คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 7 : บทที่7 : ละครฉากที่2


     อัพเดท 19 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ชายในฝัน, กำมะลอ, แผนรัก, เล่ห์รัก, ณเดชน์, ญาญ่า, กลรัก, แบรร์รี่, อุรัสสยา, อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/napoonnovels/story/view.php?id=770711#ixzz1sIsPqXR3
ผู้แต่ง : Aislin/อิซลิน/ณปุณ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aislin/อิซลิน/ณปุณ
My.iD: https://my.dek-d.com/Aislin
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 3 Overall : 6,188
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 19 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 7 : บทที่7 : ละครฉากที่2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 345 , โพส : 2 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 บทที่ 7

 

            บริษัทสยามอัญมณีของมัณดาวีย์กำลังจะมีงานแฟชั่นโชว์การกุศลเพื่อเปิดตัวเพชรคอลเล็คชั่นใหม่ของบริษัท ภายใต้คอนเช็ปต์ที่ว่า “Sweet Lover” วันนี้มัณดาวีย์จึงเรียกประชุมงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการสำหรับงานแฟชั่นโชว์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ หญิงสาวเชิญคุณทิพย์อาภาเข้าร่วมประชุมด้วย เพราะถึงแม้ว่ามารดาของเธอจะวางมือจากธุรกิจแล้วส่งต่อให้เธอบริหารงานบริษัทอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ด้วยความที่คุณทิพย์อาภามีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจอัญมณีมาก่อน บางเรื่องเธอเองก็ต้องขอความเห็นจากมารดาเช่นกัน


               
“เรื่องสุดท้ายที่เราจะประชุมกันในวันนี้ก็คือเรื่องของนายแบบและนางแบบที่เราจะเชิญมาเดินแบบเปิดตัวเพชรคอลเล็คชั่นใหม่” มัณดาวีย์เปิดประเด็นซึ่งเป็นหัวข้อสุดท้ายที่จำเป็นจะต้องขอความเห็นจากที่ประชุม


               
“ดิฉันขอเสนอว่าเราน่าจะจ้างพวกคู่รักดาราหรือไม่ก็พวกนางแบบมือชื่อดังมาใช้ในการพรีเซ้นต์อัญมณีของบริษัทเรานะคะ เพราะด้วยภาพลักษณ์ของดาราและนางแบบชื่อดังก็จะช่วยส่งเสริมให้อัญมณีของบริษัทเราดูเลอค่ามากขึ้นไปในตัว” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์เสนอและก็มีหลายฝ่ายพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้


                มัณดาวีย์มีสีหน้าครุ่นคิด ความคิดนี้ก็ไม่เลวทีเดียว อีกอย่างการทำงานกับพวกมืออาชีพก็น่าจะทำให้งานนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
“มิ้นท์ว่าโอเคเลย คุณแม่เห็นว่ายังไงบ้างคะ” มัณดาวีย์หันไปถามทิพย์อาภาที่ยังนิ่งอยู่เหมือนกับกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่าง


               
“แม่ก็เห็นด้วยนะ แต่ก็อยากจะเสนออะไรนิดหน่อย” คุณทิพย์อาภายิ้มละไมก่อนจะกวาดสายตาไปรอบห้องประชุมแล้วมาหยุดที่มัณดาวีย์ “แม่อยากเสนอให้ลูกเดินแบบคู่กับอตินในงานนี้ด้วย”


                ชานนท์ที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเกือบจะสำลักพรวดออกมา ดีที่ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน ส่วนมัณดาวีย์ตอนนี้ก็นิ่ง ค้างไปแล้วกับคำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของผู้สูงวัยที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ


               
“ไม่ดีหรอกค่ะแม่ มิ้นท์ว่านะคะเราใช้พวกนางแบบหรือว่า...” มัณดาวีย์เอ่ยท้วงทันทีเมื่อสติกลับคืนมาดังเดิมแต่ทิพย์อาภาอธิบาย


