คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 3 : บทที่3 : เจอกันครั้งแรก


     อัพเดท 26 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ชายในฝัน, กำมะลอ, แผนรัก, เล่ห์รัก, ณเดชน์, ญาญ่า, กลรัก, แบรร์รี่, อุรัสสยา, อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/napoonnovels/story/view.php?id=770711#ixzz1sIsPqXR3
ผู้แต่ง : Aislin/อิซลิน/ณปุณ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aislin/อิซลิน/ณปุณ
My.iD: https://my.dek-d.com/Aislin
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 3 Overall : 6,188
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 19 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 3 : บทที่3 : เจอกันครั้งแรก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 420 , โพส : 2 , Rating : 80% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



บทที่
3
 

               
“ผมเป็นศิลปินวาดรูปครับ ไม่ใช่ครึ่งคนครึ่งสัตว์แบบทาร์ซาน” คำพูดกึ่งฉุนกึ่งขันของตฤณทำให้มัณดาวีย์เพิ่งจะรู้ตัวว่าหลุดอะไรออกมาบ้าง หญิงสาวหัวเราะเก้อๆก่อนจะเอ่ยขอโทษชายหนุ่มตรงหน้า เธอไม่สมควรจะพูดแบบนี้ แต่ในใจก็กำลังคิดว่าด้วยลักษณะการแต่งการประกอบกับบุคลิกภายนอกสุดเซอร์ของผู้ชายคนนี้ คงจะไม่มีคำไหนดีไปกว่าคำว่าทาร์ซานอีกแล้ว คิดแล้วหญิงสาวก็พยายามกลั้นยิ้มอยู่อย่างนั้นจนอีกฝ่ายเริ่มฉุนเข้าจริงๆ แต่ก็ยังพยายามระงับอารมณ์เต็มที่

               
“ฉันสนใจภาพเขียนนี้น่ะค่ะ อยากทราบว่าคุณสนใจจะขายเท่าไหร่” มัณดาวีย์ทำเสียงเป็นการเป็นงานมากขึ้นแม้ว่าในใจจะยังแอบขำก็ตาม

                ตฤณมองหน้าหญิงสาวแบบประเมิน ผู้หญิงตรงหน้าเขาคนนี้แต่งตัวดูดีด้วยเสื้อผ้ามีระดับ ใบหน้าขาวสวยที่ออกไปทางหวานแต่งแต้มเอาไว้ด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เมื่อตฤณมองไล่ไปจนถึงดวงตายาวรีคู่นั้นที่กำลังทอประกายพราวระยับแฝงร่อยรอยความขบขัน ชายหนุ่มก็รู้สึกยิ่งขุ่นมัวในใจ

               
“ทำไมคุณถึงอยากซื้อภาพนี้ล่ะครับ”

               
“ฉันจำเป็นต้องบอกเหตุผลด้วยเหรอคะ” มัณดาวีย์เลิกคิ้ว หญิงสาวมองคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ

               
“ผมก็แค่อยากรู้ว่าทำไมคุณถึงสนใจภาพนี้” มัณดาวีย์ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับพ่อหนุ่มศิลปินผมยาวเครารกรุงรัง เธอก็เลยพูดเพื่อกะว่าจะตัดปัญหาให้จบๆไป แต่ไม่คิดว่าเพราะเหตุผลของเธอนี่เองที่ทำให้ตฤณยิ่งไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่

               
“ฉันก็แค่เห็นว่ามันสวยดี ก็เลยอยากซื้อเก็บไว้เล่นๆ ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ ฉันมีเงินจ่ายแน่” หญิงสาวพูดพร้อมกับจะหยิบสมุดเช็คขึ้นมาเซ็นให้ตฤณเป็นค่ารูปเขียนนี้

               
“แล้วคุณรู้หรือไงว่าผมจะขายเท่าไหร่” ตฤณจ้องหน้ามัณดาวีย์แบบกวนๆ ชายหนุ่มเดินวนรอบตัวคู่สนทนาก่อนจะแกล้งพูดขึ้น “บางทีถ้ารู้ราคาภาพนี้แล้วคุณอาจจะไม่อยากซื้อมันก็ได้”

