ดั่งรัตติกาล

ตอนที่ 8 : The return of breath(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ธ.ค. 59

                  Thank you for coming back
                    

                   


            Thank you for coming back


         เจสซิกาก้าวเข้ามาหยุดยืนมองทุกอย่างภายในคฤหาสน์อย่างถือสิทธิ์ 

รอยยิ้มแสดงความดีอกดีใจกับการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ของหญิงสาวผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งเทรเวลเลียนปรากฎเด่นชัดบนใบหน้า 

ท่าทางเพ้อฝันดวงตาที่มีแต่ความริษยาลอยล่อย 

หลายอย่างที่ทำไปจะต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้มาเสมอ 

ครั้งนี้เธอเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน เพื่อแลกกับการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเจ้าพ่อหนุ่มแห่งเทรเวลเลียน 

หากคนอย่างเจสซิกาอยากได้ก็ต้องได้....แม้จะต้องแลกกับชีวิตของใครอีกหลายคนก็ตาม


 “ คุณมาหาผมถึงนี่มีอะไรหรือเปล่า

ฉันกลัวคุณเหงา เมียคุณก็เพิ่งตายไปคุณคงเหงาแย่ “ 
เธอเอ่ยอย่างเห็นใจก่อนจะส่งสายตาเชื้อเชิญให้กับเขา

“  เปล่าเลยเจส ผมมีงานต้องทำเยอะมาก 
ไม่มีเวลามานั่งเหงาอย่างที่คุณกลัวหรอก

“  ให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนคุณดีไหมค่ะ 
ฉันเองก็เหงาเหมือนกัน “  
เธอเอ่ยออกมาพร้อมกับใช้ใบหน้าคลอเคลียอยู่กับซอกคอแกร่ง

เจส.....คุณกำลังล้ำเส้น  หากคุณมาที่นี่เพราะเรื่องนี้ 
ผมคงต้องขอตัว ผมมีงานต้องทำ “ 

    ลุคผลักร่างอวบอิ่มออกห่างอย่างไม่แยแส 
เขาพยายามระงับอารมณ์โกรธเอาไว้ 
   แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากด้านบนชายหนุ่มรับรู้ในทันทีว่าเสียงเจ็บปวดที่ได้ยินตอนนี้
เป็นเสียงของเมียรัก
   เธอจะรู้บ้างมั้ยว่ามันบาดลึกเข้าไปกลางจิตใจของเขา 
จนเกิดแผลเหวอะหวะเต็มไปหมด

นั้นเสียงใครค่ะลุค “  
เจสซิกาถามอย่างอยากรู้

มันไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณควรอยู่ห่างผมไว้จะดีกว่า 
ขนาดเมียผม...ผมยังฆ่าเธอได้ 
มันคงไม่เกินความสามารถหากผมจะฆ่าผู้หญิงอย่างคุณ “  
น้ำเสียงของลุคแข็งกร้าว
ดวงตาของเขาจ้องมองคนตรงหน้าอย่างมุ่งร้าย 

เอเลนายังไม่ตาย “ 

“ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ใครต่อใครจบชีวิตลงแบบไม่สวยเสมอ มันทำให้ชีวิตของใครหลายคนสั้นลงมานักต่อนักแล้วคุณเบอร์น ผมว่าคุณอย่ารู้อะไรมากไปกว่านี้เลยจะดีกว่า 
ผมทำอะไรที่คุณคาดไม่ถึงได้อีกเยอะเลยทีเดียว  “  
ลุคเอ่ยเสียงเย็น

กรี๊ด! กรี๊ด!.....

    เสียงร้องแสดงความเจ็บปวดดังขึ้นอีกครั้ง 
ทำให้คนนอกอย่างเจสซิกาอยากรู้มากขึ้นอีก 
เธอหันไปมองทิศทางของเสียงพร้อมกับก้าวเดินไป
   เธอเดินไปแค่ก้าวเดียว ก่อนจะถูกรั้งและเหวี่ยงตัวกลับมาเผชิญหน้ากัยเจ้าพ่อหนุ่ม เขาคว้าแขนเธอเอาไว้และบีบมันอย่างแรง แววของเขาดำมืด ความหิวกระหายกลิ่นอายบางอย่างของเขาน่ากลัวจนแทบจะปลิดชีวิตเธอ

“  อย่าสู่รู้ให้มันมาก ผมเตือนคุณแล้ว! เรย์....ส่งแขก 
ต่อไปห้ามใครมาเหยียบที่นี่อีก ใครกล้ามาก็ยิงมันทิ้งให้หมด 
หากใครหน้าไหนดื้อด้านยิงทิ้งซะ  “  
ลุคเหวี่ยงเจสซิกาไปยังคนสนิท 
เขาสะบัดมือออกจากแขนเธอด้วยท่าทางรังเกียจ 

    ผมเดินแกมวิ่งออกมาจากห้องรับแขก 
เสียงกรีดร้องของคนตัวเล็กยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ 
เสียงของมันบาดลึกลงไปถึงก้นบึ้งหัวใจ      
มือหนาผลักประตูเข้าไปอย่างแรง 
ภาพตรงหน้าทำให้เขาแทบทรุดลง 
ร่างบางยังคงหลับสนิท 
เธอคงฝันร้ายถึงได้กรีดร้องออกมาอย่างนั้น 
ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า 
ในสมองมันว่างเปล่ามองไม่เห็นทาง

