(minseon) my pizza

ตอนที่ 7 : Cheese 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

 

Dear my Lyor –

Designated Survivor

 

 

 

CHEESE

(2)

 

 


 

 


เซธไม่ค่อยแปลกใจนัก เวลาเห็นไมเนอร์ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ตัวเอง

 

“ไมน์ ..อื้อ ..ไอ้บ้านี่”

 

แม้แต่วันที่เราเดินสวนกันในทำเนียบขาว ไมเนอร์ก็ยังทำอยู่

 

ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองในชุดสูทเรียบหรูยังคงน่าหมั่นไส้ไม่เปลี่ยน เขาเชิดหน้าขึ้นยามเมื่อไหล่ทั้งคู่เฉียดกัน ริมฝีปากได้รูปเหยียดออกก่อนใช้นัยน์ตาจิ้งจอกเปรยมองแขก ..ตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

ผิดกับเจ้าหน้าที่คนเก่ง ดวงตาใสนั้นเฉยเมย แถมกลอกใส่ไมเนอร์ไปทีอย่างเหนื่อยหน่าย

 

และถึงแม้จะทำสีหน้ารังเกียจสักแค่ไหน มนุษย์ประหลาดก็ยังจ้ำอ้าวตามมาอยู่วันยังค่ำ

 

เซธก้าวเสมอหัวหน้าไหล่กว้างอย่างเอเดน ทั้งคู่กับอีกหนึ่งมนุษย์เนียน มุ่งตรงไปยังปีกตะวันตกด้วยการนำของหน่วยอารักขา แน่นอนว่ามีสายตาบางคู่จับจ้องอย่างระแวดระวัง เพราะไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะเข้ามารับงานโดยตรงกับประธานาธิบดี หากไม่เกี่ยวกับความมั่นคง ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาจุกจิกแต่ยากจะจัดการ เช่นเรื่องภายใน

 

กระทั่งเอเดนหายลับเข้าห้องทำงานรูปไข่ และเซธซึ่งไม่มีสิทธิ์โดยตรงขอแยกไปยังปีกตะวันออกเพื่อหาที่สงบล้างหน้าล้างตา

 

ตอนนั้น

ประตูห้องน้ำก็ถูกล็อคจากด้านในทันที

 

‘5 นาทีคุณเฮมมิช

 

เซธไม่แปลกใจหรอก เขาเห็นไมเนอร์สับขาตามมาติดๆ

 

เหลือเหล่

 

แต่ไม่ได้ตั้งรับการถูกตะโบมจูบอย่างเช่นตอนนี้สักเท่าไหร่

 

“ถอดถอน ประประธานาธิบดี?” เอกสารบนซิงค์ซึ่งไมเนอร์เผลอวางเอาไว้เป็นปัญหามากกว่าที่คิด เพราะถึงแม้เจ้าหน้าที่คนเก่งจะถูกทำให้ปวกเปียกแค่ไหน บดเบียดหนักมากเท่าไหร่ ก็ไม่คณาสายตาช่างสังเกตเลยสักนิด “ล้อกันเล่นรึเปล่า?”

 

“มีใครยกรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาล้อเล่นบ้างเจ้าหน้าที่ยีม” มนุษย์ย้อนแย้งยังคงสาละวนอยู่กับการปราบพยศริมฝีปากช่างถาม เขาประกบซ้ำ ดุนดัน และขบเม้มไม่ห่าง ทุกอย่างทำด้วยความหมั่นเขี้ยวที่มีต่อคนในอ้อมกอดทั้งนั้น “แล้วคุณรู้ไหมว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่?”

 

“คิดว่าเมื่อไหร่ผมจะหุบปากล่ะสิ”

 

“เก่งนี่”

 

“อ้อ แล้วคณะรัฐมนตรี ..” คนบ้างานทำเมิน เขายังคงถามต่อ ความอยากรู้วิ่งคู่อารมณ์วาบหวามขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “ไปอยู่ที่ไหนกันหมด?”

 

“น่าสนใจไม่เบา” ไมเนอร์ยอมผละออกจากซอกคอกรุ่น ทว่าการที่เซธถูกขย้ำสะโพกแบบไม่ออมแรงกับสายตาเรียวที่กำลังส่งอาฆาตอยู่ ก็แสดงออกชัดเลยล่ะ ว่าคุณชายดาวอังคารอยากฆ่าเขามากแค่ไหน “คำตอบก็คืออยู่ที่ตึกรัฐสภา”

 

“ตอนนี้?”

 

“นั่นแหละคำถามถัดไป”

 

“?”

 

“ทำไมคนพวกนั้นถึงต้องอยู่ที่นั่น ทั้งคณะด้วย”

 

ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองเว้นช่วงให้เจ้าหน้าที่คนเก่งได้คิด

กระทั่งดวงตาใสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

 

“..โอ้”

 

“อย่าเชียวเจ้าหน้าที่ยีม”

 

“โอ้ .. พระเจ้า”

 

“อย่าพูดมันออกมา”

 

“ปฏิวั!

