับหมอเหรอ”

            “ขะ ขอ คุยด้วยได้ไหม”

            “ตรงโน้นมีที่นั่ง ตามหมอมาสิ”

ฉันเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ตลกตัวเองที่เวลานี้อยากพูดกับเขาทั้งๆที่สร้างปัญหาให้ครอบครัวเขาสารพัด

            “ขะ เขา จะหายไหม”

            “หมอบอกไม่ได้ กระดูกสันหลังเขาหักหลายส่วน ต่อจากนี้เขาจะควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้ และเจ็บปวดกับความเสียหายของร่างกาย”

            “เขาไม่มีสิทธิ์หายเลยเหรอ”

            “ขอหมอดูอีกสัก 8-12 สัปดาห์แล้วหมอจะบอกนะ”

            “รักษา ฮึก รักษาเขาที ฮือ รักษาเขานะ หนูขอ”

ฉันยกมือไหว้หมอมาร์ค พอรู้ว่าซูโฮจะต้องทรมานแค่ไหน ฉันก็เริ่มกลัว ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในจิตใจ

            “ช่วยกันไหม วิวช่วยหมอได้ไหม ถ้าคนไข้มีกำลังใจ หมอคิดว่าเขาต้องหาย”

            “ฮึก ฉะ ฉัน”

            “คนเจ็บต้องการกำลังใจ วิวขอให้หมอช่วย หมอก็ช่วยได้แค่รักษาทางร่างกาย แต่จิตใจหมอรักษาไม่ได้หรอก”

นิ่งงันอยู่ในห้วงความคิด เขาเจ็บเพราะเรา ถ้าไม่ได้เขาเราจะได้กลับมาอยู่กับลูกไหม เราจะได้กลับมายืนอยู่กับแม่ไหม

            “จะต้องทำยังไงคะ”

            “หลังจากนี้ซูโฮต้องรักษาตัวอย่างใกล้ชิด 3-4 เดือน วิวกับลูกต้องมาคอยให้กำลังใจเขา ทำได้ไหม”

            “คะ นะ หนูจะทำ”

            “ครับ”

            “ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเขา ถ้าเป็นที่อื่นหนูก็ไม่รู้จะไปขอให้เขารักษาพี่ซูโฮได้ยังไง”

            “ยังไงก็ต้องเป็นที่นี่”

            “คะ ?

            “ฟังไม่ผิดหรอก ต้องเป็นที่นี่ ที่เขาต้องมารักษาตัว เพราะหมอประสานงานให้เขาเอง”

            “หมอรู้ได้ไงว่าเขาเจ็บ

            “ซูโฮโทรมาหาหมอ เขากลัววิวจะมารบกวนหมอกับน้องแบมอีก เพราะวิวไม่ได้อยู่ที่คอนโด แต่หมอบอกว่าวิวไม่ได้มาที่บ้านหมอ แต่ระหว่างพูดสายเขาก็บอกว่ารู้แล้วว่าวิวอยู่ที่ไหน เขาได้รับข้อความจากน้องสาวเขาน่ะ เขาเลยรีบไปหาวิวแล้วก็ขาดการติดต่อกับหมอ น้องแบมบอกให้หมอออกมาดูกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วมันก็เกิดเหตุจริงๆ หมอขับรถมาที่คอนโดวิว เห็นซูโฮอยู่กับแม่ของวิวและยี่หวา เขากำลังรีบร้อนไปทางหลังคอนโด หมอจอดรถและวิ่งตามเขามา กำลังจะขึ้นไปดาดฟ้าก็เห็นซูโฮตกลงไปแล้ว เลยโทรเรียกรถพยาบาล แล้วก็วิ่งลงไปดูซูโฮที่ตกลงไป ทุกคนกำลังช็อกคงไม่ได้สนใจหมอนัก หมอเป็นคนประสานงานให้เขาส่งคนเจ็บมาที่นี่ พอมาถึงก็เตรียมตัวผ่าตัด เพราะชีพจรของซูโฮเต้นช้ากว่าปกติมาก

 “ขอบคุณ ขอบคุณที่ช่วยเขา ทุกอย่างมันเลวร้ายเพราะหนู คุณไม่เกลียดหนูเหรอ แบมก็ไม่เกลียดหนูใช่ไหม”

 “ถ้าน้องแบมเกลียด เขาจะให้หมอรีบตามมาดูเหรอ เขายังเห็นหนูเป็นคนสำคัญเสมอ ส่วนตัวหมอไม่ได้เกลียดเราหรอก หมอรู้ว่าเรายังโตไม่พอ ก็หมอก็มีภรรยาเด็กนี่นะ หมอรู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะแยกแยะอะไร หมอแค่อยากให้วิวหลุดจากความคิดที่สร้างโดยตัวเองจนมองไม่เห็นคนรอบข้างเท่านั้นเอง”