เกิดอะไรขึ้นครับนาย

แอลแค่ฝันร้าย “  
ลุคนั่งลงตรงขอบเตียง 
เขาใช้มือทั้งสองข้างเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้างามแผ่วเบา  
ขอบใจทุกคนที่เป็นห่วง แยกย้ายกันไปทำงานเถอะ 
แอลตื่นมาเห็นคนเยอะแยะแบบนี้เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก “  

     ทุกคนต่างยืนมองเจ้านายของตนด้วยความเห็นใจ 
สีหน้าเจ้าพ่อหนุ่มบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าที่ปกปิดไม่มิด 
เขากำลังทุกข์ใจอย่างหนัก เรื่องนี้ทุกคนในบ้านต่างก็รู้กันดี 
   ชายหนุ่มเองก็แทบไม่กินไม่นอนไม่ต่างกันกับเอเลนา อาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ เขาเป็นที่พึ่งเป็นทั้งหมดของเทรเวลเลียน 
เขาหยุดไม่ได้....พักไม่ได้......ล้มไม่ได้.....ถอยไม่ได้

หมอพอจะบอกผมได้หรือเปล่า 
ทำยังไงภรรยาของผมถึงจะหายจากอาการแบบนี้สักที 
จะให้ผมคอยเวลาผมทำไม่ได้หรอก 
ผมต้องทนเห็นความหวาดกลัวผ่านทางสายตาของเธอวันแล้ววันเล่า บางครั้งก็ร้องไห้ไม่ยอมพบเจอใคร 
ใครที่ไหนมันจะไปทนกันได้วะ “  
ลุคสบถคำหยาบออกมาอย่างโมโห

“  มันก็พอมีทางรักษาอยู่คุณเทรเวลเลียน 
แต่วิธีนี้เราจะต้องแลกกับการที่คนป่วยจะจำอะไรไม่ได้อีกเลย 
แม้กระทั่งตัวเธอเอง 
นั้นหมายความว่าความทรงจำทั้งหมดมันจะหายไป “ 

  ความเงียบเข้าครอบงำทุกคนอีกครั้งเมื่อการรักษาของเอเลนากำลังสร้างความหนักใจให้กับใครหลายๆคน โดยเฉพาะเจ้าพ่อหนุ่มแห่งเทรเวลเลียนที่ถึงกับพูดอะไรไม่ออกเป็นนาน

ผมเข้าใจ แล้วผมจะติดต่อไป

    หมอกลับไปแล้วแต่ผมยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานอย่างหมดเรี่ยวแรง หากยอมให้คนตัวเล็กรักษาตัวด้วยวิธีนี้ 
เขาจะต้องยอมรับผลที่ตามมาให้ได้ 
   เอเลนาจะลืมทุกอย่าง ลืมว่าเธอและผมรักกันแค่ไหน 
ลืมเรื่องราวระหว่างเรา  
เธอคงมองผมเป็นแค่คนแปลกหน้า 
เขาจะทนและรับมันได้หรือเปล่า

นายครับ ผมว่าเรื่องนี้เราค่อยๆตัดสินใจจะดีกว่า “  
รอนที่หายเงียบไปหลายวันเดินเข้ามาพลางเอ่ยขึ้น

แต่ฉันทนเห็นแอลเป็นแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน 
กว่าแอลจะหาย ร่างกายแอลอาจจะแย่ลงได้ 
นายก็รู้ว่าแอลไม่ยอมกินยอมนอน 
เราจะใช้ยานอนหลับกับแอลไปตลอดก็คงไม่ได้เหมือนกัน แล้วนายจะให้ฉันตัดสินใจยังไงดี ไม่ว่าจะตัดสินใจยังไงฉันก็เจอแต่ทางตัน เราจำเป็นต้องเสี่ยง ฉันอยากให้แอลลืมฝันร้ายนี่ไปซะ 
ฉันตัดสินใจได้นานแล้วเพียงแต่ขอเวลาทำใจ
ยอมรับสิ่งที่มันจะตามมาเท่านั้น  “

ผมเข้าใจ

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนผิด
ฉันก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่มันจะตามมา 
มันคือชะตากรรมของฉัน  

  ลุคหลับตาลงเพื่อเก็บซ่อนความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ 
เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าที่คนอย่างเขาจะหาทางออกเจอ

      รอนได้แต่ยืนมองลุคอย่างไม่เชื่อสายตา ลุคเปลี่ยนไปมากตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น เขาดูเปราะบาง
เหมือนเด็กน้อยกำลังเดินหลงทางอยู่

            “ ถ้ามันยุ่งยากนักก็ขายมันซะผมไม่มีเวลามานั่งฟังพวกคุณเถียงกันอยู่หรอกนะ มันเสียเวลา 
ครั้งหน้าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก
พวกคุณเตรียมตัวหางานใหม่กันได้เลย“   
ลุคออกจากห้องประชุมด้วยความอารมณ์ขุ่นมัว

