[Fic BuddyFight OC] Frozen star with fire dragon

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 326 Views

  • 0 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    36

    Overall
    326

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

รุ่นพี่ผู้มีความสามารถทางบัดดี้ไฟท์กับเด็กหนุ่มผู้หลงรักในฟุตบอล


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีคะรีดเดอร์ทุกท่าน ก่อนจะอ่านฟิคนี้ขอบอประวัติตัวละครOC ของเราในครั้งนี้ก่อนนะ สนุกหรือไม่ก็คอมเม้นบอกกันได้นะคะ
(แต่งสนองตัวเอง....)


(ภาพในความเป็นจริงทางซ้าย//ภาพในโลกPlayer Account)
ยูกิชิโระ นัตสึกิ
ENG/Yugishiro Natsuki
ชื่อนามแฝง/ออเดร์ย เบริ์น(Ooday Burn)
วันเกิด/ 9 มิถุนายน
อายุ/15 ปี
สัญชาติ/ ญี่ปุ่นและอังกฤษ
ฉายา/ยมทูตแห่งสวรรค์
เพศ/หญิง
นิสัย/ เงียบ ชอบอยู่คนเดียวแต่กับคนสนิทหรือรู้จักก็คุยบ้าง
  ประวัติ// นัตสึกิเกิดในครอบครัวตระกูลที่มีชื่อเสียงทางด้านแฟชั่น แต่พ่อกับแม่ต้องไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยจึงทำให้ต้องอยู่กับคุณยายตั้งแต่เล็กๆ จนวันนึงเครื่องบินที่พ่อกับแม่ของเธอเดินทางประสบอุบัติเหตุทำให้นัตสึกิเป็นเด็กกำพร้ามีแต่คุณยายเท่านั้นที่เลี้ยงดู
   สมัยเด็กๆนัตสึกิขาดความรักของพ่อแม่เลยเป็นคนเงียบๆและขี้กลัวจึงมักจะถูกเพื่อนแกล้งเป็นประจำ แต่มีวันหนึ่งมีเพื่อนใหม่ที่เป็นผู้ชายย้ายเข้ามานัตสึกิในตอนนั้นคิดว่า...คงจะมีคนแกล้งเธอเพิ่มขึ้นอีก...แต่ตรงกันข้ามที่เด็กคนนั้นไม่ได้แกล้งเธอตามเพื่อนๆในห้อง ตรงกันข้ามที่กลับมาสนใจและเป็นเพื่อนที่ดีให้แก่เธอด้วยซ้ำ
   เด็กผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่สอนเธอเล่นบัดดี้ไฟท์ และเป็นคนที่ทำให้เธอได้พบกับมังกรสวรรค์แห่งจุดจบ เอนด์ สำหรับนัตสึกิแล้วเพื่อนคนนั้นคือเพื่อนรักและเพื่อนแท้ของเธอคนแรกและคนเดียว
   วันหนึ่งที่นัตสึกิได้ไปเป็นตัวแทนในการแข่งขันบัดดี้ไฟท์ระดับโลก เด็กหนุ่มคนนั้นตั้งใจไปส่งเธอแต่ด้วยอุบัติเหตุทำให้เพื่อนชายคนนั้นโดนรถชนจนเสียชีวิต เหตุการ์ณนั้นทำให้นัตสึกิเศร้าแต่ก็ต้องแข่งเพื่อนตัวเองและเพื่อนที่จากไปด้วย
   เมื่อเธอได้เป็นแชมป์ระดับโลกแล้ว นัตสึกิในวัย 12 ปีก็เปลี่ยนตัวมาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่บัดดี้โพลิสวัยเยาว์และเป็นช่วงที่เธอได้พบกับทาสุคุพอดี เธอเลยกลายเป็นพี่เลี้ยงและให้ความรักกับทาสุคุแทนเพราะไม่อยากให้เด็กคนนี้ต้องเป็นเหมือนเธอ
   พอทาสุคุโตขึ้นอายุ 12 ปีนัตสึกิก็ลาออกจากบัดดี้ไฟท์ไปเรียนต่อที่อังกฤษเพราะมีครอบครัวที่นั่นรับเธอไปเป็นลูกบุญธรรม ทำให้เธอต้องจากญี่ปุ่นไปและหายไปจากวงการบัดดี้โพลิส ถึงจะมีครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยรับเธอมาเป็นลูกบุญธรรมนัตสึกิก็เคารพและรักพ่อกับแม่ของตัวเองมากกว่าใคร 
    นัตสึกิมีธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าและมีฟาร์มแกะที่ครอบครัวโอเวอร์แลนด์ แบ่งให้เธอดูแลเพราะเห็นเธอชอบถักผ้าไหมเลยให้พื้นที่ไปช่วยดูแล ในยามว่างตอนอยู่ที่อังกฤษก็จะดูและนำขนแกะมาทำให้เป็นไหมและทำเสื้อผ้าขายในช่วงฤดูหนาว เพราะมีความรู้ที่พ่อกับแม่เขียนในหนังสือจากคุณยายไว้ให้อ่าน

ชื่อ Player Account/ไวท์(White)
รูปคอร์แกตเจ็ต:ลูกบอลคริสตัล

เวิลด์ที่ใช้/เลเจนด์เวิลด์
เมื่อทวยเทพปรากฏตัว นั่นคือวันชี้ชะตาโลก...ลูมิไนท์Angle END
ชื่อบัดดี้มอนสเตอร์/ มังกรสวรรค์แห่งจุดจบ เอนด์ดราก้อน(END Dragon)...ไซต์ 3 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:6,000/6,000่ คริติคอล 2
เงื่อนไขการคอลบัดดี้/ การ์ดใบนี้จะคอลลงมาได้ก็ต่อเมื่อบนสนามมีการ์ดเวทมนต์ติดตั้ง "สวนแห่งเอลิเชี่ยน" ที่มีการ์ดอยู่ในโซล 2 ใบหรือมากกว่าให้ทำลายการ์ด 1 ใบในนั้นและจ่าย 2 เกท
 
 ความสามารถของมังกรสวรรค์แห่งจุดจบ เอนด์ดราก้อน
   เมื่อมีถูกคอลลงมาการ์ดทุกใบที่มีไม่ใช่ไซต์ 3 จะถูกทำลายทั้ง 2 ฝ่ายและสามารถเลือกการ์ดมอนสเตอร์ 1 ใบจากการ์ดเวทมนต์ติดตั้งสวนแห่งเอลิเชี่ยนคอลได้และเปลี่ยนไซต์เป็น 0
  ร่างพัฒนา/เทพแห่งมังกรทำลายล้าง เอนด์เฟลมเยอร์ดราก้อน ไซต์ 3 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:8,000/8,000 คริติคอล 3
   ความสามารถ จะคอลลงมาได้ก็ต่อเมื่อการ์ดในโซล"สวนแห่งเอลิเชี่ยน" มีทั้งหมด 10 ใบให้นำการ์ดเหล่านั้นมาเป็นโซลของมันและเมื่อโจมตี ถ้ามีการ์ดมูฟมาอยู่ช่องกลางได้สกิลเพลย์เนเทดและพลังชีวิตจะเพิ่มตามการ์ดที่มูฟมาช่องกลาง 1 หน่วย

รูปบัดดี้ร่างจริง

 ร่างจิ๋ว


ร่าง 2


การ์ดในเด็ค
  นักรบแห่งการเจรจา ไวน์เวริ์น ไซต์ 2 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:4,000/1,000
 เมื่อถูกคอลสามารถเพิ่มการ์ดในการ์เวทมนต์ติดตั้งได้ตามเกจที่เรามี
   
  นักรบแห่งความขัดแย้ง เอริส  ไซต์ 2 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:3,000/2,000
 เมื่อถูคอลความสามารถเมื่อในโซลของการ์ดเวทมนต์ติดตั้ง"สวนแห่งเอลิเชี่ยน" มี 3 ใบขึ้นไปสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายตามจำนวนการ์ดบนมือหรือทำลายมอนสเตอร์ก็ได้ 1 ครั้งเท่านั้น
   
  นักรบแห่งพยากรณ์ เดลฟี  ไซต์ 2 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:3,000/2,000
 เมื่อถูกคอลความสามารถเมื่อบนสนามมีการ์ดเผ่า"สวรรค์" 2 ใบขึ้นไป(รวมตัวเอง)จะได้สกิลดับเบิลแอคแทค

  นักรบแห่งความสุข สไมล์ ไซต์ 2 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:3,000/1,000
  เมื่อถูกคอลลงมาความสามารถหากทำลายการ์ดใบนี้ในตอนที่จบเทริ์นของเรานั้นจะสามารถเพิ่มการ์ดในโซลของการ์ดเวทมนต์ติดตั้ง"สวนแห่งเอลิเชี่ยน"ได้อีก 2 ใบและจั่วการ์ดได้ 1 ใบ
  
   สัตว์มายาแห่งสวรรค์ กริฟฟิน ไซต์ 2 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:4,000/2,000
  เมื่อถูคอลลงมาความสามารถทำลายมอนสเตอร์อีกฝ่ายที่มีไซต์ต่ำกว่าตัวเอง 1 ตัวและจะได้พลังโจมตี/พลังป้องกันของมอนสเตอร์ที่ถูกทำลายไป
   
   สัตว์มายาแห่งสวรรค์ ไนท์เพกาซัส ไซต์ 1 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:3,000/1,000
   เมื่อถูกคอลลงมาความสามารถเลือกการ์ดหนึ่งใบของอีกฝ่ายและเปิดดู สามารถเลือกได้ว่าจะให้เข้าเด็คหรือเกจของอีกฝ่าย ถ้าเข้าเด็คต้องสับเด็คใหม่ด้วย
   
   สัตว์มายาแห่งสวรรค์ เมรัค ไซต์ 1 พลังโจมตี/พลังป้องกัน:3,000/1,000
   เมื่อถูกคอลลงมาความสามารถถ้าหากว่าพลังชีวิตของเรามีตั้งแต่ 7 ลงไปสามารถเพิ่มการ์ดในโซลการ์ดเวทมนต์ติดตั้งได้ตามพลังชีวิตที่มีแลกกับการ์ดที่ทำลายมอนสเตอร์ตัวนี้ทันที

การ์ดเวทมนต์
 สวนแอปเปิ้ลทองคำ:เลือกการ์ดของเราและอีกฝ่ายแบบสุ่ม ถ้าเป็นการ์ดเวทมนต์ฝ่ายเราจะได้พลังชีวิตและเกจเพิ่ม 2 แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นเวทมนต์จะเสียพลังชีวิตและเกจ 2
  
 สายฟ้าแห่งจูปิเตอร์:ป้องกันการโจมตีได้บังคับจบเทริ์น

 สวนแห่งดาราเยือกเเข็ง:ป้องกันการ์ดเวทมนต์ติดตั้งได้ 3 เทริ์นและถ้าอีกฝ่ายมีการ์ดใช้การ์ดเวทมต์ให้ยกเลิกโดยการจ่าย 1 เกจเข้าไปเป็นการ์ดในโซลของการ์ดเวทมต์ใบนั้น
 
 โล่แห่งเทพแห่งปัญญา: ป้องการโจมตีของอีกฝ่ายและเพิ่มพลังชีวิต 1 หน่วย

 ไชน์นิ่ง บาเรีย:เมื่อบนสนามมีเอนด์ดราก้อนทั้ง 2 แบบถ้ามอนสเตอร์อีกฝ่ายโจมตีเข้ามาให้ทำลายโซลทั้งหมดของอีกฝ่ายและเอนด์ดราก้อนได้สกิลเคาน์เตอร์แอคแทคกลับ
 
ไอเทม
  ธนูแห่งเปลวเพลิง ไฟเยอร์ 2 คริติคอล พลังโจมตี 5,000
 จ่าย 1 เกจสามารถโจมตีได้โดยตรงต่อให้มีมอนสเตอร์ช่องกลางก็ตาม

  ดาบแห่งโอดิน 3 คริคริติคอล พลังโจมตี 5,000
 เมื่อสวมใส่สามารถทำลายไอเทมของอีกฝ่ายได้ 1 ครั้งและจั่วการ์ดได้ 1 ใบกับบวกพลังชีวิตตาม
  
การ์ดไม้ตาย
ขลุ่ยแห่งการพิพากษา
   จ่าย 4 เกจเมื่อมีเอนด์ดราก้อนบนสนามทำลายมอนสเตอร์ของอีกฝ่ายทั้งหมดและสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายตามคริติคอลของมอนสเตอร์ในสนาม ถ้ามอนสเตอร์อีกฝ่ายมีสกิลไม่ถูกทำลาย จะสร้างความเสียหายตามพลังคริติคอลของมอนสเตอร์นั้น
  (ตอนนี้นัตสึกิจะเป่าขลุ่ย เกิดเป็นเสียงที่ไพเราะที่แฝงมาด้วยความหายนะ)
  

(ภาพขลุ่ยประกอบ)

 เพิ่มเติม: นัตสึกิมีความสามารถทางด้านฟุตบอล สมัยที่อยู่อังกฤษมักจะเป็นต้องเล่นและฝึกซ้อมกับเพื่อนๆในโรงเรียนประจำ พอกลับมาที่ญี่ปุ่นก็มีแต่คานาตะที่มีฝีมือเท่าเทียมกับเธอ
  นัตซัง เป็นชื่อที่เพื่อนชายที่เสียไปชอบเรียกล้อเธอ แต่เพราะเธอมีอายุมากกว่าเขาแค่ 3 เดือนด้วย
  นัตสึกิเปรียบเสมือนพี่สาวของทุกคน ที่มีความเข้มงวดและจริงจัง นิสัยที่ตรงไปตรงมาของทาสุคุส่วนหนึ่งก็มาจากที่เธอสอนนั่นเอง

ความเกี่ยวข้อง
 มิคาโดะ กาโอ: นัตสึกิรู้จักกับกาโอได้เพราะทาสุคุส่งข้อความมาเล่าเรื่องรุ่นน้องและเพื่อนๆทุกคนให้เธอฟังแต่เธอแกล้งยังทำเป็นไม่รู้จักเขาไปเท่านั้น กาโอคือเพื่อนที่ทำให้เธออยากกลับมาเล่นบัดดี้ไฟท์อีกครั้งและด้วยความอยากรู้เรื่องของเธอทำให้คานาตะได้รู้เรื่องของเธอ ถือว่าาโอเป็นคนที่แนะนำนัตสึกิให้คานาตะได้รู้จักแบบไม่รู้ตัว
 ริวเอ็นจิ ทาสุคุ: นัตสึกิคือพี่เลี้ยงที่ดูแลทาสุคุในช่วงแรกๆที่ทาสุคุถูกรับตัวมาดูแลจากบัดดี้โพลิส เธอสอนบัดดี้ไฟท์และการใช้ชีวิตให้ทาสุคุคอยดูแลตัวเองและนัตสึกิก็จะแอบมาเยี่ยมและดูแลทาสุคุอยู่ห่างๆในช่วงที่กลับมาที่ี่ปุ่น
 โอโซระ คานาตะ: คานาตะคือเพื่อนที่ดีคนนึงของนัตสึกิ เธอรักและเอ็นดูเขาเหมือนน้องชายไม่ต่างจากทาสุคุจนนานวันเธอก็รักคานาตะมากขึ้นทั้งในฐานะน้องชายและเพื่อนสนิทคนนึง แต่ก็บ่อยครั้งที่เธอจะมาเจอกับเขาเพื่อเล่นฟุตบอลด้วยกัน
  

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 มี.ค. 62 / 12:22

บันทึกเป็น Favorite



 
 ในเช้าวันหนึ่งที่บัดดี้โพลิส(เวลาก่อน6โมงเช้าเล็กน้อย)
    "วันนี้ไปเป็นรุ่นพี่ดูแลเด็กประถมโรงเรียนไอโบกาคุเอ็น ก็พยายามเข้าล่ะ" เสียงของหญิงสาวผมสีเหลืองสวมแว่นตากำลังยืนคุยกับเด็กสาวคนหนึ่งอยู่
    "ค่ะ ขอบคุณที่มาบอกนะคะ..งั้นขอตัวก่อนค่ะ" เด็กสาวคนนั้นโค้งหัวขอบคุณก่อนจะเดินห่างออกไป
    "หวังว่าเธอจะได้มีเพื่อนรุ่นน้องดีๆนะ" หญิงสาวนามส้ตลล่าพูดพลางอมยิ้มไปด้วย