 

“บอกว่าอย่าพูด” ไมเนอร์ตะปบปากเล็กเต็มแรง เขาทำสีหน้าเอือมระอา “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง”

 

ก่อนจับเซธที่กำลังครุ่นคิดให้หันหลัง อีกทั้งพยายามถอดแจ็คเกตเจ้าหน้าที่คนเก่งออกให้พ้นทาง ดีที่วันนี้ไม่มีซองปืนให้ได้ระวัง เพราะยังไงก็พกอาวุธเอาเข้ามาในนี้ไม่ได้อยู่แล้ว

 

“ที่เรียกพวกผมมาวันนี้”

 

“อ่าฮะ”

 

“คนในงั้นสิ?”

 

ไมเนอร์ไม่ตอบรับ เขาครูดฟันซี่ขาวลงยังหลังคอกรุ่น ขัดใจตัวเองไม่น้อยที่ย้ำคิดย้ำทำกับอีกคนมากขนาดหนัก แต่ถ้าจะให้หยุดตอนนี้ บอกเลยว่าคงยากเหมือนกัน

 

เพราะแค่เห็นหน้าก็อยากจับมาฟัดให้ช้ำคามือแล้ว

 

1 เดือน กับอีก 1 วัน คือสิ่งที่ไมเนอร์นับ

ถึงสถิติมากสุดของการไม่เจอหน้าจะนานกว่านั้น แต่หลังจากวันที่ทั้งคู่ยอมรับกับใจตัวเองว่ารู้สึก มันก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีก

 

เป็นเดือนกว่าน่าหงุดหงิดมากเชียวล่ะ

 

โลกอันน่าเบื่อของไมเนอร์หมุนช้าลง จากที่รำคาญมนุษย์อยู่แล้วก็ยิ่งหนักข้อขึ้น เขาไม่โทรหรอก เซธก็ด้วย ตัดเรื่องข้อความออกไปได้เลย แค่ใช้ชีวิตให้ผ่านวันต่อวันก็ถือว่าอดทนมากเกินพอแล้ว

 

มนุษย์ประหลาดระบายทุกสิ่งลงกับร่างกายคุ้นเคย พึงพอใจกับเสียงที่หลุดออกมาเมื่อเขาลากความชื้นไปยังหลังหูขาว ลิ้มเลียอีกทั้งขบเม้ม ให้คนที่ใช้เคาน์เตอร์พยุงตัวอยู่ ได้เห็นสีหน้าทรมานของตัวเองในกระจกเล่นๆ

 

ไม่พอ มือใหญ่ก็ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่หน้าท้องลอนอ่อน จนคนถูกกระทำต้องหดเกร็งตอบรับอย่างช่วยไม่ได้

 

“แล้วผู้อำนวยการฝ่ายการ มะเมือง ได้แนะนำอะไรท่าน อืม ประธานาธิบดีบ้างรึเปล่า?”

 

“ไม่ได้มากอะไร ก็แค่หย่อนเชือกลงไปให้”

 

“ยาวพอรึยัง?”

 

“ผูกคอรัฐมนตรีทั้งสภาได้เลยล่ะ”

 

เซธขืนตัวกลับมาประจันหน้าก่อนคล้องคอแกร่งเอาไว้ เขาอมยิ้มเมื่อเห็นผมอีกคนยุ่งเหยิง อีกทั้งริมฝีปากได้รูปก็วาววับ ยังไม่วายจะพุ่งเข้ามาฉกเขาอีกรอบ

 

“ปากดีจริงๆ”

 

“ก็รู้กันอยู่”

 

 

อีกด้านที่หน้าห้องน้ำ

โอมาน ซึ่งจับพลัดจับพลูมาเป็นคนเฝ้าประตู ก็ได้แต่หาวหวอดพลางเปิดหนังสือพิมพ์ไปอีกหน้า

 

เขาทำเป็นเมินความโกลาหลข้างใน และบอกปัดพนักงานหลายชีวิตโดยการชี้ไปยังป้าย กำลังทำความสะอาด แถมยังเสริมอีกว่าอย่าได้สนใจเสียงโครมครามให้มาก เพราะแม่บ้านก็ชอบทะเลาะกับฝาชักโครกเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว

 

โอมานถนัดเรื่องมองข้าม แล้วเบี่ยงประเด็นอื่นให้คนสนใจ

มันเป็นคุณสมบัติสำคัญของที่ปรึกษาพิเศษอย่างเขาเลยล่ะ

 

และเมื่อคนเฝ้าประตูเห็นสองคู่ขาเดินออกมาจากห้องน้ำ

 

“โอ้ว” เขาก็อดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้

 

ไม่ใช่เพราะเห็นสภาพยับเยินของทั้งสองหรอก กลับกันออกจะปกติจนน่าผิดหวังด้วยซ้ำ

 

ยิ่งผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองคงไม่ต้องพูดถึง ไม่รู้ทำให้สูทกับผมเรียบร้อยขนาดนั้นได้ยังไง แต่ที่โอมานผิวปากเสียงสูงแปลกใจอยู่ตอนนี้น่ะ

 