 “  ว่าไงมาเรีย หลับไปแล้วใช่ไหม….ดี….
ใช่หมอนัดวันนี้ฉันจะรีบกลับ

นายครับตอนนี้เราได้ความเคลื่อนไหวของแดเนียลมาแล้ว 
ดูเหมือนว่ามันจะมีคนคอยส่งข่าวเกี่ยวกับเรื่องของเราอยู่

ใครกัน “ 
ลุคขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย
ในระหว่างเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่

คุณเบอร์นครับ “ 

เจสซิกาจริงๆสินะ เรย์! นายส่งคนไปเก็บกวาดไอ้แดนซะ
เอาตำรวจไปด้วยฉันอยากจะรู้อะไรให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย 
เราจะได้จัดการเรื่องบ้าๆนี่ให้จบซะที

ครับนาย

      ผมกำลังเตรียมใจเซ็นเอกสารยินยอมให้หมอรักษาเอเลนาด้วยวิธีที่หมอแนะนำ
มันเป็นทางเดียวที่เธอจะพ้นจากความหวาดกลัวเหล่านั้น
    ผมประวิงเวลาไว้นานกว่าสามเดือนเพื่อรอดูอาการของเธอ
และคิดเข้าข้างตัวเองว่าบางทีมันอาจจะดีขึ้น 
แต่เปล่าเลยมันกลับดูแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ
เธอผอมลงอย่างน่าใจหาย  
หมอต้องคอยให้น้ำเกลือตลอดเวลา  
ร่างกายซูบซีดใบหน้าที่เคยมีเลือดฝาดบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี
บัดนี้กลับหม่นหมองจนทำให้ผมกังวลไปหมด

“  ผมจะทำอย่างเต็มที่คุณเทรเวลเลียน

ชีวิตภรรยาผมอยู่ในมือคุณแล้วผมฝากด้วย “  
น้ำเสียงของลุคแหบพร่า

         

     วินาทีที่ผมรอคอยสิ้นสุดลง 
เอเลนาตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปหลายชั่วโมงเพราะฤทธิ์ยา 
เธอหันมามองผม 
ก่อนจะมองไปยังรอนกับเรย์ที่ยืนลุ้นกันว่าเธอจะมีอาการยังไง
หลังจากที่ให้หมอทำการรักษาเธอไปแล้ว 
สายตาของเธอยังคงดูงุนงงกับทุกๆอย่างรอบตัว 
เธอใช้ฝ่ามือของเธอแตะลงบนใบหน้าของผม
ทำให้ผมถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ
พร้อมกับหลับตาลงรับสัมผัสจากเธอที่ผมแสนจะคิดถึง

คุณรู้จักฉันไหม ฉันรู้สึกได้ว่าคุณรู้จักฉัน “  
เธอถามผมออกมาเป็นประโยคแรกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ผมต้องรู้จักคุณอยู่แล้วที่รัก เราแต่งงานกันแล้วนะ  “  
ผมเอ่ยพร้อมกับจับมือซ้ายของผมและเธอชูขึ้น
เพื่อให้เธอได้เห็นแหวนบนนิ้วของเราทั้งสองคน

คุณเป็นสามีของฉันหรอคะ แต่ทำไม่ฉันจำอะไรไม่ได้เลย แม้กระทั่งชื่อของตัวเองฉันก็จำไม่ได้  “  
เธอเอียงศรีษะในขณะที่เธอพูด  
แววตาของเธอกลับมาสดใสอีกครั้ง 
แต่นิสัยบางอย่างของเธอยังคงมีอยู่
เธอยังคงเป็นคนอยากรู้ช่างสงสัยและช่างถามอย่างเดิม
อย่างน้อยๆผมก็ยังคงรักษาสิ่งนี้เอาไว้ได้

เอเลนา เทรเวลเลียน คือชื่อของคุณที่รัก 
และแน่นอนที่สุดผมเป็นสามีของคุณ

“  ฉันชอบชื่อนี้ค่ะ “ 
เธอส่งรอยยิ้มที่ผมอยากเห็นมันมาตลอดเหลือเดือนออกมา  
แล้วชื่อคุณล่ะคะ

“  ลุค เทรเวลเลียน คือชื่อของผม “ 
เหตุการณ์นี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 
เหมือนกับครั้งแรกตอนเจอกันไม่มีผิด

ลุค “  เธอเรียกชื่อผมน้ำเสียงแผ่วเบา 
เธอกำลังจะทำให้ผมร้องไห้

“  แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้น “  
เธอส่งสายตาสดใสมาให้ผมอย่างอยากรู้

มันเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย แต่ตอนนี้คุณโอเคแล้ว 
และผมพอใจกับสิ่งที่คุณเป็นตอนนี้  “  
ผมลูบไล้เส้นผมของเธออย่างคิดถึง
นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้ทำแบบนี้......
นานแค่ไหนแล้วที่ผมทำความสุขของตัวเองหายไป 
ตอนนี้ผมกำลังจะได้สิ่งเหล่านั้นคืน
และผมจะไม่มีวันทำมันหล่นหายไปอีก

