[จบ] Don't tell me to take off my skirt [yaoi] สนพ. SENSE BOOK

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 85,314 Views

  • 1,356 Comments

  • 5,367 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    253

    Overall
    85,314

ตอนที่ 5 : 04 Beauty and a stalker

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 900 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

04 Beauty and a stalker 

 

            หลังจากวันนั้นผมก็เอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษากับสกาย แต่เขาก็แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรผมเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            จากที่ครามเล่า โซก็ดูเป็นคนเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ไม่เห็นต้องห่วงเลย

 

            ‘แต่เธอเป็นผู้หญิง…’

 

            ‘ที่เอาชนะครามได้อย่างง่ายดายตลอด ไม่ครามกากเกินก็โซเทพเกิน เขาหวดลูกเบสบอลเป็นร้อยลูกโดยที่ไม่เหนื่อยด้วยไม่ใช่หรือไง

 

            แล้วหลังจากนั้นบทสนทนาก็ถูกเปลี่ยนเป็นการที่ผมเอาหมอนฟาดหัวสกายรัว ๆ แทน

 

            แต่ตอนนี้ผมที่กำลังเอาเค้กใส่จานตามออเดอร์ของลูกค้าเผลอหันไปมองโซที่นั่งไขว่ห้าง เท้าคางจ้องแล็ปท็อปของตัวเองอยู่ตรงโต๊ะมุมในสุดที่ประจำของเธอหลายต่อหลายครั้ง วันนี้เธอใส่ชุดเดรสยาวสีน้ำตาลอิฐแบบที่ไม่น่าจะใส่ตอนขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ๆ ได้ แต่โซดันทำได้ เออ เธอทำได้ทุกอย่างที่ผมไม่คิดว่าใครจะทำได้นั่นล่ะ

 

วันนี้โซใส่วิกผมสีดำยาวระแผ่นหลัง เธอเม้มปากและทำหน้ายุ่งหลายครั้งขณะที่เคาะแป้นพิมพ์ ริมฝีปากสีน้ำตาลเข้มถูกลิ้นของเธอเลียหลายครั้งหลังจากที่เธอจิบกาแฟ

 

            ก็รู้ล่ะว่าเธอสวยมาก แต่ถึงขนาดที่มีพวกโรคจิตส่งข้อความประหลาด ๆ อย่างถ้ารักจนอยากเลียเธอไปทั้งตัว อยากเชี่ย ไม่ ผมจะไม่คิดเรื่องนั้นอีก สยองโคตร ๆ พระเจ้า ทำไมเธอไม่กลัวเลยวะ ขนาดผมอ่านไปได้แค่สามบรรทัดผมยังขนลุกตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยเถอะ

 

            โซเป็นคนเก่ง แรงเยอะและดูเท่ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมไปแจ้งความ แถมพอผมทำท่าจะพูดเรื่องนั้นขึ้นมา เธอก็ทำแบบเดิมจนปากผมแทบช้ำ สุดท้ายก็ได้แต่กินข้าวผัดหมูที่โซเติมให้หลายครั้งแทนการปิดปากอีกตลบ ยิ้มมุมปากแล้วถามคำถามเดิมด้วยน้ำเสียงหวานเจี๊ยบที่ทำให้ผมสยองไปถึงไขสันหลัง

 

            ครามอยากกินข้าว หรืออยากทำอย่างอื่นกับโซกันดีคะ

 

            จากสายตาของโซแล้ว ผมไม่กล้าถามและไม่อยากให้เธอขยายความเลยจริง ๆ ว่าอย่างอื่นที่เธอว่าหมายถึงอะไร

 

            คราม เหม่ออะไรลูก เอาเค้กไปเสิร์ฟได้แล้วค่าผมกะพริบตาเมื่อใครบางคนตีไหล่ผมที่กำลังยืนเหม่อถือเค้กอย่างไม่แรงนัก ผมหันไปมองและยิ้มเจื่อนเมื่อพี่เพลิน เจ้าของร้านส่งยิ้มที่น่าสยองน้อยกว่าโซหน่อยเดียวมาให้ เธอโคลงศีรษะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ หักเงินเดือน หักเงินเดือน

 

            ปราณีผมด้วยผมปากคอสั่น ช่วงนี้โคตรช็อต ที่ไปสัมภาษณ์งานใหม่เมื่อวันก่อนก็ไม่ผ่าน พี่เพลินหัวเราะและเอื้อมมือมาดึงแก้มผมเบา ๆ แล้วตบไหล่ผมอีกครั้งแทนการไล่ให้ไปเสิร์ฟเค้ก

 

            ผมรีบทำตามคำสั่งของเธออย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก ผมรู้ดีว่าโซดูแลตัวเองได้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ป่ะวะ เธอไม่เคยอ่านข่าวที่ผู้หญิงโดนสตอล์กเกอร์ทำร้ายเหรอ อย่างผมที่บอกขาลั่นมือลั่นอยากตีตอนเธอแกล้งกวนผม นั่นผมพูดไปอย่างนั้น แต่เราไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นยังไง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายคลั่งโซแค่ไหนหรือตามเธอมานานเท่าไหร่แล้ว

 

            ถ้าไม่รีบไปทำงาน โซจะบอกให้พี่เพลินหักเงินเดือนนะคะผมกะพริบตา เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังยืนบีบถาดและจ้องเธอนิ่ง โซเงยหน้าขึ้นจากแล็ปท็อป ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีเข้มขยับเป็นรอยยิ้มหยอกล้อ ดวงตาหรี่ลงขณะจ้องผมกลับอย่างตรงไปตรงมา

 

            ผมถอนหายใจ เม้มปากห้ามไม่ให้ตัวเองพูดเรื่องนั้นขึ้นมาอีก หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาแล้วเกือบสัปดาห์ ผมเห็นเงาแปลก ๆ ทางหางตาถี่ขึ้นทุกทีจนรู้แล้วว่าไม่ได้คิดไปเอง แต่โซก็ไม่เคยสนใจ เธอเอาแต่บอกว่าอีกฝ่ายไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก แถมเธอก็ดูแลตัวเองได้ ผมที่อยากพูดหลายครั้งก็ตัดสินใจช่างแม่ง แล้วแต่โซเหอะ อยากทำอะไรก็ทำไปเลย

 

            เธอเลิกคิ้วเมื่อผมเดินหนีไปอย่างไม่ต่อปากต่อคำอย่างทุกที หันไปรับออเดอร์จากลูกค้าคนอื่น พอบริการเสร็จก็มานั่งอิจฉาเค้กที่ไม่ต้องมีเรื่องหงุดหงิดมีเรื่องปวดหัว นั่งโชว์ตัวสวย ๆ อยู่ในตู้โชว์รอให้คนเลือกไปกิน แถมแต่ละชิ้นก็มีราคาอีก ดีจังนะ ผมก็อยากนั่งนิ่ง ๆ รอให้คนมาเปย์แบบนี้เหมือนกัน

 

