Zeta The Shadows of the moon (Bbam Jinbam)

ตอนที่ 2 : Ch2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 554
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    8 ก.พ. 62



#ficzeta





ผมได้ยินเสียงจุดไฟแช็ก ก่อนจะได้กลิ่นควันบุหรี่ตามมา มันทำให้ผมตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ กลิ่นบุหรี่เริ่มทำให้ผมประสาทเสีย ผมอยากกรีดร้องแต่รู้ดีว่ามันจะไม่เกิดประโยชน์ เขาจะไม่หยุดในสิ่งที่ได้เริ่มไปแล้ว


“อย่า...ได้โปรด”


เสียงของผมแหลมเล็ก แผ่วเบาและสั่นสะท้าน ขณะพยายามดิ้นรนให้เป็นอิสระจากพันธนาการที่รัดแน่นทั้งข้อมือและข้อเท้า ยิ่งดิ้นเข็มขัดหนังยิ่งบาดลงบนผิวเนื้อแต่มันไม่เจ็บเท่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น


“เริ่มจากตรงไหนดี”


ผมได้ยินเสียงเขาที่หัวเราะแผ่วเบาก่อนที่แรงกดหนัก ๆ จะทับลงมาบนศีรษะ ผมมองไม่เห็นแต่มั่นใจว่าเขากำลังยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่คุณสามารถบอกได้เลยว่าเขาไม่ปกติ ฝ่ามือของเขาลูบไปตามแผ่นหลังผม กดและบิดแรง ๆ ตามแนวซี่โครง มันจะทิ้งร่องรอยไว้แต่คุณจะไม่สังเกตหรอกถ้าได้เห็นรอยบนตัวผมทั้งหมด


ผมเริ่มร้องไห้แล้วตอนนี้ เสียงสะอึกสะอื้นและคำอ้อนวอนไม่ส่งผลอะไรกับเขา มันเหมือนกับขั้นตอนปกติที่จะต้องเกิดขึ้น ร่างกายที่เปลือยเปล่ากับเข็มขัดหนัง ไฟและควันบุรี่ ความเจ็บปวดกับเสียงกรีดร้อง เพียงแต่ครั้งนี้มันเกิดขึ้นที่ด้านหลัง นั่นอาจเป็นรอยแรกก่อนที่รอยอื่น ๆ จะตามมาหลังจากที่แผ่นอกด้านหน้าของผมเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจนเขาไม่สนุกที่จะเล่นกับมันอีก


ผมร้องลั่นเมื่อปลายบุหรี่ร้อน ๆ กดลงบนแผ่นหลัง ภายใต้เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดผมยังได้ยินเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของชายคนนั้น


“เธอจะได้เรียนรู้ว่าไม่ควรดื้อกับฉันอีก”






****************************************






เฮือก!


ผมสะดุ้งขึ้นจากที่นอนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมถูกผ้าห่มรัดเอาไว้จนเหมือนทาโก้ที่ถูกม้วนจนกลมด้วยแผ่นตอติญ่า หมอนทุกใบกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น เหงื่อซึมผ่านรูขุมขนจนเปียกไปทั้งตัว แต่ผมยังนอนอยู่อย่างนั้น ซึมซับความปลอดภัยภายใต้ผ้าห่มเนื้อนุ่ม เพดานสีเทาหม่นเลือนรางอยู่ในความมืด ผมรู้ว่าผมอยู่เพียงลำพังในอพาร์ทเม้นต์ของตัวเอง ไม่ใช่คฤหาสน์ของเศรษฐีโรคจิตกับเศษบุหรี่ติดไฟ ที่นี่ปลอดภัยมากพอ แต่ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่หลงเหลืออยู่บนแผ่นหลังทำให้ผมไม่อยากขยับตัว


