ทำไงดี ลูกผมเป็นเกย์ [สนพ.DiamondY]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,231 Views

  • 388 Comments

  • 887 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18

    Overall
    13,231

ตอนที่ 18 : บทที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    17 พ.ย. 60


บทที่ 17




ว่ากันตามตรง การไปเที่ยวทริปสุดท้ายไม่ได้มีเรื่องน่าตื่นเต้นหวือหวาเท่าไรถ้าถามเขา ตอนแรกปันเองก็นึกหวั่นใจว่าพ่อทั้งสองคนของเขาจะเปิดศึกอะไรกันระหว่างทางรึเปล่า แต่อันที่จริงทุกอย่างก็ผ่านไปได้เรื่อยๆ แม้ปันจะสังเกตเห็นว่านพดลยังไม่ค่อยสนิทใจกับพ่อแท้ๆ ของเขาเท่าไรนัก


...ซึ่งเขาก็ไม่โทษพ่อดลของเขาหรอก ก็อีกฝ่ายถึงกับแอบไปนอนกับแฟนของตัวเองจนมีเขาออกมาเป็นตัวเป็นตนขนาดนี้ยังไงล่ะ จะให้สนิทใจ ญาติดีกันจี๊จ๊าก็คงเป็นไปได้ยาก แต่ถึงแบบนั้นเขาก็รู้สึกว่าพ่อบูมของเขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปิดใจพ่อไม่แท้ของเขาเหมือนกัน


บางที… มันอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักนิด แม้แต่กับเขาเองก็เหมือนกัน


“ปัน เตรียมของครบรึยัง แล้วลิสต์รายการที่พ่อเคยให้แกจดไว้ไปอยู่ไหนแล้ว”


“หาแป๊บหนึ่งครับพ่อ” พูดพลางรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้าน มีเสียงถอนหายใจเฮือกดังไล่หลังมา


“จนนี่จะบินในอีกไม่กี่ชั่วโมงอยู่แล้ว ยังจะมานั่งเปิดๆ ปิดๆ กระเป๋าอยู่อีก มันใช่เรื่องไหมเนี่ย หืม”


บ่นๆๆ สมกับเป็นพ่อเขาจริงๆ


หลังจากที่จัดการเช็กของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปัญญาก็เริ่มเหลือบมองนาฬิกา ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าเครื่องบินจะขึ้น พ่อเขาบอกว่าพวกเขาควรจะออกจากบ้านตอนประมาณสี่ทุ่ม และเท่าที่ดู ยังมีเวลาอีกสองชั่วโมงในการนั่งแช่อยู่หน้าจอทีวีหรือโทรศัพท์มือถือ แน่นอนว่าเด็กยุคใหม่อย่างเขาย่อมทำทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน


ตอบแชทจากโดนัทไปด้วย เหลือบตาขึ้นมองดราก้อนบอลไปด้วย ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเอนเตอร์เทน


“ปัน กินข้าวอิ่มหรือเปล่าลูก จะเอาอะไรไปติดกระเป๋าหน่อยไหม”


“ไม่ต้องหรอกครับพ่อ ผมกินอิ่มจะแย่อยู่แล้ว” เจ้าตัวว่าขณะพิมพ์แชทตอบโดนัทที่เริ่มคร่ำครวญว่าไม่อยากให้เขาไป เจ้าตัวบอกว่าจะไปส่งเขาที่สนามบินเหมือนกัน เพราะงั้นถึงเวลาก็คงไปเจอกันที่นั่น ปันแทบไม่อยากเชื่อง่าป๊าของโดนัทจะยอมขับรถพาลูกชายไปที่สนามบินเพื่อไปส่ง… เอ่อ แฟนหนุ่มของลูกชาย? ดูเหมือนว่าฝั่งนั้นจะไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ เรื่องนี้


“แล้วนี่บูมได้บอกลูกรึเปล่าว่าเขาจะไปสนามบินกี่โมง”


“ก็ราวๆ ห้าทุ่ม ห้าทุ่มครึ่งนี่แหละครับ จริงๆ เราน่าจะไปด้วยกันสามคนแท้ๆ ขากลับพ่อก็ให้พ่อบูมมาส่ง จะได้ไม่ต้องไปรถหลายๆ คัน”


“ไม่เอาหรอก พ่ออยากขับไปเองมากกว่า” เมื่อเจ้าตัวว่าแบบนั้น ปันก็ไม่อยากขัดอะไร


เด็กหนุ่มยึดโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงหลังจากที่โดนัทบอกว่าจะไปอาบน้ำ ตาเขายังคงมองทีวีก็จริง แต่ใจน่ะ ลอยไปถึงคนอีกคนที่นั่งดื่มชาร้อนพร้อมกับอ่านหนังสือเกี่ยวกับเครื่องจักรอะไรสักอย่างไปด้วย


ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี่… นับตั้งแต่วันที่เขารู้ความจริงเรื่องพ่อแท้ๆ ของตัวเอง ปันก็ยังรู้สึกเหมือนมีกำแพงกั้นบางๆ ระหว่างเขากับดล


เขาสงสัยว่ามันเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันรึเปล่า หรือเพราะเรื่องที่เขาเป็นเกย์ที่ทำให้อีกฝ่ายห่างๆ จากเขาไป ตั้งแต่ตอนนั้นมา เขาก็ไม่เคยเปิดใจถามนพดลตรงๆ อีกเลยถึงเรื่องนี้ มันเหมือนมีเรื่องหนักหนาเกิดขึ้นพร้อมกันเยอะเกินไป ทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดถึงเรื่องใดๆ


อันที่จริงมันก็ไม่ต่างอะไรจากการหนีปัญหาและปล่อยให้มันผ่านไปเรื่อยๆ ราวกับไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเท่านั้นเอง


เขาใช้รีโมตกดปิดทีวี ความเงียบโรยตัวเข้ามาปกคลุมพวกเขาทั้งคู่ ปัญญาบอกกับตัวเองว่าเขามีโอกาสแค่ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว ก่อนที่เขาจะต้องห่างจากอีกฝ่ายไปอยู่ที่อีกซีกโลก เขาต้องเปิดใจคุยกับพ่อให้รู้เรื่องวันนี้ หรือไม่ก็ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกตลอดไป


“ปัน” ปัญญาแทบจะหงายหลังเมื่อความตั้งใจของเขาถูกอีกฝ่ายชิงตัดหน้าเสียก่อน “พ่อขอโทษนะที่ทำได้แค่นี้”


ปันลุกขึ้นพรวดจากโซฟาทันที เรียกว่าเด้งดึ๊งเลยก็ได้ เขาเบิกตากว้าง มองชายหนุ่มที่เลี้ยงดูเขามากว่า 17 ปีด้วยสายตาพิศวง อีกฝ่ายยังคงยกชาร้อนขึ้นจิบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“พ่อ… พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไง”


ปัญญาสาวเท้าเข้าไปที่โต๊ะซึ่งพ่อเขานั่งอยู่ “พ่อขอโทษทำไม แล้วอะไรที่ทำได้แค่นี้”


นพดลเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา และมันทำให้ปันลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อเขาสังเกตเห็นว่าขอบตาอีกฝ่ายติดจะแดงๆ ขึ้นมา


เด็กหนุ่มยืนอึ้ง เขามองร่างของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้อย่างเชื่องช้า ไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนเพื่อไม่ให้เสียงที่เปล่งออกมาสั่น


“พ่อรู้… ว่าพ่อไม่ได้ทำหน้าที่ได้ดีนัก ยิ่งตอนที่พ่อต่อย--”


“พ่อจะพูดเรื่องนั้นขึ้นมาอีกทำไม” ปัญญาเข้าไปประชิดร่างอีกฝ่ายที่เตี้ยกว่าเขาไปเล็กน้อยอย่างร้อนรนทันที นพดลเบือนหน้าหนี ไม่สบตาเขา “มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว… ผมแทบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ… เดี๋ยวนะ พ่ออย่าบอกนะว่าตลอดเวลามานี่พ่อยังคิดมากเรื่องนี้อยู่”


“แล้วแกจะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไง” ถึงตรงนี้อีกฝ่ายก็หันหลังให้เขาแล้ว น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “แกรู้ไหมปัน… ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยเสียใจเรื่องไหนเท่ากับเรื่องนั้นเลย เรื่องที่ฉันทำร้ายแก…”


“พ่อ” ปันเอื้อมมือไปบีบแขนอีกฝ่ายแน่น “พ่อ… ผมไม่เคยโกรธพ่อเลยเรื่องนั้น มันก็สมควรแล้วที่พ่อทำแบบนั้นกับผม ในเมื่อผม… ก็พ่อบูมกับแม่น่ะ…”


“แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ความผิดของแก”


อยู่ๆ น้ำตาก็ทะลักลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างของปันอย่างรวดเร็วราวกับเขื่อนแตก เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อเขายังโทษตัวเองเรื่องนี้ เขารู้ดีว่าแค่เรื่องที่แม่แอบไปมีอะไรกับคนอื่นเมื่อหลายสิบปีก่อนก็ย่ำแย่พอแล้ว ไหนจะเรื่องที่เด็กที่ตัวเองเลี้ยงมาตลอดไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตัวเองอีก…


ไม่ไหว… ไม่ไหวแล้ว แค่คิดแบบนั้นหัวใจเขาก็บีบรัดไปหมด เขาสงสัยจริงๆ ว่าพ่อผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาได้ยังไง ก้าวผ่านความทรมานพวกนั้นไปได้ยังไง


