ดั่งรัตติกาล

ตอนที่ 1 : Major changes (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 ธ.ค. 59

                                
1
                                 Major changes                                  

                                               

          
                                                                                  
  “ ใช่! ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาล 

เปล่าไม่โดน เธอวิ่งเข้ามาบังกระสุนให้ฉัน 

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเป็นใครมาจากไหน 

นายมาคุยกับฉันที่นี่ดีกว่ารอน “  

บุรุษหนุ่มโต้ตอบกับบุคคลที่เอ่ยถึงผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยความรู้สึกงุนงง

ลมหายเข้าออกไม่สม่ำเสมอ 

เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ชายหนุ่มผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจสูญเสียการควบคุม

แต่ไม่ว่าเขาจะอยู่ในท่วงท่าเช่นไร...

เรื่องราวมากมายจะกระทบความรู้สึกตัวเองจนหวั่นไหวมากแค่ไหน

สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถลบเลือนความชื่นชมหลงใหลจากสายตาของใครต่อใครที่มองมาได้เลย

เจ้าพ่อหนุ่มหล่ออายุน้อยแห่งมอสโก ผู้พรั่งพร้อมไปด้วยรูปโฉมอันงดงามราวรูปปั้น ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของเขาเป็นเหตุผลที่ใครๆต่างให้ความสนใจ

 


บริษัทในเครือเทรเวลเลียน เป็นโรงงานผลิตและส่งออกอะไหล่รถขนาดใหญ่ติดอันดับโลก

นอกจากนั้นยังมีกิจการอีกมากมาย

ยอมเข้ามาอยู่ภายใต้ความดูแลของเสือหนุ่ม

ด้วยอายุและความสามารถอันล้นเหลือ 

ทำให้กิจการหลายอย่างประสบความสำเร็จอย่างหน้าประทับใจ

ภายใต้การบริหารของเสือหนุ่มอย่าง.....

ลุค เทรเวลเลียน 


ร่างสูงโปร่งเจ้าของใบหน้าคม ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ 

ความรู้สึกอ่อนแรงทำให้สมองของเขาว่างเปล่า

เจ้าของดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลถอนหายใจออกมาเบาๆ

คิ้วเข้มขมวดมุ่น  


 การรอคอยในเวลาแบบนี้สร้างความหงุดหงิดให้เขามาก 

แม้รู้ว่าตัวเองนั่งรออยู่เพียงไม่นาน แต่มันยังเร็วไม่เท่าใจของเขาในตอนนี้

ความรู้สึกร้อนรุ่ม ทุรนทุราย ทำให้เขาอยากจะพังประตูห้องฉุกเฉินเข้าไป

ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกับเธอเลยสักนิด

แล้วทำไมเขาต้องให้ความสนใจกับเด็กสาวตรงหน้ามากนัก

คนอย่าง ลุค เทรเวลเลียน มีสาวๆมากมายอยากจะขึ้นมาร่วมฮอตแบบฮาร์ดคอด้วย

สวยกว่านี้ อึ๋มกว่านี้เขายังไม่ให้ความสนใจ

ตอนเธอเข้ามากอด...แว็บนึงที่เขาสัมผัสได้

เธอก็มีดีที่มีคัพซีเหมือนกัน

" บ้าเอ๊ย! คิดเรื่องบ้าอะไรตอนนี้วะ 

คนกำลังอยู่ในระหว่างความเป็นความตาย 

มึงมันบ้าไอ้ลุค! "

ลุคสบถ่าตัวเองยาวเหยียดก่อนจะสะดุ้งตกใจ

" นายใหญ่ด่าตัวเองทำไมครับ 

แล้วทำไมทำหน้าอย่างกับเหนผี หรือว่าเธอตายแล้วครับนาย "

" แกสิตาย...อย่ามาแช่งตัวเล็กนะโว้ย " 

ชายหนุ่มเปลี่ยนจากตกใจมาตะคอกคนของตัวเองอย่างหงุดหงิด เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังโกรธเมื่อได้ยินใครเอ่ยถึงหญิงสาวแปลกหน้า

" ตัวเล็ก...ตัวเล็กนี่ใครหรอครับนาย " คนสนิทเอ่ยถามอย่างงุนงง

" ก็ตัวเล็กไง ในนั้นน่ะ! ช่วยเข้าใจอะไรง่ายๆหน่อยเถอะเรย์ " 

เขาตอบอย่างรำคาญก่อนจะชี้ไปยังทิศทางของห้องฉุกเฉินเป็นการบอกคนสนิท

" เธอชื่อ เอเลนา ริคเซอร์ ครับนาย "

" ได้เรื่องแล้วหรอ เธอเป็นใคร มากจากไหน " 

สีหน้าและท่าทางสนใจจนเกินเหตุของลุคทำให้คนสนิทยกยิ้ม

" เธอเป็นเด็กกำพร้าครับ ครอบครัวเสียชีวิตหมด 

ไม่มีญาติไม่มีประวัติการแต่งงาน ปัจจุบันเป็นพนักงานตอนรับของโรงแรมเราครับ 

ไม่เคยมีประวัติเสียหาย ที่สำคัญโสดสนิทครับ " 

คำบอกล่าของรอนทำให้เจ้าพ่อหนุ่มแทบจะร้องตะโกนแหกปากโดยเฉพาะเรื่องโสด 

แต่แล้วแววตาสีสวยเริ่มเปลี่ยนไป ความดำมืดเข้ามาแทนที่พร้อมกับความคิด 

กำหนดการเดินทางของเขาจะมีใครสักกี่คนที่รู้ 

จริงอยู่ว่าการเดินทางไปเปิดคาสิโนแห่งใหม่เป็นข่าวดังและข่าวใหญ่ในรอบเดือน

แต่เวลาและสถานที่ในของคนร้ายตอนลงมือ....มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ

เขาไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการลอบฆ่าเขาในวันนี้ 

วงการธุรกิจมักมีคนอยากได้อยากมีแยอะแยะเต็มไปหมด

การฆ่าเพื่อล้มอำนาจจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

มันเป็นความคุ้นเคยที่เขาใช้เวลากับมันมากกว่าการพักผ่อนเสมอ 

ลุคทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง เสียงปืนในวันนี้ยังคงดังกึกก้องไปทั่วโสตประสาท

ความอบอุ่นจากเด็กสาวแปลกหน้า ระยะเวลาสั้นๆตอนนั้น 

มีบางอย่างที่เขารุ้สึกไม่เหมือนเดิม

 เสี่ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย

กลับมีร่างของผู้หญิงคนนึงวิ่งมาสวมกอดเค้าเอาไว้แน่น 

เธอทำให้เขานิ่งอึ่งไปชั่วครู่...