               
“แต่แม่ว่าไหนๆคอนเช็ปต์ของงานเราก็คือSweet Lover แล้วแม่ก็เห็นด้วยเรื่องจะเอาพวกคู่รักดารามาเดินแบบให้บริษัทเรา แต่พอคิดได้ว่าลูกกับอตินเองก็เป็นคู่รักเหมือนกัน ถ้าหากว่าได้ลูกกับอตินมาเป็นนางแบบล่ะก็ แม่ว่าก็จะยิ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับทางเรามากขึ้นนะ เพราะลูกเองก็อยู่ในฐานะประธานของสยามอัญมณี แถมยังเป็นคู่รักกับอตินจริงๆด้วยแล้ว งานนี้มดคงขึ้นเต็มงานแฟชั่นโชว์สมดังคอนเช็ปต์ที่วางเอาไว้แน่นอน”


                คำพูดของทิพย์อาภาทำให้มัณดาวีย์เกือบจะเป็นลม โดยเฉพาะไอ้ประโยคที่ว่าเธอเป็นคู่รักกับนายอตินจริงๆ ถ้าหากผู้เป็นแม่รู้ว่าอตินเป็นเพียงแค่แฟนกำมะลอที่เธอจ้างมาเล่นละครฉากหนึ่งเท่านั้น อยากรู้จริงๆเลยว่ามารดาจะยังสนับสนุนให้เธอเดินแบบครั้งนี้อีกหรือเปล่า มัณดาวีย์หันไปมองผู้เข้าประชุมคนอื่นที่เริ่มจะคล้อยตามคำพูดของทิพย์อาภา ในใจก็ภาวนาให้มีคนแย้งขึ้นมาเสียที


                เมื่อทุกคนทำท่าว่าจะเห็นดีเห็นงามไปกับความคิดของแม่เธอ มัณดาวีย์ก็บุ้ยใบ้ไปทางชานนท์ขอให้ญาติผู้พี่ช่วยพูดท้วงอะไรให้หน่อย อย่างน้อยชานนท์ก็เป็นคนหนึ่งที่รู้ดีว่าเธอกับนายอตินไม่ได้เป็นคู่รักกันจริงๆอย่างที่หลายคนเข้าใจ


               
“เอ่อ ผมว่าคงจะไม่เหมาะสมมั๊งครับคุณน้า มัณดาวีย์กับคุณอตินก็ไม่เคยผ่านงานเดินแบบอะไรแนวนี้มาก่อน ผมเกรงว่ามันจะทำให้งานสะดุดได้”


                   มัณดาวีย์รู้สึกขอบคุณชานนท์ขึ้นมาทันที แต่ทิพย์อาภากลับโต้กลับคำพูดนั้นแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด


               
“ของแบบนี้มันฝึกได้นะนนท์ ที่สำคัญก็คือน้าเชื่อว่าคุณอตินกับยัยมิ้นท์ทำได้ จริงไหมมัณดาวีย์” สายตากึ่งคาดคั้นนั้นทำให้มัณดาวีย์ต้องลอบกลืนน้ำลายตัวเอง หญิงสาวมองสายตาของมารดาที่กำลังจ้องมองมาที่เธอตาไม่ กระพริบ ขืนเธอตอบปฎิเสธรับรองว่าได้โดนคุณทิพย์อาภาลุกขึ้นมางับหัวกลางห้องประชุมให้ได้อายลูกน้องแน่ๆ ดังนั้นคำตอบของมัณดาวีย์ก็คือ


               
“มิ้นท์จะพยายามเต็มที่ค่ะแม่” นางแบบจำเป็นตอบตกลงด้วยเสียงอ่อยๆก่อนจะหันไปสบตากับชานนท์ด้วยสีหน้าที่หนักใจเหลือเกิน

 

 



