ทำไงดี ลูกผมเป็นเกย์ [สนพ.DiamondY]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,233 Views

  • 388 Comments

  • 888 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    20

    Overall
    13,233

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    21 ส.ค. 60



บทที่ 2



ดูเหมือนว่าเช้าวันถัดมาก็ยังเป็นวันที่น่าอึมครึมสำหรับเขาและพ่ออีกแล้ว


ปัญญามองโต๊ะอาหารที่มีกล่องซีเรียลและกล่องนมที่วางเรียงไว้ให้ ถัดไปจากนั้นมีหมูปิ้งหกไม้กับข้าวเหนียวอีกห่อ เด็กหนุ่มกำลังกวาดสายตามองหากล้วยอีกสักลูกเพื่อที่จะหั่นมันลงในชามซีเรียลใส่นมอันเป็นของโปรดเขา และเจ้าตัวก็ค้นพบว่ามันอยู่ด้านหลังนพดล พ่อของเขาที่กำลังหยิบหมูปิ้งออกจากถุงด้วยสีหน้าราบเรียบติดจะเย็นชา อืม… หรือบางทีเจ้าตัวก็มีสีหน้าแบบนี้เป็นปกติมาตั้งนานแล้ว แต่เขาคิดมากไปเองก็ไม่รู้


“พ่อครับ” ปันว่า “ส่งกล้วยที่อยู่ชั้นข้างหลังให้ผมลูกหนึ่งสิ”


กล้วยลูกหนึ่งถูกส่งมาอยู่ตรงหน้าเขา จากนั้นผู้เป็นพ่อก็กัดหมูปิ้งเข้าปากตามด้วยข้าวเหนียว บรรยากาศในโต๊ะยังคงเงียบเช่นเคย


“เอ่อ พ่อ” ปัญญาตัดสินใจทำลายความเงียบน่าอึดอัดนั่นลง “นี่เราจะเงียบใส่กันแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ครับ”


“หา?” น้ำเสียงคนพูดไม่สบอารมณ์เลย “แกมีอะไรก็พูดมาสิ มีใครงับปากเอาไว้รึไง”


เป็นแบบนั้นไป


“เออ จริงสิ แล้วเรื่องแลกเปลี่ยนอเมริกาของแก จะเอายังไง”


สุดท้ายคนที่เริ่มบทสนทนาก็เป็นพ่อเขาจนได้ เด็กหนุ่มนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะมองหน้าผู้เป็นพ่ออย่างขอความเห็น


“ผมก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันครับ พ่อคิดว่าไงดี”


“จะไปรู้เหรอ มันเป็นเรื่องที่แกต้องตัดสินใจนี่”


“แล้วถ้าผมไป พ่อจะมีปัญหาเรื่องเงินรึเปล่าครับ”


ชายหนุ่มในชุดพร้อมไปทำงานกัดหมูปิ้งเสียบไม้เข้าปากอีกคำ ข้าวเหนียวอีกก้อนก่อนจะพูดตอบด้วยสีหน้าเหมือนจะเซ็งๆ


“ถ้าแกจะไปฉันก็หามาให้แกได้นั่นแหละ อย่ากังวลไม่เข้าเรื่อง”


“อ้าว” คนที่กังวลเรื่องเงินโวยเบาๆ “ไม่กังวลได้ไงพ่อ เกิดพ่อต้องไปกู้หนี้ยืมสินใครเขามาเพื่อส่งผมไปเมกาแค่ปีเดียว มันจะไม่คุ้มเอานะ”


“เออน่า ฉันมีวิธีของฉันแล้วกัน แกเถอะ ตัดสินใจให้ได้ก่อนว่าจะไปไหม แล้วเรื่องรด. ล่ะ”


“นั่นสิ เรื่องนั้นผมก็คิดอยู่เหมือน--” โทรศัพท์ของปัญญาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะสั่นขึ้นมานิดหนึ่ง เจ้าตาเบือนสายตาไปมองทันที