 เวลาล่วงเลยมาถึงชั่วโมงเรียน ในแผนกประถมห้องของบัดดี้ไฟท์เตอร์แชมป์โลกอย่างมิคาโดะ กาโอกำลังมีเสียงดังคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาเด็ก จนอาจาร์ยคิตะยามะเดินเข้ามาทุกคนก็เงียบกันเป็นระเบียบ
    "อรุณสวัสดิ์นะทุกคน..." เสียงของชายผู้เป็นอาจาร์ยดังขึ้นมา นักเรียนในห้องก็ขานรับ
    "วันนี้ครูมีคนที่อยากมาแนะนำให้รู้จักนะ เขาจะมาเป็นรุ่นพี่ที่ดูแลเรื่องการเรียนให้กับทุกคนในวันนี้ช่วงบ่าย เข้ามาได้เลย" อาจาร์ยคิตะยามะพูดจบก็หันหน้าไปหน้าห้อง ทุกคนในห้องก็ให้ความสนใจมากจนมีร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาข้างใน ทำเอาเด็กในห้องทุกคนนั้นถึงกับอึ้งเพราะเธอดูเป็นผู้ใหญ่มากๆ ถ้าเทียบกับพวกเขาแล้ว
    "โห...คนคนนี้ดูเป็นผู้ใหญ่จังเลยนะ ว่าไหมบาคุจัง" เด็กสาวผมสีม่วงสวมแว่นนามอุคิ คุกุรุหันไปพูดกับเพื่อนชายคนข้างๆ
    "นั่นสิ แถมยังสวยอีกด้วย" บาคุพูด คุกุรุได้ยินก็แทบจะหนังสือบนโต๊ะฟาดหัวแล้ว ดีที่กาโอกับโนโบรุช่วยห้ามไว้ทัน 
    "ก็จริงอย่างที่พวกนายว่าแหละ...แต่ฉันรู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้สิ" เด็กหนุ่มผมสีเหลืองสวมเสื้อลายเสือ(แมว)นามโคโด โนโบรุพูด
    "เอ้าล่ะ แนะนำตัวหน่อยสิรุ่นน้องจะได้รู้จัก" อาจาร์ยคิตะยามะพูด หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเริ่มพูด
    "สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักฉันชื่อยูกิชิโระ นัตสึกิคะวันนี้จะมาเป็นที่ปรึกษาได้การเรียน 1 วันฝากเนื้อฝากตัวด้วยคะ" เด็กสาวผมสีน้ำเงินมัดรวมไปพาดไว้ที่ไหล่ข้างขวา สวมชุดสูทสีฟ้าอ่อนเนกไทสีเหลืองในชุดกระโปงสีขาวแนะนำตัวกับรุ่นน้องในห้อง
    "สุภาพจัง..." โนโบรุพูด 
    "วันนี้ก็ช่วยแนะนำอะไรให้รุ่นพี่เขานิดนึงนะ เพราะเขาไม่ใช่นักเรียนที่นี่...วันนี้ก็มีเรื่องแค่นี้ตั้งใจเรียนกันนะ" อาจาร์ยคิตะยามะพูดจบก็เดินออกไปจากห้อง เหลือทิ้งให้เด็กสาวคุยกับรุ่นน้องในห้องแทน
    "รุ่นพี่ครับ/คะ" เพื่อนๆในห้องของกาโอรีบเข้าไปรุมหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องกันทันที
    "รุ่นพี่อายุเท่าไรเหรอคะ?" เด็กผู้หญิงในห้องคนนึงถาม 
    "15ปีค่ะ.." หญิงสาวนามนัตสึกิตอบรุ่นน้องไปด้วยรอยยิ้ม คนในห้องได้ยินก็ต่างตาโตกันเป็นแทบ
    "15เลยเหรอ? อายุมากกว่ารุ่นพี่ทาสุคุอีก" กาโอพูดอย่างตกใจ บาคุ,คุกุรุและโนโบรุก็เห็นด้วยกันตามๆไป
    "แล้วรุ่นพี่ใส่ชุดโรงเรียนที่เรียนเหรอ?" คราวนี้ทุกคนในห้องถามพร้อมกัน(ยกเว้นพวกกาโอ)
    "เปล่าคะ มันเป็นชุดปกติของฉันอยู่แล้วคะ" นัตสึกิตอบ ไม่ว่าจะถามอะไรยิ่งบอกได้เลนหญิงสาวผมสีน้ำเงินคนนี้ดูเป็นคุณหนูที่มีท่าทางกริยาเรียบร้อยและสุภาพ เพราะพูดและมีหางเสียงลงท้ายทุกคำที่พูดแม้จะพูดกับรุ่นน้องก็ตาม
    "แล้วรุ่นพี่รู้จักบัดดี้ไฟท์ไหมครับ?" โนโบรุถามบ้าง เล่นเอาเพื่อนในห้องมองเป็นตาเดียวกันมาทางเขา
    "ม..มองฉันแบบนั้นทำไม?" โนโบรุถามด้วยความตกใจ
    "โนโบรุคุงก็...รุ่นพี่ที่ดูสุภาพเรียบร้อยขนาดนั้นจะไปรู้จักได้ยังไงล่ะ?" คุกุรุพูดเสียงเบาๆให้โนโบรุฟัง
    "นั่นสิ ถึงบัดดี้ไฟท์จะดังมากขนาดไหน...แต่คนสุภาพแบบนั้นคงไม่ได้สนใจหรอก" บาคุเสริม
    "ไม่หรอก ฉันว่าต้องรู้จักแน่ๆ" ตามมาด้วยเสียงค้านของกาโอ จนเพื่อน 3 คนมองหน้าเขาอย่างตกใจ
    "จริงด้วย รุ่นพี่รู้จักไหมครับ?" ที่นี้พวกผู้ชายในห้องถามด้วย นัตสึกิอมยิ้มเล็กน้อย
    "ค่ะ...รู้จักคะ" นัตสึกิตอบ มีอึ้งกันทั้งห้องมีแต่กาโอที่ยิ้มเพราะเขาคิดไว้แล้ว
    "งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ช่วงคาบบ่ายไว้เรามาเจอกันอีกนะคะทุกคน" นัตสึกิพูด ก่อนจะขอตัวแยกออกไปจากห้อง เพื่อนๆของกาโอมองตามจนนัตสึกิเดินลับตา
    "ฉันชักจะชื่นชอบรุ่นพี่ยูกิชิโระแล้วสิ" เพื่อนหญิงในห้องพูด ผู้ชายบางคนเองก็เริ่มอยากให้ถึงคาบในช่วงบ่ายเร็วๆ
    "ไม่น่าเชื่อว่าจะรู้จัก" คุกุรุพูด
    "แต่กาโอดันคิดถูกเฉยเลย...อ้าวกาโอไปไหนแล้วล่ะ?" โนโบรุพูดและหันไปหาเพื่อนที่หมายถึง ก็พบแต่เก้าอี้ที่ว่างเปล่าเท่านั้นจึงร้องตกใจ
    "ออกไปข้างนอกหรือเปล่านะ?" คุกุรุพูด
    "คงงั้นแหละ เดี๊ยวก็กลับมาเองน่า..." บาคุพูดเพื่อไม่ให้คุกุรุกับโนโบรุเป็นห่วงมากเกินไป
   
  ทางด้านของกาโอที่รีบเดินตามนัตสึกิตั้งแต่ที่เธอขอตัวออกมาจากห้องแล้ว ในจังหวะที่นัตสึกิกำลังจะเดินลงบันได กาโอก็สงสัยเสียงเรียก 
    "รุ่นพี่ยูกิชิโระ..." นัตสึกิได้ยิน้สียงเรียกเลยหันไปมองก็พบกับกาโอที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ
    "มีอะไรหรือเปล่าคะ?" นัตสึกิถาม
    "พอดีว่ารุ่นพี่เล่นบัดดี้ไฟท์ด้วยรึเปล่าครับ" กาโอถาม นัตสึกิเงียบไปพักนึงก่อนจะตอบไป
    "ค่ะ...ก็เล่นเป็นคะ" กาโอเมื่อได้ยินคำตอบก็ยิ้มไม่หุบ แต่ไม่นานนัก บัดดี้ของเขาอย่างบัสก็ออกมาจากเด็คของเขามาอยู่ในร่างจิ๋วข้างกาโอ เล่นเอานัตสึกิตกใจบ้าง
    "จะแข่งกกับใครทำไมไม่บอกข้า?" บัสตะโกนถามเสียงดัง
    "ฉันยังไม่ได้พูดเรื่องนั้นเลย นายจะออกมาทำไมเนี่ย?" กาโอพูด บัสหันไปเจอกับนัตสึกิที่ยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง
    "หรือว่าจะเป็นผู้หญิงคนนี้" บัสหันไปถามกาโอ กาโอก็รีบปฏิเสธไปว่าไม่ใช่
    "หมดธุระแล้วใช่มั๊ยคะ? ฉันจะได้ไป..." นัตสึกิถาม กาโอรีบหยุดทะเลาะกับบัสทันทีและพยายามไม่ให้บัสพูดมาก
    "ข..ขอโทษด้วยครับ ผมแค่อยากจะถามนิดหน่อยแต่บัดดี้ผมมันค่อนค้างจะวุ่นวายไปหน่อย" กาโอพูด นัตสึกิถอนหายใจ
    "งั้นมีอะไรจะถามอีกเหรอคะ?"
    "ผมอยากแข่งบัดดี้ไฟท์กับรุ่นพี่น่ะครับ" กาโอพูดไปตรงๆ นัตสึกิได้ยินก็แสดงสีหน้าเครียดมากกว่าตกใจ
    "ขอโทษด้วยนะ แต่ฉันไม่ได้เล่นจริงจังขนาดเธอหรอก...ขอตัวก่อนนะ" นัตสึกิรีบเดินลงบันไดไปชั้นล่างเหลือแต่กาโอที่ยืนนิ่งอึ้งแบบนั้น
    "ทำไมเจ้าขอให้มันมากกว่านี้ล่ะ?" บัสโวยวาย
    "ก็เพิ่งรู้จักกันจะให้ฉันพูดมากแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แล้วรีบกลับเข้าไปในการ์ดเลยกลางวันค่อยออกมา" กาโอพูดและรีบเดินกลับไปที่ห้อง
  ส่วนนัตสึกิที่รีบเดินจนมาถึงสนามฟุตบอลของโรงเรียนก็ได้หยุดนั่งเพลินที่ม้านั่งตรงขอบสนาม   
    "มันดีแล้วเหรอ?" เสียงบางอย่างดังออกมาจากในกระเป๋าของเธอ นัตสึกิหยิบขึ้นมาดูซึ่งมันคือการ์ด 1 ใบก่อนมันจะมีมอนสเตอร์ออกมานั่งข้างๆเธอ
    "ที่ปฏิเสธเด็กคนนั้นไปน่ะ" มอนสเตอร์ร่างจิ๋วมังกรสีแดงส้มพูด
    "ช่างเถอะ ฉันไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้วล่ะ" นัตสึกิพูดและหยิบแท็บเล็ตเครื่องขนาดกลางมาเปิดดูงาน
    "จะดูราคาของเหรอ? วันนี้พักก็ได้นะเมื่อวานก็ดูไปแล้วนี่นา" มังกรในร่างจิ๋วนามเอนด์พูด แต่ดูเหมือนบัดดี้ของเธอจะไม่ได้ฟังเลย
    "ไม่ได้ดูราคา ฉันจะดูของต่างหากว่าเหลือเท่าไร" ในแท็บเล็ตนัตสึกิเปิดมาดูดอกไม้หลายชนิดที่อบแห้งเป็นถุงใหญ่และสีสำหรับผสมอาหารด้วย
    "ยังเหลืออยู่ เราไปซื้อกันตอนนี้เลยแล้วกันจะได้เอาไปทำของที่ลูกค้าสั่งด้วย" นัตสึกิพูดและดูนาฬิกาที่ข้อมือไปพลาง เอนด์บินมาอยู่ที่ไหล่ของเธอ
    "นานๆน่าจะเล่นเป็นเด็กกับรุ่นน้องก็ดีนะ เรื่องงานที่เขาสั่งน่ะลูกค้าบอกว่าให้เวลาเกือบ 3 เดือนแค่ไปคุยกับเด็กๆพวกนั้นวัน 2วันก็ทำทัน" เอนด์พูด นัตสึกินิ่งเงียบก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนิ่งๆน่ากลัว
    "เด็กรุ่นใหม่แบบนั้นน่ะ ถ้าฉันยุ่งด้วย...มันคงจะสนุกไปจนตายเลย" นัตสึกิพูด เอนด์รีบตามไปติดๆแต่ยังไม่ยอมกลับไปเป็นการ์ดเพราะยังเป็นห่วงบัดดี้ตัวเองอยู่
 ...ตึก!...
  ยังไม่ทันที่นัตสึกิจะเดินพ้นสนามฟุตบอล เธอก็พบกับลูกฟุตบอลที่มันมาหยุดข้างเธอพอดี
    "ลูกฟุตบอล..." นัตสึกิก้มเก็บมันขึ้นมาดู และหันซ้ายหันขวาเพื่อจะหาเจ้าของแต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีคนอยู่แถวนี้เลย
    "จะเล่นไหม? ฉันจะได้เป็นโกลให้..." เอนด์พูดจบก็บินไปยืนที่หน้าประตูบอลพอดี นัสึกิถอนหายใจ
    "อยากเล่นรึไง? วันนี้พูดเรื่องเล่นไม่หยุดเลยนี่" นัตสึกิวางลูกฟุตบอลในมือก่อนจะใช้เท้าเดาะบอลช้าๆ 
    "ขอดูหน่อยว่าฝีมือจะตกลงไหม?" เอนด์พูดเยาะเย้ย นัตสึกิแอบไม่พอใจแต่ก็ยังคงวอร์มตัวไปก่อนและเลี้ยงลูกมาจนถึงหน้าประตู
    "ถ้ารับไม่ได้...รู้ใช่มั๊ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น.." นัตสึกิพูด เอนด์ยิ้มก่อนที่หญิงสาวผมสีน้ำเงินจะเตะอัดบอลลูกนั้นไปเต็มแรง ลูกบอลนั้นพุ่งตรงไปทางข้างหน้าบัดดี้ของเธอ 
    "จะรับให้ได้เลยคอยดู..." เอนด์รีบเอาหัวของตนชนต้านลูกฟุตบอลนั้นเอาไว้ แต่ด้วยแรงที่เตะออกมาของบัดดี้ เขาก็แทบจะเอาไม่อยู่แล้ว....จนกระทั่ง
    "ให้ฉันช่วยนะ" เสียงของมังกรสีฟ้าอ่อนขาวเข้ามาร่วมต้านบอลด้วย จนบอลหยุดและตกลงพื้น เล่นเอานัตสึกิงง
    "เเรงแตะสุดยอดเลย ไม่บอกว่าผู้หญิงเตะนี่ไม่รู้เลยนะ" มังกรตัวนั้นพูด 
    "นี่เจ้าเป็นใครน่ะ? แล้วมาช่วยข้าทำไมมันผิดกติกานะ" เอนด์พูด มังกรตัวนั้นยิ้ม
    "ผิดตรงไหน? ก็เราสามารถไปช่วยกันบอลได้นี่นา" มังกรตัวนั้นย้อนกลับ กลายเป็นการเถียงกันไปมาของ 2 มอนสเตอร์แทน
    "เอนด์พอได้แล้ว เราไปกันเถอะเดี๊ยวต้องกลับมาอีกนะ" นัตสึกิพูด เอนด์ก็ต้องกลับไปตามที่บัดดี้บอกถึงในใจจะแค้นที่เถียงแพ้ก็เถอะ
    "อาโธร่า กลับมาได้แล้วทำอะไรของนายเนี่ย" เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้มังกรตัวนั้นรีบไปหาทันที
    "ไปเถอะ เจ้าของเขามาตามแล้ว" นัตสึกิพูด แต่เอนด์ยังคงไม่ยอมหันไปมองตามที่มังกรตัวนั้นไปก็พบกับเด็กหนุ่มผมสีฟ้าครามแซมขาวคนหนึ่งมองมังกรตัวนั้นด้วยความเป็นห่วง
    "ขอโทษนะ แต่ฉันแค่เผลอมากไปหน่อย" มังกีตัวนั้นพูดขอโทษ เอนด์รีบไปหาทางนั้นทันทีจนนัตสึกิตามไม่ทันแล้ว
    "เอนด์จะไปไหน? กลับมานะ"
    "นี่เจ้าหนู!" เอนด์ตะโกน เด็กหนุ่มคนนั้นหันมามองเห็นเอนด์ก็ตกใจ
    "อ้าว ยังมีอะไรอีกเหรอ?" มังกรนามอาโธร่าถาม เอนด์เริ่มหัวเสีย
    "ดูแลบัดดี้ตัวเองหน่อยนะ ให้มายุ่งกับการแข่งฟุตบอลของข้ากับบัดดี้ของข้าแบบนี้ได้ยังไง" เอนด์พูด เด็กหนุ่มคนนั้นทำหน้าตกใจและมองอาโธร่า
    "จริงเหรอ? นายไปยุ่งทำไม..." เด็กหนุ่มนามโอโซระ คานาตะถาม อาโธร่ายิ้มให้เขาก่อนจะตอบไปว่า
    "ก็ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นเตะบอลไปทางมอนสเตอร์ตัวนี้เเละเห็นท่าว่าจะกันไม่ได้เลยไปช่วยเท่านั้นเอง" อาโธร่าพูดและชี้มือไปทางนัตสึกิที่ยืนดูอย่างห่างๆ
    "ข้าจะกันได้ไม่ได้ แล้วเจ้าจะมายุ่งทำไมล่ะ" เอนด์พูดด้วยหัวเสีย
    "ขอโทษแทนด้วยนะ ว่าแต่มอนสเตอร์อย่างนายเล่นฟุตบอลเป็นด้วยเหรอ?" คานาตะถาม จังหวะนั้นนัตสึกิเริ่มรู้สึกว่ามันนานเลยวิ่งมาทางที่พวกเขายืนอยู่
    "พอแล้วเอนด์ อย่ามาโวยวายเลยเรื่องมันจบไปแล้วก็ให้มันจบไป" นัตสึกิรีบเข้ามากอดบัดดี้ของเธอให้ใจเย็นๆ
    "ขอโทษแทนบัดดี้ของฉันด้วยนะคะ อย่าโกรธเลยนะบัดดี้ของฉันก็เป็นแบบนี้ล่ะคะ" นัตสึกิรีบขอโทษแทนเอนด์ ทำให้คานาตะได้เห็นหน้าเธอชัดกว่าตรงที่เดิมก่อนหน้านี้ นัตสึกิหันหลังเพื่อที่จะเตรียมเดินจากไป แต่เสียงของคานาะก็ทำให้เธอต้องชะงักไป
    "เดี๊ยวสิคุณเล่นฟุตบอลเป็นสินะครับ ท่าทางจะเก่งด้วย" คานาตะพูด นัตสึกิหยุดเดินแต่ก็ไม่ได้หันมามอง
    "เอ๋...นายชมคนอื่นนอกจากพวกกาโอเหรอ?" อาโธร่าถาม คานาตะยิ้ม
    "ทีนายล่ะ ไปรับลูกบอลของคนอื่น...หมายความว่าไง" คานาตะแซว อาโธร่าเงียบ ในจังหวะนี้นัตสึกิรีบเดินไปทางออกของโรงเรียนทันทีโดยไม่รีรอฟังเสียงของคนาตะที่ยังอยากจะถามอะไรเธอต่อ
    "เขาโกรธพวกเราหรือเปล่า ที่ไปยุ่งน่ะ" คานาตะพูด
    "ฉันว่าคงรำคาญมากกว่านะ" อาโธร่าพูด ถึงมันจะทำให้คานาตะรู้สึกไม่ดีบางแต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากและรีบเดินกลับเข้าไปในตึกเรียนต่อ
    "วันหลังไม่ต้องไปโวยวายเขาแบบนั้นอีก เข้าใจมั๊ย" พอพ้นประตูโรงเรียนนัตสึกิก็เตือนบัดดี้ของเธอใหญ่โต จนเอนด์รีบเปลี่ยนตัวเองเป็นการ์ดเข้าไปหลบในกระเป๋าแทน
    "เฮ้อ...ไปซื้อของเสร็จกลับไปเอาส่วนหนึ่งมาทำดีกว่า" นัตสึกิพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินไปจนพ้นโรงเรียนไอโบกาคุเอ็น
    
