ทำไงดี ลูกผมเป็นเกย์ [สนพ.DiamondY]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,231 Views

  • 388 Comments

  • 887 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18

    Overall
    13,231

ตอนที่ 9 : บทที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    16 ก.ย. 60



บทที่ 8




“เอ้า ทุกคน ไอ้ปันมันจะทิ้งพวกเราไปต่างประเทศแล้วนะเว้ย มากรวดน้ำคว่ำขันขอให้ไม่เจอหน้ามันกันอีกเร็ว”


“เฮ้!”


“เฮ้ย เดี๋ยวๆๆ ไอ้ปากหมาเบนซ์ หุบปากเลยมึง” ปัญญาที่นั่งอยู่ท่ามกลางวงของเพื่อนๆ แสร้งโวยวายขึ้นมาเรียกเสียงหัวเราะของคนอื่นๆ รวมทั้งคนที่โดนด่าด้วย เบนซ์หันกลับมายิ้มให้พร้อมกับรินน้ำสีอำพันใส่แก้วของเพื่อนข้างตัว ปัญญายกมันขึ้นมาถือและได้กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมาแตะจมูก เขาไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้บ่อยเท่าไร แต่ถ้าอยู่กับเพื่อนและทุกคนกินกันเขาก็ไม่เกี่ยง


“ล้อเล่นน่าเพื่อนรัก จะได้ไปต่างประเทศทั้งทียังไงเราก็ดีใจด้วยอยู่แล้ว”


“เออ แต่แกได้ทุนต่างหากด้วยใช่ไหม” จูนที่ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่กินเหล้าและถือแก้วน้ำพันช์แทนเอ่ยถามขึ้น ตอนนี้พวกเขานั่งกันอยู่บนพื้นบ้านของเบนซ์ที่ค่อนข้างกว้างขวาง มีเพื่อนคนอื่นๆ มาร่วมวงด้วยไม่ต่ำกว่าสิบคน และของกินมากมายที่แต่ละคนเอามาก็เรียงรายเต็มโต๊ะ ใครอยากจะกินอะไรก็ไปบริการตัวเองได้ “โคตรน่าอิจฉาอ้ะ ทำไมกูไม่ฉลาดให้ได้แบบมันบ้างวะ จะได้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศบ้าง”


“มึงอยากได้ทุนก็รอสมัครตอนจะเข้ามหาลัยสิ” ปันว่าขณะจิ้มไส้กรอกในจานเข้าปากเคี้ยวหงุบหงับ “กูเคยลองหาข้อมูล มีให้เลือกออกเยอะแยะ มึงอยากไปยุ่นไม่ใช่เหรอ ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นไง”


“เออ กูรู้จักพี่คนที่ได้ทุนที่ว่าด้วย” เพื่อนอีกคนหนึ่งของเขาว่า “แต่เห็นเขาบอกว่าโหดอยู่ ถ้ามึงอยากได้ต้องรีบอ่านหนังสือติวตั้งแต่ม.4 ม.5 แล้ว”


“ห่า ทุนเหี้ยอะไรวะ ถ้าจะยากขนาดนั้นก็ไม่ต้องมีใครเอาแล้ว” อีกคนตอบโต้


“สัส อย่าว่าแต่จะเอาทุน แค่เข้ามหาลัยธรรมดายังไม่รู้จะเข้าได้ไหม ว่าแต่พวกมึงอยากเข้าอะไรกันวะ”


“กูอยากเรียนทันตะว่ะ”


ปัญญาละสายตาจากเพื่อนๆ ในกลุ่มเมื่อเห็นเด็กหนุ่มอีกคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้กำลังก้าวเท้าเดินลงจากบันไดมา บัน น้องชายของเบนซ์ยังไม่ละสายตาจากหน้าจอมือถือในมือ และเมื่อเดินลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายเจ้าตัวก็ยกมือไหว้สวัสดีรุ่นพี่ทุกคนพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะเตรียมหาอะไรกิน ปันเดินตามอีกฝ่ายไปเพราะตั้งใจจะไปตักอะไรมาเพิ่มด้วยเลยถือโอกาสชวนอีกฝ่ายคุย


“ไง บัน”


“สวัสดีฮะ พี่ปัน ช่วงนี้ไม่ค่อยมาเลยนะครับ”