            ชาติหน้าขอให้ได้เกิดเป็นเค้ก หรือซาลาเปาดี แบบนั้นก็อิ่มตลอดเวลาเพราะมีไส้อยู่ข้างใน ไม่ต้องไปหาเงินซื้อข้าวที่ไหนให้เสียเวลา

 

            ครามคะ ผมละสายตาออกจากเค้กชิ้นโตไปด้านหน้าเคาน์เตอร์ รอยยิ้มการค้าที่ผมมีประดับเกือบจะตลอดเวลาที่อยู่ในร้าน (เว้นแค่ตอนอยู่กับพี่เพลินหรือพี่พนักงานคนอื่น เพราะพวกเขาทำผมขำแทบตายตลอด) เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแสยะเอาคืนเมื่อเห็นว่าโซมายืนเม้มปากอยู่ตรงหน้าผม

 

            ผมทำงานอยู่ครับ โซอย่ามาคุณลูกค้ารับอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับจากที่จะกวนตีนโซผมก็ต้องพลิกลิ้นเมื่อพี่เพลินหันมามองพอดี แต่ผมก็ยังทำตาแข็งใส่เธออยู่ดี ไม่รู้เว้ย สามสี่วันมานี้เธอชอบตัดบทผมด้วยการทำอะไรประหลาด ๆ ให้ผมไปไม่เป็นบ่อย ๆ ทั้งการหยอกอย่างฮาร์ดคอร์ที่แทบจะเปลี่ยนเป็นการล้วงคอ ทั้งการใช้สายตาฟาดฟันแบบที่พวกนิยมความรุนแรงแบบผมเหนื่อยใจกับรสนิยมของตัวเองอีกครั้ง จากที่เครียด ๆ อยู่ดันไปคิดเรื่องอื่นที่น่าปวดหัวกว่านี่น่าเครียดไหมล่ะ

 

            โซทำหน้าเหมือนมองแมวที่กำลังเมินเธออยู่ หรือไม่ก็ลูกหมาตัวโปรดที่ดันไปก้อร่อก้อติกเจ้านายคนใหม่ ผมเกือบจะยิ้มอย่างพอใจแล้วที่เห็นโซถอนหายใจเหมือนจะพ่ายแพ้ แต่สายตาตอนที่เธอวกกลับมามองผมใหม่ทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ

 

            มันเต็มไปด้วยความหมายมาด ความถูกใจและเตรียมพร้อมจะรับมือหรือเอาคืน

 

            ถ้างั้นรบกวนขอบราวนี่สองชิ้น เค้กวนิลลา โอริโอ้ชีสเค้ก นิวยอร์คชีสเค้ก พีนัตบัตเตอร์ชีสเค้ก เค้กเนยสด เค้กผลไม้แล้วก็บานอฟฟีอีกอย่างละหนึ่ง คุ้กกี้ชาเขียวสองถุง รอกกี้โร้ดสองกล่อง คาราเมลคัพเค้กชิ้นเล็กสามชิ้น มาการองสองกล่อง คละรสให้ด้วย บราวนี่ใส่ถุงหนึ่งทานนี่หนึ่ง ที่เหลือใส่ถุงทั้งหมด เครื่องดื่มขอเป็นกีวี่โซดากับกาแฟสดอย่างละหนึ่ง ทั้งหมดเท่าไหร่คะ

 

            ฟะ ฟังไม่ทัน

 

            แล้วเดี๋ยวนะ กินหมดเบาหวานถามหาแน่มึ๊ง

 

            ผมอ้าปากหวอ ในหัวมีภาพตัวเองเอาผ้ากันเปื้อนฟาดหัวโซรัว ๆ

 

            อย่าไปแกล้งน้องมากสิโซ สงสารคราม เมื่อกี้ก็เพิ่งโดนพี่แกล้งขู่หักเงินเดือนไปเองพี่เพลินหัวเราะ เดินเข้ามาใกล้และกดเครื่องคิดเงินอย่างรวดเร็ว ผมเหลือบมองโซอย่างแค้น ๆ เหอะ สนิทกับเจ้าของร้านเข้าหน่อยก็หาเรื่องก่อกวนพนักงาน ผมจำได้ถึงแค่โอริโอ้ชีสเค้กเท่านั้นล่ะโว้ย รัวเป็นปืนกลขนาดนั้นใครจะฟังทันวะ เชื่อเถอะว่าโซก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสั่งอะไรออกมาบ้าง

 

            ผมเม้มปาก เสียงของโซที่พูดคุยกับพี่เพลินแทบไม่ได้เข้าหูเพราะผมฉุนจัดจนควันแทบออกจากหู รับใบเสร็จจากพี่เพลินแล้วผละออกไปจัดเค้กให้กับโซตามที่เธอต้องการ พี่ผู้หญิงอีกคนเป็นคนหันไปชงกาแฟกับจัดการกีวี่โซดา ผมก้มหน้าก้มตาลำเลียงเค้กลงจานลงกล่องโดยไม่สนใจชุดกระโปรงที่ขยับมาหยุดตรงหน้าตู้เค้ก พี่เพลินหันมายิ้มเห็นใจให้ผมนิดหน่อยตอนที่กำลังเดินไปดูลูกค้าคนอื่นในร้าน ทิ้งผมไว้กับสายตาที่จ้องกันไม่หยุดเหมือนเงาตามตัว

 

            เดี๋ยวจะเอาไปเสิร์ฟให้นะครับ คุณลูกค้าสามารถไปนั่งรอได้ที่โต๊ะ…”

 

            “โกรธโซอยู่เหรอเธอขัดและผมเม้มปาก ไม่ต่อปากต่อคำอีกเพราะถ้าเผลอพูดเดี๋ยวผมก็เผลอบ่นที่เห็นเงาคนมาด้อม ๆ มอง ๆ แถวหน้าอพาร์ทเม้นท์จนผมคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิต เผลอบ่นเรื่องที่เธอไม่ยอมไปแจ้งความปล่อยให้จดหมายประหลาด ๆ ถูกส่งมาอีกหลายฉบับ ผมรู้ผมเห็นตอนที่ไปกินข้าวเย็นที่ห้องของเธอ โซไม่เคยเก็บซองจดหมายดี ๆ ดีสุดก็ถมรวม ๆ กันไว้นั่นล่ะ แต่ผมบ่นไปก็เปลืองพลังงาน แถมยังเสี่ยงโดนโซแกล้งอีก

 

เพราะงั้นไม่รู้ไม่สน ไม่พูดอะไรแม่ง

 

ไม่ตอบโซสั่งรัวแบบเมื่อกี้อีกรอบนะ

           

ถ้าโซมีตังค์พอจ่ายก็ตามสบายครับ

 

            “งั้นเอาเค้ก…”

 

            “ผมไม่ได้โกรธ แค่เป็นห่วง แต่ไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว ขี้เกียจฟังโซแกล้งผมขัดขึ้นมาก่อนที่โซจะบ้าสั่งจริง นี่ผมเพิ่งเอาเค้กทั้งหมดลงกล่องเสร็จเอง

 

