ตอนที่ 13 : โอ้ยๆๆๆ จะทำยังไงต่อไปดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    30 มี.ค. 62


     ช่วงนี้บรรยากาศในห้องทำงานมันก็จะดูอึดอัดนิดๆ ภาคินเร่งงานสารพัดสารพันจนมือน้ำหนึ่งแทบจะหงิกตายอยู่แล้ว รู้หรอกน่าว่าจะให้ทุกอย่างแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน หน้าตาภาคินเคร่งเครียดตลอดเวลา แถมอาทิตย์หลังๆนี่เขาไม่ได้ไปส่งน้ำหนึ่งที่ห้องอีกเลย คงต้องเตรียมตัวเตรียมงานมั้ง สำหรับน้ำหนึ่งเหรอ ก็ไม่เป็นไร ก็ดีใจด้วยถึงมันจะจี๊ดๆ แปล๊บๆลึกๆในอกบ้างแต่เขาต้องทนให้ได้ ผู้ชายกับผู้ชายก็ได้แค่นี้แหละ

     

     ภาคินหยุดงานไปสามวันแล้ว ข่าวซุบซิบจากคุณแพนและสาวๆบอกว่ากำหนดงานจะถึงอีกสองวันข้างหน้า ตอนนี้คงกำลังยุ่งอยู่ละมั้ง น้ำหนึ่งนั่งมองโต๊ะทำงานที่เคยเห็นคนตัวสูงก้มๆเงยๆเคร่งเครียดกับเอกสารตรงหน้าอยู่ทุกวัน บางวันแทบไม่มีเวลากินข้าว หลายครั้งที่เขาต้องซื้อมาวางไว้ให้ ภาคินชอบกินข้าวแกงกระหรี่ ตบท้ายด้วยกาแฟร้อนขมๆส่วนเวลานอนก็ไม่ชอบให้น้ำหนึ่งใส่เสื้อผ้า ชอบกอดรัดให้หนุนแขนแทนหมอนทั้งคืนไม่เมื่อยบ้างหรือไงก็ไม่รู้ แต่มันก็อุ่นดีนะ  

Rrrrrrrr

  เสียงโทรศัพท์ปลุกน้ำหนึ่งให้สะดุ้ง นี่เขากำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย 

" คุณภาคิน " โทรมาทำไมหรือจะสั่งงานละมั้ง 

" สวัสดีครับ " น้ำหนึ่งกดรับ ใจเต้นแรงก็เขากำลังคิดถึงนายนี่อยู่พอดี

" เย็นนี้ฉันไปรับนายที่บริษัทนะ มีเรื่องจะบอก "

" เอ่ออออ บอกอะไรเหรอครับ "

" ตกลงนะ แค่นี้ก่อนฉันกำลังยุ่งอยู่

ตื๊ด.....ตื๊ด.....ตื๊ด..... ภาคินวางสายไปแล้ว อะไรวะ มีไรทำไมไม่คุยซะให้รู้เรื่องไปเลย มันคาใจนะเนี่ย เฮ้ย ! หรือจะมาบอกขอโทษน้ำหนึ่งและสารภาพที่ตัวเองจะแต่งงาน  หรือกลัวแฟนรู้เลยจะมาบอกให้ปิดเรื่องระหว่างตัวเองกับน้ำหนึ่ง หรือไม่มีอะไรแค่อยากหาความสุขใส่ตัวก่อนจะสละโสด โหไม่ว่าจะอะไร มันก็เชือดเฉือนความรู้สึกเขาให้เจ็บปวดทั้งนั้น กะจะฆ่ากันให้ตายตรงนี้เลยใช่ไหม คุณภาคิน เจ็บหนึ่งคือคุณแย่งมิ้นไปจากเขา เจ็บสองนี่บีบคั้นฝังลึก และคงจะยาวนานมากถ้ายังทำงานอยู่ด้วยกัน 


" เราจะไปไหนกันเหรอครับ " น้ำหนึ่งหันไปถามภาคิน เมื่อขึ้นมานั่งบนรถและรู้สึกว่าทางที่กำลังไปมันไม่ใช่ห้องเขาแน่นอน

" หาอะไรกินกัน " ภาคินบอก ถึงวันนี้การจัดการเรื่องต่างๆที่บ้านใหญ่เขาจะยุ่งวุ่นวายแค่ไหน แต่พอมาเห็นหน้าคนตัวเล็กก็แทบจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง สิ่งที่เขาจะบอกกับผู้ช่วยเขาน่ะเหรอ ก็ความในใจไง มันทนเก็บไว้ต่อไปไม่ไหวเขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

   หลังกินข้าวเสร็จ ภาคินชวนน้ำหนึ่งให้เดินเล่นชมบรรยากาศรอบๆร้าน เมื่อถึงใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีไฟประดับไปทั่วน้ำหนึ่งยืนแหงนมอง 