  จนมาถึงช่วงพักกลางวัน ที่โรงเรียนทุกคนก็ต่างพากันไปทานข้าวกันโดยที่กาโอและเพื่อนๆพากันไปทานข้าวบนดาดฟ้าเหมือนทุกวัน  
    "ทาโกะยากิอันนี้มันของฉันนะ..." เสียงของกาโอพูด
    "เจ้ากินไปตั้ง 3 ลูกแล้ว นี่มันของข้าต่างหาก" บัสตามมาติดๆทุกวันก็แย่งกันได้ทุกอย่างเลยจริงๆ
    "พ..พอเถอะทั้ง 2 คนจะแย่งกันทำไม?" คุกุรุพูด บาคุไม่สนใจนอกจากกินข้าวกล่องของตัวเองแทน
    "มากันเร็วจังนะ" เสียงของเด็กหนุ่มผมสีม่วงคนหนึ่งเดินมารวมวงทานข้าวด้วย
    "ไกโตะ! มาสิพวกเราเองก็เพิ่งจะมา" โนโบรุชวน ไกโตะนั่งลงข้างกาโอ อบิเกลก็อยู่ข้างๆ
    "วันนี้ช่วงบ่ายห้องพวกนายไม่มีเรียนนี่นา จะไปไหนกันหรือเปล่า?" ไกโตะพูด กาโอกับทุกคนงงหันมามองหน้าเขาเป็นตาเดียวกัน
    "ไม่มีเรียน? ไปเอาข่าวมาจากไหนน่ะไกโตะ" บาคุถาม ไกโตะก็มองพวกกาโออย่างสงสัยเช่นกัน
    "เห...มันก็มีที่บร์อดประกาศของโรงเรียนไง ฉันถึงได้ถาม" ไกโตะพูด ทุกคนต่างทำหน้างง 
    "หรือว่าเราจะได้เรียนกับคุณยูกิชิโระกันล่ะ? เขาบอกว่าจะมาช่วยพวกเราเรื่องเรียนด้วยนี่" คุกุรุพูด 
    "หืม? ใครเหรอ?" ไกโตะถาม คุกุรุจึงได้เล่าเรื่องเมื่อเช้าให้ไกโตะฟังไปเลย ไกโตะได้ฟังก็ทำหน้าคิดซักพัก
    "แล้วกาโอนายออกไปนอกห้องตอนนั้น ไปพูดอะไรกับรุ้นพี่มาน่ะ?" โนโบรุถาม เพราะเพิ่งจะมีโอกาสถาม
    "จริงด้วยไม่ได้เล่าให้ฟังเลย รุ่นพี่ยูกิชิโระน่ะเขาเล่ยบัดดี้ไฟท์ด้วยล่ะ" กาโอพูด 
    "จริงดิ!..." บาคุพูด 
    "แต่ว่านะคนแบบนั้นทำไมถึงไม่เคยได้ยินมาบ้างล่ะ ถ้าเขาเล่นบัดดี้ไฟท์จริงๆ" คุกุรุพูด
    "หมายความว่ายังไงน่ะ คุกุรุ" โนโบรุถาม
    "ก็คนที่มีลักษณะเด่นขนาดนั้น ไม่เคยไปแข่งที่ไหนฉันจะไม่แปลกใจหรอก...แต่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงอะไรหรือข่าวลือเลยนะ" คุกุรุพูด ทุกคนก็ต่างทำหน้าคิดไปด้วย
    "เขาอาจจะไม่ได้มีฝีมืออะไรมากหรือไม่ได้แข่งขันบ่อยก็ได้" บาคุเสริม
    "พูดอะไรแบบนั้นกันล่ะทุกคน" ไม่นานนักก็มีเสียงที่คุ้นหูดังมาทุกคนหันไปมองก็พบกับคนที่พวกเขารู้จักดีเลย 
    "รุ่นพี่ทาสุคุ!" กาโออุทานคนแรก
    "จะพูดอะไรล่ะ? หรือนายรู้อะไร" ไกโตะเปิดประเด็นเพราะเขาคิดว่าทาสุคุคงรู้อะไรแน่ๆ
    "คนที่จะมาสอนกาโอคุงช่วงบ่ายน่ะ....เป็นพี่สาวของฉันนะ"
.
.
.

    "พี่สาว!!!" ทุกคนร้องเสียงหลง 
    "ร...รุ่นพี่มีพี่สาวด้วยเหรอครับ?" กาโอถาม
    "นั่นสิ มีตอนไหนน่ะ?" โนโบรุถามต่อ
    "น..นายล้อเล่น...หรือไง" ไกโตะเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ถึงขั้นแทบพูดไม่ออก
    "ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ พี่สาวในความหมายของฉันน่ะ...เขาคือคนที่ดูแลฉันตอนฉันมาบัดดี้โพลิสช่วงแรกๆน่ะ" ทาสุคุอธิบาย ทุกคนเริ่มเข้าใจแต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าถ้าอยู่บัดดี้โพลอสทำไมไม่เคยเห็นหน้าหรือคนที่นั่นไม่มีใครพูดอะไรเลย
    "อ๋อ งั้นขอถามหน่อยแล้วกัน...เธอคนนั้นมีฝีมือเก่งเหรอ?เหมือนนายจะชมเขานะ" ไกโตะถามประเด็นสำคัญ ทาสุคุยิ้ม
    "ในสมัยนี้ไม่มีใครรู้จักแน่นอนคนที่จะรู้จักจริงๆต้องพวกคนอายุ 20 ปีขึ้นไปที่เล่นบัดดี้ไฟท์ช่วงแรกๆเลยต่างหาก" ทาสุคุพูด
    "รุ่นพี่จะบอกว่ารุ่นพี่ยูกิชิโระน่ะ....เล่นบัดดี้ไฟท์ก่อนรุ่นพี่จะมาอยู่บัดดี้โพลิสเหรอครับ?" บาคุถาม ทาสุคุพยักหน้า
    "เขาเป็นแชมป์ระดับโลกคนแรกของเอเชียเลยนะ เพราะงั้นเลยอยากให้พูดจาดีๆอย่าไปดูถูกเขาเลย" พอทาสุคุพูดจบ กาโอถึงขั้นจุกไปเลย
    "แชมป์...เอเชียคนแรก...เหรอ?"
    "เดี๊ยวนะ งั้นหรือว่าเธอคนนั้นคือ'ยมทูตแห่งสวรรค์'หรือ!" ไกโตะถาม
    "ไกโตะคุงเองก็คงได้ยินมาบ้างสินะ ใช่แล้วล่ะยมทูตที่หายไปจากวงการบัดดี้ไฟท์ได้เกือบ 3 ปีแล้ว" ทาสุคุพูด
    "แต่ดูรุ่นพี่ทาสุคุจะนับถือคุณยูกิชิโระมากเลยนะคะ" คุกุรุพูด ทาสุคุได้ยินก็อมยิ้มบางๆ
    "ก็...เขาคอยสอนเรื่องแบบนี้ให้ฉันนี่นา ฉันก็เลยเคารพและนับถือเขามากคนนึง" ทาสุคุพูด 
    "รุ่นพี่ทาสุคุครับ ทำไมคนเก่งขนาดนั้นตอนนี้ถึงดูไม่ค่อยสนใจบัดดี้ไฟท์เลยล่ะครับ" กาโอถาม ทาสุคุได้ฟังคำถามของรุ่นน้องก็แสดงสีหน้าเศร้าออกมา
    "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนั้นฉันก็ตกใจที่เขาจะถอนตัวออกและจะไม่เล่นบัดดี้ไฟท์ก่อนจะไปเรียนที่อังกฤษ..." ทาสุคุพูดด้วยเสียงที่เศร้า ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ถึงเหตุผลนั้นเลย
    "แต่ผมอยากจะแข่งกับรุ่นพี่ยูกิชิโระไม่สิ...กับรุ่นพี่นัตสึกินะครับ" กาโอพูดด้วยเสียงที่จริงจัง ทาสุคุมองหน้ารุ่นน้องด้วยความเป็นห่วง
    "ไม่มีความหมายหรอกกาโอคุง คนคนนั้นเข้างานยุ่งนะถึงจะไม่ได้เล่นบัดดี้ไฟท์เขาก็มีงานธุรกิจที่เขาทำมาตั้งแต่เด็กรออยู่อีก" ทาสุคุบอก กาโอทำหน้าสงสัย
    "งานธุรกิจ..." ทุกคนต่างพูดพร้อมกัน ก่อนที่ทาสุคุจะค่อยๆเล่าถึงธุรกิจของนัตสึกิให้ทุกคนฟัง โดยที่มีคนคนหนึ่งแอบฟังอยู่ใกล้ก่อนจะเดินลงไปจากบนดาดฟ้าเพื่อไม่ให้ใครเห็น
   