               
“ก็ลองบอกมาดูสิคะ ฉันจะได้ตัดสินใจถูกว่าภาพของคุณคู่ควรกับราคาที่ฉันจะจ่ายหรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยอย่างเริ่มหมันไส้ท่าทางคนตรงหน้า “ว่ามาสิคะ จะขายให้ฉันเท่าไหร่” ตอนที่กำลังเริ่มต่อราคาภาพเขียนนี้ ดอนที่กลับจากห้องน้ำแล้วก็เดินมาสมทบกับเพื่อนรัก

               
“ห้าหมื่น” มัณดาวีย์เบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายบอกราคาของที่เธอสนใจจะซื้อ ส่วนดอนก็ถึงกับอ้าปากค้างไปเลยกับจำนวนเงินที่ตฤณเรียก

                ความจริงแล้วราคาภาพเขียนที่ตฤณตั้งใจจะขายไม่สูงถึงขนาดนี้ แต่เป็นเพราะชายหนุ่มนึกอยากแกล้งผู้หญิงปากดีตรงหน้าต่างหาก ดูซิว่าถ้าเขาเรียกราคาสูงถึงขนาดนี้ หญิงสาวจะยังอยากซื้อไปเก็บไว้
“เล่นๆ” อีกหรือเปล่า

               
“ห้าหมื่น” มัณดาวีย์ทวนคำพูด “ขอโทษที่พูดตามตรงนะคะ คุณเองก็ไม่ใช่ศิลปินมีชื่ออะไร การที่จะมาเรียกเงินสูงขนาดนี้ ทางที่ดีก็ควรจะพิจารณาผลงานของตัวเองประกอบด้วย จะได้ดูสมน้ำสมเนื้อไม่เอาเปรียบคนซื้อ หน่อย” หญิงสาวเว้นวรรคขณะหันไปมองภาพเขียนเจ้ากรรมนั้นอีกรอบ “ฉันให้ได้แค่ห้าพัน” พูดพร้อมกับหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันออกมาห้าใบแล้วส่งให้ตฤณ

               
“ภาพนี้ผมใช้เวลาเขียนถึงเกือบครึ่งปีเลยนะ ต้องเสียเวลาไปหาแรงบันดาลใจตามที่ต่างๆมากมาย ไม่ได้หลับไม่ได้นอนตั้งหลายคืน สีหมดไปตั้งหลายสิบหลอด แค่ห้าพันผมว่ามันจะน้อยไปล่ะมั๊ง” สีหน้าของมัณดาวีย์เริ่มปรากฏรอยเยาะหยันเพราะคิดว่าตฤณตั้งใจจะพูดต่อรองเพื่อโก่งราคาภาพเขียนให้สูงขึ้นอีก

               
“ห้าหมื่นนั่นแหล่ะที่สูงเกินไป อย่าต่อรองให้มากนักเลย ระวังนะ รูปที่ตั้งใจวาดนักหนาจะกลายเป็นของไร้ค่าไร้ราคาภายในพริบตาเดียว” มัณดาวีย์ยิ้มยั่วโทสะคนที่เธอเรียกเขาว่าทาร์ซาน “ฉันดูๆไป รูปนี้ก็ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย ฝีแปรงก็ดูไม่ละเอียด เวลามองแล้วไม่เห็นจะทำให้เกิดอารมณ์ร่วมไปกับภาพเลย บางที...มันอาจจะเป็นแค่ภาพแสนธรรมดาที่เจ้าของตั้งใจจะเอามาหากินกับคนซื้อที่ไม่มีความรู้ศิลปะก็ได้”

           ตฤณกำมือแน่น เพราะไม่เคยคิดว่าผู้หญิงสาวสวยตรงหน้าจะกล้าพูดถึงขนาดนี้ แค่เธอพูดจาดูถูกงานของเขาก็แย่พออยู่แล้ว นี่เธอยังมาหาว่าเขาจะมาโก่งค่าภาพเขียนตัวเองอีก ทั้งที่ความจริงแล้วในตอนแรกเขาเองก็ตั้งใจทำอย่างนั้นเพื่อยั่วโมโหเธอก็ตาม

               
“นี่คุณ มันจะเกินไปแล้วนะ” ตฤณเริ่มเหลืออด แต่ดอนเข้ามาช่วยปรามให้เพื่อนรักใจเย็น