ลุคพยายามแกะแขนของเธอออกแต่ยิ่งพยายามเธอก็ยิ่งออกแรงกอดเขาแน่นขึ้น

เพียงแค่ก้มลง...เขาก็เจอกับสายตาคู่สวย เธอสื่อสารอะไรบางอย่างออกมาจากแววตา

แขนของเธอข้างนึงเลื่อนออกมาจากรอบเอวสอบ

ก่อนจะยกขึ้นมาใช้ฝ่ามือเล็กวางลงบนแก้มสากของเขา

รอยยิ้มเศร้าปรากฎขึ้น....ดวงตาของเธอเริ่มไหวระริกเหมือนจะร้องไห้

เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะยิ้มทำไมทั้งๆที่แววตาของเธอบ่งบอกถึงคาวมเศร้าโศก

ปัง! ปัง! ปัง!

ความสงสัยทุกอย่างยุติลงพร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้นติดๆกัน เขาหมอบลงเพื่อหลบวิถีกระสุนแขนแกร่งโอบกระชับร่างบางเอาไว้ มือข้างนึงเปิดประตูรถออกอย่างแรง

ลุคผละออกมาจากเธอพร้อมกับผลักเข้าไปในตัวรถ

 ก่อนจะปิดประตูอีกหลังจากพาตัวเองขึ้นมานั่งข้างๆเธอ

ด้านนอกรถ...การ์ดจำนวนมากยังคงต่อสู้กับมือปืนนิรนาม

เสียงปืนดังติดกันไม่มีท่าทีจะหยุดลงง่ายๆ

ตาคมมองด้านนอกผ่านกระจกรถกันกระสุนด้วยความโกรธจัด

ไหล่กว้างเพื่อมไหวขึ้นลงตามโทสะร้าย

" เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงวะ! แล้วเธอเป็นบ้าอะไรวิ่งเข้ามาไม่กลัวตายหรือไงห๊า! " 

ลุคสบถเสียงดังลั่น

" คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า " คนโดนตะคอกถามน้ำเสียงอ่อนโยน มือบางลูบไล้ใบหน้าก่อนจะละลงมาตามลำดับ สายตาของเธอมองดูเขาอย่างสำรวจ

ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จนชายหนุ่มมองอย่างสงสัย ทั้งๆที่เขาตะคอกแบบนี้เธอกลับเป็นห่วงเขามาก สิ่งที่เธอทำมันย้ำชัดว่าห่วง

 เธอดูโล่งใจเพียงแค่เห็นว่าไม่มีบาดแผลบนร่างกายเขา

ร่างสูงใหญ่เกร็งตัวขึ้น กับสัมผัสจากฝ่ามือเล็กตรงแก้ม

มือบางลูบไล้เบาๆ เหมือนกับกำลังบอกตัวเองมากกว่าว่าคนตรงหน้าไม่เป็นอะไรจริง

ลุคมองเธออีกครั้งอย่างค้นหา กลิ่นคาวของเลือดเริ่มคละคลุ้งไปทั่วรถหรู

ไวเท่าความคิด....

ชายหนุ่มรั้งร่างบางเข้ามาจนใบหน้าเล็กซบลงกับแผ่นอกแกร่ง

แค่ก้มลง...สายตาคมเบิกโพลงอย่างตกใจ 

แผ่นหลังบางโชกไปด้วยเลือด ลมหายใจของเธอแผ่วลงจนสังเกตได้

ลุคจัดการวางหญิงสาวตัวเล็กบอบบางลงนอนราบกับเบาะรถ

 เขานั่งคุกเข่าลงข้างๆพลางจ้องหน้าด้วยความเป็นห่วง

เธอเริ่มหายใจติดขัดจนกระอักเลือดออกมา

แววตาของเธอไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลย แต่มันกลับจ้องมองเขา

" เธอเป็นบ้าอะไร เข้ามารับกระสุนแทนคนอื่นแบบนี้ คิดว่าเป็นพาวเวอร์พัพเกิร์ลหรอยังไงห๊า! " เจ้าพ่อหนุ่มตะคอกใส่หน้าเธอด้วยความโมโห เขาไม่เข้าใจว่าเธอเจ็บขนาดนี้แล้วยังยิ้มทำไม

คนตรงหน้าวางมืออันสั่นเทาของตัวเองลงบนแก้มสากอีกครั้ง

 มือของเธอเย็นเฉียบจนเขาชาวาบไปทั่วทั้งร่าง 

" ฉันจะปกป้องคุณ...ขอบคุณที่คุณปลอดภัย ฉันดีใจที่ยังเห็นคุณตอนนี้ " 

" ฉันจพาเธอไปหาหมอ เธอจะต้องไม่เป็นอะไร " ลุคพูดออกไปน้ำเสียงสั่น เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ 

" รอนออกรถ เร็วสิวะ ฉันบอกให้รถไปโรงพยาบาล "

 เสียงทุ่มออกคำสั่งทันทีที่ลดกระจกรถลง การ์ดวิ่งกันให้วุ่นเพียงแค่ได้ยินคำว่าโรงพยาบาล เพราะนั่นหมายความว่าเจ้านายของเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บ

" ฉันขอสั่งให้เธอห้ามตาย ห้ามหลับ จ้องหน้าฉันเอาไว้แบบนี้ " ลุคประคองใบหน้าเล็กเอาไว้พร้อมออกคำสั่งอย่างที่ชอบทำเป็นนิสัย สายตาของเธอเลื่อนลอยไร้จุดหมาย 

" นายใหญ่โดนยิงหรอครับ ตรงไหนครับให้ผมดูแผลหน่อย แล้ว..."

