甘刁 กันเตียว หมอข้ามภพ #มบกันเตียว [MarkBam] [END]

ตอนที่ 24 : 23.งานชมดอกไม้อีกครั้ง (RE)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 294 ครั้ง
    3 ก.พ. 62





23.งานชมดอกไม้อีกครั้ง

 

“อี้เอิน ท่านมีแทบทุกอย่างแล้วนะ ไยถึงอยากได้รางวัลจากข้าอีก?” แบมแบมพูดขึ้นพร้อมมองชายมากยศที่กำลังทำท่านทางไม่พอใจราวกับเด็กไม่มีผิด “เฮ้อ~ ท่านกำลังทำให้ข้าลำบากใจนะ”

“เปิ่นหวางทำสิ่งใดกัน? เปิ่นหวางยังไม่ได้ทำสิ่งใดเลย” อ๋องหนุ่มเถียงคอเป็นเอ็น เจ้าของใบหน้าหล่อหันไปอีกทางพร้อมบ่นอะไรบางอย่างคนเดียวแต่แบมแบมพอจับใจความได้บ้าง

“ไม่เห็นจะต้องรีบมาหาข้าขนาดนั้นเลย” แบมแบมได้ยินที่อ๋องหนุ่มบ่นว่าเขารีบแค่ไหนเพื่อที่จะกลับมาเมืองหลวง  “ทำอย่างกับว่าข้าจะหนีไปไหน”

“เปิ่นหวางกลัว กลัวว่าจะมีคนมาเอาตัวเจ้าไปจากเปิ่นหวาง” น้ำเสียงที่อ่อนลงของอ๋องหนุ่มทำให้แบมแบมเผลอยิ้มออกมา “มองเปิ่นหวางเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าไม่มีอะไรเป็นรางวัลให้ท่านและไม่คิดว่ามีเหตุผลที่ต้องให้ด้วย” น้ำเสียงราบเรียบของแบมแบมทำให้อ๋องหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ใกล้วันชมดอกไม้แล้ว เหตุใดชินอ๋องไม่รีบเสด็จกลับวังเล่า?”

“เดี๋ยวนี้ออกปากไล่เปิ่นหวางแล้วหรือ?”

“ข้าไม่ได้ไล่ แต่คิดว่าคนที่วังคงรอพระองค์อยู่”

“ช่วงนี้เปิ่นหวางคงยุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวมาหาเจ้าได้ คงเจอเจ้าอีกทีก็คงวันงานชมดอกไม้” น้ำเสียงเศร้าสร้อยของอ๋องหนุ่มทำให้แบมแบมรู้สึกสงสารไม่น้อย

“หากท่านป่วยก็มาหาข้าสิ ข้าเป็นหมอนะ”

“แบบนั้นเปิ่นหวางคงต้องแกล้งป่วยบ่อยๆเสียแล้ว” อ๋องหนุ่มพูดขึ้นก่อนจะยิ้มหวาน มือหนาลูบตามโครงหน้าสวยอย่างรักใคร่ “เปิ่นหวางอยากอยู่นานกับเจ้านานกว่าจริงๆนะ”

“แค่นี่ก็เกินพอแล้ว”

 

“หรงไจ้” แบมแบมกำลังเรียกหรงไจ้ที่วิ่งวนเพื่อหาชุดใหม่ให้เขา นางแทบไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อยจนอดรู้สึกเหนื่อยใจไม่ได้ “พอเถอะหรงไจ้  ข้าใส่ชุดไหนก็ได้”

“ไม่ได้นะเจ้าคะ!!” หรงไจ้พูดเสียงแข็งจนแบมแบมเผลอสะดุ้งตัวเล็กน้อย “คือข้าข้าไม่ได้ตั้งใจขึ้นเสียใส่คุณหนูนะเจ้าคะ”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย แล้วเหตุใดถึงพยายามจะให้ใส่ชุดใหม่ๆเล่า?” น้ำเสียงอ่อนของแบมแบมทำให้หรงไจ้เงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปอีกรอบ

“ข้าได้ยินข่าวลือจากชาวบ้านที่ตลาดว่าเฉินลี่มี่นางก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานชมดอกไม้ด้วยเจ้าค่ะ” คำตอบของหรงไจ้ไม่ได้ทำให้แบมแบมแปลกใจเท่าไหร่แต่เขาต้องแสร้งทำเป็นตกใจเพื่อให้ดูไม่ผิดปกติ “ได้ยินว่าพระพันปีเป็นคนเขียนจดหมายเชิญนางด้วยตัวพระนางเอง”