               
“เฮ้ย ไม่เอาหน่า ใจเย็นๆนะเพื่อน ค่อยๆพูดกันก็ได้”

               
“แค่ยัยนี่กำลังดูถูกงานของฉันอยู่นะเว้ยไอ้ดอน”

               
“ตกลงจะขายหรือเปล่า ฉันให้ขาดตัวแค่ห้าพันบาท” อย่างที่เคยบอกกับชานนท์เอาไว้ ไอ้เรื่องการช่วยอุดหนุนงานศิลปะ เธอเองก็ไม่ได้คิดขัดข้องอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่างานชิ้นที่เธอถูกใจมันกลับเลยงบประมาณที่เธอตั้งเอาไว้ในใจเสียมากโข

               
“เสียใจด้วยนะ ผมไม่ขาย” เจ้าของภาพเน้นย้ำที่สองพยางค์สุดท้าย ตอนนี้ถึงเธอจะยอมตกลงราคาที่ห้าหมื่น ตฤณก็ไม่ยอมขายเด็ดขาด ชายหนุ่มจะไม่มีวันขายงานของตนให้กับผู้หญิงที่ไม่เห็นคุณค่าในงานศิลปะอย่างมันดาวีย์แน่ ตฤณสบตาสีดำสนิทคู่นั้นด้วยแววตาท้าทาย ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร

               
“งั้นก็เชิญเก็บงานของคุณไว้หลอกหากินกับคนอื่นต่อไปเถอะ” มัณดาวีย์ยิ้มเย็นก่อนจะเดินไปอีกทาง แต่เดินไปแค่สองสามก้าว หญิงสาวก็ชะงักแล้วหันเดินกลับมาหาตฤณที่ยังโมโหไม่หาย “ถ้าเปลี่ยนใจอยากขายก็ติดต่อมาละกันนะคะ...คุณอติน” หญิงสาวหัวเราะน้อยๆแล้วยื่นนามบัตรให้ตฤณ หรือจะเรียกให้ถูกก็คือเอายัดใส่ในมือของตฤณนั่นเอง

                ตฤณมองตามหลังของมัณดาวีย์จนอีกฝ่ายเดินลับไป ชายหนุ่มยกนามบัตรนั้นขึ้นดู...มัณดาวีย์ วิวัฒน์วรากร ตฤณขยำนามบัตรนั้นเป็นก้อนเล็กๆก่อนจะปาลงพื้น ไม่มีทาง...เขาจะไม่มีทางขายภาพนี้ให้กับผู้หญิงที่ไม่มีวันเห็นคุณค่าคนนั้นอย่างเด็ดขาด

                ดอนรีบเก็บนามบัตรที่ตฤณปาไปที่พื้นขึ้นมาถือไว้ ถ้าเผื่อว่าตฤณเปลี่ยนใจเมื่อไหร่จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลังที่ปล่อยโอกาสทองในการขายภาพให้หลุดลอยไป ไม่แน่นักว่าหากเจรจาต่อรองราคากันดีๆอีกรอบ ภาพนี้ก็อาจจะได้ราคาสูงกว่าห้าพันก็ได้ ดอนจึงรีบเก็บนามบัตรเข้าไปในกระเป๋าเสื้อทันที
 
 


                เมื่อเอาเรื่องนี้มาเล่าให้มัทรีฟัง สาวห้าวอย่างมัทรีก็อดที่จะหัวเราะขำไม่ได้ ดูจากท่าทางแล้ว ตฤณคงจะหัวเสียเอามากทีเดียว เสียดายที่เธอไม่ได้ไปด้วย ก็เลยอดเห็นหน้าผู้หญิงที่ทำให้ตฤณถึงกับสติแตกและกำลังทำหน้าบึ้งหน้าบูดเป็นตูดลิงแบบนี้

               
“แกก็เลยอดขายภาพไปด้วยประการฉะนี้” ตฤณพยักหน้ารับแบบส่งๆ

               
“แกก็รู้ไอ้มัท ภาพนั้นฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากนะเว้ย อย่างน้อยฉันคิดไว้ว่าจะต้องได้ประมาณหมื่นหนึ่งเป็นอย่างต่ำ หนอยแน่ ยัยนั่นกลับมาต่อเหลือห้าพัน นี่เท่ากับว่าให้ฉันหั่นราคาเหลือครึ่งต่อครึ่งเลยนะเว้ย” น้ำเสียงที่ออกแนวหงุดหงิดทำให้ดอนและมัทรีรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่คลายอารมณ์โกรธลงง่ายๆ