“ผม… ผมต่างหากที่ต้องขอโทษพ่อ ทั้งๆ ที่ผมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อแต่พ่อก็ยัง--”


“ปัน!” อีกฝ่ายเอ็ดขึ้นอย่างตกใจ หันหน้ากลับมาทางเขาทันที หางตาของดลยังคงแดงเรื่อๆ แต่เข้าตัวไม่ได้ร้องไห้เหมือนที่ปัญญากำลังทำ “อย่าพูดแบบนั้น สำหรับพ่อแล้วปันเป็น--”


“ฮึก ไม่ พ่อ ผมรู้ดีว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับพ่อเลย” พอปล่อยให้ตัวเองสะอื้นออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็หยุดไม่อยู่ เด็กหนุ่มร้องไห้โฮพร้อมกับโผเข้าไปกอดอีกฝ่ายที่ยังยืนอึ้งอย่างงงๆ อยู่ เขารู้สึกเหมือนใจจะขาดแค่คิดว่าคนในอ้อมแขนเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้าง และมันเลวร้ายขนาดไหนที่เขาเป็นตัวการที่ว่า “พ่อต้องเลี้ยงผม… ฮึก ต้องเลี้ยงผมมาเพราะพ่อคิดว่าผมเป็นลูกพ่อใช่ไหม พ่อต้อง… พ่อต้องแลกกับอะไรมาเยอะขนาดนั้นเพื่อมารู้ว่าผมไม่ใช่---”


“ปัน ลูกเข้าใจผิดแล้ว” คราวนี้นพดลเป็นฝ่ายกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมายังร่างกายของเขาทำให้เสียงสะอื้นของปันซาลง “ไม่ว่ายังไงปันก็คือลูกพ่อ ต่อให้ปันจะไม่ได้มีสายเลือดของพ่ออยู่ก็เถอะ แต่ปันสำคัญสำหรับพ่อมาก สำคัญมากจริงๆ และถ้าเป็นไปได้ พ่อก็อยากให้ปันยอมรับว่าพ่อคือพ่อของปัน”


“พ่อคือพ่อของปัน” เด็กหนุ่มรับพร้อมกับสะอื้นสั้นๆ กอดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้นราวกับจะหาที่ยึดเหนี่ยว “พ่อให้ปันลูกพ่อได้ใช่ไหม เป็นได้ใช่ไหม…”


“แน่นอน ปันก็ต้องเป็นลูกพ่อสิ” ถึงตรงนี้ นพดลเกือบจะร้องไห้ตามลูกชายไปอีกคนแล้ว “ก็พ่อมีลูกคนเดียวนี่นา ถ้าปันไม่ยอมเป็นลูกพ่อ แล้วพ่อจะเหลือใครล่ะ”


“พ่อ ผมขอโทษ… ผมขอโทษที่ทำให้พ่อเสียใจ” แล้วเจ้าตัวก็ร้องไห้ออกมาอีกรอบอย่างอัดอั้น “ขอโทษนะที่ผมเป็นเกย์ ขอโทษที่ผมไม่ใช่ลูกพ่อ ขอโทษ… ขอโทษครับ”


“ชู่ว์ ไม่เอา ไม่พูดแบบนั้น ปัน” นพดลเลื่อนมือมาวางที่แก้มทั้งสองข้างของอีกฝ่าย เกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าเจ้าตัวเบาๆ “ฟังนะปัน เราอาจจะไม่เคยพูดเรื่องนี้กันจริงจังช่วงหลังๆ มานี้ แต่พ่ออยากให้ปันรู้ว่าพ่อภูมิใจในตัวปันมาก ต่อให้ปันจะชอบผู้ชายหรือผู้หญิง มันไม่สำคัญอะไรเลย ปัน พ่อรักปันในแบบที่ลูกเป็น เข้าใจไหม เพราะงั้นเลิกขอโทษหรือคิดมากเรื่องนี้ได้แล้ว ส่วนเรื่องที่ปันไม่ใช่ลูกพ่อ… พ่อบอกแล้วไงว่านั่นไม่จริง ปันเป็นลูกของพ่อนะ เป็นคนที่พ่อรักที่สุด เพราะงั้นอย่าเสียใจเลยปัน พ่อดีใจจริงๆ ที่ได้มีหนูอยู่ข้างๆ มาตลอดแบบนี้”


ปัญญาสะอื้นฮักๆ ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายก่อนจะพูดกระท่อนกระแท่น “พ่อ… ปันรักพ่อนะ รักพ่อมาก พ่ออย่าเกลียดปันเลยนะ ปันรักพ่อจริงๆ”


นพดลจรดริมฝีปากที่ข้างแก้มลูกชายแผ่วเบาราวกับจะย้ำให้มั่นใจ


“พ่อเองก็รักปันมากเหมือนกัน”