“อ่าหรงไจ้เอ๋ยจงจำคำข้าไว้” ร่างระหงลุกขึ้นจากเตียงนอน มือเรียวหยิบพัดอันงามขึ้นมากางปิดตั้งแต่ปลายจมูกลงมาจนเห็นแต่ดวงตา “ของที่เป็นของเราอย่างไรเสียมันก็จะเป็นของเราจนวันตาย”

“คุณหนู

“หากการมาของนางทำให้เจ้าคิดว่าความสัมพันธ์ของข้ากับชินอ๋องจะจบลงหรือร้าวราน ข้าก็ยินดีที่จะแต่งตัวให้งดงามที่สุดเพื่อให้เจ้าสบายใจ” คำพูดของแบมแบมทำให้หรงไจ้ยิ้มออกมาบางๆ เขารู้ว่านางเป็นห่วงเขาและแน่นอนเขาก็รู้สึกซึ่งใจเช่นกัน “ข้าซึ้งใจนะที่เจ้าเป็นห่วงข้า”

“ข้าคิดว่าคุณหนูสวมชุดสีม่วงตัวนี้ต้องดูงดงามเป็นแน่เจ้าค่ะ” หรงไจ้พูดพร้อมส่งชุดสีม่วงให้แบมแบมดูก่อนจะพูดต่อ “คุณหนูผิวขาว ควรสวมชุดสีเข้มจะได้ไม่ดูจืดชืดในงาน”

“จืดชืด? สีม่วงก็ไม่เลวเหมือนกัน” มือเรียวลูบตามเนื้อผ้าอย่างใจเย็นก่อนจะหันไปเห็นพิณหลิวที่ท่านตาพึ่งให้มาเป็นของขวัญ “หรงไจ้ ข้าต้องร่วมแสดงด้วยหรือไม่?”

“เจ้าค่ะ คุณหนูต้องร่วมแสดงด้วย ว่าแต่คุณหนูจะแสดงสิ่งใดหรือเจ้าคะ?” หรงไจ้ถามขึ้นอย่างสนอกสนใจก่อนจะหันไปมองตามทิศที่ผู้เป็นนายมอง “พิณหลิวหรือเจ้าคะ?”

“ใช่  ข้าจะเล่นพิณหลิว”

 

 

 

            เมื่อถึงวังหลวงแบมแบมเดินตามผู้เป็นแม่เข้าไปในงานโดยระหว่างทางเขาก็เห็นว่าเหล่าคุณนางชั้นน้อยใหญ่ต่างพากันทักทายพี่ใหญ่ของเขาราวกับสนิทสนม เป็นเพราะพี่ใหญ่ทำการค้าเครื่องประทินโฉมกับคนในวังหลวงทำให้เข้าๆออกๆวังเป็นว่าเล่นจนคนในวังจำหน้าได้ และอีกอย่างที่ได้ยินคือการแสดงความยินดีที่พ่อของเขาฮุ่ยซื่อได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครเสนาบดีแถมลูกสาวคนเล็กอย่างลี่มี่ยังเป็นที่รักใคร่ของพระพันปีอีกด้วย ตลอดทางที่เดินเข้ามาแบมแบมได้ยินเสียงซุบซิบถึงการมาขอแม่ของเขาตลอดทางและผู้คนต่างพากันสงสัยว่าเหตุใดเขาถึงใช้ผ้าปิดบังใบหน้า

“นั้นคงเป็นลูกสาวของกันฮวาสินะ นางคงอัปลักษณ์จนไม่กล้าสู้หน้าคนอื่นสินะ” ภรรยาของหนึ่งในเสนาพูดขึ้นพร้อมทำหน้ารังเกียจทั้งๆที่นางไม่รู้อะไร “น่าสงสารยิ่งนัก นางคงไม่ได้งดงามเหมือนเฉินลี่มี่”

“ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า ดูเฉินลี่มี่สินางเป็นถึงคนโปรดของพระพันปีเชียวนะ”

“ข้าล่ะสงสารนางจริงๆ”

            หมับ!

“เตียวเอ๋อร์!!” แบมแบมที่ไม่ทันตั้งตัวก็ล้มลงตามแรงที่คนมาใหม่พุ่งตรงเข้ามากอด “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน เหตุใดถึงได้ปิดบังใบหน้าเล่า?”