เพราะมนุษย์หน้ายุ่งกำลังใช้มือสางผมให้คุณเจ้าหน้าที่อยู่น่ะซี

.. ถึงจะแรงจนหัวโยกไปหน่อยก็เถอะ

 

“แม่บ้านที่นี่ทำงานเนี๊ยบน่าดู” โอมานกดหยุดเวลาที่ข้อมือพลางทำสีหน้าประทับใจ “5 นาทีเป๊ะ”

 

“ได้มากกว่านั้น เพราะคุณกดช้าไป 3 วิ” ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองแย้งพลางปรับกรอบแว่นวางมาด แต่ก็ยังแอบสำรวจความเรียบร้อยให้เจ้าหน้าที่คนเก่งไม่วางตา

 

“ชีวิตก็ต้องอะลุ่มอล่วยบ้างจริงไหมเพื่อน” ถึงจะถูกสายตา ใครเพื่อนมึง?ส่งกลับแต่โอมานก็ไม่ทำเป็นมองไม่เห็น คนหน้าหล่อหันเหความสนใจมายังเซธทันที “สวัสดี ผมว่าเราควรทำความรู้จักกันหน่อย”

 

ชายหนุ่มหน้าง่วงยื่นมือไปทักทายเซธราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“โอมาน ซอว์ ยินดีที่ได้พบอย่างเป็นทางการคุณยีม”

 

“ผมรู้จักคุณ” เซธตอบรับ ซึ่งนั่นทำให้โอมานแปลกใจไม่น้อย เพราะเขาไม่เคยเปิดตัวกับสื่อในฐานะที่ปรึกษาพิเศษเลยสักครั้ง เรียกได้ว่าโต๊ะทำงานอยู่ใต้ดินก็คงไม่ผิดนัก

 

กระทั่งเซธเฉลย “วงการเดียวกันก็ต้องมีข้อมูลบ้างถูกไหม”

 

“ว้าว ชื่อกลางของคุณคือจอมกลบข่าวแบบผมรึเปล่านะ?”

 

“ไม่ขนาดนั้น งานของผมเน้นเก็บกวาดมากกว่า”

 

“รู้ไหม” โอมานหันไปกระแซะไมเนอร์ซึ่งยืนหน้ายุ่งอยู่ตรงกลาง “เขาไม่เห็นจะน่ารำคาญอย่างที่คุณเคยบอกเอาไว้เลย” แถมยังหัวเราะลั่น ทิ้งระเบิดให้คนถูกกล่าวหาหันไปขอคำตอบจากมนุษย์ปากดี และถึงแม้จะไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่สำหรับโอมานก็ถือเป็นเรื่องสนุกของวันเชียวล่ะ

 

“อ้อ แล้วเรื่องไล่รัฐมนตรี เอ่อ .. ผมพูดได้ใช่ไหม?” ที่ปรึกษาพิเศษเปิดประเด็นใหม่เมื่อเห็นแจ้งเตือนบนมือถือ เขาหันไปขอความเห็นจากไมเนอร์ ซึ่งมองไปยังบุคคลนอกสิทธิ์อย่างเซธอยู่ก่อน และเจ้าหน้าที่คนเก่งก็รู้งานโดยทันที เขาพร้อมจะก้าวห่างออกไป

 

“ไม่ต้อง” ทว่าไมเนอร์กลับห้ามไว้ “อยู่ตรงนี้”

 

ท่าทีหยั่งเชิงของโอมานทำให้เซธลังเล ที่ปรึกษาพิเศษไม่ได้แสดงออกโจ่งแจ้ง แต่เราต่างรู้ว่าไม่ควรก้าวก่ายข้อมูลข้ามหน่วยงาน เว้นเสียแต่จะมีความจำเป็นหรือได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้น

 

ทว่าสายตาแน่วแน่ของผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองก็ยังคงยืนกราน

 

“งั้นผมควรทำตัวยังไง อุดหูดีไหม?” เซธยกมือขึ้นทำอย่างที่พูด เรียกเสียงหัวเราะจากที่ปรึกษาพิเศษได้อีกครั้ง

 

“โอเค ถ้าเขาต้องการแบบนั้นแสดงว่าเป็นเรื่องที่คุณควรรู้อยู่แล้ว เพราะงั้นอยู่ตรงนี้เถอะคุณยีม”

 

“ได้โปรดเรียกเซธเถอะ”

 

“ห้ามเรียก”

 

ราวกับฟังผิดไป

ทั้งคู่หันไปมองบุคคลขวางโลกอย่างพร้อมเพรียง

 

“ผมเกรงว่าคุณจะเดือดร้อนถ้าทำเป็นสนิทกับตัวปัญหา” ไมเนอร์พยายามกู้สถานการณ์หน้าตาย เขาเหยียดตาดูแคลนโอมาน และคิดว่าตัวเองเนียนในระดับหนึ่ง “และถ้าผมจำไม่ผิด ตอนนี้คุณน่าจะอยู่ที่ควอเตอร์เกต จิบอาฟเตอร์นูนที และคุยเรื่องตะวันออกกลางไม่ใช่หรือไงคุณซอว์?”