DoughNutto: พี่ปัน ตื่นหรือยังครับ พร้อมไปโรงเรียนหรือยัง



จากรุ่นน้องผู้แสนน่ารักของเขานี่เอง แค่ข้อความง่ายๆ แค่นี้เจ้าตัวก็ยิ้มแก้มแทบปริ ทำเอานพดลที่ยังคุยค้างไว้กับลูกชายหรี่ตาลงทันทีอย่างนึกเซ็ง แค่โดนลูกให้ความสำคัญกับมือถือมากกว่าก็น่าช้ำใจอยู่แล้ว แต่นี่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายที่เผอิญหน้าหวานกว่าผู้ชายทั่วไปเท่านั้น… แถมยังพูดคุยกันในลักษณะเหมือนจีบกัน โอย… แล้วแบบนี้จะไม่เขานึกเซ็งได้ยังไง


“จะยิ้มอะไรขนาดนั้น เมากัญชาเรอะ” อดไม่ได้ต้องพูดกัดสักทีเมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักพิมพ์ตอบข้อความนั้นด้วยรอยยิ้มที่แทบจะฉีกไปถึงหู ทีตอนคุยกับพ่อมันไม่เห็นจะดูมีความสุขขนาดนี้เลย


“น้องโดนัทส่งมา”


นั่น ยังจะมีหน้ามาบอกเขาหน้าชื่นตาบานอีก มันน่าถีบสักทีไหม


“ฉันว่าแกน่าจะลองเปิดใจให้กับเพื่อนผู้หญิงบ้างนะ”


คำพูดนั้นทำให้ปัญญาตวัดสายตาขึ้นมามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจทันที สายตาเย็นชานั่นทำเอาคนเป็นพ่อแอบหวั่นไปนิดหนึ่งเหมือนกัน


“ฉันหมายถึง… แกเองก็ไม่เคยคบกับผู้หญิงด้วยไม่ใช่เหรอ บางทีถ้าแกลองเปิดใจดูสักนิด มันอาจจะ--”


“ผมจะฟังเพลงล่ะ” เด็กหนุ่มตัดบท หยิบหูฟังขึ้นเสียบกับตัวมือถือแล้วยกสายใส่ในหู ทำเอาคนเป็นพ่อรู้สึกจี๊ดขึ้นมาทันที


“นี่แกกล้าตัดบทฉันแบบนี้แล้วเรอะ”


ไม่มีการตอบรับจากลูกชาย ไอ้ตัวแสบก้มลงมองหน้าจอพร้อมกับเอามือไถไปเรื่อยเปื่อยพร้อมกับตักซีเรียลใส่กล้วยเข้าปากแล้ว


เป็นอันว่าผ่านพ้นมือเช้าที่แสนจะอึมครึมไปได้อย่างกระท่อนกระแท่นเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด





“เฮ้ย ไอ้ปัน!”


เสียงเรียกจากเพื่อนสนิทและแรงกระชากสายหูฟังออกจากหูเขาทำให้ร่างสูงหันกลับไปมองตามแทบจะในทันที ไอ้เบนซ์ เพื่อนร่วมก๊วนของเขาน่ะเอง วันนี้ก็ยังคงทำตัวน่าโดนครูด่าเพราะเอาเสื้อออกนอกกางเกงแต่หัววันตามเคย นี่ยังไม่นับกางเกงนักเรียนที่สั่นเต่อขึ้นมาของมันด้วยนะ ครูประจำชั้นเองก็ด่ามันอยู่ทุกวัน ไอ้หมอนี่ก็ไม่เคยคิดจะทำให้มันถูกต้องตามระเบียบสักที ไม่รู้ว่าไม่เบื่อบ้างหรือไง


“ว่าไงเพื่อน ทำการบ้านคณิตมารึยัง ขอลอกหน่อย”