“พี่หรงคือข้า” ยังไม่ทันที่แบมแบมจะพูดจบผู่เจินหรงได้ถึงผ้าคลุมออกจนหลุดออกเผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามของหญิงสาวที่พึ่งถูกครหาว่าอัปลักษณ์

“อ่าเพราะเจ้างดงามมากขนาดนี่เองถึงได้ปิดบังใบหน้า” ผู่เจินหรงพูดขึ้นอย่างเพ้อ “น่าอิจฉาศิษย์พี่จังเลย”

“พี่หรง ท่านควรลุกจากตัวข้าได้แล้วนะเจ้าคะ” ไม่พูดเปล่า มือเรียวดันไหล่ของหญิงสาวอายุมากกว่าให้ออกห่าง

 

            หลังจากที่โดนผู่เจินหรงกระโดดกอดจนผ้าคลุมหัวที่จื้อหลงให้มากระเด็นหลุดออกก็มีสายตาของเหล่าคุณชายมากมายจ้องมองทางที่แบมแบมจนชวนให้รู้สึกอึดอัดและแน่นอนยังไม่รวมเหล่าองค์ชายบางคนที่แกล้งตีเนียนมาปรึกษาปัญหาสุขภาพกับท่านตาเพื่อนจะที่ใช้ท่านตาเป็นสะพานข้ามเพื่อมาคุยกับเขา ถามว่าท่านตารู้ไหมว่าพวกองค์ชายใช้ท่านตาเป็นสะพานอยู่ก็ต้องบอกว่ารู้แต่จะให้ทำอะไรได้ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงองค์ชาย ถ้าเป็นพวกคุณชายจากตระกูลต่างๆยังพอหาข้ออ้างให้ปฏิเสธหรือเลี่ยงการพบปะได้แต่กับพวกองค์ชายหากทำสิ่งใดไม่ถูกใจเกรงว่าอาจจะหัวขาดได้ โชคดีหน่อยที่ผู่เจินหรงนั้นซุกซนมากพอที่จะมาลากแบมแบมไปทำความรู้จักกับครอบครัวของนางถึงแม้บรรยากาศจะชวนให้คิดว่าตัวเองเป็นลูกสะใภ้ที่กำลังมาเจอพ่อตาแม่ยายเป็นครั้งแรกก็ตาม

            ผู่เจินหรงเติบโตขึ้นและนางก็พูดมากขึ้นด้วยหรืออาจจะพูดมากแค่กับเขากันนะ ตลอดที่นั่งด้วยกันผู่เจินหรงมักเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในเมืองให้แบมแบมฟังและเล่าว่านางเห็นหน้าลี่มี่จนเกิดอาการเหม็นเบื่อแค่ไหน นางเล่าว่านางไม่สามารถกันลี่มี่ได้ตลอดเวลาจะพอกันนางออกจากชินอ๋องได้ก็ตอนฝึกหรืออยู่ในสำนักฝึกกับชินอ๋องเท่านั้น แต่พออยู่ข้างนอกหรือสถานที่อื่นมันก็ยากขึ้นที่จะกันลี่มี่ออกจากชินอ๋องเพราะฮุ่ยซื่อบิดาของลี่มี่นั้นเป็นถึงอัครเสนาบดีถึงแม้ลี่มี่จะเป็นบุตรอนุก็ยังทำให้นางมีอำนาจมากกว่าผู่เจินหรงอยู่ดี ส่วนบิดาของผู่เจินหรงเป็นเพียงอาจารย์ในสำนักฝึกเท่านั้น อีกเรื่องที่ผู่เจินหรงเล่าให้แบมแบมฟังคือเรื่องของหลินไจ้ฟ่าน นางเล่าว่าหลินไจ้ฟ่านเป็นเสนาที่มีความรู้จนบางครั้งพ่อของนางไปขอยืมตัวไจ้ฟ่านเพื่อมาเป็นอาจารย์สอนในบางครั้งบางคราว เรื่องที่ไจ้ฟ่านทำให้ผู่เจินหรงรู้สึกไม่ชอบใจก็คงหนีไม่พ้นการฝึกประลองยุทธ์ ถึงจะเห็นว่าไจ้ฟ่านดูเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาที่น้องแต่พอเอาเข้าจริงๆฝีมือของไจ้ฟ่านเองก็ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน

“ข้าอยากรู้นักว่าเหตุใดพี่หรงถึงได้ดูโกรธแค้นหลินไจ้ฟ่านขนาดนี้” แบมแบมถามขึ้นพร้อมกับรินน้ำชาใส่แก้วแล้วส่งให้ผู่เจินหรงที่กำลังปั้นหน้ายักษ์เมื่อเอ่ยชื่อของไจ้ฟ่าน

“เตียวเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้หรอกว่าชายผู้นั้นทำให้พี่สาวอับอายมากแค่ไหน” ใบหน้าของผู่เจินหรงแดงกร่ำไปด้วยความอับอายประสมกับความโกรธ มือเรียววางแก้วชาจนเกิดเสียงดังถึงจะไม่มากแต่ก็ทำให้คนที่อยู่ข้างๆสะดุ้งด้วยความตกใจได้

เกรี้ยวกราดที่สุด” โชคดีที่แบมแบมพูดเสียงดังไม่มากพอไม่อย่างนั้นผู่เจินหรงคนหันมาโวยใส่เขาเป็นแน่

“หึ  ข้าจะเอาคืนหลินไจ้ฟ่านให้ได้” น้ำเสียงหนักแน่นของผู่เจินหรงทำให้แบมแบมอดหวั่นใจไม่ได้ “เห็นติ๋มๆนึกว่าจะดีแต่งานราชการไม่คิดเลยจริงๆว่าจะมีฝีมือเรื่องวรยุทธ์ด้วย”

 

 

            หมับ!

“อ๊ะ” แบมแบมหันไปมองข้างหลังก็เห็นไจ้ฟ่านกำลังยืนจับไหล่เขาอยู่ มือหนาชี้ไปทางหรงไจ้ที่กำลังกวักมือเรียกเขาอยู่ “แต่

“ข้าคิดว่านางมีเรื่องจะคุยกับข้ามากกว่าคุณหนูเป็นแน่” น้ำเสียงสนุกสนานปนเจ้าเล่ห์ของไจ้ฟ่านทำให้แบมแบมอดกลัวไม่ได้จริงๆ “ไปเถอะ”

“อย่าแกล้งนางแล้วกัน”

“หึ” ไจ้ฟ่านไม่ตอบเพียงแต่หัวเราะในคอราวผู้ชนะ มือหนาจับไหล่ผู่เจินหรงแล้วฉีกยิ้มหวานให้นาง “กำลังบ่นคิดถึงข้าอยู่งั้นรึ?”

“เจ้า! หลินไจ้ฟ่าน! เจ้าเอาเตียวเอ๋อร์ของข้าไปไว้ไหน?” น้ำเสียงดุดันของผู่เจินหรงไม่ได้ทำให้ไจ้ฟ่านกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากับรู้สึกเหมือนโดนแมวขู่เสียมากกว่า

 “แมวยังน่ากลัวกว่าท่านเลย คุณหนูผู่” คำพูดของไจ้ฟ่านทำให้ผู่เจินหรงโกรธไม่น้อยทั้งสองคนพร้อมจะสร้างสงครามขนาดย่อมๆขึ้นกลางงานเทศกาลถ้าไม่ติดว่าหวังเจียเอ่อร์มาห้ามไว้ก่อน

“หลินไจ้ฟ่าน ผู่เจินหรง พอได้แล้ว” หวังเจียเอ่อร์ต้องมาห้ามผู่เจินหรงที่กำลังโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไม่ให้ทำร้ายหลินไจ้ฟ่านที่ดูไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย “เชื้อพระวงศ์จะเสด็จแล้วนะ ไม่อายคนอื่นก็เกรงใจเหล่าเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆที่ยังไม่เสด็จมาบ้าง”

“ก็ได้” ผู่เจินหรงถอนหายอย่าหงุดหงิดก่อนจะหันหลังเดินไปหาพ่อแม่ของนางที่กำลังนั่งประจำที่อยู่ไม่ไกล

“เป็นห่วงข้าด้วยรึเนี่ย” น้ำเสียงไม่จริงจังของไจ้ฟ่านทำให้หวังเจียเอ่อร์หันมามองอย่างไม่เข้าใจ “นึกว่าเจ้าต้องกำจัดทุกคนที่อยู่ใกล้คุณหนูกันเตียวของพวกข้าเสียอีก

!!

