(Yaoi) #ราชสิงคาลขององค์ไท่จื่อ

ตอนที่ 1 : อารัมภบทของพรหมลิขิต-re write

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    19 ก.พ. 62










บทนำ

อารัมภบทของพรหมลิขิต











องค์อาจเหนือสิ่งใด เป็นอื่น

เหนือมนุษย์อื่นใด เนิ่นนาน

เสียงสิ้นลม คำบรรยาย

จากลบ ภพลา เป็นอันอื่น



อารามหลงเซวี่ยน


ผู้คนมากมายคณานับ ณ ที่แห่งนี้ สถานที่นี้จัดทำไว้เพื่อจัดเลือกสรรและเฟ้นหาสัตว์วิเศษที่มีระดับตั้งแต่สามขึ้นไปจนถึงเก้า เพื่อให้สัตว์วิเศษเลือกนาย


        เหล่าผู้คนชนชั้นธรรมดาเรียกได้ว่าน้อยคนนักที่จะได้สัตว์วิเศษระดับหกและเจ็ด แต่ถ้าหากว่าชนชั้นของคนผู้นั้นสูงหรือเป็นคนที่มีพลังแฝงในตัวอาจจะได้ระดับเก้า


ยามเมื่อแสงสุริยันลาลับขอบฟ้า ร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งที่มีอายุประมาณยี่สิบปีเดินตรงเข้ามาในอารามอย่างไม่รีบร้อนนัก ค่อยๆย่างก้าวเดินอย่างเนิบนาบเชื่องช้า ทุกสัมผัสการกระทบของเท้าลงบนกระเบื้องหินอ่อน เหล่าผู้ติดตามที่มีมากถึงสิบที่ติดตามมาทำให้เหล่าผู้คนหันมามองยังบุรุษผู้นั้นเป็นตาเดียว


        สตรีหลายนางที่อยู่แถวนั้นที่มารับเลือกสัตว์วิเศษของตนต่างยิ้มอย่างเขินอายและหลบหน้าหลบตากัน บางคนก็รีบพาภรรยาของตนเองกลับพลางคิดไปในทางเดียวกัน


        บ้าไปแล้วรึอย่างไร! แม้เป็นผู้สูงศักดิ์แต่การกลับลงเขาไปยามทิวากาล เก่งสักเพียงใดก็เป็นอันตรายอยู่ดีเช่นกัน 


        บางคนก็ถึงกลับไว้อาลัยแก่บุรุษคนนี้เลยทีเดียว


        เพราะใครๆต่างก็ทราบดีว่าอารามแห่งนี้ถึงจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือมีอำนาจมากเพียงไหนแต่ก็แค่กับในแวดวงแถบนี้เท่านั้น ใครจะรู้ว่าคนที่มาแถวนี้จะพบเจอกับปิศาจเมื่อใด


        บุรุษหนุ่มผู้นั้นคือ ‘องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์หาน’ ผู้ซึ่งถูกเรียกว่า อัจฉริยะหานตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ด้วยรูปร่างสมส่วนบุรุษและรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาของพระองค์ทำให้เป็นที่เล่าขานกันอย่างถ้วนหน้า หากแต่ไม่เคยมีผู้คนพบเจอองค์รัชทายาทผู้นี้เลย เพราะการระมัดระวังตัวขององค์ฮ่องเต้แคล้นเหลียน


        แต่ไม่ว่าจะระวังตนและบุตรชายมากเพียงใดก็สามารถทำได้เพียงเวลาไม่นาน เพราะองค์ชายผู้อื่นต่างก็มีสัตว์วิเศษกันหมดแล้ว ไม่เว้นบุตรชายบุตรสาวของขุนนาง 


        และด้วยอนาคตของว่าที่ฮ่องเต้แคว้นเหลียน จำต้องมีสัตว์วิเศษคู่กาย ปกป้องผู้เป็นนาย ด้วยเหตุนี้จึงต้องให้องค์รัชทายาทเป็นผู้เดินทางมายังอารามแห่งนี้ เพื่อเฟ้นหาสัตว์วิเศษระดับสูงด้วยตนเอง