                เมื่อปฎิเสธคุณทิพย์อาภาไม่ได้ มัณดาวีย์จึงจำใจมาหาตฤณที่บ้าน หญิงสาวมองลอดรั้วเข้าไปด้านในเห็นว่าในบ้านเปิดไฟอยู่ นายอตินคงจะอยู่บ้าน มัณดาวีย์จึงกดออดเรียกสองสามครั้ง ยืนรอไม่นานก็มีผู้หญิงท่าทางห้าวเหมือนทอมบอยมาเปิดประตูให้ และเมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว มัณดาวีย์จึงได้รู้ว่าคนที่ไปเปิดประตูให้เธอนั้นก็คือมัทรีเพื่อนสนิทของตฤณนั่นเอง


                ในห้องนั่งเล่นแคบๆและรกรุงรังสมเป็นบ้านชายโสดของตฤณไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าของบ้านและมัทรี แต่ยังมีผู้ชายอีกคนที่เธอได้ยินตฤณเรียกว่าดอน ดูจากท่าทางแล้ว น่าจะเป็นเพื่อนของนายนั่นเหมือนกัน มัณดาวีย์คิดในใจ หญิงสาวเดินผ่านกองเสื้อผ้าและพวกพู่กันจานสีที่วางกองระเกะระกะตามพื้น เพื่อเดินเข้าไปหาตฤณที่นั่งหลบมุมวาดรูปอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง มัณดาวีย์ยังไม่ลืมว่าจุดประสงค์ของการมาหาตฤณที่นี่คือเรื่องอะไร


               
“อะไรนะ! จะให้ผมไปเล่นละครเป็นแฟนกำละลอของคุณอีกครั้งน่ะเหรอ ไม่เอาอ่ะ ผมไม่ทำ” ตฤณรีบออกตัวบอกปัดทันทีหลังจากที่มัณดาวีย์พูดจบ ไหนเคยบอกไงว่าแค่เล่นละครฉากเดียว แต่ทำไมไหงมีฉากที่สองโผล่มาได้ล่ะ


               
“ช่วยฉันหน่อยเถอะหน่า ถ้าฉันไม่ลำบากจริงๆ ฉันไม่บากหน้ามาขอร้องนายหรอก นะๆ นายอติน” มัณดาวีย์ปรับเสียงให้อ่อนลงเพราะตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากจะต้องยอมลดศักดิ์ศรีมาขอร้องผู้ชายตรงหน้า คิดแล้วก็เจ็บใจตัวเองที่วันนั้นเผลอไปเชื่อตามแผนของศรารัตน์โดยไม่คิดให้ดีเสียก่อน สุดท้ายแทนที่เรื่องนี้จะจบลงด้วยดี กลับกลายเป็นเหมือนบ่วงรัดคอที่ทำให้เธอดิ้นไม่หลุดเสียอย่างนั้น


               
“นี่คุณ ผมเป็นศิลปินมีอาชีพวาดรูปขายนะ ไม่ได้เป็นนายแบบที่จะไปเดินหน้าเชิ่ดตูดปอดบนแคตวอล์คได้ ขอโทษด้วยที่งานนี้ผมต้องขอบาย” ตฤณไม่สนมัณดาวีย์แล้วหันไปวาดรูปต่อ


               
“ฉันรู้น่ะว่านายทำได้ วันนั้นนายยังทำให้แม่ฉันประทับใจได้เลย กะอีแค่เดินแบบนิดหน่อยคงไม่คณามือนายหรอกหน่า”


                    ตฤณตั้งท่าปฎิเสธลูกเดียวจนมัณดาวีย์เริ่มจะหมดความอดทนที่จะง้อชายหนุ่มเต็มทีแล้ว


                   “ไหนๆนายก็ตัดผม โกนหนวดโกนเคราเพื่อเล่นละครหลอกแม่ฉันทั้งที อย่างน้อยก็ต้องเอาให้คุ้มหน่อยสิ”


