(minseon) my pizza

ตอนที่ 4 : Vegetarian 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61


Vegetarian

4



 

 

 

 

ซอนโฮ

‘…’

พี่มีเรื่องจะคุยด้วย

 

 

 


14:05

Dongho : เมื่อเช้าคอลหากู?

Seongwoo : เออ มึงทักกูพรุ่งนี้ก็ได้นะกูไม่รีบ

Dongho : อย่ากวนตีน

Dongho : มีไรพูด

Seongwoo : พิมพ์แทนได้มะ

Dongho : มาพิมพ์ใกล้ๆ ตีนกูนี่

Seongwoo : (สติ๊กเกอร์ร้องไห้)

Seongwoo : แค่จะบอกว่าคลิปที่มึงให้หาเจอละค่ะเพื่อน กราบกู

Dongho : ส่งมา

Seongwoo : สองร้อย

Dongho : ส่งมา อย่าให้กูไปตามถึงบ้าน

 

มึง

 

มินฮยอนถอนหายใจ

 

เขาซึ่งอยู่ในอาการง่วงจนแทบจะวูบหลับพยายามแล้วที่จะไม่พาลใส่คนรอบตัว แต่ก็ดันหันไปกดหัวคิ้วค้อนดงโฮทันทีที่โดนสะกิดเรียกตามอารมณ์กรุ่นๆ ในหัว

 

ใจจริงอยากจะหัวให้มันเลิกอมยิ้มเหมือนอย่างที่เหลือบตามองมาตลอดทั้งคลาสอยู่หรอก

หากแต่การสบตากับพี่เบิ้มของกลุ่มในคราวนี้ไม่มีแววล้อเล่นเหมือนครั้งแรก

 

มีอะไรจะเล่าให้กูฟังไหม?”

 

มินฮยอนชะงัก

 

เขาไม่ได้ตอบรับนอกเหนือจากการหลุบตาลงมองมือถือของดงโฮบนโต๊ะเลคเชอร์ ที่มีแจ้งเตือนแชทเด้งขึ้นมาให้เห็นอยู่สองสามครั้งจากซองอู จ้องอยู่นานจนหน้าจอดับลงไปซะเฉยๆ ..

 

14:10

Seongwoo : (ส่งคลิปวีดีโอ)

Seongwoo : กูจะฟ้องพี่มินฮยอน

Seongwoo : เวรเอ้ย T-T

 

ถึงจะเป็นประเภทปากดีคู่ซี้กับซองอูไปวันๆ แต่คนจริงอย่างดงโฮ ไม่ใช่พวกชอบสอดรู้นัก และน้อยครั้งที่จะยอมยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร ซึ่งการที่เพื่อนหุ่นหมีถามประโยคนั้นออกมา ก็ทำเอามินฮยอนต้องย้อนกลับไปคิดเรื่องตัวเองใหม่อีกครั้ง

 

กระทั่งเวลาจะล่วงเลยจนจบคลาสชดเชย ก็ดูเหมือนหนุ่มว่าที่เกียรตินิยมคนเก่งจะไม่ได้ความรู้ใส่สมองกลับไปเลยสักนิด

 

มินฮยอนเดินขนาบดงโฮออกมายังหน้าตึก รู้สึกได้ชัดถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป จนต้องตัดสินใจเปิดปากเรียกเพื่อนที่คอยแต่จะสับเท้าหนีตัวเองให้หยุดฟัง

 

กดดันเก่งที่หนึ่งไอ้ดงโฮ

 

กูมีอะไรจะถาม

 

ดงโฮยอมหยุด เขาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มมองหน้ามินฮยอนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอียงหัวไปยังรถคันคุ้นตาของซองอูที่จอดรออยู่ไม่ไกล

 

ขึ้นไปถามเพื่อนทั้งหมดนั่นแหละไอ้ห่า

 

 

 

 

ไอ้อง นี่ซอนโฮ เพื่อนเจ้าหลิน

หวัดดีคร้าบ

เออไหว้พ่อมึงเถอะน้อง แล้วมาทำอะไรล่ะ

พวกพี่มีใครเก่งญี่ปุ่นบ้างป่ะครับ ผมลงวิชาเลือกผิดอ่ะ

ไอ้ห่าดงไง

มันหลับ มึงจะปลุกไง?’

ไม่เสี่ยงโดนตีน งั้นน้องลองไปอ้อนคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนั้นดูแล้วกัน

ใครอ่ะพี่?’

หล่อน้อยกว่าพี่นิดนึง ชื่อมินฮยอน

 

 

 

 

“ไหนมึงบอกว่ามันกลับบ้าน?”

 

มินฮยอนยอมเปิดปากถามดงโฮ เมื่อนั่งจ้องซองอูที่กำลังขับรถปาดหน้าปาดหลังอยู่สักพัก

 

“กูก็เพิ่งมาถึงนี่แหละค่ะพี่มินฮยอน” ซองอูชิงตอบคำถามด้วยน้ำเสียงทะเล้นตามฉบับ เขาเหลือบมองกระจกไปยังเบาะหลังซึ่งวิชวลของกลุ่มนั่งกอดอกอยู่ แล้วก็ได้แต่นึกหมั่นไส้อยู่ลึกๆ ..

 

สภาพดูไม่จืดที่ดงโฮบอกเขาในแชทแทบจะหักลบกลบจนมิดกับการการแต่งตัวเรียบๆ แต่โคตรจะดูดีของมัน เหยียบเบรกให้หัวมันทิ่มหน้าแหกสักทีดีไหม หมั่นไส้ว่ะ

 

แต่สายตาขวางๆ ที่จ้องเขาเขม็งอยู่ตอนนี้ .. ดูไม่น่าปลอดภัยที่จะทำสักเท่าไหร่เนี่ยสิ

 

“มีอะไรก็พูดมาเหอะว่ะ เก็บไว้คนเดียวระวังอกแตกตายนะโว้ย”

 

“ใครพูดกับเพื่อนมึงไอ้ดง”

 

“อ้าวพี่มินฮยอนคะมึง--

 

“พอไอ้สัดเข้าเรื่องที” ดงโฮที่นั่งข้างคนขับแทรกขึ้น เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ น้ำเสียงเย็นๆ ของมินฮยอนไม่ค่อยปลอดภัยกับกบฏอย่างซองอูสักเท่าไหร่ ขืนไม่เบรกเอาไว้มีหวังถูกต่อยปากแตกไปอีกคนแน่ “พวกกูไม่พูด ไม่ใช่ไม่รู้นะว่ามึงเป็นแบบนี้เพราะใคร”

 

“...”