ผมหันไปหยิบวิปครีมมาเขย่าลงข้าง ๆ กับบราวนี่บนจาน วางจานขนมกับเครื่องดื่มอีกสองแก้วที่พี่อีกคนทำเสร็จแล้วลงบนถาด จากนั้นก็เดินตามเธอต้อย ๆ ไปที่โต๊ะที่ยังมีข้าวของ ๆ เธอวางระเกะระกะ

 

            โซบีบมือผมก่อนที่ผมจะเดินกลับไปทำงาน ผมรีบดึงมือออก แต่เธอบีบไว้แน่นและจ้องผมอย่างจริงจัง หายโกรธเร็ว

 

            “ก็บอกว่าไม่ได้โกรธผมเหลือบมองพี่เพลินที่คุยกับผู้ชายตัวสูง ๆ หน้าดุ ๆ เหมือนมาเฟียที่นั่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่โต๊ะแล้วหันมามองเธออีกครั้ง แต่ถ้าโซทำให้พี่เพลินขู่หักเงินเดือนผมได้อีก ผมจะโกรธ

 

            โซถอนหายใจและยอมปล่อยมือผมในที่สุด แต่ไม่วายใช้ดวงตาวาว ๆ มองมาทางนี้ไม่หยุด แถมใช้เวลาทำงานสลับกับจ้องหน้าผมตลอดจนเวลาหมดกะ ถ้าสายตาของเธอเป็นมีด มันคงจะทิ่มแผ่นหลังและใบหน้าของผมจนพรุนไปแล้ว

 

            ตอนเลิกงาน ผมตั้งใจจะหนีโซกลับบ้านก่อน แต่วันนี้เธอเล่นนั่งเฝ้าผมเกือบทั้งวัน พอผมเลิกงานปุ๊บ เธอก็ลากผมกลับไปด้วยกันปั๊บ เออ ตลกเหมือนกัน โมโหกันอยู่แท้ ๆ แต่ดันจะทำตามแพลนเดิมซึ่งก็คือกลับบ้านพร้อมกันเพื่อกินข้าวเย็นด้วยกัน

 

            ผมเดินกอดอกเพราะไม่อยากให้โซจับแขนจับมือได้ เหลือบมองโซที่ก็เดินถือถุงเค้กถุงขนมพะรุงพะรัง หากเป็นปกติผมคงช่วยเธอถือ แต่วันนี้อารมณ์ไม่ดี อากาศก็ร้อน เพราะงั้นของเยอะแยะแบบนั้นเชิญไอ้บ้าบางคนที่สั่งพวกมันมาเพื่อหยอกผมถือเองเหอะ และโซก็ไม่พยายามหันมาบอกให้ผมช่วยถือ เราเดินข้างกันเงียบ ๆ ไปยังรถมอเตอร์ไซค์ของเธอ

 

            แต่พอโซไม่พูดแล้วมันน่าอึดอัดกว่าตอนที่เธอแกล้งผมแรง ๆ อีกว่ะ

 

            ผมลังเลว่าจะเอาไงดี ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมจากความเป็นห่วงและความไม่พอใจเล็กน้อยที่เกิดจากความเป็นห่วงนั้นถึงกลายมาเป็นการโกรธกันได้วะ นึกสงสัยด้วยว่าโซเองก็โกรธที่ผมทำหน้าเหวี่ยงทำนิ่งใส่เธอหรือเปล่า

 

นี่ผมเป็นคนผิดเหรอ ห่วงเพื่อนก็ผิดเหรอวะ หรือทำแบบนี้ดูเสือกเกินไป?

 

            ไม่เอาแล้วว่ะ คุยกันตรง ๆ เลยดีกว่า ไม่งงไม่เงียบอะไรละ

 

            แต่ก่อนที่ผมจะอ้าปากพูดกับเธอได้ ใครบางคนก็เดินตรงมาทางผม แต่เพราะโซดึงตัวผมหลบ อีกฝ่ายเลยกระแทกไหล่โซเต็มแรงจนเธอนิ่วหน้า แม้ว่าจะไม่ได้กระเด็นเพราะแรงกระแทก แต่มันน่าจะเจ็บน่าดู ผมสบถแทนโซที่ทำแค่กลอกตา ก่อนจะหันไปทำตาขวางใส่คนชนที่ไม่แต่จะมาขอโทษเธอด้วยซ้ำ

 

            “โซไม่เป็นไรค่ะ แน่ะ หายโกรธโซแล้วล่ะสิผมหันไปทำตาขวางใส่คนที่แซวกันอยู่นั่น ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นคราบอะไรบางอย่างบนชุดของโซ มันเป็นสีขาวขุ่น กลิ่นแบบที่รู้ ๆ กันอยู่ ผมพะงาบปากอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ความขยะแขยงพุ่งขึ้นมาทันที

 

โซก้มหน้ามองตามสายตาของผม ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนชุดของเธอด้วยสายตารังเกียจไม่แพ้กัน เป็นอีกครั้งที่ริมฝีปากเคลือบลิปสีสวยของเธอสบถออกมาด้วยน้ำเสียงแบบแมนขนานแท้จนผมลืมความตกใจและทำได้แค่กะพริบตาปริบ

 

ไอ้สัส





โซในชุดใหม่ที่มีดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความโกรธ เธอที่มีสีหน้าเหมือนพร้อมจะฟาดหัวทุกคนที่เข้าใกล้พวกเราเกินสองเมตรลากผมไปโรงพักในคืนนั้นทันที หลังจากถึงห้องแล้ว ผมก็ต้องเป็นคนลำเลียงขนมเค้กเข้าตู้เย็น ปล่อยให้โซกระชากเดรสตัวเองออกด้วยสีหน้าโกรธจัดอย่างไม่สนใจสักนิดว่าผมจะยืนอยู่ตรงนั้น ก็เป็นผมอีกเนี่ยแหละที่รีบหันหน้าหนีก่อนจะได้เห็นเรือนร่างผู้หญิงที่ไม่เคยคิดพิศวาส ได้แต่มองเธอที่เปลี่ยนชุดด้วยความเร็วแสงและเข้าไปค้นของในถุงพลาสติกที่เตรียมเอาไปทิ้งด้วยสีหน้าน่ากลัวจนผมพูดไม่ออก

 

ไม่ใช่แค่จดหมายที่ถูกขยำขยี้ไม่ก็ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ จนต้องเอาสก็อตเทปแปะเข้าด้วยกัน แต่ยังมีกล่องของขวัญที่เปียกน้ำ ตรงมุมมีราขึ้นต่าง ๆ นา ๆ ที่เธอถึงกับไปค้นตรงที่ทิ้งขยะที่เธอเอาพวกมันไปเหวี่ยงทิ้งไว้ ก่อนที่ผมจะพบความจริงอันน่าตกใจสองข้อ

 

ข้อแรก โซไปแจ้งความไว้ตั้งนานแล้วแต่ไม่มีใครตามเรื่องให้ได้ ที่เห็นกวนประสาทผมอยู่ทุกวันนั่นเพราะจัดการไปเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าตัวสนุกที่เห็นผมไปโวยวายใส่และโดนเธอแกล้งกลับมา ถ้าไม่ติดว่าพวกเราอยู่ที่โรงพัก ผมเตะขาโซแรง ๆ ไปแล้ว