“หนูขอโทษ ขอโทษจริงๆค่ะที่ทำอะไรไปโดยความเห็นแก่ตัว”

“เริ่มต้นใหม่นะ เพราะคนที่นอนเจ็บอยู่นั่น เขาพยายามจะเริ่มต้นใหม่กับวิวนานแล้ว ไม่มีใครต้องชดใช้อะไรแล้ว เจ็บกันพอแล้วล่ะ”       

ฉันได้แต่พยักหน้ารับ หมอมาร์คเดินออกไป ในแววตาของเขาก็เจ็บปวด เขามีอะไรบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้ผู้ใหญ่อย่างเขาก็มีบาดแผล แล้วซึ่งเป็นฉันที่เป็นคนสร้างบาดแผลไว้ให้พวกเขา ได้แต่ร้องไห้และทุบหน้าอกตัวเอง มันเจ็บจนจุก แน่นไปหมด ความทรมานหลังจากเรียนรู้ถึงความผิดของตัวเองมันเป็นแบบนี้เองหรือ

            “ร้องทำไมเหรอ เธอน่าจะดีใจที่พี่ชายฉันนอนติดเตียง เขาตามเธอไม่ได้อีกแล้วหนิ่ เธอน่าจะหัวเราะมากกว่าร้องไห้สิ”           

ได้แต่เงยหน้ามองคนที่ยืนพูดอยู่ใกล้ๆ คำพูดถากถางไม่ใช่สิ่งที่ฉันเก็บมาคิดนัก เพราะเหตุทั้งหมดมันเป็นเพราะฉันเป็นคนก่อ

            “พี่เป็นคนบอกพี่ซูโฮเหรอ ว่าฉันอยู่บนยอดตึกนั่น” 

เขาไม่ตอบคำถามฉัน ทำเพียงแต่มองไปทางอื่น แสดงให้รู้ว่าเธอไม่อยากมองหน้าฉันนัก

            “ไม่ได้อยากให้ฉันตายหรอกเหรอ”

            “ฉันอยากให้เธอตาย แต่พอนึกถึงพี่ชายที่คอยตามเธอเป็นบ้าเป็นหลังฉันก็นึกอยากให้เธออยู่ เพราะความสุขของพี่ ฉันสองจิตสองใจ นาทีที่ฉันเห็นเธอกำลังจะโดด ฉันเอาแต่คิดว่าถ้าเธอโดดลงไปก็ถึงคราวตายของเธอ ถ้าพี่ฉันมาทันก็แสดงว่าเธอยังไม่สมควรตาย สำหรับฉันไม่ว่าเธอจะอยู่หรือตายมันไม่สำคัญ แต่เธอสำคัญกับพี่และหลานฉัน

สำคัญหรือ ฉันก็มีความสำคัญกับคนอื่นหรือ นี่คือสิ่งที่ฉันคิดหลังจากไอรีนเดินห่างออกไป ฉันควรทำตามที่หมอมาร์คบอก เป็นกำลังใจให้กับคนที่คิดว่าฉันสำคัญ....


@ บ้านต้วน

BAMBAM P.

สัมผัสอุ่นๆทำให้รู้ว่าคนที่เฝ้ารอมาถึงแล้ว ดวงตาที่เพิ่งปิดสนิทไปได้ไม่นานเริ่มค่อยๆ เปิดออกมองหน้าสามีที่ก้มประทับรอยจูบที่ข้างแก้ม

            “กลับมานานแล้วเหรอครับ เกิดเรื่องขึ้นจริงๆใช่ไหม”

            “ครับ เกิดเรื่องนิดหน่อย”

            “เหนื่อยไหมครับ”

            “พี่ไม่เหนื่อยเลยน้องน้อย แต่...หนูไม่อยากรู้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้น”

            “อยากครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดกลับมาอยู่ตรงนี้แล้ว”

ลุงหมอสามี ผละออกมาสบตากับผม เขาคงมองออกว่าผมไม่ได้สบายใจอย่างที่แสดงออก มือเรียวของสามีลูบใบหน้าผมไปมา อย่างปลอบโยน

            “วิวตะวันคิดจะฆ่าตัวตายครับ แต่คนที่รับเคราะห์แทนคือซูโฮ พี่ได้พูดคุยกับวิว ตัวเขากลัวหนูเกลียดเอามากๆเลยนะ แต่นาทีแย่ๆแบบนี้พี่ยังเกลียดเขาไม่ลง”