               
“เฮ้ย ฉันนึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมอยู่ดีๆแกถึงยอมตัดผมแล้วก็โกนน้องหนวดที่รักนักหนา ที่แท้ก็เพราะคุณผู้หญิงคนสวยคนนี้นี่เอง” ดอนพูดแทรกขึ้น ตอนแรกที่เขากับมัทรีเห็นสภาพของตฤณที่เปลี่ยนแปลงไปราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้า ชายหนุ่มก็ถามเพื่อนรักเหมือนกันแต่อีกฝ่ายไม่ยอมบอก บอกแต่เพียงคร่าวๆว่าตัวเองไปรับจ๊อบเล่นละครตบตาคนเพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านเท่านั้น สงสัยว่ามัณดาวีย์นี่แหล่ะที่อยู่เบื้องหลังการแปลงโฉมของไอ้ตฤณ ดอนคิดแล้วก็ขำ


               
“ถ้ายัยนี่ไม่เสนอว่าจะเพิ่มเงินให้ จ้างฉันก็ไม่ยอมตัดผม โกนหนวดเคราหรอก” ตฤณตอบคำถามดอนอย่างเสียไม่ได้ แต่จู่มัทรีก็เอ่ยขัดขึ้นมาพร้อมด้วยสายตาพราวระยับที่ทำให้ตฤณเริ่มรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาทันที


               
“แต่ก่อนสมัยเรียน ไอ้ก๋อยก็เคยจ้างให้แกตัดผมโกนหนวดนี่หว่า แกยังไม่ยอมทำตามที่มันบอกเลย” มัทรีหันไปสบตาคู่สนทนาอย่างจับผิด “แล้วทำไมคราวนี้แกถึงยอมให้คุณคนนี้เค้าทำได้ล่ะวะ”


                 คนถูกถามกลืนน้ำลาย ดวงตาสีน้ำตาลโศกเบนไปสบกับดวงตายาวรีสีดำสนิทที่มองมาที่ตนเช่นกัน ชายหนุ่มแก้ตัวพัลวัน


               
“ก็ไอ้ก๋อยมันจ้างแค่ห้าร้อยนี่หว่า แต่ว่ายัยนี่จ้างฉันตั้งห้าพัน ใครไม่เอาก็โง่แล้ว”


                  มัทรีกับดอนหัวเราะขึ้นมาราวกับนัดกันไว้ แค่นี้ทั้งคู่ก็พอดูออกแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ด้วยความที่รู้ว่าตฤณเป็นคนหัวแข็ง ลองเพื่อนรักของตนยอมอ่อนข้อให้ขนาดนี้ ดูท่าทางผู้หญิงที่ชื่อมัณดาวีย์คงจะไม่ธรรมดาแน่ๆ


                และเมื่อได้ฟังตฤณว่าอย่างนั้น มัณดาวีย์จึงเสนอขึ้นบ้าง
“แล้วถ้าฉันจะให้เงินนายเพิ่มล่ะ นายจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” ตฤณมองหน้าคนพูดทันที แววตาสีน้ำตาลนั้นกำลังวาววับโชนแสงกล้า แต่ไม่ใช่เป็นเพราะความดีใจกับเงินที่มัณดาวีย์เสนอจะเพิ่มให้ ตรงกันข้ามกลับเป็นความโมโหต่างหาก นี่เธอกำลังเอาเงินฟาดหัวเขาอีกแล้ว


               
“เก็บเงินของคุณไปจ้างคนอื่นเถอะ เงินห้าหมื่นที่เป็นค่าจ้างครั้งที่แล้ว ผมยังไม่ได้เอาไปใช้เลย” ชายหนุ่มพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ แต่เหมือนว่ามัณดาวีย์จะมีความสามารถพิเศษในการยั่วโมโหผู้ชายอย่างเขาเสียเหลือเกิน