 

ข้อสอง กล่องของขวัญที่ถูกเอาไปทิ้งน่ะของโซ แต่ไอ้พวกจดหมายน่ะของผม

 

โซเป็นคนเห็นว่ามีใครมาด้อม ๆ มอง ๆ ที่หน้าห้องของเธอเมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน และจากไปโดยที่ทิ้งจดหมายไว้ให้ เธอเล่าให้ฟังอย่างละเอียดถึงเวลา ลักษณะของคน ๆ นั้นที่ปิดหน้าปิดตา ที่น่าอนาถใจคือจดหมายพวกนั้นมันส่งถึงผม แต่คนส่งดันเอาไปวางไว้ที่หน้าห้องโซ ตอนแรกโซก็ไม่รู้ เพิ่งมารู้ก็ตอนที่ตำรวจเขาพลิกจดหมายแล้วเห็นชื่อผมเขียนหวัด ๆ อยู่ตรงมุมด้านหลัง ประกอบกับคนที่ควรจะโดนป้ายคราบอสุจินั่นก็ผม ถ้าโซไม่ดึงผมหลบแล้วเอาตัวขวาง คนที่จะมีคราบขาว ๆ น่าขยะแขยงพวกนั้นติดเสื้อก็ผมนั่นล่ะ

 

แล้วทำไมทุกคนล้วนเอาของ ๆ ผมไปส่งผิดที่ห้องโซตลอดเลยวะ ตั้งแต่คราวไปรษณีย์ที่เอาของเล่นจากสกายไปส่งที่ห้องโซนั่นแล้ว

 

ที่โซไม่บอกนั่นเพราะโซอยากจัดการให้ทุกอย่างจบเงียบ ๆ โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องรับรู้ ทั้งยังคิดว่าทั้งของขวัญทั้งจดหมายพวกนั้นส่งถึงเธอ ซวยซ้ำซวยซากกันทั้งผมทั้งโซ บางทีนอกจากสกายแล้ว ผมควรชวนโซไปทำบุญพร้อมกันสามคนเลย เผื่ออะไร ๆ ในชีวิตจะดีขึ้น

 

แต่จริง ๆ แล้วตอนได้ยินว่าโซอยากจัดการทุกอย่างโดยไม่ให้ผมรู้ ผมก็ตากระตุกอยู่หรอก มันเหมือนว่าเธอกันผมออกจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว แต่สุดท้ายผมก็ไม่รู้จะโกรธเธอเรื่องอะไรได้ ผมก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรขนาดนั้น ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้ว่าเราเป็นเพื่อนกัน บางทีโซอาจจะไม่ได้มองผมสนิทขนาดนั้นก็ได้

 

ดีไม่ดีเธออาจจะแค่ขำเฉย ๆ ก็ได้ที่มีเด็กที่ทำท่าประหลาดใส่เธอทุกครั้งที่โดนเธอกวนประสาท หรือไม่ก็เป็นแค่เด็กที่ใช้ของเล่นช่วยตัวเองจนเธอมาเห็นบ่อย ๆ ก็ได้

 

แย่ว่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงนี่ผมหงุดหงิดทั้งตัวเองทั้งเธอเลยนะ เพราะผมนับเธอว่าเป็นเพื่อนคนแรกที่รับรู้ความลับเกือบทุกอย่างในชีวิตของผม แถมยังมีท่าทีสบาย ๆ เหมือนไม่ได้มองว่าความลับของผมเป็นเรื่องใหญ่ด้วยซ้ำ

 

ระหว่างการจัดการแจ้งความอย่างจริงจัง โซทำหน้านิ่งสุด ๆ พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้ระเบิดใส่คนอื่น ส่วนผมก็จ้องคุณตำรวจทื่อ ๆ อีกฝ่ายเป็นผู้ชายตัวสูงที่ยังดูหนุ่ม มองผมสลับกับเธอด้วยสีหน้าเห็นใจ และย้ำหนักแน่นว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด โซจึงเหมือนจะคลายความหงุดหงิดลงได้บ้าง เธอยิ้มจาง ๆ กล่าวขอบคุณอีกฝ่าย แล้วลากผมออกมาในที่สุด

 

อากาศในเวลากลางคืนค่อนข้างหนาว ผมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของโซ ตอนนี้ผมมีหมวกกันน็อคประจำตัว ไม่ต้องขโมยหมวกกันน็อคของเธอมาใช้แทนแล้ว นั่งซ้อนโซบ่อยแค่ไหนน่ะคิดดู

 

โซขี่ไม่เร็วมาก แต่ก็เร็วกว่าเวลาปกติที่มีรถเยอะเต็มถนน เธออาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดงเอื้อมมือข้างหนึ่งมาดึงมือผมไปเกาะเอวเธอไว้ ผมกำลังจะชักมือออกแต่โซบีบข้อมือผมแน่น พวกเราสบตากันผ่านกระจกรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนที่ภาพของใครสักคนพุ่งเอาของชวนอ้วกมาป้ายผมแต่โซเป็นคนโดนแทนจะแวบกลับเข้ามาในหัว นั่นทำให้ผมหยุดการยื้อมือหนีโซ จับชายเสื้อของเธอนิ่งจนดวงตาของโซเป็นประกาย แม้ว่าปากของเธอจะโดนหมวกกันน็อคบัง แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเธอต้องกำลังยิ้มอยู่แน่ ๆ

 

พวกเรามาถึงห้องตอนสองทุ่มกว่า ผมกระชับหมวกกันน็อคของตัวเองไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างก็ซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงเพราะต้องการจะหนีจากอากาศเย็น ๆ แขนของโซสะบัดเฉียดแขนของผมหลายครั้งกระทั่งถึงหน้าห้อง ผมหันไปหรี่ตามองโซที่หันมาสบตากับผมเช่นกัน

 

โซแจ้งความแล้ว

           

รู้แล้วครับ เมื่อกี้ก็อยู่ด้วยกัน

 

            โซกอดอกและหันมามองหน้าผมจากหน้าบานประตูห้องตัวเอง พวกเราสบตากันยาวนานเหมือนไม่มีใครยอมใคร กระทั่งโซเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนด้วยท่าทีอ่อนลง ยังโกรธโซอยู่อีกเหรอคะ

 

            ผมยักไหล่ ความโกรธที่เกิดขึ้นจากความเป็นห่วงและการทะเลาะกันแบบไร้สาระเหมือนเด็ก ๆ ของพวกเราในคาเฟ่ที่ผมทำงานอยู่เบาบางลงมาก แต่สิ่งที่มาแทนที่คือความไม่พอใจ โอเค ยอมรับก็ได้ว่ามันผสมความน้อยใจที่เกิดจากการที่โซกันผมออกเหมือนผมเป็นคนนอก

 