" สวยจัง "

ภาคินดึงมือเล็กขึ้นมาจับไว้  น้ำหนึ่งมองตามด้วยความงงงวย เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

" น้ำหนึ่ง ฉันรักนาย " คำพูดกับหน้าตาจริงจังของภาคิน ทำน้ำหนึ่งยืนอึ้ง ความตื้นเขิน อิ่มเอิบจนรู้สึกอุ่นวูบวาบไปทั่วตัว

" ตกลงเป็นแฟนกันนะ "

" ฮะ เอ่อ ..."เกิดมาก็เพิ่งเคยบื้อใบ้จนนึกไม่ออกว่าจะตอบยังไงดี รู้สึกตัวอีกทีภาคินดึงเขาเข้าไปกอดแน่นเอาคางเกยไว้บนหัว

" พรุ่งนี้นายกับฉันจะไปเที่ยวเชียงรายกัน

" ตะ แต่ผมต้องทำงาน "

" ไม่ต้อง ฉันเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นะไปเที่ยวพักผ่อนกัน สักสองอาทิตย์ "

เคลียร์งานเหรอแต่ที่ภาคินทำเพราะกำลังจะหยุดไปแต่งงานนี่ แล้วทำไมจะไปเชียงรายได้ "

"คุณจะทิ้งงานแต่งงานไปเหรอ " เมื่อสงสัยก็ต้องถามใช่ไหม ภาคินขยับดันน้ำหนึ่งออกห่างนิดนึงเพื่อมอง คิ้วขมวดมุ่น

" นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง

" กะ ก็ รู้แล้วกัน "

" เรื่องงานแต่งงาน ช่างเถอะ อย่างไรเสียมันก็ต้องล่มอยู่ดี " ภาคินถอนหายใจยาวเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำเขาเครียดมาหลายวัน

" ทำอย่างนี้มันไม่ดีนะ คุณไม่ควรทำอย่างนี้ "

น้ำหนึ่งพูดไปส่ายหัวไป

" ฉันอยากอยู่กับนาย แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว " ภาคินยิ้ม

        น้ำหนึ่งยืนนิ่งเขาควรจะทำยังไงดีอ่ะ

" เดี๋ยวกลับกันเลยดีกว่า นายจะได้มีเวลาจัดของด้วย ภาคินบอก น้ำหนึ่งนั่งนิ่งมาตลอดทางที่กลับห้อง เขาคิดอะไรไม่ออกเลยตอนนี้ มันสับสน

" หกโมงเช้า เจอกันที่สนามบินนะครับ " คำสั่งเบาๆข้างหูหลังสิ้นสุดจูบร้อนแรงบนรถที่ภาคินทำให้น้ำหนึ่งล่องลอยจนแทบจะลืมทุกอย่างบนโลกใบนี้  เรื่องนี้เรื่องเดียวละมั้งที่ดูเคมีจะเข้ากันได้ดีเหลือเกิ้น

 

    น้ำหนึ่งนอนพลิกไปพลิกมา กระสับกระส่าย  บางทีการตัดสินใจก็เป็นเรื่องที่เจ็บปวดนะ เขาควรจะทำยังไงดี  ภาคินบอกรักเขา มาบอกอะไรตอนนี้ มันช้าไปไหม มันสายเกินไปหรือเปล่า 

ตัวเองกำลังจะแต่งงานอยู่วันสองวันแล้ว ถ้าถามว่าตอนนี้เขารักนายภาคินไหม มันก็อธิบายยากนะ ความรักคืออะไรเขายังไม่รู้เลย ที่มีให้มิ้นคือ อยากดูแล เป็นห่วง แต่กับภาคินคือรู้สึกดีที่มีคนดูแล ปกป้อง มันมีความสุขมันอบอุ่นหัวใจ แต่ถ้าจะให้เขาตอบรับความรักจากภาคิน แลกกับการทำลายชีวิตของผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างมิ้น เจ้าสาววิวาห์ล่ม... งั้นเหรอ  เธอจะเสียใจแค่ไหน เธอจะยืนในสังคมต่อไปอย่างไร มันไม่ยุติธรรมเลย แล้วคนอย่างน้ำหนึ่งก็รับไม่ได้เช่นกัน เขาควรยึดถือในความถูกต้อง เขาต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด

 