 

“แล้วกูก็รู้แค่ว่าเมื่อคืนซอนโฮเมา”

 

“...”

 

“เพราะมึงรึเปล่าวะมินฮยอน?”

 

ตัวต้นเหตุยอมละสายตาหนีไปพึ่งวิวตึกสูงด้านนอก ก่อนลูบหน้าตัวเองจนรู้สึกเจ็บแปลบที่มุมปาก

ดงโฮตรงประเด็นเสียจนทำให้เขาสมองตื้อขึ้นมาอีกครั้ง มินฮยอนเอนหลังระบายลมหายใจเฮือกใหญ่เผื่อแผ่ความอึดอัดให้คนในรถได้ยินกันอย่างทั่วถึง ใบหน้าขาวซีดของคนอดนอนมีร่องรอยความลำบากใจอยู่ไม่น้อย

 

“กูไม่รู้” มินฮยอนหลับตาลง เขาไม่ได้ตอบกวนใคร แม้ในใจจะนึกโทษตัวเองไปแล้วเกินครึ่ง และรู้อยู่เต็มอกว่าซอนโฮไม่เคยดื่ม อีกทั้งมีพี่ขี้หวงแบบแดเนียลด้วยแล้วยิ่งเป็นไปได้ยาก เขาไม่แน่ใจอะไรเลยในตอนนี้ “กูไม่รู้จริงๆ”

 

“...”

 

“กูรู้แค่คนที่ทำซอนโฮร้องไห้เมื่อคืน .. คือกูเอง”

 

 

เพราะงั้น .. พี่ปล่อยผมไป .. ได้ไหม

ผมเจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้ว

 

 

มินฮยอนนึกวูบโหวงในใจทุกครั้งที่เสียงสั่นเครือดังขึ้นในหัว

 

เขารู้ดี เด็กอย่างซอนโฮเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าใคร เพราะฉะนั้นการที่รุ่นน้องพูดประโยคเหล่านั้นออกมาพร้อมกับความอ่อนแอที่ค่อยๆ ไหลอาบแก้มช้าๆ ก็คงไม่มีใครผิดไปมากกว่าเขา ที่ยังจัดการกับความรู้สึกยุ่งเหยิงของตัวเองได้ไม่ดีนักในตอนนั้น

 

อย่าร้องไห้

 

เป็นเพียงแค่เสียงแผ่วเบาที่หลุดออกจากปากเมื่ออีกคนหันหลังเดินจากไป

มินฮยอนมีคำพูดมากมายที่อยากบอกให้ซอนโฮได้รู้

เขาผิดเอง

 

 

...

 

 

พี่ครับ

สอนญี่ปุ่นผมหน่อยดิ

 

ฮวัง มินฮยอน ยอมรับว่าเราสนิทกันเร็วมาก หมายถึงเขากับเด็กที่ชื่อ ยู ซอนโฮ คนนั้น

เด็กสิบหกขวบที่ตัวสูงเกินอายุ หน้าตาดี กินดุ และช่างจ้อ นั่นคือความคิดแรกที่เขาจำได้

 

พี่ชื่อมินฮยอนเหรอครับ หน้าตาดีเหมือนผมเลยแฮะ

 

ด้วยความที่มินฮยอนเป็นน้องเล็กของครอบครัว ทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่ กับเด็กตัวโตที่คอยแวะมาวนเวียนถามโน่นพูดนี่ให้คนโลกส่วนตัวสูงอย่างเขาตอบหรือเออออตามอยู่ทุกสุดสัปดาห์

 

เราเข้ากันได้ดี -- ไม่สิ จะพูดให้ถูกก็คงต้องบอกว่า ซอนโฮตามเขาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เด็กคนนี้ไม่ได้หัวอ่อนหรอก นอกจากอีคิวจะดีเกินมนุษย์โลกแล้วซอนโฮยังไอคิวสูงไม่เบา แต่เพราะเหตุผลที่เจ้าตัวบอก ผมชอบพี่ แบบถูกชะตามากๆ อะ และการที่เขาสามารถยัดภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นใส่กะโหลกเด็กวิทย์-คณิตฯ จนสอบจนผ่านวิชาเลือกนั่นอีก ..

 

สนิทกับมินฮยอนจังนะมึง

ผมเคารพพี่มินฮยอนมากๆ

อ้อเหรอ

เวลาอยู่ด้วยก็สบายใจ ไม่เหมือนอยู่กับพี่

อ้าวเด็กเปรตนี่

‘ฮ่าๆ ถ้าอยู่เฉยๆ ก็คงไม่โดนเด็กด่าหรอกไอ้ซองอูเอ้ย

 

หนังสือทุกเล่มที่มินฮยอนอ่าน เพลงทุกเพลงที่เขาฟัง หรือหนังทุกเรื่องที่เขาดู ซอนโฮตามเก็บแทบจะทั้งหมด คงเพราะแบบนั้นเลยทำให้เราคุยกันเข้าใจได้เกือบจะทุกหัวข้อสนทนา

 

และเพียงแค่เดือนเดียว .. เราก็ตัวติดกันยังกะปาท่องโก๋

 

นี่น้องหรือลูกลิงวะ

 

มินฮยอนหัวเราะเมื่อได้ยินคำนี้จากปากเพื่อนในกลุ่ม

 

เขาตลกหน้าตามึนๆ ของเจ้าลูกลิงที่ย่อตัวกอดเอวซุกอกตัวเองไม่ปล่อย มินฮยอนคิดว่าตัวเองติดสกินชิพกับคนสนิทพอตัวเลยล่ะ แต่เจอซอนโฮเข้าไปก็ต้องขอยอมแพ้ เด็กคนนี้เอะอะจับเอะอะกอดเขาแทบจะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน

 

พี่กอดหน่อย

กอดผมหน่อย

กอดหน่อยครับ

 