            แล้วก็หงุดหงิดตัวเองอีกนิดหน่อย งี่เง่าดี ขนาดโซเป็นคนเอาตัวมารับน้ำเหนียว ๆ น่ารังเกียจนั่นแทนผม ผมยังนั่งน้อยใจไร้สาระใส่เธอเป็นเด็กมัธยมไปได้ นี่ผมเหงาเพราะไม่มีเพื่อนนานขนาดนั้นเลยเหรอวะ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้แฮงเอ้าท์กับใครนอกจากสกายเพราะทุกคนทำงานหมดก็จริง แต่ผมไม่ควรจะถึงขั้นเหงาจนต้องมาน้อยใจผู้หญิงขี้แกล้งคนหนึ่งเลยนี่หว่า

 

            ไม่ได้โกรธแล้วครับ โซไปพักเถอะ เจอแต่อะไรแย่ ๆ มาทั้งวันแล้วผมยิ้มให้เธอได้ในที่สุดเมื่อโซหรี่ตาและจ้องมาที่ผมด้วยสายตากดดัน วันนี้ขอบคุณนะครับ แล้วเค้กพวกนั้นอย่ากินวันเดียวหมดล่ะ เบาหวานแดกตายแน่โซ

 

            แต่ก่อนที่ผมจะเข้าไปในห้องของตัวเอง โซก็ก้าวขายาว ๆ ไม่กี่ก้าวมาประชิดตัวจนผมเผลอถอยไปชนกับประตู เธอเอื้อมมือไปดันประตูของผมให้ปิดดังปัง โน้มหน้ามาใกล้จนเส้นผมยาว ๆ ที่เธอทัดหูไว้ร่วงลงมาโดนแก้มของผม ผมเบิกตากว้างและจ้องเธออย่างงุนงง เผลอใจเต้นไปกับดวงตาสีเข้มของเธอที่จ้องมาเหมือนจะดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างไปจากตัวผมจนหมด

 

            สั่งเสียโซเหรอคะโซว่าเสียงหวานที่ฟังแล้วดูประชดประชันจนผมเลิกคิ้ว ดันหน้าเธอออกอย่างไม่กลัวว่าสิวจะขึ้นหน้าผากเธอ โซสะบัดมือผมออกและเปลี่ยนมากระตุกยิ้มที่มุมปากเหมือนทุกครั้งที่คิดออกว่าจะแกล้งผมเรื่องอะไรดี ผมหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง ถ้าโซเอานิ้วจิ้มปากผมอีก ผมจะเผ่นเข้าห้องแล้วเอาประตูกระแทกจมูกโด่ง ๆ ของเธอซะ

 

            แต่โซไม่ได้ทำแบบนั้น เพียงแค่ผมกะพริบตา สีหน้าเจ้าเล่ห์ของเธอก็เปลี่ยนเป็นนิ่ง ๆ ดูหงอย ๆ จนผมปรับอารมณ์ตามไม่ทัน เธอเบียดตัวมาใกล้ กอดแขนผมไว้แบบที่ผมสะบัดไม่ออก อะไรวะโซ ผีเข้าเหรอ เห้ย ผมไล่ผีไม่เป็น วันนี้โซกลัวมาก

 

            เอาจริง ๆ ตอนนั้นโซเหมือนพร้อมฆ่าคนมากกว่ากลัวอะ

 

            เอ่อ โอ๋ ๆ นะครับผมลูบไหล่ลูบแขนเธออย่างทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่ะ ไม่เคยปลอบคน โซกะพริบตา ทำหน้าเหมือนจะหลุดขำจนผมตากระตุก ละมือออกและทำเสียงแข็งใส่เธอแทน อะไรล่ะ ก็กลัวไม่ใช่เหรอ

 

            กลัวค่ะ ขนลุกด้วย ขยะแขยง ชุดโซต้องทิ้งเลย แพงด้วย แต่ทนใส่ต่อไม่ไหวจริง ๆเธอบ่นเสียงเบา หงุงหงิงผิดคาแรกเตอร์จนผมได้แต่คิดว่าผู้หญิงนี่ประหลาดแท้ เป็นกันทุกคนหรือเป็นแค่โซ เธอวางคางของตัวเองไว้บนไหล่ของผม อาการนิ่งค้างเกิดขึ้นกับตัวผมโดยฉับพลัน แต่น่าแปลกที่อาการครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างทุกครั้งที่มีผู้หญิงคนอื่นมาทำแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจนผมก็เผลอแปลกใจตัวเอง แน่ะ เขินโซอีกแล้ว

 

            ผมสะบัดแขนโซทิ้งทันที แต่แรงมหาศาลของโซก็ชนะผมเหมือนกับทุกครั้ง ผมจะไปเข้ายิมมันพรุ่งนี้เลย!

 

            โซ ผมง่วง

 

            บังเอิญจัง โซก็ง่วงเหมือนกันบอกผมทำไมวะ บอกผมทำไม โซกะพริบตาแรง ๆ หลายครั้งจนขนตาของเธอแทบจะเกี่ยวโดนคางของผม ผมผงะหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย และโซก็ขยับหน้าเข้ามาใกล้อย่างสบาย ๆ จนผมรีบใช้มืออีกข้างดันหัวไว้ทันที โซกลัวมาก คืนนี้นอนไม่หลับแน่เลย

 

            ผมมียานอนหลับ เดี๋ยวเข้าไปเอาให้นะ…”

 

            โซไม่อยากกินยานอนหลับเธอถอนหายใจดูท่าทางอมทุกข์ หลุบตาลงต่ำเพื่อซ่อนดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายความสนุกสนานที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที แต่ขอโทษที ผมที่อยู่โคตรใกล้เห็นชัดเจน คราวนี้มั่นใจด้วยว่าไม่ได้จินตนาการไปเอง

 

            นมอุ่น ๆ สักแก้ว…”

 

            ไปนอนเป็นเพื่อนโซนะคะโซขัดขึ้นกลางป้อง ผมส่ายหน้าพั่บ ๆ ทันทีแล้วเตรียมหนีเข้าห้องตัวเอง ไม่ โซ ไม่ ผมไม่นอนกับผู้หญิง โน ผิดผี บาปกรรม ถึงผมจะค่อนข้างโอเคกับโซ แต่อยู่กับเธอก็เสี่ยงจะโดนแกล้งโดนก่อกวนทั้งคืน แล้วโซก็เหมือนจะไม่เห็นความแพนิคในดวงตาของผม สายตาของเธอถึงได้หรี่ลงอย่างกดดันผมมากขึ้นทุกที ทั้งยังอ่านใจผมได้เป็นฉาก ๆ ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ ครามไม่ชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ไปนอนเป็นเพื่อนโซคืนเดียวเอง โซยอมยกเตียงให้เลยอะ

 

            ไม่เอา

 

            ครามไม่เห็นใจโซเหรอคะ ไม่สงสารโซเหรอคะ จิตใจโซบอบช้ำอยู่นะไม่เห็นจะเหมือนคนจิตใจบอบช้ำตรงไหนเลยโว้ย! “ทั้งที่โซเจอแบบนั้นมา ครามไม่เห็นใจเพื่อนเลยเหรอ

 

             คำว่าเพื่อนทำให้ผมชะงัก ดีใจแบบไร้เหตุผลขึ้นมาทันที โซเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าผมนิ่งไป ก่อนจะคลี่ยิ้มชั่วร้ายเหมือนเริ่มจับทางผมถูก ดวงตาเป็นประกายวิบวับเหมือนชนะผมเป็นที่เรียบร้อย