แล้วไอ้เรื่องที่จะเกลียดเด็กผู้ชายในอ้อมแขนคนนี้น่ะ… เขาว่าคงต้องรอชาติหน้าเสียล่ะมั้ง





“พี่ปันไปถึงที่นู่นแล้วต้องส่งไลน์มาหาผมนะครับ สัญญาแล้วนะ” โดนัทพูดย้ำแบบนี้เป็นครั้งที่สามแล้วหลังจากที่เจอหน้าแฟนหนุ่มของตัวเองพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบยักษ์กับกระเป๋าสะพายอีกใบบนแผ่นหลัง พ่อของโดนัทที่ขับรถรถพาเจ้าตัวมาโยกหัวลูกชายน้อยๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะเอ็ดอย่างไม่จริงจังนัก


“หนูอย่าไปพูดย้ำพี่เขาบ่อยๆ สิลูก เดี๋ยวพี่ปันเขารำคาญขึ้นมาจะทำยังไง”


“พี่ปันไม่รำคาญผมหรอก ใช่ไหมฮะพี่ปัน”


“อืม ไม่รำคาญหรอก” ก็ลองตอบรำคาญดูสิ อาจจะก้านคอหักก่อนได้ขึ้นเครื่อง


“ว่าแต่นี่หนูปันไปรัฐไหนนะครับ”


“โอไฮโอครับ” เจ้าตัวตอบยิ้มๆ เขาได้โฮสท์แฟมิลี่ที่นั่น และก่อนหน้านี้ก็เขียนจดหมายหากันสองสามครั้ง ดูแล้วน่าจะเป็นครอบครัวที่น่ารักอยู่


“ไปอยู่นู่นก็ตั้งใจเรียน รู้ไหม ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวเล่น” นพดลพูดสำทับอีกรอบขณะจัดคอปกเสื้อของลูกชายให้เข้าที่ ตอนนี้ปันเหลือแค่กระเป๋าเป้ใบเดียวเพราะใบใหญ่โหลดเช็กอินใต้ท้องเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว


ส่วนบูมที่ยืนอยู่ข้างๆ ดลเบ้ปาก แกล้งทำท่ากระซิบแต่ได้ยินกันครบทุกคน “อย่าไปฟังพ่อ ปัน เชื่อน้า ไปแบบนี้น่ะต้องเที่ยวให้เยอะๆ หาประสบการณ์ เต็มที่กับชีวิตวัยรุ่น แกแก่แล้วแก่เลยนะเว้ย ย้อนเวลากลับมาไม่ได้”


“คุณบูม” นพดลพูดเสียงเย็น แต่คนที่คิดจะยุลูกชายเที่ยวก็ไม่สะท้านแต่อย่างใด โธ่เอ๊ย ยังไงปันก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ให้เอนจอยชีวิตวัยรุ่นบ้างจะเป็นไรไป


ไม่มีใครมาส่งปันมากกว่านี้เพราะเจ้าตัวออกปากกับเพื่อนเองว่าไม่อยากให้มากันวุ่นวาย แม้แต่กับเพื่อนสนิทอย่างเบนซ์เขาก็บอกว่าไม่ต้องมา เพราะเขาคิดว่าแค่พ่อเขาสองคนก็น่าจะมากมายเกินพอแล้ว ส่วนโดนัท... ไม่ได้หรอก ต่อให้เจ้าตัวไม่อยากมาเขาก็ต้องขอร้องให้มาแน่ ถึงยังไงนี่ก็แฟนเขานะ จะไม่อยากให้มาส่งได้ไง


ทั้งสามคนเดินมาส่งเด็กหนุ่มจนถึงหน้าเขตที่ห้ามคนนอกเข้าไปด้านใน ปันไล่กอดทีละคน แต่คนที่เขาสวมกอดด้วยนานที่สุดคือพ่อที่เลี้ยงเขามาตลอดชีวิตของเขา เริ่มรู้สึกใจหายวูบวาบเมื่อคิดว่าต้องห่างชายหนุ่มคนนี้ไปจริงๆ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็แค่ส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายและอีกสองคน ก็มันไม่ใช่การจากกันแบบตลอดกาลเสียหน่อย ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องเศร้า


"งั้น... ผมไปก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวถึงแล้วจะติดต่อไป"


"โชคดีลู-- ปัน" ดาราใหญ่ที่พยายามพรางตัวพลิกลิ้นแทบไม่ทัน นพดลเหล่มองมาทางเจ้าตัวอย่างไม่พอใจ เขารู้สึกได้เลยว่าความเป็นส่วนตัวถูกคุกคามเมื่อมีสายตาของใครหลายคนจดๆ จ้องๆ มาทางพวกเขาตั้งแต่มารวมตัวกับบูม บางคนตั้งท่าจะบุกเข้ามาถามกับเจ้าตัวหลายรอบแล้วด้วยซ้ำว่าใช่บูม บดิศรไหม แต่เหมือนอีกฝ่ายก็หาทางเอาตัวรอดแบบเนียนๆ มาได้


