คัดลอกลิงก์เเล้ว

ผมกับมันในหนึ่งวันที่บ้านเก่า (ฤดูร้อน)

ส่งประกวดเรื่องสั้นฤดูร้อนของบอร์ดนักเขียน (2013)

ยอดวิวรวม

125

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


125

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 เม.ย. 56 / 21:40 น.
นิยาย Ѻѹ˹ѹҹ (Ĵ͹) ผมกับมันในหนึ่งวันที่บ้านเก่า (ฤดูร้อน) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 เม.ย. 56 / 21:40


แล้วฤดูร้อนก็เวียนกลับมาอีกครั้ง ผมนั่งอยู่บนระเบียงทางเดินไม้ของบ้านโดยมีลมอุ่นๆพัดเข้ามาเป็นระยะ ข้างตัวมีน้ำหวานสีเขียวกับแตงโมบนจาน ผมกลับมาบ้านหลังเก่าที่อยู่ในชนบททุกๆหน้าร้อนนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความน่าเบื่อในเมืองใหญ่รวมถึงพักผ่อนร่างกายจากงานประจำที่หนักหนาด้วย

                แต่ความจริงแล้วการมาที่นี่ก็ไม่ช่วยอะไรมากนักหรอก เพราะเจ้าตัวปัญหาก็ยังตามมาด้วยเพียงแต่เหลือแค่หนึ่งเท่านั้นเอง...แต่เป็นหนึ่งที่ก่อปัญหาได้มากที่สุด

 

 

                ผมยังจำได้ดีกับครั้งแรกที่ได้รับตัวปัญหามีชีวิตนี้มา ในตอนนั้นก็เป็นหน้าร้อนเพียงแต่ความรู้สึกตอนเจอครั้งแรกมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ว่าตัวผมต้องเจอกับปัญหาใหญ่หลวง แต่เป็นความรู้สึกของเด็กผู้ชายไร้เดียงสาคนหนึ่งที่กำลังคิดว่าตัวเองได้เพื่อนคู่ใจคนใหม่เท่านั้น...และตอนนี้เพื่อนคู่ใจคนใหม่ของผมก็กำลังวิ่งไล่งับหางตัวเองในทุ่งหญ้าใกล้ๆบ้านหลังนี้อย่างมีความสุขมา

               

 

ผมยกน้ำหวานขึ้นมาดื่มแล้วมองตัวปัญหาที่ยังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งหญ้า แผลที่แขนผมก็ยังเจ็บแปลบๆเป็นพักๆ ทำให้ผมอดนึกถึงคนไข้ของผมไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะยอมกินข้าวกินน้ำแล้วก็ให้รักษาอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจคนอื่นให้ดูแลคนไข้พวกนี้นะ แต่ผมห่วงว่าพวกเขาจะบาดเจ็บมากกว่า เพราะล่าสุดผมก็เพิ่งเจอท่าไม้ตายยอดฮิตอย่างเขี้ยวพิฆาตเข้าที่แขน โชคดีที่มันยังเล็กเลยไม่เจ็บตัวมากไปกว่านี้ ถ้ามากกว่านี้ที่เจอกันบ่อยๆก็มีหนามทิ่ม พิษ และไฟ

บางทีผมก็นึกอย่างให้เจ้าตัวปัญหาของผมนอนซมอยู่เป็นเดือนเหมือนกัน แต่ทั้งชีวิตของมันกลับกลับเคยเข้ารักษาแค่ครั้งเดียว...ช่าง...แข็งแรงจริงๆ

 

 

พอผมนั่งสังเกตตัวเองดีๆแล้ว ทั้งตัวผมมีแต่รอยแผล แขนก็เต็มไปด้วยรอยขูดขีดของเล็บแหลมๆและรอยเขี้ยวคมๆ  แต่สำหรับขานี่ดีหน่อยที่ไม่ค่อยมีเพราะผมมักจะใส่กางเกงขายาวไม่งั้นคงได้มาเพิ่มอีกพอดู ส่วนลำตัวก็มักจะเป็นรอยช้ำเขียวๆจากการกระแทก

 

 

ผมนั่งกัดแตงโมและค่อยๆเคี้ยวเพื่อรับรู้รสของมันให้มากที่สุด ความจริงแล้วนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องกลับมาที่นี่เพราะแตงโมที่นี่อร่อยกว่าที่อื่น แต่มันจะมีแค่เฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น

 

 

สีของแตงโมทำให้ผมนึกย้อนกลับไปตอนที่ผมถูกฝากรอยแผลเป็นที่แก้มขวา รอยเล็บเป็นแนวยาว ผมจำได้แค่ว่าเลือดผมไหลลงมาเหมือนเปิดก๊อกน้ำเลอะเสื้อตัวเก่งเต็มไปหมดและไม่ใช่ฝีมือของเจ้าตัวปัญหาของผม แต่เพราะว่าหลังจากผมสลบไปเลย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนอยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว จำอะไรได้ไม่มากนักหรอก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้เห็นมันทำท่าซึมเศร้าตามที่พ่อเล่าให้ฟัง

 


 

หลังกินเสร็จผมเลยทิ้งตัวนอนกับพื้นแล้วผล็อยหลับไป...อากาศเริ่มเย็นลงตามเวลาที่ไหลผ่านไป ผมตื่นขึ้นมาแล้วเหลือบมองดูนาฬิกาที่ผนังห้องที่บอกเวลาสี่โมงเกือบจะห้าโมงแล้ว อีกไม่นานก็ได้เวลาพาไปเที่ยวเล่นกัน ผมคิดในใจแล้วก็ลุกขึ้นมาเพื่อมองหาเจ้าตัวปัญหา