 

ผมรู้สึกตัวตอนนั้นแล้วรวบรวมแรงทั้งหมดผลักหัวเธอออกไปจนโซกระเด็น เธอหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่าผมทำตาแข็งใส่อย่างไม่ยอมแพ้ ยกมือสองข้างขึ้นตอนที่ผมทำหน้าเหมือนอยากต่อยไหล่เธอแรง ๆ

 

แหม เกือบแล้วเชียว

 

เงียบไปเลยครับ





พอเข้ามาอยู่ในห้องคนเดียว กลับกลายเป็นว่าผมประสาทแดกหน่อย ๆ เพราะความจริงเรื่องที่ว่าเป้าหมายการโดนโจมตีด้วยไอ้นั่นและจดหมายพวกนั้นคือผมไม่ใช่โซ จากทีแรกที่ห่วงเพื่อน ตอนนี้เริ่มห่วงตัวเองด้วยแล้ว แล้วเดี๋ยวนะ ไอ้คนที่ชนผมมันเป็นผู้ชายไม่ใช่หรือไงวะ พระเจ้า ถึงผมจะชอบผู้ชาย ชอบการมีอะไรกับผู้ชาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะชอบให้ใครก็ไม่รู้เอาน้ำเชื้อของตัวเองมาป้ายกันนะโว้ย

 

เชี่ย ขนลุก

 

พอเริ่มขนลุกก็เริ่มหวาดระแวง ผมหรี่ตามองไปทั่วห้องที่เปิดไฟจ้า ผมเคยเห็นคลิปวิดีโอที่ผู้หญิงญี่ปุ่นเปิดเจอคลิปผู้ชายท่าทางประหลาด ๆ ช่วยตัวเองแล้วมารู้ทีหลังว่ามันทำแบบนั้นในห้องของเธอด้วย ตอนเธอดูอยู่ก็ตอนที่ไอ้ผู้ชายคนนั้นแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้านั่นล่ะ

 

ผมค่อย ๆ หันไปมองตู้เสื้อผ้าของตัวเอง มันยังคงตั้งนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง ไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากเดิมแต่อย่างใด ผมเดินตรงไปหามันช้า ๆ รู้สึกงี่เง่านิดหน่อยที่ต้องมาระแวงอะไรก็ไม่รู้ในห้องตัวเอง ทั้งที่ก็นอนอยู่ในนี้มันเกือบจะสามปีแล้ว ผมนึกอยากโทรตามสกายให้มานอนเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าเขามาก็ต้องเล่าให้เขาฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทีนี้สกายคงได้สติแตกตามผมแน่ ๆ ผมยังไม่อยากปาปัญหาน่าปวดหัวของตัวเองไปใส่เขาที่มีเรื่องวุ่นวายไล่กวดหลังตอนนี้หรอก

 

ผมหรี่ตามองตู้เสื้อผ้าอย่างหงุดหงิดเหมือนมันทำอะไรผิด ก่อนจะถีบประตูตู้แรง ๆ อย่างระบายอารมณ์ แล้วต้องเป็นฝ่ายสะดุ้งเองเมื่อได้ยินเสียงเหมือนอะไรตกมาจากในตู้เสียงดังก้อง

 

ฉิบหาย จากที่ตอนแรกว่าประสาทแดก ตอนนี้เกือบจะสติแตกแทนแล้ว

 

ข้อความที่ผมคิดว่าส่งถึงโซแวบกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง มาพร้อมกับคราบบนเดรสราคาแพงของเธอเลย พระเจ้า ผมเดินไปเคาะห้องเธอแล้วขอนอนด้วยกันตอนนี้จะน่าเกลียดไหม

 

แต่สิ่งที่ผมทำไม่ใช่การเดินไปเคาะห้องเธอ ผมแค่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ในห้องเงียบฉี่จนได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเอง บอกตัวเองว่ามันไม่มีอะไรหรอก ผมอาจจะแค่คิดมากไปเอง ที่นี่อาจจะราคาถูกและระบบการรักษาความปลอดภัยไม่เข้มเท่าคอนโดแพง ๆ ก็จริง แต่ผมก็ใส่กลอนประตูทุกครั้ง แถมนอกจากวันนี้ที่เจอไอ้เวรนั่นแล้วก็ไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน

 

ผมสะกดจิตตัวเอง แต่พอรู้ตัวอีกทีก็ไปคว้าค้อนที่เคยซื้อมาเก็บไว้ตอนไปช่วยแม่ซ่อมบ้านมาถือไว้เฉยเลยว่ะ

 

เออ ผมอาจจะไม่แรงเยอะเท่าโซ แต่ผมก็ผู้ชาย

 

ผมเดินไปถีบตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง คราวนี้มีแค่เสียงของในนั้นสั่น ผมนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะตู้ ในหัวมีภาพจินตนาการร้อยแปดไม่ต่างจากตอนที่ดูหนังผีจบใหม่ ๆ คิดไปว่าถ้ามีคนอยู่ในนั้นจริง ๆ ผมควรจะทำยังไง เอาค้อนในมือฟาดหัวเขาจนกว่าจะสลบเหรอ หรือผมควรไปหยิบโทรศัพท์มาเตรียมพร้อมโทรไปแจ้งตำรวจด้วยดี

 

ประตูตู้เสื้อผ้าค่อย ๆ ถูกผมเปิดออก ผมกระชับค้อนในมือ สายตาผมกวาดไปทั่วเสื้อที่ถูกแขนและกดลงเพื่อจ้องผ้าที่ถูกพับไว้อยู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาจนแทบหมดปอด เมื่อพบว่าเสียงเหมือนของตกที่ผมได้ยินเมื่อครู่เป็นแค่ชั้นวางของชั้นบนสุดทางด้านซ้ายมันร่วงลงมากระแทกลิ้นชักด้านล่างเพราะแรงถีบเท่านั้นเอง

 

โถ เอาซะกูกลัวฟรี

 

ผมหัวเราะหึ ๆ ให้ความงี่เง่าของตัวเอง ยกชั้นที่ตกลงมากระแทกลิ้นชักออก ตู้เสื้อผ้าของผมแบ่งเป็นสองโซน ด้านซ้ายมีลิ้นชักด้านล่างกับชั้นวางด้านบน ส่วนด้านขวาไว้แขวนเสื้อ ด้านล่างก็มีพวกอันเดอร์แวร์ ความจริงชั้นนี่ก็เคยตกลงมารอบหนึ่งแล้ว คราวนั้นผมยังไม่แพนิคเท่าตอนนี้เลย

 

เป็นเอามากจริง ๆ

 

ผมวางชั้นพาดไว้ตรงผนังข้าง ๆ กับค้อน ตั้งใจจะไปอาบน้ำแล้วกรอกยานอนหลับเข้าปากให้หลับยาวยันเช้า ผมเดินวนไปหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ที่วางทิ้งไว้ตรงตู้รองเท้าติดประตู ก่อนจะชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงกุกกักด้านนอก

 