 

“นั่นมันเรื่องเก่า ตอนนี้ผมโดนเรียกเข้ามาเหมือนกับคุณเซธ--

 

“บอกว่าห้ามเรียก”

 

ทั้งคู่กดหัวคิ้วใส่ไมเนอร์อีกครั้ง

ซึ่งรอบนี้มนุษย์ประหลาดทำหน้าเคร่งหนัก

 

“มันเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่เจ้าหน้าที่ยีมควรได้รับ นั่นก็คือการให้เกียรติ”

 

“โดยการเรียกนามสกุล?” โอมานถาม

 

“และผมก็อนุญาตแล้ว” เซธเสริม

 

“ไม่ได้” แต่ไมเนอร์ก็ยังคงขัดไม่เลิก

 

ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองเริ่มเท้าสะเอวมองทั้งคู่ ตอนนี้เขาไม่สนว่าอะไรจะผิดหรือถูก เพราะมันช่างขัดหูเสียจริง เวลาได้ยินใครเรียกชื่อเซธในเชิงสนิทสนม ขัดตามากด้วย เมื่อไหร่โอมานจะเลิกทำเป็นสนอกสนใจอีกคนขนาดนั้น

 

อยากตายรึไง

 

“ถามจริง” ที่ปรึกษาพิเศษทำลายบรรยากาศ “ทำไมไม่ยอมเซ็นให้มันจบๆ”

 

“ขอโทษนะ เซ็นอะไร?” เซธแทรก เขาขอเสียมารยาทสักครั้ง เพราะถึงโอมานจะตั้งคำถามกับไมเนอร์ แต่ก็ชัดเจนว่าที่ปรึกษาพิเศษชำเลืองมองมาทางเขาเช่นเดียวกัน

 

ฟอร์มดับเบิ้ลยู 60-3

 

“มันคืออะไร?”

 

“กรมธรรม์สำหรับบุคลากรในทำเนียบขาว ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหรอกเจ้าหน้าที่ยีม” ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองพยายามจ้องไม่ให้ที่ปรึกษาพิเศษคายอะไรออกมาอีก

 

แต่มีหรือที่คนนึกสนุกอย่างโอมานจะสน

 

“เกี่ยวซี คุณเซธ ไม่ใช่สิ คุณยีม เอฟบีไอซึ่งรับงานโดยตรงจากทำเนียบขาว ก็ถือว่าเป็นบุคลากรที่นี่เหมือนกัน” โอมานตอบหน้ายิ้มทั้งที่ตาจะหลับ แต่ก็ยังไม่เคลียร์กับข้อข้องใจของเซธอยู่ดี

 

“ง่ายๆ คือฟอร์มแจ้งสถานะ”

“...”

นโยบายของทำเนียบขาวคือห้ามพนักงานมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว”

“...”

“แต่สามารถยกเว้นได้หากพวกคุณกรอกมัน

“...”

“ให้ตายเฮมมิช นี่คุณยังไม่บอกคุณยีมเหรอเนี่ย?”

 

จบคำอธิบายและคำถามของโอมาน มนุษย์ตรรกะซึ่งถูกเซธจับจ้องก็ทำทีกดมือถือแล้วแสร้งรับสายใครสักคน แถมยังเดินเลี่ยงหายไป ไม่หันกลับมามองกันอีกเลย

 

เป็นการหนีที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่เซธเคยพบเจอมา

 

“ขอโทษแทนเขาด้วย” เสียงนุ่มเอ่ยเหนื่อยหน่าย

 

“ไม่ ผมสิต้องขอโทษคุณ” ที่ปรึกษาพิเศษแย้ง เขามีส่วนผิดแน่นอนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้นึกเสียดายกับสิ่งที่ทำลงไปหรอก แค่อยากขอโทษที่ทำให้เจ้าหน้าที่คนเก่งกุมขมับอยู่ตอนนี้ต่างหาก “ผมขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมคุณเซธ ผมเรียกแบบนี้ได้จริงๆ ใช่ไหม?”

 

เจ้าขอชื่อหลุดขำ “แน่นอน หมายถึงลับหลังเขาน่ะนะ”

 

ทั้งคู่ขนาบข้างกันมาตามทางเดิน และหยุดยังโถงใกล้ห้องทำงานรูปไข่อีกครั้ง

 

“คุณคงรู้จักเขาดีกว่าผม” โอมานพูดกับเซธ แล้วเอียงหัวไปยังไมเนอร์ซึ่งหนีมาเซ็นเอกสารให้ลูกน้องอยู่ไม่ไกล “คุณไม่โกรธใช่ไหมที่เขาแสดงออกแบบนั้น”

 

นัยน์ตาใสทอดมองบุคคลซึ่งถูกพูดถึง เขาเห็นไมเนอร์ในรูปแบบของผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองกำลังสั่งงานผู้ช่วยด้วยท่าทีจริงจัง ไม่มีแววกวนประสาท มีแต่ประกายของความสุขยามเมื่อได้พูดในเรื่องการวางแผนที่ถนัด และดูเหมือนจะลดระดับลงมาเป็นมนุษย์ธรรมดาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ทั้งดูดีและพึ่งพาได้