กว่าที่ผมจะพาตัวเองออกจากม้วนผ้าห่มได้ก็กินเวลาอีกสักพัก ท้องฟ้าด้านนอกยังมืด ตัวเลขบนโทรศัพท์มือถือบอกเวลาเลยตีสามไปเล็กน้อย แต่ผมไม่คิดว่าจะหลับต่อได้ในเร็ว ๆ นี้ ผมต้องการบางอย่างที่จะคลายความร้อนในร่างกาย และน้ำเย็นดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี


มันง่ายที่จะจดจ่อกับความรู้สึกเมื่อสายน้ำไหลผ่านร่างกายที่ร้อนผ่าว หลังมือขาวซีดที่พาดอยู่บนกระเบื้องสีขุ่นให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองโครงกระดูกและผมไม่ชอบมันสักนิด อันที่จริงตัวผมทั้งหมดก็ดูไม่ต่างจากศพและผมไม่ชอบมันเช่นกัน


ศพขาวซีดที่มีแผลเป็นเต็มตัว


ปกติผมไม่ฝันเรื่องพวกนั้นบ่อยนัก มันไม่ใช่ความทรงจำที่ควรค่าแก่การระลึกถึง แต่มาร์คบอกว่ามันเกิดจากจิตใต้สำนึกที่ผมเลือกไม่ได้ เขาบอกผมว่าความฝันเป็นการบำบัดและปลดปล่อยช่วงเวลาที่เลวร้าย แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะดีขึ้นสักนิด ทุกอย่างมีแต่จะแย่ลงหลังจากตื่นขึ้น แม้แต่อาการปวดแสบปวดร้อนบนแผ่นหลังที่ไม่เจ็บปวดมานานแล้วก็เช่นกัน


หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนแห้งผมก็ใช้ผ้าห่มผืนเดิมพันร่างที่เปลือยเปล่าก่อนจะซุกตัวลงบนโซฟา ผมไม่อยากกลับไปที่เตียงนอนอีก ผมอาจจะนอนบนพื้นหรือที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ที่เตียงในตอนนี้แน่ มันมีแต่จะทำให้ผมนึกถึงเรื่องในความฝัน


ผมพยายามวาดแผนการสำหรับวันนี้ ผมควรทำอะไรบ้างหลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้น มันเป็นวันหยุดของผมถึงแม้ห้องสมุดจะไม่ได้ปิดก็ตาม ลูนเบิร์กเปิดอยู่เสมอเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ตลอดเวลา แต่ผมมีวันว่างอาทิตย์ละหนึ่งวันและจะมีคนอื่นทำหน้าที่บรรณารักษ์ที่นั่นแทนผม


ผมว่าจะไปหากาแฟอร่อย ๆ ที่ย่านแมคควีน แถวนั้นเต็มไปด้วยคอฟฟี่ชอปและร้านหนังสือ ผู้คนเป็นมิตรและมีรอยยิ้มอยู่เสมอ แม้ว่ามันจะเป็นไปเพื่อการค้าก็ตามที


‘ร้องสิ! ร้องดัง ๆ เลยไอ้หนู เธอก็รู้ว่าฉันชอบแบบนั้น’


ผมชอบถนนอิฐของที่นั่น คุณสามารถมองเห็นลวดลายกราฟฟิตี้ได้หากมองจากชั้นสองของร้านกาแฟสักร้าน มันเป็นความขัดแย้งที่ทำให้ย่านนั้นยิ่งดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา


‘ชอบใช่ไหม เวลาที่ฉันอยู่ในตัวเธอแบบนี้’


เลยออกไปตรงหัวมุมถนนมีร้านขายดอกไม้เล็ก ๆ คนขายเป็นผู้หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดี เธอมีผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนและน้ำเสียงหวานหู ผมไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไร แต่เรียกเธอว่ามิสซิสฟลาว


‘พูดสิ ผมชอบครับคุณลอยด์ พูดสิ! ไม่อย่างนั้นฉันจะตัดลิ้นเธอซะ’


“ไม่!”