               
“ยังไม่ได้ใช้ก็เอาไปเก็บไว้ก่อนก็ได้ เอาไว้เยอะๆแล้วค่อยใช้ทีเดียว” มัณดาวีย์พยายามสุดฤทธิ์ที่จะเปลี่ยนความคิดของตฤณซึ่งชายหนุ่มเองก็อดจะหลุดขำกับคำพูดบ้องตื้นของอีกฝ่ายไม่ได้ เมื่อเห็นว่าตฤณกำลังหัวเราะ มัณดาวีย์จึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงมาเป็นออดอ้อนเอาใจทันที ไม่ว่าอย่างไรวันนี้เธอก็ต้องทำให้ตฤณยอมตกลงช่วยเธอให้ได้ ไม่อยากนั้นเธอนี่แหล่ะจะโดนดีไปเต็มๆ “ตกลงช่วยฉันเถอะนะนายอติน รับรองว่านายขออะไร ถ้าไม่เกินความสามารถและไม่ผิดศีลธรรมของฉัน ฉันจะให้นายทุกอย่างเลย ไม่ว่านายอยากจะได้เงิน รถ เสื้อผ้าหรู อยากกินอาหารดีๆ หรือว่า...”


                ตฤณหันไปมองดอนเป็นเชิงปรึกษา ดอนได้ทีจึงรีบเชียร์ให้ตฤณรับงานนี้ เพราะว่านอกจากจะเป็นการช่วยเหลือสาวสวยอย่างมัณดาวีย์แล้ว งานนี้ก็เท่ากับว่าตฤณยังจะได้ทุนรอนมาเซ้งตึกทำเป็นแกลอรี่ภาพเขียนของตัวเองอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ตฤณเพิ่งบ่นกับเขาและมัทรีอยู่หลัดๆเมื่อตอนเช้า


                พอชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนรักอีกคน มัทรีก็ยักไหล่แล้วบอกว่าให้ตฤณตัดสินใจเองแต่ตฤณก็พอจะมองออกว่าหญิงสาวเองก็เห็นด้วยกับความคิดของดอนไม่น้อยเลย ตฤณถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างกลัดกลุ้มก่อนจะมองมัณดาวีย์ที่กำลังพูดสาธยายชักจูงเขาให้ยอมเล่นละครฉากที่สองนี้ต่ออย่างลังเล


                เอาวะ ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้ว จะยอมรับบทเป็นแฟนกำมะลอของยัยตัวยุ่งนี่อีกครั้งก็ได้
“ตกลง ผมจะช่วยคุณ”
น้ำเสียงที่พูดนั้นไม่ค่อยเต็มใจนักแต่หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจ เวลาแบบนี้ ไม่มีคำพูดไหนจะทำให้มัณดาวีย์ดีใจเท่ากับคำตอบตกลงของตฤณอีกแล้ว หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างโล่งอก ในที่สุดเธอก็แก้ปัญหาเรื่องนี้ได้เสียที


               
“ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้ เรื่องค่าจ้างนายไม่ต้องเป็นห่วง ฉันตกลงคำไหนคำนั้นแน่นอน”


               
“เรื่องเงินไม่ต้องหรอก คุณบอกผมเองไม่ใช่เหรอว่างานนี้เป็นงานการกุศล ผมช่วยก็เพราะอยากช่วย ไม่ได้เพราะเห็นแก่เงินค่าจ้างหรอก ทำบุญเอาไว้เยอะๆเผื่อว่าชาติหน้าเกิดมาจะได้ไม่ต้องมาเป็นศิลปินไส้แห้งแบบนี้” ตฤณพูดด้วยเสียงไร้อารมณ์ สายตาสายหนุ่มกำลังจดจ่ออยู่ที่รูปวาดเบื้องหน้าโดยไม่สนใจมัณดาวีย์ที่กำลังมองมาที่ตนด้วยประกายตาแปลกประหลาด เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกประทับใจกับความมีน้ำใจของผู้ชายตรงหน้า แม้ว่าหญิง สาวจะไม่รู้ว่าตฤณพูดจริงหรือว่าพูดเล่นก็เถอะ


                ส่วนดอนและมัทรีก็หันมามองหน้ากันแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ ที่ตฤณบอกว่าอยากช่วยเพราะอยากทำบุญ เห็นทีจะไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียวเสียกระมัง น่ากลัวว่าจะมีเหตุผลอื่นแอบแฝงด้วย เหตุผลนั้นก็คงจะเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่ชื่อมัณดาวีย์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 



