คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF-EXO] จนกว่าจะถึงวันตาย kaisoo

บางทีสิ่งที่เห็นก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป สัมผัสอุ่นๆจากมือก็อาจเย็นชืดภายในพริบตา แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าผมยังไม่ตาย......

ยอดวิวรวม

169

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


169

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 พ.ค. 60 / 20:55 น.
นิยาย [SF-EXO] Ҩж֧ѹ kaisoo [SF-EXO] จนกว่าจะถึงวันตาย kaisoo | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
...บางทีดวงตาของเราก็ไม่อาจเชื่อถือได้ คุณรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่ใช่ภาพลวงตา...

...เสียงที่ได้ยินก็อาจจะไม่มีเสียงอะไรเลยก็ได้...

...กลิ่นหอมอบอวนอาจเหม็นเน่าจนน่าสะอิดสะเอียน...

...สัมผัสไออุ่นอาจเหลือเพียงความเย็นยะเยือกเข้ามาแทน...


เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 พ.ค. 60 / 20:55


              "คยองซู! ไอเหี้ยนั้นเป็นใคร?" จงอินมองคยองซูตาเขม่น พร้อมชี้นิ้วไปนอกหน้าต่างแม้จะไม่มีคนที่เขาหมายหัวนั่นก็ตาม
              เมื่อกลางวันเขาเห็นคยองซูควงใครไม่รู้ไปโรงอาหารที่มหาลัย ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาทั้งการกระทำและการหยอกล้อนั่นดูยังไงก็ไม่ใช่แค่เพื่อนหรือพี่น้องอะไรกันแน่นอน แต่เพราะเขาไม่อยากไปวีนแตกกลางโรงอาหารให้คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นมาซุบซิบนินทา เขาจึงได้เก็บความเคลียดแค้นนี้ไว้เพื่อมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องในตอนนี้
              "..." คยองซูไม่ตอบอะไร สายตาร่างเล็กยังคงจับจ้องกับพื้นเหมือนไม่มีอะไรแก้ตัว ซึ่งเขาก็พอเดาได้แล้วแหละแม้จะไม่มีคำตอบอะไรออกมา

              บางครั้งการไม่ตอบอะไรก็หมายถึงตอบแล้วล่ะ....

              "พี่ถามทำไมไม่ตอบ!" ร่างสูงขึ้นเสียงจ้องหน้าคนตัวเล็กนิ่งตาไม่กระพริบ ใช้ความกดดันคาดคั้นคำตอบ แต่ร่างเล็กกลับไม่ตอบอะไรเช่นเคยก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อตัดสินใจจะพูดความจริง
              "ใช่คับ! น้องมีคนอื่น โอเครยัง!?" จงอินมีสายตาที่อ่อนลง ใบหน้าบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจ เขาทั้งรักทั้งทนุถนอมคยองซูเท่าไหร่ทำไมไม่เห็นค่ากันบ้าง!  ทำไมจะต้องไปไคร่คว้าหาความอบอุ่นจากคนอื่น นี้น่ะหรอคำตอบของคนไม่รู้จักพอ!
              "ถ้าพี่มีปัญหาก็เลิกกันไปเลย! น้องไม่ง้อหรอก" คยองซูทิ้งคำล่ำลาไว้ตรงนั้น ก่อนจะเลี่ยงไปเก็บเสื้อผ้าของตนเพื่อจะออกไปจากที่นี้ ยังไงเขาก็ไม่สนใจอยู่แล้วแม้บ้านหลังนี้เราจะช่วยกันเก็บตังซื้อกันมาแต่ถ้าเขาเป็นฝ่ายผิด เขาก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างแล้วเดินจากไป

              "คยองซูเดี๋ยวก่อนเรายังคุยกันไม่จบ!" จงอินเดินไปรั้งมือคยองซูเอาไว้ ดื้อดึงให้ร่างเล็กสบตากับตนดีๆ แต่ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่มีใครยอมใคร คยองซูทั้งผลักทั้งดันทั้งข่วนเขาไม่เลิกในเมื่อเขาไม่ปล่อย แต่ใครจะยอมปล่อยคนที่รักไปได้

              ไม่มีทาง.....
              "พี่ต้องการอะไรเนี้ย!? น้องไปมีคนอื่นน้องผิดเองก็ต้องไปสิ พี่จะมารั้งอีกทำไม!?" คยองซูตอบด้วยใบหน้าเหวี่ยงๆแล้วจึงสบัดมือร่างสูงให้หลุดออก แต่ไม่เป็นผลจงอินเอาตัวเขามุดลงไปใต้อ้อมกอดจนจมอก ทั้งยังกอดตัวเขาแน่นจนแขนทั้งสองข้างขยับไม่ได้อีก
              "พี่ไม่ให้ไป!" ตาคมสบตากลมด้วยสายตาแข็งกร่าวแต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กเปลี่ยนใจที่จะเดินออกไปจากชีวิตอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
              "ปล่อยนะพี่! น้องบอกให้ปล่อยไง!! ปล่อย!" คนน้องดิ้นไม่หยุดเมื่อคนพี่กอดเขาไว้แน่นราวกับโซ่ตรวน จนพลัดล่มลงไปกองที่พื้นทั้งคู่
              ปั๊ก!!!
              คยองซูพยายามคานหนีจากร่างใหญ่ที่ทับตัวเองอยู่ ทั้งตะเกียจตะกายและมือไม้ปัดป้องไปทั่ว เพียงความคิดชั่ววูปทำให้ร่างสูงตัดสินใจทำบางอย่างลงไป
              เพล่ง!!!!!
              มือหน้าคว้าโคมไฟบนโต๊ะข้างเตียงที่เป็นโคมไฟแบบแจกันทุบลงไปที่เท้าเล็ก แรงเหวี่ยงมหาศาลจนทำให้แจกันแตกละเอียด ความเจ็บปวดจากแรงกระแทกบวกกับเศษกระเบื้องที่แตกละเอียดฝังเข้าไปในต้นขาเรียวของร่างเล็ก  

              "อ๊ากกกกกกกก!!" ทันใดนั้นคยองซูก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะร้องดังแค่ไหนก็ไม่สามารถเล็ดลอดห้องเก็บเสียงชั้งดีนี้ไปได้คยองซูรู้ดี เขาร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด น้ำตาใสไหลรินอาบแก้มดั่งสายน้ำก่อนจะใช้แรงทั้งหมดพยุงตัวเองด้วยสองแขนคลานหนีคนโหดร้าย เลือดสีแดงพรั่งพรูออกจากรอยแยกของผิวหนัง ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บยิ่งคลานก็ยังทรมาร แต่ถ้าไม่คลานก็เท่ากับตายทั้งเป็นเหมือนกัน...

              "อึก....ฮือออ...." จงอินเห็นการกระทำต่อต้านที่ไม่หยุดหย่อนของร่างเล็กทำให้เขาเลือดขึ้นหน้า เขาตะโกนเรียกคยองซูอย่างบ้าคลั่ง
              "คยองซู! เราจะหนีพี่ไปไหน!!" เพียงอึดใจเดียวที่ร่างกายสั่งการก่อนสมอง ร่างสูงรีบคล่อมร่างที่พยายามคลานหนีอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อไปที่ประตู เขากระชากไหล่แคบให้นอนหันหน้ามาทางเขา ก่อนจะใช้สองมือแกร่งบีบรัดต้นคอขาว จนเจ้าของเบิงตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหายใจไม่ออก คยองซูพยายามตะเกียกตะกายปัดป่ายทั้งจิกทั้งขวนหน้าเขาจนต้องเพิ่มแรงบีบเข้าอีก
              "อั๊ก....อั๊ก....อึก.....อั๊กกก..." ไมานานแรงที่พยายามขวนเขาก็ค่อยๆอ่อนกำลังลงแต่กลับจิกมือแกร่งที่บีบรัดต้นคอไว้ด้วยแรงสุดท้ายที่มี เพียงเพื่อให้ลดแรงบีบจามือหนาแต่มันไม่เป็นผล
              วินาทีสุดท้ายที่ลมหายใจขาดห้วงนานเกินร่างกายจะรับไว้ มือเล็กที่พยายามแกะมือของเขาตกลงข้างลำตัวอย่างช้าๆ สายตาที่เบิงกว้างด้วยความเคลียดแค้นผันแปรเปลี่ยนเป็นแววตาฉ่ำน้ำที่แสดงถึงความรู้สึกผิด รู้สึกขอโทษและขอให้เขาอภัย แม้ร่างกายที่พยายามดิ้นจะหยุดลงแล้วหัวใจที่หยุดเต้น สายตาวิงวอนนั้นก็ยังตราตึงอยู่ในใบหน้าเล็กไม่จางหาย ในเวลานั้นที่เขารู้สึกตัว รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่มันก็สายไปเสียแล้ว จงอินน้ำตารือแสดงถึงความเจ็บปวดก่อนจะทรุดไปกอดร่างไร้วิญญาณอันเป็นที่รัก
              "คยองซูทำไมทำกับพี่แบบนี้! เราทำให้พี่ไม่มีทางเลือก พี่ไม่ได้ตั้งใจ.......ฮึก......หายใจสิตัวเล็กพูดอะไรสักอย่างสิ......." เขากุมใบหน้าคนรักไว้ ดวงตาคมมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวาน บัดนี้มันชั่งไร้ชีวิตชีวาเหลือเกิน ไม่มีสัญญาณแห่งการมีชีวิตอีกต่อไป ในดวงตาใสนั่นมันไม่มีประกายอีกแล้ว มันไม่สดใสอีกแล้ว เขาตบหน้านั้นเบาๆเพื่อเรียกสติแต่กลับไม่มีการตอบสนอง น้ำตาของลูกผู้ชายพลั่งพลูไม่จบสิ้น 
              "คยองซูอย่าทิ้งพี่ไปนะ"
              .

              .

              .

              .

              .

              .

              .
              "ได้โปรด...."





รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





              "พี่จงอิน คยองหิวแล้วววว...." คยองซูทำหน้ามุ้ยตีหมอนใบใหญ่ไปมาอยู่บนโซฟา สายตาก็จับจ้องมาที่ร่างสูงอย่างออดอ้อนให้ร่างสูงทำให้ทาน
              "เรานั้นแหละต้องทำให้พี่กิน พี่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง" จงอินทำหน้าตำหนิเล็กน้อยก่อนจะสนใจงานคณะของตนต่อ
              "มาม่าก็ได้ ไข่ต้มก็ได้ ไข่ตุ๋นก็ได้ น้องอยากกิน" คยองซูยังไม่ลดละความพยายามเพราะตนขี้เกียจที่จะเข้าครัวในวันนี้ ดังนั้นจึงเสนอเมนูง่ายๆให้ร่างสูงทำ
              "พี่ทำไข่ตุ๋นไม่เป็นอ่ะ"
              "ทำอะไรก็ได้นะ น้องกินได้หมด นะๆๆๆๆๆๆ" จงอินทำทีหน้านิ่วคิ้วขมวดมาให้เพราะเขาต้องทำงาน คนตัวเล็กนั้นแหละไม่เห็นทำไรเอาแต่นั่งอ้วนอยู่ได้ สมควรแล้วหรือไงมาใช้งานคนอื่น
              เห็นทีร่างสูงจึงเดินเข้าไปใกล้คนขี้เกียจ พร้อมกับยื่นหน้าของตนไปใกล้จนลมหายใจร้อนเป่ารดหน้าคนตัวเล็ก ก่อนจะกระซิบข้างหูจนคนฟังหน้าร้องผ่าว

              "งั้นพี่ขอกินตัวเล็กก่อนได้ไหมล่ะ...."
              "พี่บ้า!" คยองซูตีแขนแกร่งดังปั๊ก!เมื่อได้รับสายตากรุ้มกริ่มของคนพี่ ตากลมหลบสายตาตาคมที่คอยจะหันตามสายตาของเขาอยู่ตลอด คนอะไรหื่นไม่บันยะบันยังแบบนี้นะ!
              คยองซูหลบตาอยู่นานจนจงอินใช้ทีเผลอเมื่อหันหน้าตามร่างเล็กทันก็ประกบจูบทันที จูบที่นุ่มนวลน่าหลงไหล จนคยองซูคล้อยตามไปด้วย มือหนาผลักอกเล็กเบาๆเพื่อให้นอนราบไปกับเนื้อสัมผัสของโซฟา ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักที่ทั้งคู่ต่างรู้จักกันดี.....