        “ฮื่อ… ฮื่อ…”


         กึก


         สองเท้าชะงัก เพียงเพราะแค่ได้ยินเสียงของ‘บางอย่าง’เป็นเพียงแค่เสียงร้องครางเบาๆมิได้ดังมากมายนัก คนอื่นเดินกลับลงเขาไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะได้ยินเสียงนั้นเลย ท่ามกลางดอกบ๊วยที่โปรยปราย โดยมิอาจทราบว่ามีเพียงตนเท่านั้นที่ได้ยินเสียง ร่างสูงมองหาต้นเสียงร้องทุกข์ระงม


         ยามนี้ตะวันคล้อยลับไปแล้ว ไม่น่ามีสัตว์ตนใดออกมาด้านนอกได้มิใช่หรือ?


         ขบคิดไม่นานก็ออกเดินต่อทันที เพราะเสียงครางแผ่วเบาเมื่อครู่มิได้เอื้อนเอ่ยอีก แต่เพียงเดินได้ไม่กี่ก้าวก็พลันได้ยินเสียงอีกครา คราวนี้เขามิได้เพียงหยุดเดินแต่สั่งผู้ติดตามไปตามหาต้นเสียงนั้นทันที


         “เป็นอันใดหรือพะยะค่ะองค์รัชทายาท ข้าเห็นท่านเดินแล้วหยุดมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว” ซ่งหมิงมองต้นเสียง เห็นผู้เฒ่าผู้หนึ่งไว้เครายาวสีขาว เดินเข้ามา เคราสีขาวแต่เส้นผมสีดำ แต่มิทันได้คิดอะไรมากนักก็พลันตระหนักได้ว่านี่คือเซียนคนหนึ่งที่เป็นศิษย์เจ้าของอารามแห่งนี้


         “ท่านเซียน..” องค์รัชทายาทกล่าวพร้อมตั้งท่าจะเคารพ เซียนหลงหลินเห็นดังนั้นจึงได้รีบปราม


         “เกรงใจไปแล้วพระองค์…” พร้อมกับประสานมือและก้มหัวลงเล็กน้อย ถึงจะเป็นเซียนแต่เป็นได้เพียงแค่เซียนชั้นล่างที่มาเฝ้าอารามเท่านั้น ไม่มีค่าพอให้องค์รัชทายาทผู้นี้ารวะด้วยซ้ำไป “ว่าแต่… มีเรื่องอันใดกันหรือพะยะค่ะ”


         “เปิ่นหวางเพียงได้ยินเสียงของสัตว์วิเศษบาดเจ็บเท่านั้น ไม่มีอะไรมาก” เขาตอบกลับไปพลางหันไปสอดส่องผู้ติดตามที่พากันออกตามหาสัตว์วิเศษนั้นเพียงตัวเดียว แต่หาได้มีวี่แววการพบเจอไม่ ให้มันได้อย่างนี้สิ! ดวงตาฉายแววหงุดหงิดเล็กน้อย พอเห็นดังนั้นศิษย์เซียนเจ้าอารามเลยเสนอตัวช่วย


         “งั้นข้าจะช่วยหาให้แล้วกันว่ามันอยู่ที่ใด”


         ซ่งหมิงพยักหน้ายินยอมแต่โดยดี เพราะความอยากรู้เช่นกันว่ามันเป็นสัตว์ชนิดใด ทำไมถึงได้หายากหาเย็นนัก


          ลมปราณของหลงหลินกระจายไปตรวจสอบรอบบริเวณทันที แม้จะเป็นเพียงเซียนชั้นล่างแต่สามารถหาสัตว์วิเศษได้ถึงระดับเก้าหรือระดับสูงสุด หลังจากที่ได้คุยกับรัชทายาทผู้นี้แล้ว คาดคิดว่าคงไม่ไกลนัก อย่างมากอาจจะสักสิบวาได้ 