 

เป็นไมเนอร์ในอีกรูปแบบที่เซธชอบ

 

“ไม่หรอก”

 

“คนอย่าง ไมเนอร์ เฮมมิช มีเหตุผลที่เราเข้าไม่ถึงเสมอ”

 

“แต่ผมเข้าถึงนะ” เสียงนุ่มตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากผู้อำนวยการฝ่ายการเมือง เป็นสายตาซึ่งเต็มไปด้วยความหมายบางอย่าง มันอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ดี “และผมก็รู้ว่าทำไม”

 

โอมานยิ้ม ยอมรับจากใจว่าเพื่อนตัวเองตกหลุมคนไม่ผิด

และไม่ว่ามนุษย์ประหลาดอย่างไมเนอร์จะปฏิเสธคำว่าเพื่อนจากโอมานอย่างไร แต่เรื่องที่ว่าพวกเขาจบจากคณะและรุ่นเดียวกันก็ยังเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ

 

ประตูห้องรูปไข่เปิดออกหลังจากนั้นไม่นาน และเซธก็ได้ขอแยกไปหาเอเดน ทั้งยังได้รับของฝากติดไม้ติดมือกลับมาด้วย

 

ฟอร์มดับเบิ้ลยู 60-3’

 

จากโอมานที่รู้จักเพื่อนปากหนักดีเป็นอันดับสองยังไงล่ะ

 

 

...

 

 

เซธกำลังกระวนกระวายใจอย่างถึงที่สุด

เจ้าหน้าที่คนเก่งบึ่งรถด้วยความเร็วเกินกำหนด และจอดลงไม่ไกลกับจุดเกิดเหตุด้วยท่าทีเร่งรีบผิดวิสัย

 

เขาเข้าใกล้เขตกั้นเหลืองดำซึ่งมีผู้คนยืนชะโงกดูเหตุการณ์อยู่ แทรกตัวขึ้นไปด้านหน้า ก่อนยื่นป้ายประจำตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่แถวนั้นรับทราบ แม้จะถูกถามว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไอเกี่ยวข้องอย่างไรกับเหตุนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเซธก็ยังยืนกรานขอเข้าพบผู้หมวดก่อนเรื่องอื่น เพราะคงไม่เหมาะที่จะให้ประชาชนรับรู้เท่าไหร่นัก

 

“มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวอยู่ในนั้น”

 

สิ้นสุดคำตอบจากเซธ ผู้หมวดและเจ้าหน้าที่หลายรายก็เริ่มหน้าเครียดทันที

 

เพราะเหตุการณ์ไฟไหม้คอนโดในครั้งนี้รุนแรงไม่เบา

 

มันเริ่มจากระเบิดลูกเล็กซึ่งถูกจุดโดยไร้คำเตือน ความเสียหายประเมินแล้วว่าน้อยนิดหากไม่บังเอิญอยู่ใกล้กับท่อปล่อยแก๊ส จึงทำให้ไฟลุกลามรวดเร็วเกินขนาด

 

เสียงไซเรนรถตำรวจสลับกับสายฉีดน้ำจากรถดับเพลิงยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้มีแนวโน้มว่ากำลังจะควบคุมเพลิงได้ในไม่ช้า

 

แต่ใจของเจ้าหน้าที่ยีมกลับไม่ยอมสงบ

มันร้อนรน และอึดอัด


เพราะคนที่เขาพยายามติดต่อมาทั้งชั่วโมง ดันพักอยู่ในตึกนี้

 

รับสายสิไมเนอร์

 

“ได้ข้อมูลแล้ว” เอเดนซึ่งมาถึงไล่เลี่ยกันเอ่ย “ตอนนี้ยืนยันมีคนเสียชีวิตแน่นอน 3 ราย”

 

“...”

 

“ซึ่งก็คือเจ้าของห้อง”

 

“...”

 

“นอกนั้นยังไม่ได้รับรายงาน”

 

เซธที่เผลอกลั้นหายใจฟังก็ถึงกับระบายมันออกมาเฮือกใหญ่

 

เขาเศร้าใจกับความสูญเสีย แต่อย่างน้อยก็ยังพอจะมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะห้องนั้นอยู่คนละชั้นและห่างจากไมเนอร์ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหวั่นใจลดทอนลงอยู่ดี

 

“คนที่เหลือล่ะ?”

 

ทุกครั้งจะเป็นเซธซึ่งคอยรายงานข้อมูล แต่รอบนี้หัวหน้าอย่างเอเดนจะยอมหยวนให้สักครั้ง

 

“โชคดีที่นี่ผ่านมาตรฐานหลายด้าน คนส่วนใหญ่เลยอพยพออกมาได้แล้ว”

 

แต่ไม่มีรายชื่อของไมเนอร์

 

เซธเปิดเอกสารด้วยอาการใจเสีย มือเจ้าหน้าที่คนเก่งสั่นจนเอเดนสังเกตได้ เป็นครั้งแรกที่เห็นลูกน้องวิตกจริตอย่างหนัก เซธเป็นคนใจเย็นและทำงานได้ดีมาโดยตลอด แต่คราวนี้คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าคนที่หายไปนั้นมีอิทธิพลกับเจ้าตัวมากจนเกินเก็บเอาไว้จริงๆ

 

“ไม่เป็นไร” เอเดนจับไหล่ซึ่งเล็กกว่า และคงแบกอะไรมามากพอสมควร “เขาจะต้องปลอดภัย”

 

“ฉันเข้าไปได้ไหม?”