    "ไม่น่าเชื่อนะว่าเราได้เจอคนดังขนาดนั้นเลย" ทางอาคารเรียนมังกรสีฟ้าอ่อนแซมขาวอาโธร่าพูดขึ้นกับคานาตะที่เดินแอบลงมาจากบนดาดฟ้า
    "อืม...ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน" คานาตะพูด
    "เท่าที่ได้ยินมา เธอคนนั้นก็เป็นผู้หญิงที่เก่งนะทำงานกับเรียนไปด้วย...แถมยังเป็นคนกตัญญูที่น่าเอาอย่าง" อาโธร่าพูดในสิ่งที่ได้ฟังมาจากทาสุคุ โดยที่คานาตะไม่ได้พูดอะไรกลับและทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ด้วย
    "คานาตะ!..." อาโธร่าเรียก หลังจากเห็นคานาตะเงียบไป
    "อาโธร่า!...เราอยู่ตึก 5 สินะ" คานาตะถาม อาโธร่าบอกว่าใช่
    "เราไปห้องของกาโอกันเถอะ" คานาตะไม่พูดปากเปล่ารีบวิ่งไปทันที อาโธร่าตกใจจนต้องรีบตามไปอีกคน
    "ด...เดี๊ยวสิจะไปห้องของกาโอทำไมล่ะ? ในเมื่อกาโอเขาอยู่บนดาดฟ้านะ" อาโธร่าถาม
    "ฉันไม่ได้ไปหากาโอซักหน่อย แต่เป็นคนคนนั้นต่างหาก" คานาตะพูด
แค่นั้นก่อนจะรีบเดินไปห้องกาโอ อาโธร่าก็ได้เพียงแต่ตามไปเคานาตะม   คานาตะมาจจถึงหน้าห้องของกาโอ เขามองเข้าไปทางกระจกตรงประตูก็พบว่าไม่มีใครอยู่เลย...แน่ล่ะสินี่มันช่วงพักคงไม่มีใครอยู่แน่นอน
    "ในห้องไม่มีใครหรอกนะ นายมาหาใครกันแน่น่ะคานาตะ?" อาโธร่าถามอีก
    "ว่าแล้วเชียว มีคนอยู่นะอาโธร่า" คานาตะเดินมามองที่ประตูทางห้องด้านหลังมันจะสามารถเห็นหน้าห้องเรียนได้ชัด มีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังวาดภาพอยู่ โดยใช้ที่ตั้งจากในห้องนักเรียนเป็นฐานวางกระดาษที่ใช้วาด
    "เธอคนนั้น...เดี๊ยวสิรอด้วยคานาตะ" อาโธร่ามองอย่างแปลกใจแต่ไม่นานสายตาก็เห็นว่า คานาตะเดินไปเปิดประตูหน้าห้องซะแล้ว
  เสียงเปิดประตูดังขึ้นมา ทำให้หญิงสาวที่อยู่ในห้องตกใจหันมามองตามเสียงก่อนจะพบกับคานาตะกับอาโธร่าที่โบกมือทักทายเบาๆ
   "นี่...เธอ!...." นัตสึกิที่หันมาเจอทั้ง 2 คนก็ตกใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจและหันไปวางภาพต่อ
    "ขอโทษนะครับ เข้ามารบกวนรึเปล่า?" คานาตะถาม พลางเดินเข้ามาใกล้ๆ
    "เปล่าคะ..." นัตสึกิตอบเสียงนิ่งๆ คานาตะเดินเข้ามาใกล้ก็พบกับรูปที่นัตสึกิกำลังวาดอยู่พอดี
    "สวยจังเลย คุณวาดเล่นเหรอครับ?" คานาตะถาม อาโธร่าก็บินมาเพื่อจะดูใกล้ๆ
    "ค่ะ!....ว่าแต่เธอไม่ใช่นักเรียกห้องนี้นี่ มารอพบใครเหรอคะ?" นัตสึกิถามแต่ยังหันหลังให้คานาตะอยู่   
    "ผมอยากมาเจอคุณนั่นแหละครับ มีเรื่องอยากจะขอคุยด้วยได้ไหมครับ?" คานาตะพูด นัตสึกิได้ฟังก็หยุดมือที่กำลังถือพู่กันวาดภาพอยู่
    "จะคุยอะไรก็ว่ามาเถอะคะ" นัตสึกิพูด 
    "ผมได้ยินมาจากกาโอน่ะครับ ว่าคุณจะมาสอนช่วงบ่ายในห้องของกาโอน่ะครับ" คานาตะถาม นัตสึกิเนัตสึกิเหลือบตาไปมองเท่านั้นก่อนจะลงมือวาดภาพต่อ
    "เป็นเพื่อนกันสินะคะ แล้วจะให้ฉันฝากบอกอะไรเขาหรือเปล่า?" นัตสึกิถาม คานาตะที่เริ่มรู้สึกไม่พอใจเพราะหญิงสาวที่เขาพูดด้วยนั้น ไม่ได้หันมามองเขาเลย
    "ผมอยากเล่นฟุตบอลกับคุณครับ เพราะตอนที่คุณเล่นในตอนนั้นมันสุดยอดไปเลย" คานาตะพูด เล่นเอาอาโธร่ามองอย่างอึ้งๆเพราะน้อยครั้งที่คานาตะจะยอมขอร้องคนอื่น 
    "ทำไมถึงอยากเล่นล่ะ? แค่ครั้งเดียวแบบนั้นมันทำให้เธอดูออกเลยเหรอว่าฉันเป็นคนเก่ง" นัตสึกิถาม คานาตะเดินเข้าไปหยิบเก้าอี้จากโต๊ะเพื่อนนักเรียนตัวหนึ่งมานั่งข้างๆหญิงสาว
    "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่คงเป็นเพราะผมเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงเล่นฟุตบอลล่ะมั้ง" คานาตะยิ้มแห้งๆ ตรงกันข้ามที่หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบแทน
    "คานาตะมานี่หน่อย..." อาโธร่าดึงเสื้อของคานาตะไปที่มุมห้องฝั่งตรงข้ามที่นัตสึกินั่งอยู่
    "อะไรอาโธร่า?" คานาตะถาม อาโธร่ามากระซิบข้างๆหูเขา
    "ผู้หญิงคนนี้ดูน่ากลัวไปมั้ง เราพูดอะไรไปก็เอาแต่เงียบอย่างเดียว" อาโธร่าพูดอย่างหวาดระแวง แต่คานาตะกลับยิ้มแทน
    "ก็เราเป็นคนที่เขาไม่รู้จักนี่ เขาจะไปกล้าพูดมากได้ยังไงล่ะจริงไหม?" คานาตะถถามกลับ อาโธร่าพยักหน้าเข้าใจ
    "เธอชอบฟุตบอลมากรึ? ตอนที่เดินกลับมาในโรงเรียนเห็นมีคนพูดประมาณว่า'คานาตะกับอาโธร่าไม่มาเหรอ?'...ทำนองนี้คะ" นัตสึกิถาม
    "เอ๋...แล้วทำไมถึงได้รู้จักชื่อของผมได้ล่ะ? ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลย" คานาตะถาม
    "ก็บังเอิญได้ยินเธอเรียกบัดดี้ตัวเองว่า'อาโธร่า'เลยเดาดู" นัตสึกิตอบ คานาตะมองดูรูปที่นัตสึกิวาดอยู่ห่างๆแต่ก็พอจะดูออกมาว่ารูปอะไร...และสวยขนาดไหน
    "การวาดภาพเป็นงานอดิเรกของคุณเหรอ?" คานาตะถาม
    "ทำนองนั้น ฉันวาดเพื่อฝึกสมาธิน่ะคะ" นัตสึกิพูดและวางพูกันที่วาดลงในแก้วน้ำที่ใส่น้ำไว้แล้ว เธอลุกขึ้นเดินสวนกับคานาตะพร้อมกับแก้วน้ำในมือด้วย
    "คุณน่ะ...เป็นคนที่ใจดีสินะครับ" อยู่ๆคานาตะก็พูดขึ้น ทำให้นัตสึกิหันมามองด้วยความงุนงง
    "คานาตะ..." อาโธร่าเอ่ยเสียงเบาๆ
    "จะคิดอะไรก็เรื่องของเธอเถอะ เพราะมันเป็นหลักจิตวิทยานี่คะ" นัตสึกิเดินออกไปและปิดประตูห้องเสียงดัง
    "ท่าทางเขาจะไม่พอใจนะ คานาตะ" อาโธร่าพูดเสียงหงอยๆ
    "แต่ว่า..." คานาตะหันไปมองรูปภาพที่นัตสึกิเพิ่งวาดเสร็จไป

   (ภาพประกอบเท่านั้นคะ)
    "ถ้าไม่ใช่คนจิตใจดี จะวาดภาพแบบนี้ได้สวยงามขนาดนี้เลยเหรอ?" คานาตะมองดูภาพที่แสดงถึงบ้านของคนยุโรปสมัยก่อนที่อยู่กับธรรมชาติและการใช้ชีวิตที่แสนเรียบง่ายในแต่ล่ะวัน
    "นายจะบอกว่าภาพๆนึงมันบอกนิสัยคนได้เหรอ?" อาโธร่าถาม คานาตะพยักหน้า
    "แต่ฉัน...คิดว่าคนคนนั้นเหมือนตัวฉันในสมัยก่อนยังไงยังงั้น" คานาตะพูด ตัวเขาในอดีตที่ไม่ค่อยจะสนใจบัดดี้ไฟท์ ถ้าไม่มีพวกกาโอตอนนี้ก็อาจจะไม่สนใจมากกว่าเดิมก็ได้
    "ไม่เหมือนหรอก..." ทันใดนั้นก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาทำให้คานาตะกับอาโธร่าตกใจ และมงหาต้นเสียงนั้น
    "ถ้าเหมือนบัดดี้ข้า เจ้าก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายทั้งเป็นหรอก...." เสียงนั้นดังออกมาจากกระเป๋าของนัตสึกิที่วางอยู่ข้างๆขาตั้งางรูปภาพ ก่อนที่จะมีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งปรากฏตัวออกมาอยู่หน้าทั้งคานาตะและอาโธร่า
    "เจอกันอีกแล้วนะ...เจ้าหนู" มังกรบัดดี้ของนัตสึกิ เอนด์ ออกมายิ้มให้
    "มังกรที่อาโธร่าไปช่วยนี่"คานาตะพูด เอนด์แสดงสีหน้าโกรธออกมา
    "เหอะ...มาช่วยทำไมก็ไม่รู้ ข้ายังเคืองไม่หายเลย" เอนด์พูด อาโธร่าได้ฟังก็ยิ้มแห้งๆ
    "ยังไงก็ขอโทษแทนด้วย ว่าแต่นายแอบฟังเหรอ?" คานาตะถาม
    "แอบฟังอะไร? ข้าอยู่ในกระเป๋าตั้งนานแล้วพวกเจ้าพูดอะไรข้าก็ได้ยินหมดอยู่ดี" เอนด์พูด คานาตะก็พยักหน้าเข้าใจ
    "จริงสิ เท่าที่ฟังมาข้าอยากจะข้อร้องอะไรพวกเจ้าหน่อยได้ไหม?" เอนด์พูด คานาตะมองหน้าเอนด์งง
    "ช่วยอะไรหรือ?" อาโธร่าถามบ้าง
    "ก็บัดดี้เจ้าชอบเล่นฟุตบอล ข้าเลยอยากให้ไปที่นี่หน่อย..." เอนด์พูดพลางส่งกระดาษใบเล็กให้คานาตะดู
    "นี่คือแผนที่ไปบ้านหลังหนึ่ง ถ้าไปก็จะเจอคุณยายคนหนึ่งที่ใส่กิมโมโนให้บอกว่าเป็นเพื่อนนัตสึกินะ" 
    "ด...เดี๊ยวสิ ตกลงจะให้พวกเราช่วยอะไรกันแน่?ฉันงงไปหมดแล้ว" คานาตะถาม เอนด์ยิ้มก่อนจะตอบไปว่า
    "ก็ในเมื่อเป็นคนที่ชอบฟุตบอลเหมือนกัน ก็เลยอยากให้คนที่เหมือนกันช่วยกัน...พอเป็นเหตุผลได้ไหม?" เอนด์พูดเพียงแค่นั้น เล่นเอาคานาตะคิดหนักไปบ้าง
    "ว่าแต่บอกตามนี้แน่นะ" อาโธร่าถามย้ำ
    "อืม ตามนี้แหละ" เอนด์ยืนยัน 
    "เอาไงดีล่ะ นายจะไปไหม?" อาโธร่าถาม
    "ก็เอาสิ ถ้าเป็นคนที่เล่นฟุตบอลเหมือนกันฉันก็ไม่อยากปฏิเสธ" คานาตะพูด เอนด์ได้ยินก็ออกมาการดีใจสุดๆ
    "ขอบคุณเจ้ามากนะ ไปที่นั่นจะได้รู้จักบัดดี้ของข้ามากขึ้น..." เอนด์พูด
    "ขอบใจนะ ถ้าเลิกเรียนฉันจะรีบไปเลย ตอนนี้ขอตัวก่อน" คานาตะพูดจบก็เดินออกไปจากห้องเรียนพร้อมอาโธร่า ส่วนเอนด์ก็มองตามหลังจนลับตา
    "(หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ นัตสึกิ...)" เอนด์คิดก่อนจะเปลี่ยนตัวเองไปเป็นการ์ดและกลับไปอยู่ในกระเป๋าตามเดิม

 เวลาผ่านมาจนถึงช่วงบ่าย นัตสึกิที่เดินกลับเข้ามาในห้องก็พบกับรุ่นน้องในห้องกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง แต่พอมาคิดดูอีกทีตรงนั้นมันก็คือจุดที่เธอวางภาพวาดเอาไว้นั่นเอง นัตสึกิเลยรีบเข้าไปเก็นบ้านโดยการเอาผ้าสีขาวคลุมเอาไว้และสั่งให้ทุกคนไปนั่งที่ โดยก็มีเสียงชมดังมาเป็นระยะๆ
    "(เฮ้อ!...เราก็ลืมไปลืมไปเลยว่าวางรูปทิ้งไว้)"

 ถึงช่วงการสอน นัตสึกิบอกว่าเธอมาสอนวิชาเพิ่มเติมที่โรงเรียนมีอยู่แล้วมากกว่าและสิ่งที่เธอสอนนั้นมันก็ทำให้รุ่นน้องในห้องแทบอยากจะของีบหลับเลย....แต่มันก็ผ่านมาได้ด้วยดีอยู่
    "มีใครจะถามอะไรไหมคะ? เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของโลก" นัตสึกิถาม แต่ไม่มีใครยกมือเลย ทำให้เธอเลยข้ามไป
    "เฮ้อ...รู้สึกว่าวันนี้เหมือนสวรรค์เลยนะ ปกติวิชานี้ฉันไม่ชอบเลยแต่พอเรียนกับรุ่นพี่ยูกิชิโระแล้วเข้าใจขึ้นมาเฉยเลย" บาคุพูด พลางอ่านสิ่งที่จุดลงไปในสมุดของตัวเอง
    "คุณยูกิชิโระเข้าสอนโดยเอารายละเอียดในหนังสือมาพูดบรรยายมากกว่าที่จะให้เราอ่านตามในหนังสือนะ มันก็เลยเข้าใจ" คุกุรุพูด และเปิดสวิตไฟบนผมของเธอ
    "ฉันคิดว่าช่วงบ่ายคงจะหลับแล้ว แต่นี่ดันหลับไม่ลงเลย" โนโบรุพูด
    "คุณยูกิชิโระผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ!" เสียงเพื่อนผู้ชายดังขึ้นมา นัตสึกิหันไปมอง
    "คะ! มีอะไรจะถามคะ?"
    "ผมว่าคุณยูกิชิโระดูชื่นชอบเรื่องพวกนี้มากเลย ก็เลยอยากจะถามว่ามีใครมี่คุณยูกิชิโระเห็นเป็นคนตัวอย่างไหมครับ?" เด็กหนุ่มถาม นัตสึกิยิ้มให้เขาและคนอื่นน้อยๆก่อนจะตอบไปว่า
    "มีคะ...ลีโอนาโด้ ดาวินชีคะ" นัตสึกิตอบ คนในห้องต่างตกใจในคำตอบ
    "อัจฉริยะระดับโลกเลยนะนั่น" โนโบรุพูด
    "นายรู้จักด้วยเหรอ?น่าแปลกดีนะ" กาโอแขวะ โนโบนุหันมาแยกเขี้ยวใส่
    "ถ้ามีอะไรจะถามก็ถามได้คะ ถ้าไม่มีก็อ่านที่จดไปด้วยนะคะ" นัตสึกิพูด และเดินไปหยิบแท็บเล็ตมาเปิดดูงาน
    "คุณยูกิชิโระมีงานอดิเรกคือวาดภาพเหรอคะ?" เด็กผู้หญิงคนนึงถาม นัตสึกิพยักหน้ากิ
    "ค่ะ! แต่ในยามว่างมากกว่า" นัตสึกิพูด แต่ไม่ทันไรก็มีคนถามอีก
    "ผมได้ยินย่าวมาว่ารุ่นพี่เคยเป็นบัดดี้โพลิสมาก่อน จริงไหมครับ?"           
    "เคยอยู่คะ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้วล่ะ" นัตสึกิพูด
    "แล้วเคยทำงานร่วมกันกับคุณทาสุคุไหมคะ?" เด็กผู้หญิงคนนึงถามทั้งที่หน้าแดงไปด้วย นัตสึกิเริ่มเหงื่อตกกับคำถาม
    "ไม่หรอกคะ ฉันลาออกก่อนที่ริวเอ็นจิคุงจะได้เป็นบัดดี้โพลิสอีก" นัตสึกิพูด
    "เอ๋!...." กาโออุทานขึ้น
    "มีอะไรเหรอ?...กาโอ" บาคุถาม
    "ฉันว่ามัว่ามันแปลกๆนะ..." กาโอพูด
    "แปลกยังไงเหรอ?" คุกุรุถามบ้าง
    "ก็รุ่นพี่ทาสุคุบอกว่ารุ่นพี่นัตสึกิเป็นเหมือนพี่สาวที่เลี้ยงดูเขามา แล้วทำไม...ถึงเรียกริวเอ็นจิแทนที่จะเรียกทาสุคุล่ะ?" กาโอพูด คำพูดนั้นก็ทำให้ทุกคนต่างคิดเหมือนกัน
    "จริงด้วย คนที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กไม่น่าจะเรียกกันแบบนั้นเลย" คุกุรุพูด
    "เราเองก็เพิ่งจะรู้จักกับเขา เราไปถามรุ่นพี่ทาสุคุท่าจะดีกว่านะ" บาคุเสนอ แต่กาโอก็ยังอดสงสัยไม่ได้
 