                เพื่อให้แผนการลับ ลวง พรางหลอกคุณทิพย์อาภาแนบเนียนยิ่งขึ้น มัณดาวีย์ลงทุนสั่งให้ชานนท์ออกรถยุโรปคันใหม่ให้กับตฤณแทนรถคุณปู่สีแดงคันเดิมที่ชายหนุ่มใช้อยู่ประจำ ตฤณถามมัณดาวีย์ว่าเพราะอะไรถึงต้องลงทุนขนาดนี้ด้วย แค่เล่นละครตบตาคนเท่านั้นเอง ไม่เห็นจะต้องสิ้นเปลืองอะไรมากมาย แต่มัณดาวีย์ก็ตอบว่าเล่นละครทั้งทีก็ต้องเอาให้แนบเนียนที่สุด คนอื่นเขาจะมองยังไงหากเห็นรู้ว่าหนุ่มไฮโซคนรักของท่านประธานบริษัทสยามอัญมณีขับรถเก่าๆจะพังเหล่มิพังเหล่คันนั้น หากว่ามีคนระแคะระคายเรื่องฐานะของตฤณแล้วเอาไปพูดต่อจนรู้ถึงหูของคุณทิพย์อาภา แผนที่อุตส่าห์วางกันไว้เสียดิบดีคงต้องพังเพราะความซื้อบื้อของตฤณแน่ๆ


               
“ไม่ต้องห่วงหรอก แค่ถอยรถคันเดียวมันไม่ได้กระเทือนเงินในกระเป๋าอะไรมากมาย อีกอย่างมันก็เงินของฉันให้นายใช้ฟรีๆ ไม่ได้จะเก็บค่ารถผ่อนส่งจากนายเสียหน่อย” มัณดาวีย์ตอบอย่างไม่เห็นว่าเป็นสาระสำคัญอะไร หญิงสาวออกคำสั่งกับตฤณที่กำลังลูบไปตามฝากระโปรงรถคันใหม่ที่จอดนิ่งอยู่ “ต่อจากนี้เป็นต้นไป ระหว่างที่กำลังเล่นละครตบตาคนอื่นอยู่ นายจะต้องขับรถคันนี้มารับส่งฉันตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนไปซ้อมเดินแบบหรือว่าเรื่องอื่นๆก็ตาม”


               
“โห ผมก็ว่าแล้วว่าทำไมคุณถึงอยู่ดีๆจะออกรถคันใหม่ ที่แท้ก็กะจะหลอกให้ผมเป็นคนขับรถให้ใช่ไหมล่ะ” ชายหนุ่มพูดประชดแต่ในใจก็รู้ดีว่าที่มัณดาวีย์ทำอย่างนี้ก็เพราะอยากจะแสดงให้คนอื่นเห็นถึงความรักอันชื่นมื่นระหว่างเธอกับเขาที่ต้องไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอในระหว่างนี้


               
“รู้ก็ดีแล้ว” หญิงสาวตอบเสียงสะบัด “ขึ้นรถสิ ฉันจะพานายไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด ต่อไปนายจะมาแต่งตัวซอมซ่อไม่ได้อีกแล้วนะ นึกเอาไว้ตลอดว่านายคือนายอติน เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ร่ำรวย ไม่ใช่ศิลปินจนๆขายรูป หาเช้ากินค่ำไปวันๆ” ตฤณกรอกตาด้วยความเซ็งอารมณ์กับคำพูดเสียดสีของมัณดาวีย์ ชายหนุ่มเปิดประตูหลังให้มัณดาวีย์แต่โดนสาวเจ้าเอ็ดขึ้นมาเสียก่อน “ตอนนี้เราเป็นแฟนกันนะ นายต้องให้ฉันนั่งคู่เบาะหน้ากับนายสิถึงจะถูก”


               
“โทษที ลืมไปนึกว่าตัวเองกำลังเป็นคนขับรถของคุณเสียอีก”