ความจริงไม่ต้องคิดถึงมัน เจ้านี่ก็วิ่งมาแล้วกระโจนใส่ผมจนหงายหลังไปอีกรอบ

“ออกไป!! ตัวก็ไม่ได้เล็กๆแล้ว ให้ตายเถอะ!!” ผมกัดฟันพูดแล้วพยายามผลักมันออกไป ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบบังเหียนออกมา

 


 

ระหว่างที่เดินกลับมาเพื่อออกไปสวมรองเท้า ผมก็เห็นถ้วยรางวัลที่วางไว้ในห้องรับแขก...ถ้วยนั่นผมจำมันได้ดียิ่งกว่าถ้วยใบอื่นๆ เพราะมันเป็นถ้วยรางวัลใบแรกในชีวิตที่ได้มาจากการแข่งขันจ้าวความเร็ว นอกจากนั้นยังทำให้ทุกคนเลิกดูถูกพวกเราบ้านหลังนี้มันมีอะไรให้คิดถึงเยอะจริงๆ

 


 

หลังจากใส่รองเท้าเสร็จ ผมก็สวมบังเหียนให้มันอย่างช้าๆ เพราะไม่ว่ากี่ทีมันก็ไม่เคยชินกับการสวมอุปกรณ์สำหรับขึ้นขี่สักที โดนเฉพาะอานซึ่งภายหลังผมจึงเลิกใส่ แต่บังเหียนนี่ไม่ใส่คงไม่ได้จริงๆ  


 

หลังจากสวมบังเหียนเสร็จผมก็กระโดดขึ้นหลังของมัน สายลมอุ่นๆเริ่มพัดมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะขึ้นขี่หลังของเจ้าตัวปัญหานี่กี่ทีก็มีแต่เรื่องชวนใจหาย

 

ครั้งแรกที่ผมขี่มันเป็นตอนฤดูใบไม้ร่วง มันพยศเพราะไม่ชอบสิ่งที่ผมเอาใส่ให้มันและสะบัดผมร่วงตกลงมานับว่ายังดีที่ยังขึ้นไปไม่สูงมากเท่าไหร่ แค่ซี่โครงหักไปสองซี่เอง

หลังจากนั้นกว่าจะขี่ได้ก็ใช้เวลาไปสองอาทิตย์ พอเข้าช่วงคริสต์มาสเราก็สามารถไปชมเมืองครั้งแรกได้สำเร็จ และชนป้ายโฆษณายาสีฟันยี่ห้อดัง ซึ่งทำให้ผมเลิกใช้ยี่ห้อนี้ไปตลอดกาล

ต่อจากนั้นก็ใช้เวลาอีกหลายครั้งกว่าจะทำให้พวกเราเกิดการเจ็บตัวน้อยที่สุดซึ่งกว่าจะทำได้ก็เกือบหมดฤดูร้อนแล้ว จนถึงทุกวันนี้ก็ยังได้แผลมาบ้างเล็กๆน้อย แต่ก็นับว่าดีกว่าครั้งแรกที่ไปชมเมืองก็แล้วกัน

 

 

 

เจ้าตัวปัญหาเริ่มสยายปีกของมันแล้วสิ ผมจึงจับบังเหียนเอาไว้แน่น  แล้วมันก็ทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็ว ท่าทางวันนี้คงได้บินกันยาวแน่นอน และเท่าที่จำได้จากปีก่อนๆ ผมเกือบจะไม่ลงเหยียบพื้นดินเลยจนเกือบจะเช้าวันใหม่และนั่นก็ทำให้ผมรู้ว่ามันชอบชนบทมากกว่าเมืองใหญ่ที่ผมอยู่ สมกับเป็นตัวปัญหาจริงๆ

 

ถึงผมจะเรียกมันว่าตัวปัญหาก็เถอะ แต่เอาเข้าจริงถ้าขาดมันแล้วผมก็ไม่รู้ว่าผมจะทำตัวยังไง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตร่วมกับมันมาตลอด ขนาดตอนทำงานหรือจะเข้านอนยังไม่พ้นเลย พูดได้ว่านึกถึงเรื่องไหนก็ต้องมีมันอยู่ด้วยเสมอ...เพื่อนคนเดียวของผม

 

ตอนนี้ผมกับมันอยู่เหนือในระดับเดียวกับก้อนเมฆ ทำเอาผมเสียววาบๆอยู่ไม่น้อยเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดท่าดิ่งพสุธาหรือควงสว่านคว้าเมฆขึ้นเมื่อไหร่...ถึงแม้จะไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก แต่ผมรู้ดีว่ามันต้องกลายสภาพมาเป็นอีกเรื่องราวสำคัญในชีวิตผมแน่นอน...

 

                นี่ผมได้บอกหรือยังว่าผมเป็นหมอรักษาสัตว์วิเศษและเจ้าตัวปัญหาก็เป็นมังกรของผมเอง...

ผลงานอื่นๆ ของ นักเขียนร้านกาแฟ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 กะรัต
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2556 / 23:26
    นึกว่าแมว หมา ต่อมานึกว่าม้า^^
    #2
    0
  2. วันที่ 28 เมษายน 2556 / 17:48
    อ่านตอนแรกนึกว่าหมา...

    ชอบการแต่งเรื่อง แต่งดีขึ้นเรื่อยๆ
    #1
    0