ทีแรกก็งงจนต้องถามซ้ำว่าขออะไร แต่พอนานเข้าก็เริ่มชิน

 

ความรู้สึกเหมือนมินฮยอนกำลังเลี้ยงน้องสิบหกขวบตัวโต แต่การแสดงออกไม่ต่างจากเด็กหกขวบที่ชอบเรียกร้องหาความรัก ซอนโฮมีวิธีการกอดที่ค่อนข้างสวนทางกับขนาดตัว แขนยาวๆ ที่เอาไว้ชู้ตบาสฯ ชอบยื่นไปรั้งคนเป็นพี่ให้เข้ามาใกล้แล้วค่อยสวมกอดเขาเอาไว้ซะแน่น อีกทั้งยังแนบแก้มลงกับลาดไหล่กว้าง ถูออดอ้อนไปมาเหมือนเด็กไม่รู้จักโตซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

 

อาจจะดูตลก แต่ไม่เลย ออกจะน่าเอ็นดู ใครก็เห็นด้วย

เป็นเด็กที่ไม่ควรทำให้เสียใจ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

 

 

 

 

“มินฮยอน” ดงโฮเรียกคนที่นั่งเหม่ออยู่เบาะหลังให้กลับเข้าบทสนทนาอีกครั้ง เขาส่ายหน้าขัดซองอูให้ขับรถไปอีกทางเพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน “มึงรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าซอนโฮชอบมึง”


“.. อืม”


“ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

 

พี่ร้องไห้เหรอ

...

พี่ร้องไห้ .. ร้อง .. ร้องทำไมครับ?

ออกไปก่อน พี่อยากอยู่คนเดียว

ไม่เอา

ซอนโฮ

ถึงไล่ผมก็ไม่ไปหรอกนะ

...

ผมจะกอดพี่เอาไว้แบบนี้แหละ

 

 

“วันที่แม่กูเข้าโรงบาล”

 

...

 

“ซอนโฮจูบกู”

 

 

 

 

บางครั้งซอนโฮก็วุ่นวายมากเกินไป

มินฮยอนอยากจะดุเจ้าเด็กเจี๊ยบอยู่เหมือนกัน .. ที่กอดไม่ปล่อยหลังจากรู้ว่าแม่ของเขาต้องเข้าผ่าตัด แถมยังคอยเช็ดน้ำตาให้ไม่ห่าง จนกระทั่งผลออกมาพ้นขีดอันตรายนั่นแหละ แม้จะอยู่ในภาวะทรงตัวก็ตามที

 

แต่ก็ต้องขอบคุณซอนโฮ เพราะถ้าไม่มีเด็กคนนี้อยู่ข้างๆ เขาคงแย่กว่าที่เป็น

 

พี่ร้องไห้เพราะผมเหรอ?’

 

แถมยังพูดติดตลกจนเขาหลุดหัวเราะออกมาได้อีก

 

เรานอนข้างกันในห้องรับรองญาติผู้ป่วย มินฮยอนยังคงตกอยู่ในสภาวะเครียดจนไม่สามารถข่มตาได้ลง เขาทำเพียงแค่ปิดเปลือกตาเอาไว้หวังให้ตัวเองผล็อยหลับไป และคิดว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น

 

แรงกอดบริเวณช่วงเอวจากคนข้างๆ ไม่ได้ทำให้คนพี่ตกใจสักเท่าไหร่ ซอนโฮนอนดิ้นเป็นทุนเดิม ทว่าวันนี้แตกต่างออกไปก็ตรงที่รุ่นน้องคนสนิทขยับมากผิดปกติ จนหุนหันลุกขึ้นนั่งในที่สุด

 

คุณป้าจะต้องไม่เป็นอะไร

 

คล้ายกับเสียงพึมพำเพราะเบาจนแทบจะกระซิบ แต่มินฮยอนกลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ได้ยินแบบนั้น

 

มินฮยอนรักซอนโฮเหมือนน้องชายคนหนึ่ง และดีใจที่เด็กคนนี้นึกเป็นห่วงแม่ของเขาเหมือนแม่อีกคนของตัวเอง ปลายนิ้วเย็นของเจ้าเด็กเจี๊ยบสัมผัสเข้ากับหลังมือขาวที่ประสานกันเอาไว้บนหน้าท้อง ซอนโฮเคาะอยู่สามสี่ครั้งคล้ายกับกำลังพิสูจน์ว่าอีกคนหลับสนิทรึเปล่า

 

พี่

 

ใจหนึ่งมินฮยอนคิดอยากจะขานรับ แต่ร่างกายก็เหนื่อยจนคร้านจะขยับปากตอบโต้ เลยทำเป็นนิ่งซะจนอีกคนชะล่าใจ

 

และใครจะรู้ว่าการแกล้งหลับในวันนั้น จะทำให้เขามองซอนโฮเปลี่ยนไปจนแทบกู่ไม่กลับ

 

 

 

 

 

 

“ซอนโฮอาจจะแค่จุ๊บรึเปล่าวะ”

 

ซองอูที่กำลังจดจ่ออยู่กับการขับรถบนโทรลเวย์พยายามหาเหตุผลมาแย้ง แม้ปลายเสียงจะแผ่วและไม่ค่อยมั่นใจนัก

 

เขารู้นิสัยเจ้าเด็กเจี๊ยบดีระดับหนึ่ง เรื่องเล่าวีรกรรมไล่จูดุ๊บแก้มเพื่อนจากปากควานลินยังคงพีคเสมอเมื่อนึกถึง การจุ๊บอาจเป็นสิ่งที่ซอนโฮแสดงออกเป็นเรื่องปกติก็ได้ และคนที่รู้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นมินฮยอนไม่ใช่รึไง

 

“จุ๊บแบบให้กำลังใจไงมึง” ซองอูย้ำ พลางกระแซะดงโฮ

 

“ที่ปากน่ะนะ?” นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังแย้งอีก ไอ้ทรพี

 

แต่ก็ใช่ว่าดงโฮจะไม่คิดตามเสียเมื่อไหร่ เขาก็เป็นอีกคน .. ที่หน้าตาเหี้ยมเกรียมของตัวเองไม่ได้ป้องกันการโดนเกาะแกะจากเจ้าเด็กเจี๊ยบได้เลย กอด ซบ หรือกระโดดทับเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งนั้น ..