.
.
.
.
.
.
.
แต่นั้นก็แค่อดีต









รูปภาพที่เกี่ยวข้อง









              ในเย็นคืนแห่งนรกจงอินชำระร่างกายให้คยองซู เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เรียบร้อยพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่เสร็จสรรพก่อนจะอุ้มลงมาข้างล่างและวางร่างเล็กลงที่เก้าอี้ทานข้าว เขายิ้มละมุนให้แม้จะไม่ได้รอยยิ้มกลับมา
              "หิวรึยังเอ๋ย พี่ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเพราะงั้นกินบะหมี่สำเร็จรูปไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่เต็มให้" ร่างเล็กไม่ได้ตอบอะไร ร่างสูงจึงเดินไปที่โซนครัวซึ่งอยู่ข้างๆโต๊ะทานข้าว ไม่นานก็ได้บะหมี่สำเร็จรูปน่าตาน่าทานเพราะเขาใส่ผักและไข่เพื่อเพิ่มสารอาหาร วางมันไว้ตรงหน้าคนที่นั่งนิ่งอยู่นาน ก่อนตนจะนั่งเก้าอี้ตรงข้ามและตักเส้นบะหมี่พอดีคำจ่อไปที่ปากอิ่มรูปหัวใจ แต่คนตรงหน้ากลับไม่อ้าปากรับอาหารที่เขาป้อนให้ ทำให้ร่างสูงรู้สึกครุ่นเครืองเล็กน้อย
              "ทานสิคับตัวเล็ก พี่ป้อนแล้วน้า" ร่างไร้วิญญาณยังคงนิ่งสนิทประดุจรูปปั้นแสนปราณีต จงอินยังไม่ลดล่ะความพยายามยังขยั่นขยอให้คนรักทานอาหารที่เขาทำบ้าง
              "คยองซูยังโกธรพี่อยู่หรอ....?" ร่างเล็กยังคงไม่ตอบอะไรกับมา เขาจึงวางช้อนลงที่เดิมก่อนจะกุมมือไว้บนโต๊ะเพียงพูดเรื่องสำคัญ
              "เรารู้ใช่ไหมว่าพี่รักเรามาก..."
              "รักพี่แค่คนเดียวทำไม่ได้รึไง?...."
              "พี่รู้ว่าพี่ชอบทำให้เราปวดหัวอยู่บ่อยๆ แต่เราต้องเข้าใจพี่สิเราเป็นแฟนกันนะ" เขารอคำตอบอยู่สักครู่ก่อนจะหันหน้าเข้าครัวไปต้มน้ำเตรียมทำอาหารอย่างที่ได้พูดไป

              จงอินเป็นคนที่ขี้หึงมากๆ ไม่ว่าคยองซูจะเดินกับใครก็มักจะระแวงไปหมด ต่อหน้าพวกเขาอาจพูดดีต่อกัน แต่เมื่อไหร่ที่ได้อยู่กันแค่สองคน จงอินก็ไม่ลืมที่จะหยิบยกเรื่องพวกนี้มาทำให้เป็นปัญหา แม้ว่าคยองซูจะอธิบายยังไงจงอินก็ไม่เคยฟัง บางครั้งร่างสูงก็เป็นแฟนที่ดี ดีมากสะด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ได้ร้ายล่ะก็จะร้ายจนน่าหวาดกลัว เขาทั้งกลัวและหมดความอดกลั้นในนิสัยที่แก้ไม่ได้แบบนี้ คนที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอยู่กับใครก็จะมีปัญหาอยู่เสมอเรื่องนั้นเขารู้ดีแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สะเอง เขาจึงได้หาโอกาสเลิกกับจงอินให้ได้ ใช่....เขาตั้งใจควงผู้ชายคนนั้นเอง ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกับเขาหรอก แค่ยืมมาเป็นกิ๊กหลอกๆให้จงอินเอาเรื่องนี้มาถกเถียง และมันเป็นไปอย่างที่เขาคาดคิด จงอินรับรู้และเอาเรื่องนี้มาพูดจริง จังหวะนั้นแหละที่เขารอคอยเขาจึงไม่้ปลี่ยนใจที่จะบอกเลิกเลย แต่เอาเข้าจริงคำว่า'เลิกกันเถอะ'มันก็เป็นคำพูดที่พูดยากอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็พูดมันออกมาจนได้ก็เขาคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้วนิ เขาจะได้ไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้สักที ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่ามันไม่มีความสุขแต่ความทุกข์มันก็มีมากกว่า แต่ใครจะไปคิดว่าแค่ความคิดตื้นๆจะทำให้วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของเขา.....ของคยองซู.....

หลังจากก้มหน้าเตรียมนู้นนี้อยู่นานจงอินก็หันมามองคยองซูอีกครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ
              "เราไม่ต้องรู้จักใคร รู้จักแค่พี่ก็พอ....."








รูปภาพที่เกี่ยวข้อง









              จงอินอุ้มคยองซูให้นั่งเก้าอี้โยกใกล้ๆเขาในห้องนอน...........ที่ๆเกิดเหตุของนรกโลกแตก เขาเก็บกวาดสิ่งของล่มระเนระนาดเต็มพื้น จงอินกวาดเศษกระเบื้องที่ยังคงหลงเหลือคลาบสีแดงข้น ครั้นพยายามลืมสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น แต่เหมือนยิ่งอยากลืมก็ยิ่งจดจำ ภาพในอดีตหวนกลับมาเตือนความจำเขาอีกครั้งครั้นเมื่อพวกเรายังมีความสุข 

              มีความสุขมากกว่านี้...


              ย้อนไปเมื่อวันที่มีความสุขที่สุด วันที่ตัดสินใจที่ซื้อบ้านสักหลังอยู่ด้วยกันและเราก็ได้บ้านหลังนี้ วันนั้นเราตกแต่งห้องนอนด้วยกันเขายังใจได้ดี เรื่องโคมไฟที่เราถกเถียงกันอยู่นาน...
              "พี่ว่าเอาโคมไฟไม้สวยกว่านะ มันดูคราสิคดีออก" จงอินเสนอ
              "น้องว่าแบบแจกันสวยกว่านะมันดูสวยตลอดเวลาอ่ะ แบบไม้นานไปสีไม้ก็ซีดอ่ะพี่ แบบแจกันต่อให้ทิ้งไว้กี่ปีมันก็ไม่เก่า" คยองซูอธิบายยืดยาว ตากลมก็มองมายังเขาทั้งสายตาออดอ้อนทั้งปากที่ยู้จนปากจู๋ ทำขนาดนี้ใครจะไปปฏิเสธลงล่ะ
              "พูดขนาดนี้พี่ยอมก็ได้...." จงอินเดินเข้าไปสวมกอดร่างเล็กจากด้านหลังก่อนจะเอาคางเกยหัวทุยพร้อมโยกตัวเล่นไปมา"พี่ตามใจเราขนาดนี้ ของทุกอย่างเราก็เลือกเองเพราะงั้นห้ามทิ้งพี่ไปไหนนะ"
              "ใครจะไปกล้าทิ้งคนที่เรารักไว้คนเดียวล่ะคับ จริงไหม?" คยองซูหันหน้ามาสบตาก่อนจะยิ้มร่าแสดงความมั่นคงในคำตอบ จงอินยิ้มละมุนตอบกลับแล้วจึงก้มไปจุมพิศเจ้าหญิงของเขา......
.
.
.
.
.
.
.
              "เราผิดสัญญาพี่เองนะคยองซู..." จงอินหันไปมองร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยก และไม่รู้เพราะความบังเอิญหรือตั้งใจสายตานิ่งสงัดดั่งลมหายใจที่เหิดหายก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน ความรู้สึกที่ควรขนลุกขนชันด้วยความหวาดกลัวแต่สำหรับคิมจงอินนั้นไม่ใช่เลย เขารู้สึกมีความสุขอย่างมากที่สุดจนเผลอยิ้มออกมา...........แม้จะไม่ได้รับยิ้มหวานของคนรักกลับมาก็ตาม






รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





          เช้าวันต่อมาจงอินตื่นแต่เช้ามาทำความสะอาดบาดแผลที่ขาของร่างเล็ก เมื่อถอดผ้าพันแผลชุ้มเลือดออกก็ปรากฎบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่มีท่าทีที่จะดีขึ้นเลย สีแผลที่ม่วงช้ำจนเกือบดำและรอยแผลที่เน่าเฟะจนความลึกของแผลยิ่งลึกกว่าเดิม กลิ่นเหม็นคละคลุ้งชวนอาเจียนรุนแรงแต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ

          "ดูสิ แผลเราแย่มากเลยนะทำไมตัวเล็กของพี่ซกมกแบบนี้เล่า เวลาอาบน้ำพี่ว่าพี่ก็ล้างให้แล้วนะเห็นไหม" จงอินเงยหน้าไปสบตากลมคู่สวยแต่ดวงตากลมนั้นไม่ได้มองมาที่เขาเลย เพียงมองข้ามไปข้างหน้าด้วยสายตาเหม่อลอย แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
          คนพี่เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาเปิดดู แล้วจึงหยิบสำลีก้อนกลมมาจุ่มแอลกอฮอล์แล้วจึงเริ่มทาบาดแผลฉกรรจ์นั่น
          "มันจะเจ็บหน่อยนะ ทนได้รึป่าว" เมื่อถามแล้วไม่มีเสียงขัดค้านใดๆ เขาจึงเออเองว่าคนตัวเล็กไม่ว่าอะไรก่อนจะลงมือเอาสำลีแตะแผลเบาๆ
          ฉ่าาาาาาาาาาาาาา!
          ทันทีที่บาดแผลสัมผัสกับแอลกอฮอล์ก็เกิดเสียงกัดกร่อนความสกปกดังระงม แสดงให้รู้ว่าบาดแผลนั้นสกปกมากแค่ไหน
          "โห้ ซกมกเอามากนะเรา เฮ้ออออ~ เพราะงี้ไงพี่จึงต้องคอยดูแลเรา" จงอินพูดไปบ่นไป หารู้ไม่ว่าบาดแผลของคนตายหากล้างทำความสะอาดยังไงกฎแห่งธรรมชาติก็ไม่อาจยับยั้งได้อยู่ดี....