 รอนหยุดพูดกะทันหันเมื่อเห็นเต็มสองตาว่าคนเจ็บเป็นผู้หญิง 

" มองฉัน...มองฉันสิยัยเด็กบ้า! ฉันสั่งไม่ได้ยินหรือไง

 กล้าดียังไงขัดคำสั่งฉัน เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร บอกว่าอย่าหลับไง! "

 ท่าทางสูญเสียการควบคุมของเจ้าพ่อหนุ่มทำให้ลูกน้องหลายคนพูดไม่ออก

 ความเป็นห่วงที่แฝงมากับคำสั่งที่ได้ยินฟังยังมันเหมือนกับขอร้องมากกว่า

" แกจะยืนมองให้เธอตายก่อนหรือไง ออกรถเร็วเข้า! " 

ภาพหญิงสาวโชกไปด้วยเลือดยังคงชัดเจนในความคิด

 ระหว่างนั่งอยู่หน้าห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมาในชีวิต

ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถหยุดคิดเรื่องที่เกิดขึ้นได้เลย 

ร่างแกร่งโน้มลงมาก่อนจะค้ำแขนแกร่งขึ้นแนบฝ่ามือหนาปกปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้

โดยไม่สนใจเลยว่ามันมีเลือดของเธอติดอยู่

 เขารู้แค่ตอนนี้...เวลานี้เขาไม่สามารถหลบซ่อนความเหนื่อยล้าของตัวเองได้อีกแล้ว

“ นายครับอย่ากังวลไปเลยครับ เธอจะต้องปลอดภัย "

 เรย์เอ่ยปลอบใจเจ้านายของตน เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านายหนุ่มไม่สู้ดีนัก


หลังจากพาตัวสาวน้อยนิรนามคนนี้ขึ้นรถเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล

 เรย์ก็ได้รับคำสั่งให้ไปสืบหาประวัติของเธอทันที

 หากคิดดูดีๆการกระทำเหล่านั้นของเด็กสาวอายุน้อยคนนี้มันเกิดจากความตั้งใจอย่างเห็นได้ชัด

 เธอจงใจวิ่งมาโดยมีเจ้็าพ่อหนุ่มเป็นเส้นชัย

 เธอไม่มองอะไรรอบข้างด้วยซ้ำ

 จะมีคนสักกี่คนที่ออกตัววิ่งมาเพื่อเจอคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน


“ เด็กบ้านี่เอาความกล้ามาจากไหน เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ 

 วิ่งมารับกระสุนแทนคนอื่นแบบนี้ คนดีที่ไหนเค้าทำกัน “

 ลุคเงยหน้าขึ้นมาพูดอย่างหัวเสีย

“ เธอกล้าน่าดูเลยนะครับนาย

 ดูๆแล้วเธออ่อนแอและบอบบางมาก “ 

 เรย์มองดูลุคถอนหายใจ

 คำพูดของลุคฟังดูติดหงุดหงิด

 แต่หากมองตามสายตาคมที่เอาแต่จ้องมองประตูสีขาว

 มันช่างสวนทางกับสิ่งที่ได้ยิน ดวงตาคมคู่นั้นแสดงออกให้เห็นถึงความห่วงใยมากกว่า


ประตูห้องผ่าตัดถูกเปิดออก

ทำให้ทุกคนทิ้งความสงสัยและความคิดทุกอย่างไป

ลุครีบยืนขึ้นพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปหาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

“ เธอเป็นไงบ้างครับหมอ “  เสียงหนักถามอย่างร้อนใจ

“ กระสุนโดนจุดสำคัญ

ทำให้คนไข้เสียเลือดมาก ผมยังยืนยันอะไรไม่ได้

ตอนนี้อาการของเธอยังคงโคม่า

ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้  “

  คำพูดของหมอทำให้บรรยากาศรอบๆเงียบจนแทบไม่ยินกระทั่งเสียงหายใจ 

 หมอเดินออกจากตรงนั้นไปนานแล้วแต่ทุกคนยังคงเงียบ 

“ ฉันควรจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี “

ลุคพูดออกมาลอยๆ คำพูดที่เปรียบเสมือนคำสารภาพ ทำให้คนสนิทมองมาอย่างเข้าใจ


 ในเรื่องธุระกิจทุกคนต่างพากันหวั่นเกรง

 ชื่นชมยกย่องความเก่งกาจและฉลาดหลักแหลมของเจ้าพ่อหนุ่ม

ไม่ว่าปัญหาใหญ่แค่ไหน แต่ไม่เลยที่คนอย่างเจ้าพ่อเทรเวลเลียนจะตั้งคำถามให้คนอื่นตอบ

เหตุการณ์วันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อพรากชีวิตใครไป

แต่มันคงเกิดขึ้นเพราะต่อจากนี้ไปทุกอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิม


“ เธอช่วยนายใหญ่เอาไว้

ผมว่าเราควรรักษาเธออย่างเต็มที่ “ 

 เรย์ออกความเห็น

“ นายว่าทำแบบนั้นดีที่สุดแล้วใช่มั้ย "

 ลุคถามเรย์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 

ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดกับเธอนักน่ะ

“ตอนนี้ เราคงทำได้ดีที่สุดแค่นี้ครับ อีกอย่างคือเธอไม่มีญาติที่ไหนเลย

จะปล่อยเธอไว้แบบนี้ผมว่าไม่ดีแน่ “

“ ฉันไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกเรย์ 

ฉันจะรับผิดชอบกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วนี้รู้ตัวคนลอบยิงฉันหรือยัง “  