“ไอ้เหี้ย การบ้านของตัวเองก็ทำเองสิวะ เอาแต่ขอลอกแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะฉลาด” พูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง และอีกฝ่ายก็รู้ดีว่าจนแล้วจนรอดเขาก็ต้องให้มันลอกอยู่ดี เพื่อนเหี้ยของเขาถึงได้ยังยิ้มหน้าแป้นอยู่แบบนั้น


“อย่าหักหาญน้ำใจกันขนาดนั้นสิวะ นี่เพื่อนนะเว้ย”


“หักหาญน้ำใจ?” เขาแกล้งทำน้ำเสียงและสีหน้าตื่นตะลึงเสียเต็มประดา “แกรู้จักคำนี้ด้วยเหรอวะ ไม่น่าเชื่อ”


“ไอ้เลว พูดแบบนี้เดี๋ยวไม่เอาเรื่องเกี่ยวกับน้องโดนัทมาเล่าให้ฟังเลย” เบนซ์พูดขณะที่เดินขนาบเขาไปตามทางเพื่อขึ้นไปยังตึกเรียน มีรุ่นน้องผู้หญิงสองคนที่เคยทำกิจกรรมในค่ายร่วมกันยกมือไหว้ทักทาย แต่พวกหล่อนทักทายแค่ปัญญานะ และชายหนุ่มก็ยิ้มรับและยกมือไหว้ตอบไปอย่างสุภาพ เรียกเสียงกรี๊ดเล็กๆ จากเด็กสาวทั้งคู่ได้ทันที


“น่าเสียดาย… ถ้าพวกผู้หญิงรู้ว่าแกเป็นเกย์คงน้ำตาตกในกันเป็นแถบๆ”


“เฮ้ย อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง ไหน แกมีอะไรจะมาเล่าเรื่องโด บอกกูมาซิ” เนื่องจากน้องชายของไอ้เบนซ์เรียนห้องเดียวกับโดนัท เขาจึงสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหนุ่มหน้าหวานคนนั้นผ่านทางไอ้เบนซ์ได้อีกที ก็ยังดีที่ได้อะไรจากการที่ให้มันลอกการบ้านบ้าง


“มึงรู้รึเปล่าว่าวันเกิดน้องเขาอาทิตย์หน้า”


ปัญญาชะงักกึกลงทันที “ล้อเล่นน่า”


“กูจะล้อเล่นทำไมวะ ไอ้ปัน เรื่องแบบนี้ล้อเล่นมันน่าสนุกตรงไหน”


“กูให้อะไรเป็นของขวัญน้องเขาดี”


เบนซ์กวาดตาขึ้นบนเป็นเชิงครุ่นคิด อันที่จริงเจ้าตัวก็หน้าตาดีและฮอตในหมู่สาวๆ ไม่แพ้ปัญญาเหมือนกัน แต่ติดนิสัยรักสนุกและไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนทำให้ไม่เป็นที่รู้จักเท่า


“นาฬิกาไหมมึง สื่อความหมายว่ามึงอยากได้เวลาจากเขามากขึ้น”


“เลี่ยนสัส”


“แต่มึงชอบ กูรู้”


ปันนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “น้องเขามีนาฬิกาอยู่แล้ว กูเห็นที่ข้อมือเขาอยู่”


“แล้วไงวะ ก็ให้เขาเลือกใส่สิ จะได้รู้ด้วยไงว่าเขาจะเลือกใส่ของมึงไหม” น้ำเสียงนั้นแฝงรอยเย้าแหย่ เบนซ์เป็นคนที่รู้เห็นเป็นใจมาแต่แรกตอนที่เพื่อนเขาเริ่มสนใจรุ่นน้องหน้าหวานคนนั้น และเป็นคนแรกๆ ที่ได้รู้รสนิยมทางเพศของเพื่อนสนิท


“ไม่เอา”


“ทำไมวะ”


“กูเห็นก็รู้แล้วว่านาฬิกานั่นของแพง แปลว่าพ่อแม่เขาต้องเป็นคนซื้อให้ มึงจะให้เขาเลือกระหว่างพ่อแม่เขากับกูเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก”