 

รองผู้อำนวยการเอฟบีไอนิ่งมอง ประสบการณ์ทำให้เขาอ่านแววตาของลูกน้องออกในทันที มันทั้งแน่วแน่ พร้อมชน และที่น่ากลัวก็คือประโยคข้างต้น นั่นเพราะเซธเพียงแค่ถาม แต่ไม่ได้ต้องการคำตอบ

 

“ได้ไหมเอเดน?”

 

“ไม่ได้”

 

“ต้องได้”

 

ตามคาด เอฟบีไอหัวรั้นมุ่งตรงไปยังรถดับเพลิงหวังหาอุปกรณ์ช่วยชีวิต แน่นอนว่าถูกเอเดนตามมาดึงตัวเอาไว้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายซึ่งไม่ยอมให้เซธเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุเป็นอันขาด

 

ยื้อยุดกันอยู่ไม่นานก็มีเสียงตะโกนดังจากอีกฝั่งว่ามีคนรอดชีวิต

ตอนนั้นเซธไม่ได้สนใจ เขารู้เพียงแค่ต้องเข้าไปข้างในให้ได้

 

ไม่ว่ายังไงเขาต้องเข้าไปช่วยไมเนอร์ให้ได้

 

ทว่าท่อนแขนแกร่งของรองผู้อำนวยการเอฟบีไอก็ล็อคคอลูกน้องเอาไว้สำเร็จ ก่อนกดเสียงหนักสั่งให้เซธหันไปมองยังต้นตอของความวุ่นวายที่เพิ่งเกิด

 

ถึงจะไม่ชัดเพราะเปลวเพลิงและกลุ่มควันบดบัง แต่ร่างสูงใหญ่อันคุ้นเคยก็ยืนยันแล้วว่านั่นคือคนที่เซธตามหาไม่ผิดแน่

 

ไมเนอร์ในสภาพทุกลักทุเลกำลังเดินออกมาจากข้างตึก

เสื้อผ้าบางส่วนของเขาขาดวิ่นเนื่องจากถูกไฟเผา เนื้อตัวมอมแมมจนหาความดูดีแทบไม่ได้ และเหมือนจะบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย จนต้องเดินกะเผลกอย่างหมดรูปแบบนั้น

 

ทว่ามือที่คอยเอาแต่เซ็นเอกสารสำคัญ ในตอนนี้กำลังประคองคุณยายคนหนึ่งให้ออกมาพร้อมกัน ส่วนในอ้อมกอดอีกข้างก็ปรากฏเด็กทารกหน้าตาน่ารักน่าชังหลับใหลอยู่

 

ภาพที่เห็นทำเอาเซธเข่าอ่อน น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ตลอดชั่วโมง .. ผลอยร่วงลงพื้นอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

คุณนี่มันเกินทนจริงๆ หัดกินอะไรมีประโยชน์ซะบ้าง

เบอร์เกอร์ไม่มีประโยชน์ตรงไหน

เพราะมันคือฟาสต์ฟู๊ด นั่นหมายถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการทำโดยไม่เน้นความพิถีพิถัน และเต็มไปด้วยโซเดียม

อย่างน้อยก็ทำให้อิ่มได้

ระวังจะตายเร็วเจ้าหน้าที่ยีม

ใครจะตายก่อน ระวังปากด้วยเฮมมิช

 

 

ขอบคุณพระเจ้า

เซธลูบหน้าตัวเองพลางตบเรียกสติ เขาได้เอเดนช่วยพยุงตัวขึ้น และมองเจ้าหน้าที่ซึ่งต่างวิ่งเข้าไปช่วยคุณยายกับเด็กไปยังที่ปลอดภัย

 

ลูกน้องหัวรั้นขอเข้าไปดูอาการคนเจ็บซึ่งรองผู้อำนวยการเอฟบีไอก็ไม่ได้ใจร้าย เขาเพียงแค่ชี้หน้าคาดโทษ แต่มีข้อแม้ว่าพรุ่งนี้เซธต้องเข้ารายงานตัวที่สำนักงานใหญ่ตรงเวลา

 

ในขั้นตอนการตรจร่างกายเบื้องต้น ทั้งสองทำเพียงแค่สบตากันนิ่ง 

ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองในคืนนี้ไร้ซึ่งแว่นกรอบหรูบดบัง โครงหน้าคมไม่ยอมหลบเลี่ยง ซ้ำยังจับจ้องเจ้าหน้าที่คนเก่งไม่วางตา แม้จะถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลก็ยังพยักหน้าเรียกเซธให้ตามมานั่งข้างกัน