            “น้องแบมไม่มีวันเกลียดวิวหรอกครับ เพราะช่วงเวลาที่หวาดกลัวที่สุดของน้องแบมเคยมีเขาอยู่ข้างๆ แต่...น้องแบมคงไม่มีวันอภัยให้เขาเรื่องที่เขาคิดร้ายกับลุงมาร์ค และทำให้เราต้องเสียเจ้าตัวน้อยไป”

ผมกระชับอ้อมกอดของสามีไว้แน่น ชาตินี้ทั้งชาติขออย่ายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้อีกเลย

            “นอนต่อนะครับ พี่ไปอาบน้ำก่อนจะรีบมานอนให้หนูหนุนอก”

            “ครับ”

ได้แต่ส่งยิ้มบางๆให้สามี อดย้อนคิดถึงเรื่องวิวตะวันไม่ได้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงตกใจไม่ใช่น้อยที่เขาคิดจะฆ่าตัวตาย และคงต้องคิดโทษตัวเองที่เป็นสาเหตุ แต่ตอนนี้ผมกับเฉื่อยชากับเหตุการณ์ที่ได้รับ นั่งอยู่บนเตียงกว้างอยู่ชั่วครู่ก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ผมเผลอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงร้องไห้อย่างเสียขวัญจากสามี

            “ลูก ลูกครับ อย่าไป ฮึก ป๊ะป๋า ขอโทษๆ อย่าไปนะ ฮือ. ป๊ะป๋าขอโทษที่ไม่เชื่อหม่ามี๊ของลูก ฮึกฮื้อ”

             “ลุงมาร์ค ลุงมาร์คครับ คุณเสือ อย่าร้องเลยนะ ฮื้อ...”

ผมทั้งเขย่าตัวทั้งเรียกคนที่นอนละเมอร้องไห้ ผมรู้ว่าเรื่องลูกคือแผลขนาดใหญ่สำหรับเราทั้งคู่ แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคือสามีผมเอาแต่โทษตัวเองว่าทั้งหมดเป็นความผิดเขา ที่อยากมีลูกทั้งๆที่เรื่องมันยังไม่เคลียร์

            “ลุงมาร์ค ตื่นเถอะครับ”

            “ครับ!

            “ฝันร้ายอยู่เหรอ ไม่มีอะไรแล้วนะครับ ไหนให้น้องแบมเช็ดน้ำตาให้ก่อน”

            “หนูก็ร้องไห้เหรอน้องน้อย”

เหมือนเจ้าตัวยังไม่รู้ว่าใบหน้าคมมีแต่น้ำตา ได้แต่สนใจผม เราสองคนช่วยกันเช็ดน้ำตาให้กันและกัน นาทีนี้เราคงต้องช่วยกันเยียวยาสภาพจิตใจของเราไปพร้อมๆกันสินะ

 

3 เดือนให้หลัง

เหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น เว้นเรื่องเดียว เรื่องคุณหมอที่ชอบนอนละเมอร้องไห้ เรียกหาลูกน้อย ใจเขาไม่ปล่อย

ยังขังตัวเองอยู่กับบาดแผลที่ฝังใจ

 “ลุงมาร์ค”

 “ครับ”

“ขอไปโรงพยาบาลด้วยนะครับ”

“หนูควรพักครับ น้องน้อยที่รัก”    

“น้องแบมพักมาสามเดือนแล้วน๊า ร่างกายก็แข็งแรงดีแล้ว ขอไปด้วยนะคะหนูเป็นห่วงคุณหมอสามีค่ะ เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอนเลย ออกจากเวรก็ดึกแล้ว แล้วไหนจะนอนร้องไห้น้ำตานองหน้าอีก”

 “ขอโทษครับ”   

“ขอโทษน้องแบมทำไม...”

“ที่แทบทุกคืนหนูต้องตื่นมาพร้อมกับฝันร้ายของพี่” 

ผมรีบเดินเข้าไปหาสามี โอบกอดเขาไว้แน่น อยากให้เขารู้ว่าผมไม่ได้คิดมากเรื่องไม่ได้นอน แต่ผมคิดมากเรื่องอาการของสามีหมอต่างหาก ผมกลัวสภาพจิตใจของเขา ผมเสียใจ แต่คนที่เสียใจที่สุดคงเป็นสามี เขากำลังเป็นโรคซึมเศร้า ผมรู้ว่าสมองเขาไม่เคยหยุดคิดถึงลูกเลย อยากรักษา อยากเยียวยาจิตใจของเขา และตอนนี้ร่างกายและใจผมก็พร้อมสำหรับสามีแล้ว ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามี มีความสุขกับปัจจุบัน