          เป็นเรื่องปกติที่ร่างสู
งจะมาเช็ดถูทำความสะอาดมอไซด์คันสวยลูกรักของเขาในทุกเช้า วันนี้ก็เช่นกัน เขาเตรียมฟองน้ำและกะละมังพร้อมแฟบมาทำความสะอาดลูกรักเหมือนเคย เช่นเดียวกับชานยอลที่จะต้องวิ่งออกกำลังกายทุกเช้าเช่นกันและจะต้องผ่านบ้านเดี๋ยวของคู่รักคู่นี้เสมอ

          ความจริงชานยอลจะไม่สนใจและวิ่งผ่านไปเลยก็ได้ แต่เขาไม่ทำก็การกวนตีนคู่รักบ้าบอนี้มันสนุกเป็นไหนๆ ชานยอลเท้าคางที่ประตูนอกบ้านที่สูงเพียงไหล่เขาอย่างวางท่า ก่อนจะทักทายจงอินด้วยวาจากวนทรีน
          "โย่! เด็กดำ" 

          "เออ..." คนหน้าหมียิ้มตอบก่อนจะก้มหน้าก้มตาล้างมอไซด์ต่อ น่าแปลกที่ไม่โดนด่ากลับตามประสาเด็กดำ คนทักถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหาเรื่องคุยให้บรรยากาศตึงเคลียดน้อยลง
          "อา...แล้วคยองซูเป็นไงบ้างอ่ะ" ชานยอลบังเอิญเห็นแฟนเด็กดำนั่งที่โซฟาเลยถามขึ้น
          "ขาเจ็บอ่ะ กูเลยต้องคอยอุ้มไปนู้นไปนี้ตลอด" ในที่สุดชานยอลก็ยิ้มออกมา จงอินกลับมาเหมือนเดิมไม่มีบรรยากาศตึงเคลียดอีกแล้วเขาจึงเอ่ยแซวคนที่นั่งที่โซฟาแทน
          "หราาาาา เจ็บขาหราาาาาาา เมื่อคืนเล่นท่ายากหรอคับน้องฮ่าๆๆๆ" ชานยอลตะโกนลั่นหวังให้คนน้องอับอายหน้าดำหน้าแดง แต่ปล่าวเลยคนตัวเล็กยังคงนั่งนิ่งๆที่โซฟาเหมือนเดิม ไม่มีท่าทีโมโหหรืออย่างใด พูดง่ายๆทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ทั้งๆที่คิดแล้วว่าตะโกนดังขนาดขั่วโลกเหนือยันขั่วโลกใต้ได้ยินก็เถอะ ร่างเล็กกลับไม่สะทบสะท้าน ทำให้เขารู้สึกตะหงิดใจอยู่ไม่น้อย ทั้งเพื่อนรักและคนรักของเพื่อนที่ต่างทำตัวแปลกๆ จากที่เคยโวยวายกลับนิ่งสงบ ชานยอลเลยคิดเอาเองว่าทั้งคู่คงโกธรอะไรกันสักอย่างซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องยุ่งเลย...
          "อ...เออ! กูไปล่ะ เจอกันไอดำ" มือหนาโบกไปมาไม่ลืมจะพูดจากวนประสาทลองใจอีกฝ่าย แต่ผลก็เป็นเหมือนเดิม มุมปากของจงอินที่ยิ้มกลับมา มันดูเหนื่อยเอามากๆจนเขาฝืนยิ้มตอบไม่ได้ แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรเลือกจะจากมา เรื่องของคนสองคนมันก็เป็นสิ่งที่ทั้งคู่ควรแก้ไขมันด้วยตัวเอง แม้แท้จริงเหตุผลของพฤติกรรมไม่ปกติของทั้งสองจะยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจทราบได้ แต่ไม่ยุ่งก็จะดีกว่า...
          เย็นวันนี้จงอินเลือกเมนูที่ทานง่ายๆ อย่างข้าวต้มหมู ซึ่งอย่างที่รู้จงอินเป็นคนเกลียดการทำอาหารและน้อยครั้งจริงๆที่จะลงมือทำครัวเอง เพราะเขามีคนตัวเล็กคอยทำอะไรให้ทาน แต่เพราะครั้งนี้เขาตั้งใจจะทำอาหารเมนูแรกให้ตัวเล็กกิน ซึ่งขั้นตอนการทำก็ต้องพึ่งพายูทูปต่างๆ จนแปลรูปเป็นข้าวต้มหมูฝีมือคิมจงอินได้สำเร็จ เขาตักน้ำซุปข้าวต้มมาชิมทดลองความอร่อยและผลคือรสชาติใช้ได้เกินคาดเขาจึงนำมันไปเสริฟตรงหน้าคนตัวเล็กด้วยท่าทางภูมิใจ
          "เห็นม่ะ น่ากินไหมล้า~ บอกแล้วว่าพี่ก็มือฝีมือทำอาหารอยู่เหมือนกันน้า~" จงอินพูดยอตัวเอง แหงนหน้าขึ้นเบ่งอกโชว์พาว เพราะนานมาแล้วที่คยองซูเคยบ่นว่าเสน่ห์ปลายจังหวะของเขาเข้าขั้นติดลบจากการเข้าครัวทำผัดกระเพราสำเนาคล้ายน้ำป้าเช็ง รสชาติห่วยแตกเกินเยียวยาแต่ครั้งนี้เขาทำมันออกมาได้ดี ไม่อยากจะพูดน้าาา ตอนนั้นแค่อ่อนให้ให้ตายใจไง แปปๆนี้ฝีมือโปรเรียกพี่นะไม่ยากจะโม้
          มือหน้าตักช้อนที่มีข้าวต้มพอดีคำจ่อไปที่ปากอิ่มสวยในความรู้สึก..........................แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆจากคนที่เงียบอยู่นาน เขาค้างมืออยู่สักพักจนหมดความอดทนจึงวางช้อนในมือลงดังเดิม
          "เรายังโกธรพี่อยู่ใช่ไหม?" ไม่มีสัญญาณตอบรับจากร่างเล็ก ร่างสูงจึงต้องพูดเองเออเองอยู่คนเดียว
          "ถ้าโกธรพี่ก็กินข้าวก่อน แล้วค่อยโกธรทีหลังก็ได้ อ้าปากเร็ว....." เขาขยั่นขยอให้คนรักยอมทานอาหารของเขาอย่างโดยดี แต่ผลก็เป็นเหมือนเดิมทุกครั้ง.....ร่างเล็กไม่ตอบอะไรกลับมาแถมท่าทางดูไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ
          "ทำไมคยองซูถึงไม่ตอบพี่บ้างเลย คุยกับพี่เถอะนะพี่จะขาดใจตายอยู่แล้ว พี่ขอร้อง เลิกเมินพี่สักทีพี่ขอโทษ...พี่รักเรามากนะอย่าทำร้ายพี่โดนการไม่สนใจพี่แบบนี้เลยคยองซู..." ร่างสูงอ้อนวอน มือที่เคยจับช้อนวางลงแล้วมาจับมือเล็กแทน ความเย็นซีดจากการเอามือมาทาบที่แก้มสากไม่ได้ให้ความสนใจเท่าความรู้สึกต้องการจะสื่อถึงความรู้สึกน้อยใจไม่น้อยของเขา......
          "ฮึก.....ฮึก......พี่จงอิน....คยองซูเจ็บ.......คยองซูเจ็บขามากๆเลย.....ฮึก....ฮือออ" ร่างสูงตาเบิงกว้าง ในที่สุดคนตัวเล็กของเขาก็ตอบกลับมา ถึงแม้จะมีน้ำตาแต่เขาดีใจที่ในที่สุดคนรักของเขาก็ตอบกลับมาสักที นิ่งให้เขาเป็นคนบ้าพูดคนเดียวอยู่ได้ตัวเล็ก...
          "เจ็บหรอ?...เจ็บขามากเลยหรอ....?" คยองซูพยักหน้าถี่ๆบอกถึงความเจ็บที่มากจริงๆตามความเร็วของการพยักหน้า ร่างสูงน้ำตาคลอเบ้า ยืนขึ้นตรงตามความสูงก่อนจะเอาหัวถุยๆนั่นซบลงอกแกร่งอน่างปลอบประโลมก่อนจะจบท้ายด้วยคำพูดขอโทษจากใจจริง
          "พี่ขอโทษ ไม่ร้องนะไม่ร้อง.....เดี๋ยวพี่จะดูแลเราเองไม่ต้องห่วงนะ.....พี่รักเรานะคยองซู เพราะงั้นห้ามหนีไปหาใครอีก อย่าทิ้งพี่นะได้โปรด....." ปากหยักเอ่ยประโยคขอโทษทั้งน้ำตา ยืนกอดหัวถุยนั่นอยู่นาน แผ่ความอบอุ่นให้อบอวนอยู่รอบตัวของคนทั้งสอง พร้อมโยกตัวไปมาทำให้ศีรษะเล็กโยกตามแรงการเคลื่อนไหวของเขา เวลาผ่านไปเนินนานจนเสียงร้องไห้และแรงสั่นจากร่างเล็กเบาบางลง แม้มันจะค่อยๆเงียบจนกลับมาเป็นปกติแล้วเขาก็ยังคงกอดหัวถุยนั่นไม่จากไปไหน เขาแค่รู้สึกดีที่ได้กอดคนที่ตัวเองรัก ดีใจที่คนที่เขากอดอยู่นี้ไม่หนีไปไหน ยังคงอยู่เคียงข้างกันและกัน....
          ....แต่หารู้ไม่ว่าร่างที่เย็นเฉียบตามอุณหภูมิรอบกายไม่ได้ตอบกลับอะไรมา......ตั้งแต่แรก.......