ผมร้องลั่น ผ้าห่มลงไปกองอยู่ที่พื้นเมื่อผมทะลึ่งตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ร่างกายเปลือยเปล่าขาวซีด สว่างโพลนอยู่ในความมืด ผมกอดตัวเองที่กำลังสั่นเอาไว้แน่น แม้ว่าเหงื่อที่ซึมผ่านผิวหนังจะให้ความรู้สึกเหนียวเหนอะจนไม่สบายตัวก็ตาม


บ้าจริง! ผมคงเผลอหลับไปอีกแน่ ๆ


อาจจะเป็นเพราะโซฟานั่น ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่าชายคนนั้นเคยใช้โซฟาเป็นสถานที่ทรมานผมหรือเปล่า หลัก ๆ ก็เป็นที่เตียงและอาจมีที่พื้นด้วยแต่นั่นหลังจากที่ผมหมดสติไปแล้วจึงจำรายละเอียดอะไรไม่ได้ นั่นถือเป็นความโชคดีถ้ามีครั้งไหนที่ผมหมดสติไปด้วยความเจ็บปวด แต่มันจะทำให้เขายิ่งรุนแรงขึ้นในครั้งต่อไป


ผมทิ้งตัวลงบนพื้น นั่งทับบนกองผ้าห่มทั้งอย่างนั้น ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมีแสงสว่างแล้ว เสียงจากถนนเมนก็ดังขึ้นด้วยตอนที่ผมกดโทรศัพท์ ผมเห็นปลายนิ้วสั่นเทาที่สะท้อนแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ หรืออันที่จริงผมอาจสั่นไปหมดทั้งตัว


สัญญาณดังอยู่หลายครั้งโดยไม่มีใครรับ ผมกำโทรศัพท์แน่นจนเจ็บมือ รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกขณะที่ฟังเสียงตื้ดยาว ๆ นั่นอย่างอดทน


“ผมจะแจ้งความจับคุณหากไม่มีเรื่องที่สำคัญมากพอ”


เดาว่ามาร์คไม่ได้ดูชื่อด้วยซ้ำตอนที่กดรับ เสียงเขาอู้อี้แบบคนยังไม่ตื่นนอน ทั้งง่วงและมีอารมณ์นิดหน่อยที่ถูกรบกวนการพักผ่อน แต่ผมไม่ได้รู้สึกผิดแม้จะรู้ว่ามาร์คมีเวลานอนน้อยแค่ไหนก็ตาม


“ผมอยากเลี้ยงกาแฟคุณ ร้านสติ๊กกี้ครีมที่แมคควีนเป็นไง”


“แบม นั่นเธอเหรอ นี่มันกี่โมงกันแล้วเนี่ย”


ผมได้ยินเสียงขยับตัวมาจากปลายสาย เสียงเนื้อผ้าที่เสียดสีกัน ก่อนที่เจ้าตัวจะสบถเสียงดัง


“ให้ตาย นี่เธอจะไล่ปลุกคนอื่นตอนยังไม่ตีห้าแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ” เขาโวย


“ผมคิดว่าคุณอาจอยากไปวิ่งออกกำลังกายก่อนจะเริ่มวันใหม่นะคุณหมอ หลังจากนั้นค่อยไปให้ผมเลี้ยงกาแฟก็ได้”


มาร์คเงียบไปแล้ว อาจกำลังคิดเรื่องข้อเสนอของผม แต่ผมรู้ว่าเขาไม่ได้หลับต่อ เขาอาจกำลังลุกขึ้นแล้วขยี้ผมจนยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิดแบบที่ชอบทำเป็นประจำ


“เธอฝันร้ายอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ”


“คุณยังไม่ได้ให้คำตอบผม”


“โอเค ๆ ไอ้หนู อเมริกาโน่ไม่ใส่ไซรัปนะ”


“ผมจำได้หรอกน่า”