“ยุ่งๆ น่ะ แต่เดี๋ยวอาจจะต้องมาตอนทำรายงานอีก แล้วนี่บันเป็นไง ช่วงนี้เรียนหนักไหม”


“เหมือนเดิมแหละครับ เรื่อยๆ ถ้าผมมีอะไรไม่เข้าใจอาจจะต้องให้พี่ปันช่วยสอนอีก”


“พี่ชายตัวเองก็มี” เขาพูดกลั้วหัวเราะ


“โหย รายนั้นเอาตัวเองยังไม่รอดเลย”


“ไอ้ห่าบันนินทาอะไรกู” คนเป็นพี่ตะโกนมาจากอีกฟากของห้อง แหม หูมันดีจริงๆ


“เออ พี่ปัน”


“หืม ว่าไงครับ” ถามทั้งๆ ที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากการเลือกสรรอาหารใส่จานกระดาษ ใช้จานแบบนี้น้าแหม่ม แม่ของไอ้เบนซ์จะได้ไม่ต้องลำบากล้างจานเก็บกวาดให้ยุ่งยาก


“ผมชวนไอ้โดนัทมานี่ด้วยนะ”


“อ้อ เหรอ อืม… เฮ้ย!”


ปัญญาหันกลับไปมองน้องชายเพื่อนที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ ชูมือถือที่ค้างหน้าจอไลน์ขึ้นมาให้ดู “มันบอกมันจะมาถึงเร็วๆ นี้แล้ว ดีใจไหมพี่”


“ดีใจเหี้ยอะไร” ลนลานจัดจนเผลอหลุดคำหยาบออกมาจนได้ เขาไม่ค่อยอยากใช้คำไม่สุภาพกับรุ่นน้อง แต่ตัวเองก็สนิทกับบันพอๆ กับที่สนิทกับเบนซ์จึงมีเผลอหลุดบ้าง “ทำอะไรของเอ็งเนี่ย ไอ้บัน แล้วนี่ก็มีแต่พวกรุ่นพี่ทั้งนั้น โดมาเขาจะไม่อึดอัดเหรอ”


“อึดอัดอะไรพี่ ผมก็อยู่ พี่ก็อยู่”


“...มันก็ใช่หรอก” พอได้ยินว่าโดนัทจะมาปัญญาก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ เหมือนกัน ถึงจะกังวลนิดหน่อยว่าเจ้าตัวจะไม่ชินกับเพื่อนๆ เขาเท่าไรก็เถอะ




ไม่ถึงสิบนาทีต่อมาเด็กหนุ่มหน้าหวานก็มาอยู่ที่หน้าบ้านเบนซ์จริงๆ บันเป็นคนเดินไปเปิดประตูให้อีกฝ่ายที่พอก้าวขาเข้ามาก็รีบยกมือไหว้รุ่นพี่อย่างรวดเร็ว จูนเริ่มหันไปเจ้ากี้เจ้าการบอกให้คนอื่นๆ ขยับขยายพื้นที่เตรียมให้ผู้มาใหม่เข้ามาร่วมวง แถมยังรู้งานให้เป็นที่ข้างๆ ปัญญาอีกด้วย จะว่าซึ้งใจก็ซึ้งใจนะ แต่ไม่ต้องชัดขนาดนี้ก็ได้มั้ง แค่นี้คนก็แซวกันฉิบหายวายป่วงล่ะ


“เฮ้ย เมียไอ้ปันมาได้ไงเนี่ย มาคุมผัวไม่ให้ดื่มหนักเหรอจ๊ะ” คิว เพื่อนเขาคนหนึ่งที่ดื่มจนหน้าดำหน้าแดงเริ่มแผลงฤทธิ์ ปัญญาเลยหันไปถลึงตาใส่คนพูดขณะที่คนโดนแซวเริ่มก้มหน้างุดๆ


“หุบปากเลยไอ้คิว ห่า อย่าแกล้งน้องได้ไหม เดี๋ยวปั๊ดถีบออกนอกวง”


“อุ๊ย มีปกป้องกันด้วยนะ”


“พอแล้วน่าคิว น้องเพิ่งมาเดี๋ยวก็หนีกันหมดพอดี” จูนเข้ามากอบกู้สถานการณ์ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้อีกฝ่าย “อยากกินอะไรก็ไปตักได้เลยนะครับ แล้วนี่ใครเอาแก้วให้น้องหรือยัง”