    เอเลนาหลับไปอีกครั้งมันคงเป็นเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ความกลัวของเธอทำให้นอนไม่หลับ
เมื่อความกลัวหายไปร่างกายจึงต้องการพ้กผ่อน  
การรักษาได้ผล....อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องทนมองเห็นเธอร้องไห้เพราะหวาดกลัวอีกแล้ว

    การนั่งมองเธอหลับเป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุด
เธอหลับอยู่อย่างนี้มานานแล้ว
ผมไม่อยากจะจากเธอไปไหน
ความกลัวของเอเลนาถูกลบเลือนหายไปแล้ว   
แต่ความกลัวที่มันเกาะกินหัวใจผมยังอยู่
ผมยังคงจมอยู่กับความกลัวเหล่านี้
ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างมันยังคงตามหลอกหลอน

 

       เงามืดของอดีตที่ทุกคนต่างก็ลืมเลือนกันไปแล้วแต่ไม่ใช่สำหรับใครคนนี้ความแค้นที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานานจนมันฝังลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
       สิ่งที่ลุคกำลังหวาดกลัวอยู่มันกำลังคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง
เมื่อคนที่เขาคิดว่าเขาจัดการไปแล้ว
กลับยังมีใครอีกคนยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่ 
เอเลนาไม่ได้ถูกปองร้ายจากการลอบยิงเขาในวันนั้น
แต่มันเป็นเพราะเหตุผลอื่นที่ใครๆก็คาดไม่ถึง

ส่งคนไปพาตัวแดเนียลออกมา มันยังมีประโยขน์กับฉัน “ 
เสียงของเธอแข็งกร้าวเมื่อแผนการที่เธอวางไว้พังไม่เป็นท่า

ตอนนี้ผมจ้างทนายไปดำเนินการเรื่องนี้แล้วครับ
อีกไม่เกิน 24 ชั่วโมงมันคงได้ออกมา

นังนั่นมันยังไม่ตาย โดนขนาดนั้นแล้วยังรอดมาได้ 
ไม่ว่าดวงมันจะแข็งแค่ไหน
ฉันก็จะส่งมันไปลงนรกให้ได้
ทุกอย่างของเทรเวลเลียนรวมถึงตัวของลุคจะต้องเป็นของฉัน 
ถ้าหากใครมันเข้ามาขวางก็เก็บมันซะ

          ในเมื่อฉันไม่ได้ใครก็ต้องไม่ได้คุณไปเหมือนกัน 
และฉันสาบานว่าฉันจะทำทุกอย่างเ
พื่อให้คุณมาสยบแทบเท้าฉัน 
ลุค เทรเวลเลียน

 

       เอเลนากลับมารักษาตัวที่บ้านโดยมีมาเรียคอยดูแลอยู่ไม่ห่างเธอยังคงเป็นเอเลนาที่ทุกๆคนในบ้านรักเหมือนเดิม
นิสัยของเธอยังคงเหมือนเดิมหมดทุกอย่าง
จะมีแค่อย่างเดียวที่หายไปนั่นก็คือความทรงจำ

          ฉันออกมาเดินเล่นยังส่วนหน้าของบ้าน
ที่มีลานน้ำพุและสวนดอกไม่ 
ฉันกลับมาอยู่ที่บ้านหลายวันแล้ว
ลุคจะใช้เวลาช่วงเช้าออกไปทำงาน
และจะกลับมาในช่วงบ่ายของทุกวัน
เขากำลังกลัวกับอะไรบางอย่างที่ฉันก็นึกไม่ออกว่าคืออะไร สายตาของฉันหันไปเจอรถคันสีดำเงางามจอดอยู่
ขาของฉันเดินเข้าไปหามันอย่างหลงใหล
อย่างกับว่าฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี

   ฉันเปิดประตูเข้าไปนั่งลงอย่างไม่ลังเล
ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนกับว่า
รถคันนี้เป็นของฉัน
ในสมองของฉันมีภาพซ้อนเขามามันเป็นภาพที่เหมือนจริงมาก
ฉันกำลังดีใจกับการที่ได้รถคันนี้มา
ฉันยกมือขึ้นจับพวงมาลัย
สายตาของฉันมองเห็นบางอย่างที่อยู่ตรงเบาะที่ว่างข้างๆ 
มันคือโทรศัพท์กับนาฬิกาข้อมือ
    ฉันหยิบมันขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา
และเมื่อฉันมองเห็นบางอย่างที่อยู่ในนั้น
มันทำให้น้ำตาของฉันไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

   เสียงดังกระหึ่มของเครื่องยนต์ทรงสมรรถะภาพดังขึ้น
 รอนและทุกคนที่อยู่บริเวณบ้านต่างก็วิ่งมาหน้าตาแตกตื่น 
ยิ่งพวกเขาเห็นว่าเอเลนากำลังอยู่หลังพวงมาลัยรถ
พร้อมกับเหยียบคันเร่งก็ยิ่งพากันตกใจขึ้นไปอีก 
ลุคมีคำสั่งเอาไว้อย่างเด็ดขาด
ห้ามให้เอเลนาขับรถเพราะเธอยังจำอะไรไม่ได้มากนัก