               หญิงสาวส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งในรถ ตฤณส่ายหัวเบาๆอย่างเหนื่อยใจ ตอนนั้นอะไรมันดลใจให้หลงโง่ไปยอมรับปากเล่นละครนี้ต่อวะเนี่ย

 

 



               
“นี่คุณ ยังช็อปไม่จุใจอีกเหรอ ผมไม่มีมือจะถือแล้วนะ” ตฤณถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย สภาพชายหนุ่ม ตอนนี้ไม่ต่างจากคนใช้ของมัณดาวีย์เลยสักนิด มือสองข้างที่ถือของพะรุงพะรังกำลังพยายามจะจัดการบรรดาถุงเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งหลายให้รวมกันเป็นกระจุกเดียวเพื่อไม่ให้มันพันแข้งพันขาเขาเวลาเดินต้อยๆตามเจ้าหล่อน


               
“ไม่มีมือจะถือก็เอาปากคาบไว้แล้วกัน” มัณดาวีย์หันมาบอกเสียงใสก่อนจะเดินนำเข้าไปในร้านเสื้อผ้าอีกร้านหนึ่งที่อยู่แถวนั้น ตฤณไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้ ไม่รู้ว่ายัยบ้านั่นจะสรรหาเสื้อผ้าแปลกๆอะไรมาให้เขาใส่อีก แค่นี้ซื้อมานี่เขาก็ใส่ได้เกือบจะทั้งเดือนโดยที่ไม่จำเป็นต้องซักรีดแล้ว


                ตฤณมองมัณดาวีย์ที่กำลังเลือกเสื้อผ้าให้เขาอยู่อย่างสนุกสนาน ในใจก็นึกทั้งขำทั้งสงสารตัวเองที่ต้องทนยอมยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาให้หญิงสาวตรงหน้าจับแต่งตัวได้ตามอำเภอใจ มัณดาวีย์เลือกเสื้อเชิ้ตกับกางเกงเข้าชุดมาแล้วก็ยื่นให้ตฤณที่กำลังคิดอะไรเพลินๆในใจอยู่


               
“ลองให้ฉันดูหน่อย” ก่อนที่มัณดาวีย์จะหันไปบอกพนักงานในร้านให้ช่วยเลือกเข็มขัดเข้าชุดให้กับตฤณด้วย        ส่วนหญิงสาวจะขอดูเสื้อผ้าส่วนตัวของเธอเองบ้าง

                มัณดาวีย์เดินเลือกชุดที่ถูกใจซักพักก่อนจะหยิบเข้าไปลองให้ห้องลองชุดด้านหลังร้าน พอใส่เสร็จเรียบร้อยหญิงสาวก็เดินออกมา ตั้งใจว่าจะมาถามความเห็นของพนักงานว่าควรจะเปลี่ยนไซส์เสื้อดีหรือเปล่า เพราะเธอรู้สึกได้ว่ามันหลวมไปหน่อย แต่จังหวะที่เปิดประตูออกมาจากห้องลองเสื้อ ตฤณเองก็ออกมาจากอีกห้องหนึ่งเช่นกัน


                มัณดาวีย์มองชายหนุ่มที่อยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยเสื้อกั๊กตัวในสีเทาและทับด้วยสูทตัวนอกสีดำอีกชั้นหนึ่ง กางเกงสแล็คยาวพอดีกับความสูงของเจ้าตัวประกอบกับใบหน้าหล่อคมคายที่กำลังยิ้มมุมปากนิดๆทำให้มัณดาวีย์ชะงักไปด้วยความรู้สึกแปลกๆที่เธอเองก็ไม่เข้าใจนัก รู้แต่ว่าตฤณดูดีเหลือเกินในชุดแบบนี้