“ดื่มเบียร์ไหมนัท” เบนซ์ผู้เป็นเจ้าบ้านหันมาถาม ปัญญารีบออกหน้าทันที


“น้องยังเด็ก ดื่มไม่ได้ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ”


“ห่า ยังกะมึงบรรลุแล้ว ดื่มไปกี่แก้วแล้วนั่น”


“ไม่ได้ๆๆ” ส่ายหน้ารัวๆ ขณะรินน้ำส้มใส่แก้วให้โดนัทแทน “โดดื่มนี่นะ อย่าไปฟังพวกแม่ง”


“ให้น้องกินน้ำนางเอกเหรอมึง”


“ไอ้ปัน มึงถามน้องเขาหรือยังว่าเขาโอเคไหม โคตรมัดมือชก ถ้าเขาอยากกินเบียร์ก็ให้แดกๆ แม่งไปเหอะ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ชอบกินเบียร์เท่าไร” เจ้าตัวรีบว่า “น้ำส้มก็ได้แล้วครับ”


“พูดแบบนี้แปลว่าเคยกินเหรอ”


“เคยสิครับ” เจ้าตัวทำหน้ายู่ “ผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนะ”


“ลองอะไรไม่เข้าท่า” ปัญญาที่ซัดเหล้าเข้าไปจนกรึ่มได้ที่เอื้อมมือไปหยิกแก้มรุ่นน้องข้างตัวอย่างมันเขี้ยว “เป็นเด็กเป็นเล็ก รอให้อายุถึงก่อนค่อยกินก็ได้ เหล้าเนี่ย ไม่ต้องรีบผิดศีลข้อที่ห้าเร็วนัก”


“โง้ย…” โดนัทครวญขณะที่อีกฝ่ายยืดแก้มเขาเรื่อยๆ และเมื่อปันปล่อย เจ้าตัวก็ยกมือลูบแก้มเบาๆ “หูย พี่ปันก็พูดเกินไปครับ ผมอ่อนกว่าพี่ปีเดียวเอง”


“อ่อนกว่าก็ต้องเชื่อฟังสิ”


“เอ้า เอาเข้าไป มึงเป็นพ่อน้องเขาเหรอวะ” เบนซ์ว่าขณะเริ่มลงมือผสมเหล้าให้ตัวเองและคนอื่นๆ เพื่อนเขาที่มาเที่ยวบ้านบ่อยกำลังหากิจกรรมทำกันอย่างอิสระ ไอ้สามตัวนั่นเริ่มไปเปิดเครื่องคาราโอเกะและยึดไมค์กันแล้ว บางคนตรงเข้าไปห้องเล็กที่แยกไว้อีกห้องซึ่งมีสารพัดเครื่องเกมที่เชื่อมต่อกับทีวี อีกกลุ่มเดินออกไปสวนหน้าบ้านเขาแล้วเม้ามอยเรื่องนั่นนี่อย่างออกรส นี่เป็นเรื่องปกติเวลาจัดปาร์ตี้ย่อมๆ ที่บ้านเขาล่ะนะ ปัญญาเคยคิดเหมือนกันว่าน้าแหม่มแม่เบนซ์ช่างใจดีเหลือเกินที่เปิดบ้านแบบนี้ ถ้าเป็นพ่อเขานี่… อืม เอาเป็นว่าไม่ใจดีแบบนี้แน่ล่ะ


หลังจากที่เริ่มกระจายตัวกันไปครู่ใหญ่ เสียงกีต้าร์ที่เจ้าบ้านนำมากรีด ร้องเพลงสลับก็เริ่มดึงคนให้กลับมารวมกลุ่มกันได้อีกครั้งแม้จะไม่ครบจำนวนก็ตาม เบนซ์ส่งกีต้าร์โปร่งให้จูนที่เอ่ยปากขอเล่นเพลงต่อไปบ้าง ปัญญาที่คุยกับเพื่อนอีกคนอย่างออกรสเรื่องผลฟุตบอลก็หันกลับมาให้ความสนใจกับรุ่นน้องที่ผละออกจากบันมาได้ในที่สุด เมื่อเห็นหน้ารุ่นพี่ โดนัทถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที


“พี่ปัน! ทำไมหน้าพี่แดงขนาดนั้น ดื่มหนักขนาดนั้นเลยเหรอ พี่โอเคไหมครับเนี่ย”