นายหญิงลงมาจากรถเถอะครับ จะไปไหนเดี๋ยวผมพาไป “  
รอนเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน

ถ้าจะไปก็ขึ้นรถรอน เพราะแอลจะไปหาลุค “ 

 

          ฉันส่งยิ้มที่คิดว่าสดใสที่สุดออกไปให้รอน สีหน้าของรอนดูจะตกใจมากกับการกระทำของฉัน
แต่เขาก็ตัดสินใจวิ่งมาขึ้นรถโดยที่มีฉันเป็นคนขับ

       เอเลนาจอดรถตรงหน้าบริษัท 
เสียงของรถที่ขับมาอย่างเร็วและเบรกกระทันหัน
ทำให้พนักงานต่างหันมามองกันอย่างสนใจ
จะมีสักกี่คนที่ขับรถแบบนี้ถ้าไม่ใช่คุณผู้หญิงเทรเวลเลียน

     ฉันเดินตรงไปยังห้องทำงานของลุคแทบจะทันที
เมื่อประตูลิฟเปิดออก 
มีอายืนขึ้นอย่างตกใจกับการมาของฉัน

ลุคล่ะ

อยู่ที่ห้องประชุมค่ะ “ 
เอเลนารีบเดินไปยังห้องประชุมทันทีที่มีอาเอ่ยจบ
รอนได้แต่เดินตามอย่างสงสัย

นายหญิงรู้ได้ไงครับว่าห้องประชุมอยู่ที่ไหน “ 
รอนหยั่งเชิงถามออกไป

แอลต้องรู้สิ แอลทำงานที่นี่ไม่รู้ก็แปลกแล้ว

          เอเลนาตอบแบบผ่านไปทีโดยไม่สนใจสีหน้าตกใจของรอนในตอนนี้เลยสักนิด

ลุค!
เสียงเรียกแสนคุ้นเคยดังขึ้นก่อนประตูห้องจะเปิดออกให้เห็นเจ้าของร่างบาง ทุกคนในห้องต่างมองเธออย่างสนใจ โดยเฉพาะคนถูกเรียกอย่างลุค

     เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อว่าคนตรงหน้าจะใช่เมียรัก
คนเดียวกันกับที่เขารู้สึกคิดถึงและเป็นห่วงทุกลมหายใจ
 วินาทีที่คนตัวเล็กปรากฏตัวขึ้น
มันทำให้หัวใจของเขาที่ห่อเหี่ยวกลับมีชีวิตชีวา 
เขากำลังจะได้หัวใจที่เขาเป็นคนทำมันหายไปกลับคืนมา

เอ่อ...ขอโทษค่ะ แอลออกไปรอข้างนอกก่อนก็ได้ “  
เธอเอ่ยด้วยความขัดเขินตอนนี้สายตาของคนทั้งห้องต่างจับจ้องมาอย่างไม่ลดละ

ผมขอยกเลิกประชุมเอาไว้แค่นี้ “  
ลุคดีดตัวออกจากเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะ 
ก่อนจะเดินแกมวิ่งมาหาเจ้าของร่างบางที่เขาถวิลหา
 คนที่นั่งอยู่ในห้องต่างพากันยกยิ้มอย่างเอ็นดู

แอลมาได้ยังไง แล้วเกิดอะไรขึ้น

แอลขับรถมา แอลก็แค่คิดถึงไม่ได้หรือไง “  
คำตอบของเธอทำให้ลุคถึงกับยิ้มไม่หุบ

ขับรถคันไหนมา

ก็รถที่ลุคซื้อให้ไง ทำไมล่ะ....ก็มันเป็นรถของแอล “  
เอเลนาอธิบายเพิ่มเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของลุค

ทำไมทำหน้ากันอย่างนั้นล่ะ

“  พี่ก็แค่แปลกใจอะไรนิดหน่อยเที่ยงแล้วไปทานข้าวกันเถอะ “ 

  ลุคพาเอเลนามาทานข้าวยังโรมแรมหรูระดับหลายดาว 
เขากำลังยืนมองรถที่สาวเจ้ายืนยันว่าจะขับมันมาด้วยตัวเอง  
เอเลนาลงจากรถด้วยท่าทางราวกับนางพญา
ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต่างมองด้วยสายตาชื่นชม
    ชายหนุ่มก็เป็นหนึ่งในนั้น เขากำลังยืนมองเมียรักเดินออกมา 
เธอแทบไม่ได้แต่งตัวอะไรเลย
แต่กลับดูสวยงามไร้ที่ติ
   เอเลนาอยู่ในชุดเดรสสีชมพูตัวโปรด 
ใบหน้าของเธอเนียนใสมีเลือดฝาด 
ดวงตาที่เคยมีแต่ความสงสัยบัดนี้กลับมีสีสัน 
ขาจำสายตาแบบนี้ได้เป็นอย่างดี 
เอเลนาของเขากลับมาแล้ว

กลับมาเป็นสาวน้อยที่เป็นดังลมหายใจของเขา

เมียฉันสวยเป็นบ้า นายว่าไหมเรย์

เป็นอย่างนั้นครับ นายหญิงดูสดใสกว่าทุกวัน

 