 

แต่ที่ปากนี่บอกเลยว่าไม่เคย และจะไม่ให้เด็ดขาด!

 

“ก็จุ๊บปากไงมึง” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ซองอูก็ยังคงหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาชักสังหรณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กลิ่นตุๆ หวังว่าไอ้ดงโฮคงจะไม่ได้ตด “ถ้าไม่ได้แบบ เอ่อ ขยับ รึแบบ ..”

 

ซองอูยื่นไม้ต่อให้พี่เบิ้มของกลุ่มซึ่งก็รู้งานโดยทันที ดงโฮถึงกับหันหน้าไปถามมินฮยอนด้วยตัวเอง เขาหวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่ซองอูพูดมา อยากจะให้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นเป็นความหวงตัวไม่เข้าท่าของเพื่อนวิชวลตัวสูงเองซะมากกว่า

 

แต่การถอนหายใจเป็นคำตอบจากมินฮยอนก็ค่อนข้างหมดหวังเชียวล่ะ

ว่าคงไม่ใช่แค่การประกบปากแล้วแยกย้ายอย่างที่อยากให้เป็นกัน

 

“กูขับผิดเลนเลยเนี่ย” ซองอูกุมขมับ

 

ถึงจะแผ่วเบา .. แต่มินฮยอนมีสติรับรู้ดีว่าการขยับปากเชื่องช้าของรุ่นน้องคนสนิท .. มันเกินกว่าคำจำกัดความที่ซองอูคิด และถึงแม้จะไม่ได้ล้ำลึกอีกทั้งออกจะเงอะงะ แต่ระยะเวลาก็ไม่ได้สั้นเลยสักนิด

 

“มึงโกรธน้อง?”

 

มินฮยอนหลบตาดงโฮ “.. ตอนนั้นกูรู้สึกหลายอย่าง” เขาไม่ใช่คนชอบพูดเรื่องส่วนตัวมากนัก และแน่นอนว่ารู้สึกไม่ดีที่ต้องเล่า แต่เมื่อได้พูดออกมาขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก “กูอาจจะโกรธ แต่กูก็ยังหลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร”

 

เพราะนั่นคือซอนโฮ .. น้องชายที่มินฮยอนไว้ใจ และไม่เคยคิดเกินเลยด้วยสักครั้ง

 

เขาช็อกจนแทบไม่อยากลืมตาขึ้นมายอมรับความจริง เพราะมากกว่าความสับสนที่กำลังก่อตัวขึ้น .. ก็คือความขัดแย้งในใจ

 

มินฮยอนพยายามข่มมันเอาไว้และทำตัวให้เป็นปกติ เขาย้ำกับตัวเองว่าซอนโฮอาจจะโตแค่ตัว และติดสกินชิพจนไม่รู้ขอบเขตในการแสดงออกความรักที่มีต่อพี่ชาย

 

แต่ประเด็นคือซอนโฮไม่เคยทำแบบนี้กับใคร

 

อย่างมันจะไปเคยจูบใคร

แกมั่นใจได้ไง

แล้วพี่คิดว่ามันเคยปิดอะไรผมได้บ้างล่ะ

 

ควานลินเป็นคนแรกที่มินฮยอนนึกถึง เด็กไทเปตอบอย่างไม่ยี่หระเมื่อเขาเลียบเคียงถามอ้อมโลกโดยอ้างคำว่า อยากรู้ ควานลินทำให้เขาสะดวกใจที่จะถามเสมอโดยการไม่ซักไซ้หาความจริง และมั่นใจได้เลยว่าเด็กคนนี้จะไม่เอาเรื่องคนอื่นไปพูดต่อแน่

 

เหตุผลหลักๆ ก็คงเพราะมันขี้เกียจนั่นแหละนะ

 

แย่ขึ้นไปอีกเมื่อความเป็นจริงมินฮยอนต้องเจอหน้าซอนโฮทุกสัปดาห์ เจ้าเด็กเจี๊ยบทำตัวเป็นปกติราวกับเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้น แม้จะเตือนตัวเองให้คิดในแง่ดีเข้าไว้ แต่รอยยิ้มน่ารักสมวัยในคราวแรกก็ถูกตีความหมายผสมอคติโดยตัวเขาเองจนได้

 

เพราะไม่เข้าใจถึงได้ตั้งคำถาม และเมื่อไม่กล้าที่จะถามเลยเลือกที่จะสังเกตแทน

 

ซอนโฮอาจจะยังไม่รู้ แต่แววตาและท่าทางชื่นชมของเจ้าตัวลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าพี่น้องเข้าไปทุกที

 

ถ้าตอนนี้มึงเป็นผู้หญิง คิดว่าตัวเองจะทำอะไร?

ผมคงไปจีบพี่มินฮยอนแหละมั้ง

โอ้โหมาว่ะ ฮ่าๆ

เฮ้ย ล้อเล่นพี่ นั่นพี่ผมป่ะจะทำแบบนั้นได้ไง ฮ่าๆ

 

คลิปที่ซองอูไลฟ์ขำๆ กับซอนโฮหลังจากนั้น .. เป็นตัวขยายความรู้สึกกังวลในใจของมินฮยอนไห้กว้างขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

เพราะมันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงกับสีหน้าไม่ชอบใจที่ซอนโฮเผลอแสดงออก .. เวลาเขาถูกเนื้อต้องตัวคนอื่น

 

ผมอยากทำแบบที่พี่ทำกับเพื่อนบ้าง

หมายถึงเกมผูกเชือกที่ข้อมือแบบนี้น่ะเหรอ?

อื้อ ผมอยากผูกกับพี่

 

ไม่รู้ว่าว่าเป็นเพราะการแสดงออกของซอนโฮหรือเพราะมินฮยอนคิดมากไปเองกันแน่

 

ทำไมมึงต้องทำเหมือนกำลังหลบหน้าซอนโฮแบบนี้ด้วยวะ

 

แต่ที่รู้คือมินฮยอนไม่อยากเสียน้องชายที่ตัวเองไว้ใจไป

 

เขาเพียงแค่ขอเวลา .. ให้ทั้งตัวเองได้ทบทวน

และให้ซอนโฮได้เจือจางความรู้สึกล้ำเส้นนี้ลงไปบ้างก็เท่านั้น

 

 

 

...