“เออ มึงนี่ช่างสังเกต”


ปัญญาแทบจะยืดอกรับคำชมนั้นเลยทีเดียว


“งั้นรองเท้าเป็นไง เขาว่ากันว่าการที่เราจะรู้ไซส์รองเท่าใครแปลว่าเราต้องให้ความสำคัญกับคนคนนั้นมาก ถ้ามึงซื้อรองเท้าให้เขา เขาต้องรู้แน่ว่ามึงแคร์เขาแค่ไหน”


“เออ น่าสนใจ”


“แต่มึงรู้ไซส์รองเท้าน้องเขาเหรอ”


“ไม่รู้”


“จะให้กูบอกไอ้บันให้หามาให้ไหม” บันคือน้องชายของเบนซ์ เพื่อนร่วมห้องของโดนัท


จังหวะนั้นเองที่ปัญญาเหลือบไปเห็นร่างของรุ่นน้องหน้าหวานที่เขากำลังพูดถึง เจ้าตัวกำลังก้าวเท้าไปที่ตึกเรียนด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นบนมุมปากทันที


“ไม่ต้องหรอกว่ะ เรื่องแบบนี้กูต้องจัดการด้วยตัวเองสิถึงจะถูก”


“แต่มึงจะไปถามไซส์รองเท้าเขา--” ดื้อๆ ไม่ได้… แต่เบนซ์พูดไม่จบประโยคเพราะเพื่อนตัวแสบเขาเดินลิ่วๆ ไปหาเป้าหมายแล้ว มองๆ ไปเหมือนเสื้อชีตาห์จะพุ่งงับกวางน้อยที่กรีดกรายเดินมาอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แล้วเป็นการงับกลางลำตัวด้วยนะ ไม่ได้งับแค่ขา


ปัญญาวิ่งเหยาะๆ มาทางกวางตัวที่ว่าทันทีด้วยสีหน้าฉาบยิ้ม “โด”


โดนัทหันกลับไปมองตามเสียงเรียบ นัยน์ตากลมโตฉายแววแปลกใจครู่หนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นยินดี เขาลดจังหวะฝีเท้าลงเพื่อให้อีกคนตามเขาทัน จากนั้นจึงเดินขนาบอีกฝ่ายที่ทำท่าเหมือนชวนให้เดินต่อ


เด็กหนุ่มกระชับสายกระเป๋าแน่นขึ้นอย่างตื่นๆ “พี่มาโรงเรียนเช้าจังครับ”


“ก็ปกตินะ เราล่ะ มาเวลานี้ประจำเหรอ”


“ปกติจะมาช้ากว่านี้หน่อยครับ แต่พอดีวันนี้ป๊ารีบไปทำงาน เลยมาส่งผมเร็วกว่าทุกที”


“เหรอ มิน่าล่ะ ไม่ค่อยเจอหน้าเลย”


“เฮ้ โด” เสียงเรียกของใครอีกคนที่ปันไม่รู้จักดังขึ้น คงเป็นเพื่อนสักคนของโดนัท ปัญญาใช้จังหวะนี้ก้มลงมองรองเท้าอีกฝ่าย เลื่อนขาของตัวเองไปเหยียบทับปลายเชือกที่ลุ่ยออกมาเพื่อให้มันคลายออกจากกัน โดนัทชะงักกึกไปทันทีอย่างตกใจก่อนจะก้มลงมองเท้าตัวเอง ปัญญารีบขอโทษขอโพยทีเดียว


“โทษๆๆ ไม่ได้ตั้งใจน่ะ เผลอเหยียบเชือกรองเท้าโดจนได้”


“ไม่เป็นไรครับ” แล้วตั้งท่าจะก้มลงไปผูกให้เรียบร้อย แต่ปัญญาไวกว่า เจ้าตัวคุกเข่าลงต่อหน้าอีกฝ่ายพร้อมกับตั้งท่าจะผูกเชือกรองเท้าให้ทันที ทำเอาโดนัทหน้าแดงไปจนถึงหูข้างหลังแล้ว