         ฉันกำลังนั่งกินเค้กเป็นของหวานอย่างอารมณ์ดี
อย่างน้อยในตอนนี้ฉันก็จำได้ว่าฉันรักผู้ชายตรงหน้ามากแค่ไหนอาหารมื้อนี้อร่อยสุดๆในความรู้สึกของฉัน 
สายตาของฉันคอยสาดส่องมองหาคนตัวโตที่เดินไปห้องน้ำนานแล้วอยู่ตลอดเวลา
ฉันไม่อยากอยู่ห่างเขาเลย
การที่ได้อยู่ใกล้ๆกับลุคมันทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย

         เอเลนายังคงดื่มด่ำกับความสุขที่เธอได้รับ
เธอไม่รู้ว่ามีใครคนนึงกำลังจะเข้ามาทำลายความสุข
รอยยิ้มของเธอสร้างความเกลียดชังให้ใครอีกคน
โดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ

เจอกันอีกแล้วนะคะคุณเทรเวลเลียน

คุณเป็นใคร

เรารู้จักกันดีทีเดียว

 

         สิ่งที่ฉันได้ยินมามันทำให้ฉันมืดแปดด้าน
ร่างกายทุกส่วนแข็งค้าง
หัวสมองเจ็บจี๊ดขึ้นมาเหมือนกับมีใครเอาอะไรตีลงมาอย่างแรงภาพบางภาพที่เคยฝันมันกลายเป็นความจริงขึ้นมาทันตาเห็น 
ฉันวิ่งออกมาจากโรงแรมแล้วออกรถมาด้วยความเร็วทั้งหมด 
ทุกคำพูดของเธอมันทำร้ายจิตใจของฉันอย่างรุนแรง
ประโยคสุดท้ายที่เธอบอกกับฉันก่อนจะเดินจาก 
ธอกำลังจะมีลูกกับลุค

แล้วฉันละ....

เธอบอกว่าลุคก็แค่สงสารเลยทำดีด้วย  

ลุคกำลังจะทิ้งฉันไปหาเธอ

มันไม่จริงใช่ไหม….. มันเป็นแค่เรื่องโกหก

 ฉันรักลุคฉันรู้ฉันจำได้

ไม่…. ไม่ไม่…..

       เอเลนาเบรกรถอย่างกระทันหัน
ในสมองของเธอเจ็บจวนจะระเบิด
การกระทำของเธอทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง
ถึงกับหมุนอยู่หลายรอบ
เธอซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถจนทำให้เสียงแตรดังสนั่น 
ตอนนี้ข้างนอกตัวรถมืดมากมืดจนมองอะไรไม่เห็น

นี่ฉันอยู่ที่ไหนกัน

แอล เปิดประตู “ 
เสียงเคาะกระจกทำให้ฉันสะดุ้งก่อนจะหันไปมอง

ลุค “ 
ฉันเอ่ยเป็นเสียงกระซิบก่อนจะเปิดประตูรถ เพียงแค่ออกมาจากรถเธอก็พุ่งตัวเข้าไปสวมกอดร่างแกร่งเอาไว้แน่น
ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นทำให้ร่างบางสั่นไปหมด

แอลเป็นอะไร ทำไมขับรถออกมาแบบนี้ 
ขับเร็วมากด้วยมันอันตรายรู้ไหม ให้ตายเถอะ “  
ลุคสบถออกมาพร้อมกับกอดฉันแน่นขึ้น

“  ไหนบอกมาสิคนดี ใครทำให้สาวน้อยที่มีแต่ความสุข
ต้องร้องไห้กัน

เธอคนนั้นเดินเข้ามาหาแอล “  
ลุคได้ยินดังนั้นก็หันไปมองหน้าเรย์และรอน
ที่ตอนนี้เริ่มสั่งงานกับการ์ดที่ติดตามมา

เข้ามาหรอ...เขาทำร้ายแอลหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย  “  
ลุคยังคงถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพลางใช่สายตามองร่างคนตัวเล็กเป็นการสำรวจไปในตัว 

เธอบอกว่าแอลไปแย่งลุคมา
และเธอก็กำลังท้องกับลุคอยู่ 
มันไม่จริงใช่ไหม เธอโกหกใช่ไหม “ 
คนตัวเล็กถามน้ำเสียงสั่นเครือ 
น้ำตาเม็ดใสไหลลงมาตามพวงแก้ม 
ชายหนุ่มแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากมนต์อย่างปลอบขวัญ 

 มันเป็นแค่เรื่องโกหก 

 

 

         คำบอกเล่าของเมียรัก สร้างความโกรธเคืองให้เขาไม่น้อยร่างแกร่งเครียดขรึง 
พยายามระงับโทสะร้ายของตัวเองเอาไว้อย่างที่สุด
   อารมณ์เดือดดาลมันแทบจะประทุออกมาอยู่ร็อมร่อ 
เอเลนากำลังตกเป็นเป้าสิ่งที่เขาคิดไม่ผิดแน่