รูปภาพที่เกี่ยวข้อง






          อรุณเช้าแห่งใหม่เปิดรับอีกครั้ง วันนี้จงอินมามหาลัยช้ากว่าปกติจาก
ที่ควรจะเป็น เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันจะดีกว่าทุกวันที่ผ่านมา ไม่มีเสียงโวยวาย ด่าถอ หรือน้อยเนื้อต่ำใจเพราะคยองซูยอมเปิดใจคุยกับเขาอีกครั้ง แต่มันกลับเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรอยู่ดี ร่างสูงเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเหม่อลอย สายตาไม่ได้จับจ้องจุดไหนเป็นพิเศษและโฟกัสเป็นภาพที่พร่ามัว จงอินเดินมาเรื่อยๆเพื่อไปห้องเรียนแต่ไม่วายเจอเพื่อนทั้งสองที่นั่งทิ้งเวลาอยู่ที่ม้านั่งหินตรงข้างโรงอาหาร ซึ่งเป็นทางผ่านอยู่แล้ว ชานยอลและเซฮุนคุยเล่นกันอย่างออกรสออกชาติก่อนจะสังเกตเห็นจงอินสภาพศพเดินได้ เดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่คิดจะทักกันเลย
          "สัสดำ! กว่าจะมานะมึง แล้วเมื่อวานมึงไมไม่มาว่ะโดนเมียกักไว้หราาาา" เซฮุนพูดแซวพร้อมยักคิ้วกวนประสาท แต่จงอินทำเพียงยิ้มน้อยๆ อดไม่ได้ที่เซฮุนจะทำน่าอึ้งกิมกี่ก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นความสะอิดสะเอียนกับรอยยิ้มนั้น
          มันเป็นอะไรของมันเดี๋ยวนี้มาสายธรรมะทำโมหรอว่ะ ประมาณว่าโดนด่าเราจะไม่โกธรเราจะใจเย็นและสวดอุทิศส่วนกุศลไปให้ก็ไม่ปาน พ่อพระชิบหาย
          "คยองซูเจ็บขาเดินไม่ได้ กูเลยอยู่ดูแลเขาไม่เหมือนมึงหรอก ชอบเขาแต่เขาไม่เอาอ่ะ ฮ่าๆๆ" จงอินพูดล้อเลียนกลับ เซฮุนมองตาขวางทันทีที่โดนสะกิดปม เขาจึงสวนทันควัน
          "เอ้าไอ้ห่านี้! พี่เขาแค่ลองใจกูเว้ย กูก็ไม่รีบถูกป่ะ!" จงอินหมั่นไส้คำแก้ตัวเข้าข้างตัวเองของเพื่อนกวนตีนเขาเลยหยุดตีนไม่ได้ ไล่ทืบเซฮุนวุ่นวายไปหมด แต่เซฮุนก็หลบได้ทุกครั้งไป
          ชานยอลทำตัวเป็นใบ้อยู่นานเริ่มรำคาญที่ไอสองคนนี้ไล่กวดกันไปมาไม่หยุดสักทีเลยตัดสินใจถามจิงอินต่อเพื่อให้ทั้งสองเลิกเล่นเป็นเด็กๆ
         "แล้วคยองอ่ะไม่มาด้วยหรอ?"
         "อืม คงอีกสักพัก......" จงอินให้เหตุผลแค่นั้น ชานยอลกะจะถามต่อว่าทำไมขาเจ็บแต่จงอินก็ชิงตัดประโยคโดยการขอตัวไปจดแลคเชอร์ที่ห้อง พวกเขาก็ไม่ห้ามอะไรปล่อยให้เพื่อนไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันแปลกๆ คนอย่างคิมจงอินเนี้ยนะสนใจตามแลคเชอร์ ตอนมายังจะไม่ค่อยจดเลยอย่าว่าแต่ตอนไม่มาเลย
          "เซฮุน มึงว่าจงอินมันแปลกๆป่ะ" ชานยอลถามเมื่อเขารู้สึกสะกิดใจเผื่อเขาจะคิดไปเอง แต่ก็เป็นไปตามคาดเซฮุนเองก็คิดเหมือนกัน
          "เออ กูก็ว่า.....หรือมันคิดจะตั้งใจเรียนว่ะ?"
          "ไม่ๆกูว่ามันแปลกกว่านั้นอีก มึงว่ามันน่าดูมึนๆง่วงๆป่ะ ยิ้มลอยๆยังไงไม่รู้"
          "ไม่ม้างงงงงง มึงคิดไปเองป่าว มันอาจจะเหนื่อยที่ต้องดูแลเมียมันมั้ง"
          "กูว่าไม่นะ มันดูเงียบๆซึมๆผิดปกติอ่ะ ถึงจะดีกว่าตอนมันกวนตีนแต่กูไม่ชินว่ะ"
          "โอ้ยยย ไอสัสนี่! คิดมาก คิดเล็กคิดน้อยจังนะมึง"
          "เอ้า......" ชานยอลเกือบคิดมากแล้วถ้าเซฮุนไม่รั้งเอาไว้ เพื่อนสนิทเขาทั้งคน เปลี่ยนไปทำไมจะไม่รู้ อยากจะคิดว่ามันแปลกๆแต่เขาคงคิดไปเองเพราะเซฮุนก็ไม่เอ๊ะใจอะไร คิดอย่างนั้นสายตาเขาก็จับจ้องที่จงอินไม่วางตา แม้จะสังเกตุได้ว่ามันเดินเอียงซ้ายเอียงขวาทีก็ต้องคิดว่าไม่มีอะไร..........
.
.
.
.
.
.
.
.
          "เหงาไหมคับ? พี่ไม่อยู่เป็นเพื่อนน่ะหื้ม?....."จงอินเดินเขาไปกอดร่างเล็กที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมเหมือนตอนที่เขาพาร่างเล็กมานั่งก่อนจะไป
          "ไม่เหงาหรอกฮะ คยองก็นั่งนิ่งๆอยู่ตรงนี้แหละ" ปากอิ่มยิ้มละมุน พลางลูบเลือนผมนุ่มสีดำสนิทของร่างสูงแผ่วเบา
          "นั่งนิ่งๆหรอเบื่อแย่เลยนะ ทีหลังก็เปิดทีวีดูสิ.........นี้! พี่ซื้อรามยอนมาฝาก อยากกินป่าว!?" จงอินทำหน้ามุ้ยก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้โชว์อาหารสองกล่องที่อยู่ในมือ เขารู้ว่าร่างเล็กชอบและไม่ได้กิน คยองซูก็ยิ้มตามและเขย่าแขนเสื้อร่างสูงไปมาอย่างออดอ้อน
          "ไปกินกันเถอะ น้องอยากกินแล้ว! ไปกันๆ" จงอินลูบหัวเด็กขี้อ้อนด้วยความเอ็นดู เขารวบร่างเล็กมากอดไว้แนบอกพาไปที่โต๊ะทานข้าวเพื่อทานมื้อเย็น...........

          .......แต่

          จังหวะที่ช้อนร่างเล็กขึ้น แขนและขาที่สัมผัสกับมือของเขามันชั่ง...........เย็นยะเยือกจับใจ แม้บรรยากาศจะอบอวนไปด้วยความอบอุ่นจากความรู้สึกของคนทั้งสอง แต่ร่างกายเล็กไม่รับรู้มัน ร่างสูงชะงักไปนานจนคยองซูทัก
          "พี่จงอิน.......พี่จงอิน......พี่!"
          "ห...หื้ม" จงอินอุ่มร่างเล็กค้างอยู่อย่างนั้นก่อนจะได้สติ ความเย็นยะเยือกเมื่อกี้หายไปพริบทิ้ง กลายเป็นสัมผัสอบอุ่นอย่างที่ควรจะเป็น เขาก้มมองคนรักในอ้อมกอดและจึงยิ้มละมุนปกปิดความรู้สึกประหลาด
          "พี่เป็นอะไรรึป่าว.....?"
          "ป่าวหรอก...........ไม่มีอะไร"
.
.
.
.
.
.
.
          "ติ๊งงงงงงงง ติ๊งงงงงงงง" จงอินที่นั่งเล่นโทรศัพท์ของตัวเองอยู่บนเตียง หันไปมองโทรศัพท์ของคยองซูที่วางไว้บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง ก่อนจะเสมองไปที่ร่างเล็ก ร่างเล็กนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก ไม่มีปฏิกิริยาอะไรแล้วไม่คิดจะเดินไปรับโทรศัพท์ เขารออยู่นานก่อนจะตัดสินใจถือวิสาสะรับโทรศัพท์สะเอง
          [คุณแม่]
          "ฮะโหลคับแม่" จงอินขานรับปลายสายและที่เขากล้าจะรับโทรศัพท์แม่คยองซูเพราะเขาค่อนข้างสนิทพอสมควร คยองซูเคยพาเขาไปแนะนำอยู่บ่อยๆจนกลายเป็นครอบครัวเดียวไปกันสะแล้ว
          "จงอินหรอลูก วันนี้ตัวเล็กของแม่ไม่รับโทรศัพท์แม่เลย เขาเป็นอะไรรึป่าวลูก?" ว่าที่แม่ยายของจงอินพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงคนตัวเล็กอย่างมาก เขาเสมองคยองซูอีกครั้งบอกว่าคยองซูไม่เป็นอะไรแล้วจึงเดินไปหาร่างเล็กพร้อมยื่นโทรศัพท์ไปให้
          "คยองซูอาแม่โทรมาหา" มือหนายื่นโทรศัพท์ค้างตรงหน้าร่างเล็ก แต่กลับไม่มีมือเล็กยื่นมารับ
          ตาคมมองหน้าคนเบื่องล่าง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อมองดีๆร่างเล็กไม่ได้มองเขาเลย แต่สายตากลับจับจ้องพื้นห้องนิ่ง ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้น
          "ตัวเล็ก!แม่โทรมา" เหมือนเดิมไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากที่หงุดหงิดกลายเป็นความโมโหและโกธรในที่สุด
          "คยองซู!...."
          "ทำไมไม่ตอบพี่......"
          "คยองซู!!" จงอินเพิ่มโทนเสียงขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นตะคอก เขาเขย่าร่างเล็กไปมาไม่แรงมากแต่ก็ทำให้ศีรษะเล็กโยกไปตามแรงเขย่า
          "คยองซูตอบพี่สิ เราเป็นอะไร!!"
.
.
.
.
.
.
          "พี่กลัวอะไรหรอ......?" คำถามนั้งทำให้จงอินชะงักไปชั่วขณะ ตาเบิงกว้างพร้อมคิ้วขมวดเป็นปมด้วยความแปลกใจ เขาไม่คิดว่าคนน้องจะพูดประโยคแรกด้วยคำถามแบบนี้....
          ....นั้นสิเขากลัวอะไรกันแน่ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน.......แค่ความรู้สึกบางอย่างกำลังบอกว่า.........แม้คยองซูจะอยู่กับเขาตลอดเวลา แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือน..............อยู่คนเดียว.........
          และเมื่อเขาหันหน้าไปสบตากับร่างเล็ก ดวงตากลมโตนั้นกำลังจ้องมาที่เขาและรอยยิ้มนั้น.....มันชั่งน่าสยดสยองเหลือเกิน  ไม่รู้ทำไมมันทำให้เขายิ้ม รู้สึกมีความสุขจัง......หรือว่าเขาจะบ้าไปแล้วนะ...........ไม่ว่าเราจะทำยังไง ถ้าเราไม่ทิ้งพี่.......พี่ก็ดีใจแล้ว
          "ขอโทษนะคับ คยองโกธรผมอยู่เขาเลยไม่ค่อยอยากคุยกับใคร แล้วเดี๋ยวเขาดีขึ้นแล้วเดี๋ยวเขาจะโทรกลับไปเองล่ะคับแม่" จงอินเลือกโกหกไป เขาไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรจากเรื่องนี้ดี
          "โถ่ หนุ่มสาวโกธรกันอีกแล้วหรอ จะทำอะไรก็คิดเยอะๆนะ อย่าตะคอกแบบนั้นกับน้องอีกนะจงอิน"
          "คับ ขอโทษคับ ราตรีสวัสนะคับแม่"
          "ตู้ดดดดดด"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
          "พี่จงอินคับ!" บยอน แบคยอล รุ่นน้องของเขาและเป็นเพื่อนสนิทคยองซู เขาค่อนข้างไม่ชอบแบคยอลเท่าไหร่....ไม่สิโคตรเกลียดเลย มากกว่าเพราะไอเพื่อนแฟนเขาคนนี้ต้องคิดอะไรเกินเลยกับแฟนเขาแน่ๆ ดูเป็นห่วงเป็นใยเกินหน้าเกินตาจนน่าหมั่นไส้ ก่อนเขาจะมาชอบคยองซูเขายังคิดว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ ถึงปากคยองซูจะบอกว่าคิดแค่เพื่อนแต่ใครจะไปรู้ว่าเพื่อนที่พูดเนี้ยอีกฝ่ายคิดเหมือนกันรึป่าว ตอนที่เขาเริ่มจีบคยองซูก็ชอบมาขัดขวาง ตอนทะเลาะกันก็ยุให้เลิกจัง เขาล่ะเกลียดขี้หน้าไอรุ่นน้องคนนี้จริงๆ ตอนนี้ก็เหมือนกัน
          "คยองซูเป็นไงบ้างคับ ไม่มาเรียนตั้งสองวัน เขาป่วยรึป่าว?" ร่างโปร่งถามด้วยใบหน้าเป็นกังวลอย่างมาก น้ำเสียงนั่นก็ชั่งมีอะไรแอบแฝง เขาทำได้เพียงเบะปากเล็กน้อยแล้วมองไปทางอื่นอดกั้นความดุเดือดในกาย
          "ไม่ได้เป็นไร"
          "เย็นนี้ผมขอไปหาคยองซูที่บ้านพี่นะเมลไปก็ไม่ตอบโทรไปก็ไม่รับ ผมอยากไปให้แน่ใจจริงๆ" แบคยอลยังคงรั้งที่จะไป ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง ต่อให้เป็นไรเดี๋ยวคนเป็น"ผัว"เขาจะจัดการเอง เป็นแค่เพื่อนจำเป็นต้องห่วงขนาดไปหาที่บ้านไหม
          "ไม่ต้องไป!" จงอินเผลอขึ้นเสียงใส่ จนคนถูกตะคอกเริ่มจับสังเกตได้ ทั้งสีหน้าและแววตาน้องตั้งใจจะปกปิดอะไรไม่ให้เขาเจอกับคยองซูเพราะเหตุผลบางอย่างแน่ๆ
          "เห้ยพี่! เป็นไรเนี้ยผมแค่อยากไปเยี่ยมคยองซู พี่ทำแบบนี้เพราะพี่ทำอะไรคยองซูใช่ไหม เขาถึงไม่ตอบอะไรผมเลย ถ้าพี่บริสุทธิใจทำไมต้องปกปิดว่ะ" ร่างโปร่งตะโกนอย่างเหลืออด เพราะที่ผ่านมาเขาก็ยอมจงอินในทุกๆอย่าง เวลาเพื่อนตัวเล็กของเขาไม่สะบายหรือกำลังมีปัญหาเขาแค่อยากช่วยแม้จะในฐานะเพื่อนก็ตาม จริงอยู่ที่เขาชอบคยองซูแต่ถ้าคยองซูไม่ได้ชอบเขาและต้องการให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขาดูแลเขาก็โอเค เขาแค่อยากเห็นคยองซูมีความสุข และนี้หรอคนที่จะมาดูแลคยองซูแทนเขา ถ้าดูแลไม่ได้ครึ่งนึงของเพื่อนอย่างเขา เขาก็ขอคืนแม้จะไม่มีสิทธิก็ตาม.....