"อย่าลืมที่สัญญากับผมนะพี่ เดินทางปลอดภัยครับ" โดนัทว่า ตัวเขากับปันเองก็สวีทกันออกหน้าออกตาไม่ได้เพราะปันบอกว่าไม่อยากให้พ่อแท้ๆ ของตัวเองรู้ แต่เด็กหนุ่มก็คิดว่าแบบนี้ก็เหมาะสมดีแล้ว และเขาเองก็พอใจที่ได้มาส่งอีกฝ่ายถึงนี่ แม้จะรู้สึกโหวงๆ อยู่บ้างก็เถอะ


"รักษาสุขภาพด้วย" ดลพูดตบท้ายเพียงเท่านั้น และได้รับรอยยิ้มกว้างจากไอ้ตัวแสบเป็นคำตอบ





หลังจากส่งปันขึ้นเครื่องเสร็จเรียบร้อย โดนัทที่มากับพ่อก็เริ่มหันไปยกมือไหว้บอกลาผู้ใหญ่อีกสองคน


ต่อหน้าบดิศร ป๊าของโดนัทไม่ถามอะไรสักคำ แต่เมื่อลูกชายขึ้นรถมานั่ง คาดเข็มขัดเสร็จสรรพ ชายหนุ่มก็เอ่ยปากถามทันที


“สรุป… เมื่อกี้นี้ ใช่บูม บดิศรตัวจริงใช่ไหม”


“ใช่สิครับ” คนหน้าหวานว่า “ตัวจริงเสัยงจริงเลยล่ะ”


“เขาเป็นคนรู้จักของปันเหรอลูก”


โดนัทนิ่งเงียบไป เขาอยากจะบอกป๊าของตัวเองเรื่องที่จริงๆ แล้วปัญญาเป็นลูกของดาราชื่อดังคนนั้น แต่เพราะคำสัญญาที่ได้ให้ไว้… สัญญาที่บอกว่าจะไม่บอกใคร ต่อให้นี่เป็นป๊าของเขาเองก็เถอะ แต่โดนัทก็คิดว่าเขาควรจะทำตามสัญญาอยู่ดี


“เขาเป็นญาติของพี่ปันน่ะครับ” เจ้าตัวตอบยิ้มๆ


“งี้นี่เอง”


“แต่ป๊าอย่าบอกใครนะ พี่ปันไม่ค่อยอยากให้ใครรู้เท่าไร เดี๋ยวจะวุ่นวายเปล่าๆ”


“ป๊าจะบอกใครได้ล่ะ มีใครให้บอก หือ” จากนั้นชายหนุ่มก็หัวเราะร่วนแล้วสตาร์ทรถ





ตัดมาที่อีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มอีกสองคนกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน แม้ว่านี่จะเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้วก็ตาม


"แล้ว... ทำไมผมจะต้องมานั่งกินข้าวกับคุณแบบนี้ด้วย"


บูมที่กำลังตักสปาเกตตีราดซอสเห็ดเข้าปากเงยหน้าขึ้นมามองคนถามนิดหนึ่ง ใบหน้าที่ดูอ่อนกว่าวัยนั่นเปล่งประกายแบบที่เรียกได้ว่ารัศมีดาราจับจริงๆ ดลคิดว่าความหล่อนั่นมันแยงตาจนเขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างอดไม่อยู่


ลูกค้าคนอื่นๆ ที่อยู่ในร้านหันมามองที่พวกเขาสองคนเป็นระยะๆ ดลสังเกตเห็นว่าบางคนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปด้วยซ้ำ แต่คนที่โดนแอบถ่ายอยู่ก็ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร ประมาณว่าชินกับเรื่องแบบนี้เสียเหลือเกิน เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ยังไงขึ้นมาพิกล


"ก็เพราะว่าฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นน่ะสิ แล้วการนั่งกินข้าวคนเดียวน่ะสนุกซะที่ไหน อีกอย่าง มีนายมาเป็นตัวคอยกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นแบบนี้ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ว่าแต่นายแน่ใจนะว่าจะกินแค่กาแฟแค่นั้น ไม่เอาแซนด์วิชหรือขนมปังสักหน่อยเหรอ"


"ผมกินอิ่มมาจากบ้านแล้ว ขอบคุณ" ดลพูดเลี่ยงพร้อมกับดูดกาแฟเย็นต่อเพื่อตัดบทสนทนาไปเสีย ใจจริงน่ะอยากจะบอกลาคนตรงหน้าแล้วลุกหนีกลับบ้านไปเลย แต่ไม่รู้ทำไมพออีกฝ่ายบอกว่าถ่ายงานมาตลอดทั้งวันจนไม่ได้กินอะไร แถมยังเร่งรีบมาที่สุวรรณภูมิเพื่อส่งปันด้วยแล้ว เขาก็นึกใจอ่อนขึ้นมา แล้วก็คิดง่ายๆ ไปว่าแค่มานั่งรอหมอนี่กินข้าวเฉยๆ คงไม่เสียเวลาเท่าไร


"นายอยากกินบราวนี่ไหม" แต่เหมือนชายหนุ่มตรงหน้าจะไม่เลิกราวีง่ายๆ ดลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม


"ตอนจะเที่ยงคืนแบบนี้น่ะเหรอ?"