            “ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องอดนอน แต่คิดอยู่เสมอว่าจะทำยังไงให้สามีของน้องน้อยหลับสนิทครับ”

ผมยืดตัวเต็มความสูงจูบลงที่ริมฝีปากหยักเบาๆ

            “ขอไปนั่งเฝ้าสามีสักวันนะครับ ตอนกลางวันจะได้ไม่นั่งนึกถึงเรื่องเศร้าๆอยู่เพียงลำพัง”          

            “ครับน้องน้อย”

 

@โรงพยาบาลค่าย

ในที่สุดสามีหมอก็ต้องยอมตามใจน้องน้อยอย่างผม เราสองคนเดินจูงมือกันเขามาในโรงพยาบาล เราเดินคุยกันมาตลอดทาง รอยยิ้มได้ใช้งานอยู่เป็นระยะ แต่มันก็ดันมีสิ่งที่ทำให้ผมยิ้มไม่ออก เมื่อคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกลับต้องมาเจอกันอีก สามเดือนกว่าแล้วที่ไม่ได้ติดต่อ กลับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ผมทำเพียงแต่ติดต่อกับ

ยี่หวา สำหรับผู้หญิงตรงหน้าผมตัดขาดเขาแล้ว ไม่คิดจะเจอก็ต้องมาเจอ ผมกระชับมือสามีออกแรงดึงให้เดินผ่าน จะเรียกว่าหนีก็ได้ ยิ่งเจอหน้าเธอผมยิ่งปวดหัวใจ ไม่ได้เกลียด แต่ผมให้อภัยเธอไม่ได้เลย

            “แบม...ขอโอกาส ได้ขอโทษได้ไหม”

ผมตกใจเมื่ออยู่ๆเธอก็คุกเข่าก้มหน้าอยู่ที่พื้น ผมไม่ได้ตั้งตัว และดูลุงมาร์คก็ตกใจเช่นกัน เขาหันมามองหน้าผม เหมือนต้องการถามว่าผมจะเอายังไงกับผู้หญิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า

            “ถ้าเป็นไปได้ไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีกได้ไหม ต่อแต่นี้ใช้ชีวิตอยู่อย่างคนไม่รู้จักกันเถอะ เดินผ่านไม่ต้องทัก ให้มองเลยผ่านไป เพราะผมเองก็ไม่ได้เห็นคุณอยู่ในสายตาอยู่แล้ว”

            “ฮึก ฮือ...”

            “อย่าร้องอีกเลย ถ้าคุณรู้สึกผิดต่อผมจริง ก็ทำตามที่ผมขอเถอะได้โปรด”

ผมออกแรงกระตุกมือเรียวของสามีเบาๆ ก่อนจะพากันเดินออกมาจากผู้หญิงที่นั่งร้องไห้ สะอึกสะอื้นอยู่ที่พื้น สิ่งที่ทำได้ก็มีเท่านี้ ผมอภัยให้เธอไม่ได้แล้ว การที่จะกลับมามองหน้ากันอีกครั้งคงเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับผม

            “พี่กอดหนูได้ไหมคะ น้องน้อย...”

พอถึงห้องตรวจ คุณหมอสามีก็มองผมไม่วางตา แววตาเขากำลังเป็นห่วงผม

            “กอดสิคะ”

ผมส่งยิ้มบางๆให้สามี แสดงท่าทางให้เขาสบายใจว่าผมไม่ได้คิดอะไรแล้ว เรื่องวิวไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมต้องทุกข์ใจอีกต่อไปแล้วล่ะ ผมยืนให้สามีกอดอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนเขาจะผละออก เพราะใกล้ถึงเวลางานของคุณหมอแล้ว ส่วนผมก็หลบมานั่งพักอยู่ในห้องพักแพทย์ เพื่ออ่านหนังสือ เตรียมตัวกลับเขาไปศึกษาต่ออีกครั้ง

ก๊อก ก๊อก ผมเงยหน้าจากหนังสือ เมื่อมีคนมาเคาะประตู พอรู้ว่าเป็นใครที่เดินเข้ามา ผมก็ยิ้มกว้างทันที

“สวัสดีครับคุณหมอ มานั่งด้วยกันก่อนสิครับ”         

คุณหมอผึ้งเดินมานั่งข้างๆผม ร้อยยิ้มอย่างคนใจดี เห็นแล้วเรียกรอยยิ้มตามได้ไม่น้อย

            “ดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ มีพยาบาลไปแจ้งว่านาวาพาภรรยามาด้วย หมอเลยแวะมาทักทายสักหน่อย เห็นสีหน้าสดใสก็รู้สึกดีใจแล้วค่ะ”