 ความสงสัยของกาโอมีมาตลอดจนมาถึงเวลาเลเวลาเลิกเรียน บาคุกับคนอื่นๆขอตัวไปรอที่สนามสเตเดียวของโรงเรียนและกาโอก็บอกว่าจะตามไปทีหลัง
    "รุ่นพี่ยูกิชิโระครับ!" กาโอเดินเข้าไเข้าไปหานัตสึกิที่กำลังเก็บของอยู่
    "มีอะไรรึเปล่าคะ?" นัตสึกิหันกิหันมาถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
    "ผมขอถามอะไรเกี่ยวกับรุ่นพี่ทาสุคุหน่อยนะครับ" กาโอพูด นัตสึกิจากที่มองดีๆก็เริ่มหลี่ตาลง
    "ค่ะ!...จะถามเรื่องอะไรคะ?"
    "ทำไมถึงเรียกรุ่นพี่ทาสุคุว่า'ริวเอ็นจิ'ล่ะครับ ทั้งๆที่รุ่นพี่เองก็...."ยังไม่ทันที่กาโอจะพูดจบ นัตสึกิก็ส่งสายตาน้ำแข็งมาให้อย่างเลือดเย็น
    "แสดงว่าริวเอ็นจิคุงเล่าเรื่องของฉันให้ฟังแล้วสินะคะ สำหรับฉันแล้วเด็กคนนั้นก็คือน้องชายคนนึงเท่านั้นค่ะ" นัตสึกิพูดด้วยพูดด้วยเสียงที่ดูโกรธหน่อยๆ แต่กาโอยังไม่หยุดถาม
    "งั้นแล้วทำไมถึงเลิกเล่นบัดดี้ไฟท์ละครับ? เรื่องนี้รุ่นพี่ทาสุคุเองก็รับไม่ได้นะครับ" กาโอถามด้วยถามด้วยเสียงที่หนักแน่น
    "เธอไม่ใช่ฉันเธอไม่รู้หรอกนะ เหตุผลของคนเราน่ะมันต่างกันเด็กคนนั้นเองจนดูเหมือนตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลย" นัตสึกิพูดกลับ กาโอรู้สึกถึงความโกรธที่มาจากคำพูดของนัตสึกิ
    "ผมน่ะ...ไม่เข้าใจอยู่แล้วล่ะครับ ถึงผมจะเพิ่งรู้จักกับรุ่นพี่วันนี้แต่..." กาโอเริ่มนึกคำพูดไม่ออกเพราะนัตสึกิจ้องมองเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
    "ขอบคุณที่เป็นห่วงคะ แต่เรื่องนี้ฉันพอจะเดาได้ว่าริวเอ็นจิคุงไม่ได้ขอร้องเธอมาบอกฉันสินะ"
    "ครับ! ผมอยากแข่งบัดดี้ไฟท์กับรุ่นพี่....กับคนที่รุ่นพี่ทาสุคุรักและเคารพเหมือนพี่สาวอย่างคุณ" กาโอพูด นัตสึกิเงียบไม่รู้จะพูดอะไรเลยรีบเดินเก็บของและภาพวาดของเธอสวนกับกาโอออกจากห้อง แต่ก็ทิ้งคำพูดหนึ่งไว้ให้กาโอก่อนจะออกไป
    "ถ้าฉันได้เจอคนแบบเธอเร็วกว่านี้ก็คงจะดีไม่น้อยนะคะ..." เมื่อนัตสึกิเดินออกไปจากห้องแล้ว บัสก็ถือตัวออกมาอยู่ในร่างจิ๋วข้างๆกาโอ
      "เฮอะ พูดจาใหญ่โตชะมัด" บัสพูดอย่างไม่สบอารมณ์
    "เอาเถอะน่า นายอย่าไปว่ารุ่นพี่เขาแบบนั้นสิ...จริงอย่างที่เขาพูดเราไม่ใช่เขาเราไม่รู้หรอกว่าเขารู้สึกยังไง" กาโอพูด
    "แต่ดูเย็นชากว่าคนที่เราเคยเจอมาเยอะเลย ขนาดคนที่เป็นน้องชายอย่างทาสุคุก็เรียวนามสกุลแบบนั้น" บัสพูด กาโอพยักหน้าเห็นด้วย
    "แต่ว่าเราก็มีโอกาสเจอเขาได้อยู่นะ ไว้ถามรุ่นพี่ทาสุคุอีก" กาโอพูดจบก็ไปหาเพื่อนๆพร้อมกับบัสที่สเตเดียมของโรงเรียน

 ตัดมาทางคานาตะที่หลังเลิกเรียนก็ขอตัวแยกจากเพื่อนอย่างไว จนเพื่อนๆของเขาต่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะคิดว่าเขาคงมีธุระ
    "บ้านหลังนี้รึเปล่า ในแผนที่เขียนว่าบ้านญี่ปุ่นไม่มีเลขที่บ้านด้วย" คานาตะกับอาโธร่าเดินจนมาถึงบ้านทรงญี่ปุ่นโบราณที่มองดูก็ดูดีเลยทีเดียว และทางหน้าบ้านก็มีคุณยายคนหนึ่งสวมชุดกิโมโนกำลังกวาดพื้นหน้าบ้านด้วย
    "เราลองไปถามไหม? ถ้าใช่ก็หลังนี้แหละ" อาโธร่าเสนอ คานาตะพยักหน้า
    "ขอโทษนะครับคุณยาย ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ" คานาตะเดินเข้าไปถาม คุณยายอายุท่าทางเกือบ 80 ปีหันมามองคานาตะด้วยสีหน้าตกใจนิดๆ
    "มีอะไรรึ?หนู..." คุณยายเอ่ยเสียงถาม
    "ผมเป็นเพื่อน...คุณนัต..สึกิ..." คานาตะเริ่มพูดไม่ออก เพราะเพิ่งจะนึกได้ว่าเขาเองก็รู้จักกับนัตสึกิแค่วันนี้วันเดียวจะให้บอกว่าเป็นเพื่อนคนก็รู้สึกแปลกๆ
    "คานาตะ..." อาโธร่าพูด
    "อ๋อ...เพื่อนเหรอ?เชิญเข้ามาก่อนสิวันนี้นัตสึกิเขาจะมาที่นี่พอดี" คุณยายเอ่ยชวน คานาตะก็เดินตามเข้าไปอย่างเกร็งๆ พอเข้าไปก็เห็นกลุ่มเด็กๆประมาณ3-5คนกำลังนั่งเล่นกันลานโลงในบ้านแถมมีลูกฟุตบอลกับโกลอยู่ด้วย
    "ทุกคนจ้ะ วันนี้เพื่อนพี่สาวเรามาอย่าไปรบกวนเขาจนกว่าพี่เราจะอนุญาตินะ" คุณยายเดินเข้าเตือนเด็กๆ พวกเด็กๆก็เข้าใจและพยักหน้าไปเล่นกันเองต่อ
    "เด็กๆดูเป็นคนมีมายาทดีนะ...ว่าไหมคานาตะ" อาโธร่าถาม คานาตะพยักหน้าเห็นด้วย
    "โฮะๆ ที่เรียบร้อยกันได้เพราะนัตสึกิเขาสอนนั่นแหละจ้ะ" คุณยายเดินเข้ามาหาคานาตะและพาเข้าไปรอที่ห้องรับแขก
    "ว่าแต่...พ่อหนุ่มเล่นบัดดี้ไฟท์ด้วยเหรอ? บัดดี้ดูพึ่งพาได้นะ" คุณยายพูด 
    "ค..ครับ คุณยายรู้จักด้วยสินะครับ" คานาตะเขิน อาโธร่าเองก็เขินที่ถูกชม
    "รู้จักสิ สำหรับยายแล้วมันคือสิ่งที่ทำให้นัตสึกิเขามีความสุขนะ อะไรที่ทำให้คนเรามีความสุขเราก็จะจำมันใช่มั๊ยล่ะ" คุณยายพูดและลุกขึ้นไปหยิบถ้วยชาที่อยู่ในห้องมาวางตรงหน้าคานาตะกับอาโธร่า
    "ดื่มรอไปก่อนนะ นานเด็กคนนั้นจะมาที่นี่ที" 
    "อ้าว ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณยูกิชิโระเหรอครับ?" คานาตะถาม
    "เป็นบ้านที่เขาเกิดน่ะ แต่ตอนนี้เขาหาเงินไปซื้อบ้านอยู่อีกเมืองแทนน่ะเพราะได้งานทำที่นั่น" คุณยายอธิบาย คานาตะกับอาโธร่าถึงกับอึ้ง
    "อายุแค่นี้มีบ้านได้แล้วเหรอ? สุดยอดไปเลย" อาโธร่าพูดพลางยกถ้วยชามาดื่ม
    "นั่งรอตามสบายนะ เดี๊ยวยายจะไปดูเด็กๆก่อน..." คุณยายลุกขึ้นและเดินเปิดประตูเลื่อน
    "จริงสิ...หนูชื่ออะไรเหรอ?" คุณยายถาม
    "โอโซระ คานาตะครับ" คานาตะบอก คุณยายหันมายิ้มให้นิดๆ
    "คุณคานาตะ...ยังไงก็ช่วยเป็นเพื่อนให้นัตสึกิเขาหน่อยนะ" คุณยายพูดและกำลังจะเดินออกไป แต่คานาตะก็ถามคำถามยั้งไว้ก่อน
    "คุณยายครับ...คุณยูกิชิโระไม่มีเพื่อนเลยเหรอครับ?" คานาตะถาม
    "มีจ้ะ...แต่เพราะบัดดี้ไฟท์ละมั้งที่ทำให้เขาต้องเสียเพื่อน...เพื่อนเพียงคนเดียวไปตลอดกาล" คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าๆก่อนจะเดินออกไป
    "เสียเพื่อนเพราะบัดดี้ไฟท์เหรอ? มันแปลกๆดีนะ" อาโธร่าพูด
    "ไม่หรอกมั้ง อาจจะแค่ไม่มีอารมณ์เลยไม่อยากจะเล่นก็ได้" คานาตะยกถ้วยชามาดื่มบ้าง ถึงจะรู้สึกไม่สบายใจในคำพูดเมื่อกี้ของคุณยายก็เถอะ
    "บัดดี้ของเธอคนนั้นบอกมาถูกก็จริง แต่เขาจะมาตอนไหนเนี่ยสิ" อาโธร่าพูด
    "เอาน่า วันนี้ก็ถือว่าให้ไปซักวันเถอะนะ" คานาตะพูดและยิ้ม
    "นายบอกพวกกาโอรึยังว่าจะไม่ไปหาที่สเตเดียม ถึงจะบอกเพื่อนๆที่เล่นฟุตบอลแล้วก็เถอะ" อาโธร่าถาม 
    "ย..ยังเลย เพราะรีบนั่นแหละ" คานาตะตอบเสียงสั่นๆ อาโธร่าถอนหายใจด้วยความเพลีย
  ทางหน้าบ้านญี่ปุ่น มีหญิงสาวผมสีน้ำเงินเดินเข้ามาเด็กๆที่เห็นก็รีบวิ่งเข้ามาทันทีด้วยความเร่งรีบ   
    "พี่สาวมาแล้ว.." เด็กๆวิ่งมากอด นัตสึกิก็ก้มตัวไปกอดเด็กๆ
    "เป็นเด็กดีกันไหม? พี่ซื้อขนมมาฝาก" นัตสึกิยื่นถุงขนมประมาณ2-3ถุงให้เด็กๆ ก่อนจะมีเสียงเด็กคนหนึ่งดังขึ้น
    "พี่นัตครับ วันนี้มีเพื่อนมาหาพี่ด้วยล่ะ" 
    "เพื่อน?..." นัตสึกิทำหน้าสงสัย 
    "ค่ะ...แถมมีมังกรน่ารักๆเหมือนเอนด์เลยด้วยคะ" เด็กผู้หญิงในกลุ่มพูด 
    "มังกร...หรือว่า.." นัตสึกิหันไปมองทางคุณยายของเธอที่นั่งรออยู่ เธอบอกให้ไปเล่นกันก่อนจะขอไปคุยกับเพื่อน?
    "คุณยายคะ มีคนมาบอกว่าเป็นเพื่อนหนูเหรอคะ?" นัตสึกิถาม คุณยายแอบหัวเราะ
    "นี่แสดงว่าเอนด์เขาคงเป็นห่วงเรานะ ยายถึงว่าเรามีเพื่อนดูเด็กขนาดเลยเหรอ" คุณยายพูด นัตสึกิเหลือบสายตาไปมองกระเป๋า 
    "(เอนด์....คืนนี้นายตายแน่)" นัตสึกิเดินเข้าไปในห้องที่คานาตะอยู่ แต่ก่อนจะเข้าไปก็โยนกระเป๋าไปชนกันเสาบ้านจนเสียงดัง เล่นเอาทุกคนตกใจโดยเฉพาะบัดดี้เธอที่อยู่ในกระเป๋าคงจะเจ็บน่าดู
    "คุณยายไม่ต้องเก็บนะคะ ปล่อยไปแบบนั้นนั่นแหละ" นัตสึกิพูด และเดินเข้าไปหาคานาตะ
    "เจ็บมากไหมนั่น?..." คุณยายมองดูกระเป๋าที่ตกพื้น 
    "(จ..เจ็บ..ครับ)" เสียงของเอนด์คิดอยู่ในกระเป๋า
   นัตสึกิเดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับคานาตะที่นั่งยิ้มแห้งๆให้เธอ
    "เอนด์เป็นคนบอกสินะคะ" นัตสึกิถาม
    "ส..ส่วนหนึ่งผมก็อยากมาด้วยล่ะครับ อย่าไปโทษเขาเลย" คานาตะพูด
    "ถ้าเอนด์ไม่บอกทุกอย่างก็จบคะ" นัตสึกิพูดน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
    "แล้วมาที่นี่...มีอะไรกันคะ?"
    "ผมอยากมาเล่นฟุตบอลกับคุณน่ะ" คานาตะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
    "เอาตรงๆค่ะ" นัตสึกิถามย้ำ แต่คานาตะก็ยังตอบตามเดิม
    "ถ้าบัดดี้ไฟท์ไม่ได้ ก็ต้องฟุตบอลสิครับ...มาดวลกับผมไหม?" คานาตะพูดจบก็มาพร้อมคำถาม เล่นเอานัตสึกิแทบไปไม่เป็น
    "ดวล...ดวลอะไรคะ? ถ้ามันทำให้เธอสบายใจ" คานาตะฟังก็รู้ว่าคนตรงหน้าเริ่มไม่พอใจ แต่ในใจกลับรู้สึกอยากแกล้งแล้วสิ
    "ผมประทับใจลูกเตะที่คุณเตะเมื่อตอนเช้า เพรางั้นเรามาดวลกันผมจะป็นผู้รักษาประตูถ้าคุณยิงเข้า 2 ใน 3ผมจะไม่มายุ่งด้วยเรื่องของคุณแต่ถ้าผมรับ 2 ใน 3ผมถามอะไรช่วยตอบหน่อยได้ไหมครับ?" คานาตะพูด นัตสึกิแสดงสีหน้าตกใจออกมาอย่างชัดเจนเพราะน้อยคนจะมากล้าขอเธอดวลเรื่องนี้