****************************************




ผมเห็นเขาแล้ว นายแพทย์หนุ่มรูปหล่อที่เพิ่งเลี้ยวเข้ามาในตรอก มาร์คเป็นหนุ่มแอลเอเชื้อสายจีนที่หล่อจัดจนชวนตะลึง เขาหน้าตาดีแบบที่สามารถทำให้แว่นตาอันใหญ่กับสายคล้องแสนเชยกลายเป็นแฟชั่นบนหน้าปกนิตยสารได้ และถึงแม้จะไม่สูงมากนักแต่รูปร่างที่เพรียวบางจะหลอกตาคุณ ทำให้เขาดูสูงกว่าที่เห็น เขาเป็นคนที่สมองคุณจะบันทึกภาพเอาไว้แม้ว่าจะได้เจอกันแค่ครั้งเดียวก็ตาม


ผมโบกมือให้เขาจากระเบียงชั้นสองของร้านจนกระทั่งเขาเห็นผม รอยยิ้มของเขายังคงเหมือนที่ผมจำได้ ไม่ใช่แค่ริมฝีปากแต่เขายิ้มด้วยดวงตา มันน่าประหลาดที่เขายังโสด แต่ผมไม่โทษเขาหรอกที่ทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดให้กับงาน มันสมกับเป็นมาร์คที่สุดแล้ว


“ว่าไง ไอ้หนู” ฝ่ามือใหญ่ยื่นตรงมาที่ผมพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร แต่ผมรีบดันตัวออกก่อนที่เขาจะสัมผัสผม


“โทษที”


ผมยิ้มรับคำขอโทษนั้น มาร์ครู้ดีว่าผมไม่ชอบให้ใครสัมผัสตัวและไม่เคยพยายามทำแบบนั้น แต่การที่นาน ๆ ได้พบกันสักครั้งอาจทำให้เขาลืมเรื่องนั้นไป อันที่จริงมันไม่ถึงขนาดทนไม่ได้แต่ถ้าไม่ต้องทนเลยจะดีกว่า เสื้อแขนยาวจึงเป็นตัวช่วยให้ผมสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสคนอื่นโดยไม่ตั้งใจได้อย่างดี


เราทักทายกันสองสามคำก่อนที่กาแฟสองแก้วจะถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า ผมมองเขากรอกของเหลวสีเข้มลงคอยอย่างไม่มีพิธีรีตอง ในขณะที่ผมยังคงรื่นรมย์กับกลิ่นหอมอย่างละเมียดละไม มาร์คไม่ได้ชอบดื่มกาแฟ เขาใช้มันเหมือนสารหล่อลื่นที่คอยขับเคลื่อนชีวิต แบบที่คนส่วนใหญ่ใช้กาแฟเพื่อให้สมองตื่นตัว สีน้ำตาลเข้มในดวงตาของเขาดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อร่ายกายได้เติมคาเฟอีนร้อน ๆ  ริมฝีปากยกขึ้นนิด ๆ ดูอารมณ์ดี


“ไหนเล่าอาการของเธอมาซิ”  มาร์คเริ่มอย่างที่ผมคิดเอาไว้ไม่ผิด เขายกขาข้างซ้ายไขว้บนขาอีกข้าง ซึ่งเป็นท่าทางที่ตั้งใจให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย เขาทำแบบนี้ทุกครั้งตอนที่พยายามบำบัดผม


“ไม่เอาน่า...มาร์ค นี่มันวันหยุดนะ คุณไม่อยากเริ่มต้นด้วยการตรวจคนไข้หรอก แล้วคุณก็ไม่ใช่จิตแพทย์ด้วย”


ใช่...มาร์คเป็นหมอแบบที่จะผ่ากระสุนออกจากท้องคุณ จัดการกับแผลหัวแตกหรือมีดบาด สามารถด่าคุณพร้อมกับเย็บแผลไปด้วยได้ แต่ไม่ใช่หมอแบบที่จะเยียวยาจิตใจคุณแม้เขาจะพยายามทำแบบนั้นกับผมมาตลอดก็ตาม