            “ขอบคุณครับ... คุณหมอผมรบกวนถามอะไรสักนิดได้ไหมครับ”

            “ได้สิคะ”

            “เรื่องลูกครับ จะมีโอกาสไหมที่จะมีลูกอีกครั้ง และเขาจะเป็นอันตรายไหม”

            “มีโอกาสสิคะ จริงๆคุณแบมแบมไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุเจ้าตัวเล็กคงไม่จากไปแบบนี้”

คุณหมอก้มหน้าลง เธอเองก็คงกลัวคำพูดทำให้ผมสะเทือนใจ

            “ได้ยินแบบนี้ผมก็หมดห่วงเรื่องจะมีเจ้าตัวเล็กอีกครั้งแล้วครับ ห่วงก็แต่...”

            “นาวาใช่ไหมคะ”

            “ครับ”

            “ไม่ใช่แค่คุณแบมแบมที่ห่วงนาวาค่ะ เพื่อนๆเขาก็เป็นห่วงเช่นกัน นาวามีโลกส่วนตัวมากขึ้น จากที่ไม่ค่อยพูด ยิ่งไม่พูดเข้าไปใหญ่ มีบางครั้งหมอไบร์ท หมอเซนต์ เอาเรื่องมาปรึกษาเพื่อนๆหมอด้วยกัน เพราะเวลานาวาหลับอยู่ที่ห้องพักแพทย์ทุกคนจะได้ยินเสียงหวีดร้องหาตัวเล็กค่ะ ทุกคนแนะนำให้นาวา มีลูกใหม่อีกซักคน แต่นาวาแกกลัวและบอกไม่พร้อมตลอด”

            “นั่นสิ ผมควรทำยังไงดี...”

ผมนิ่งฟัง และหลุดพูดออกมาลอยๆ สิ่งที่คุณหมอบอกมันใช่ทุกอย่าง ผมจะทำยังไงให้สามีผมหายจากความทรมานดี

            “ถ้านาวาไม่กล้า คุณแบมแบมต้องกล้าแทนค่ะ”

            “ยังไงครับ”

            “พยายามแสดงให้เห็น ว่าคุณแบมแบมไม่ได้กลัวการมีลูก อาจจะเป็นไปได้ ที่นาวาก็คิดว่าคุณแบมแบมก็ยังไม่พร้อมเช่นกัน”

            “หมายถึงให้ผม...รุกเหรอครับ”

            “ใช่ค่ะ บอกกับนาวาไปตรงๆว่าอยากมีลูกแล้ว กล้าที่จะสร้างความสุขให้สามี เวลาที่คิดว่าต่างคนต่างนอนก็อาจจะต้องน้อยลง เปลี่ยนให้เป็นเวลาสร้างสุขกันในแบบสามีภรรยามากขึ้น บางทีอาจจะต้องใช้ภาษากายในการบําบัด”

            “ผมจะทำครับ”

ในเมื่อมันก็เป็นส่วนที่ภรรยาต้องทำอยู่แล้ว ในเมื่อสามีอ่อนแอ ในฐานะภรรยาผมควรดูแลเขาได้ ถ้าพากันเศร้าในทุกครั้งที่เจอหน้า ผมกับลุงหมอ คงจมอยู่แต่กับความทุกข์

            “ปั้นเจ้าตัวเล็กให้ได้นะคะ หมอรอดูแลทั้งคุณแบมแบม และเจ้าตัวเล็กอยู่”

            “ขอบคุณครับ”

            “เดี๋ยวหมอต้องเข้าตรวจคนไข้แล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะ”

            “สวัสดีครับ”

ประตูห้องถูกปิดอีกครั้ง ความเงียบทำให้ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่หลักๆคงหนีไม่พ้นเรื่องลุงมาร์ค จนเวลาร่วงเลยมาพักใหญ่ จึงตั้งใจอ่านหนังสือต่อ อยู่ในห้องจนถึงเวลาพักของคุณหมอสามี

            แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกโดยคุณหมอเจ้าของห้อง สามีสุดหล่อเดินเข้ามานั่งข้างๆผม

            “หิวไหมครับ”

            “ไม่หิวครับ”

            “ร.อ. ผึ้ง มาหาสีหน้าหนูดูมีความสุขนะ”

            “คุณหมอเขาดูใจดีและอ่อนโยนล่ะมั้งครับ คุยสนุกด้วย”

            “วันหลังพี่เชิญ ร.อ. ไปทานข้าวที่บ้านด้วยดีกว่า”

            “ดีเลยครับ”

