(exo) ชลิตไม่กินผักบุ้ง ♡ chanbaek

ตอนที่ 10 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,599 ครั้ง
    13 ต.ค. 62








ทีมบาสเกตบอลที่เพิ่งจบการแข่งขันรอบรองชนะเลิศไปได้ด้วยคะแนนเก้าสิบสองต่อเจ็ดสิบเอ็ดนั้นกำลังเดินกอดคอกันไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล ทุกคนตกลงใจกันว่าหลังแข่งรอบนี้เสร็จจะกลับโรงแรมเพื่อไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ช่วงเย็นค่อยกลับมาแข่งอีกครั้ง ไปนอนกันให้สบาย ชีวิตจะได้มีแรง ชีวิตมันจะได้สดชื่น!


จะได้แข่งรอบชิงชนะเลิศอย่างเต็มที่ วันนี้จะเอาที่หนึ่งกลับโรงเรียนให้ได้


ตอนแรกนะ กูแบบตาเหลือกแล้ว ไอ้ลิตไม่รู้เหาะมาจากไหน กูแบบ...เธอมาได้ทันเวลาพอดี อย่างกับรู้ใจสองร้องเพลงฮิตเมื่อหลายปีก่อนออกมาระหว่างคุยกับเพื่อนร่วมทีมที่ตอนนี้มีความสุขมาก


ช่วงหลังสบายเลย กูเป็นปลื้มว่ะเบสท์เองก็มีความสุข


จริง กูนับถือพ่อเลยว่ะ มึงเอาแรงที่ไหนมาวิ่งวะ ตอนแรกกูคิดว่าจะแย่แล้ว เห็นอารมณ์ไม่ค่อยดีทีมพูดก่อนจะหันไปมองหน้าชลิต ได้เข้ารอบชิงแล้วโว้ยยยย!


คุยกับเมียแหงม ๆ กูเห็นนะ!สองเสียงดัง มึงคุยกับใคร ก่อนแข่งอ่ะ ยิ้มอย่างกับหมา


หมามันยิ้มยังไง ไหนมึงยิ้มให้—”


ชลิต


เสียงของผักบุ้งที่เรียกชื่อคนที่ต้องการจะคุยด้วยออกไปนั้นทำให้ทีมบาสทุกคนหยุดเสียงของตัวเองเอาไว้ก่อนจะหันมามองผักบุ้งกันทุกคน เช่นเดียวกับเจ้าของชื่อที่กำลังคุยกับเพื่อนอยู่ แต่สุดท้ายก็หันหน้ามามองผักบุ้งที่ตอนนี้กำมือเอาไว้แน่นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเอง


เราขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”


มีอะไร?”


ขอคุยด้วยได้รึเปล่า?” ผักบุ้งยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะคุยด้วย หลังจากที่เดินตามหลังทีมบาสมาได้เกือบจะสิบนาทีแล้ว ตอนนี้


“...”


“...”


เฮ้ย พวกกูไปก่อนนะเต็มพูดขึ้นมาให้ทั้งชลิตและผักบุ้งได้รู้ตัว ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครละสายตาไปจากกันก็ตาม


ผักบุ้งจ้องหน้าชลิตอยู่แบบนั้น บอกกับตัวเองว่าจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว ถ้าชลิตจะทำแบบนี้ คงจะต้องพูดกันให้รู้เรื่องสักครั้ง คงจะปล่อยให้ตัวเองเสียใจแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว


ทีแรกผักบุ้งก็ตั้งใจว่าจะเดินไปคุยในที่ที่จะไม่มีใครได้ยิน แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ไหนถึงจะไม่มีคนบ้าง ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ชลิตก็เดินเลี่ยงไปอีกทางให้ผักบุ้งได้เดินตามไป ก่อนจะหยุดอยู่บริเวณใกล้สนามกีฬาในร่มที่เหมือนจะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเดินผ่านมาเลย


เพราะว่าเป็นคนพูดว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย คนที่ต้องเริ่มก่อนก็คงจะเป็นผักบุ้งที่ตอนนี้ถึงจะกำมือเอาไว้แน่นแต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่อีกใจก็บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าจะเป็นแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว จะทำให้ตัวเองตกอยู่ในความรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วสุดท้ายก็มานั่งเสียใจไม่ได้อีกแล้ว ความกล้าที่ไม่ค่อยมีถึงได้เพิ่มพูนตามความรู้สึก


และเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ไม่ได้หลีกหนีไปไหนเช่นเดียวกัน


“ชลิตเคยบอกเราว่ารู้...ว่าคนชื่อบุรินทร์เสียใจเป็น”


“...”