" หลังไหนวะเนี่ย  "  น้ำหนึ่งมองบ้านเลขที่ที่จดไว้บนกระดาษเล็กๆในมือ ก่อนหันซ้ายหันขวาดู วันนี้เขาออกจากห้องเช่าตอนเช้าตรู่ แต่ไม่ได้ไปสนามบินตามที่นัดกับภาคินไว้ น้ำหนึ่งเลือกที่จะมาหามิ้น คนที่หอบอกว่ามิ้นย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้เขาก็เลยตามมา  เจอแล้ว !บ้านสองชั้นดูหรูราคาแพง และเริ่มตกแต่ง ประดับประดาบางส่วนเพื่อรอรับงานมงคล อนาคตมิ้นกำลังไปได้สวย มีงานดีๆทำและกำลังจะมีครอบครัวที่อบอุ่น น้ำหนึ่งคิดถูกแล้วที่ทำแบบนี้ เขาส่งข้อความบอกเรื่องที่เขาไม่สามารถรับรักของภาคินได้ และสารภาพเรื่องจริงทุกอย่างตั้งแต่ที่หาทางเข้ามาทำงานใกล้ ๆเพราะอะไร เรื่องจับผิด เรื่องถ่ายรูป และลงท้ายด้วยว่าเขาไม่ได้ชอบไม่ได้รักภาคินอย่างที่เคยบอกไป ให้ภาคินกลับไปแต่งงานกับมิ้นซะถ้ายังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่  ส่วนเรื่องงานถ้าภาคินจะเมตตายกโทษให้เขาก็อย่าไล่เขาออกจากงานเพราะเขารักงานที่นี่  ส่งเสร็จก็ปิดเครื่องไปไม่งั้นภาคินอาจฆ่าเขาจริงๆ ตอนนี้คงต้องไปอาศัยนอนห้องไอ้เฮงก่อนจนกว่างานแต่งจะผ่านพ้น แต่ที่เขาต้องมาหามิ้น เพราะกันไว้ถ้านายภาคินเกิดบ้าดีเดือดทิ้งทุกอย่างจริงๆ มิ้นควรได้รับคำเตือนล่วงหน้าบ้างอย่างน้อยก็จะได้แก้ไขทัน ถ้าถามว่าทำไมต้องแคร์มิ้น ความผูกพันธ์ทางใจที่ยาวนานมันย่อมแน่นกว่าความสัมพันธ์ทางกายเพียงไม่กี่เดือนใช่ไหม

  

    น้ำหนึ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะกดกริ่งที่หน้าประตูบ้าน สักพักมิ้นเดินออกมา แต่เมื่อเห็นน้ำหนึ่งสีหน้าเธอเครียดขึ้นมาทันที 

" หนึ่ง มาที่นี่ทำไม " แค่เสียงฟังดูก็รู้ว่าไม่พอใจ

" มิ้น หนึ่งแค่มีเรื่องอยากมาเตือนน่ะ "

" เรื่องอะไรอย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องคุณคิน พรุ่งนี้มิ้นจะแต่งงานแล้วมันไม่มีประโยชน์หรอกหนึ่ง "

" แต่มิ้น

" ขอร้องเถอะอย่ามายุ่งกับชีวิตมิ้น เรื่องของเรามันจบแล้ว กลับไปซะ อย่าให้ชีวิตมิ้นต้องถูกทำลายเพราะคำว่าแฟนเก่าได้ไม๊"

" ฟังกันก่อนซิ ฟังกันก่อนสักครั้ง" น้ำหนึ่งเริ่มโมโหเขาไม่ได้จะมาทำลายชีวิตใครทั้งนั้น ไม่รักกันแล้วเลิกกันแล้วเขาก็พร้อมจะเข้าใจ ไม่ได้ว่าก็แค่เป็นห่วง 

" ไม่ต้องมาพูดอะไรทั้งนั้น ออกไปไกลๆเลย "มิ้นเสียงดังสูงปรี๊ดชี้มือไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมา

" หนึ่งไปแน่ แค่อยากจะเตือนให้เฝ้าเจ้าบ่าวไว้ดีๆแค่นั้น ก่อนที่วันแต่งจะหายตัวล่องหนจนวิวาห์ล่มไม่เป็นท่า " คนอย่างน้ำหนึ่งก็โมโหเป็นเหมือนกันนะ ถ้าไม่คิดว่าจะมีบาปติดตัวไปจนตายละก็ เขาจะคว้าภาคินมากกกอดไว้เลยเชียว

 มิ้นถลามาดึงเสื้อเขาทันที " ไอ้บ้า ไอ้บ้า พูดอะไรออกมานายมันบ้าไปแล้ว " มิ้นกรี๊ดๆทุบเขาจนต้องปัดป้อง ก่อนที่น้ำหนึ่งจะถูกแรงเหวี่ยงมหาศาลจนหงายท้องล้มลงไปนอนกับพื้น 

" นายทำอะไรแฟนฉัน " เสียงเข้มดุตะคอกแรง ยืนจังก้าอยู่ข้างหน้า น้ำหนึ่งค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองใจเขาเต้นเป็นกลองเพล ช่างมันอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด

" คินคะ ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอก " มิ้นดึงแขนคนตัวสูงไว้แน่น