“หา?” เจ้าตัวยกมือแตะหน้าของตัวเอง ก็ไม่ได้ร้อนขนาดนั้นสักหน่อย “หน้าพี่แดงเหรอ มากไหม”


“มากครับ” พูดด้วยสีหน้าที่ยังตกใจไม่หายก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยิ้มขัน “พี่ปัน บอกห้ามคนอื่นไม่ให้กินแต่ตัวเองกินซะ… กลิ่นเหล้าหึ่งเลยเนี่ย ดื่มมากไปก็ไม่ดีนะพี่”


“อะไร เข้าใจผิดเปล่า แน่ใจนะว่ากลิ่นมาจากพี่” พูดพลางดึงตัวอีกฝ่ายมากอดแนบอก โดนัทเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ ใบหน้าขึ้นสีอย่างรวดเร็วราวกับมีใครเอาสีแดงมาสาด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิด และเพราะเห็นสายตาของเพื่อนจับจ้องมาอย่างล้อเลียนเจ้าตัวก็เริ่มดิ้นตัวพร้อมกับพูดอึกอัก


"จะกลัวทำม้าย" เจ้าตัวหัวเราะร่วนแต่ก็ยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างว่าง่าย "คนอื่นเขาก็รู้กันหมดแล้วอยู่ดี แต่เอาเถอะ ครั้งนี้ยอมปล่อยไปก่อนก็ได้"


"ครั้งนี้เหรอครับ..." โดนัทพูดอย่างไม่ไว้ใจ ปัญญาเริ่มหันไปให้ความสนใจกับการแสดงของเพื่อนที่คนกลุ่มใหญ่กำลังรุมล้อม เจ้าตัวตะโกนบอกให้จูนเปลี่ยนเพลงที่กำลังเล่นเพราะอยากร้อง เด็กสาวสวนกลับมาว่าเล่นเพลงดังกล่าวไม่เป็นพร้อมกับท้าให้ปันเล่นเอง ทำเอาคนอื่นๆ หันมาร้องห้ามแทบไม่ทัน


"อย่าให้ไอ้บ้านี่ได้แตะกีต้าร์หรือเปล่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียวนะมึง"


"ไจแอนท์กลับชาติมาเกิดชัดๆ"


"เสียงหลงยังกับควายออกลูก"


"สัส! พวกมึงแม่งปรักปรำกู" คนที่มีสติครึ่งๆ กลางๆ โวย "เสียงกูไม่ได้แย่ขนาดนั้นโว้ย"


"ไม่จริงอ้ะ!" บรรดาเพื่อนร่วมห้องที่อยู่ด้วยกันมานานสวนกลับมาแทบจะทันที เรียกเสียงหัวเราะรอบตัวอีกครืนใหญ่


"ไอ้ห่านี่แม่งทำอะไรก็ดีไปหมด ยกเว้นทางด้านดนตรีนี่แหละ โคตรดับ"


"สาด พวกมึงอย่าเผากูต่อหน้าโดสิวะ"


"โห่" ตามมาด้วยเสียงโห่แซวกันอีกยก พูดเล่นกันจนพอใจแล้วคนกลุ่มใหญ่ถึงกลับไปให้ความสนใจกับการแสดงดนตรีสดตรงหน้าต่อ ในขณะที่ปัญญาเริ่มตาปรือลงเรื่อยๆ เพราะเหล้าเริ่มออกฤทธิ์ รู้ตัวอีกทีเขาก็เลื้อยไปแถวๆ บ่าของรุ่นน้องข้างตัวแล้ว โดนัทเอื้อมมือมาลูบผมเขาก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเสียงนุ่ม


"ง่วงแล้วเหรอครับ พี่ปัน หลบเข้าไปนอนพักหน่อยไหม"


เขาพึมพำตอบรับไปโดยไม่รู้ตัว โดนัทพาเขามาหลบที่ห้องเล็กที่พวกเพื่อนๆ ใช้เล่นเกมจนถึงเมื่อกี้ แต่ตอนนี้มันว่างเปล่าไร้ผู้คน ปัญญานั่งลงบนโซฟา ยกมือขยี้ตางงๆ ขณะโดนัทหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง


"ผมอยากจะพูดแบบนี้กับพี่ก่อน แต่เดาว่าเพื่อนๆ พี่คงชิงตัดหน้าพูดไปก่อนแล้ว ยินดีด้วยนะครับที่จะได้ไปแลกเปลี่ยน นี่ของขวัญจากผม"