“ปันชอบกินบราวนี่”


คราวนี้คิ้วของเขาเลิกสูงขึ้นไปอีก


“ฉันก็เลยคิดว่า” กลืนเส้นแป๊บ “นายก็น่าจะชอบ”


“ผมก็ชอบหรอกครับ” นพดลว่า มองหน้าอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ไม่รู้ไอ้หมอนี่จะมาไม้ไหน “แต่นี่มันดึกมากแล้ว แถมบราวนี่ทั้งชิ้น… น้ำตาลขึ้นกันพอดี”


“พูดจาเป็นคนแก่ไปได้”


“ก็อายุไม่น้อยเท่าปันแล้วกัน” แบบนั้นน่ะจะกินอะไรก็กินไปเถอะ เขานี่อยู่ในวัยที่ต้องห่วงสุขภาพล่ะ


“งั้นสั่งมาแบ่งกันละครึ่งไหม”


“หา?”


“ฉันอยากกิน”


“แต่ผมไม่”


“น้องครับ” เจ้าตัวไม่ฟังคำค้าน แถมยังยกมือเรียกพนักงานมาหน้าตาเฉย ไม่ได้สนใจเลยว่าคนอื่นจะมองแล้วมองอีกแค่ไหน ดลแอบสังเกตเห็นว่าพนักงานสองคนทำท่าจะปรี่เข้ามาพร้อมๆ กันด้วยซ้ำตอนที่บูมขยับตัว “ขอบราวนี่ให้ทีหนึ่งนะ”


“ผมไม่กินนะ” พูดดักคอไว้ก่อน แต่คนสั่งหัวเราะหึๆ


“เดี๋ยวก็รู้”


“...” เบื่อคนประเภทมัดมือชกแบบนี้จริงๆ


“เออ ดล ฉันว่าจะถามนายมานานล่ะ”


“อะไร” ดูดกาแฟต่อล่ะ


“นายว่าปันแม่งเป็นเกย์ปะวะ”


“...แค่ก!” กาแฟยังไม่ทันได้ลงกระเพาะก็มีอันต้องพุ่งออกจากซะแล้ว


“เฮ้ยๆๆ ทำอะไรสกปรก เอ้านี่ ทิชชู่ๆ”


“ทะ… ทำไม” นพดลอึกอัก ยกกระดาษขึ้นเช็ดที่ปาก


“อืม… คือคนในวงการส่วนใหญ่จะมีสิ่งที่เรียกว่าเกย์ด้าน่ะ เคยได้ยินไหม”


ไม่เคยว้อย


“เอาเป็นว่า… แค่รู้สึกแบบนั้นก็แล้วกัน แล้วยิ่งมาเห็นวันนี้ที่น้องผู้ชายหน้าหวานๆ อีกคนก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่ สองคนนั้นเขาชอบกันรึเปล่า”


“...” นี่อย่าบอกนะว่าพวกดารามีเซ้นส์อะไรพวกนี้ บางทีเซ้นส์ก็แรงไปนะ “ก็… ทำไมคุณไม่ลองไปถามปันเองล่ะ”


“เฮ้ย บ้าเหรอ ของแบบนี้ ถ้าลูกอยากจะบอกเขาก็บอกเองแหละ จะไปถามทำไม”


ท่าทีสบายๆ นั่นทำให้ดลรู้สึกแปลกใจ “คุณไม่ว่าอะไรเหรอครับถ้าปันเป็นเกย์จริงๆ”


“จะไปว่าอะไรล่ะ” เขาว่าก่อนจะเงียบลงเมื่อพนักงานสาวยกของหวานมาเสิร์ฟ “อ้อ น้องครับ เดี๋ยวขอช้อนอีกคันด้วยนะ”


“ได้ค่ะ” หน้าเจ้าหล่อนแดงเถือกเป็นมะเขือเทศแล้วตอนนี้


“แปลว่าคุณรับเรื่องพวกนี้ได้?”