 ลุคเปลี่ยนอารมณ์กระทันหันทำให้เรย์ประหลาดใจแต่ก็ไม่คิดจะถาม

“ เป็นคนของคาริคโซ่อย่างที่เราคาดการณ์ไว้เลยครับนาย “

“ มันอยากจะลองดีกับฉันสิน่ะ นายรู้ใช่มั้ยว่าควรจะทำอะไร “ 

 ลุคถามออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางราบเรียบ

เรย์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจเป็นอย่างดี

กับคำสั่งเฉพาะที่มีไว้พูดกันแค่ไม่กี่คน 

เขาอยู่กับลุคมานานไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะเข้าใจ


 เรย์ยังคงยืนอยู่ข้างๆลุคหลังจากโทรไปสั่งงานกับจอร์จเสร็จ

 ด้วยกลัวว่าจะมีใครลอบทำร้ายเจ้านายตัวเองได้อีก

 การ์ดหนุ่มกวาดสายตาคมหันมองไปทั่ว

ก่อนจะหยุดสายตาตัวเองเอาไว้พลางจ้องมองเด็กหนุ่มที่เป็นถึงเจ้านายของตัวเองอย่างเข้าใจ 

การขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ใช่เรื่อง่ายสำหรับเด็กหนุ่มตรงหน้า

ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลายอย่างได้เห็น ทำให้เขาชื่นชมในตัวเจ้านายตัวเองเสมอ

ลุคจะไม่เอาอำนาจที่มีข่มเหงคนอ่อนแอกว่า เงินทอง ชื่อเสียง 

สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยนตัวตนของบุรุษตรงหน้า 

  ลุคจะมีอาการอย่างนี้เฉพาะต่อหน้าการ์ดคนสนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

 คนอื่นอาจมองว่าลุคเป็นคนเลวร้ายแต่สำหรับพวกเขาลุคคือผู้นำที่ดี

 เป็นคนรักลูกน้องมาก บางครั้งอาจดูแข็งกร้าว ใจร้าย 

แต่ลึกๆแล้วพวกเขารู้ดีว่าเจ้านายของพวกเขาเป็นคนจิตใจดีแค่ไหน

“ เธอรู้สึกตัวแล้วครับนาย “ 

 เสียงของเรย์ทำให้ลุคหันมอง

เธอสลบไปสองวันเต็มๆ 

ขนาดย้ายออกจากไอซียูมายังห้องพักฟื้น เธอได้แต่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงจนเขาใจเสีย

 เขานั่งมองเธอไม่ห่าง เพ่งมองความงดงามจากใบหน้าขาวซีด

“ ขอน้ำหน่อยค่ะ “

 เสียงของเธอปลุกชายหนุ่มออกจากความคิด

“ เดี๋ยวฉันจัดการเอง “  

 ลุคประคองร่างบางไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะพยุงตัวเองขึ้นช้าๆ

 ท่าทางอ่อนโยนตอนนี้ ดูแปลกตาเหลือเกินสำหรับคนใกล้ชิด

มันไม่ง่ายเลยที่จะเห็นเจ้าพ่อหนุ่มแสดงออกกับใคร

 โดยนิสัยส่วนตัวเขาไม่ใช่คนที่จะคอยเอาอกเอาใจใคร มีแต่จะให้คนอื่นเอาใจเสียมากกว่า

ตั้งแต่เจอหยิงสาวแปลกหน้าตรงหน้า ทุกคนเริ่มจมปลักอยู่กับความสงสัย

หากไม่เห็นกับตาตัวเอง ต่อให้สิบปากพันปากพูดเขาก็ไม่เชื่อแน่ๆ

ใครจะเชื่อว่าคนอย่างเจ้าพ่อเทรเวลเลียนดูแลคนอื่นได้ด้วย

ปกติหากมีคู่ขามาช่วยสร้างอุณหภูมิความฮอต

พวกคุณเธอทั้งหลายมีหน้าที่แค่ช่วยผ่อนคลายเท่านั้น 

แม้แต่จะจับต้องร่างกายแกร่งยังทำไม่ได้

แต่กับเอเลนา....เด็กสาวที่เพิ่งเจอกันท่ามกลางเหตุการณ์นองเลือด

เธอทำให้เสือร้ายแห่งมอสโก ตอบสนองความต้องการได้โดยไม่ต้องร้องขอ


“ ขอบคุณค่ะ ว่าแต่คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย " 

   เอเลนา ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

 เพียงแค่เห็นชายหนุ่มพยักหน้าตอบคำถาม

“ เธอต้องพักผ่อน  ไว้เธอหายดีแล้วเราค่อยมาคุยกัน “

  ลุคเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้คนฟังยิ้มและหลับลงอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย

“ ดูนายจะเป็นห่วงเธอนะครับ " 

เรย์หยั่งเชิง ก่อนจะอมยิ้มน้อยๆกับท่าทางเจ้านายตัวเอง 

เมื่อรู้ว่ามีคนคอยจับผิดอยู่

 เขาไม่เคยเห็นลุคแสดงความห่วงใยใครแล้วไหนจะน้ำเสียงอ่อนโยนนั่นอีก

“ เธอช่วยฉันไว้...ไม่ให้ห่วงได้ยังไง นายก็รู้นี่ ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำ 

ขอเตือนไว้เลยว่าอย่ากวนประสาท อารมณ์ฉันไม่ได้ดีอย่างหน้าตา "

 ลุคปรับสีหน้าให้ปกติทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเรย์จ้องจับผิดเขา

“ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ แค่พูดไปตามที่เห็น “ 

 เรย์ยังเล่นไม่เลิก ทำให้คนโดนล้อยืนขึ้นง้างขาเป็นเชิงเล่น แต่ก่อนที่จะมีใครซ้อมใครเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับเปิดออกให้เห็นสีหน้าของผู้มาใหม่ 

ความเคร่งเครียดที่ปรากฎบนใบหน้าหยุดท่อนขาแกร่งได้ชะงัก


“จอร์จหายหัวไปไหนมาทำไมทำหน้าหยั่งกับเห็นผี “ ลุคพยามเอ่ยทักทายคนสนิทอีกคนอย่างอารมณ์ดี แต่ทุกอย่างบนใบหน้าของจอร์จยังคงเหมือนเดิม 

“ เราจำเป็นต้องกักตัวเะอเอาไว้ แบบไม่มีกำหนด "

 จอร์จเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน

“ ทำไมเกิดอะไรขึ้น “ 

ลุคมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เพราะเรื่องทุกอย่างเกี่ยวข้องกับคนตัวเล็กของเขา