“เดี๋ยวพี่ผูกให้เอง” และแน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะเช็กไซส์รองเท้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วในตอนนี้ ได้ตัวเลขมาเรียบร้อยแล้วก็ผูกเชือกรองเท้าให้เด็กหนุ่มอย่างสวยงาม ผุดลุกขึ้นมาส่งยิ้มสร้างความประทับใจปิดท้ายอีกรอบ


“เรียบร้อยแล้ว ขอโทษอีกทีนะที่ทำเชือกรองเท้าหลุด”


“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ” โดนัทพูดขึ้น ใบหน้าขาวยังติดสีแดงระเรื่อจากความอาย มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่เดินผ่านไปมาหยุดดูเขากับรุ่นพี่ตรงหน้า อันที่จริง รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปตอนที่ปัญญาก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้เขาด้วยซ้ำ ไม่รู้จะถ่ายไปทำไม


"ไม่เป็นไรได้ไง เกิดโดสะดุดหัวทิ่มไปก็แย่สิ พี่ผิดเต็มๆ เลยนะนั่น"


"แต่พี่ปันก็ผูกกลับให้ผมแล้วไม่ใช่เหรอครับ" ตอบกลับยิ้มๆ ปัญญาเป็นรุ่นพี่ที่เขาให้ความเคารพนับถือตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว เนื่องจากเขาเป็นเด็กที่ย้ายเข้ามาใหม่ตอนม. 4 เลยไม่รู้จักใคร ตอนรับน้องเขาเลยเกร็งไปหมด ยิ่งโดนพี่ว้ากตะโกนอยู่ข้างหูยิ่งทำเอาขวัญหนีดีฝ่อ แต่ปัญญาเป็นรุ่นพี่คนเดียวที่ไม่ว้ากอะไรเลย เจ้าตัวแค่ยืนนิ่งๆ คอยดูแลความเรียบร้อยและยังใจดีมาถามเขาว่าไหวไหมตอนที่เขาหน้าซีดๆ เพราะร้อนแดด


และยิ่งช่วงหลังๆ มานี่... เหมือนพวกเขาทั้งคู่จะมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดนัทก็คิดว่าตัวเองโชคดีเหมือนกันที่ได้มีโอกาสรู้จักรุ่นพี่ที่ตัวเองนับถือ ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นคนดังของโรงเรียนแท้ๆ แต่กลับไม่ถือตัวเลย


เพื่อนของโดนัทที่เรียกเจ้าตัวเมื่อครู่ก้าวเข้ามายกมือไหว้คนเป็นรุ่นพี่ก่อนจะหันไปทักทายเพื่อน มีรอยยิ้มล้อเลียนปรากฏบนหน้า ปัญญาเห็นว่าได้เวลาที่เขาควรถอยแล้วจึงส่งยิ้มให้รุ่นน้องอีกรอบก่อนจะขอตัวเรียบๆ


"งั้นไว้คุยกันใหม่นะโด พี่ก็จะขึ้นห้องเรียนกับไอ้เบนซ์ล่ะ ไว้เจอกัน"


เบนซ์ที่เดินตามหลังเพื่อนมายกแขนโอบบ่าปัญญาอย่างสนิทสนม ขาของทั้งคู่ยังไม่หยุดขณะที่อีกฝ่ายขยับหน้าไปใกล้เพื่อนแล้วพูดเสียงกระซิบ "ว่าไง ไอ้ปัน แผนการเอิกเกริกของแก ฉันว่าแผนนี้แม่งทำให้เรื่องยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าแกจะซื้อรองเท้าให้เขาอีก คนมองกันทั้งโรงเรียน"


"ก็เว่อร์ไปมึง แค่ผูกเชือกรองเท้า"


บางทีเบนซ์ก็ไม่เข้าใจมาตรฐานของเพื่อนเขาคนนี้เหมือนกัน


"แล้ว... ได้มารึเปล่า เบอร์รองเท้าน่ะ"


