“ดื่มเดียวดายใต้เงาจันทร์”
ประพันธ์โดย หลี่ไป๋
กวีจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ปีค.ศ. 701 762)
กวีจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ปีค.ศ. 701 762)
ไหสุราประหนึ่งดัง ดอกไม้
ไร้เพื่อนดื่มเคียงกาย ผู้เดียว
ยกจอกขึ้นเชื้อเชิญจันทร์ กระจ่างใส
ทอแสงรวมเงาข้า เป็นสาม
จันทร์เจ้าลอยเลื่อน ไม่อาจ ดื่มได้
เงาเจ้าคล้อยเคลื่อนตาม ติดไหว
มีทั้งจันทร์และเงาอยู่เป็นเพื่อน
เริงรื่น ก่อนฤดูไม้พรรณพฤกษ ผลิใบ
เมื่อข้าร้องเพลง จันทร์ทอแสง
เมื่อข้าเริงระบำ เงาสั่นไหว
เมื่อยังตื่น ร่วมสรวลเสเฮฮา
เมื่อเมาแล้ว ต่างต้องแยกจากกัน
มิตรภาพของเรายังคงอยู่ตลอดไป
และพบกันใหม่ในธารดารา*
*(ธารดารา หมายถึง ทางช้างเผือก)
ที่มา...เว็บวิกิพีเดี่ย (พิมพ์ถูกไหมนี่ ไม่แน่ใจ)
.................................................
จากเรื่องดาบมังกรหยก
ของท่านคูชู่กี
ชื่อว่าบ้อซกเหนียม
(อโลกียานุสติ - ไร้โลกีย์คะนึง)
วสันต์โอฬารเคลื่อนคล้อยผ่าน
ทุกปีของเทศกาลเช็งเหม็ง
ฤดูดอกสาลี่บานเบ่ง
ดุจแพรขาวเลื่อมเมลืองหอมจรุง
พฤกษ์หยกงามดอกตูมสุมหิมะ
ราตรีกาลเงียบสงบ
เงาอุทกเมฆหนาแน่น
อาบไล้แสงจันทร์เยียบเย็น
สุดฟากฟ้าแดนดินถิ่นมนุษย์
ประกายเงินผ่องผุดพรึกพร่าพราย
ไร้มลทินดั่งอริยนารี ราศีพริ้งเพริศงดงาม
เจตน์จำนงสูงล้ำบริสุทธิ์
หมื่นบุปผาแทรกแซมเรียงรายล้อม
มิร่วมวงรวมกลุ่มมุ่งประชัน
จิตผ่องแผ้วไพศาล ธาตุเซียนล้ำสง่าศรี
ลงธรณียากแยกแยะ
คืนสู่วิมานทิพย์สถาน
จึงประจักษ์ความวิสุทธิ์โสภา
(เป็นร้อยกรองที่ท่านคูชู่กีกล่าวสดุดีหญิงงามเซียวเล่งนึ้ง ทายาทสำนักสุสานโบราณ)
ที่มา...จากหนังสือสกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก
........................................................
บทกวีของหลี่ป๋อ
ยามนั้นเดือนฉายสกาวกลางท้องฟ้า
ลมโชยต้องใบไม้
นกกาบนกิ่งพฤกษาร้องเซ็งแซ่
ก๊วยเซียงสุดจะข่มใจต่อไปได้
หยาดน้ำตาเอ่อท้นออกมาทันที
โอ้ว่า ลมศารทโชยฉ่ำชื่น
จันทร์คืนศารทแสงเด่นงาม
ใบไม้ร่วงสุมซ่านตาม
ยามหนาวนกเนาหวาดบิน
สุดถวิลจะพบกันวันใดเล่า
ยามราตรีนี้สิเศร้าสุดจินต์
ที่มา...จากหนังสือสกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก
.......................................................
ที่มา...เว็บวิกิพีเดี่ย (พิมพ์ถูกไหมนี่ ไม่แน่ใจ)
.................................................
จากเรื่องดาบมังกรหยก
ของท่านคูชู่กี
ชื่อว่าบ้อซกเหนียม
(อโลกียานุสติ - ไร้โลกีย์คะนึง)
วสันต์โอฬารเคลื่อนคล้อยผ่าน
ทุกปีของเทศกาลเช็งเหม็ง
ฤดูดอกสาลี่บานเบ่ง
ดุจแพรขาวเลื่อมเมลืองหอมจรุง
พฤกษ์หยกงามดอกตูมสุมหิมะ
ราตรีกาลเงียบสงบ
เงาอุทกเมฆหนาแน่น
อาบไล้แสงจันทร์เยียบเย็น
สุดฟากฟ้าแดนดินถิ่นมนุษย์
ประกายเงินผ่องผุดพรึกพร่าพราย
ไร้มลทินดั่งอริยนารี ราศีพริ้งเพริศงดงาม
เจตน์จำนงสูงล้ำบริสุทธิ์
หมื่นบุปผาแทรกแซมเรียงรายล้อม
มิร่วมวงรวมกลุ่มมุ่งประชัน
จิตผ่องแผ้วไพศาล ธาตุเซียนล้ำสง่าศรี
ลงธรณียากแยกแยะ
คืนสู่วิมานทิพย์สถาน
จึงประจักษ์ความวิสุทธิ์โสภา
(เป็นร้อยกรองที่ท่านคูชู่กีกล่าวสดุดีหญิงงามเซียวเล่งนึ้ง ทายาทสำนักสุสานโบราณ)
ที่มา...จากหนังสือสกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก
........................................................
บทกวีของหลี่ป๋อ
ยามนั้นเดือนฉายสกาวกลางท้องฟ้า
ลมโชยต้องใบไม้
นกกาบนกิ่งพฤกษาร้องเซ็งแซ่
ก๊วยเซียงสุดจะข่มใจต่อไปได้
หยาดน้ำตาเอ่อท้นออกมาทันที
โอ้ว่า ลมศารทโชยฉ่ำชื่น
จันทร์คืนศารทแสงเด่นงาม
ใบไม้ร่วงสุมซ่านตาม
ยามหนาวนกเนาหวาดบิน
สุดถวิลจะพบกันวันใดเล่า
ยามราตรีนี้สิเศร้าสุดจินต์
ที่มา...จากหนังสือสกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก
.......................................................
ความคิดเห็น