“ฉันรู้ว่าเธอจะปฏิเสธเหมือนเดิมถ้าหากแนะนำให้เธอไปหาจิตแพทย์อีก เพราะอย่างนั้นก็เล่ามา”


ผมหัวเราะเบา ๆ กับความจริงข้อนั้น ผมไม่ต้องการจิตแพทย์ อันที่จริงเป็นเพราะผมไม่ต้องการพูดถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเอง ไม่ว่าจะกับใครทั้งนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากนึกถึง แค่ต้องเจอมันในความฝันก็แย่พอแล้ว อย่าให้ผมต้องนึกถึงมันตอนลืมตาตื่นด้วยเลย


“ก็แค่ฝัน...เหมือนทุกที”


ผมตอบเลี่ยงพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่มาร์คเคยค่อนขอดว่ามันเหมือนกับการแยกเขี้ยวเสียมากกว่า  ดวงตาของเขาหรี่ลง แผ่นหลังเอนชิดพนักเก้าอี้ รองเท้าหนังขัดมันขยับแกว่งเบา ๆ เขาดูผ่อนคลายในขณะที่พยายามกดดันผมด้วยสายตา


“ฉันคิดว่าที่เธอยังติดอยู่กับฝันร้ายเป็นเพราะเธอไม่ยอมปลดปล่อยมันออกมาสักที”


“ให้ตายเถอะ ถ้าคุณยังพยายามต่อไปอีก คุณต้องเขียนใบสั่งยาให้ผมแล้วล่ะ แต่ผมไม่ปฏิเสธยานอนหลับหรอกนะ” ผมหัวเราะเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นท่าทางที่ผมตั้งใจฝึกมาหลายปี คุณจะรู้ว่ามันไม่ง่ายนักหากชีวิตเคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกับผม แต่มันจำเป็นสำหรับชีวิตปกติธรรมดาในโลกของบรรณารักษ์ลูนเบิร์ก


มาร์คไม่คาดคั้นอะไรอีก หลัก ๆ เป็นเพราะเขารู้ดีว่ามันจะเสียเวลาแบบเปล่าประโยชน์ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเคยคุยกันเรื่องนี้ ผลลัพธ์มันไม่เคยต่างจากเดิม


พวกเราดื่มกาแฟกันเงียบ ๆ พูดคุยเรื่อยเปื่อยกันอีกสองสามคำโดยพยายามหลีกเลี่ยงให้ไกลเรื่องที่เขาอยากรู้มากที่สุด ในที่สุดเราต่างก็นิ่งเงียบ ผมปล่อยความคิดล่องลอยไปตามเสียงอึกทึกรอบตัว ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ แบบที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสังคมธรรมดาที่เรียบง่าย ถ้าเทียบกับชีวิตที่ถูกโยนเข้าวงการค้ามนุษย์ตั้งแต่ยังไม่สิบเอ็ดขวบ เป็นของเล่นของเศรษฐีโรคจิต ถูกขายทอดตลาด และใช้ชีวิตอยู่ในท่อระบายน้ำเหมือนหนูสกปรก สิ่งนี้ก็เป็นโลกในอุดมคติของผมเลยทีเดียว


บ้าจริง! ดูเมือนผมจะไม่สามารถสลัดเรื่องพวกนี้ออกจากหัวได้เลย


“แจบอม รู้เรื่องนี้หรือเปล่า”


นั่นดูจะเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของมาร์คเมื่อเขาเปิดปากขึ้นมาอีกครั้ง ผมชื่นชมในความเป็นนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ของเขาจริง ๆ