 

 

 

มินฮยอนรู้ว่าพักหลังมันชักจะไปกันใหญ่

เขาไม่ได้จงใจหลบหน้าซอนโฮอย่างที่เพื่อนกล่าวหานักหรอก อาจมีบ้างที่พยายามบ่ายเบี่ยงเพราะยังไม่สบายใจเท่าที่ควร อีกทั้งงานในคณะก็ล้นมือจนไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอย่างอื่นเลยด้วย

 

ช้านะ

โทษที อาจารย์เรียกคุย

 ‘..พี่มินฮยอน

กลับไปได้แล้วผู้ใหญ่เขาจะติวกัน

 

มินฮยอนแย่งไซเดอร์จากซอนโฮมากระดกได้โดยไม่ต้องขอ เพราะถึงยังไงซะเจ้าเด็กเจี๊ยบก็ต้องยัดมันใส่มือเขาเหมือนทุกทีอยู่ดี และอยากขอบคุณพระเจ้าที่คำจิกกัดจากเหล่าเพื่อนไม่ได้ทำให้รอยยิ้มน่ารักของน้องชายคนนี้หายไป

 

วันนี้พี่ไปยิมไหมอะ?’

 

มินฮยอนเคยนึกชอบที่ซอนโฮเป็นเด็กมองโลกในแง่ดี และความสามารถนั้นก็ถูกงัดเอามาใช้กับเขาด้วยอีกคน ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้ก็ยังคงไม่รู้ตัวอีกตามเคย

 

กำลังจะไป

 

มินฮยอนพยายามแล้ว เขาไม่อยากใช้น้ำเสียงติดจะเย็นชาแบบนี้กับน้องนัก แต่เพราะซอนโฮแสดงออกว่าอยากให้เรากลับไปสนิทกันเหมือนที่เคยเป็น ทั้งที่สายตาห่างไกลจากเดิมมากซะขนาดนี้ ..

 

มันยิ่งทำให้มินฮยอนหงุดหงิด

 

ที่เดิมป่าว ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหม?’

วันนี้มีเพื่อนมารับน่ะ

เจ๋ง งั้นพวกเราก็ไม่ต้องใช้รถเมล์

วันนี้พี่มีธุระต้องไปต่อ เราอยู่นี่แหละดีแล้ว

 

เขาหงุดหงิดที่อีกไม่นานตัวเองคงจะต้องใจร้ายมากขึ้น และจะต้องทำให้น้องเสียใจอย่างไม่มีทางเลือก ทั้งที่ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้เลยสักนิด

 

พี่ .. จะไปส่งผมเหรอ?’

ก็คงใช่ จงฮยอนมันฝากมาน่ะ

 

คราวนั้นก็ด้วย มินฮยอนอยากไปส่งซอนโฮใจแทบขาด

แต่เพราะเขาเริ่มลำบากใจ และในหัวก็กำลังประท้วงอย่างหนัก

 

มินฮยอนคิดเรื่องนี้มาอย่างจริงจัง ว่าแท้จริงแล้วถ้าเรายังอยู่ใกล้กัน ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าหากซอนโฮรู้ตัว .. เด็กคนนี้จะยอมรับในความรู้สึกของตัวเองหรือไม่ เพราะถ้ายอมรับแล้วล้ำเส้นมากกว่าเดิม ..

 

ผมกลับเองได้น่า

ไม่ต้องทำหน้าเป็นห่วงเลย ผมนัดเพื่อนเอาไว้ มันรออยู่ป้ายรถเมล์แล้วเนี่ย

 

เขากลัว .. กลัวว่าถ้าถึงวันนั้นเขาอาจจะมองซอนโฮไม่ดีเข้าให้จริงๆ

 

มินฮยอนไม่ได้รังกียจ แต่เขาอยากปกป้องซอนโฮในฐานะพี่ชาย ไม่ใช่คนรัก

 

กูบอกซอนโฮว่ามึงไปเดทกับจีฮุน

 

คำที่จงฮยอนใช้ตอบซอนโฮในตอนนั้นทำให้เขาต้องพยักหน้ารับ ถึงจะไม่พอใจแต่คิดอีกแง่ก็อาจเป็นเรื่องดีที่ทำให้ซอนโฮเข้าใจไปในทิศทางตรงกันข้าม น้องชายของเขาจะได้ขีดเส้นแบ่งตัวเองเอาไว้ และอาจจะทำให้คิดเรื่องพี่ชายคนนี้น้อยลงบ้าง

 

มึงรู้ไหม ที่จริงวันนั้นหลินมันขอติดรถกลับพร้อมกู แล้วมันก็ดูฉุนด้วยที่ต้องกลับรถเมล์

คิดว่าไงวะมินฮยอน?’

 

แต่ถ้าหากซอนโฮรู้ตัวแล้วห่างออกไปอย่างที่เขากำลังทำอยู่ .. คนใจร้ายอย่างเขาก็ต้องกลับมานั่งทบทวนตัวเองใหม่อีกครั้งอยู่ดี

ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันใช่ทางออกที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง

 

 

 

 

 

 

“แล้วน้องจีฮุนของมึงนี่ยังไง?”

 

ดงโฮยังคงไม่หันหน้ากลับไป ไอ้เพื่อนรักหน้าโหดใช้สายตาใส่ใจมินฮยอนอย่างไม่ลดละ ถ้าไม่ติดว่าที่ผ่านมามันไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขานักล่ะก็ จะด่าว่าสอดรู้อัดหน้าแรงๆ สักที

 

“ตอบไปแล้วว่าน้อง”

 

“น้องห่าอะไรขึ้นสถานะคบกัน?” คำถามของดงโฮส่งให้คนขับรถอย่างซองอูพยักหน้ารัวเห็นด้วยราวกับรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน

 

“น้องรหัสตอนไฮสกูล” มินฮยอนถอนหายใจเหนื่อยหน่าย “และมันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”

 

 

 

 

 

 

เพื่อนพี่ทักมาด้วยแหละ

 

พัค จีฮุน เด็กไฮสกูลปีสามที่มินฮยอนรับเป็นติวเตอร์ให้ กำลังนั่งเลื่อนกรุ๊ปแชทของมินฮยอนอย่างเอาใจใส่อยู่บนรถเต่าคันเล็ก โดยอ้างว่าแบตฯ มือถือของตัวเองหมด

 

หน้าตาน่ารักที่ทุกคนชื่นชม .. กำลังยิ้มกวนประสาทมินฮยอนอยู่ไม่ห่าง

 

ใคร?