"ไม่"


เบนซ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ ในขณะที่ปัญญาหันกลับมายิ้มกวนๆ ให้เพื่อนแล้วพูดต่อ


"ไม่พลาด"


"ร้ายนะมึง"


จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินขึ้นตึกเรียนไป





หลังจากที่สุ่มชิ้นงานของสินค้าอย่างหนึ่งขึ้นมาตรวจ ผมก็รู้สึกได้ว่าอารมณ์ที่ขุ่นมัวของตัวเองที่สะสมมาแต่เมื่อวานซืนเพิ่มพูนขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ผมกำลังจ้องตัวชิ้นงานดำสนิทที่มีขนาดเท่าหัวแม่โป้ง มีกล้องจุลทรรศน์คอยส่งเพื่อให้เห็นรายละเอียดด้านในอย่างชัดเจน และผมก็พบว่าตรงที่ยื่นออกมาแถบปลายเบี้ยวไปเล็กน้อย งานเสียชัดๆ


"นี่ใครได้ตรวจงานตัวนี้บ้างไหมเนี่ย" ผมพูดอย่างอารมณ์เสีย หยิบชิ้นงานชิ้นอื่นแต่เป็นประเภทเดียวกันขึ้นมาดูว่าเสียไหม ชิ้นนี้ล็อตหนึ่งจะหล่นมาทั้งหมดหกตัว และผมก็ค้นพบว่าในหกตัวนี้มีสองตัวที่เสีย แล้วนี่วันนี้ทำไอ้เจ้าตัวนี้ไปกี่กล่องแล้วเนี่ย “พวกที่ต้องคอยเดินตรวจไปไหนกันหมด ไม่ทำงานกันรึไง!”


“ขอโทษค่ะพี่ดล” สาวิ่งกระหืดกระหอบมาทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนของผม “วันนี้พี่อรหยุดงาน ตรงนี้เลยไม่มีใครเดินดู”


“ทำไปกี่กล่องแล้ว” ผมถามอย่างอดทน เดินไปที่ตัวเครื่องแล้วปล่อยให้ชิ้นงานไหลลงมาใส่กล่องเล็กๆ ในมือเพื่อเอามาตรวจอีกครั้ง และผลก็เป็นตามเดิม ดีสี่ชิ้นเสียสองชิ้น แล้วกล่องหนึ่งมีกี่ร้อยกี่พันชิ้น…


“หกค่ะ” ลูกน้องผมพูดเสียงอ่อย ผมหันขวับไปมองเจ้าหล่อนพร้อมกับออกคำสั่ง


“ปิดเครื่องเดี๋ยวนี้ แล้วเอาหกกล่องนั่นไปนั่งแยกงาน เบอร์ 2 กับ 4 งาน NG นี่ไม่รู้ตัวกันบ้างเลยเหรอ ทำไปกี่พันชิ้นแล้วนั่น”


NG ในที่นี้หมายถึง No good ครับ ถ้าเอามาใช้ในโรงงานแบบนี้ก็หมายถึงงานเสียนั่นเอง และเราจะส่งงานเสียให้ลูกค้าไม่ได้ ต้องแยกออก ไม่รู้เหมือนกันที่อื่นเขาใช้ตัว ng เหมือนกันไหม แต่เท่าที่ดูพวกโรงงานญี่ปุ่นที่ผมดีลงานอยู่ด้วยก็ใช้กันหมดน่ะนะ


“โหย พี่ ต้องแยกหมดเลยเหรอ หกกล่องเลยนะ” สาเริ่มครางเมื่อเห็นชะตากรรมของตัวเองลางๆ ผมส่งสายตาคมกริบไปให้พร้อมกับพูดกดดันทันที


“แหงสิ จะส่งงานเสียให้ลูกค้าหรือไง หรือว่าจะทิ้ง? ผมไม่ยอมให้ทิ้งหรอก เอาไปแยกเดี๋ยวนี้ ไปเรียกคนที่พอมีเวลามาช่วย”