          "เสือก!!!!"
          "..." แบคส่งสายตาด้วยความอาฆาต จ้องมองจงอินไม่ขยับเขยื่อนไปไหน และไม่คิดจะปริปากด่ากลับเพราะมันเสียน้ำลายและต่ำ!
          ตาคมกับตาสวยจ้องมองด้วยสงครามสายตาอยู่นาน จนจงอินหมดความอดทนผลักไหล่ที่แคบกว่าเขาอย่างแรงจนร่างโปร่งล้มลงไป พร้อมเดินข้ามไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว
          ค่ำคืนนี้จงอินกอดคยองซูแน่นกว่าทุกวัน เขากังวล กลัวว่าจะมีคนมาแย่งคยองซูไป ไม่ว่าจะใครหรือกาลเวลาเขาก็ไม่ต้องการ
          "คยองซูรักพี่ไหม...?"
          "รักสิคับ"
          "รักพี่งั้นอย่าทิ้งพี่ไปนะ"
          "พูดแบบนี้อีกแล้ว.......ผมไม่ทำแล้วโอเคไหม"
          "แล้วคืนนั้นทิ้งพี่ทำไม"
          "..."
          "..."
          "ชั่งเถอะคับ แค่ตอนนี้ผมไม่ได้ไปไหนก็โอเคแล้วไม่ใช่หรอ.....ผมจะไม่ทิ้งพี่อีก" น่าเชื่อถือได้เท่าไหร่คยองซู.....
          "จิงหรอ"
          "ต่อให้ตายน้องก็จะรักพี่ตลอดไป" แค่คำพูดลมปาก....แต่มันทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก คำว่ารักของคยองซูมันดูรักจริงๆจากใจไม่ได้เสแสร้ง เขาหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย ในอ้อมกอดก็ยังคงมีคนตัวเล็กซบอกเขาไม่หายไปไหน.......อบอุ่นจัง.......
          เพียงอึดใจเดียวกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็ลอยมาเตะจมูกอย่างจัง คิ้วหนาย้นขึ้นเมื่อกลิ่นเหม็นเน่าฉับพลันไม่จางหายไปสะที ทนอยู่นานกลิ่นก็ยังคงอยู่จนเขาทนไม่ไหวกลั้นใจถามร่างเล็
          "คยองซูได้กลิ่นอะไรรึป่าว"
          ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงเมื่อครู่ก็หายไปทันที คนในอ้อมกอดไม่พูดอะไรแต่มือเล็กก็เลื่อนมาตบหลังอย่างปลอบประโลมเขาจึงรู้สึกผ่อนคลายและลืมเรื่องกลิ่นนั่นไปทันที แทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานจากกลิ่นแป้งเด็กของร่างเล็กอบอวนไปทั่วห้อง ทำให้ในคืนนั้นเขาหลับสบาย และไม่ตื่นมากลางคันเหมือนหลายวันที่ผ่านมา เปรียบเสมือนการปลอบประโลมของคยองซูคือยานอนหลับชั้นดีทำให้เขาหลับสบายไปตลอดทั้งคืน......
          จงอินเดินเข้ามหาลัยด้วยสภาพเหมือนคนป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งกลิ่นและสภาพถดถ้อยลงไปมาก จนคนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้ จะมีแต่เพื่อนสนิทอย่างชานยอลและเซฮุนที่กล้ามาทัก
          "เด็กดามมมมมมม เชี่ย!! กลิ่นเหี้ยไรเนี้ย? ไอสาสสสหยุดเดินก่อนเห้ยย" เซฮุนที่กระโดดไปเผชิญหน้ากับจงอินแทบกลั้นหายใจไม่ทันเมื่อกลิ่นรุนแรงแผ่ซานรอบกายจงอินมันทำลายเซลล์จมูกของเขาเป็นอย่างมาก แต่จงอินกลับไม่สนใจเหมือนไม่เห็นเขาด้วยซ้ำทำเพียงเดินผ่านไปเฉยๆ เซฮุนเลยจับไหล่จงอินให้หันหน้ามาเจอกันอีกครั้ง
          "มึงเป็นอะไรจงอิน ไปคลุกอะไรมา ตัวมึงเหม็นโคตรเลย" ชานยอลเดินมาสมทบอีกคนก็ต้องถ้อยหลังไปตั้งหลักอีกครั้ง เพราะเพียงเข้าใกล้จงอินเพียงเล็กน้อยกลิ่นเหม็นเหมือนหมา(?)ตายมันรุนแรงจนไม่อยากเข้าใกล้
          จงอินทำหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่พูดอะไรก่อนจะเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาทั้งสองก็ไม่ลดละความพยายาม ยังคงวิ่งตามจงอินก่อนจะคว้าไหล่กว้างได้ก็ผลักให้มันหันหน้ามามองกันดีๆ
          "ไอเหี้ย! มึงชักจะเป็นเอามากนะ ถามอะไรก็ไม่ตอบพวกกูเป็นห่วงมึงนะเว้ยทำไมมึงทำแบบนี้ว่ะ......แล้วคยองซูไปไหนทำม่ะ----"
          "เลิกยุ่งเรื่องเมียกูสักทีไอสัส คนของกูกูดูแลได้ไม่ต้องมาเสือก" พวกชานยอลถึงกับชะงักไปครึ่งชาติ จงอินเปลี่ยนไปมากตั้งแต่ตอนไหนเขาก็ไม่ทันสังเกตแต่ไอนี้จะเป็นคนใจเย็นที่สุดแล้วคอยห้ามทัพ แต่ตอนนี้ดันเป็นเท้าหน้าสะเอง แถมประกาศสงครามกับเพื่อนที่ห่วงใยมันที่สุด อย่างพวกเขาด้วย ความจริงพวกเขาก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าคยองซูน่ารัก แต่แฟนเพื่อนมันก็ต้องแยกแยะปล่าวว่ะ ถึงพวกเขาจะอยากได้ยังไงพวกเขาก็ไม่ได้อยากแย่งของใครสักหน่อย ไอนี้ชักจะเป็นเอามากล่ะ
          "มึงเป็นเหี้ยไรไอสัส! มึงจะห่วงเหี้ยอะไรนักหนากูแค่ถาม!!" เซฮุนตะคอกใส่น่าจงอิน ดังจนคนที่อยู่ตรงข้ามของสนามได้ยิน ชานยอลเองก็อยากด่าแต่เขาก็ใจเย็นพอที่จะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับใครโดยเฉพาะเพื่อน
          พวกเขาทั้งสามจ้องมองกันด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจงอินจะประกาศสักดาชัดเจน
          "ตั้งแต่นี้ไปพวกมึงอย่ามายุ่งกับกูอีก!" ร่างสูงผิวเข้มเดินหนีซึ่งพวกเขาทั้งสองก็ไม่ห้าม รู้สึกไม่อยากเจอหน้าแล้วเหมือนกัน ให้มันรู้ไปว่าจะอยู่คนเดียวได้ไหม......
          "ชั่งแม่ง!" เซฮุนเดินล่วงกระเป๋ากางเกินไปคนล่ะทางกับจงอินด้วยท่าทางสบายๆ ชานยอลเองก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินตามเซฮุนปล่อยให้จงอินสงบสติอารมณ์ตัวเอง บางเรื่องเราก็ต้องใช้เวลากับมันปล่อยให้มันเป็นไปตามสิ่งที่มันจะเป็นและถึงจุดๆหนึ่งมันก็จะหาคำตอบให้ตัวมันเอง.................แต่บางทีถ้าเราปล่อยให้มันเป็นไปก็อาจจะสายเกินไปที่จะแก้......
.
.
.
.
.
.
.
.
.
          "พี่ชานยอล!!"
          "ห๊ะ!? แบค.....ยอล?" เขามองหน้ารุ่นน้องที่ตะหงิดใจว่าเคยเจอหน้าก่อนจะเอ๋ยชื่อที่พอคิดออกในหัว และเขาก็เดาถูกเด็กคนนี้เป็นรุ่นน้องปี1ที่เป็นเพื่อรสนิทกับคยองซูตั้งแต่ม.ต้นนั้นเอง
          "พี่ช่วยไปคุยกับพี่จงอินหน่อยคือว่า---"
          "โอ้ยยย ไอเหี้ยนั่นอ่ะนะ!? ไม่อ่ะไม่อยากยุ่ง" ชานยอลพูดด้วยเสียงเหนื่อยหน่ายและปัดมือไล่รุ่นน้องอย่างไม่ใยดี แบคยอลทำหน้าอึ้งไปพักหนึ่งจึงพูดต่ออย่างไม่เกรงใจคนไล่
          "พี่ช่วยกันหน่อยคนเกาหลีกันเอง คือคยองซูเขาไม่มาเรียนตั้ง3วันแล้ว ช่วยไปดูให้หน่อยว่าเขาอยู่สบายรึป่าว คิดสะว่าช่วยคยองซูนะพี่ เรื่องพี่กับพี่จงอินพักไว้ก่อนได้ป่ะ โอเครป่ะเย็นนี้ไปดูให้หน่อย ผมจ้างเลยอ่ะ!!" แบคยอลทำอย่างที่พูดจริงๆ เขาควักเงินในกระเป๋ากางเกงยื่นไปให้ชานยอลอย่างส่งๆไม่คิดจะนับจำนวนแบงแพงๆนั้นเลยด้วยซ้ำ
          "เห้ยนี้คิดจะจ้างกันเลยหรอ เดี๋ยวพี่ไปดูให้ไม่ต้องจ่ายหรอกความจริงพี่ก็อยากไปดูเหมือนกัน ถ้าเป็นไงแล้วจะมาบอก" เขารู้สึกเกรงใจแบคยอลขึ้นมาเลยไม่อยากจะยื้อเวลาพูดอะไรมาก พูดแค่นั้นชานยอลก็โบกมือลารุ่นน้องตาตี่ในหัวเขาคิดวนอยู่แต่เรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา เขาเองก็หาสาเหตุว่าทำไมเพื่อนเขาถึงเป็นแบบนี้จนลืมคนใกล้ตัวมันที่สุด หรือความจริงคยองซู..............อาจจะเป็นอะไรไปก็ได้
          เย็นนี้ตามนัดหมาย เขารอให้เย็นก่อนแล้วจึงไปที่บ้านจงอิน มันง่ายต่อการซุ้มมองและแน่ใจแน่ๆว่ามันกำลังผักผ่อนหย่อนใจ เป็นไปตามคาด เขาขับรถมาแต่พอใกล้ถึงบ้านจงอินเขาก็ดับเครื่องแล้วจริงเข็นมาแทนแล้วค่อยจอดไว้หน้าบ้านคนข้างบ้าน เดินโด่งๆมาที่ประตูบ้านหามุมดีๆต้นไม้นิดหน่อยชะโงกหน้ามาเล็กน้อยแล้วแอบดูแม่งเลย
          โซฟาตัวเดิมตั้งตำแหน่งหันข้างมาทางหน้าบ้าน เขายังเห็นจงอินนั่งหันหน้ามาทางเขาใบหน้าอิ่มเอมใจคุยเล่นกับคยองซูที่หันหลังมาให้ มันพูดกันอยู่นานจนมีแต่เพื่อนเขานี้แหละที่พูดๆๆๆๆไม่หยุด ส่วนคยองซูเขาไม่แน่ใจเท่าไหร่ มันคุยกันนานจริงๆจนเขาเริ่มเมื่อยตูด สุดท้ายทั้งคู่ก็เปลี่ยนอากับกิริยา จงอินนอนราบไปกับโซฟาส่วนคนตัวเล็กก็ถูกดันให้นอนทับอกร่างสูงแทน 
          มันดูเป็นภาพที่น่ารักนะ รู้สึกอิจฉาขึ้นมาด้วยซ้ำ เขาเบะปากมองบนไปรอบนึงแล้วจึงหมุนตัวเดินกลับ เขาคงคิดมากไปเองจริงๆ แต่เหตุผลที่จงอินดูอารมณ์ร้ายขึ้นมาเขาขอตีความว่ามันเป็นเมนส์ไปเลยล่ะกันเดี๋ยวก็หาย..........................ถ้ามองเผลิญๆมันก็น่ารักอยู่หรอกแต่คงไม่ใช่อย่างนั้นถ้าชานยอลได้เห็นมือที่ตกขอบโซฟา มันไม่ใช่สีผิวของมนุษย์ที่มีชีวิตเลย ทั้งขาวซีดและค้ำดำตามกาลเวลาแห่งการเน่าเปลื่อย คนตัวเล็กที่ใครๆก็เรียกว่าน่ารักคงจะไม่น่ารักในสายตาใครอีกแล้ว........นอกจากจงอิน