 

สุดหล่อน่ะ

 

ว่า?’

 

ดูเหมือนติดฝนอยู่แต่ไม่มีรถกลับ .. อ๋า น่าสงสารจัง จีฮุนเหล่มองคนขับที่กำลังกลอกตาให้ตัวเอง โดยไม่ได้บอกเนื้อความต่อจากนั้นว่าซองอูที่กำลังรอนั้นอยู่กับใคร เราก็อยู่ใกล้ๆ นี่เองเนอะว่าไหม

 

อยากทำอะไรทำเถอะครับน้องจีฮุน

 

คำประชดประชันจากมินฮยอนไม่ได้ทำให้จีฮุนรู้สึกผิดเลยสักนิด

รุ่นน้องที่เขานิยามเอาไว้ว่า โคตรจะตัวแสบพิมพ์ตอบซองอูอย่างรวดเร็ว แล้วก็หนีไม่พ้นคนตัวสูงต้องตีรถกลับเพื่อไปรับเพื่อนตัวซวยตามคาด ทั้งที่ปกติเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เคยไปรับมันเลยสักครั้ง

 

แต่พอเห็นซอนโฮยืนอยู่กับซองอูเท่านั้นแหละ

 

คนนี้นี่เอง

 

มินฮยอนพลาดถนัด หน้าและน้ำเสียงของจีฮุนฟ้องทุกอย่างว่ารู้เรื่องมาตั้งแต่ต้น ทนไม่ไหวต้องเอื้อมมือไปบิดหูเจ้าตัวแสบจนร้องโอดโอยไม่เป็นภาษา

 

และดูจากหน้าตื่นๆ ที่ปิดไม่มิดของซอนโฮแล้วคงแปลกใจไม่น้อยที่เห็นรถเต่าคันคุ้นเคย คงเพราะเราไม่ได้เจอกันมาสักพักหนึ่ง อาจไม่นานนักแต่ก็สามารถทำให้รู้สึกประหม่าที่จะต้องพบกันอยู่ไม่เบา

 

จีฮุนเป็นฝ่ายปลดล็อคประตูรับทั้งสองให้ขึ้นมาโดยไม่ถามความพร้อมของคนขับ มินฮยอนเลยเลือกที่จะกระซิบขู่จีฮุนเอาไว้ว่า อย่าวุ่นวายให้มากนัก

 

แต่ก็นั่นแหละ เขารู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ผล

 

คนนี้เหรอครับ ยู ซอนโฮ?’

 

นอกจากจีฮุนจะไม่ฟังคำขู่แล้ว ยังปั่นหัวซอนโฮให้เผยด้านที่ไม่น่ารักออกมาทีละนิด โดยเจ้าของรถต้องชั่งใจตลอดทางว่าควรจะห้ามประโยคไหนของสงครามเย็นครั้งนี้ดี เพราะเขาไม่ไว้ใจจีฮุนที่กุมความลับของตัวเองอยู่เลยสักนิด

 

และจีฮุนก็เป็นเด็กเลี้ยงแกะมากกว่าที่คิด

 

มินฮยอนเหลือบมองคาดโทษทันทีที่เจ้าเด็กแสบล้วงเอามือถือของตัวเองออกมาเลื่อนหน้าจอล่อตาซอนโฮ และแบตฯ ก็ไม่ได้หมดตามที่ปากว่า ..

 

แค่จะบอกว่ารับแอดแล้วล่ะ

 

ใช่ มินฮยอนกับจีฮุนสนิทกันมาก มากแบบรู้ไส้รู้พุงกันเลยทีเดียวล่ะ

 

 

 

 

 

 

“น้องรหัส?”

 

“เคยสนิทกันเหี้ยๆ ห่างกันเพราะกูมาอยู่กับเหี้ยกว่าอย่างพวกมึงนี่ไง”

 

“แล้วน้องจีฮุนชอบใครวะ?”

 

“ใช่เรื่องที่ต้องถามตอนนี้ไหมสัด” ดงโฮขัดหน่วยสอดรู้อย่างซองอู จนได้ยินเสียง อ้าว ตามมา เพราะเริ่มออกนอกทะเลไปไกล “มึงยังไม่ตอบเรื่องสถานะ”

 

“แต่กูอยากรู้เรื่องความลับของมันมากกว่า” ซองอูแยกเขี้ยวใส่ดงโฮที่กำหมัดเตรียมพร้อมไว้รออยู่ก่อนแล้ว แต่มันไม่กล้าฟาดมาหรอก เพราะตอนนี้เขาขับรถ ใครชนะก็รู้ๆ กันอยู่

 

“เอางี้” ดงโฮกลับมานั่งกอดอกก่อนจะบอกทางให้ซองอูเลี้ยวเข้าไป “ตอบพวกกูมาก่อนว่าที่มึงเครียดขนาดนี้เพราะอะไร?”

 

ซองอูกระตุกยิ้มกับคำถามนั้น ที่จริงเขาพอจะรู้อะไรมานิดหน่อย แต่ก็อยากให้เพื่อนผู้รู้ตัวช้ายอมรับกับตัวเองให้แน่ชัดก่อน และแน่นอนว่าเรื่องนี้เขาได้นัดแนะกันกับดงโฮเอาไว้แล้วนิดหน่อย

 

“ถ้าคำตอบของมึงคือซอนโฮ ก็ควรแก้ที่ต้นเหตุไหมวะ?”