“ค่ะพี่” พูดเสียงอ่อยแล้วเดินจากไป ผมก้มลงมองงาน NG ในมือแล้วได้แต่ส่ายหน้า จริงอยู่ว่าถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะมองไม่ออกเลยว่ามัน NG เพราะมันกลมกลืนไปกับชิ้นอื่นๆ แบบแทบแยกไม่ออก แต่งานเสียก็คืองานเสีย แล้วนี่ทำเสียกันไปขนาดนี้ก็ไม่ได้มีใครเอะใจกันเลย ถ้าผมไม่ลงมาดูคงโดนลูกค้าเคลมล็อตนี้เป็นว่าเล่นแน่ๆ


“ดล”


ผมหันไปมองตามเสียงเรียก ก้องนั่นเองที่เขามาทักในรอบนี้


“ว่าไงครับ”


“โทษทีที่ขัดจังหวะครับ แต่ประธานเรียก”


“เรื่องอะไรเหรอ”


อีกฝ่ายยักไหล่ “ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาแค่ขอให้มาตามดลหน่อย”


อาจจะโดนเฉ่งเรื่อง NG นี้ก็เป็นได้ เพราะถึงยังไงผมก็อยู่แผนกควบคุมคุณภาพ ต่อให้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แต่ก็ถือว่าอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของผมอยู่ดี


ผมเดินกลับเข้าไปในสำนักงานเพื่อไปพบกับประธานบริษัทชาวญี่ปุ่นที่พูดไทยคำอังกฤษคำในการสื่อสารกับพวกเรา แต่หลังๆ มานี่เจ้าตัวก็เริ่มพูดไทยได้คล่องขึ้นแล้วนะถ้าเทียบกับตอนมาใหม่ๆ ชายหนุ่มวัยห้าสิบกว่าที่ดูอ่อนกว่านั้นส่งยิ้มให้ผม โยชิดะซังเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย แต่อย่าให้โกรธขึ้นมา โรงงานแทบจะพังเป็นแถบๆ


ผมนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตามคำเชื้อเชิญของเขา


“มีอะไรเหรอครับ ประธาน”


“อาทิตย์นี้ว่างหรือเปล่า ดล หรือว่าติดนัดอื่นที่ไหน”


ผมชะงักไปเล็กน้อย การที่อีกฝ่ายเกริ่นถามมาแบบนี้ ผมก็พอจะเดาได้แล้วว่าเป็นเรื่องอะไร


เอาวะ… อย่างน้อยก็ไม่ได้โดนเรียกมาด่าเรื่องงาน


“ตอนนี้ก็ไม่ได้มีกำหนดการอะไรเป็นพิเศษนะครับ”


“แล้วลูกชายล่ะ น้องปันน่ะ”


คราวนี้ผมชะงักกึกไปทันที เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมานิดหนึ่ง


“ยังไม่แน่ใจเลยครับ ไม่รู้มีเรียนพิเศษหรือว่านัดเพื่อนที่ไหนรึเปล่า”


“เหรอ อยากชวนดลกับน้องปันไปออกรอบน่ะ ร้องปันเล่นเก่ง นี่ผมก็ว่าจะพาลูกสาวไปอีกรอบนี้”


คราวที่แล้วที่ผมไปออกรอบกับเจ้านาย ผมเอาลูกชายตัวเองไปด้วยเพราะไอ้ดลก็เล่นกอล์ฟฝีมือใช้ได้… ซึ่ง เอ่อ จริงๆ มันก็เล่นเก่งกว่าผมนั่นแหละ แต่ช่างเถอะ แล้วประเด็นคือน้องเอริ ลูกสาวของประธานซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นก็ได้มาออกรอบด้วย เอริอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกผม และผมแน่ใจว่าเจ้าหล่อนต้องแอบติดใจอะไรลูกชายผมแล้วเอามาบอกคนพ่อแน่