“ แดเนียลมันกำลังส่งคนมาฆ่าปิดปากเธอ เธอเป็นคนเดียวที่เห็นหน้าคนร้าย

ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังไปเห็นแดเนียลส่งยาเสพติดด้วยครับ “ 

  เรย์และลุคหันมามองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ

" จากนี้ไป ทุกอย่างคงไม่เหมือนเดิม ต่อไปคนที่มันต้องการเป็นผู้หญิง และผู้หญิงคนนั้นจะตายไม่ได้ "

 " นายใหญ่หมายความว่ายังไงหรอครับ "

จอร์จถามก่อนจะหันไปมองหน้าเรย์ เรย์ได้แต่ส่ายหน้าเพราะไม่เข้าใจเจ้านายตัวเองเหมือนกัน

" มันคิดจะฆ่าลูกแกะน้อยของฉัน คิดหรอว่าเสืออย่างฉันจะยอม ฝันไปเถอะ! "


  ร่างสูงโปร่งจ้องมองหมอและพยาบาลด้วยสายตาจับผิด

 การตรวจเช็คร่างกายของเอเลนาสร้างความอึดอัดและกดดันให้ทุกคนไม่น้อย

แม้อาการโดยรวมของเธอเป็นไปตามที่คาดหวัง

แต่การกลับไปรักษาตัวที่บ้านตามความต้องการของเจ้าพ่อหนุ่มนั้น 

เป็นเรื่องที่หมอกังวลใจอย่างที่สุด



 ลุคนั่งลงข้างๆคนเจ็บ  แผลของเธอยังไม่หายดีทั้งยังหลับสนิทเพราะฤทธิ์อีก

 ฝ่ามือหนาลูบศรีษะเล็กเบาอย่างเอ็นดู

 ความรู้สึกที่มีต่อเธอหากจะให้พูดเขาคงไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน

  เธอหลับสนิทเฉกเช่นเจ้าหญิงนิทราสาวงามผู้รอคอยเจ้าชายขี่ม้าขาว 

ชายหนุ่มยิ้มขำกับความคิดนี้ มันเป็นแค่นิทานหลอกเด็กแท้ๆ

แต่เขาก็เลือกจะเป็นเจ้าชายหากเจ้าหญิงผู้รอคอยจุมพิตจากเขาจะเป็นเอเลนา

 ชายหนุ่มตัดสินใจก้มลงไปจูบเปลือกตาเจ้าหญิงของตนทันทีอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ 

บรรดาการ์ดที่ยืนมองอยู่ถึงกับเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ

ไม่มีใครอยากเชื่อสายตาตัวเอง บางคนถึงกับอ้าปากค้าง

“ ขอบคุณสำหรับความห่วงใยหรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม

 แต่คุณหลับนานไปแล้วเจ้าหญิง “ 

 ลุคเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน 

“ นายใหญ่ครับผมว่านายไปพักก่อนเถอะครับเดี๋ยวผมดูแลเธอให้เอง  “ รอนหนึ่งในคนสนิทของลุคเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง ท่าทางของเจ้านายในตอนนี้เปลี่ยนไปจนรอนบรรยายความรู้สึกไม่ถูก

 คิดในแง่ดีอาจเป็นเพราะลุคแทบไม่พักผ่อน

การนอนหลับอาจทำให้เจ้านายของเขาหายจากอาการเหล่านี้ 


 “ ตอนนี้ทนายฟรานซิสมารอนายใหญ่อยู่ที่ห้องทำงานแล้วครับ “  

เรย์เดินเข้ามาขัดพร้อมกับรายงานความสำเร็จของคำสั่ง

“ ขอบใจเรย์ นายช่วยไปพาฟรานซิสขึ้นมาที่ห้องละกัน

ฉันไม่อยากให้เอเลนาอยู่คนเดียว ส่วนพวกนายไปพักเถอะฉันไม่เป็นไร “

  ลุคยังคงยืนยันความตั้งใจของตัวเองกับคนสนิท

 รอนกับเรย์หันมามองสบตาพลางส่ายหน้า

และเห็นตรงกันว่าภารกิจครั้งนี้คงไม่ธรรมดาอย่างที่คิดเสียแล้ว


“ นายใหญ่กำลังมีความรัก “ เรย์เอ่ยกับรอนผู้เป็นน้องชาย

ขณะเดินออกมาจากห้องพักของสาวน้อยผู้มีความสำคัญกับเจ้านายตัวเอง

“ รู้ได้ไง ทำอย่างกับนายเคยมีความรัก  “ 

 รอนเอ่ยติดตลกกับเรย์ 

 “  แต่ก็อย่างที่เห็นตอนนี้นายใหญ่มีอาการแปลกๆดูจะห่วงเธอมาก "

รอนพูดเสริม

“ สงสัยเราคงจะได้มีนายหญิงเร็วๆนี้ มีนายหญิงแล้วต่อไปก็จะมีนายน้อยตัวเล็กๆมาวิ่งเล่นด้วย ที่นี่คงสดชื่นขึ้นมากแน่ๆ "

เรย์เอ่ยยิ้มๆหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป

 

 

 เรย์พาทนายฟรานซิสขึ้นในเวลาต่อมา

ความต้องการของเจ้าบ้านทำให้คนฟังถึงกับพูดไม่ออกไปหลายนาทีทีเดียว

“ นายคิดดีแล้วหรอลุค เธอเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ “

 ฟรานซิสที่เป็นทั้งเพื่อนและทนายความประจำตระกูลถามด้วยความรุ้สึกเป็นห่วง


“  ฟรานซิสนายรู้ดีว่าฉันไม่เคยเอาเรื่องนี้มาพูดเล่น

และฉันตัดสินใจดีแล้วเอาเอกสารมาสิฉันรอเซ็นอยู่ “ 

“ งั้นแกบอกเหตุผลมา แกจะรีบร้อนจดทะเบียนสมรสทำไม เมียแกท้องก่อนแต่งหรอ "

" เออ! ท้องก่อนแต่ง พอใจแกแล้วใช่ป่ะ งั้นเอาเอกสารมาอยากมีเมียจนตัวสั่นแล้ว " 