               
“เอาเหอะๆ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ว่าแต่แกเห็นไอ้นี่หรือยัง” มัทรีส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้ตฤณที่รับไป “พอดีวันนี้ฉันแวะไปแถวๆบ้านของแก เจอป้าเจ้าของบ้านพอดี เค้าเลยฝากจดหมายมาให้”

               
“จดหมายทวงหนี้แหงมๆ” ดอนเดาด้วยสีหน้ามั่นใจ ซึ่งจากสีหน้าของตฤณที่อ่านจบ ดอนก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองเดาถูก “ถ้าซื้อหวยแล้วถูกแบบนี้ ป่านนี้ฉันเลิกวาดรูปหากินแล้ว” ดอนพึมพำเบาๆในลำคอ

               
“ว่าไงบ้างไอ้ติน”

               
“ถ้าหากไม่เอาเงินมาจ่ายค่าบ้านเดือนนี้ ป้าแกก็จะให้คนอื่นเช่าแทนแล้ว” คนถูกถามตอบด้วยน้ำเสียง   เนือยๆ

               
“เฮ้ย ไม่จ่ายค่าบ้านเดือนเดียวถึงกับจะต้องไล่ออกเลยเหรอวะ โหย ป้านี่แก่แล้วยังหน้าเลือดอีก” มัทรีเริ่มสวดป้าเจ้าของบ้านเป็นการใหญ่

               
“เปล่าหรอก ฉันค้างค่าเช่าบ้านมาหลายเดือนแล้ว” ดอนและมัทรีเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน สายตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยคำถาม “ฉันไม่อยากบอกแกสองคน ฉันรู้ดีว่าถ้าบอกไป แกสองคนก็คงต้องให้ยืมเงินแบบไม่อิดออดแน่ๆ แต่ฉันไม่อยากรบกวนพวกแกว่ะ” ตฤณพูดจากใจจริง

               
“แต่เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนดิวะ” ดอนตบไหล่คนขี้เกรงใจแรงๆสองสามป้าบซึ่งมัทรีก็ทำบ้าง

               
“ฉันรู้ว่าช่วงนี้พวกแกก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน พ่อของไอ้ดอนก็กำลังป่วย คงต้องใช้เงินเยอะ ส่วนที่บ้านแกก็เป็นครอบครัวใหญ่ มีน้องให้ต้องเลี้ยงอีกตั้งหลายคน แถมแต่ละคนกำลังอยู่ในวัยเรียนกันทั้งนั้น แกก็ต้องช่วยส่งเสียน้องเรียนไม่ใช่เหรอไอ้มัท ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะยืมพวกแกหรอก แค่พวกแกเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน แค่พวกเราได้เดินตามความฝันไปด้วยกัน แค่นั้นก็ดีมากเกินพอแล้ว” ดอนและมัทรีเงียบไปเมื่อตฤณพูดจบ ก่อนที่ดอนจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นทำลายความเงียบเป็นคนแรก

               
“เราจะเดินตามความฝันไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งกัน” ดอนเอามือยื่นมาข้างหน้าเป็นสัญญาณว่าให้รวมพลังกันซึ่งตฤณและมัทรีเองก็ทำตาม

               
“สู้เว้ย” ทั้งสามตะโกนพร้อมกันเพื่อสร้างแรงฮึกเฮิมให้ตัวเอง ตฤณเหลียวมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพื่อนรักทั้งสองด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ชายหนุ่มอยากจะให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นและได้สัมผัสกับความรู้สึกเดียวกันกับเขาบ้าง...ความรู้สึกที่เขาคงจะไม่มีวันได้รับรู้หากว่าตัวเองตัดสินใจไปนั่งตำแหน่งนายธนาคารใหญ่แบบที่ผู้เป็นพ่อต้องการ

               
“แล้วตกลงแกจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเช่าบ้านล่ะไอ้ติน” มัทรีเริ่มวกกลับสู่ปัญหาเดิมซึ่งตฤณก็บอกว่าตัวเองก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะไปหาเงินมาจากไหน

               
“เอางี้ดิวะ ฉันรู้นะเว้ยว่าแกห่วงเรื่องศักดิ์ศรีเชิงชายมาก แต่แค่แกยอมตัดใจขายรูปให้กับผู้หญิงคนเมื่อกลางวัน...” ข้อเสนอของดอนถูกเบรคเอาไว้ด้วยสายตาแข็งกร้าวของตฤณ

               
“ไม่มีทาง ถ้าหากฉันยอมขาย ก็เท่ากับว่าฉันแพ้แล้วก็ต้องยอมให้ยัยนั่นกดราคาน่ะสิ” ดอนยักไหล่ก่อนจะล้วงหยิบนามบัตรออกมาส่งให้ตฤณแล้วบอกว่าเรื่องนี้ให้ตฤณเป็นคนตัดสินใจเอาเองแล้วกัน

                ตฤณมองนามบัตรในมือด้วยสีหน้าคิดไม่ตก เสียงของดอนยังก้องในหู
“ระหว่างศักดิ์ศรีกับเงินห้าพันมาจ่ายค่าเช่าบ้านพอขายผ้าเอาหน้ารอด แกเลือกเอาเองแล้วกันไอ้ติน”



                จากสถานการณ์การเงินของตฤณที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ ชายหนุ่มจึงต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองด้วยการตัดใจโทรไปขายภาพเขียนให้กับมัณดาวีย์ด้วยราคาที่เขาไม่รู้สึกพอใจเลยสักนิดเดียว ตฤณเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อถูกมัณดาวีย์พูดเยาะกลับมา

               
“ไหนว่าจะไม่ยอมขายไงคุณทาร์ซาน ทำไมเกิดเปลี่ยนใจแล้วล่ะ” มัณดาวีย์เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะขณะลงมือแปรงผมให้ตัวเองหน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอน “หรือว่ากำลังร้อนเงิน”

               
“ใช่ ถ้าไม่เพราะผมกำลังร้อนเงินล่ะก็ ผมไม่มีวันยอมลดเกรดงานของตัวเองมาเหลือแค่ห้าพันหรอก”

               
“เอาไว้ให้ตัวเองได้เป็นศิลปินชื่อดังก่อนแล้วถึงพูดคำนี้ก็ยังไม่สาย” หญิงสาวเบ้หน้าดูถูกเมื่อได้ฟังคำพูดนั้นของคู่สนทนาที่ปลายสายอีกข้างหนึ่ง

               
“ตกลงคุณจะให้ผมเอาภาพไปให้คุณที่ไหน” ตฤณเปลี่ยนเรื่องเพราะขี้เกียจหาเรื่องทะเลาะให้มากความ ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเสียเปรียบมัณดาวีย์ ถ้าไม่เป็นเพราะต้องการรีบขายรูปเอาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านล่ะก็ เขาไม่มีทางยอมลงให้กับผู้หญิงปากดีคนนี้แน่

                มัณดาวีย์นิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะบอกให้ตฤณเอารูปไปให้เธอที่บริษัท หลังจากนัดแนะสถานที่กันเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ตั้งใจจะวางสายไปแต่มัณดาวีย์เรียกเอาไว้เสียก่อน

               
“มีอะไรอีก หรือว่าคุณจะเปลี่ยนที่ส่งรูป”

               
“เปล่า แค่จะบอกว่าอย่าลืมราคาที่เราตกลงกันไว้ ห้าพันบาทขาดตัว” มัณดาวีย์ได้ทีตั้งใจพูดย้ำเพื่อแกล้ง ยั่วโมโหพ่อหนุ่มศิลปินใหญ่ ซึ่งก็ได้ผลเพราะตฤณถึงกับวางกระแทกหูโทรศัพท์อย่างแรงจนมัณดาวีย์ต้องยกโทรศัพท์ให้ห่างจากตัวเพราะกลัวว่าหูตัวเองจะแตกเสียก่อน

               
“หึ เล่นกับใครไม่เล่น ดันมาเล่นก็คนอย่างมัณดาวีย์” หญิงสาวจุดยิ้มที่มุมปากพลางนึกถึงสีหน้าของฝ่ายนั้นที่ตอนนี้คงกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่แน่ๆ เธอมั่นใจ

               
‘ก๊อกๆ’