รูปภาพที่เกี่ยวข้อง







          "พี่เป็นไงอ่ะ"
          "เป็นเหี้ยไรล่ะ! เมื่อวานกูยังเห็นพวกมันนอนกอดกันกลมอยู่เลย มึงแม่งคิดมาก" รวมทั้งเขาด้วย
          "พูดจิงหรอ เฮ้อออออ......แค่นี้ก็โอเคแล้วคับ" แบคถอนหายใจอย่างโล่งอก ชานยอลเองก็เหมือนกันคิดว่าจะมีอะไรแต่ก็ดีแล้วล่ะที่คยองซูปลอดภัย อย่างน้อยไอพฤติกรรมแปลกๆของจนอินก็คงต้องให้เวลามันปรับตัวสะหน่อยเดี๋ยวก็คงหาย
          "เลิกคิดมากแล้วนะ มึงทำกูคิดมาตามเลยเห็นไหม"
          "เออๆคับ ผมไปล่ะไม่มีอะไรแล้วนิ" ร่างโปร่งเดินโบกมือลาทิ้งคำล่ำลาได้ไร้เยื้อใย แต่เขาก็ไม่ติดใจอะไร ไม่มีดีกว่ามีล่ะกัน....
          เช้านี้คืออีกวันที่ชานยอลได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากความเหนื่อยล้าของสมองมาลงที่ร่างกายแทน แต่มันทำให้เขารู้สึกดีกว่าสะอีก ชานยอลสวมเสื้อผ้าสบายๆเพื่อไปวิ่งในวันนี้ เขาคว้าโทรศัพท์มาก่อนจะมองมันอยู่สักพักว่าควรจะฟังเพลงอะไรดีระหว่างวิ่ง แต่ทันใดนั้นสายเรียกเข้าจากบุคคลที่ไม่คาดคิดก็ปรากฎขึ้
          "คยองซู" ชานยอลพูดออกมาเสียงแผ่ว เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าเบอร์ที่เขาเมมไว้นี้จะมีโอกาสได้คุยกันจากโทรศัพท์ เพราะพวกเขาไม่เคยโทรคุยกันเลยมันน่าแปลกที่จะมีเรื่องอะไรเร่งด่วนรึป่าวขนาดที่ว่าต้องโทรมาหาขนาดนี้ ไม่คิดให้เสียเวลานิ้วเรียวก็กดรับสายของอีกฝ่าย
          "ว่าไงคยองซู...." เขาเลือกจะพูดก่อนเพื่อเป็นการทักทายภายในตัว แต่เสียงที่ได้กลับมามีแต่เสียงซ่าเป็นระยะไม่มีเสียงของปลายสายพูดตามออกมาแม้แต่น้อย ชานยอลถือสายก่อนสักครู่ก่อนจะเริ่มรู้สึกรำคาญที่อีกฝ่ายโทรมาแต่ไม่พูดอะไร ครั้นจะเค้นถามก็ไม่อยากกลัวจะเป็นการเสียมารยาทรึป่าวเขาก็ไม่รู้ แต่เมื่อความคิดแล่นไปสิ้นสุดเสียงปลายสายก็เอ๋ยออกมาเป็นประโยคแรก
           พร้อมเสียงสะอื้น...
           "พี่ชานยอล.....ฮึก....ฮึก....ช่วยผมด้วย......" ไม่รอช้าชานยอลรีบเอ๋ยตอบทันที
           "คยองซูเป็นอะไรใครทำอะไร!?"
           "พาน้องออกไปที.....พี่จงอินฮึก...."
           "จงอินมันทำไม มันทำอะไรนาย!?"
           "ซ่าาาาาาาาาา.....ฮืออออ.....ซ่าาาาาาาาาาาาา" เสียงซ่าดังระงมไม่หยุดสลับกับเสียงสะอื้นของคยองซูจนเขาต้องเป็นฝ่ายตัดสายไปเอง
          ไม่รอให้พูดพร่ำทำเพลง และไม่ต้องคิดให้เสียเวลา สถานที่ที่สามารถขังคยองซูไม่ให้ไปไหน ไหนจะเหตุผลที่ไม่เจอหน้าอีกฝ่ายมาหลายวันสามารถตอบคำถามได้หมด เขาวิ่ง4x100ไปบ้านจงอินด้วยความเร็วแสง และวินาทีแรกที่ถึงบ้านนั้นก็ไม่รีรอที่จะปีนรั้วบ้านกระโจนเข้าไป โดยไม่ได้แคร์ลุงป้าน้าอาที่เดินทางไปจับจ่ายตลาดหรือเดินเพลิดเพลินจิตใจรอบข้างเลย
          "เห้ย! ไอหนุ่มทำไรน่ะ ไปปีนรั้วบ้านคนอื่นได้ไง!!" คุณป้าแปลกหน้าวิ่งน่าตาตื่นมาหาชานยอลเมื่อร่างสูงสามารถขึ้นไปนั่งบนรั้วได้แล้วและกำลังกระโดดลงไปถ้าป้าคนนั้นไม่ห้าม
          "ป้าน้องผมมันโดนเพื่อนผมขังอยู่ในนั้นผมต้องไปช่วย ป้าไม่ต้องมาห้ามเลย!" เสียงทุ่มต่ำที่มีเอกลักษณ์ยิ่งตะโกนเสียงก็ยิ่งดังกว่าปกติจนคนที่อยู่ไกลๆก็ยังตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า พร้อมกับเดินเข้ามาล้อมเพื่อดูสถาณการณ์ บางคนก็หยิบเครื่องมือสื่อสารมาอัดวีดิโอได้อย่างหน้าตาเฉย
          "ยังไงก็ใจเย็นๆก่อน ต่อให้เธอไปช่วยตอนนี้มันก็อันตรายกับน้อยเธออยู่ดี รีบลงมาก่อนแล้วค่อยแจ้งตำรวจ" ชานยอลยังแสดงท่าทางฮึดฮัดเพราะเขารอไม่ได้จนกว่าตำรวจจะมา อย่างน้อยถ้าเขาจะเป็นอันตรายอะไรก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ยิ่งเสียงที่น้องโทรมามันชั่งเจ็บปวดใจเหลือเกิน แสดงชัดว่าเหตุการณ์มันถึงจุดที่รุนแรงมากๆ
          บางทีคยองซูอาจจะโดนทำร้ายก็ได้
          "ยัยชังนิมมีไรกัน?" ลุงอีกคนเดินมาสมทบดูท่าจะรู้จักป้าคนนั้นเลยเลี่ยงที่จะถามเขา
          "เอ็งก็ดูไอหนุ่มนี้สิ มันบอกว่ามีเด็กโดนขังอยู่ในนั้นแล้วพยายามจะไปช่วย ไม่ห่วงตัวเองเลย เอ็งช่วยห้ามมันก่อนเร็ว!" พูดเสร็จลุงคนนั้นก็มองมาที่เขาก่อนจะพยายามกล่อมให้ชานยอลลงมา
          "ไอหนุ่มเอ็งลงมาก่อนเถอะ อย่าพิ่งเอาอะไรไปเสี่ยงเลย รอให้ตำรวจมาก่อนจะดีกว่านะ นี่!โทรตามตำรวจให้ทีสิ" ลุงคนนั้นพูดกับเขาในตอนแรกก่อนจะหันไปคุยกับป้าอีกคนให้โทรเรียกตำรวจ เขาจึงตัดสินใจลงมาเพราะคนมุงเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเรียกว่าแออัด เขายังไม่อยากทำอะไรโง่ๆต่อหน้าคนมากมายตอนนี้
          ชานยอลคิดไตร่ตรองอยู่สักครู่ก่อนตัดสินใจโทรเข้าเบอร์บ้านเมื่อโทรหาเบอร์ของทั้งคู่ไม่ติดสักเครื่อง อย่างน้อยเบอร์บ้านก็ต้องโทรติดสิน่า~
          "กรี๊งงงงงงงงง กริ๊งงงงงงงงงง" และมันโทรติดจริงๆ เสียงโทรศัพท์ดังลั่นออกมานอกบ้านให้ได้ยิน แต่ไม่ว่าจะรอสายนานแค่ไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีคนเดินมารับ จนสายตัดไปเอง เขาเลยตัดใจจะโทรซ้ำ.......