 

หลังจบประโยคจี้ใจจากดงโฮ ซองอูก็จอดรถลงยังหน้าหอพักแห่งหนึ่งซึ่งไม่คุ้นตานัก

 

“ไอ้แดนบอกว่าซอนโฮอยู่ที่นี่ .. หยุด! อย่ามองกูแบบนั้นค่ะที่รัก” ซองอูยกมือขึ้นห้ามมินฮยอนที่ดูเหมือนจะจ้องเล่นงานตัวเองอีกรอบ “กูรู้ว่ามึงเคืองที่กูสนิทกับมัน แต่นั่นน้องเอกกู”

 

“มันกวนตีนกู”

 

“ซอนโฮเป็นน้องรักของมันไงคะพี่มินฮยอน”

 

“ส่วนกูก็เป็นเพื่อนมึงซองอูอย่าลืม”

 

“ถ้าลืม กูคงเอาเรื่องมึงไปพูดเหี้ยๆ แล้วไหมวะ บอกตรงนี้เลยว่าไม่เคยโว้ย” คำพูดและหน้าตาของซองอูจริงจังขึ้น ประกอบกับการพยักหน้ายืนยันจากดงโฮ มินฮยอนเลยยอมที่จะคลายสีหน้าลง

 

และนั่นทำให้ซองอูเบ้ปาก “แต่ไอ้หลินอยู่ด้วย มึงก็ลองออดอ้อนตีนมันดูหน่อยก็แล้วกัน”

 

“เอาไง”

 

มินฮยอนถอนหายใจอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

“ซอนโฮ”

“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

 

มินฮยอนกลั้นหายใจเมื่อได้สบตากับรุ่นน้องคนสนิท

 

ซอนโฮเปิดประตูออกช้าๆ ใบหน้าขาวของเด็กคนนี้ก็ยังคงน่าเอ็นดูไม่เปลี่ยนในสายตาเขา แม้จะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏให้ปวดใจอยู่ไม่น้อย

 

รอยยิ้มบางที่แย้มต้อนรับก็ดูฝืนจนคนมองรู้สึกผิดจนหายใจไม่ออก

 

“พี่ขอ--

 

“ผมยัง ..”

 

“...”

 

“.. ไม่ยังพร้อมจะคุยกับพี่ ..”

 

“...”

 

“.. ตอนนี้ครับ”

 

คำขอโทษแผ่วเบาของซอนโฮคือประโยคสุดท้าย ก่อนที่ประตูจะปิดลงดังเดิม

โดยปล่อยให้มินฮยอนจมอยู่กับความรู้สึกที่เอ่อขึ้นจนแทบล้น ..

แต่เจ็บไปทั้งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

 

120%

TBC

#มินซอนพิซซ่า

พาร์ทหน้าจบแล้ว เราจะทำยังไงกันดีคะพี่มินฮยอนของน้ององ

ขอโทษที่ทำให้รอนานน้า หัวหมุนเลยช่วงนี้

ยังมีส่วนที่รอการเฉลยอยู่สามสี่ฉาก

มาจบทุกอย่างด้วยรอยยิ้มกันเนอะ

-ชิเอิน-





? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

356 ความคิดเห็น

  1. #341 verytomo (@verytomo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:42
    เจ่บบปวดใจ
    #341
    0
  2. #284 Ai da Demon (@demon-da) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 01:20
    เขาไม่รักว่ะแก แงง
    #284
    0
  3. #271 PCHC74 (@Ploy74) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 10:01
    สงสารร
    #271
    0
  4. #245 SeonHolic (@dosmsnun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:21
    ชั้นก็ยังไม่พร้อมมมมม แต่พอได้อ่านมุมของอิพี่ชั้นก็เข้าใจนะคะ พี่น้อฃเอยอะไรเอยพอจุ่ๆเริ่มรับรู้ความรุ้สึกที่เปลี่ยนจะอึดอัดก็ไม่แปลก เเพราะฝ่ายเราไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ถ้าแกจะตีตัวออกห่างขนาดนั้นก็ทำให้เป็นเรื่องเป็นรางเถอะ สงสารคนที่มันไม่รู้อะไรบ้าง จมอยุ่กับความอัดอึดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้ที่มา บอกตรงๆเหมือนคนตาบอดที่พยานามพลักกำแพงเพื่อหาทางออก พยายามมำทุกอย่างเป็นปกติทั้งที่แกตีตัวออกห่าง เข้าใจอยุ่ว่าสับสนเลยรักษาระยะห่าง แต่รู้ป่ะว่ามันจะทำให้ยิ่งแย่ โอย ชะ้นสงสารทั้งคู่
    #245
    0
  5. #214 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 00:13
    น้องยังไม่พร้อมนะพี่มินให้เวลาน้องหน่อยนะ
    #214
    0
  6. #182 pryfah (@ibunyaporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 10:11
    แงง อยากอ่านต่ออ
    #182
    0
  7. #181 🌙 (@PPATTANAN) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 22:49
    ยังรอให้ไรท์มาต่ออยู่นะคะ แง??
    #181
    0
  8. #177 pencilcolors (@pencilcolors) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 11:49
    เพิ่งได้อ่าน แบบรวดเดียวจบเลย ????????????
    สงสารน้องมากกว่านิดนึง แต่ก็พอเข้าใจความสับสนของทั้งพี่มินฮยอนแล้วก็น้องด้วย