          เอเลนาหลับลงอย่างอ่อนเพลีย
หลังจากขึ้นมานั่งบนรถได้ไม่นาน 
เขายังคงมองเห็นคราบน้ำตาเอ่อคลออยู่ 
อารมณ์โกรธที่พยายามระงับไว้ก่อนหน้านี้ประทุออกมา
เมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนจงใจทำให้เมียรักเป็นแบบนี้ 
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

นายช่วยเช๊คกล้องวงจรปิดใช่ ฉันไปห้องน้ำกลับออกมาก็เห็นแอลขับรถออกไปแล้ว แอลสบายดีไม่บาดเจ็บ โอเคขอบใจจอร์จ

ผมขอโทษครับนายที่ให้คนอื่นเข้าถึงตัวนายหญิง “ 
รอนเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ

ช่างมันเถอะ อย่างน้อยแอลก็ปลอดภัย “ 

นายใหญ่สงสัยใครบ้างไหมครับ “ 

ฉันเองก็ไม่รู้หรอกรอน 
แต่ฉันจะทำทุกอย่างให้แอลปลอดภัย 
ความจำบางอย่างของแอลอาจกลับมาแล้ว
แต่แอลก็ยังคงเหมือนเด็กคนนึง  
เธอยังไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เหมือนเมื่อก่อน 
ฉันกลัวจริงๆกลัวว่าวันนึง…. “  
ลุคหยุดคำพูดเอาไว้แค่นั้นเขาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด
เมื่อนึกถึงตอนอเลนาบาดเจ็บ

          รอนมองเห็นความหวาดกลัวในสายตาของลุค
ปกติแล้วลุคเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม
ไม่เคยมีเรื่องอะไรที่ทำให้คนอย่างลุคกลัวได้เลย
มีแต่จะพุ่งเข้าใส่แบบไม่กลัวเกรง 
แต่ตอนนี้ลุคกลายเป็นอีกคนหนึ่งไม่ว่าจำทำอะไรก็จะหยุดคิด
หากเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคนตัวเล็กข้างกาย 
เจ้าพ่อหนุ่มไม่สามารถควบคุมหรือทำอะไรได้เลย 
ทำอะไรคิดอะไรมันก็ผิดพลาดไปหมด

       ลุคกำลังเดือดจัด ทำให้บรรดาการ์ดพากันลอบกลืนน้ำลายอารมณ์ของมาเฟียตัวร้ายในตอนนี้ แทบจะฆ่าพวกเขาได้ทันทีเพียงแค่ใช่สายตามอง

จอร์จ เรามีหุ้นอยู่ในบริษัทเบอร์นซีเทคชั่นเท่าไหร่ “    
ลุคเดินไปมาระหว่างคุยโทรศัพท์
เขายกมือขึ้นเสยผมอย่างมีอารมณ์ 
งั้นรวมหุ้นเข้ามาให้เป็นของเทรเวลเลียนให้หมด 
ไล่กรรมการบริหารทั้งหมดออกไปด้วย 
ฉันไม่สนหรอก  ฉันรู้นายแค่ทำตามหน้าที่ไปจอร์จ 
หุ้นที่เอามารวมกันใส่เป็นชื่อของแอล..
ใช่....นายเข้าใจถูกแล้ว 
ในเมื่อหุ้นส่วนธุรกิจกลายเป็นคนร้ายใกล้ตัว
ฉันก็ไม่เก็บมันไว้ 
เทคโอเวอร์สัมปทานน้ำมันด้วย 
แอลเป็นสิ่งต้องห้ามไม่ว่าใครทำอะไรแม้เพียงน้อยนิด…. 
ดีที่เข้าใจ ส่งข่าวมาด้วยจอร์จ…. ขอบใจ

“  ทำแบบนี้มันจะดีหรอครับนาย

นายน่าจะรู้จักฉันดีกว่าใครนะเรย์  
ฉันไม่สามารถมองข้ามเรื่องแบบนี้ไปได้ 
สิ่งที่เธอทำกับแอลมันกำลังจะเขามาทำลายทุกอย่าง
ที่มันเริ่มจะดีขึ้น 
ถ้าไม่จัดการซะตั้งแต่ตอนนี้
มันอาจจะมีอะไรที่เราคาดไม่ถึงเกิดขึ้นอีกก็เป็นได้  “

      
ผมยังคงหวาดกลัวกับเรื่องของแอลไม่สิ้นสุด 
ผมเดินกลับมาจากห้องน้ำก็เห็นเธอวิ่งไปที่รถแล้วขับออกไป
ด้วยความเร็วชนิดที่ทำให้ผมใจหาย 
ผมตามเธอไปแทบไม่ทัน
และผมก็หยุดหายใจอีกครั้งเมื่อจู่ๆเธอก็เบรกรถอย่างกระทันหันความเร็วขนาดนั้นอาจทำให้รถพลิกคว่ำก็เป็นได้ 
ผมเบื่อความหวาดกลัวแบบนี้เมื่อไหร่มันจะจบสิ้นสักที

         เอเลนาวิ่งเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ราวเทพบุตรที่กำลังเดินอย่างสง่างามเข้ามาหาเธออย่างไม่ลังเล 
ลุคย่อตัวลงรับร่างบางที่ตอนนี้โอบกอดเขาเอาไว้ 
ราวกับว่าต้องการที่พึ่ง 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขากังวลไปหมด
แต่เมื่อเอเลนายังแสดงออกชัดเจนว่าต้องการเขา 
ความกังวลทั้งหมดก็เหมือนกับจะจางไป