          เสียงเคาะประตูห้องดัง มัณดาวีย์จึงเดินไปเปิดประตูให้ เมื่อเห็นสีหน้าของคนเคาะ มัณดาวีย์ก็นึกเดาได้ทันทีว่าทิพย์อาภาจะพูดเรื่องอะไร

               
“พรุ่งนี้ตอนเย็นว่างหรือเปล่าลูก” ทิพย์อาภาถามเมื่อประตูห้องนอนปิดลงเรียบร้อยแล้ว มัณดาวีย์วางหวีเอาไว้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะหันหน้าไปถามมารดาเพื่ออยากจะยืนยันในสิ่งที่ตัวเองกำลังคิด

               
“ทำไมเหรอคะแม่”

               
“แม่คิดว่าจะเชิญทางครอบครัวเหมราชโยธินมาทานข้าวกับเรา ลูกเองก็จะได้ทำความรู้จักกับว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองเสียที” เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ มัณดาวีย์คิดในใจ นี่แม่ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจจะที่จะจับคู่ให้เธออีกหรือเนี่ย

               
“พรุ่งนี้เย็นมิ้นท์ไม่ว่างค่ะแม่ มีนัดแล้ว” หญิงสาวไม่กล้าสบตากับคุณทิพย์อาภาเพราะความรู้สึกผิดที่จำใจต้องโกหกออกไป ก็เธอไม่อยากไปพบกับพวกเหมราชโยธินนี่นา

               
“อย่าโกหกแม่ มิ้นท์ตั้งใจบ่ายเบี่ยงยกโน่นนี่มาอ้างเพราะไม่อยากไปมากกว่า”

               
“มิ้นท์พูดจริงค่ะ มิ้นท์นัดกับ...เอ้อ...แฟนเอาไว้” คำว่าแฟนทำให้ทิพย์อาภาชะงักไป ผู้เป็นมารดาหันไปสบตาบุตร
สาวราวกับจะเค้นหาความจริง ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามัณดาวีย์มีคนรักอยู่ก่อนแล้ว แถมมัณดาวีย์ก็ไม่เคยปริปากเอ่ยเรื่องนี้เลยจนกระทั่งวันนี้ ทิพย์อาภาหรี่ตาลง

               
“ทำไมลูกไม่เคยบอกแม่เรื่องนี้”

               
“เอ่อ...คือว่า...” มัณดาวีย์คิดคำแก้ตัวไม่ออก หญิงสาวนึกโทษปากเจ้ากรรมที่พูดออกไปแบบนั้น เธอไม่น่าจะไปโกหกมารดาแบบนี้เลย เพราะหากว่าทิพย์อาภาติดใจสงสัยขึ้นมาและซักฟอกเอากับเธอ รับรองว่าผู้เป็นมารดาจะต้องจับโกหกได้อย่างไม่ต้องสงสัย และมันก็จริงอย่างที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด

               
“ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำงานทำการอะไร” คำถามยาวเหยียดพรั่งพรูออกมาจากปากของทิพย์อาภา มัณดาวีย์เกือบจะตัดสินใจบอกเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับนิกรออกไปแล้ว แต่สติก็ยั้งคิดได้ทันเพราะว่าหากมารดารู้ว่าเธอกำลังคบกับนิกรอยู่ล่ะก็ รับรองว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้แน่เพราะทิพย์อาภาตั้งแง่กับครอบครัวของนิกรอย่างกับอะไรดี อีกอย่างตอนนี้นิกรก็ยังไม่กลับมาจากต่างประเทศ ความหวังที่จะให้ทิพย์อาภามองนิกรในแง่ดีก็คงจะยากในตอนนี้ มัณดาวีย์ลอบถอนหายใจบาง

               
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวมีโอกาสแล้วมิ้นท์จะพามาทำความรู้จักกับคุณแม่นะคะ” หญิงสาวพยายามตัดบทแต่เหมือนทิพย์อาภาจะไม่ยอมให้เปลี่ยนเรื่องง่ายๆเสียแล้ว

               
“ถ้ามิ้นท์ไม่ได้หลอกแม่ แล้วถ้าหากว่าผู้ชายคนนั้นที่มิ้นท์อ้างตัวว่าเป็นแฟนมีตัวตนจริงๆล่ะก็ พรุ่งนี้ก็พาเค้ามาทานข้าวแล้วทำความรู้จักกับแม่ซะ” มารดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ผู้ฟังกลับรู้สึกหนาวยะเยือกไปทั้งตัว

               
“แต่ว่าแม่คะ...”