ปัญญามองสร้อยข้อมือสีเงินที่อีกฝ่ายคล้องรอบข้อมือข้างขวาของเขาด้วยหัวใจที่พองฟูขึ้นเรื่อยๆ และทันทีที่เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานให้ ปัญญาก็คว้าไหล่ของรุ่นน้องแน่นพร้อมกับก้มหน้าลงไปเบียดริมฝีปากของตัวเองลงบนกลีบปากของอีกฝ่าย


โดนัทเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ พยายามดิ้นหนีจากสัมผัสนั้นในครั้งแรกเพราะไม่ทันตั้งตัว หากวินาทีต่อมาเขากลับปล่อยให้อีกฝ่ายจูบลงมาแบบนั้น อะไรบางอย่างบอกเขาว่านี่เองก็เป็นจูบแรกของรุ่นพี่ตรงหน้าเหมือนกัน เพราะมันดูเรียบง่าย ไม่มีประสบการณ์ เขาเองก็เหมือนกัน


เขาปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้ความหวานอุ่นซ่านขึ้นในโพรงปากตามที่อีกฝ่ายค่อยๆ แตะลิ้นลงมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ มือที่บีบไหล่เขาแน่นค่อยๆ คลายลง กลายเป็นเขาเองที่จิกแขนปันแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว และยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อจากนั้น เสียงเปิดประตูบานเลื่อนอย่างรวดเร็วก็ทำให้โดนัทที่มีสติมากกว่าผลักไหล่รุ่นพี่ออก เขาหันกลับไปมองบันที่จ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าอึ้งๆ


"เอ่อ คือ พี่ปัน พ่อพี่มารับแล้วครับ"


"อะ อื้อ ขอบใจนะบัน" ปัญญาว่าด้วยสีหน้าที่แดงก่ำไปจนถึงหู เขาลุกขึ้นพรวดออกจากโซฟา หันมาล่ำลารุ่นน้องอีกคนที่เพิ่งขโมยจูบไป "งั้น... ไปก่อนนะ โด แล้วคุยกัน"


"อื้อ สวัสดีครับพี่ ฝันดีฮะ"


นั่นแหละปัญญาถึงได้รีบเผ่นไปหาพ่อที่รออยู่หน้าบ้านได้


โว้ย... นี่เขาเมาหนักจนทำอะไรขาดสติขนาดนั้นลงไปได้ยังไงโว้ย!




บันเหลือบมองเพื่อนข้างตัวหลังจากที่รุ่นพี่อีกคนกลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว เห็นใบหน้าที่ยังติดแดงระเรื่อ นัยน์ตากลมโตหลบลงต่ำแบบนั้นลงแล้วอดไม่ได้ ต้องถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วง


"มึงกับพี่ปันคบกันแล้วเหรอวะ"


"เปล่า ก็... ยัง"


"มึงแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังโดนเขาปั่นหัวอยู่"


"พี่ปันไม่ใช่คนแบบนั้น"


"เออ เท่าที่กูรู้จักพี่ปันมา เขาก็ดูไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก แต่อะไรที่มันไม่ชัดเจนน่ะ อันตรายนะมึง ไปคุยกับเขาตรงๆ เลยไหมว่าเรื่องระหว่างเขากับมึงมันยังไง"


"พี่ปันไม่ชอบอะไรรวบรัดหรอก"


"เออ ก็คงงั้น แต่เขากำลังจะไปแลกเปลี่ยนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า กลับมาก็เตรียมเข้ามหาลัย จบม. ปลายแล้วก็แยกย้ายกันไป มึงแน่ใจนะว่าทุกอย่างจะยังโอเคเมื่อถึงตอนนั้น"


"ห่าบัน หุบปากเลย"


"กูพูดจริงๆ นะ โดนัท ไม่อยากให้มึงเจ็บทีหลัง มึงเองก็รอพี่เขามานานแล้วไม่ใช่รึไง ถึงเวลาต้องทำอะไรเองบ้างแล้วม้าง"