" เอาจริงๆ ฉันซีเรียส " ฟรานซิสย้ำน้ำเสียงจริงจัง

“ ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง แต่เธอไม่มีญาติที่ไหน ต้องมานอนอยู่อย่างนี้ก็เพราะฉัน แล้วยังโดนตามฆ่าอีก 

ฉันมันพวกอ่อนไหวง่าย 

จะให้ใจดำทอดทิ้งเหมือนหมอบางคนทิ้งสาวบนเตียงเป็นว่าเล่นไม่ได้หรอก "

  ลุคหันไปมองฟรานซิสด้วยสายตาคุกรุ่นแม้คำพูดดูหยอกเย้าก็ตาม

“ ฉันไม่ได้ห้ามแกเลย แค่ถามเหตุผลแกจะโวยวายทำไม แกจะทำอะไรก็เรื่องของแก “ 

 ฟรานซิสพูดจายียวนพร้อมกับอมยิ้มอย่างรู้ทัน

“ แกยิ้มอะไรของแกมันมีอะไรน่าขำนักหนา นายก็เป็นไปอีกคนเรย์    ฟรานซิสแกเอาเอกสารมา

แล้วก็ปั๊มลายนิ้วมือเอเลนาด้วย เร็วสิไอ้ทนายค่าตัวแพง “ 

 ฟรานซิสยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี

ก่อนที่จะส่งเอกสารให้คนใจร้อนรุ่มอยากมีเมีย

 ความรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมอง

ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าจากกระดาษ 

พลางส่งสายตาเบื่อหน่ายเมื่อคาดเดาความคิดของคนรอบข้างได้ 

แต่มีหรือที่คนอย่างลุคจะสนใจ 

คนอย่างเขาจะต้องได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม

“ เอาล่ะเรียบร้อยแล้วครับคุณเทรเวลเลียน 

ถ้าอย่างนั้นทนายค่าตัวแพงอย่างผมคงต้องขอตัวก่อน “ 

 ฟรานซิสตรวจดูเอกสารเพื่อความเรียบร้อยแต่ยังไม่หยุดล้อคนที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านาย

   “ ไม่ต้องไปส่งฉันหรอกเรย์ ดีใจกับนายด้วยละกัน

ตอนนี้มีนายหญิงกับเขาแล้วนี่  ไอ้เราก็เป็นห่วงกังวลไปสารพัด

กลัวว่าคุณเทรเวลเลียนจะครองโสดไปจนแก่ตาย 

ใครจะคิดว่าวันนึงคนอย่างไอ้ลุคจะยอมมีเมีย ได้มาแบบโชกเลือดมัดมือชกอีกต่างหาก “  

“ ไหนแกบอกรีบไงไอ้ทนายปากเสีย กูเคยพูดกับมึงตอนไหนว่าจะไม่มีเมีย “

“ ป่าว.....ฉันก็แค่รู้สาเหตุที่แกครองโสดมาหลายปี “

“ สาเหตุบ้าบอคอแตกแกหรอ “

“ อยากกินตับเด็กก็ไม่บอก แกมันไอ้วัวแก่รอเคี้ยวหญ้าอ่อน เอาล่ะไปดีกว่า 

เอาไว้ว่างๆจะโทรมาถามว่าอร่อยหรือเปล่า “ 

ฟรานซิสพูดออกไปพร้อมสะพายกระเป๋าบนไหล่

“ อะไรของแกจะโทรมาถามหาความอร่อยเรื่องอะไรวะ “

“ อยากรู้ว่ากินตับเด็กมันรู้สึกยังไง เอาเป็นว่าแกลองดูหากมันเข้าท่าฉันอาจจะหาน้องหนูไว้กินตับแบบแกบ้าง ไปนะไอ้เฒ่าหัวงู "

“ เฮ้ยหัวงูบ้านมึงสิ กูเป็นเจ้าชายโว้ย มึงไม่เคยอ่านนิทานเจ้าหญิงนิทราหรอ 

เมียกูหลับยังสวยเลย สวยเหมือนเจ้าหญิงอะไม่เชื่อมึงดู “ 

ลุคแก้ต่างอย่างจริงจังจนทำให้ใครต่อใครพากันหัวเราะ

“ หน้าอย่างมึงเนี่ยกูเชื่อว่าหล่อระดับเจ้าชาย “ 

ฟราสซิสเอี้ยวตัวมองลุคจากหัวจรดเท้ามือหนาจับปลายคางตัวเองไว้อย่างใช้ความคิด

“ พูดได้ดี “

“ แต่นิสัยมึงนี่ ซาตานชัดๆ บวกกับการรวบรัดเจ้าหญิงด้วยการจดทะเบียนสมรสตอนหลับอีก 

บ้ากามชัดๆ “

 รอยยิ้มของลุคหยุดค้างกลางอากาศ

เมื่อทนายประจำตระกูลเปรียบเทียบจนเขาเห็นภาพ 

กว่าจะรู้สึกตัวฟรานซิสก็หายไปแล้ว 

คงมีแต่เขาที่ยังฟาดงวงฟาดงาอารมณ์เดือดปรอทแตกอยู่คนเดียวโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

 

  เอเลนารู้สึกตัวขึ้นในเช้าวันต่อมา 

ตาคู่สวยมองทุกอย่างรอบๆตัวอย่างสนใจ 

สายสีขาวมากมายยังคงเจาะติดอยู่กับร่างกายไม่ห่าง

เธอพยายามเคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ ก่อนจะเบ้หน้าเพราะความเจ็บร้าวจากบาดแผล

“ โอ๊ย เจ็บที่สุดเลย  “ 


เอเลนาร้องออกมา เสียงของเธอแสดงถึงความเจ็บปวด ทำให้คนนอนหลับอยู่ข้างๆถึงกับสะดุ้งตื่น

“ ไง เจ็บแผลหรือ “ ลุคถามออกไป

คนเจ็บเงยหน้าขึ้นมองคนถามก่อนจะเห็นใบหน้าคมอย่างชัดเจน

เหตุการณ์มากมายต่างหลั่งไหลเข้ามาในความคิด

ภาพทุกอย่างเริ่มจัดเรียงตามลำดับอย่างกับกำลังดูหนังเรื่องเดิมซ้ำๆ

คำพูดมากมายจากคนร้าย ทำให้หัวใจของเธอในตอนนั้นเจ็บจนแทบกระอัก

หนึ่งในคนกลุ่มนั้นยืนยันเจตนาที่จะปลิดชีวิตชายหนุ่มซึ่งเธอรักและเทิดทูน

สมองของเธอสั่งให้ออกวิ่งมา และเธอก็ได้เห็นรูปร่างคุ้นตาของคนที่เธออยากเจอมากที่สุดตอนนี้

เธอออกแรงวิ่งอีกครั้งและโผเข้ากอดเขาทันที

บางอย่างที่เธอได้รับจากชายคนนี้ มันมากมายจน.....