    "น..นายพูดอะไรน่ะ นายไม่เคยรับลูกเลยนะมันจะไหวเหรอ?" อาโธร่าเริ่มไม่เห็นด้วย
    "ฉันพูดไปแล้ว คืนคำไม่ได้หรอกอาโธร่า" คานาตะพูด นัตสึกิมองดูแววตาของคานาตะที่มุ่งมั่นของคานาตะกับความกล้าที่จะมาที่นี่ทั้งๆที่ปฏิเสธคำขอของเอนด์ไปก็ได้
    "ตกลง...ฉันจะแข่งกับเธอคะ" นัตสึกิพูด คานาตะตาวาวเป็นประกาย
    "ถุงมือรับเดี๊ยวฉันไปเอามาให้ ขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ" นัตสึกิพูดและเดินออกไปจากห้องเป็นจังหวะที่คุณยายของเธอเดินเข้ามาพอดี พร้อมกับเอนด์ในร่างจิ๋วที่สีหน้าไม่ดีเลย
    "เอนด์เป็นอะไรน่ะ?" อาโธร่าบินมาหา 
    "เจ็บหลังน่ะ..." เอนด์ตอบด้วยเสียงเบาๆ 
    "พอดีโดนลงโทษแบบเบาๆมาน่ะจ้ะ" คุณยายพูด คานาตะพยักหน้าเข้าใจ
    "ยายได้ยินว่าจะแข่งฟุตบอลกัน....ขอให้ชนะนะคุณคานาตะ" คุณยายให้กำลังใจ
    "ขอบคุณนะครับ ผมขอออกไปเตรียมตัวข้างนอกนะครับ" คานาตะพูด คุณยายพยักหน้าอนุญาติ เมื่อคานาตะออกมาเด็กๆก็เดินเข้ามาหาเขาทันที
    "พี่ชายเป็นเพื่อนพี่นัตหรือคะ?" เด็กผู้หญิงคนนึงถาม คานาตะยิ้มให้ก่อนจะรู้สึกแปลกใจอะไรบางอย่าง
    "พี่นัต?....พวกเราเรียกคุณยูกิชิโระแบบนั้นเหรอ?" คานาตะถาม เด็กๆทุกคนพยักหน้า
    "ไม่ใช่แค่พวกเรานะ เพื่อนชายของพี่นัตก็เรียกพี่นัตว่า'นัตซัง'ด้วยล่ะ" เด็กผู้ชายในกลุ่มพูด ทำให้คานาตะสงสัยกว่าเดิม
    "นัตซัง...คนคนนั้นอายุน้อยกว่าเหรอ?" คานาตะถามอีกครั้ง เด็กๆต่างยิ้มให้กันก่อนจะมีหนึ่งคนพูด
    "เปล่าหรอก เขาอายุเท่าพี่นัต...แต่จะชอบแกล้งพี่นัตเลยเรียกแบบนั้น" 
    "อย่างนี้นี่เอง...แล้วเพื่อนคนนั้นตอนนี้ไปไหนแล้วล่ะ?" เด็กๆที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบกันไป ก่อนจะส่ายหน้าแทนการพูด
    "ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรนะ พี่รู้แล้วล่ะ" คานาตะพูดปลอบเด็กๆ จนเด็กๆจนชื่นขึ้นมาบ้าง
    "แล้วพี่ชายชื่ออะไรหรือครับ/ค่ะ?" เด็กๆถามเขาบ้าง
    "พี่ชื่อคานาตะ โอโซระ คานาตะ" คานาตะพูดและยิ้มให้ทุกคน ก่อนที่อาโธร่าจะบินมาหาโดยที่เดาะบอลบนหัวด้วย
    "คานาตะมาลองซ้อมก่อนสิ ฉันจะยิงให้ก่อน" อาโธร่าพูด คานาตะพยักหน้าเด็กๆได้ยินแบบนั้นก็เหมือนรู้หน้าที่รีบไปนั่งดูข้างๆคุณยายกับเอนด์ที่ไม่มีแรงจะไปร่วมวงด้วย
    "(ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...เป็นเพื่อนคนสำคัญขนาดนี้เลย)" คานาตะคิด ขณะที่ยืนที่หน้าประตู
    "นัตซัง ฟังดูน่ารักดีเนอะ" อาโธร่าพูด
    "นายอยากเรียกเหรอ?" คานาตะถาม อาโธร่าส่ายหน้า
    "จะเรียกได้ยังไงล่ะ แล้วก็ไม่รู้นะว่าทาสุคุเขารู้ชื่อนี้ไหม?" อาโธร่าพูดอย่างขำๆ คานาตะตั้งท่าพร้อม
    "เอาล่ะนะ...มาเลย.." อาโธร่าเตะลูกฟุตบอลไปหาคานาตะ ซึ่งเจ้าตัวก็จับทางบอลได้เลยรีบไปรับทันที
    "โอ้โห0o0..."
    "รับได้สวยนี่นา...." อาโธร่าชม และเข้าไปหาคานาตะที่รับบอลได้
    "อาโธร่าขอแรงกว่านี้ได้ไหม?" คานาตะพูด
    "หา? ยังจะให้แรงกว่านี้เหรอ?แต่แบบนั้นแรงของนายจะ...." อาโธร่าพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
    "เอนด์ไปช่วยหน่อยสิ ลูกเดียวเขาคงจะจับทางอะไรได้" คุณยายพูดกับเอนด์ที่ตั้งใจดูอยู่
    "ครับ ผมอยากอยู่แล้วล่ะ...แต่คงเต็มที่ลำบาก" เอนด์บินไปทางอาโธร่า แต่ยังเจ็บหลังไม่หายอยู่
    "ให้ฉันเป็นคนยิงนะ นายจะได้คิดไว้หน่อย" เอนด์พูด
    "ก็เอาสิ นายเป็นบัดดี้ของคุณยูกิชิโระต้องรู้บ้างล่ะ อาโธร่าส่งบอลให้เอนด์นะ" คานาตะพูด อาโธร่าถึงจะตกใจนิดหน่อยแต่ก็ยอมส่งบอลไปให้เอนด์
       "ข้ายิงเต็มสุดเท่าที่ข้ามีตอนนี้นะ...เพราะยังเจ็บไม่หาย" เอนด์พูด เล่นเอาทุกคนขำท่าทางบัดดี้คงจะเอาเรื่องหนัก
    "ยิงล่ะ......โอโซระ คานาตะ...." เอนด์เตะลูกฟุตบอลไปหาคานาตะเต็มแรง แรงลมมาพร้อมกับลูกฟุตบอลที่พุ่งเข้ามาหา จนคานาตะเกือบตั้งตัวไม่ทัน
    "ต้องรับ...ให้ได้" คานาตะเอามือไปคว้าลูกบอลเต็มแรงแต่ลูกฟุตบอลมันก็ยังไม่หยุดหมุนเลย และยังหมุนอยู่ในมือของคานาตะ
    "คานาตะ...." อาโธร่าเรียกชื่อบัดดี้ด้วยความเป็นห่วง ทุกคนต่างลุ้นว่าจะรับได้ไหม
    "ฮ..เฮ้อ.." คานาตะทรุดตัวลงกับพื้นไปด้วยความเหนื่อย ลูกบอลหยุดหมุนไปด้วยก็ถือว่ารับได้
    "ถึงขั้นแทบหยุดหายใจเชียว...." เอนด์พูดและบินไปทางๆหนึ่งและไปเอาถุงน้ำแข็งจากมือของใครบางคนมาให้คานาตะ
    "เอ๋..." คานาตะตกใจ เมื่อเห็นนัตสึกิยืนมองอยู่แต่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
    "เอ้า รีบประคบก่อนสิมือแดงไปหมดแล้วเนี่ย" เอนด์พูด คานาตะก็เอาถุงน้ำแข็งมาประคบมือทั้ง 2 ข้างทันที
    "(จริงจังกันเหลือเกิน...)" นัตสึกิคิด และเดินมายืนดูอยู่ใกล้ๆ
    "มือหายแดงแล้วบอกล่ะ..." นัตสึกิพูดและเดินเอาถุงมือสีดำมาให้ โดยที่อาโธร่าก็มารับแทน
    "เป็นคนที่มีคุณธรรมดีนะ นึกว่าจะให้แข่งทั้งๆที่นายเป็นแบบนี้" อาโธร่าพูด
    "แข่งทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นแบบนี้ ถึงชนะหรือแพ้ไปก็ไม่มีความหมายนะ" เอนด์พูด ก่อนจะไปหานัตสึกิผู้เป็นบัดดี้
    "นายก็ต้องเต็มที่กับสิ่งที่เขาให้นะ คานาตะ" อาโธร่าให้กำลังใจ คานาตะพยักหน้า โดยที่เอนด์แอบกระซิบถามบางอย่างกับนัตสึกิ
    "อยากมีเพื่อนเล่นใช่ม่า?...ถึงได้ยอมรับคำท้าของเขาน่ะ!" เอนด์ถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเลห์
    "แค่อยากให้มันจบๆไปน่ะ เขารู้จักที่นี่แล้ว...จะได้ไม่ต้องมาอีก" นัตสึกิพูด และใช้หัวเดาะลูกฟุตบอลแทน
    "เฮ้อ...เอาที่เธอสบายใจแล้วกันนะ" เอนด์เหนื่อยใจที่จะพูดเลยรีบไปหาคุณยาย นัตสึกิก็เหลือบมองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร
    "คุณยูกิชิโระ..." คานาตะเรียก นัตสึกิหันไปมองก็เดาได้ว่าเด็กหนุ่มพร้อมแล้วจึงพยักหน้าและเดินเข้าไปหา
    "เอนด์ ที่จริงยังอยากจะพูดมากกว่านี้ใฃ่มั้ย?" คุณยายถาม
    "ถึงผมพูดไปก็โดนสวนกลับมาอีก ยังไงก็ไม่ชนะหรอกครับ" เอนด์พูดและทำหน้ามุ่ย
    "งั้นเรามาดูการแข่งของ 2 คนนี้แทนดีกว่าเนอะ" คุณยายเอ่ย และมองไปยังข้างหน้า
    "เตรียมพร้อมแล้วใช่มั้ย?" นัตสึกิถาม คานาตะพยักหน้ารับ
  นัตสึกิวางลูกฟุตบอลลง สายตาจ้องไปที่ประตูที่คานาตะยืนอยู่
    "รับมือ..." นัตสึกิเตะลูกฟุตบอลเข้าไปเต็มแรง ลูกฟุตบอลพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างแรงจนคานาตะแทบปลิว
    "มาตรงๆแบบนี้ล่ะก็...เฮ้ย!" คานาตะกำลังจะรับลูกได้ แต่มันกลับเลี้ยวเชียดหน้าเข้าไปทางขวาแค่เสี้ยววินาทีเดียว...จนเข้าประตูไป
    "อ..อะไรน่ะ? เมื่อกี้นี้" อาโธร่าตกใจ ยกเว้นคุณยายกับเด็กๆที่นั่งยิ้มแก้มบาน
    "คานาตะเป็นยังไงบ้าง" อาโธร่าเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง คานาตะมองนัตสึกิด้วยอาการที่ตกใจอยู่
    "ตกใจ...เลยนะ" คานาตะหยิบลูกฟุตบอลที่อยู่ข้างๆและส่งไปให้หญิงสาว
    "อาโธร่า นี่คือความรู้สึกที่กาโอเคยเจอสินะ" คานาตะถาม 
    "เห?...."
    "ความรู้สึกที่ต้องมารับลูกของคนที่เก่งกว่าตนน่ะ" คานาตะพูด
    "อย่าเพิ่งหมดกำลังใจสิ เพิ่งจะลูกแรกเอง" อาโธร่าให้กำลังใจ 
    "เปล่าเลย มันรู้สึกฮึดขึ้นมามากกว่า...นายหลบไปก่อนนะ" 
    "งั้นเตรียมลูกที่ 2 นะ" นัตสึกิเตรียมตัวที่จะยิงลูกที่ 2 อาโธร่าก็ถอยออกไปห่างๆ
    "มาเลยครับ คุณยูกิชิโระ" คานาตะท้า 
    "เขาจะรู้สึกตัวไหมนะ..?" เอนด์พูด
    "ยายว่ารู้แล้วล่ะนะ" คุณยายพูด
    "รับไป...ลูกที่ 2" ลูกฟุตบอลพุ่งไปอีกครั้ง คราวนี้คานาตะตั้งใจมองและเห็นว่าครั้งนี้มันมาตรงๆ เจ้าตัวเลยรับได้ทันพอดีแต่กว่าลูกบอลจะหยุดหมุนก็เล่นเอาไว้แทบจับไม่อยู่เลยทีเดียว
    "หา!..." ทุกคนร้องอุทานตกใจ นัตสึกิถึงกับขมวดคิ้ว
    "รับ...ได้แล้ว" คานาตะพูดและส่งลูกฟุตบอลไปหานัตสึกิต่อ 
    "รับได้ แต่ก็เมื่อยใช่เล่นเลยนะครับ" นัตสึกิมองลูกฟุตบอลดูอย่างไม่สบอารมณ์สลับกับคานาตะที่ยิ้มอย่างโล่งอก
    "เสมอกันแล้ว ลูกตัดสินก็ต่อไปสินะ" เด็กผู้ชายคนนึงพูด
    "ขอให้เข้า..หรือไม่เข้าดีล่ะ" คุณยายพูด แต่ในใจเธอก็ลุ้นอยู่
    "ใช่ได้นี่นา แสดงว่ารู้แล้วสินะว่าจะรับบอลยังไง" นัตสึกิพูด
    "ครับ...คนที่ใช้เทคนิคยิงประตูตามกระแสลมน่ะเก่งไปเลย ผมเองก็เพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก" คานาตะพูด พร้อมกับตั้งท่าเตรียมลุยต่อ
    "ฮึดดีนี่ แต่..ว่า.." นัตสึกิจ้องมองที่ลูกบอลนั้นไม่ขาดตาและเตะไปเต็มแรง จนลมจากแรงเตะนั้นเอาใบหญ้าและใบไม้เล็กๆถึงกับปลิวตามกระแสลม
    "คานาตะ..." อาโธร่าเป็นห่วง 
    "ต้องรับให้ได้..." คานาตะตั้งท่ายื่นรับบอลที่มาตรงหน้าเต็มที่ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งตัดสินเลยแรงกว่าเดิมจนคานาตะต้องยั้งแรกที่สุดของที่สุด จน....
.
.
.