โดนัทไม่ตอบ หากในหัวคิดตามสิ่งที่เพื่อนพูดและพยักหน้าเห็นด้วยในใจเงียบๆ เขารู้อยู่แก่ใจมาก่อนแล้วว่าคนอย่างปัญญาคงไม่ยอมสารภาพรักหรือขอเขาคบง่ายๆ ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ว่าเขาจะตอบรับ แต่ในเมื่อเขาแสดงออกชัดเจนและยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ แถมยังไอ้จูบที่ดูเหมือนข้ามขั้นตอนเมื่อกี้นั่นอีก บางทีเขาควรเริ่มลงมือทำอะไรตามที่บันบอกจริงๆ นั่นแหละ







"ไอ้ปัน เอ็งเดินให้มันตรงทางหน่อยได้ไหมวะ แล้วนี่ใครสั่งใครสอนให้แดกเหล้าเยอะแบบนี้ นี่กินหรือลงไปอาบ"


"อือ พ่อ เงียบหน่อยได้ไหม" พ่อตัวดีที่ยกแขนพาดบ่านพดลอยู่งึมงำขณะก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้านที่อีกฝ่ายพยายามลากขึ้นไป "ปันปวดหัวนะ"


"สมควรให้ปวดหัวตายไปเลย นี่ ก้าวเท้าสิไอ้ปัน แกคิดว่าตัวเองเบานักเหรอ รีบๆ เดินหน่อยได้ไหมจะได้ถึงห้องสักที"


ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง นพดลก็กึ่งลากกึ่งเหวี่ยงลูกชายตัวแสบไปนอนแผ่บนฟูกเตียงพร้อมกับถอนหายใจเฮือกอย่างเหนื่อยอ่อน ปันน้ำหนักตัวเยอะกว่าเขา แถมยังสูงเก้งก้างทำเอาปวดบ่าไปหมด ชายหนุ่มมองคนที่นอนแผ่บนเตียงแล้วเตรียมจะผละออกจากห้อง แม้จะไม่อยากให้เจ้าตัวนอนทั้งๆ ที่ยังไม่อาบน้ำ แต่ก็รู้ว่าคงไม่สามารถลากมันไปอาบได้แน่ ทันใดนั้นเองคนบนเตียงก็คว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อเขา ดลหันกลับไปมองงงๆ


"พ่อ... ปันจะไปเมกาแล้วนะ"


"เออ รู้แล้ว แกบอกแล้วนี่ว่ายื่นใบตอบรับไปแล้วน่ะ"


"ปันไปแล้วพ่อจะเหงาไหมฮะ"


อารมณ์ไหนของมันเนี่ย มาอ้อนแบบนี้ "แกไปแค่สิบเดือนเอง ไอ้ปัน อย่ามาดราม่า"


"มันก็ใช่ฮะที่ผมจะไปแค่แป๊บเดียว แต่..." เจ้าตัวพึมพำ "เราไม่เคยแยกกันนานๆ เลยนี่นา ผมว่าผมต้องคิดถึงพ่อมากแน่เลย"


โอ๊ย เด็กบ้าเอ๊ย โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังจะมาอ้อนอยู่อีก ...ถึงจะน่ารักดีก็เถอะ


"เอาน่า คิดถึงก็คอลไลน์มาหาได้ สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวกระโดดจะตาย เลิกอ้อนแล้วก็นอนได้แล้ว พรุ่งนี้หัวดับแน่แกเอ๊ย แดกเหล้าจนหมดสภาพขนาดนี้"


"พ่อ... เตรียมยาให้ปันด้วยนะ" ก็ยังทำเสียงอ้อนไม่เลิก เออ หรือว่าลูกเขาพอเมาแล้วจะชอบทำตัวงุ้งงิ้ง?


"ฝันดีนะปัน พ่อจะไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" ชายหนุ่มพูดทิ้งท้าย และคราวนี้ไม่มีอะไรตอบกลับมาเพราะเจ้าตัวแสบสลบไปแล้ว


นพดลเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมสีดำสนิทที่ปรกหน้าผากของลูกชายอย่างรักใคร่ จากนั้นจึงเดินออกไปจากห้องเงียบๆ





หลังจากจัดการเอาลูกชายที่เมาแทบไม่ได้สติกลับบ้านและส่งขึ้นเตียงได้ นพดลก็จัดการอาบน้ำแต่งตัวกลับมาที่ห้องนอนที่มีเตียงใหญ่ที่มีเตียงสำหรับสองคน มันยังเป็นเตียงหลังเดิมที่เขาเคยใช้นอนกับมิ้นต์ ภรรยาที่เสียไปแล้วของเขา ไม่คิดจะเปลี่ยนใหม่ด้วยเพราะไม่เห็นความจำเป็น และถึงเขาจะอยู่คนเดียวแต่การได้นอนเตียงกว้างๆ ก็สบายดี