เอเลนาหลับตาลง ความคิดเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดให้เธอ

 หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา...เธอบอกตัวเองไม่ได้เลยว่าวันต่อไปจะเป็นอย่างไร

สุดท้ายน้ำตาก็ล้นขอบตาไหลลงมาอย่างสุดกลั้น ไหล่บางสะท้านขึ้นลงจนคนมองใจหาย

“ เธอเจ็บมากเลยหรอ เดี๋ยวฉันโทรตามหมอดีกว่า “

 ลุครีบหยิบโทรศัพท์ทันทีด้วยกลัวว่าเอเลนาจะเจ็บหนัก

“ ไม่ต้องหรอกค่ะ แอลไม่เป็นไรแค่ดีใจที่ได้เห็นว่าคุณสบายดี

 หากคนนอนอยู่เป็นคุณ แอลไม่อยากคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร "

คำพูดใสซื่อตามความคิดของเธอ

ทำเอาชายหนุ่มพูดไม่ออกแต่มันยังไม่เท่ากับสายตาที่จ้องมองอย่างเทิดทูญ

ลุคยังคงเงียบไม่ยอมเอ่ยอะไร 

คำพูดและท่าทางแสดงออกถึงคาวมดีใจที่ได้เห็นว่าเขาปลอดภัยของเธอตอนนี้ มันเหมือนกันกับวันที่เธอวิ่งเข้ามาังกระสุนให้ไม่มีผิด

ความห่วงหาอาทรที่เธอมีให้ทำให้ชายหนุ่มยิ้มบางๆออกมา

  ลุคใช้ฝ่ามือลูบตามใบหน้างซีดเซียวของเอเลนาอย่างอาทร

 เธอเป็นคนสวยทีเดียวเธอคิดอะไรกันน่ะตอนวิ่งมารับกระสุนแทนเขา

“ ขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณทำให้ผม แล้วอีกอย่างเรียกผมว่าลุคเถอะ “

“ เรียกได้หรอค่ะ "

" ผมอยากให้คุณเรียกผมอย่างนั้น 

เอาละสาวน้อยตอนนี้คุณมีสิทธิ์ในตัวผมแล้ว

 งั้นผมขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม “ 

 ลุคเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ ได้ค่ะ “ 

“ คุณคิดอะไรตอนวิ่งมา อะไรทำให้เด็กน้อยอย่างคุณเอาตัวเองมาบังกระสุนแทนผม 

อย่าบอกว่าไม่กลัวเพราะตอนคุณกอดผมตัวคุณสั่นจนผมสัมผัสได้ “

  เอเลนาเงียบไปหลังจากได้ยินคำถาม

เธอหลับตาลงพลางสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆเป็นการเรียกความกล้า


“ฉันเลิกงานเวลานั้นทุกวัน แต่วันนั้นบังเอิญเดินไปเอาของที่ห้องเช่าของเพื่อน

เลยได้เห็นคนกลุ่มนึงกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ “ 

 เอเลนาหยุดเพื่อเว้นช่วงหายใจ

 ภาพเหตุการณ์วันนั้นยังคงชัดเจนจิตใต้สำนึกของหญิงสาวยังคงหวาดกลัว

 “ พวกเขากำลังส่งยาเสพติดและอาวุธ 

ฉันจำหน้าทุกคนได้แต่ก่อนจะรีบหนีออกมา

ฉันได้ยินเสียงใครคนนึงสั่งให้มือปืนที่อยู่บนตึกเก็บคุณซะ 

ฉันเลยตัดสินใจวิ่งมาและกอดคุณเอาไว้ "

  เอเลนาพูดจบก็เริ่มหายใจหอบจนตัวโยน 

“ พอเถอะตอนนี้คุณปลอดภัยแล้วไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นเพราะผมจะปกป้องคุณเอง  “ 

  ความห่วงใยมากมายถูกส่งออกมาจากสายตาคู่คม

 ตอนนี้เธอคงยังตกใจและกลัวอยู่มาก

 เขามองเห็นความเจ็บปวดผ่านทางสายตาของเธอแม้ไม่มีเสียงร้องเสียงบ่นออกมาให้ได้ยิน

ว่าเธอเจ็บแค่ไหน เธอคงกังวลว่าจะทำให้เขาเป็นห่วง

 ผู้หญิงตัวเล็กๆแค่นี้ทำไมคิดเยอะจริง  

   มาเรียยกอาหารเช้าขึ้นมาให้เขาถึงหน้าห้อง

 ตอนนี้เขาแทบไม่เป็นอันทำอะไรเพราะมัวแต่เป็นห่วงกับอาการของเอเลนา

“  ฝืนนั่งหน่อยเธอต้องทานอะไรบ้าง “

  ลุคประคับประคองเอเลนาหญิงสาวผู้แสนเปราะบางอย่างกับแก้ว

ที่พร้อมจะแตกทุกเวลาขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด

ในสายตาของแม่บ้านอย่างมาเรีย และบรรดาการ์คนสนิทที่ยืนอยู่ห่างๆ 

มองเจ้านายของพวกเขาดูแลผู้หญิงคนหนึ่งอย่างอ่อนโยนเอาใจใส่ 

แต่ละคนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

 พวกเขาทำงานกับลุคมาหลายปีระยะหลังมานี้พวกเขามักเห็นท่าทางของผู้เป็นนายเปลี่ยนไปมาก ความอ่อนโยนที่ไม่มีให้เห็นมาตอนนี้มักจะเผยออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง  