รูปภาพที่เกี่ยวข้อง








          4วันแล้วที่จงอินยังตกอยู่ในโลกแห่งความบิดเบี้ยว เขาไม่ได้บ้าเขายังมีสติ และรู้ว่าคยองซูตายแล้ว แต่เมื่อคิดแบบนั้นร่างนั้นก็ยิ้มกลับมาเสมอเหมือนความจริงมันกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาคิดขึ้นเอง วันนั้นที่โรงอาหารคยองซูไม่ได้เดินควงผู้ชายคนอื่น เขาไม่ได้โวยวายและด่าทอร่างเล็ก คยองซูไม่ได้พยายามจะหนี เขาไม่ได้เอาโคมไฟทุบขานั่น และไม่ได้ฆ่าคยองซู........เรายังรักกันดี วันนั้นเรากลับบ้านด้วยกันหลังจากเรียนที่มหาลัย เราทำอาหารกินกันและเขาก็กอดคยองซูไว้ทั้งคืน ใช่มันต้องเป็นแบบนี้สิ ใช่......
          "กรี๊งงงงงงงงงงงงเสียงโทรศัพท์ของใครสักคนดังขึ้นจากห้องรับแขกแสดงให้รู้ว่ามีคนโทรมา
          "คยองซูไปรับสายให้พี่หน่อย"
           กริ๊งงงงงงงงงงงง
          "คยองซูเสียงโทรศัพท์ใครไปรับให้หน่อย"
           กริ๊งงงงงงงงงงงง
          "คยองซูพี่บอกให้เราไปรับโทรศัพท์ไง"
           กริ๊งงงงงงงงงงง
          "คยองซู!" เสียงเรียกที่ดังไปทั่วห้องหยุดพร้อมกับเสียงสายโทรเข้าที่เขาให้ร่างเล็กไปรับ คยองซูตอนนี้สภาพแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ร่างที่ขาวซีดในวันแรกของนรกเริ่มคล่ำดำ ใบหน้าที่สดใสพร้อมรอยยิ้มอยู่เสมอนั่นและดวงตากลมโตแสนใสซื่อบัดนี้มันปูดบวมเหมือนตาจะถล่น แววตาที่เคยนิ่งสงบมีเส้นเลือดแตกในดวงตาจนตาขาวแปลผันเป็นสีแดง ในตาดำเองก็หมนหมองไม่มีชีวิตชีวา ริมฝีปากรูปหัวใจที่เคยน่าลิ้มลองเองก็ซีดเซียวแห้งแตกระเกะระกะ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในความจริง แต่ใครจะรู้มันชั่งงดงามในความทรงจำของจงอิน เขายังคงเห็นเจ้าของรอยยิ้มรูปหัวใจยิ้มให้เขาด้วยใบหน้าน่ารัก ตากลมหลี่ลงจนเป็นเส้นตรงเมื่อยิ้มมันชั่งน่ารักน่าทนุถนอม แก้มใสแต้มด้วยเลือดฝาดเป็นริ้วๆธรรมชาติทำให้แก้มกลมแดงจนน่าหยิก ทุกสิ่งทุกอย่างประดับประดารวมกันจนมันคือคยองซูของเขา เช้านี้เมื่อทำกิจวัฒประจำวันให้เราทั้งสองเขาก็อุ้มคยองซูมานั่งที่โซฟาเพื่อรอเขาทำมื้อเช้าให้ แต่วันนี้เอ๊ะอะโวยวายมีคนมายืนอออยู่ที่หน้าบ้านมากมายพลางบีบจมูกแน่นเหมือนเหม็นอะไรสักอย่างจากในบ้านเขา เขาไม่ได้กลิ่นนะ....คนพวกนี้ไม่มีไรทำกันรึไงถึงมาเกะกะระลานคนอื่นเขา
          "เห้ย ศพๆ" ทุกคนกรี๊ดกราดดังรั้นพร้อมบีบจมูกแน่นด้วยความเหม็น จงอินยังไม่เข้าใจพลางขมวดคิ้วแน่นจ้องมองคนพวกนั้นอย่างกินเลือดกินเนื้อก่อนจะวางคยองซูลงที่โซฟาแล้วเดินไปด่าคนที่หน้าบ้านอย่างฉุนเฉียว
          "ออกไปให้หมดเลย มีอะไรกันห๊ะทำไมต้องมาวุ่นวายกับครอบครัวคนอื่นเขา ถ้าพวกคุณไม่ไปผมจะแจ้งตำรวจจับพวกคุณไปให้หมดเลย"
          "เห้ย ตำรวจมาแล้ว!"
          "คุณตำรวจจับคนพวกนี้ไปให้หมดเลยคับมาส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ได้" จงอินเดินเข้าไปใกล้ตำรวจแต่ก็ไม่ได้เปิดรั้วบ้านแต่อย่างใด นิ้วก็ชี้ไปที่ผู้คนกลุ่มนั้นตลอด
          "คุณช่วยเปิดประตูให้ด้วยคับ" จงอินมั่นใจในความบริสุทธิของตนโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นแหละที่ผิด!
          "ผมขอจับคุณเพื่อไปให้ปากคำด้วยคับ"
          "ห๊ะ!? กุญแจมือต้องไปใช้กับพวกนั้นไม่ใช่ผม เห้ยๆทำไรอ่ะ พวกคุณจะมาบุกรุกบ้านคนอื่นไม่ได้นะ หยุดนะ!!!"
          "หื้มมมมม! จ่ามีคนตายในห้องนี้" คนตายอะไรกัน........จะมีคนตายได้ยังไงในเมื่อเขายัง..............

          ฆ่าไปแล้วนิ...
          กลิ่นเหม็นเน่ามันกลับมาอีกครั้งเหมือนคืนนั้นแต่ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าจนเขาเองก็แทบอ้วก ตำรวจที่เข้าไปในบ้านมีเสียงอาเจียนกันยกใหญ่ไม่ทันให้เขาคิดมากไปกว่านั้นก็ถูกลากขึ้นรถตำรวจเพื่อไปให้ปากคำ...........ในคุก
.
.
.
.
.
.
.
.
         [ล่าสุดมีเหตุฆาตกรรมแห่งหนึ่งย่านXXX บ้านทาวเฮาว์หมู่บ้านXXXXบ้านเลขที่XX/XX ขึ้นค่ะ คนร้ายคือนักศึกษามหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ฆาตรกรรมแฟนหนุ่มในบ้านพัก ชื่อผู้เสียชีวิตคือนายโด คยองซู วัย19ปี ถูกฆาตกรรมโดยการบีบคอ สาเหตุจากการให้ปากคำกล่าวว่าเกิดจากความหึงห่วงที่ฝ่ายชายมีความสัมพันธ์กับชายอื่น เกิดความบันดารโทสะก่อให้เกิดการเสียชีวิต แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือพบว่าผู้ร้ายไม่ได้ทำการทำลายหลักฐานแต่ใช้ชีวิตอยู่กับศพผู้เสียชีวิตเป็นเวลานาน4วัน จากการสรุปพบว่าผู้ร้ายมีอาการทางจิตหลังจากฆาตรกรรมเสร็จจึงได้พ้นโทษแต่จะถูกกักขังไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อฟังคำจากศาลก่อนจะกลับมาเป็นปกติ]

          "..."
          "คยองซูตายแล้วนะ"
          "..."
          "เมื่อวานกูยังดูโปเต็กตึงเอาศพคยองซูออกมาเลย"
          "..."
          "แต่วันนั้นคยองซูเพิ่งจะโทรมาหากูอยู่เลยนะเว้ย......ฮึก..........เป็นไปไม่ได้อ่ะ......."
          "กูเข้าใจ......ว่ามึงช็อคอยู่......อะไรที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นมันก็เกิดได้หมดแหละ"
          "ไม่ มึงไม่เข้าใจ วันนั้นคยองซูโทรมาหากูจริงๆ บอกให้กูไปช่วยเขา.........แต่หมอบอกว่าน้องมันตายมา4วันแล้ว......." เซฮุนไม่รู้จะใช้คำพูดอะไรเพื่อกล่อมคนตรงหน้าและไม่มีเหตุผลอะไรที่จะอธิบายเหตุการณ์ที่ชานยอลบอกได้เลย ในเมื่อมันมีเบอร์ของคยองซูโทรมาจริงๆแม้ความจริงแบตโทรศัพท์ของคยองซูจะหมดไปนานแล้วและเมมก็ยังอยู่ในเครื่อง เขาทำได้แค่ลูบหลังเพื่อนถึงแม้จะช่วยอะไรไม่ได้ก็ตาม
          เขายังเชื่อว่าอาจจะเป็นวิญญาณของคยองซูก็ได้ แต่ทั้งชีวิตเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมางมงายกับเรื่องพันนี้มันจึงเป็นความเชื่อที่ยากที่จะเชื่อสำหรับเขา
          จงอินถูกจับไปสอบปากคำตั้งแต่วันแรกที่ถูกจำ สรุปได้ตามข่าวและถ้าพูดประสาชาวบ้านก็คือ มันกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวช จิตหลอนประสาทแดกและเป็นบ้าไปแล้ว ตอนนี้ก็ถูกจับไปขังไว้ที่โรงบาลบ้าเครือโรงจำนักโทษนั่นแหละ ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าเป็นเพื่อนกับคนบ้ามาตั้งนาน แต่ไม่ว่ายังไงจงอินก็ยังเป็นเพื่อนรักของเขาเสมอ วันที่สองตั้งแต่มันถูกยัดไว้ในเรือนจำคนบ้า พวกเขาทั้งคู่และพ่อแม่ของมันก็ได้รับอนุญาตให้ไปเยี่ยมมันได้ สภาพของมัน....เรียกได้ว่าน่าอนาถใจ ถ้ามีคนบอกว่ามันมีฝาแฝดที่เป็นเด็กเอ๋อก็จะเชื่อได้มากกว่ามันเป็นแบบนี้สะเอง....แทบจะไม่เหลือความเป็นจงอินเพื่อนรักของพวกเขาเลยสักนิด ทางกายภาพยังคงใช่(อยู่บ้าง)แต่สภาพจิตใจอย่างกับคนละคน.....นั่งเหม่อลอย ไม่หือไม่อือกับใคร มันเอาแต่นั่งมองไปข้างหน้าเหมือนมองอะไรที่มันอยู่ไกลๆแต่ห้องก็ไม่ได้กว้างเลย หมอบอกว่าเวลามันอยู่คนเดียวในห้องจะชอบเรียกคนที่ชื่อ'คยองซู'ซ้ำไปซ้ำมา นานเข้าก็จะเริ่มร้องไห้และทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะถามเท่าไหร่มันก็ไม่เคยบอกหมอว่าคยองซูคือใคร แต่ต่างจากพวกเขาที่รู้ดี......
          แปลกนะ แค่ความรักก็สามารถทำให้คนบ้าได้ขนาดนี้ ถ้ามันรักตัวเองบ้างให้เท่ากับรักคนอื่นก็คงจะดี.....