“แล้วชลิตรู้ไหมว่าคนชื่อบุรินทร์ก็มีหัวใจ” ผักบุ้งผ่อนลมหายใจออกสั้น ๆ เพื่อระบายความรู้สึก “เราถามว่าชลิตรู้รึเปล่า?”


“รู้”


“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงทำแบบนี้?”


“...”


“ชลิตจะทำแบบนี้ทำไม จะส่งข้อความมาให้เราไปเชียร์ทำไม เฮดแบนด์ที่เราให้จะเอามาใส่ทำไม ทำไมถึงทำแบบนี้?”


“...”


“แล้วมาบอกให้เราเลิกพยายาม บอกว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ช่วยอะไร แล้วชลิตทำอะไร ชลิตทำบ้าอะไรอยู่!


“บุรินทร์!


“จะทำดีด้วยทำไม! ทำไมต้องทำเหมือนว่าเราจะได้เป็นเพื่อนกันจริง ๆ แล้วมาบอกว่าให้เราหยุด ชลิตสงสารเราแล้วสุดท้ายก็ทนไม่ไหวเลยพูดแบบนั้นเหรอ เราเป็นคนนะ ไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของชลิต คิดจะทำอะไรก็ทำแบบนี้!


“...”


“แค่เพื่อน...ฮึก...แค่เพื่อนยังเป็นไม่ได้ แล้วทำไม...ทำไมต้องมาบอกให้หยุด...” ผักบุ้งได้แต่มองหน้าคนที่เหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลย มองหน้าคนที่ทำให้ผักบุ้งต้องเป็นแบบนี้ “เรารู้ว่าชลิตเกลียดเรา เรารู้ว่าต่อให้ชาตินี้ทั้งชาติฃลิตอาจจะไม่หายโกรธเราก็ได้ แต่ชลิตก็พูดออกมาเองว่าไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ ถ้าอย่างนั้นชลิตจะมาห้ามเราทำไม จะมาบอกให้เราหยุดทำไม!


“...”


“ฮึก...ทำไม...”


ผักบุ้งรู้ว่าการเป็นคนที่เอาแต่ร้องไห้มันน่ารำคาญ แต่ผักบุ้งก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้อีกนอกจากร้องไห้แบบนี้ จะยิ้มก็ไม่ได้ จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ก็ทำไม่ได้ เรื่องของชลิตเป็นเหมือนตราบาปในชีวิตของผักบุ้งที่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะทำให้ใครสักคนต้องรู้สึกเจ็บช้ำทางความรู้สึกมากขนาดนี้ มันเป็นเรื่องยากจริง ๆ ที่จะทำใจให้ได้ ผักบุ้งทำไม่ได้เลย


ทั้งที่คิดทุกวันว่าได้เท่านี้ก็ดีมากแค่ไหนแล้ว แค่ได้คุยกับชลิตสักประโยคสองประโยค ได้นั่งมองชลิตหัวเราะกับเพื่อน หรือว่าได้ทำอะไรให้ชลิตบ้างถึงแม้ว่ามันจะทดแทนความผิดที่เคยเกิดขึ้นไม่ได้ก็ตาม ทุกวันที่ใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีความหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ


แต่สุดท้ายมันก็พังทลายลงแบบนี้


“ฉันเคยพูดไปแล้วว่าฉันไม่ได้หวังให้นายมาเข้าใจฉัน”


“...”