หึๆๆ… เห็นลางไม่ดีเสียแล้วสิ


“เอาเป็นว่าผมจะถามปันก่อนแล้วมาบอกอีกทีนะครับ”


“รบกวนด้วย นี่ลูกผมเขาบอกอยากเล่นกับน้องปันอีกน่ะ ยังไงก็พามาให้ได้นะ”


นั่นไง๊… พูดไม่ทันขาดคำ


ผมเดินออกมาจากสำนักงานเพื่อมาจัดการงาน NG ที่ยังค้างคาต่อ ถอนหายใจเฮือกออกมาอย่างเสียไม่ได้ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ งาน NG ตัวหนึ่งที่ผมดูค้างไว้อยู่ในนั้น


ผมหยิบมันขึ้นมาชูเพื่อให้แสงส่องกระทบลงบนมุมที่จะทำให้เห็นตัวชิ้นงานชัดๆ นั่นยิ่งตอกย้ำให้ผมรู้ว่างานเสียแบบนี้จะปล่อยให้ออกไปจากโรงงานไม่ได้


NG โคตรๆ


เหมือนลูกชายผมไม่มีผิด













---------------------------------------------------

เอาบทที่ 2 มาให้แล้วค่ะ! ไม่มาม่านะคะ ไม่มาม่าค่ะะะะ//ส่วนใครคู่ใครนั้น... อือ รอดูกันต่อไปแล้วกันเนอะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 12:09
    อยากให้คุณพ่อหลุดพ้นจากความสับสนเร็วๆจังค่ะ แต่มันคงต้องใช้เวลา ใช้ความอดทนและใช้จิตใจที่จะเปิดรับเรื่องใหม่ๆ ที่มันอาจจะดูไม่สบายอกสบายใจ
    #352
    0
  2. #300 กุ้ยช่าย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 11:57
    อิอิ... ผลงาานของคุณพ่อก็ NG เหมือนที่โรงงานสินะ 555... เปรียบซะน่ารักเลย แต่ถ้ามองๆ ดูคุณพ่อก็ไม่เชิงรับไม่ได้ แค่ดูเหมือนกำลังสับสนและปรับตัวตั้งรับไม่ทัน เข้าใจคุณพ่อนะว่ามันไม่เคยมีสัญญาณเตือนทั้งที่นั่งดูการ์ตูนอยู่ด้วยกันทุกวัน... แต่ลูกก็คือลูกใช่มั้ยล่ะ เห็นเวลาลูกมีความสุขคุณพ่อใจอ่อนทุกที

    ปล. แอบหมันไส้น้องโดตั้งแต่โผล่มาเล็กน้อย 555 น้องขึ้นรถคุณพ่อมาจะไม่ทักทายคุณพ่อก่อนหน่อยเหรอกระเง้ากระงอดแต่คุณลูกชายอย่างเดียวเลย อ้อนคุณพ่อหน่อยลูกเขาจะได้ใจอ่อนไวๆ
    #300
    0
  3. #271 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 10:04
    ใครคู่ใครเนี่ย
    #271
    0
  4. #16 c@Zen0ปึด2 (@free-dom-life555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 22:49
    เสพดราม่ากันไปค่ะะะ
    มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ปกคริงจะยังไม่สามารถทำใจได้

    แต่คุณลูกก็แซ่บนะคะคุณ เล่นใหญ่รัชดาลัยไปอีก 555+
    รอตอนต่อจ้าาาา
    #16
    0
  5. #12 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 01:46
    เอาคนมาเปรียบกับ ng เลย คุณพ่อทำใจไวๆเถอะ มันเป็นไปแล้ว เอาไปเปรียนเงี๊ย ลูกทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ นา~ อึมครึม~~~
    #12
    0
  6. #11 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 21:47
    จะมีเรื่องมาม่าเกิดขึ้นมั้ยเนี่ย
    #11
    0
  7. วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 19:30
    อ่านไปก็กลัวใจไปค่ะ ไม่ถูกโฉลกกับมาม่าอย่างแรง
    #10
    0