          แบคยอลมาร่วมงานศพของคยองซูทุกครั้งตั้งแต่วันแรกยันถึงวันเผา ร่างโปร่งไม่สนใจใครเลยและคนภายนอกเข้าใจมิตรภาพของพวกเขาที่ต้องเสียเพื่อนไปสักคนมันจะทรมารแค่ไหน แต่ไม่ใช่......เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นเพื่อนแต่เขารู้สึกเหมือนเสียคนที่สำคัญมากๆ ไม่ใช่เพื่อนแต่ก็ไม่ใช่คนรักมันควรจะเรียกว่าอะไรกันนะ แต่ที่รู้ๆคือหัวใจของเขามันเจ็บปวดและแตกสลายไปแค่ไหน เจ็บจนคิดว่ายังจะต้องเอาใจส่วนไหนมาเจ็บอีก ถ้าคยองซูจะไปมีคนอื่นเขาก็ยังสามารถแฝงความสัมพันธ์แบบเพื่อนเพื่อดูแลคนตัวเล็กได้ แต่นี้...............คยองซูจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว ไม่มีวันจะได้ยินเสียงเพราะๆนั่นอีกแล้ว จะไม่ได้ลูบกลุ่มผมนุ่มนั่นอีกแล้ว จะไม่ได้เห็นใบหน้าน่ารักของคนที่อยู่ในหัวใจมาตลอด.....ได้อีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว...........

          ถ้าชาตินี้คยองซูต้องตกเป็นของคนอื่นและตายไปเพราะคนที่เขาไว้ใจให้ดูแลแล้วล่ะก็ ชาติหน้าเขาก็จะขอเป็นคนดูแลแทน ถ้าดูแลเขาไม่ได้ได้โปรดให้คนที่คู่ควรแก่เขาได้ดูแลเขาแทน............ได้ไหมคยองซูให้ชั้นได้เป็นคนดูแลนาย.............





รูปภาพที่เกี่ยวข้อง




  

         "คยองซู......"


          "คยองซู.........."


          "คยองซูอา.......นายอยู่ไหน"


          "เราไม่ไปได้ไหม อย่าจากพี่ไปได้รึป่าว........"


          "...."






          "พี่จงอิน" เสียงทุ้มนุ่มแต่อบอุ่นนั้นเปร่งออกมาจากด้านหลังของจงอิน เขาหยุดจากการเอามือขยีตาแล้วหันกลับไปมองแหล่งกำเนิดเสียง ปรากฎเป็นร่างของคยองซู คนตรงหน้าน้ำตาอาบแก้ม ปากอวบอิ่มรูปหัวใจคว่ำลงไม่เผยรอยยิ้มน่ารักอย่างที่เขาอยากเห็น ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกถึงความสุขของคนตรงหน้า คยองซูกำลังร้องไห้แม้จะไม่มีเสียงสะอื้นออกมา แต่เขากลับรู้สึกดีใจมากๆที่ได้เจอคยองซูอีกครั้ง มีคำถามเป็นร้อยที่อยากจะเอ๋ย
          คยองซูหายไปไหนมา
          หายไปทำไม
          รู้ได้ไงว่าเขาอยู่ที่นี้
          มาที่นี้ได้ยังไง และ.......
          เข้ามาได้ไงเมื่อไม่มีกุญแจ......
          แต่ก็ชั่งมันเถอะในเมื่อคนตัวเล็กของเขาสามารถสัมผัสได้ ไออุ่นของร่างกายก็อบอุ่นสะจนไม่อยากจะละจากวงแขนที่โอบกอดร่างเล็กเอาไว้ ทั้งหูและประสาทสัมผัสของเขาก็บ่งบอกว่าคนตรงหน้ามีอยู่จริงๆ ไม่ใช่ธาตุอากาศที่เขาจินตนาการขึ้นมาได้เอง
          "คยองซูจริงๆด้วย อย่าทิ้งพี่ไปอีกนะสัญญาสิว่าจะไม่มีคนอื่น มีแค่พี่คนเดียว อย่าหายไปดื้อๆแบบนี้อีกเพราะพี่จะบ้าตายอยู่แล้ว....." จงอินยิ้มทั้งน้ำตา อ้อมกอดที่ว่าแน่นแล้วก็ยิ่งกอดแน่นเข้าไปอีกคล้ายจะโอบกอดร่างเล็กไม่ให้หายไปไหน คยองซูยิ้มและกอดตอบ หัวทุยซบที่ไหล่แกร่งพร้อมซูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ แม้จะไม่ใช่กลิ่นแชมพูที่ร่างสูงใช้ปกติแต่กลิ่นเฉพาะตัวก็ยังอยู่ไม่จางหาย
          "สัญญาสิคับ น้องจะอยู่กับพี่จนกว่าพี่จะตาย...." คำพูดนั้นมันฟังดูน่าขนลุกแต่จงอินก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาสนแค่ว่า
          ไม่มีอ้อมกอดไหนจะอบอุ่นเท่าอ้อมกอดของคยองซู
          ไม่มีน้ำเสียงไหนจะไพเราะเท่าเสียงของคยองซู
          ไม่มีกลิ่นกายไหนจะหอมกรุ่นเท่ากลิ่นหอมของคยองซู
          และไม่มีใครจะมาแทนที่คยองซูของจนอินได้อีกแล้ว และต่อไปนี้คยองซูก็จะไม่หายไปไหนอีก เขาคิดแบบนั้น.......ก็จนกว่าเขาจะตายล่ะนะ........





รูปภาพที่เกี่ยวข้อง







          "เอาอีกแล้ว คนไข้ห้อง309พูดคนเดียวอีกแล้วทำอะไรก็ไม่รู้ของมัน อยากจะรู้จริงๆว่ามันเห็นอะไร......."เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งพูดหลังจากเห็นภาพจอมอนิเตอร์ห้องของจงอิน....


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผียิ้ม


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

งงๆกันไหมอ่ะ เราเขียนเองเราเลยไม่งงไงแต่สำหรับคนอื่นคงงง แต่ต้องขอโทษเรื่องวรรคตอนด้วยนะคะถ้ามีปัญหา คือเราขี้เกียจแก้แล้วมันเยอะ55555555 มาอธิบายเล็กน้อยคือ

1) คยองซูที่จงอินเห็นตลอดทั้งวันหลังจากคยองตายคือภาพที่จงอินจินตนาการขึ้นมาเองค่ะ จะสังเกตว่าจะมีบางครั้งที่จงอินจะได้สติกลับมาและคยองซูไม่ขยับอีกแล้วมันคือความจริง และทุกครั้งจงอินจะโวยวาย สมองก็จะสร้างภาพลวงตาเพื่อให้จงอินรู้สึกเสียใจน้อยลง บางทีกลไกลสมองก็แปลกๆเนอะ บางคนยังความจำเสือมเมื่อเจอเรื่องร้ายๆมากๆเลยเพราะสมองต้องการให้ร่างกายหยุดเศร้ามันเลยเลือกจะลบความทรงจำในช่วงนั้นแต่ในกรณีจงอิน สมองของจงอินสร้างภาพลวงตาให้จงอินมันเลยตาลปัดไปหมดนั้นเอง

2) เบอร์โทรที่โทรเข้ามาหาชานยอลคือผีค่ะ! เราแค่คิดว่าต่อให้ใครมาทำร้ายเรายังไงแต่พอถึงจุดหนึ่งเราก็จะรู้สึกสงสารและให้อภัยเขาเอง คยองซูก็เหมือนกันเราตั้งใจให้คยองซูรู้สึกเคียดแค้นในตอนแรกหลังจากที่ตายให้จงอินจมปักกับศพตัวเองแต่คงรู้สึกอนาจใจล่ะมั้งคะ ที่เห็นคนที่เราเคยรักมานอนกกกับเราแบบนี้ด้วยความรักเลยเลือกจะให้จงอินหลุดพ้นสักที เลยโทรหาชานยอลให้มาเปิดโปงความตายของตัวเอง

3) ในขณะที่จงอินอยู่ในห้องกักขังจงอินไม่เห็นภาพหลอนอีกแล้ว เพราะเขาหลอนได้เฉพาะเวลาเห็นศพของคยองซู เมื่อเอาไปทำพิธีเลยไม่มีคยองซูอีกแล้ว คยองซูมาหาอีกครั้งหลังจากตายกลายเป็นผีนั้นเอง อารมณ์แบบให้อภัยแล้วกลับมาอยู่กับจงอินอีกครั้งแม้จะตายแล้วก็ตาม โลกสวยเนอะ55555555555+ เอาเหอะเรื่องความรักมันก็เข้าใจยากงี้แหละ

สุดท้ายเราคิดว่าเรายังแต่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ภาษามั่วๆซั่วๆแต่คือโคตรของโคตรตั้งใจเลยนะคือสุดๆได้แค่นี้แหละ5555555 แต่งตั้งหลายเดือนคือ+ขี้เกียจไปด้วย ติดสอบด้วยอะไรอีกเยอะ เม้นเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ต่อจากนี้ไปจะแต่งคู่ชานซู ไคโด้ออกมาเรื่อยๆแต่จะแต่งแบบตอนเดียวจบแล้ว เป็นคนขี้เกียจค่ะ แต่งเรื่องยาวหลายตอนชอบทิ้งแต่งตอนเดียวจบแต่งไม่จบก็ทิ้งไม่เสียหายแบบนี้ดีกว่า55555 แล้วเจอกันใหม่นะคะ รักนะจุ๊บๆ

ปล.อ่านจบไปฟังเพลงนาฬิกาเรือนเก่าด้วยนะ บังเอิญได้ไปฟังแล้วหลอนมากชอบพระเอกเอ็มวีดูรักนางเอกเอ็มวีดีเราว่ามันอธิบายความรู้สึกของจงอินได้ดีเลย ไปล่ะ บายยยยยยยยยยย

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ EVERYTHING NOT STILL จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 หมาน้อย.. (@CY_BH_cb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 13:33
    ดีมากเลยยยนํ้าตานองงงง เศร้าปนหลอนๆสงสารจงอินฮื่ออออออㅠㅠㅠㅠ
    #1
    0