                ส่วนตฤณก็ชะงักอึ้งไปเช่นกันเมื่อประจันหน้าตรงๆกับมัณดาวีย์ในระยะประชิด ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่กำลังอยู่ในชุดแซคตัวสั้นสีส้มสดด้วยความตะลึง ด้วยสีที่จัดของชุดทำให้ยิ่งขับเน้นผิวขาวอมชมพูของมัณดาวีย์ให้ดูผุดผ่องมากขึ้นกว่าเดิม ช่วงเอวที่คอดกิ่วรับกับบั้นท้ายได้รูปอย่างเหมาะเจาะ ก่อนที่ตฤณจะได้พิจารณาไปมากกว่านั้น มัณดาวีย์ก็แกล้งกระแอมไอขึ้นก่อน


               
“มองอะไร ไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยหรือไง” มัณดาวีย์เริ่มพูดแก้เก้อเพราะหญิงสาวเองก็ประหม่าไม่น้อยกับสายตาเมื่อครู่ของตฤณ


               
“แน่ใจเหรอว่าเป็นผู้หญิงสวย ผมนึกว่าเป็นปลาเสียอีก” ตฤณกลั้นยิ้มแล้วตีหน้าตายพูดต่อเมื่อมัณดาวีย์ถามว่าเขาพูดถึงปลาอะไร “นี่ถ้าหากว่าเสื้อคุณมีลายพาดขาวนะ ใช่เลยล่ะ เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนเรื่องปลานีโมชัดๆ” มัณดาวีย์อยากจะเอาอะไรยัดปากตฤณเดี๋ยวนั้น แต่ในเมื่อทำไม่ได้เธอจงเปลี่ยนมาเป็นหยิกแขนของอีกฝ่ายแทน


               
“นี่แน่ะๆ ปากดีนักใช่ไหมนายอติน”


               
“โอ้ยคุณ จะโหดไปไหนเนี่ย พอแล้วๆ หยุดได้แล้ว” มัณดาวีย์ยอมหยุดเมื่อเห็นว่าตอนนี้เธอกับตฤณเริ่มจะเป็นจุดสนใจของพนักงานแล้วก็ลูกค้าคนอื่นๆในร้าน ซึ่งก็ทำให้ตฤณต้องลูบแขนด้วยความเจ็บ


               
“ยัยนี่เป็นปลานีโมสายพันธุ์เพชฌฆาตหรือเปล่าวะเนี่ย โหดชะมัด” ตฤณพึมพำไม่ให้มัณดาวีย์ได้ยิน ซึ่งก็โชคดีที่หญิงสาวไม่ทันได้ยินจริงๆ ไม่อย่างนั้นเรื่องคงไม่จบแค่การหยิกแขนผู้ชายปากดีเป็นแน่

 

 

Aislin : สวัสดีค่ะ ขอโทษที่หายหน้าไปนานเลย พอดีช่วงนี้ยุ่งๆกับการเคลียร์งานที่ค้างอยู่น่ะค่ะ ก็เลยมาอัพได้ช้า วันนี้ก็มาแล้วเนอะ ช้านิดช้าหน่อยก็อย่าเคืองกันนะจ้ะ เอาเป็นว่าอ่านให้สนุกแล้วกันเน้อ อ่านผ่านมาหลายตอนแล้ว รบกวนทุกคนฝากคอมเม้นท์ทิ้งท้ายให้เราด้วยจ้า

ตอนหน้าก็จะเริ่มเรื่องเข้าสู่การเดินแบบเพชรแล้ว จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับตฤณและมัณดาวีย์ ยังไงก็รอติดตามนะคะ


ปล. คอมเม้นท์หน่อยเห้ออออออออออออ 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 7 : บทที่7 : ละครฉากที่2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 345 , โพส : 2 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 58
คนกำลังเป็นแฟนกันเค้าคุยกันอย่างงี้นี่เอง
Name : clockcodie < My.iD > [ IP : 27.130.51.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2555 / 01:47
# 1 : ความคิดเห็นที่ 13
ทะเลาะกันได้ตลอดจริงๆ2คนนี้เนี่ย 5555
Name : Whatever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Whatever [ IP : 223.206.238.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 / 23:05

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android