“ไม่รู้ ถ้าคุณไม่บอก” ผมตอบพร้อมกับแยกเขี้ยวให้เขาอย่างหวานหยด


มาร์คถอนหายใจและแสร้งทำเป็นพ่ายแพ้ในที่สุด ผมรู้ว่ามาร์คจะรายงานเรื่องนี้ให้คุณอิมรู้ เพราะเขาได้รับคำสั่งมาแบบนั้น ผมไม่โทษเขาหรอกแถมยังแกล้งทำเป็นไม่รู้อีกด้วย เพราะใช่ว่าคุณอิมจะทำอะไรกับรายงานของมาร์ค อย่างมากเขาก็โผล่ไปที่ห้องสมุดนั่งอ่านหนังสือของตัวเองไปเงียบ ๆ เท่านั้น






****************************************

#ficzeta

พี่จีนส์ยังไม่มา คิวยาว ค่าตัวแพง พาพี่หมอมาร์คมาก่อนค่ะ


อัพแบบไม่เก็บไว้เป็นสต๊อกเลย เขียนเสร็จก็อัพ กำลังสนุกกับเรื่องนี้
แต่เนื้องเรื่องจะ ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ นะคะ


ขอบคุณนักอ่านขาประจำที่อ่านทุกเรื่อง เม้นต์ทุกตอนจริง ๆ ค่ะ
เราพยายามเปลี่ยนแนวทั้งพลอต ทั้งวิธีเขียน อยากลองหลาย ๆ แบบค่ะ
อยากหาแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง
รู้สึกดีใจมากที่มีคนพัฒนาการของงาน
ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

246 ความคิดเห็น

  1. #245 mew_wwp (@mew_wwp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 17:44
    มันดีมากเลยค่ะ...ฮืออ~ทำไมเราพึ่งมาเจอ😅 ชอบการบรรยายของไรท์มากกก
    #245
    0
  2. #200 JK.em (@jirapa1-46) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 02:16
    สงสารน้องมากๆ ชีวิตในวัยเด็กของหนู ทำไมมันรันทดขนาดนี้ ;-;
    #200
    0
  3. #171 moonnietare (@moonnietare) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 23:18
    รอคุณจินอยู่นะคะ น้องแบมคือมีปมจนทำให้ไม่ลืมเรื่องในอดีตเหมือนมันฝังลึกลงในจิตใจทำให้ฝันหลอนๆแต่เรื่องที่เจอมา ฮือสงสารน้อง /ชอบสไตล์การเขียนของไรท์มากๆเลยค่ะ แปลกใหม่ขึ้นเรื่อยๆเลย ชอบมากๆๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #171
    0
  4. #85 mimi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:20

    ด้วยความที่เปิดเพลงไปแล้วอ่านฟิคไปด้วย ฉากที่ค่อยๆเล่าถึงอดีตของแบมแบมผ่านประโยคคำพูดของไอโรคจิตที่แบมแบมถูกขายมาให้ ก็คือออออ เราร้องไห้ค่ะ แงงงงงงงงงง ต้องยอมรับว่าเราค่อนข้างเซนซิทีฟเรื่องการข่มขืนค่ะ เคยคิดด้วยซ้ำว่าถ้าเราต้องเจอเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้เราจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร มันคงเหมือนตายทั้งเป็น ซึ่งในเรื่องแบมแบมก็อาจรู้สึกแบบนั้นในใจลึกๆอยู่ดี แต่ก็พยายามเข้มแข็งและผ่านมันไปให้ได้ ด้วยอดีตอันโหดร้ายจึงทำให้แบมแบมกลัวการสัมผัส และไม่ชอบการนอนเตียงเพราะพาลให้นึกถึงอดีต รู้สึกทรมาณฉากนี้มากๆเลยT^T ในส่วนของหมอมาร์ค เมื่อนึกภาพตามคำบรรยายของไรท์เรารู้สึกเมาความหล่อของพี่เขามากค่ะ หนุ่มแว่นที่มีคลาส มีความวินเทจ กรี๊ดดดดด อยากได้มากจ้าแม่ แล้วหมอมาร์คนี่ทำตำแหน่งอะไรให้คุณอิมหรอคะ อยากรู้จุง เป็นหมอประจำสังกัดคุณอิมหรอ แต่ที่แน่ไม่ ชอบเคมีหมอมาร์คกับแบมแบมมากเลยค่ะในตอนที่นั่งจิบกาแฟด้วยกัน ดูสบายๆ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ พยายามตามอ่านให้ทันอยู่ แม้งานจะทับหัว 555