 

แปลกที่เสียงไซเรนซึ่งแผดดังตลอดทาง ทำให้พวกเขาโล่งใจขึ้นอย่างประหลาด 

 

“ผมนอนไม่หลับ แล้วก็เพิ่งได้นอน” เป็นไมเนอร์ที่เปิดประเด็นขึ้นมาก่อน “เลยหลับลึกนิดหน่อย”

 

เสียงคนพูดแหบแห้ง แต่ถึงอย่างนั้นเซธก็ยังยกยิ้มบางรับ

 

“ผมตื่นเพราะเขา คุณนายวิลสันน่ะ เธอกดกริ่งซะลั่น ดังกว่าสัญญาณเตือนภัยอีก ที่จริงผมไม่ได้อยากจะช่วยเธอกับเจ้าก้อนนั่นออกมานักหรอก”

 

“เขาเป็นเด็ก”

 

“ก็คือก้อนก้อนนึงอยู่ดี”

 

“คุณก็เคยเป็นก้อน”

 

“ผมไม่สนใจอดีตหรอกนะ”

 

เซธหลุดขำ เขารู้ว่าไมเนอร์ไม่ชอบเด็กสักเท่าไหร่ แล้วก็มักจะสรรหาคำแปลกๆ มาเรียกเสมอ

 

“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมไม่มีทางเลือก”

 

“รู้สิ”

 

รู้ดีเลยล่ะ เพราะถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่วิธีปฏิบัติช่างสวนทางไปซะหมด

ทั้งตัวคุณนายวิลสันซึ่งเต็มไปด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำถูกคลุมเอาไว้ กับเด็กทารกที่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนน่ะ ชัดอยู่แล้วว่าคนปากร้ายคนนี้พยายามมากแค่ไหน

 

“แล้วคุณรู้ไหมอะไรที่ทำให้ผมนอนไม่หลับ”

 

“อืม เรื่องรายชื่อรัฐมนตรีที่คุณเสนอให้ถูกไล่ออกล่ะมั้ง”

 

“มี 2 อย่าง”

 

“?”

 

“ฟอร์มดับเบิ้ลยู 60-3

 

“...”

 

“แล้วก็คุณ”

 

ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองพูดออกมาหน้าตาย

อาจเพราะตอนนี้มองหน้าอีกคนไม่ค่อยชัด ถึงทำให้ไมเนอร์ใจกล้าพูดเรื่องชวนแหวะออกไป และคิดว่าคงไม่แย่เท่าไหร่ เมื่อเห็นลางๆ ว่าเจ้าหน้าที่คนเก่งกำลังอมยิ้มตอบรับ

 

และก่อนที่ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองจะถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อตรวจร่างกายอีกครั้ง

 

“ผมว่าเราต้องเซ็นแล้วล่ะเจ้าหน้าที่ยีม”

 

ไมเนอร์ก็ตัดสินใจแล้วว่า 'เรา' ควรทำให้มันถูกต้องเสียที

 

 

 

END AGAIN

 

#มินซอนพิซซ่า

อยากเลือกตั้งจริงๆ ค่ะ คราวนี้ไม่ล้อเล่นแล้ว

ขอบคุณทุกกำลังใจเลย มันมีค่ากับเรามากๆ

เราย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Lyor Boone – Designated Survivor

แล้วก็เอเดนกับโอมานคือเมจใคร คงรู้ใช่ไหมคะ?

อาจจะพบกันอีก

- ชิเอิน -

 

 






? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

356 ความคิดเห็น

  1. #345 verytomo (@verytomo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 01:42
    ชอบมากกกกกก สนุกกกก เขิ้นเขินแม้จะไม่หวานแหวว
    #345
    0
  2. #301 SeonHolic (@dosmsnun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:30
    บรรยากาศแบบนิยายแปลตะวันตกหรือซีรี่ย์ตะวันตกอะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ ดึงดูเราได้ค่อนข้างดีมากๆ ชอบภาพรวมและบรรยสกาศของเรื่องจริงๆ concept ของตอนถูกตีออกมาได้อย่างตรงจุดและแทรกซึมไปตลอดจนเนื้อหาจบ มันสื่อมากๆด้วยตัวละครทั้งสอง บรรยายต่อไม่ถูกแล้วว่าชอบยังไงแต่ชอบมาก ค่ะ ชอบมาก ถ้าขึ้นป้ายไวนิลหน้าบริษัทได้สัญญาเลยว่าจะขึ้นโฆษณานิยายคุณ เอาแบบปริ้นท์ไวนิลอิ้งค์เจทสี่ สองเห็นได้ไกลจากระยะสามสิบสีกิโลเมตร ป้ายอยู่สยามแต่มองจากขอนแก่นก็เห็นอะไรแบบนี้แหละค่ั ความชอบของเราที่มีต่องานคุณ ถ้าให้พูดถึงตังละคระ เซธคือเป็นครต.ในรูปแบบที่เราหลงใหลมากๆ ไม่ค่อยเจอซอนโฮในเมจแบบนี้แต่เขียนออกมาได้ดี เข้ากับ Hate