            “เดี๋ยวอีกสักพัก พี่ต้องไปดูอาการของซูโซครับ วันนี้มีนัดตรวจเขา”

            “ถึงว่า ทำไมเจอวิวที่นี่”

            “หนูกลัวการต้องพบเขาบ่อยๆที่นี่ไหม ถ้ากลัววันไหนที่พี่มีตรวจซูโฮจะบอก หนูจะได้อยู่ที่บ้านกับม๊า จะได้สบายใจกว่าดีไหมคะ”

            “น้องแบมจะกลัวเจอคนที่ น้องแบมไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาแล้วทำไมครับ”

            “ดีใจที่หนูคิดแบบนี้นะน้องน้อย งั้นรอพี่อยู่ที่ห้องพักแพทย์ก่อนนะครับ ถ้าออกเวรเราค่อยไปหาอะไรทานกัน”

            “ครับ”

ลุงหมดพักสายตาอยู่ในห้องกับผมอยู่เกือบครั้งชั่วโมง ก่อนจะไปที่ห้องตรวจ ส่วนผมก็ออกมาเดินเล่นที่ระเบียงด้านหน้า รับลมเย็นๆ พอให้รู้สึกดี กำลังจะหมุนตัวกลับเข้าห้อง ก็เห็นครอบครัวของพี่ซูโฮเข้า

ร่างกายผมมันสั่งให้หยุดยืนมองให้แน่ใจ ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่พี่ไอรีน แต่เหมือนผมจะต้องผิดหวัง เมื่อเธอก็เห็นผม และกำลังเดินตรงมาที่ระเบียง

            “สวัสดีค่ะแบมแบม”

            “....”

            “ไม่ดีใจเหรอคะที่เจอไอรีน”

            “ผมควรจะดีใจเหรอ ที่ได้เจอตัวต้นเรื่อง ของชีวิตผม”

            “ผู้หญิงน่ะ มีหลายแบบ และผู้หญิงที่แบมเจอก็หวังแต่จะครอบครอง ลองย้อนคิดดูสิคะ ว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือใครกัน ถ้าคุณไม่ให้ความหวังผู้หญิงอย่างเรา เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นไหม หรือกรณีของคุณอาจจะโชคร้ายหน่อยที่ดันไปให้ความหวัง ผู้หญิงจำพวกอยากได้อยากครอบครอง”

            “....”

หมดคำพูดผมเถียงเธอไม่ได้เลย นั่นสิผมผิด ความผิดที่ให้ความหวัง การอยากรู้อยากลองคือความผิด

            “ฉันอยากรู้จังว่า ฉันจะเขามาในชีวิตคุณได้อีกหรือเปล่า รู้สึกอยากได้แล้วสิ ผู้ชายที่จูบเก่ง ใบหน้าหล่อ แถมฐานะโคตรมั่นคง”

            “อย่าเข้ามาในชีวิตผมอีกเลย”

            “นี่ใช่คำขอร้องไหมนะ”

            “ใช่ผมขอร้อง...”

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเหนื่อยล้าจนต้องเอ่ยขอร้องใครง่ายๆ แต่ผมแค่รู้สึกว่าที่ผ่านมาชีวิตผมวุ่นวายเกินพอแล้วล่ะ

            “น่าสงสารจังค่ะ”

อยู่ๆเธอก็สวมกอดผม วาจาร้ายๆดูจะเงียบไป

            “ถึงฉันจะดูร้าย แต่ก็รู้จักรักคนเป็นค่ะ ก่อนนี้คิดแต่จะแก้แค้นยัยวิว แต่พอได้เห็นความรักของพี่ชาย ฉันก็อยากมีบ้าง ถ้าฉันไม่คิดทำร้ายใครฉันคงได้ความรักนั้นบ้าง ฉันยังอยากได้ความรักจากคุณนะแบมแบม”

วาจาที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น น้ำเสียงที่ดูอบอุ่นทำให้ผมทึ่งในตัวผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่ผมกลัวมาตลอดเหมือนได้รับการปลดแอก

            “ขอโทษที่ความไร้เดียงสาของผมเคยทำร้ายคุณ ขอบคุณที่ไม่คิดจะแก้แค้นหรือเอาความอะไรผมอีก”

            “สำหรับคุณ ฉันไม่ได้อยากแก้แคนหรอก คิดแต่ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะได้มา”

เธอผละอ้อมกอดของเธอออกมามองหน้าผม สายตาดูทีเล่นทีจริง บางที่ผู้หญิงอย่างไอรีนก็กลายเป็นคนอ่านยากสำหรับผม

            “ผมถามคุณได้ไหม ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตผมต้องเจอกับอะไรบ้าง”