    ไม่รู้ไรท์จะมาต่อไหม แต่ก็จะรออยากให้มาต่อจริงๆ นะคะ
    #177
    0
  9. #176 imisjustpeaeye (@eyes_supattra) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:50
    อินมากเลยเด้อ ร้องไห้ตามเลยอ่ะฮืออออ สงสารซอนโฮ T_T
    #176
    0
  10. #175 Menka Desu。 (@sujareesomjit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:05
    ชอบการบรรยายประกอบกับที่แทรกเรื่องจริงมากค่ะ ไรท์เก่งจริงๆ อ่านแล้วรู้สึกหน่วงตามตัวละคร คือเราชอบเรือนี้มากๆจนค่อนข้างจะเป็นบ้าเลยทีเดียวค่ะ555 อ่านแล้วรู้สึกอยากจะตบมินฮยอนให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยค่ะ55(คนไม่รู้ใจตัวเอง) ส่วนซอนโฮก็เป็นลูกเจี๊ยบตัวน้อยที่รักมินฮยอนไม่เเปลี่ยนแปลง สี่ตอนสำหรับเรามันมีความหมายต่อเรือลำนี้มากๆTT เราคาดหวังตอนจบที่สวยงามนะคะ55 #ปูเสื่อรอตอนต่อไปค่ะ 
    #175
    0
  11. #174 Creamwa (@warisatanmadee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 17:42
    เฮ้ออออ อ่านแล้วนึกถึงตัวเองเลยอ่ะ อินมาก ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว55555 มาต่อเร็วๆนะคะ
    #174
    0
  12. #173 Gaston (@asrumd3) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 03:05
    เป็นแบบที่เราคิดเอาไว้เลย! เราก็ไม่ได้อยากให้ทั้งสองลงเอยกันอยู่แล้ว! เพราะน้องซอนโฮก็ยังมีคนดีๆอย่างควานลินและคุณแดนอยู่ แต่ก็อยากให้มินฮยอนโดนบ้าง คือถ้าแกจะหวังน้องชายที่น่ารักกลับคืนมาด้วยการกระทำงี่เง่าแบบนี้ ก็สมควร! ต่อไปนี้จะต้องไม่มีซอนโฮที่น่ารักแล้ว! จะต้องเป็นซอนโฮที่เฉยชาใส่มินฮยอนบ้าง! 
    #173
    0
  13. #172 MB17119 (@mtbb1618) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 16:18
    T____T
    #172
    0
  14. #171 d-ohx (@d-ohx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:46
    นับถือใจที่พยายามแทรกอะไรตลกๆมาให้ทั้งๆที่มันหน่วงด้วยค่ะ แอบได้ผลแต่ไม่ทั้งหมดแง้55555
    ก็เข้าใจมุมพี่เขามากขึ้นแต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี แต่นะเรื่องคสพมันซับซ้อน
    บางทีถึงจะใจตรงกันแต่พอมันดีมากๆก็คงไม่อยากเสี่ยงเอาคสพที่เลิกกันได้มาเป็นตัวกำหนด
    คิดว่าคิดถูกนะ ใช่มั้ย55555 นั่นแหละแต่บางทีมันก็นเป็นทางเลือกที่ใจร้ายมากหน่อย
    อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเนอะ อยู่ที่เรากำหนดเองด้วย
    ตอนหน้าจะจบยังไงก็ยอมรับผลค่ะ ขอบคุณจริงๆที่เขียนให้อ่านนะคะ เรือแล้งมาก
    ขอบคุณที่ใส่มมที่เคยเกิดขึ้นมาใส่ด้วย คิดถึงตอนนั้นมากเลยค่ะ แง เมื่อไหร่เขาจะเจอกันให้เราเห็นอีกนะ
    #171
    0
  15. #170 peony_pink (@PeonyPink) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 16:14
    ชอบตรงที่แอบมีอิงเรื่องจริงอย่างพี่ร้องไห้เพราะผมหรอ ผมอยากผูกข้อมือกับพี่ ทำให้นึกถึงโมเมนต์ในรายการเลย ฮรืออออออออ รออ่านนะคะว่าสรุปพี่มินจะเอายังไงกับน้อง น้องเจ็บมาเยอะแล้ว ตัวพี่มินเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เจ็บ คนอ่านก็เจ็บไปด้วย
    #170
    0
  16. #169 b3stytomo (@b3stytomo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 14:01
    หน่วงสุดๆไปเลยค่าาา เดาไม่ถูกแล้วฮืออออ
    ไรท์ช่วยมาต่อให้จบเถอะนะคะ หายไปแล้วใจโหวงมาก พี่มินจะมองน้องมากกว่าน้องชายได้มั้ยเนี่ย//ฟิคดี ภาษาสวยมากเลยค่ะ แล้วโยงกับเหตุการณ์จริงในรายการด้วย คือสีหน้าน้องในคลิปลอยมาเลยค่ะ อินไปอีกกกก!
    #169
    0
  17. #168 yurisoshi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 14:07
    อ่านเเล้วปวดใจจังเลย มันหน่วงแบบบบ อ่านเเล้วถาอนหายใจสามที สงสารทั้งคู่ อยากให้แฮปปี้กันน้า พี่มินรู้ใจตัวเอง ไม่ต้องสับสนอะไรทั้งนั้นเเล้วววว สงสารน้องงงง แต่งดีมากๆๆๆติดตามอยู่นะคะ
    #168
    0
  18. #167 WonderfulElfVip (@wonderfulelfvip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 06:58
    ไม่รู้ใจตัวเองจนพลาดนะคะ หึหึ
    #167
    0
  19. #166 jokatker (@cardy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 05:12
    ถึงจะไม่ได้คบกับจีฮุนเเต่ความปวดร้าวมิได้ลดลงเลยจ้าาาาาาาา ทำไมพี่ฝ่าใจร้ายงี้วะ ทำเหมือนรังเกียจเจี๊ยบอ่ะ หรือเรายังอ่านละไม่เข้าใจความคิดฝ่ามากพอ
    #166
    0
  20. #162 ❥พี่ไลน้องยู (@iphonemin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:03
    โอ้โหหหหหหหหหห เอาจริงก็ประหลาดใจไม่น้อยเลยค่ะ เราคิดว่าน้องจะไม่มีหวังเพราะพี่มินคบกับจีฮุนซะแล้ว ฮือ สงสารน้อง และสงสารพี่มินด้วย T___T เราเข้าใจพี่มินนะ
    #162
    0
  21. #161 petersolenberg (@petersolenberg) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 14:44
    ไม่รู้อาาาาา ยังไม่อยากให้น้องคืนดีเร็ว อยากให้โกรธก่อน อยากให้พี่มินรู้สึกเจ็บแบบน้องบ้าง~~~
    #161
    0
  22. #160 fukuroukung (@fukurou96) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 09:10
    สงสารน้องจังงงง
    #160
    0
  23. #159 doobdib04 (@chanidagib) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 23:07
    ฮรืออออออ ;-;
    #159
    0
  24. #158 toey29 (@toey29) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:58
    เศร้ามากเลยค่ะ ฮือออแ
    #158
    0
  25. #157 dreaminjann (@missbeardream) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:10
    รอค่ะไรท์
    #157
    0