    "คา..นา..ตะ!" อาโธร่าเอ่ยชื่อบัดดี้ตัวเอง ทุกคนที่ต่างเห็นรวมทั้งนัตสึกิก็ต่าง...อึ้งพูดไม่ออก
    "รับ...ได้นะครับ" คานาตะพูด โดยที่ในมือมีลูกฟุตบอลอยู่ในมือแถมมีควันลอยออกมาเล็กน้อยจากแรงต้าน
    "สรุปคุณคานาตะเป็นฝ่ายชนะนะ ทุกคน" คุณยายประกาศ เด็กๆต่างปรบมือให้เขาเป็นเสียงเดียวกัน นัตสึกิอึ้งจนพูดไม่ออก
    "คานาตะสำเร็จแล้ว" อาโธร่าบินเข้าไปโผกอดบัดดี้ตัวเองทันที คานาตะปล่อยลูกฟุตบอลและกอดตอบบัดดี้ตัวเองกลับ
    "อืม แต่ก็เอาแย่เลยทีเดียวล่ะ" คานาตะเหลือบดูมือตัวเองทั้ง 2 ข้างมือคงจะแดงแน่ๆเลย
    "เอนด์!..." นัตสึกิเรียกบัดดดี้ เอนด์ก็มาหา
    "ไปเอาถุงน้ำแข็งที่อยู่ในตู้เย็นมาให้เด็กคนนั้นหน่อย...เดี๊ยวฉันมา" นัตสึกิพูด และรีบเดินเข้าไปในห้องๆหนึ่งทางซ้ายริมสุด
    "สุดยอดไปเลยนะ เดี๊ยวฉันไปเอาน้ำแข็งมาให้" เอนด์พูดและเข้าไปในห้องรับแขก เด็กๆที่นั่งดูก็วิ่งมาหา
    "พี่ชายสุดยอดเลยครับ/คะ" เด็กๆชม คานาตะยิ้ม
    "ขอบใจนะ...แล้วคุณยูกิชิโระล่ะ?" คานาตะเผลอแป็ปเดียวก็ไม่เห็นนัตสึกิแล้ว คุณยายเดินมาหาเขา
    "เก่งจังเลยนะจ้ะ...นายแล้วที่ไม่ได้เห็นคนเล่นฟุตบอลได้ขนาดเธอน่ะ" คุณยายพูด คานาตะก็เกาหัวแก้เขินที่ถูกชม
    "มาแล้วๆ ถุงน้ำแข็งๆ..." เอนด์บินมาพร้อมกับถุงน้ำแข็งที่เอาไว้บนหลังและส่งไปให้คานาตะ คานาตะก็ถอดถุงมือฝากให้คุณยายและเอาน้ำแข็งมาประคบมือ
    "คุณคานาตะ ยายจะพาเด็กๆไปทานข้าวในห้องรับแขกก่อนนะเดี๊ยวนัตสึกิเขาออกมาไม่นานมาก...มีอะไรเรียกได้นะ" คุณยายบอกและพาเด็กๆเข้าไป โดยที่คานาตะก็มานั่งรอที่เก้าอี้สวนในบ้าน
    "เอ...สงสัยเข้าไปอุ่นอาหารล่ะมั้งเนี่ย?" เอนด์พูดพลางมองไปที่ห้องนั้นที่นัตสึกิเพิ่งเข้าไป
    "เอ๋! นั่นเป็นห้องครัวเหรอ?" อาโธร่าถาม
    "อืม นั่นเป็นห้องครัวที่มีโต๊ะกินข้าวเรียบร้อยเลยล่ะ แต่ตอนนี้มันเป็นห้องที่นัตสึกิเขาจะนั่งทานข้าวคนเดียวน่ะ" เอนด์อธิบาย
    "งั้นเหรอ? แล้วคุณยูกิชิโระเขาทำอาหารเป็นด้วยสินะ" คานาตะถาม
    "อย่าเรียกว่าทำเป็นเลย เรียกว่าอร่อยกว่าไปกินโรงแรมชั้น1อีกจะบอกให้..." เอนด์พูดและยกนิ้วด้วย
    "อร่อยขนาดนั้นเลย...แต่ตอนนี้หมายความว่าจะให้ฉันกับคานาตะอยู่ทานข้าวเหรอ?" อาโธร่าถาม เอนด์พยักหน้า
    "มันเป็นนิสัยของนัตสึกิเข้าน่ะ เวลาใครมาบ้านต้องได้ทานข้าวก่อนกลับทุกคน" 
    "อธิบายไปหมดแล้วใช่มั้ยเอนด์? งั้นเชิญแขกเข้ามาหน่อย" นัตสึกิเปิดประตูห้องและพูดบอกบัดดี้ด้วยเสียงต่ำ ก่อนจะปิดประตูไปดังเดิม
    "แหะๆ...เชิญเข้ามาทานอาหารเย็นก่อนกลับนะ เดี๊ยวทานเสร็จนัตสึกิคงคุยอะไรด้วยล่ะ" เอนด์พาคานาตะกับอาโธร่าเข้าไปข้างในห้องครัว บนโต๊ะอาหารก็มีอาหารที่ดูแล้วคานาตะกับอาโธร่าต้องไม่เคยกิน
    "นี่ข้าวอะไรเหรอ? มีธัญพืชเยอะจัง" อาโธร่าบินเข้ามาดูชามข้าวที่ถูกวางไว้ 3 ชามและถามนัตสึกิด้วยความสงสัย
    "ความอบเผือกน่ะ กินเป็นกันรึเปล่าคะ?" นัตสึกิยิ้มและถาม
    "แล้วทำไมมีแค่ 3 ล่ะของข้าไปไหน?" เอนด์ถามกึ่งโมโห นัตสึกิถอนหายใจ
    "ก็ของนายนั่นแหละ ฉันไม่ทานเพราะยังไม่หิว" นัตสึกิอธิบาย เอนด์ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ
    "ขอบคุณนะครับที่ชวนทานข้าว แล้วคุณยูกิชิโระไม่หิวจริงๆเหรอครับ?" คานาตะถามเพราะเป็นห่วง
    "ไม่คะ ฉันทานมาจากข้างนอกแล้ว ส่วนข้าวนี้มันเป็นของที่ฉันทำเมื่อตอนกลับมาที่นี่ตอนกลางวันเลยทำค้างไว้รับรองยังกินได้" นัตสึกิพูด
    "อาหารถ้าจะให้อร่อยต้องทิ้งไว้ก่อนไงล่ะ" เอนด์พูด คานาตะกับอาโธร่าหันมายิ้มก่อนจะลองกินเข้าไปดู
    "ถ้าไม่อร่อยบอกนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ" นัตสึกิพูดและดูคนฝั่งตรงข้ามทานอาหารฝีมือของเธอ
    "อร่อยมากเลย เอนด์พูดจริงหมดเลย" อาโธร่าพูดและทานต่อ
    "จริงอย่างที่อาโธร่าบอก ผมเพิ่งจะเคยกินเป็นครั้งแรกบอกเลยว่าอร่อยมากครับ" คานาตะชม นัตสึกิถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ในหัวก็กลับคิดถึงคนคนหนึ่ง
    "เห็นเธอแล้ว...คิดถึงเพื่อนที่จากไปจริงๆเลยคะ" นัตสึกิพูด คานาตะเงยหน้าขึ้นมามอง
    "เอ๋?..." คานาตะสงสัย นัตสึกิอมยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะพูดอะไรออกไป
    "ฉันรู้ว่าเธอจะถามเหตุผลที่ฉันเลิกบัดดี้ไฟท์...ใช่มั๊ย?" นัตสึกิถาม
    "อ..เอ่อ...ความจริงผมแค่อยากเล่นฟุตบอลกับคุณเท่านั้นเอง เลยต้องใช้เหตุผลอะไรดึงคุณเพื่อให้คุณยอมน่ะครับ" คานาตะบอก
    "อ๋อ!...งั้นรึ..." นัตสึกิพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา ก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้องจนคนข้างในงง
    "เดี๊ยวฉันเล่าให้ฟังก็ได้ นัตสึกิเขาไม่อยากฟังเรื่องในอดีตน่ะ" เอนด์พูด 
       "ฉันว่า...ฉันคงพูดอะไรไปทำร้ายจิตใจเขามากกว่า" คานาตะพูด แต่อาโธร่ากับเอนด์พยายามบอกว่าไม่ใช่เพื่อให้เขาสบายใจ
    "เพื่อนที่นัตสึกิหมายถึงน่ะ เป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่อนุบาลเลยล่ะ เขาเสียชีวิตไปตอนอยู่ป.6" เอนด์เล่าให้ฟัง 
    "เขาเสียชีวิตจากอะไรเหรอ? บอกได้ไหม?" คานาตะถาม เอนด์ทำหน้าสลดก่อนจะตอบไป
    "วันนั้นมันเป็นวันที่นัตสึกิจะต้องไปแข่งเป็นตัวแทนเอเชียไประดับโลก ที่หน้าสนามบินมันมีพวกอันธพาลกลุ่มหนึ่งไปแย่งการ์ดบัดดี้ไฟท์คนอื่น เพื่อนคนนั้นของนัตสึกิเข้าไปช่วยแต่พวกอัธพาลพวกนั้นกลับทำร้ายและพลักเพื่อนคนนั้นกระเด็นไปตรงถนน เลย...." เอนด์ไม่กล้าพูดมากกว่านั้น คานาตะได้ฟังก็รู้สึกสลดใจ
    "เพราะงั้นเลยไม่มีเหตุผลจะเล่นสินะ" อาโธร่าถาม
    "ใช่! เพื่อนคนนั้นเป็นเพื่อนคนแรกและคนที่สนิทกับนัตสึกิมากที่สุด...ถ้าไม่มีเขาแล้ว นัตสึกิคิดว่าแล้วจะเล่นบัดดี้ไฟท์ไปเพื่ออะไร..."
    "น่าเศร้าจังเลย แบบนี้เขายิ่งต้องการกำลังใจนะ" อาโธร่าพูด
    "เเรื่องมันผ่านไป 3 ปีแล้ว...นัตสึกิเขาก็เก็บไว้เป็นเพียงความทรงจำในอดีตเท่านั้นแหละ" เอนด์บอก ในขณะนั้นก็มีการทานอาหารต่อคานาตะฟังแล้วก็เข้าใจ...ถ้าเขาสูญเสียเพื่อนไปก็คงหมดความรู้เสียแบบเดียวกับนัตสึกินั่นล่ะ
  ไม่นานข้าวในชามก็หมดเอนด์เลยเอาชาม 3 ใบไปวางในซิงล้างจานหลังจากนั้นมั้ง 3 คนก็ออกมาข้างนอก เลยเห็นนัตสึกิกำลังนั่งถักไหมพรมอยู่พอดี  
    "อ้าว...นึกว่าวันนี้จะไม่ทำซะแล้ว" เอนด์บินมาอยู่ข้างๆ
    "กว่ารถไฟจะมาก็อีก 2 ชั่วโมงนั่งรกเมล์ไปไม่ถึงชั่วโมงเลยเบื่อทำงานที่เขาสั่งไว้ดีกว่า" นัตสึกิพูดและถักไหมพรมในมือต่อ 
    "จะทำผ้าพันคอเหรอครับ?" คานาตะเดินมานั่งใกล้ๆและถาม แต่นัตสึกิไม่รู้ตัวว่าเด็กหนุ่มมานั่งใกล้เธอตอนไหน
    "เปล่า...ทำเสื้อสเวตเตอร์คะ..." นัตสึกิพูด คานาตะถึงกับตกใจ
    "เอ๋...นั่นมันยากมากเลยนะครับ แล้วที่เขาสั่งเนี่ย...คุณยูกิชิโระทำขายเหรอครับ?" คานาตะถาม
    "ค่ะ! มันเป็นสิ่งที่ฉันชื่นชอบน่ะแถมคนอังกฤษเขาก็ชอบเลยขายดี" นัตสึกิพูด 
    "ขายให้คนต่างชาติเหรอ? แล้วเขาสั่งกี่ตัวล่ะ?" อาโธร่าถามบ้าง นัตสึกิอมยิ้มเล็กน้อย
    "20 ตัวคะเลยต้องตั้งใจทำ" คานาตะกับอาโธร่าแทบช็อก
    "เยอะขนาดนั้นเลย ทำไหวเหรอครับ?" คานาตะถาม นัตสึกิมองมาตามต้นเสียงของเด็กหนุ่มก่อนจะสะดุ้งตัวเล็กน้อย เพราะเพิ่งจะรู้ตัวว่าคานาตะมานั่งใกล้ๆนี่เอง
    "ไม่เยอะ...หรอกคะ ฉันเคยทำมากกว่านี้เองภายใน 4 เดือนน่ะ" นัตสึกิบอก
    "เยอะสุดที่นัตสึกิทำภายใน 4 เดือนน่ะคือ50ตัวนะ..." เอนด์บอก
    "โอ้โห เธอเก่งกว่าเครื่องจักมากเลยนะ" อาโธร่าชม
    "นิดหน่อยคะ ก็มันต้องเลือกวัสดุอุปกรณ์เองนี่คะเลยละเอียดกว่าเครื่องนิดหน่อย ช้าแต่ก็มีคุณภาพ" นัตสึกิพูด คานาตะฟังดูก็รู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก คำพูดของคนคนนี้ดูเป็นคนใจดีและไม่ห่วงความรู้และประสบการ์ณเลย ต่างจากตอนอยู่ที่โรงเรียนมาก
    "คุณยูกิชิโระครับ คุณจะมาที่โรงเรียไอโบกาคุเอ็นอีกรึเปล่าครับ?" คานาตะถาม นัตสึกิหันมามองอย่างสงสัยก่อนจะตอบไปว่า
    "ช่วงนี้ก็พอมาได้คะ เพราะต้องมาสอนห้องของเพื่อนเธอน่ะคะ" นัตสึกิพูด 
    "งั้นวันหลังเรามาเล่นฟุตบอลกันอีกนะครับ คราวนี้ผมจะชวนพวกกาโอมาเล่นด้วย" คานาตะพูด
    "ถ..ถ้าว่างก็พอได้อยู่นะ...คะ.."
    "จริงสิถ้าว่างผมอยากมาเล่นฟุตบอลกับเด็กๆที่นี่...ผมมาได้ไหมครับคุณยูกิชิโระ" คานาตะถาม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำถามที่ถามเธอมาก็เหมือนว่าเขานับถือและอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริงๆ 
    "เรียกชื่อก็ได้คะ..." นัตสึกิเอ่ยด้วยเสียงที่แผ่วเบา จนคานาตะงง
    "เรียกฉันว่านัตสึกิก็ได้คะ...โอโซระคุงสินะ" นัตสึกิพูด 
    "ครับ...แต่เรียกผมว่าคานาตะก็ได้ครับ เรียกนามสกุลแบบนี้ผมไม่ขินเลย" คานาตะพูด นัตสึกลักยิ้มให้ตัวเอง
    "ฉันขอเรียกแบบนี้นะคะ เพราะเราเพิ่งรู้จักกัน" นัตสึกิพูด
    "ง..งั้นชื่อ'นัตซัง' ผมขอเรียกแบบนั้นนะ" คานาตะพูด นัตสึกิตกใจหน้าแดง
    "ย...อยากเรียกเลยนะคะ มันน่า...อายจะตายไป" นัตสึกิพูด เพราะเธอเกลียดชื่อนี้จริงๆ
    "งั้นถ้านัตซัง เรียกผมว่าคานาตะเมื่อไร...ผมก็จะไม่เรียกล่ะกัน" คานาตะพูด นัตสึกิถึงกับถอนหายใจ ส่วนบัดดี้ของทั้ง 2 ก็แอบเงียบและหัวเราะเบาๆ
    "ต...ตามใจ...เธอเถอะ" นัตสึกิหันหน้าหนี และมาถักไหมพรมต่อไปคานาตะก็แอบดูบ้าง แอบล้อแกล้งบ้างแต่นัตสึกิก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยิ้มๆไปเท่านั้นเอง