            “ฉันแค่หาข้อด้อยของผู้หญิงพวกนั้นแล้วเล่นงานเธอ สังคมไฮโซอย่างที่พวกเราอยู่ ถ้าใครมีจุดอ่อนก็จะโดนเหยียบจมดิน ฉันแค่งัดจุดอ่อนของพวกนั้นออกมา พวกนั้นทนไม่ได้ก็เริ่มลาออกจากโรงเรียน บ้างก็หายหน้าหายตาไปจากสังคม ฉันไม่ใช่ฆาตกรที่เที่ยวฆ่าใครต่อใคร ยัยวิวคงกรอกหูคุณไว้เยอะสินะ”

            “…

พอได้ยินเธอพูดแบบนี้ผมรู้สึกโล่งใจ ไม่ได้มีเรื่องเลวร้ายอะไรอย่างที่วิวพยายามจะบอก

            “ฉันขอฝากอะไรถึงสามีคุณได้ไหม”

            “ครับ?”

            “ให้เขาดูแลคุณดีๆ ฉันรอเสียบอยู่ ไม่ใช่ฉันไม่อยากได้คุณหรอกนะ แต่แค่พยายามยอมรับว่าคุณมีเจ้าของแล้ว ถ้าเขาปล่อยให้คุณหลุดมือเมื่อไหร่ ฉันจะรั้งคุณไว้ให้ได้ เพราะยิ่งโตคุณยิ่งมีเสน่ห์”

            “….”

ผมได้แต่ยืนมองเธอ ช่วงขาขาวๆกำลังเดินออกไปจากผม แต่คำพูดที่เธอทิ้งไว้ ก็ทำให้ผมมีลอยยิ้มบางๆ ผมเพิ่งเข้าใจ ว่าจริงๆแล้วผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างวิวไม่ใช่คนดีที่สุด และผู้หญิงร้ายๆอย่างไอรีนก็ไม่ใช่คนที่ร้ายที่สุดเช่นกัน...

            “น้องน้อย!

ผมหันไปตามเสียงเรียก สามีหมอกำลังทำหน้านิ่ง ตายล่ะงานจะเข้าผมอีกไหมนะ ฉากสวมกอดของไอรีน คงอยู่ในสายตาคุณหมอสามี คนแก่อย่างเขาคงงอนผมแน่ๆ ได้แต่เดินก้มหน้าเข้าไปหา แต่สามีหมอก็ไม่พูดอะไรกับผมซักคำ เดินตามต้อยๆ อึดอัดจนถึงร้านอาหาร

            “ลุงหมอ”

            “กลับบ้านพี่จะทำโทษหนู”

            “ครับ”

การทำโทษของเขาคงไม่พ้นฟัดผมแรงๆหรอก แต่ผมเพิ่งหาย เขาคงไม่ทำอะไรผมแรงๆหรอกมั้งนะ ถึงจะคิดว่าต้องได้รับโทษที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ก็เข้าใจว่าสามีผมหึงหวงแรง ถ้าเขาจะทำอะไรผมก็ยอม....

.........................................................

ขออภัยที่มีการอัพเดทซ้ำนะขอรับ

หายไปนานเลยคิดถึงนะคะ แต่ก็มีหน้าที่และสิ่งที่ต้องทำเยอะเลย หาเวลาแต่งให้แล้วน๊า หยุดงานเพราะเป็นไข้ เลยมีเวลาพิมพ์ ฝากเม้นท์ ฝากให้กำลังใจกันน๊า ถ้ากรุณาเล่นแท็กจะเป็นพระคุณมากๆ

เล่น IG ไหมคะ มีฟิคให้อ่านค่ะ

ถ้าคิดถึงเหนือตามไปจ๊ะ

fic_got7_by_nhua


ช่องทางติดต่อเหนือกลุ่มปิดเฟสชื่อ ทาสของฟิค
ส่วนอันนี้ทวิตเหนือนะคะ @neua12345678
ฝากเม้นท์ ฝากโหวด ฝากติดแท็กนะคะ กำลังใจอยู่ตรงนี้แหละ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 392 ครั้ง