“ข้าทราบซึ้งใจเหลือเกินที่องครักษ์หวังอุตส่าห์เป็นห่วง” พูดจบไจ้ฟ่านก็เดินไปนั่งประจำที่ทิ้งให้หวังเจียเอ่อร์ยืนกำหมัดอยู่เพียงลำพัง

“ข้าไม่อยากทำเลยจริงๆ” ดวงตาคมมองไปทางหญิงสาวดวงตาสีเขียวที่กำลังยิ้มและหัวเราะอย่างสนุกสนานกับครอบครัวของนาง

 

 

“คืนนี้อากาศดียิ่งนัก ฮองเฮาคิดเหมือนเจิ้นหรือไม่?” ฮ่องเต้หันหน้ามาถามภรรยาอันเป็นที่รักที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข “มีเรื่องดีๆอะไรงั้นหรือ เหตุใดฮองเฮาถึงอารมณ์ดีกว่าปกติ”

“หม่อมฉันแค่เห็นดอกไม้งามจึงรู้สึกว่างานเทศกาลปีนี้งดงามกว่าปีก่อนๆมากเพคะ” ฮองเฮาเอ่ยพร้อมยิ้มหวานทำให้เหล่าโอสรและธิดาต่างพากันยิ้มตามไปด้วย

“ดอกไม้งามงั้นหรือ?” ฮ่องเต้ทวนคำพูดของภรรยาอันเป็นที่รักอย่างแผ่วเบาก่อนจะกวาดสายตาไปมองตาที่ภรรยาของเขากำลังมองอยู่ หญิงสาวดวงตาสีเขียวมรกตกำลังตกเป็นเป้าสายตาของชายหลายคนไม่เว้นแม้แต่เหล่าโอสรของเขาเอง “นั้นสิ  มีดอกไม้งามหลงเข้ามาในวังจริงๆด้วย”

“ไม่ได้เพียงหนึ่งแต่ถึงสอง” น้ำเสียงราบเรียบของพระพันปีทำให้ทุกคนในงานเงียบไปครู่ หญิงชราชิบน้ำชาอย่างใจเย็นก่อนจะเชยหน้าขึ้นมายิ้มให้เฉินลี่มี่ “ฮ่องเต้คงไม่โกรธหรอกนะที่แม่เชิญแขกพิเศษของแม่มาด้วย”

“ลูกจะโกรธพระมารดาได้อย่างไรเล่า สิ่งใดที่พระมารดาทำแล้วมีความสุขเจิ้นก็ไม่คิดจะขัดข้องแต่สิ่งนั้นต้องไม่ทำให้ใครลำบากก็พอ” ฮ่องเต้เอ่ยตอบอย่างนอบน้อม ถึงจริงๆแล้วจะอยากบอกไม่อนุญาตแต่ในเมื่อพระพันปีเชิญมาแล้วจะให้ไล่กลับก็อย่างไรอยู่

“อี้เอินลูกรัก เจ้าต้องตาใครเป็นพิเศษหรือไม่?” พระพันปีหันไปเอ่ยถามชินอ๋องที่นั่งชิบชาเงียบอยู่นาน

“มีขอรับ  หญิงสาวดวงตาสีเขียวนางคือคนที่ลูกรัก” คำตอบของชินอ๋องอี้เอินทำให้เหล่าเชื้อพระวงศ์คนอื่นอึ้งไปตามๆกัน โดยเฉพาะพระพันปีที่หมายมั่นตั้งใจจะให้ชินอ๋องแต่งกับเฉินลี่มี่

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 294 ครั้ง

3,478 ความคิดเห็น

  1. #3476 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 16:07
    ว้ายยยย พระพันปี
    #3476
    0
  2. #3455 9Unknown9 (@9Unknown9) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 22:32
    โดนอี้เอินแหกหน้า ว๊ายยยย
    #3455
    0
  3. #3440 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 17:17

    พระพันปี อย่าได้คิดร้ายกับกันเตียวเชียวนะ! ชินอ๋องได้ระเบิดลงแน่ เค้ารอกันมาตั้งนาน

    #3440
    0
  4. #3423 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 12:29
    สนุกค่าา
    #3423
    0
  5. #3401 janejanefc724 (@janejanefc724) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:23
    พระพันปี มีอะไรที่เรายังไม่รู้
    #3401
    0
  6. #1444 araya7732 (@araya7732) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:48
    ฉวนกันเตียวเท่านั้น
    #1444
    0
  7. #1443 -FooFoo- (@-FooFoo-) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:44
    เกลียดลี่มี่จังเลยยย เอานางไปทิ้งไกลๆจะได้ม้ายยยยย
    #1443
    0
  8. #1442 kwanearth19 (@kwanearth19) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:43
    อยากดู
    #1442
    0
  9. #1441 kwanearth19 (@kwanearth19) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:43
    อยากเูความงดงามนี้
    #1441
    0
  10. #1440 park_janjin (@park_janjin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:42
    ฉวนกันเตียว เท่านั้นๆ
    #1440
    0