  “ พวกนายมีเรื่องอะไรหรือเปล่า มากันพร้อมหน้าขนาดนี้  “ 

ลุคถามออกไปในขณะที่เขากำลังป้อนข้าวให้เอเลนาอยู่

“ ผมมีเอกสารให้นายใหญ่เซ็นหลายฉบับครับ “ 

 เรย์ที่ตอนนี้ต้องดูแลงานทุกอย่างแทนลุคเอ่ยขึ้น  

“ วันนี้มีประชุมเรื่องสัมปทานคาสิโนแห่งใหม่ด้วยครับ “ 

 รอนรายงานต่อมาอีก

“ นายสองคนพี่น้องนี่ไปฝึกพูดประสานเสียงกันมาหรือไง “

 ลุคเอ่ยน้ำเสียงสดชื่น

“ วันนี้ดูนายใหญ่อารมณ์ดีนะครับ “ 

รอนเอ่ยแซว

ลุคได้แต่หันไปไปมองรอนกับเรย์พร้อมกับส่งยิ้มในแบบของเขาแทนคำตอบ 


ชายหนุ่มป้อนข้าวไปเพียงไม่กี่คำคนตัวเล็กก็เริ่มส่ายหน้าเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าเธออิ่มแล้ว

ใจจริงก็อยากจะฝืนให้คนตัวเล็กทานอีกหน่อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะยอมตามใจ

ตัดสินใจวางอาหารลงอย่างไม่เต็มใจนัก

เขาไม่มีเหตุผลให้ตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไมต้องยอมทุกอย่างทั้งที่ไม่เคยยอมให้ใคร

“ นอนพักซะเด็กดี ผมขอเคลียร์เอกสารนิดหน่อย

 ระหว่างนี้มาเรียจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแทนผม

  มาเรียเป็นแม่บ้านของที่นี่เธอไว้ใจได้ “

เจ้าพ่อหนุ่มพยายามบอกคนตัวเล้กอย่างใจเย็น 

แต่คำพูดของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวมีอาการกระสับกระส่ายทันทีด้วยความกลัว

 เธอยังคงหวาดกลัวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นบวกกับอาการปวดบาดแผลที่เจ้าตัวมักเก็บอาการเอาไว้ 

  ทุกคนในห้องต่างพากันสงสารและเห็นใจ  

ตากลมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตามองรอบๆห้องอย่างหวาดกลัว 

ท่าทางของเธอทำให้คนมองรู้สึกเจ็บแน่นตรงกลางอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 ชายหนุ่มใช้แขนแกร่งโอบประคองเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่น พลางหลับตาลง จมูกโด่งจูบลงตรงกลางศรีษะเล็กเป็นการปลอบโยน เสียงสะอื้นที่เธอมักเก็บเอาไว้ถูกปล่อยออกมา

จนคนได้ยินอยากจะร้องตามไปด้วย

" ไม่เป็นไร...ผมจะอยู่กับคุณ...ไม่เป็นไร " 


“ ฉันจะเซ็นเอกสารที่นี่นายไปหาโต๊ะมาเรย์ 

ส่วยนายรอนนายไปแจ้งทางที่ประชุมว่าฉันจะประชุมทางวิดีโอคอล 

ถ้ายุ่งยากนักก็ยกเลิกสัมปทานไปซะ  “

ลุคกลับมาน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

 เขาแค้นใจนักที่แดเนียลทำให้เอเลนามีอาการหวาดกลัวแบบนี้  

รอนยังคงทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ๆ ลุคก็สั่งให้ยกเลิกสัมปทานทั้งๆที่ลุคอยากได้สัมปทานนี้เอามากๆ

“ นายใหญ่จะยกเลิกสัมปทานจริงๆหรอครับ “ 

 รอนถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

 

“ หากการประชุมวันนี้จะต้องให้ฉันบินไปเพื่อประชุมด้วยตัวเองก็ยกเลิกสัมปทานไปได้เลย

 ฉันจะไม่ไปไหน เมียฉันเจ็บหนักพวกแกตาบอดหรือยังไงถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมาหา! “  

ลุคพูดแทบเป็นเสียงตะโกนเมื่อก้มลงมองเอเลนาอีกครั้ง 

ตอนนี้เธอหลับไปแล้วหลับไปทั้งน้ำตาที่บ่งบอกว่าเธอกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบไหน 


 ฝากติดตามเพจเค้าด้วยhttp://www.facebook.com/LadyGrey2626

ฉบับรีไรท์มาแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมคอมเม้นหาย
ฮือๆๆ   หมดรักกันแล้วใช่มั้ย ฮือๆๆๆ
ตอนนี้เค้ามาอัพแบบรีไรท์ให้แล้ว
ไม่รู้ว่าจะมีใครสนใจหรือเปล่า ตั้งแต่แจ้งตีพิมพ์
รู้สึกห่อเหี่ยวหัวใจอย่างหนัก
คอมเม้นหายกำลังใจหด
เอาเป็นว่าเฮียลุคกับหนูแอลฉบับสมบูรณ์ 
มีให้อ่านเรียกน้ำย่อยแล้ว หวังว่าจะยังคงติดตาม
หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยจริงๆ
อยู่ในโหมดน้อยเนื้อต่ำใจ 
ขอบคุณสำหรับการติดตามที่ดีเสมอมา
รักทุกคนที่สุด LADY GREY
                        

                                                                      

CODE THEME
 

                                                             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

214 ความคิดเห็น

  1. #187 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 05:06
    อยากรู้ว่าเขามีบุญคุณยังไง สนุกค่ะ
    #187
    0
  2. #15 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 13:28
    สนุกมากกกก รวบรัดดีนะคะไม่เยิ่นเย้อ แต่อะไรคือเหตุผลที่เอเลนาช่วยลุคกันน้า?
    #15
    0
  3. #2 I.Y.M.J (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 21:16
    จะติดตามนะคะ
    #2
    0
  4. #1 2052395332ice (@2052395332ice) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 22:17
    นี่เป็นนิยายเรื่องแรกของเกรย์ ยินดีรับคำติชมน่ะค่ะ
    #1
    0