    เด็กหนุ่มผู้ที่ทำให้รอยยิ้มของยมทูตแห่งสวรรค์กลับมาอีกครั้งหลังจากผ่านไป 3 ปี


    
  ช่วงเวลาของวันนั้นผ่านไป เวลาก็ล่วงเลยจนมาถึงเช้าของอีกวัน
    ณ ศูนย์ปฏิบัติการ์ณของบัดดี้โพลิส ในห้องของคอมันเดอร์ไอมีหญิงสาวผมสีน้ำเงินำลังนั่งจัดเด็คอยู่บนโต๊ะรับรองในห้อง
      "นานแล้วนะที่ไม่ได้เห็นเธอจับบัดดี้ไฟท์น่ะ" คอมันเดอร์ไอพูด หญิงสาวอมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
      "ก็....อยากจะจัดเอาไว้ก็แค่นั้นเองคะ" หญิงสาวนามยูกิชิโระ นัตสึกิพูด บัดดี้ของเธอก็กำลังนั่งมองเธออยู่ห่างๆเช่นกัน
      "แค่นั้นของเธอ ฉันว่าทาสุคุเขาคงจะดีใจมากๆเลยนะที่เธอกลับมาเล่นน่ะ" คอมันเดอร์ไอพูดและยิ้มดีใจไปด้วย
      "เดี๊ยวสิคะ ฉันแค่หยิบการ์ดมาจัด....ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาเล่นนี่คะ" นัตสึกิพูด ทำให้คอมันเดอร์ไอที่นึกว่าจะได้เห็น'ยมทูตแห่งสวรรค์'กลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการบัดดี้ไฟท์ซะอีก
      "ถึงงั้นจะไม่บอกทาสุคุเรื่องนั้นจริงๆเหรอ?" คอมันเดอร์ไอถาม นัตสึกิเหลือบสายตามามองก่อนจะตอบไปว่า
      "ไม่ค่ะ! ถ้ารู้มีหวังฉันคงอยู่ไม่สงบสุขแน่นอน" นัตสึกิตอบปฏิเสธ คอมันเดอร์ไอหัวเราะกับคำตอบของหญิงสาว
      "ทาสุคุน่ะโตแล้วนะ ไม่มาติดเธอเหมือนสมัยเด็กๆแล้วล่ะ"
      "ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ไม่น่าจะเอาเรื่องของฉันไปเล่าให้มิคาโดะ กาโอคนนั้นฟังเลย" นัตสึกิพูดอย่างหัวเสีย
      "ม...มันก็..(เถียงไม่เคยชนะเลยฉัน)" คอมันเดอร์ไอไม่รู้จะหาสรรพไหนมาพูดกับนัตสึกิเลย ไม่ว่าเขาจะมีความเป็นผู้นำขนาดไหนแต่เรื่องเหตุผลก็ไม่เคยชนะหญิงสาวเลย
      "นัตสึกิ ไปโรงเรียนไอโบกาคุเอ็นพร้อมทาสุคุไหม?ไหนๆก็ไปทางเดียวกันแล้วนี่" มังกรสีส้มแดงบัดดี้คู่ใจอย่างเอนด์ ดราก้อนหรือเอนด์ถาม
      "เช้าแบบนี้คงเพิ่งจะตื่นล่ะมั้ง ไม่ต้องไปกวนเขาหรอก" นัตสึกิพูดและรีบเอาการ์ดทั้งหมดเก็บเขาไปกล่องคอร์เด็คเคสของตัวเองก่อนจะเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้าง
      "โถ่....คอมันเดอร์ไอก็บอกไปแล้วไงว่าทาสุคุน่ะโตแล้ว เขาไม่ตื่นสายหรอกนะ" เอนด์พยายามพูดโน้มน้าวบัดดี้ แต่ดูเหมือนนัตสึกิก็ยังไม่สนใจกับสิ่งที่เขาพูด
      "เหรอ?...งั้นก็เชิญนายรอไปเถอะ แล้วค่อยไปเจอกันที่โรงเรียนนะ" นัตสึกิพูดและหยิบการะเป๋ามาสะพายทำท่าจะเดอนออกไปจากห้อง เอนด์เห็นแบบนั้นก็รีบบินไปหาทันที
      "แม้ฉันก็เเค่เสนอความคิดเห็นเอง...ไปโรงเรียนสินะ เราก็ไปกันเถอะ" เอนด์รีบเข้ามาอ้อนทันที 
      "ตามใจ..." นัตสึกิพูด คอมันเดอร์ไอเห็นก็ยิ้มแห้งๆพลางคิดในใจว่า
      "(แม้แต่บัดดี้ก็เถียงไม่ชนะ....)"
   ..ติ๋ง!...
     เด็กหนุ่มผมสีฟ้าคนหนึ่งพร้อมกับมังกรสีเขียวเดินเข้ามาในห้องของคอมันเดอร์ไอ 
     "ขออนุญาตินะครับ คอมันเดอร์ไอผมเอางานที่คุณสเตลล่าฝาก...."  เด็กหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาเมื่อเห็นหญิงสาวผมสีน้ำเงิน ดวงตาสีแดงก็ถึงกับเบิกกว้างอย่างตกตะลึ่ง
      "เอางานมาให้สินะ เชิญตามสบายคะ" นัตสึกิยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะหลีกทางให้และเดินสวนทางออกไปข้างนอกห้อง
      "ด..เดี๊ยวก่อนครับ คอมันเดอร์ไอเอางานนี้ไปตรวจด้วยนะครับ" เด็กหนุ่มนามริวเอ็นจิ ทาสุคุหันไปมองนัตสึกิที่เดินสวนไป ก่อนจะรีบเดินเข้ามาหาคอมันเดอร์ไอและส่งแฟ้มเอกสารงานให้ทันทีและรีบตามนัตสึกิไปอย่างไว
      "อ..เอ่อ..ขอบใจ...นะ" คอมันเดอร์ไอมองแฟ้มในมือแบบตั้งตัวไม่ทัน
      "พี่ครับ!" ทาสุคุตะโกนเรียก นัตสึกิที่เดินออกไปกำลังจะถึงหน้าประตูทางออกก็หยุดเดินและหันมามองเด็กหนุ่มด้านหลัง
      "พี่มาที่นี่จริงๆด้วย" ทาสุคุพูดด้วยสีหน้าที่มีความสุข นัตสึกิก็เพียงแต่มองด้วยสายตานิ่งๆ
      "แจ็ค สบายดีนะ" เอนด์บินไปหามังกรสีเขียว
      "เอนด์ก็ท่าทางสบายดีนะ" มังกรสีเขียวในร่างจิ๋วนามแจ็ค เข้ามาทักทายมังกรบัดดี้รุ่นพี่เก่าของเขา
      "...." นัตสึกิไม่พูดอะไรรีบหันหลังให้ทาสุคุและเดินออกไปทางประตู ทำเอาทาสุคุเริ่มใจหาย
      "พี่ครับ..." ทาสุคุรีบตามไป เอนด์กับแจ็คที่เห็นว่าบัดดี้ของพวกตนไปแล้วก็รีบตามไปด้วย
      "พี่กลับมาที่ญี่ปุ่นทำไมไม่ติดต่อผมเลยล่ะ ผมจะได้ไปรับ" ทาสุคุถาม แต่นัตสึกิยังคงเงียบเหมือนเดิม
      "เวลาเที่ยงคืน...เธอจะมาเหรอ?" นัตสึกิถามกลับ ทาสุคุสะดุ้งตกใจกับเวลาที่หญิงสาวพูด
      "เครื่องจากอังกฤษมาลงท่นี่ตอนนั้นผมก็มานะ พี่ไม่ยอมโทรมาบอกผม" ทาสุคุพูดแบบอารมณ์เสีย
      "ขอโทษแล้วกันคะ แล้วมีอะไรจะพูดหรือ...ถึงได้เดินตามมา" นัตสึกิถามด้วยเสียงที่นิ่งๆ แต่ทาสุคุยังคงพยายามคุยกับเธอเหมือนเดิม...เหมือนสมัยที่ยังอยู่ด้วยกันที่บัดดี้โพลิส
      "นัตสึกิดูเยือกเย็นกว่าเมื่อก่อนมากเลยนะ" แจ็คที่ตามมาทางด้านหลังของนัตสึกิและทาสุคุพร้อมกับเอนด์เอ่ยขึ้น
      "ไม่หรอก นั่นน่ะฉันว่าแค่แกล้งไปงั้นๆแหละ" เอนด์กระซิบบอก แจ็คตกใจเล็กน้อย
      "แกล้ง? ท่าทางคนอื่นเห็นถ้าไม่บอกก็ไม่รู้นะ" แจ็คพูด
      "ถึงจะเย็นชายังไง ทาสุคุก็เป็นเด็กที่นัตสึกิเลี้ยงมาเหมือนน้องชาย...ก็แค่ลองเดาใจน้องชายดูเท่านั้นล่ะ" เอนด์พูดและบินตามมาห่างๆ
      "ผมอยากคุยและอยู่กับพี่ในเวลาที่พี่ยังมาสอนกาโอคุงที่โรงเรียนไอโบกาคุเอ็นนะครับ" ทาสุคุบอก นัตสึกิได้ฟังก็อมยิ้มที่มุมปาก
      "กาโอ...มีเพื่อนสนิทแล้ว ฉันยังจำเป็นที่ต้องคุยกับเธอด้วยรึ?" นัตสึกิถาม อย่างที่เอนด์พูดเธอแค่อยากจะแกล้งน้องชายตัวเองเล่นๆเท่านั้น
      "พี่ครับ ถึงพี่จะแกล้งทำเย็นชากับผมหรือ...จงใจก็เถอะผมก็รักพี่เหมือนเดิมนะ" ทาสุคุพูดและเดินเข้าไปกอดหญิงสาวผมน้ำเงิน จนเธอตกใจทำตัวไม่ถูก
      "ยังมีความลังเลอยู่...ใช้ไม่ได้เลย" นัตสึกิเอามือไปลูบผมสีฟ้าของทาสุคุอย่างเบามือ ทาสุคุก็ยอมให้เธอลูบหัวโดยไม่ขัดขืน
      "ริวเอ็นจิคุง...พี่เคยสอนใช่มั๊ยว่าจะพูดอะไรให้พูดตามที่ใจเราเชื่อมั่นไม่ต้องไปลังเลว่ามันจะถูกหรือผิดทั้งนั้น เพราะคำตอบที่เราพูดมันไม่ผิดไม่มีถูกทั้งนั้น" นัตสึกิบอกน้องชาย ทาสุคุก็ยิ้มและพยักหน้า
      "งั้นวันนี้ผมขอกอดพี่นานๆเลยนะครับ" ทาสุคุพูดและกอดนัตสึกิไม่ยอมปล่อย โดยที่ระหว่างทางที่เดินมานั้นก็เดินมาจนจะถึงหน้าบันไดเลื่อนที่จะขึ้นไปโรงเรียนอยู่แล้ว
      "พอก่อน...ไว้เลิกเรียนค่อยว่ากัน" นัตสึกิผลักตัวทาสุคุเบาๆเพื่อบอกให้เขาปล่อย
      "ข..ขอโทษครับ" ทาสุคุพูด และทั้ง 2 คนก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนโดยที่เอนด์กับแจ็คที่เหมือนจะถูกลืมนั้นดีใจที่เห็น 2 คนนี้คุยกันได้แล้ว
   ในระหว่างที่ขึ้นบันไดเลื่อนกันอยู่ก็มีเสียงของเด็กหนุ่มผมสีฟ้าน้ำทะเลอ่อนแซมขาวร้องทักขึ้นมา
      "คุณทาสุคุ! นัตซัง!" เสียงทักนั้นดังจนทำให้ทาสุคุกับนัตสึกิหันมามอง พอนัตสึกิเห็นว่าเป็นใครเธอก็รีบหันหน้าหนีทำเป็นไม่เห็นแทน
      "คานาตะคุง มาแต่เช้าเลยนะ" ทาสุคุทัทายเด็กหนุ่มนามโอโซระ คานาตะกลับด้วยรอยยิ้มเด็กหนุ่มกก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนมายืนระดับใล้เคียงกับทาสุคุ
      "คุณทาสุคุก็เหมือนกันนะครับ แล้ววันนี้..." คานาตะมองไปทางนัตสึกิที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ตอนนี้ คานาตะแอบยิ้มอย่างเจ้าเลห์ก่อนจะถามคำถามจากทาสุคุ
      "วันนี้มากับนัตซังเหรอครับ?" คานาตะถาม แต่คำถามก็ทำให้ทาสุคุถึงกับเลิกคิ้วสงสัยสุดๆ แต่หญิงสาวผมน้ำเงินถึงกับตัวแข็งไม่กล้าพูดและขยับตัว
      "นัตซัง!...นี่ไปสนิทกันตอนไหนเนี่ยครับ? แถมแปลกนะที่พี่ยอมให้คนอื่นเรียกชื่อนี้" ทาสุคุพูดด้วยความสงสัย นัตสึกิไม่ยอมหันหลังมาตอบเลยทำให้คานาตะได้ทีแกล้งต่อ
      "นัตซังเขาอนุญาติให้เรียกได้น่ะครับ แล้ววันนี้นัตซังก็จะมาเล่นฟุตบอลกับพวกผมด้วย...คุณทาสุคุจะมาเล่นด้วยกันไหมครับ?" คานาตะพูด นัตสึกิยิ่งแทบอยากจะไปจากตรงนี้ไวๆเหลือเกิน
      "ฟุตบอล ก็ดีนะพี่เองก็ชอบ..." ทาสุคุกำลังจะหันหน้าไปถามนัตสึกิแต่กลายเป็นว่ามองอีกทีพี่สาวของตนก็ไม่อยู่ซะแล้ว
      "อ้าว! นัตซังไปไหนแล้วล่ะครับ?" คานาตะพูดอย่างสงสัย ส่วนทาสุคุก็ยิ้มแห้งๆ
      "คงจะใช้บัดดี้สกิลน่ะนะ" ทาสุคุพูด เพราะเมื่อกี้เขาหันไปหาแจ็คที่อยู่ด้านหลังเอนด์ก็ไม่อยู่ด้วยเหมือนกัน
      "บัดดี้สกิลเหรอครับ"
      "บัดดี้สกิลของเอนด์น่ะต่างจากของพวกเราปกติ คือสามารถเคลื่อนย้ายบัดดี้และตัวเองไปยังที่ที่บัดดี้ของตนต้องการได้น่ะ" แจ็คอธิบาย คานาตะฟังก็รู้สึกทึ่ง
      "แต่ว่าความสามารถนั้นน่ะมอนสเตอร์จาฮีโร่เวิลด์ยังทำไม่ได้ขนาดนั้นเลยนะ" เสียงของมังกรคู่หูของคานาตะที่ออกมาจากการ์ดในกระเป๋าของคานาตะเอ่ยขึ้น   
      "เอนด์เป็นมอนสเตอร์ที่ต่างจากมอนสเตอร์ตัวอื่นน่ะ...แต่คงเพราะพี่เองก็รู้เรื่องเวิลด์ทั้ง 9 ท่องแท้ส่วนนึงเลยทำให้บัดดี้มีความสามารถพิเศษไปด้วย" ทาสุคุพูด คานาตะเริ่มเอะใจกับคำพูดของทาสุคุเมื่อกี้นี้
      "(นัตซัง...คงจะเป็นคนที่สุดยอด กว่าที่เราคิดแน่ๆเลย)"

  ทางด้านนัตสึกิที่ใช้บัดดี้สกิลหนีมาถึงห้อง5 ห้องที่กาโอและเพื่อนๆจะมาเรียนที่นี่ประจำ เธอมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องอย่างโล่งอก
      "ทนฟังไม่ได้ถึงกับต้องใช้บัดดี้สกิลหนีเลยเหรอ?" เอนด์บินเข้ามาแซว
      "ไม่ได้มีคนพูดชื่อนั้นมานาน ฉันเลยรับไม่ค่อยจะได้" นัตสึกินั่งแบบใจกระวนกระวาย เพราะยังถึงคำพูดต่างๆที่คานาตะเรียกตนทุกอย่างเลยหยิบแทบเล็ตมาดูงานเพื่อลืมๆมันไป
      "เฉไฉที่ไรเป็นต้องเอางานมาดูทุกที" เอนด์พูด 
      "แล้วจะให้ฉันทำอะไรล่ะ! วันนี้ก็มีนัดกับเด็กคนนั้นเลยอยากจะส่งข้อความบอกเจ้าของร้านให้ส่งของมาให้ที่บ้านก่อน" นัตสึกิพูด เอนด์บินมาดู
      "แล้ววันนี้ัเล่นฟุตบอลกับคานาตะเสร็จจะไปกับทาสุคุต่อไหม?" เอนด์ถาม
      "ก็สัญญาไปแล้ว ก็ต้องไปอยู่แล้วล่ะ...ถามทำไม?" นัตสึกิตอบและถามกลับ
      "วันนี้ฉันอยากจะไปเล่นบัดดี้ไฟท์กับแจ็คน่ะ เลยอยากจะขอยืมเด็ค" เอนด์พูด นัตสึกิถอนหายใจ  
      "อ๋อ...ตามสบายเถอะ ฉันก็ไม่ได้เล่นอะไรอยู่แล้ว" นัตสึกิพิมพิมพ์ข้อความในเเทบเล็ตไปเสร็จก็ยิ้มการ์ดจากคอเด็คเคสมาดู
      "วันนี้ฉันจะไปดวลกับแจ็คหลังจากไม่ได้ดวลกันมานาน" เอนด์พูดอย่างร่าเริง ส่วนนัตสึกิก็มองการ์ดในเด็คแบบกังวลแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรรีบเก็บไปดังเดิม
      "(หรือเราจะกลับมาเล่นดูดีนะ)"

   ช่วงเวลาในโรงเรียนก็ผ่านพ้นไปตามปกติ จนมาถึงช่วงเวลาในตอนเย็นซึ่งเป็นช่วงที่นัตสึกิสอนนังสือที่ห้องของกาโอก็เก็บของลงกระเป๋าตามปกติ แต่วันนี้คานาตะกับอาโธร่ามายืนรอทำให้คนในห้องต่างสงสัย
      "คานาตะ นายมาที่ห้องฉันมีธุระอะไรเหรอ?" เสียงของเด็กหนุ่มผู้ได้ฉายาว่า'ลูกพี่เจ้าสุริยัน'นามมิคาโดะ กาโอเอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างคานาตะโดยมีเพื่อนๆของพวกเขามาหาด้วย
      "มารอนัต...เอ๊ย มารอคุณยูกิชิโระน่ะ" คานาตะพูด เล่นเอาทุกคนมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด
      "มา" คุกุรุ
      "รอ" บาคุ
      "คุณ" โนโบรุ   
      "ยูกิชิโระ" กาโอ
      "ใช่! ทำไมเหรอ..." คานาตะพูดเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ ตรงกันข้ามกับพวกกาโอมันไม่ปกติเลย
      "เดี๊ยวสิ...คานาตะคุง...ทำไมถึงพูดเหมือนคุณ...ยูกิชิโระกับเธอ...สนิทกันจังเลยล่ะ?" คุกุรุถามด้วยเสียงที่สั่น คานาตะก็ยิ้มให้เพื่อน
      "ก็ฉันรู้จักกับคุณยูกิชิโระนี่นา แล้ววันนี้ก็จะมาชวนพวกนายไปเล่นฟุตบอลด้วย" คานาตะพูด 
      "ฟุตบอลน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่นายมีธุระอะไรกับรุ่นพี่ยูกิชิโระล่ะ?" กาโอยังถามเอาประเด็นหลัง ซึ่งจังหวะนั้นนัตสึกิก็เดินเข้ามาแซกกลางวงสนทนา 
      "คือฉันสัญญาว่าวันนี้จะไปเล่นฟุตบอลกับโอโซระคุงน่ะคะ" นัตสึกิพูด เล่นเอากาโอกับคนอื่นๆปากค้างตามๆกัน
      "เล่นฟุตบอล" โนโบรุพูด
      "นี่รุ่นพี่ยูกิชิโระเล่นฟุตบอลด้วยเหรอครับ?" กาโอหันไปถามนัตสึกิทันที
      "ใช่! แถมเก่งไม่แพ้คานาตะเลยด้วย" คราวนี้อาโธร่าเป็นคนตอบแทน ทำนัตสึกิเขินกว่าเดิม    
      "ไม่น่าเชื่อ" บาคุหลุดปากพูดเสียงดัง ซึ่งนัตสึกิก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะยังไงมันก็คงจะแปลกสำหรับพวกเขา
      "ไปด้วยกันนะ จะได้ไปสนุกด้วยกัน" คานาตะชวนพวกกาโออีกครั้ง กาโอยิ้มอย่างดีใจฉบับของเขา
      "ไปแน่อยู่แล้วสิ ถึงจะไม่ได้แข่งบัดดี้ไฟท์กับรุ่นพี่ยูกิชิโระแต่ได้เล่นฟุตบอลด้วยกันก็ขอไม่ปฏิเสธ" กาโอพูดและรีบให้คานาตะไปที่ลานสนามกีฬาเร็วๆ
      "กาโอไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้" บาคุพูด นัตสึกิมองดูความเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาของพวกเขาก็อดที่จะยิ้มไม่ได้และเดินตามไป
      "รุ่นพี่ยูกิชิโระครับ ต่อจากนี้ผมขอเรียก'รุ่นพี่นัตสึกิ'ได้ไหมครับ" กาโอถาม นัตสึกิมองหน้าเด็กหนุ่มผู้มีไฟอันแรงกล้าซักพักก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไป ทำให้กาโอดีใจสุดๆจนเข้าไปกอดคอคานาตะ   
      "ผมชื่อโอโมริ บาคุฝากตัวด้วยนะครับรุ่นพี่นัตสึกิ" บาคุพูด
      "ส่วนหนูอุคิ คุกุรุคะ" ตามมาด้วยคุกุรุ
      "ผมโคโด โนโบรุครับ" โนโบรุปิดท้าย
   นัตสึกิฟังในสิ่งที่เด็กๆเหล่านี้ได้อธิบายก็รู้สึกดีใจที่เด็กรุ่นน้องเหล่านี้ต้องการที่จะเป็นเพื่อนกับเธอจากใจจริง

"ฝากตัวด้วยนะคะ....ทุกคน!"   
    

 


 


  

  

  
 

 


  

  

  


 


  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  
  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Agisai จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น