“โธ่เอ๊ย พ่อเต่าล้านปี เรื่องนี้เขายอมรับกันมาตั้งนานแล้วนะ”


เออ ดูท่าไอ้หมอนี่จะพูดจริง… อะไรวะ ทีเขานะ ใช้เวลาทำใจตั้งนานกว่าจะรู้สึกแบบนี้ได้ ประสบการณ์ต่างชั้นกันจริงๆ


“เอ้า ช้อนมาแล้ว ดล กินสิ ช่วยกินหน่อย คนละครึ่งนะ”


“จริงๆ เลย” ถอนหายใจเฮือกหนึ่งเหมือนอ่อนใจแต่ก็ยอมตักบราวนี่เข้าปากอยู่ดี “ทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้กับคุณด้วย จบนี่แล้วผมจะกลับบ้านจริงๆ แล้วนะ”


“นายยังโกรธฉันเรื่องมิ้นต์อยู่อีกเหรอ” คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมาสบตาบูมตรงๆ สีหน้าแววตาและน้ำเสียงของเจ้าตัวเหมือนขอความเห็นใจ “นั่นมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะ แถมเรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว”


“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าจะไม่มีวันยกโทษให้คุณเรื่องนั้นน่ะ”


“ต่อให้ฉันบอกว่าทำเพื่อปันงั้นเหรอ?”


“อืม ต่อให้คุณบอกว่าทำเพื่อปันก็เถอะ ผมทำให้ไม่ได้… ยกโทษให้ไม่ได้หรอก”


“แล้วถ้าปันขอร้องล่ะ?”


ไอ้นี่… มันเอาลูกมาอ้าง


“ถึงตอนนั้นก็ต้องขอคิดดูก่อน”


“ใจแข็งจัง”


“ผมแค่ไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ต้องยกโทษให้คุณเรื่องนั้น และเราก็ไม่จำเป็นต้องสนิทชิดเชื้ออะไรกันมากมายด้วย ที่ผมยอมลงให้คุณขนาดนี้ก็เพราะว่าปันหรอก และผมว่าผมทำได้ดีมากแล้ว”


“ฉันเห็นด้วยนะ นายสุดยอดจริงๆ”


นพดลเงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อดูว่าอีกฝ่ายพูดประชดรึเปล่า แต่ไม่เลย ชายหนุ่มหมายความตามที่พูดจริงๆ แถมสายที่เหมือนจะชื่นชมนั่นเริ่มทำให้เขารู้สึกขัดเขินแปลกๆ


“ฉันรู้ว่าฉันทำเรื่องแย่ๆ ใส่นายมามาก ทั้งเรื่องมิ้นต์ เรื่องปัน เรื่องที่ต่อยนาย… บางทีเราคงจองเวรกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน”


“เรื่องนั้นผมไม่ขัดเลย”


“งั้นคราวหน้าเราไปทำบุญด้วยกันไหม” ข้อเสนอของเขาทำเอานพดลต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอีกแล้ว “กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กันไง เผื่อนายจะยอมยกโทษให้ฉัน”


“คุณนี่ประสาทกลับ” นพดลลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเองทั้งที่เพิ่งกินบราวนี่ตรงหน้าไปได้ไม่กี่คำ “ผมว่าผมกลับดีกว่า มื้อนี้คุณจ่ายใช่ไหม ผมไม่ออกเงินนะ”


“แน่นอนครับ นพดล” บดิศรยิ้มจนตาหยี ดลชะงักไปนิดหนึ่งเพราะรอยยิ้มนั่นเหมือนกับปันราวกับคัดลอกกันมา ...แล้วเขาก็แพ้ทางรอยยิ้มของลูกชายมาแต่ไหนแต่ไร


ทำไมไอ้หมอนี่ที่อายุเยอะกว่าเขาถึงได้ยังดูเด็กขนาดนี้ได้อยู่ฟะ


“งั้นไว้เจอกันนะ” เขาทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดนั้นขณะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง “แล้วฉันจะไปดักรอที่บ้าน”


“งานการไม่มีให้ทำหรือไง”


“ก็ไปหาตอนว่างๆ สิ”


“อย่าเอาใครมาซ้อมผมก็พอ”


“งั้นแปลว่านายโอเคแล้ว”


อย่างกับเขาจะห้ามอีกฝ่ายได้จริงๆ งั้นแหละ


“ขอบคุณนะ ดล” ไอ้ตัวแสบ (เหมือนลูกมัน) พูดทิ้งท้าย “นายเป็นคนเข้มแข็งจริงๆ”


เรื่องนั้นเขารู้ตัวเองดีอยู่แล้ว







----------------------------------------------

Talk: เอามาลงไว้ก่อนค่ะ พรุ่งนี้อาจจะไม่ว่าง แถมพรุ่งนี้หลายๆ คนคงไปงานตลาดฟิคกันล่ะสิ! ฝากเที่ยวเผื่อเราด้วยนะ XD