          แต่สิ่งที่คิดนั้นกลับไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ รอบๆบริเวณไม่ได้มีดวงจิตของสัตว์วิเศษตนใดอยู่เลย น่าประหลาดยิ่ง ก็องค์รัชทายาทผู้นี้บอกว่าได้ยินเสียง แถมเมื่อไม่นานมานี้นี่นา หรือว่า…


          ทางด้านของซ่งหมิงเมื่อเห็นท่านเซียนผู้นี้เงียบไปแกมมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นจึงได้เอ่ยถาม


          “เป็นเช่นไรบ้าง”


          “ละอายใจนัก ข้าเกรงว่าสัตว์ตนนี้อาจจะสิ้นชีพไปแล้วจึงตรวจหาไม่พบ ต้องขออภัยองค์รัชทายาทแล้ว” พร้อมโคลงหัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอโทษ 


          “ไม่เป็นไร เปิ่นหวางเพียงแต่อยากรู้ว่าเป็นสัตว์ชนิดใดเท่านั้น ไม่ได้ต้องการหรอก” แม้จะหงุดหงิดไปบ้างแต่ด้วยความที่มาเพื่อเฟ้นหาสัตว์วิเศษจึงไม่คิดยืดเยื้ออะไรต่อไปอีก จึงหันไปสั่งให้ผู้ติดตามกลับมาในทันที


           เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เหล่าผู้ติดตามต่างมากันพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วจึงได้ออกเดินขึ้นอารามกันต่อไป




           “ต้องขออภัยอย่างยิ่งองค์รัชทายาท ข้าเกรงว่าคงไม่มีสัตว์ตนใดคู่ควรกับท่านแล้วพะยะค่ะ ต้องขออภัย ต้องขออภัย” เจ้าอารามแทบทรุดเมื่ออารามของตนเองเป็นผู้ดูแลให้เหล่าผู้คนมาเฟ้นเลือกสัตว์วิเศษถึงสามสิบปีนี้ต้องมาอับอายขายขี้หน้าให้กับคนใหญ่คนโตแห่งแคว้นเหลียน 


           เจริญนัก! กับใครไม่เป็น แต่มาเป็นกับองค์รัชทายาทผู้นี้ เจริญยิ่ง!


           ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากขอโทษขอโพยอีกรอบ ซ่งหมิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจเจ้าอารามอีก ในความไม่สนใจขององค์รัชทายาท แท้จริงแล้วกลับมีความสับสนและสงสัยอยู่


            เหตุใดเขาถึงไม่ถูกเลือกจากสัตว์ชนิดใดเลย ความจริงที่ว่า เขาคือองค์รัชทายาทอัจฉริยะจากราชวงศ์หานนั้นก็มิได้เกินจริง แต่ทว่าหากไม่มีสัตว์วิเศษเล่า ตำแหน่งของรัชทายาทไม่สั่นคลอนหรอกรึ? ขบคิดกับความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น พลางก้าวลงเขาไป


            ขณะที่เดินผ่านสถานที่เกิดเสียงเมื่อก่อนขึ้นเขาไป ก็ได้ยินเสียงร้องระทมพร้อมกลีบดอกบ๊วยที่ร่วงหล่นลงมาอีกครั้งครา


             พลันคิดขึ้นได้ว่าตนได้ยินเสียงสัตว์วิเศษแถวๆนี้หากจะแวะเสียอีกหน่อยก็อาจไม่มีปัญหามากนัก จึงได้หยุดเดินแล้วไล้สายตาสอดส่องหาต้นเสียงนั้นแทน


             “มีอันใดอีกหรือพะย่ะค่ะ” หนึ่งในผู้ติดตามถามขึ้นหลังจากเห็นผู้เป็นนายหยุด หากแต่เสียงนั้นมิได้ดังเข้าไปในโสตประสาทของรัชทายาทผู้นี้แม้แต่น้อย เพราะมีอีกสิ่งหนึ่ง มี‘บางอย่าง’ที่น่าสนใจยิ่งกว่า