ผมเงี่ยหูฟังอย่างที่ไม่เคยคิดทำมาก่อน ความแพนิคกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำไปมาอยู่ตรงหน้าห้องของผมกับห้องของโซ มันเดินวนเวียนอยู่อย่างนั้นร่วมสิบนาทีในขณะที่ผมก็ยืนนิ่งอย่างไม่แน่ใจว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี

 

ผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ แต่แต่ก็ไม่ควรมีคนมาเดินวนไปวนมาสิบกว่านาทีตอนสามทุ่มกว่าไม่ใช่เหรอวะ

 

เสียงฝีเท้าหยุดลงในจังหวะที่กำลังจะกดโทรศัพท์หาสกาย ผมยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัว รอฟังให้มั่นใจว่าใครก็ตามที่อยู่หน้าประตูจากไปแล้ว ก่อนจะก้มหน้าลงถอนหายใจหลังจากผ่านไปอีกร่วมห้านาที แต่ตอนที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็ต้องตัวชาวาบด้วยความตกใจกลัวเมื่อพบว่ามีเงาลอดเข้ามาจากนอกห้อง ผ่านซอกประตูด้านล่างเป็นสีดำเหมือนมีคนยืนอยู่อีกฝั่งของประตู

 

ผมไม่กล้าขยับ ทุกส่วนในร่างกายชาไปหมด เสียงเหมือนเสื้อผ้าเสียดสีที่ผมอาจจะจินตนาการไปเองเกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่อะไรบางอย่างจะถูกสอดผ่านซอกประตูเข้ามาข้างในอย่างช้า ๆ

 

ซองจดหมายสีขาวกว่าครึ่งวางสอดอยู่ระหว่างประตูห้องของผม

 

มันวางอยู่ตรงนั้น คราวนี้มีชื่อจริงกับนามสกุลผมเด่นหราอยู่บนซองด้วย

 

ผมก้มหน้าจ้องมันที่มีเงาจากข้างนอกเหมือนคนบ้า โทรศัพท์ที่แสดงเบอร์ของสกายที่ผมยังไม่ทันได้กดโทรออกถูกผมบีบแน่น เงาไม่มีการเคลื่อนไหว ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่ก้องอยู่ในหู

 

นิ้วของผมกดโทรออกหาสกายทันทีเมื่อสติบางส่วนของผมกลับมา เสียงรอสายฟังดูยาวนานมากทั้งที่ความจริงแล้วน่าจะผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ก่อนที่ผมจะคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าผมคุยโทรศัพท์ตรงนี้ คนที่ยืนอยู่หน้าห้องจะได้ยินและรู้ตัวหรือเปล่าว่าความจริงผมยืนอยู่ห่างจากเขาไม่มากโดยมีแค่ประตูห้องกั้นพวกเราออกจากกัน

 

พี่สกายรับทีสิวะและผมก็เผลอเรียกพี่นำหน้าเขาโดยที่ไม่ได้พยายามกวนตีนกันเป็นครั้งแรก เสียงสัญญาณเหมือนจะยาวขึ้นทุกที ๆ จนผมสบถเสียงเบา เงาที่ลอดเข้ามาวูบไหวเหมือนอีกฝ่ายขยับออก ผมเกือบจะถอนหายใจแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมันกลับมายืนนิ่งที่เดิม เป็นบ้าอะไรครับไอ้เวร พี่สกาย รีบรับสิโว้ย

 

ปรากฏว่าผมไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องนั้นเมื่อเสียงโอเปอเรเตอร์ดังมาแทนที่เสียงสัญญาณ ผมเม้มปาก ขยับตัวไปยังบริเวณที่วางค้อนทิ้งไว้ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอได้ค้อนผมก็กำมันแน่น เดินไปยืนอยู่หน้าประตูอีกครั้ง พร้อมกับก้มหน้ามองซองจดหมายและเงาที่ขยับไปมาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็มาหยุดตรงที่เดิมอยู่ดี

 

ความกลัวยังมีอยู่ แต่ความโกรธมันเริ่มมีมากกว่า

 

แล้วทำไมผมต้องมากลัวมาประสาทแดกเพราะใครก็ไม่รู้ด้วยวะ สัสเอ้ย

 

ผมสูดหายใจลึก ความหัวร้อนชนะความกลัวได้ในที่สุด รู้ตัวอีกทีผมก็พุ่งไปกระชากลูกบิด เหยียบจดหมายที่ปลิวมาหยุดตรงหน้า ใช้เท้าขยี้มันอย่างหงุดหงิดและยืนกำค้อนอยู่ประจันหน้ากับคนที่อยู่ผงะ

 

อีกฝ่ายสูงพอกันกับผม เขาใส่หมวกสีเข้มกับมาร์คปิดปากและฮู้ดแบบเดียวกับตอนที่เดินชนผมกับโซ หมุนตัวและเตรียมเผ่นเมื่อผมสบถด่า กระโจนไปกระชากฮู้ดแล้วเหวี่ยงเขาลงกับพื้น โถมตัวนั่งทับเขาจากด้านหลังจนเกิดเสียงโครมคราม อีกฝ่ายพยายามยันตัวขึ้นจากพื้น แต่ผมก็นั่งทับเขาแน่น ผมทุบค้อนลงไปบนพื้นข้าง ๆ กับใบหูของเขาเต็มแรงอย่างข่มขู่เมื่อเขาทำท่าจะตะกายตัวหนี อีกฝ่ายนิ่งไปทันทีเมื่อผมฟาดค้อนลงไปที่เดิมอีกหลายครั้ง คราวนี้ทำเพราะระบายอารมณ์ที่ทำผมกลัวแทบตายด้วย

 

มึงจะเอายังไง!”

 

ผมตะโกน ได้ยินเสียงประตูหลายห้องเปิดออกมาดูเหตุการณ์ ก่อนที่ใครบางคนจะตะโกนเรียกชื่อผมดังลั่น แล้วหันไปตะโกนบอกให้คนอื่นโทรหาตำรวจ

 

คราม ใจเย็น ๆ ค่ะ ใจเย็น ๆผมสูดหายใจเมื่อได้ยินเสียงของคนคุ้นเคย โซพยุงตัวผมให้ลุกขึ้น มีคนในอพาร์ทเม้นท์หลายคนเปิดประตูออกมาดู ผมฟาดค้อนไปที่เดิมอีกครั้งแทนคำขู่ว่าถ้ามึงวิ่ง ค้อนฟาดหัวมึงสมองไหลแน่ แต่ทันทีที่ผมลุกขึ้นมาด้วยการช่วยเหลือของโซ มันก็รีบร้อนลุกขึ้นมาแล้วเตรียมวิ่งทันที

 

อ้าว วอนแล้วไหมล่ะมึง

 