    #85
    1
    • #85-1 mimi (จากตอนที่ 2)
      20 เมษายน 2562 / 00:21
      แต่ที่แน่ๆ* สิ พิมตก 5555
      #85-1
  5. #76 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 01:08
    คุณอิมน่าจะเป็นคนที่ช่วยแบมออกมา?
    #76
    0
  6. #61 moeypatchara (@moeypatchara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 23:43
    แบมทำไมน่าสงสารขนาดนี้อ่าา
    #61
    0
  7. #35 NuenG120984 (@NuenG120984) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 18:23
    พี่หมอมาร์คคือดีมากกกกกก วานดีมาก 555555555

    ชีวิตแบมทำไมน่าสงสารขนาดนี้
    #35
    0
  8. #15 Jirawan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:22

    ไรต์แต่งดีทุกเรื่องเลย จินตาการได้ทุกตอนที่อ่านเลย ชอบๆๆๆๆๆ

    #15
    0
  9. #12 mashi maro (@mashimarokluay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:45
    สงสารแบมจัง คงเจ็บปวดกับอดีตมากเลย ฮื่อๆTT อยากให้น้องเจอแสงสว่างจัง น้องไม่มีที่พึ่งพิงเลย ไม่มีคนที่จะอยู่ปลอบใจน้องได้ตลอด

    ไรท์สู้ๆเน้อ
    #12
    0
  10. #11 nirinda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:32

    อดีตของแบมคงเจอหนักมากๆ สงสาร แอบงงนิดนึงนะคะตรงความฝันกับการดำเนินเรื่องในปัจจุบัน แต่ก็จะพยายามทำความเข้าใจที่ไรท์ต้องการจะสื่อนะคะ รอติดตามค่ะไรท์

    #11
    0
  11. #10 Tiny_seal (@ameato15) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:12
    พี่หมองานดีมากค่ะ ฮืออสงสารน้องแบมจังลูกก มากอดหน่อยฮืออออ
    #10
    0
  12. #9 ArTuan94 (@igotmarkbam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:34
    รู้จักกันไปหมด หนุ่มน้อยบรรณารักษ์ คุณอิม หมอมาร์ค แงงงงงง ชอบบทพี่มาร์คจัง ตอนแรกนึกว่าคุณเขาเป็นตำรวจ แต่เป็นหมอบทมันก็ถ่วงดุลกับบทคุณอิมที่ดูมีอำนาจ ไม่คาแร็กเตอร์่สายแข็งกันไปหมดดี แต่อันที่หนักหน่วงคือเรื่องราวในอดีตของเจ้าหนูแบมนี่แหละ อยากโอ๋น้องมากเลยค่ะไรท์
    #9
    1
    • #9-1 ArTuan94 (@igotmarkbam) (จากตอนที่ 2)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:36
      อ่าา คุณจีนส์มาไวๆนะคะ รอลุ้นบทคุณจีนส์อยู่ทุกวันเลย
      #9-1
  13. #8 raintuan (@raintuan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:04

    ชอบทุกเรื่องของไรท์นะคะ พัฒนาต่อไปเรื่อยๆเนาะ รอติดตามต่อค่ะ


    แปลกที่ว่ากับไรท์บางคนมีคนติดตามอ่านเยอะๆ แต่เราลองอ่านดูแล้วก็ไม่ใช่แนวที่ชอบ (แม้จะเป็นคู่ที่ชิป)


    แต่พอได้ตามอ่านของไรท์แล้วก็รู้สึกถูกจริตทุกเรื่อง แหะๆ


    สู้ๆนะคะ ^^

    #8
    0
  14. #7 Ann (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:51

    งืออ bbam

    #7
    0