ดลเปิดโน้ตบุ๊คของตัวเองขณะกางเอกสารเกี่ยวกับทุนที่ปัญญาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขากวาดตาอ่านสัญญาที่อยู่ในนั้นอีกครั้งอย่างละเอียดทุกแผ่น โดยเฉพาะเจ้าทุนตัวใหม่ที่ลูกชายของเขากำลังจะได้ แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เจอจุดโหว่ตรงไหนที่จะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาได้ในตอนหลังเลย


รายละเอียดทุกอย่างรัดกุม และคนที่ได้ประโยชน์ก็คือลูกชายเขาเต็มๆ


นพดลควรจะสบายใจกับเรื่องนั้น แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกว่าทุกอย่างนี่มันง่ายไปหน่อย และมันทำให้เขารู้สึกไม่ดีเลย


หรือว่าเขาจะคิดมากไป?


ชายหนุ่มเริ่มลงมือหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับทุนตัวนี้และบริษัทที่เป็นผู้ให้ทุน แต่เขาแทบไม่เจออะไรที่มีประโยชน์เลย หน้าโฮมเพจของตัวบริษัทเองก็โล่งโจ้งจนแทบไม่มีอะไร อาจจะเป็นเรื่องปกติของบริษัทเล็กๆ แต่แบบนี้ก็ไม่ได้ช่วยอธิบายอะไรให้เขาเลย


สงสัยคงต้องหาตัวช่วย… เขาเองก็ไม่เก่งกับการขุดหาข้อมูลหรืออะไรแบบนี้เหมือนกัน และแล้วเขาก็นึกถึงใครที่น่าจะพอช่วยได้ขึ้นมา


ชายหนุ่มต่อสายโทรศัพท์ไปยังเพื่อนสมัยเรียน ปลายสายรับในกริ่งที่สามขณะกรอกเสียงเข้ามาทักทายอย่างร่าเริง


“ฮัลโหล สวัสดีดล ไม่ได้คุยกันตั้งนาน เป็นไงบ้าง”


“ไง เกรซ” เขายกยิ้มขึ้นนิดๆ เมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนสาวที่เขาเพิ่งไปงานแต่งมาเมื่อห้าปีก่อน จะว่าไป เขาก็ห่างหายเพื่อนๆ ไปนานเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าไม่ใช่ว่ามีงานสำคัญๆ อย่างงานแต่งหรืองานเลี้ยงรุ่น เขาก็แทบไม่เจอใครเลย “โทษทีนะที่อยู่ๆ ก็โทรมา ว่าแต่เธอกับสามีเธอ… คุณสนน่ะ ยังทำงานเป็นนักสืบเอกชนอยู่ไหม”


“ทำสิ ไม่ทำแล้วจะเอาอะไรกิน” หล่อนหัวเราะเสียงใส มีเสียงแว่วๆ ของชายหนุ่มอีกคนดังลอดมาจากโทรศัพท์ ดลเดาว่าคงเป็นสามีคนที่เขากำลังพูดถึงนั่นแหละ “ทำไมจ๊ะ อยากให้ช่วยอะไร ตามหาแมวหาย หมาหาย เมียมีชู้… แต่นายยังไม่ได้แต่งงานใหม่นี่หว่า ถูกมะ?”


“เอ่อ เปล่า ไม่ได้แต่ง”


“ก็ว่างั้น… นี่ นายจะมัวแต่อาวรณ์อดีตไม่ได้นะ เพื่อน ไปหาสาวใหม่มาได้แล้ว ปันจะได้มีแม่ใหม่ด้วยไง” ก็ไอ้แบบนั้นน่ะสิที่จะทำให้บ้านแตก “เออ แล้วนี่น้องปันลูกนายอายุเท่าไรแล้วเนี่ย ป่านนี้คงโตเป็นหนุ่มแล้วสิ”


“ปีนี้ 17 แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ช่วยฟังหน่อยได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากให้เธอกับคุณสนช่วยตามดูให้หน่อย”


“อ้อ เอาสิคะ ว่ารายละเอียดมาเลย เดี๋ยวจะคิดค่าบริการให้เป็นพิเศษ”


นพดลจึงจัดแจงเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้เพื่อนฟังก่อนจะตบท้ายว่า “แค่อยากให้ช่วยดูหน่อยว่าตกลงทุนนี้มันยังไงกันแน่ แล้วมีคนอื่นได้อีกไหม ทางนั้นจะไม่ตุกติกอะไรแน่ๆ รึเปล่า”


“อืม โอเค งั้นพรุ่งนี้นายส่งรูปถ่ายเอกสารพวกนั้นมาหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวเราช่วยดูให้”


“ขอบใจนะ”


“แต่นายนี่ก็แปลกนะ ทั้งๆ ที่มั่นใจว่าสัญญามันรัดกุม เงินก็ได้มาฟรีๆ ยังจะระแวงอีก”


นพดลลอบถอนหายใจนิดหนึ่งก่อนจะพูดอย่างคนที่มองโลกตามความเป็นจริง “ก็เพราะฉันรู้ดีไงว่าในโลกนี้มันไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ น่ะ”










-----------------------------------------------

Talk: ก็ยังจะอุตส่าห์มีปมสืบสวนเนอะ ชอบเหลือเกินเล่นเป็นนักสืบเนี่ย 5555555 เนื้อเรื่องซีเรียสขึ้นตามลำดับค่ะ ใครยังสู้ไหวก็ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ อิอิ >3<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #377 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 14:46
    เจ้าของทุนนี่คุณก้องหรือเปล่า??
    #377
    0
  2. #323 T111222P (@T111222P) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 18:23

    สนุกครับ

    #323
    0
  3. #56 Mirror_Dear (@Maple_Syrub) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 11:43
    ดลดูระแวงมากอ่ะ สรุปปันดลใช่ไหม???
    #56
    0
  4. #55 Yu__Yoo (@SleepAddict) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 11:41
    เราว่า คนให้ทุนต้องเล็งคุณพ่อแน่ๆ
    #55
    1
  5. #54 ส้ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 09:19
    สนุกดีอ้ะ ตกลงมันยังไงกันแน่
    #54
    0
  6. #53 หมูน้อยอ้วนกลม (@niruko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:19
    ปันไม่ใช่ลูกดลว่างั้นเถอะ แต่คนที่เป็นพ่อปันคือคนที่ให้ทุนงี้?
    #53
    1
    • #53-1 Airin_and (@Airin_and) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 05:56
      รอดูกันต่ออีกนิดค่ะ เดี๋ยวได้รู้แล้ว XD
      #53-1
  7. #52 c@Zen0ปึด2 (@free-dom-life555) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 22:47
    มีเสี่ยแอบเลี้ยงปันป่ะเนี่ย
    แลดูอะไรๆมันจะสะดวกไปหมดเลย
    #52
    2
    • #52-1 Airin_and (@Airin_and) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 05:58
      เสี่ยแอบเลี้ยง... //อื้อหือ นึกภาพตาม//
      อารมณ์แบบ ชั้นเล็งเทออยู่นะ 555555 โอ๊ยยยย
      #52-1
  8. #51 Junch_N (@JunNpr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 19:56
    ทำไมเราคิดว่าปันอาจจะไม่ใช่ลูกดล
    #51
    1
    • #51-1 Airin_and (@Airin_and) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 05:58
      อันนี้ก็ต้องมารอดูกันค่ะ อิอิ
      #51-1
  9. #49 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 17:51
    มันชักจะยังไงๆ นี้ก็รู้สึกไม่ไว้ใจทุน
    #49
    1
    • #49-1 Airin_and (@Airin_and) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 05:59
      มันก็น่าสงสัยจริงๆ อะเนอะ
      #49-1
  10. #48 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 13:05
    หวังว่าทุนนั่นจะไม่เป็นอันตรายนะ
    #48
    1
    • #48-1 Airin_and (@Airin_and) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 06:06
      ก็ต้องมาตามสืบดูกันค่ะ >w<
      #48-1
  11. #47 A_un_G (@sunanteenee09) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 12:03
    กลัวว่าปันจะไม่ใช่ลูกดลจริงๆเลย
    #47
    1
    • #47-1 Airin_and (@Airin_and) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 06:08
      นั่นสินะคะ มีอะไรไม่ชอบมาพากลแปลกๆ เนอะ
      #47-1