แต่ก่อนที่ผมจะเหวี่ยงค้อนใส่หัวมันด้วยความหัวร้อน โซที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ของผมก็พุ่งไปกระชากคอมันกลับมาที่เดิม เหวี่ยงตัวคนที่ดูเตี้ยไปเลยเมื่อยืนข้างเธอไปกระแทกผนังเสียงดังสนั่นจนความหัวร้อนในตัวผมกระเด็นหายวับ ถึงจะสะใจไม่น้อยแต่พอเห็นคนบ้ากว่าดันบ้าไม่ออก แล้วเนี่ย โซแม่งโคตรเท่ ทำไมผู้หญิงคนนี้เท่ได้ขนาดนี้วะ ความเท่ของเธอดึงสติของผมกลับมาเลยนะเห้ย

 

ผมมองภาพโซที่ยืนซ้อนตัวอีกฝ่ายที่โดนจับแขนจับคอ บังคับให้เอาหน้าแนบผนังอย่างไร้ทางสู้ เข่าของโซขยี้ข้อพับจนขาของอีกฝ่ายให้แนบกับผนังไม่ต่างจากใบหน้า โซยิ้มเหี้ยมแบบที่ผมกะพริบตาปริบ

 

เอ๊ะ เหมือนเมื่อกี้มีใครไม่รู้บอกให้ผมใจเย็นเลยว่ะ

 

ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายบอกให้โซใจเย็น ผมก็ต้องเหวอแทนเมื่อเธอพูดชัดถ้อยชัดคำ

 

คิดจะทำน้องครามของกู เร็วไปร้อยปีเถอะมึง

 

 

 

 

 

 

เริ่มจะตันละค่ะ หากหายไปอย่าแปลกใจ แฮ่

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านมากเลยนะคะ ดีใจมากเลย คิดเห็นอย่างไรบอกเราบ้างน้า ^^ 


ปล. ขอฝากนิยายค่ะ เรื่อง 'พี่ชายครับ ไปนั่งกินหมูกระทะเป็นเพื่อนผมหน่อย' ที่เราเขียนกำลังจะได้ตีพิมพ์กับสนพ. รักคุณ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่อยากกินหมูกระทะมากแต่ไม่มีเพื่อนไปนั่งกินด้วย ทั้งเล่มมีแต่ของกินค่ะ ฮา มีทั้งหมด 348 หน้า ราคา 320 บาท เปิดพรีวันที่ 5-15 พ.ค. นี้ ท่านใดสนใจสามารถอ่านรายระเอียดเพิ่มเติมได้จากเพจสำนักพิมพ์รักคุณ:  RakkunPublishing หรือจากหน้าเพจ 3-14 นะคะ:  >>FACEBOOK<<  ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 900 ครั้ง

98 ความคิดเห็น

  1. #1348 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 18:14
    เชี่ยครามค่ดเท่ความโมโหทำให้น้องเลือดขึ้นหน้าเลยว่ะ แต่แหมมมมมของกูอะไรหรอโซ
    #1348
    0
  2. #1340 heutesprecheich (@heutesprecheich) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 05:50
    หลัวมากกกก น้องครามของกูงี้ แงงง
    #1340
    0
  3. #1317 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 10:15
    ขำคราม อิจฉาเค้ก คิดได้ 5555
    #1317
    0
  4. #1301 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:36
    ความหลัวของคุณโซนี่มันรุนแรงมากเลยยยยยย
    #1301
    0
  5. #1293 aiffie18 (@aiffie18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:27
    กลัวพี่โซแทนคะ 55555
    #1293
    0
  6. #1290 PeachCoCo (@evefiww) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 15:04
    พี่โซ โซหลัวมากๆๆๆๆ
    #1290
    0
  7. #1249 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 11:11
    กรี้ดดดดดดดดดกก พี่โซวววววววว
    #1249
    0
  8. #1232 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 12:08
    กรี้ดด ฮืออ พี่โซโคตรเท่เลย /////
    #1232
    0
  9. #1224 SOUGIYA (@himitsu-me) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 00:31
    ฮืออ ลุ้นมากเลยตอนนี้ น้องครามของกู วู้วว พี่โซเกรี้ยวกราดเวอร์
    #1224
    0
  10. #1204 vy0Cik (@acrbaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:22
    น่ากลัวเว่อร์
    #1204
    0
  11. #1186 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 00:04
    นี่ลุ้นมาก น่ากลัวอะ
    #1186
    0
  12. #1162 oohyanisa (@oohyanisa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 18:23
    อย่าให้เป็นสกาย...
    #1162
    0
  13. #1141 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:33
    สยองอะ
    #1141
    0
  14. #1120 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 00:19

    ตายแล้วววว จะพีคมากถ้าคนที่โดนจับเป็นสกาย

    #1120
    0
  15. #980 ZtotheK (@ZtotheK) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 18:44
    พีคมากก
    #980
    0
  16. #962 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 12:54
    มันจะพีคมากถ้าครามโทรหาพี่สกายแล้วดันได้ยินเสียงริงโทนจากอีกฝั่ง 55555555555555555555 นี่เดาๆ ว่าถ้าไม่ใช่สกายก็คงเป็นคนในตึกที่จิตมากพอจะชอบเสียงน้องร้อง ไม่งั้นก็น้องครามคงเผลอไปทำความแค้นกับใคร
    #962
    0
  17. #955 GaoSeob (@kaocharisma) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:52
    โอ้ยยยยย อยากได้โซโว้ยยยยย นี่เป็นผญยังแต่งหน้าไม่เป็นเลย อยากได้แฟนแบบโซ น้องครามน่ารัก ถึงน้องจะเป็นเกย์แต่น้องไม่ได้ปวกเปียกอะ ว่าแต่สตก.นี่ใครวะ รู้จักโซได้ไง ถ้าเป็นสกายนี่ช็อกเลยนะ ไม่ใช่หรอกมั้ง ฮือ
    #955
    0
  18. #954 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:37
    น้องครามของกู พี่โซเกรี้ยวกราดมากเว่ออ่ะ
    #954
    0
  19. #926 manabi kaminaga (@manabu_sensei) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:48
    โอ้ยยยยย. ใจสั่นกับประโยคสุดท้ายย ฮือออออ ใจบางไปหมดดด
    ทุกคนล้วนแกล้งน้องครามของแม่555
    #926
    0
  20. #920 JMpalmy (@JMJARK) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 20:12
    น้องจะรู้หมือไหรนิิ
    #920
    0
  21. #877 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 16:51
    พี่โซค่ะ แมนแตกค่ะ ใจเย็นๆนะคะ
    #877
    0
  22. #819 KarLusTar (@charlatan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 01:22
    งือออ ทำไมใจเต้นกับพี่โซ >\\\\\<
    พี่สวยและเท่มากจริงๆค่ะ 55
    #819
    0
  23. #746 evenrr22 (@evenrr22) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 17:13
    ไม่ตันน้าาา เราให้กัมลังจัยยยยย สู้ๆนะไรท์ รออ่านอยุ่ตลอดค้าบบ&#128151;&#128151;&#128151;
    #746
    0
  24. #715 กะปิมะนาว (@Hoshiizz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 03:35
    พิโซหลัวมากจริงๆนั่นแหละ โอย ซัดมันเลยค่ะพิ แง
    #715
    0
  25. #688 Pee Perry (@peeperrymild) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:57
    เกรี้ยวกราดได้โซหลัวมากค่ะพี่โซ ;-;
    #688
    0