ว่าไงคนสวย “  
ตั้งแต่เอเลนาฟื้นจากอาการป่วย
เธอก็มักจะออดอ้อนเขาอย่างน่ารัก

ลุค....พี่ชอบเธอหรือเปล่า หากเธอท้องจริงๆจะทำยังไง “  
เสียงของเอเลนาสั่นพร่าในขณะที่ถามออกไป

แอลพี่ไม่เคยมีอะไรกับเธอ โอเคกอดจูบอาจมีบ้าง
แต่พี่สาบานพี่ไม่ทำอะไรมากไปกว่านั้นแน่นอน

ตอนนี้แอลรู้สึกเหมือนกับแอลกลัว....มันรู้สึกได้
มันเป็นความกลัวที่มีมานานแล้ว “  
เอเลนากอดลุคเอาไว้อย่างกับกลัวว่าจะไม่ได้กอดเขาอีกแล้ว

อย่าคิดมากเลยคนดี 
ทุกอย่างมันจะดีขึ้น พี่จะอยู่กับแอลตรงนี้ 
พี่จะทำทุกอย่างเพื่อเรา

 

เพล้ง !!

   เสียงของแก้วเนื้อดีกระทบลงกับพื้นอย่างแรง
บ่งบอกถึงอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่กำลังเกิดขึ้น 
เจสซิกากำลังเจอปัญหาใหญ่ที่เธอก็คิดไม่ถึง

ลุคกล้าทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง 
ฉันกับเขาเป็นหุ้นส่วนกันมาหลายปี
แต่พอมีนังนั้นเข้ามา ฉันอยากจะฆ่ามัน “  
เจสซิกากำลังสติแตกเมื่อคนของเธอรายงานว่าบริษัทเทรเวลเลียนถอนหุ้นทั้งหมดออกไป

นายหญิงครับ ผมว่าเราใจเย็นก่อนดีกว่า
ขืนเราทำอะไรมากกว่านี้เราอาจจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นอีก “ 
เคนโด้คนสนิทของเธอเอ่ยเตือน

ยังดีที่เรายังมีเงินมากพอที่จะพยุงบริษัทเอาไว้ 
แต่ฉันจะไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้แน่
ในเมื่อลุคห่วงมันมากนัก
ฉันก็จะทำทุกอย่างให้เขารู้จักกับความรู้สึกสูญเสียไปตลอดชีวิต สิ่งที่นังนั่นมันได้ไปมันเป็นของฉัน 
เป็นของฉันมานานแล้ว “  
เจสซิกายังคงคิดอย่างมาดร้าย
ทำให้เคนโด้คนสนิทของเธอถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา 
เจสซิกายังไม่รู้อีกหรอ
การจะเอาชนะคนอย่าง ลุค เทรเวลเลียนไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด และก่อนที่เคนโด้จะแยกตัวไปทำงานใครคนนึงก็เดินเข้ามา

 

 หวัดดีที่รัก ผมกลับมาแล้ว 

 

 

ใครกันชอบโผล่มาแบบนี้ทุกทีปล่อยให้คนเขารักกันบ้างเถอะ หลังจากนี้เราจะได้เห็นความร้ายกาจของลุคกันแล้วและเตรียมซับน้ำตากันอีกรอบได้เลย

และมาดูว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เจสซิกากัดไม่ปล่อยแบบนี้ดูนางจะแค้นเอามากๆ

 

ตามติดซะจริงน่ะจะปล่อยให้เขาจู๋จี๋กันบ้างไม่ได้เลยว่างั้น

ขอบอกว่าหลังจากนี้ลุคเกาะติดหนูแอลหนึบ

แบบว่าไม่ให้ห่างแต่จะทำได้ไหมหนูแอลจะยอมให้ทำแบบนั้นหรือเปล่า

ขอบคุณที่ติดตามคะสัญญาว่าจะอัพทุกวันขอคอมเม้นเป็นกำลังใจบ้างน่ะคะ
 

 

 

หนูแอลกลับมาแล้ว.....จะไปหาลุคซะด้วยเรามารอดูกันว่าการกลับมาของหนูแอลครั้งนี้จะมีอะไรตามมาอีกหรือเปล่า
เรื่องราวอะไรกันที่ทำให้หนูแอลถึงกับเกือบตายมาแล้วอดีตที่ตามมาของหนูแอลคืออะไร
คนสวยนี่ใช้ชีวิตยากเหมือนกันเนอะ



                         If you come back to me
                         I'll be all that you need
                         Baby, come back to me
        Let me make up for what happened in the past


                                 

                                                     
 

214 ความคิดเห็น

  1. #7 Amm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 12:05
    holy man! she not let go , can't wait to see what Alina will respond back to that lady!
    #7
    1
    • #7-1 Lady Grey (@2052395332ice) (จากตอนที่ 8)
      21 กันยายน 2558 / 12:12
      ฝากติดตามด้วยค่ะ
      #7-1