             เสียงครางแผ่วเบายังคงได้ยินอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งเดินยิ่งชัดยิ่งชัดยิ่งเดิน เข้าไปไกล้อีกเรื่อยๆ หลังพุ่มไม้ที่มิได้มีใครทันสังเกต ร่างจิ้งจอกสีดำที่อาบชโลมด้วยเลือดของตัวมันเองนั้นนอนแผ่หลาอยู่ที่ตรงนั้น


             รัชทายาทอุ้มมันขึ้นมาอย่างเบามือพร้อมๆกับกลีบดอกบ๊วยที่หล่นลงมาแปะที่จมูกน้อยๆของมัน ซ่งหมิงใช้มืออีกข้างเอากลีบดอกไม้ออกไปแล้วให้มันซบอกอย่างพิถีพิถัน เหล่าผู้ติดตามเห็นดังนั้นจึงได้รีบปรามเพราะต่างกลัวว่าเลือดของจิ้งจอกตัวนั้นจะเปื้อนอาภรณ์ขององค์รัชทายาท แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไรซ่งหมิงก็ยกมือที่ไม่ได้อุ้มจิ้งจอกขึ้นเป็นกรายๆว่าให้หยุด เหล่าผู้ติดตามจึงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากแอบสงสารอาภรณ์อยู่ห่างๆ


             “องค์รัชทายาท ข้าต้องอภัยอย่างยิ่งที่พวกเราไร้ความสามารถ ขนาดที่ว่าไม่อาจหาสัตว์วิเศษที่คู่ควรกับรัชทายาทได้ ละอายใจยิ่ง ข้ารู้ว่าทำให้พระองค์ทรงหงุดหงิด แต่ได้โปรดเถิด อย่างน้อยๆก็ทรงให้ข้าได้บอกลาท่านเถิด”


             เป็นใครฟังแล้วก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ซ่งหมิงจึงได้หันมาแล้วมองหลงหลินอย่างนิ่งๆ เขารู้ดีว่าการเดินออกมาจากอารามบนเขานั้นเป็นการหักหน้าของเจ้าอารามดีๆ แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า ก็คนมันหงุดหงิดนี่!


             “หามิได้ ตอนนี้เปิ่นหวางได้สัตว์วิเศษแล้ว เพราะงั้นเปิ่นหวางจะให้ท่านหนึ่งเหรียญทองแทนจิ้งจอกตนนี้ ขอลา” เอ่ยพูดพร้อมหันกลับไปทันควัน ไม่นานจึงได้ออกเดินทางลงเขาต่อ ทางด้านของหลงหลินยังคงไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น 


             ได้แล้วหรือ.. สมองประมวลภาพขององค์รัชทายาทอัจฉริยะแห่งแคว้นเหลียนที่หันมาหันไปอย่างรวดเร็ว แต่สายตาของเซียนผู้หนึ่ง มีหรือจะไม่เห็นอะไร แม้อาภรณ์ของรัชทายาทจะเป็นสีดำแต่หาได้แวววาวดั่งขนสัตว์ที่สะท้อนแสงสีจันทร์ยามราตรีได้ขนสัตว์สีดำ แถมเป็นจิ้งจอก จิ้งจอกสีดำหรือ..


             เมื่อคิดอะไรได้จึงได้รีบรุดกลับมาหาเจ้าอารามทันที ที่ตอนนี้เจ้าอารามกำลังวิญญาณหลุดออกจากร่างอันเนื่องมาจากคำพูดของซ่งหมิง 


             ทางด้านเจ้าอารามนั้นเมื่อเห็นว่าเป็นใครเข้ามาท่านจึงได้เอ่ยถาม


             “มีอะไรอีก รึว่ามีคนที่หาสัตว์วิเศษไม่ได้อีก?” น้ำเสียงที่ไม่ได้เต็มใจเปล่งออกมาพร้อมกับสภาพร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของเจ้าอารามถามขึ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่หลงหลินแปลกใจ เรื่องที่แปลกใจมาจากว่า‘นั่น’เป็นของอารามแน่หรือ?