1,478 ความคิดเห็น

  1. #1477 renu_81018g7 (@renu_81018g7) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 03:14
    เมื่อไหร่ คุณไร จะหยุดงาน อีกนะ จะได้มาต่อ คิดถึง น้องน้อย แย่แล้ว
    #1477
    1
  2. #1472 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:22
    เสกเบบี้เข้าท้องไปเลยค่ะนาวา
    #1472
    0
  3. #1464 Philasinee Unnop Na Ayutthaya (@philasinee30383) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:36
    รออยู่นะคะไรท์ อยากอ่านตอนต่อไปจ้า สู้ๆค่ะ
    #1464
    0
  4. #1463 NurmeeWaesama (@NurmeeWaesama) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 17:43
    เค้าติดตามไอจีแอดด้วยยย ในไอจีก็สนุก ในนี้ก็สนุก กลับมาต่อนะคะะะะะะะะ สู้ๆ
    #1463
    1
  5. #1461 Viimary1987 (@Viimary1987) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 19:02
    รีบมาต่อนะไรท์รอยุค่ะ
    #1461
    0
  6. #1460 junekimsa93 (@junekimsa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 02:09
    ขอให้มีข่าวดีเร็วๆนะน้องน้อยลุงมาร์ค คิดถึงๆๆๆๆ
    #1460
    0
  7. #1459 yoksuriyan (@yoksuriyan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 16:23
    คิดถึงจัง กลับมาเเล้ววววว
    #1459
    0
  8. #1458 tbmb2 (@Tbmb) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 10:53

    ยอมให้พี่เค้าลงโทษไปเถอะ เผื่อจะมีข่าวดีตามมา....นับถือความรักของไอรีนจริง ๆ....รอเสียบอยู่น่ะค่ะ

    #1458
    0
  9. #1457 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 10:28
    ลงโทษเยอะๆนะคะ ^^
    #1457
    0
  10. #1456 fhapronsirin (@fhapronsirin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 07:48
    คิดถึงไรท์จังเลย .จุ๊บเหม่งหน่อยยย
    #1456
    1
    • #1456-1 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 21)
      20 ธันวาคม 2561 / 20:47
      สู้ๆนะ ลุงหมอกับน้องน้อย รอหลานคนใหม่จ้า
      #1456-1
  11. #1455 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 07:17
    สารภาพว่าเกือบลืมไปแล้ว 5555 น้องแบมสุดยอดลูก รุกเลยๆๆ0
    #1455
    0
  12. #1454 Parinlada-mun (@Parinlada-mun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 02:20

    น้องต้องรุกลุงหมอแล้วลูก
    #1454
    0
  13. #1453 MTuan9397 (@MarkBow9397) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 02:14

    ไรท์กลับมาแล้ววววว
    #1453
    0
  14. #1452 JPenjarian4893 (@JPenjarian4893) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:59
    โอ๊ยยยยย ร้องไห้หนักมากสงสารลุงมาร์คและน้องน้อย
    #1452
    0
  15. #1451 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:51
    มาอีกไวๆนะคะ
    #1451
    0
  16. #1450 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:57
    ทำโทษกันอ่ะ มี NC ไหม
    #1450
    1
  17. #1449 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:56

    ไรท์กลับมาอัพแล้ว ขอบคุณค่ะ
    #1449
    0
  18. #1448 Thanan®at-Ps (@Thananrat-Ps) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:49

    อยากให้มีบทลงโทษ เจ้าตัวน้อยจะได้มาเร็วๆๆสงสารทั้งคู่เลย

    #1448
    0
  19. #1447 Nutyama (@Nutyama) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:39
    ไรท์กลับมาแล้ววววววววว วู้ววววว !!!

    ดีใจจจ 😆
    #1447
    0
  20. #1446 NokJS (@NokJS) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:41
    คิดถึงงง กลับมาเติมมน้ำให้หายคิดถึงแล้วว
    #1446
    0
  21. #1445 MB T. (@pape_jk) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:36
    จะมีฉากทำโทษไหมนะ คิกคิก
    #1445
    0
  22. #1444 Kamonnet223 (@Kamonnet223) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:05
    ไรท์คัมแบ็คแล้วจ้าาา ฮื่ออเมื่อไหร่น้องกับลุงจะมีความสุข
    #1444
    0
  23. #1443 mai_mtbb (@mai_mtbb) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:50

    ฮือออดีใจไรท์มาอัพแล้ว คิดถึงเรื่องนี้มากๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะแวะมาอัพบ้างนานๆครั้งก็ยังดี อยากรู้ว่าเรื่องจะจบยังไง ลุงหมอสู้ๆ น้องน้อยรุกเต็มที่เลยลูกมีลูกใหม่ให้ได้ ไรท์ก็สู้ๆนะคะรอไรท์เสมอ
    #1443
    1
  24. #1442 Pure-26 (@Pure-26) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:28
    มาแล้ววววว

    พอให้หายคิดถึง
    #1442
    0
  25. #1441 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:06
    จบสักทีวิวตะวัน เห็นแก่ตัวสุดๆไปเลย อย่าเจิหน้ากันดีแล้ว
    #1441
    0