" มีซิ ก็เห็นๆอยู่ว่ามันจะทำร้ายมิ้น ซ่านักใช่ไหม " คอเสื้อน้ำหนึ่งถูกกระชากขึ้นก่อนที่หมัดหนักๆจะกระทบช่วงแก้มเขาจนชาดิก รู้สึกถึงความเค็มของเลือดในปาก 

" คินคะ พอเถอะ พอได้แล้ว "

" ทำไม เจ้าบ่าวจะล่องหนงั้นเหรอ กูตัวเป็นๆอยู่นี่  หรือมึงจะเอาอีกหมัด "

" คิน มิ้นบอกให้หยุดไง" มิ้นแทบจะร้องไห้ออกมา เพราะรู้ว่าเวลาแฟนตัวเองโมโหจะเกรี้ยวกราดไร้เหตุผลบ้าคลั่งเกินจะควบคุม

" ห่วงแฟนเก่าเหรอ กูยืนฟังมาสักพักแล้ว "

" คินบ้าไปแล้วเหรอ อย่ามาหยาบคายกับมิ้นนะมิ้นแค่ไม่อยากให้มีเรื่อง "

ซองในมือของคนตัวใหญ่ที่ถูกกำจนยู่ยี่ ขว้างมาใส่หน้าน้ำหนึ่ง 

" อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีกนะ ไม่งั้นกูไม่เอามึงไว้แน่ " คนตัวใหญ่ตะเบ็งเสียงดังแล้วหันไปลากมิ้นจนเซไปเซมาเข้าบ้าน 

       น้ำหนึ่งนั่งทรุดลงกับพื้น ความรู้สึกตอนนี้เหรอ หลักๆก็เจ็บปากไง  งงด้วย มึนไปหมด ไอ้คินจอมโหดแฟนมิ้นนี่มันคินไหนวะ ไม่ใช่นายภาคินเจ้านายเขา ไม่ใช่ใช่ไหม ทำไมไม่ใช่อ่ะ งงในงง น้ำหนึ่งแกะซองที่ยับยู่ยี่นั้นดู

การ์ดแต่งงาน

  ...มินตรา เอี่ยมปอ  ❤️ นาคิน ภานุภาพ  ..น้ำหนึ่งค่อยๆสะกดทีละตัวอีกรอบ

ชื่อนาคิน นามสกุลเดียวกันกับภาคินเป็นญาติฝ่ายไหนกันเหรอ เป็นงานแต่งญาติงั้นรึ  คนละคน คนละคนกันจริงๆ แฟนมิ้นชื่อนาคิน งั้นภาคินก็ไม่มีแฟน ที่มาขอน้ำหนึ่งเป็นแฟนเพราะรักเขาน่ะซิใจน้ำหนึ่งอู้ฟู่ ฟูฟ่อง พองโตจนคับอกขึ้นมาทันที มันดีใจ มันระเบิดความอิ่มเอิบตื้อตึงจนขนลุก


" 5555555 ไอ้เชี่ย คนละคนกัน 555555 บ้าไปแล้ว ไอ้หนึ่งมึงบ้ามาก 55555 คนละคนนี่หว่า 555555555 โง่อะไรเบอร์นี้วะ 555โอ๊ะ!! โอ้ยเจ็บปาก ซี๊ด อูย.. มึงแม่งเอ้ยย  ทำอะไรลงไปวะเนี่ย "  

      ใครผ่านมาเห็นน้ำหนึ่งตอนนี้ก็คงคิดว่าเป็นบ้า สมองก๊อง ที่นั่งหัวเราะอยู่คนเดียว พูดคนเดียว ปากก็ก็แตกบวมเจ่อจนเลือดไหล  เมื่อตั้งสติได้น้ำหนึ่งรีบดึงโทรศัพท์จากกระเป๋ามาเปิดเครื่อง  

" เฮ้ยยยเจ็ดสิบสี่สายไม่ได้รับจากเบอร์เดียว คือ ภาคิน  เขากดโทรออกหาภาคินทันที

... ตื๊ด ....ตื๊ด....ตื๊ด..., ปิดเครื่อง 

  งานเข้าอย่างใหญ่หลวงละมึง ไอ้หนึ่งเอ้ย ภาคินต้องได้อ่านข้อความที่เขาส่งไปให้แล้วแน่ๆ 

ทำไงดี ทำไงดี อยากจะเขกหัวตัวเองซักร้อยที    


     " เอาวะ ถึงจะเป็นมหกรรมการง้อที่ต้องเอาตัวเข้าแลกเขาก็จะยอม ชดใช้กรรมให้กับความเซ่อซ่าของตัวเอง นายนั่นคงไม่ใจร้ายขนาดจะฆ่าจะแกงเขาหรอกมั้ง   สู้ๆ ฮึบ ✌️ "







     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

0 ความคิดเห็น