    Love มากๆ ส่วนไมเนอร์ก็คือน่าหมั่นไส้สุดๆๆๆๆๆๆๆ แต่ก็ยอมอ่ะ เขารักกันก็เป็นคุ่ที่น่ารักแบบแปลกๆ แต่ความซึนคือเอาไปเต็มร้อยเลยค่า5555 ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ไอเลิ้บนะคะ
    #301
    0
  3. #273 Myzentt (@pawidachuanchai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 22:40
    เขินมากแม่ เฮมมิชดูหวงเซธมากเลยเนอะ แง ความปากแข็งแต่การกระทำตรงนี้ ใจสั่นหวั่นไหวไปหมด เอ็นดูเฮมมิชตอนเรียกเด็กว่าก้อนด้วย 55555555
    #273
    0
  4. #262 zgnueno (@neungz2) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 20:36

    อุแงงงง ชอบมากๆเลยค่ะไมเนอร์พ่อคนปากแข็งแต่ก็ทำให้ใจสั่นอยู่ตลอด ;-;

    #262
    0
  5. #252 nxrxpx (@regenmook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 00:42
    อมกฟิคที่ดีทั้งเรื่อเรื่องแล้วก็คาแรคเตอร์เลยค่ะ ครบรสมากๆ
    #252
    0
  6. #251 DOUBLE_BqJ (@BOMBIIMbunny) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:31
    ไปค่ะ จับมือกันไปเซ็นให้มันจบ ๆ

    เป็นตอนที่สนุกอีก 1 ตอน
    เป็นกำลังใจให้นะคะ :-)
    #251
    0
  7. #250 jinyoungV (@jinyoungfifa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:13
    ชอบมากๆค่ะ เหมือนกำลังดูซีรี่ย์แนวการเมือง + โรแมนติกเลย คาแรคเตอร์ตัวละครมีเสน่ห์ การดำเนินเรื่องคือคูลมากเลย ชอบมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #250
    0
  8. #249 doobdib04 (@chanidagib) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:48
    เขินอะฮืออออออ
    #249
    0
  9. #241 tears blue (@1710) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:23
    น่าเอ็นดูแบบที่เซธบอกเลย คนอะไรปากร้าย ใจดี 5 นาทีไม่ขาดแต่เกิน 55555 ภาษาแปลกสำหรับเรา แต่ให้ความรู้สึกซีรี่ส์ทางตะวันตกดี

    ปล.จับมือไปกรอกฟอร์มพร้อมกันเลยจ้าาาา
    #241
    0
  10. #239 เจ้าหญิงของป้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:07

    ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับการอ่านฟิค แต่เป็นกลิ่นอายเหมือนซีรี่ย์แบบตะวันตก แต่ด้วยเนื้อหาและการใช้ภาษาที่อ่านแล้ว เนื้อเรือน่าติดตามพอตามอ่านแล้วสนุกมาก แปลกใหม่ไปอีกแบบ
    แต่คุณไมเนอร์ซึนมาก ปากร้าย ดูเข้าถึงยาก มีแต่เจ้าหน้าที่เซธ คนเดียวที่่ก้าวข้ามโลกที่คุณไมเนอร์สร้างไว้ได้ น่ารักมาก เขาว่ากันว่า เวลาเฉียดตาย จะคิดถึงสิ่งทีสำคัญที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว อย่าลืมไปกรอกฟอร์มดับเบิ้ลยู 60-3กันนะ อิอิ

    #239
    0
  11. #238 WOW_BatGirl (@WOW_BatGirl) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:39
    ชอบมากกกเลยยยยมีความปากร้ายและความขี้ดื้อแต่มันลงตัวมากๆๆๆ
    #238
    0
  12. #236 vvii (@Pties) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:54
    ทำไมนี่เทียบฟอร์มนั้นกับใบสมรสนะ กรี้ด นังขี้ชิป5555555555555 ทั้งสองคนน่ารักมาก คุณเฮมมิชคือปากร้ายใจดีที่แท้ เจ้าหน้าที่ตัวดื้อก็หัวรั้นแต่ก็เป็นห่วงเค้ามาก น่ารักที่สุด //ดีมากอีกแล้ว ฮือ คุณไรท์คะ รักมากๆนะคะแง้ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่าน ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นฟิคมินซอนเรื่องแรกเลยเท่าที่เราอ่านมาที่เป็นแนวนี้ ซึ่งมันดีมากๆ เราชอบแบบสุด ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีตอนต่อไปนะคะ
    #236
    0
  13. #233 61PXOLAST (@61qxolast) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:14
    เป็นฟิคที่โคตรเท่ เหมือนดูซีรี่ย์ต่างประเทศจริงๆเลย สำนวนรูปประโยคที่ใช้ดีมาก ชอบมาก เนื้อเรื่องก็ดีมาก อ่านแล้วอินสุด เป็นมินซอนที่ cool มากๆ พี่ชิเก่งมากขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคเจ๋งๆแบบนี้ออกมา <3
    #233
    0