             “อาจารย์ขอรับ เมื่อครู่นี้องค์รัชทายาทได้พบเจอสัตว์วิเศษแล้วขอรับ” กล่าวจบก็เหมือนว่าเจ้าอารามจะได้ยาคืนชีพ วิญญาณกลับร่างในบัดดล พร้อมกับน้ำเสียงที่เอื้อยเอ่ยออกมาฉายแววร่าเริง


             “จริงรึ นั่นไงๆ ข้าว่าแล้วว่าอารามเราจะไม่สามารถหาสัตว์วิเศษให้รัชทายาทได้เลยหรือไร ย่อมไม่ได้ๆ ทุกๆคนที่เข้ามาเลือกเฟ้นจักต้องมีกลับไปทุกราย ฮ่าๆๆๆ” พร้อมระเบิดเสียงร้องออกมา สมัยที่มันยังหนุ่มเหล่าองค์ชายทั่วแคว้นทั่วหล้าต่างพากันมาจับจองสัตว์วิเศษ และก็สามารถหากลับไปได้ทุกราย ในสมัยนี้ก็มิได้เปลี่ยนไป เหล่าองค์ชายก็ได้สัตว์วิเศษกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเสือ สิงห์ หรือ หมาป่าก็ตาม


              “แล้วรัชทายาทได้สัตว์อะไรเล่า” ระดับน่าจะได้สักเจ้าป่าที่เป็นจ่าฝูงระดับเก้า หรือไม่ก็อินทรีย์ระดับเก้ากระมัง คนผู้นั้นมิได้อ่อนด้อยตรงไหนเลย ตรงกันข้ามกลับแข็งแกร่งยิ่ง


              “จิ้กจอก.. สีดำขอรับ” หลงหลินพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะว่าอาจดูผิดไป จิ้กจอกมีสีดำที่ไหน ส่วนใหญ่มีแต่สีแดงส้มกันทั้งนั้น จากที่มันเคยเห็นผ่านๆมาน่ะนะ แต่ด้วยความนิ่งไปของเจ้าอารามที่ตัวแข็งค้างกลางอากาศเพื่อประมวลในสารบบหัวสมองที่ใช้งานมานานกว่าหกสิบปีเพื่อหาสัตว์ตัวนั้นว่าอยู่ระดับใดแล้ว เรื่องที่มันคิดกลับไม่มีเหตุให้หาความจริงเลย


               “…หลงหลิน …เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” เจ้าอารามเหมือนว่าจะหาเสียงของตนเจอแล้วจึงได้เอ่ยถามออกไปเพื่อความแน่ใจอีกครา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหลงหลินยืนยันคำตอบ


               “จิ้งจอกสีดำขอรับ..”


               “อารามเรามีที่ไหนเล่า จิ้กจอกสีดำน่ะ!”


.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

Tbc.

♤♤♤

Talk.


รีไรท์เสร็จสิ้นไปหนึ่งตอนเจ้าค่ะ=w= แก้คำพูดและบทบรรยายเล็กๆน้อยๆให้แล้วนะเจ้าคะ ส่วนเรื่องลำดับพลังและสัตว์วิเศษอื่นๆนี่จะมีการบรรยายเพื่อให้ผู้คนที่เป็นตัวละครในเรื่องเข้าใจในทีหลังนะคะ ดังนั้นถ้าใครยังงอยู่ว่าระดับพลังมีขั้นไหนอะไรอย่างไรบ้างก็โปรดรอด้วยนะเจ้าคะเพราะมีการกล่าวถึงแน่นอนแต่แค่ม่ช้าเท่านั้นเอง..

ปล. มาช้าแต่มานะ!



♤♤♤


Like&Fevorite!!!







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #11 A T O M Y (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 10:14
    อาเร๊ะ น้องมาจากไหม การใช้ภาษายังไม่ค่อยลื่นไหล แต่ก็พออ่านได้นะ
    #11
    1
    • #11-1 P'est (@25161523) (จากตอนที่ 1)
      22 ตุลาคม 2561 / 16:21
      อ่านไปเรื่อยๆน้าจะรู้ว่าน้องมาจากไหน
      #11-1