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #382 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 12:25
    ลูกไม่อยู่ เข้าทางเลย// แก่กว่าแต่ทำไมให้เรียกน้า หน้าเด็กกว่าว่างั้น??
    #382
    0
  2. #325 palmza26 (@palm_parichaya) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 21:34
    อ่านมาถึงตอนนี้ถึงกับตะมูกบานฮื่ออออ หนูไม่รู้อยู่ๆใจมันก็ชิปเองงงงงงกี๊ด
    #325
    0
  3. #314 Oazora (@Oazora) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:55
    บูมดล จิ้นๆๆ
    #314
    0
  4. #312 กุ้ยช่าย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 19:23
    แหมะๆ ได้ทีเอาใหญ่เหมือนคนลูกไม่มีผิด ตอนน้องปันเริ่มชอบน้องโดก็แบบเนี้ย ลูกล่อลูกชนนี่แพรวพราว รู้เลยว่าได้ใครมา... อ่านแล้วอยากกินบราวน์นี่

    ปล. แม้เราจะกระโดดลงเรือคุณพ่อ แต่ยังไม่ให้อภัยเรื่องในอดีตเช่นกัน 555 (เกี่ยวไรกับเขาเนี่ย)
    #312
    0
  5. #238 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 22:43
    เอ้าแหล่วๆๆๆ มาขึดดินปลูกต้นรักกันค่ะ คุณพ่อ~
    #238
    0
  6. #236 Highbuff (@pimnaje-77) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 11:13
    บูมดลโอ้ยยยยยยยยชอบ!!
    #236
    0
  7. #235 kkaooooooo (@kao_ym) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 20:30
    หมั่นไส้บูมสุดๆ
    #235
    0
  8. #231 jeeun (@jiiji) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:02
    ได้เปลี่ยนจากพ่อเป็นแม่ล่ะทีนี้
    #231
    0
  9. #230 Lentear (@Lentear) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 11:11
    โอ๊ะ!พ่อเขาต้องได้กันอิอิ
    #230
    0
  10. #229 markmarkuuu (@markmarkuuu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 23:04
    เฮ้ยๆๆไใช่ป่าวใช่ป่าวคุณบูม...ต้องใช่แน่ๆ
    #229
    0
  11. #228 กว่าจะเช้า (@my-chummy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 22:01
    ดลสุดยอดดด เรายังเชียร์#ปันดล อยู่นะTT รึจะ3pก็ไม่เกี่ยง
    #228
    0
  12. #227 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 21:58
    #ทีมคุณพ่อทั้งสอง
    #227
    0
  13. #226 R_1412 (@R_1412) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 20:49
    เรือใหม่ก็มาคร้าาาาา
    #226
    0
  14. #225 R_1412 (@R_1412) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 20:49
    เรือใหม่ก็มาคร้าาาาา
    #225
    0
  15. #224 ๐Eunice๐ (@orangesmooty) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 19:36
    เกลียดดด กรณีบูมถ้าคอยดูลูกตัวเองอยู่บ้างก็ต้องรู้ดิว่าดลเป็นคนยังไง ดีไม่ดี นี่มาถึงก็ร้ายใส่ เป็นพวกข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพาน ตอนนี้มาทำดีด้วย ตบหัวแล้วลูบหลังไปอีก = =
    #224
    0
  16. #223 95ja (@95ja) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 19:09
    ปันดล ล่มจริงๆแล้วใช่ป่ะ TT
    #223
    0
  17. #222 Pluesky (@Pluesky) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 19:06
    มีใครลงเรือบูมดลกับเราหมายยย~ฮัลโหลลลล~
    #222
    0
  18. #221 PreciousNight✤ (@KogitsunemaruSan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 18:31
    พ่อเต่าล้านปี ด่าได้น่ารักดีค่ะคู่นี้-//-
    #221
    0
  19. #220 witchhound (@witchhound) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 17:19
    ไม่ว่ายังไงก็ไม่ชอบบูมอะ หมั่นตั้งแต่มาด่า เอาคนมารุมซ้อมดลในตอนก่อนๆแล้ว ถ้ามาพูดกับดลดีๆแต่แรกอาจจะไม่เป็นแบบตอนนี้ก็ได้ มาดีด้วยตอนนี้มันเหมือนแก้ตัวอะ ตอนนี้ไม่ลงเรือลำไหนในเรื่องเลย เพราะโดนล่มไปแล้ว เสียใจ TT
    #220
    0
  20. #219 15052548ploy (@15052548ploy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 17:11
    ฮืออออ คือไม่มีเรือ ปันดล ใช่ไหมมมมมมม
    #219
    0
  21. #218 aom apple (ออม) (@mikuandaom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 17:00
    อ่านตอนนี้น้ำตาไหล ชอบความรักพ่อลูกคู่นี้จริงๆ อบอุ่น~~???
    เรือคุณพ่อยังคงแล่นต่อไปค่าาาา =,.= อุอุ
    #218
    0
  22. #217 Fify Vampire (@fify-angel) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 16:56
    หืมม. มีความเรือผุดค่าาาา
    #217
    0