               
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ทำตามที่แม่บอกนั่นแหล่ะ” ทิพย์อาภาไม่เปิดช่องให้มัณดาวีย์แย้ง ผู้สูงวัยเดินตรงไปยังประตูห้องเตรียมจะไปนอน แต่มัณดาวีย์วิ่งอ้อมไปดักหน้าเอาไว้

               
“ถ้าหากว่ามิ้นท์พาแฟนมาให้แม่รู้จัก แม่ก็จะเลิกบังคับให้มิ้นท์แต่งงานกับลูกชายเพื่อนคุณพ่อใช่ไหมคะ” การพยักหน้าของทิพย์อาภาทำให้มัณดาวีย์เริ่มมีรอยยิ้มกว้าง แต่หากคำพูดถัดมาก็ทำให้หญิงสาวแทบจะคลายยิ้มทันที

               
“แต่ถ้าหากแม่เห็นว่าผู้ชายคนนั้นไม่คู่ควรกับมิ้นท์ มิ้นท์จะต้องเลิกโยกโย้บ่ายเบี่ยงการแต่งงานกับตฤณ เหมราชโยธินเสียที ถ้าหากว่ายังเห็นว่าแม่เป็นแม่ของมิ้นท์อยู่” การยื่นคำขาดของทิพย์อาภาทำให้มัณดาวีย์แทบจะเข่าอ่อนล้มพับลงไปกับพื้นตรงนั้น หญิงสาวจะทำอย่างไรกับเรื่องระหว่างเธอกับนิกร เพราะรู้แน่ว่าการที่จะทำให้ทิพย์อาภาชอบนิกรและครอบครัวของชายหนุ่มเป็นเรื่องที่ยากราวกับเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ที่สำคัญที่สุด เธอจะไปหาใครมาสวมรอยเป็นคนรักของเธอในการดินเนอร์ร่วมกับมารดาคืนพรุ่งนี้ แถมคนๆนั้นจะต้องทำให้มารดาของเธอประทับใจได้ด้วย แค่คิดมัณดาวีย์ก็อยากจะบ้าตายแล้ว เธอไม่น่าพลั้งปากไปโกหกแบบนั้นเลยจริงๆ


Aislin : สวัสดีค่ะ ขอโทษที่หายไปหลายวันนะคะ พอดีว่าเพิ่งสอบไฟนอลเสร็จและตอนนี้ก็จบป.ตรีแล้ว ฮิ๊ววววววว~~ ดังนั้นก็เลยมีเวลากลับมาอัพนิยายให้อ่านกันแล้วค่ะ ตอนนี้พระนางก็ไดเจอกันแล้วเนอะ แต่ก็เจอกันแบบไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แถมตอนนี้นางเอกของเราก็ดันหลุดปากบอกแม่ไปว่าตัวเองมีแฟนแล้ว แล้วเธอจะไปหาผู้ชายมาสวมรอยเป็นแฟนได้ยังไงละเนี่ยยย เง้ออออ เอาไว้มาลุ้นตอนหน้าดีกว่าค่ะว่ามัณดาวีย์นางเอกของเราจะแก้ปัญหากับเรื่องนี้ยังไง เอ้อ ใครเล่นFB ฝากFanpage นิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ เค้าไปกดLike แล้วพูดคุยกันได้จ้า ^ ^

ปล. ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ ฝากคอมเม้นท์ให้หน่อยจ้า ตอบทุกเม้นท์แน่นอน เจออกันตอนหน้าจ้า


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 3 : บทที่3 : เจอกันครั้งแรก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 420 , โพส : 2 , Rating : 80% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 55
พระเอกเราแอบรัดทดนะเออ
Name : clockcodie < My.iD > [ IP : 27.130.51.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2555 / 01:07
# 1 : ความคิดเห็นที่ 6
ยินดีด้วยนะคะ :)

ทำไมนางเอกปากจัดจัง 555
Name : Boobbib [ IP : 49.48.126.232 ]

วันที่: 27 เมษายน 2555 / 20:47

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android