“นายจะโกรธฉันก็ได้ ถ้าเกลียดกันได้...ก็ยิ่งดี”


คำว่าเกลียดที่ออกมาจากปากชลิตทำให้ผักบุ้งที่พยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองให้ได้นั้นตาเบิกกว้างเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินแบบนี้


“สิ่งที่ฉันบอกให้นายเลิกพยายาม มันคือสิ่งที่ฉัน...คิดว่าฉันเข้าใจไม่ผิด นายเข้าใจรึเปล่าว่าฉันหมายความว่ายังไง?”


“...”


“นายพูดว่านายพยายามแทบตายเพื่อที่จะให้ฉันหายโกรธ เพื่อที่จะได้เป็นเพื่อนกับฉัน ตอนนี้ยังคิดแบบนั้นอยู่ไหม หรือว่าการที่ฉันส่งข้อความไป ใช้ของที่นายให้ หรือว่าตอบรับความพยายามของนาย มันทำให้นายคิดมากกว่านั้น?”


“...”


“ที่นายพูดว่าให้เราลองมาเป็นเพื่อนกัน ฉันคิดว่า...ลองพยายามสักครั้งก็คงไม่เป็นอะไร ลองเป็นเพื่อนกับ...คนที่ทำให้ฉัน...” ชลิตเบือนหน้าหนีออกไปอีกทาง “...ฉันทำไม่ได้”


“...ฮึก..”


“ฉันคิดอยู่ตลอดว่าคงทำไม่ได้ พอยิ่งได้ทำแล้วก็ยิ่งรู้ว่าทำไม่ได้”


“...”


“ฉันคิดจะเป็นเพื่อนกับนายอยู่เหมือนกันนะ ฉันน่ะ...” มือของชลิตที่วางลงอย่างแผ่วเบาลงบนศีรษะของผักบุ้งนั้นทำให้ความพยายามทั้งหมดที่สร้างขึ้นมาพังทลายลงไปในทันที “คนที่เดินยิ้มเข้ามาในห้องเรียนทุกวัน คนที่พูดเพราะ ๆ กับเพื่อนทุกคน คนที่มองแล้ว...ทำให้ยิ้มตามได้แบบนี้”


“...”


“ฉันอยากจะเป็นเพื่อนกับนายจริง ๆ แต่ตั้งแต่วันนั้น ใจของฉัน...มันเป็นเพื่อนกับนายไม่ได้”


“...”


“มันเป็นไม่ได้จริง ๆ”


นิ้วโป้งของชลิตที่เช็ดน้ำตาข้างแก้มออกไปให้นั้นทำให้ผักบุ้งสะอื้นอย่างหนัก คำถามที่มากล้นเต็มหัวใจนั้นก็พูดออกไปไม่ได้ สิ่งที่พอจะถามออกไปก็มีเพียงแต่คำคำนี้


“ทำไม...”


“บุรินทร์ไม่อยากรู้หรอกว่าทำไม” ชลิตยังคงเช็ดน้ำตาให้ผักบุ้ง “ที่ฉันบอกว่าไม่อยากให้นายต้องมาเสียใจทีหลัง ฉันพูดจริง ๆ นะ”


“...”


“ถ้านายเกลียดฉันเข้าสักวัน น้ำตาของนาย...ก็คงจะไม่ไหลลงมาอีกแล้ว”

 







ผักบุ้งมองเหรียญเงินที่นำมาแขวนอยู่ในห้องนอนของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

 

กล้าพูดได้เลยว่าเป็นเกมที่ตีสนุกที่สุดในชีวิตแล้ว (ถ้าไม่นับที่เคยตีกับพี่ตุ้ง) กับกานต์ที่เก่งมาก ๆ และมีประสบการณ์มากกว่า ผักบุ้งไม่เสียใจเลยที่ตัวเองได้เหรียญเงิน เพราะอย่างน้อยผักบุ้งก็เอาเกมมาจากกานต์ได้ถึงสองเกม ส่วนเกมสุดท้ายที่จะตัดสินการแข่งขันนั้นก็เสมอกันไปถึงสิบห้า ก่อนที่กานต์จะชนะไปในที่สุดเพราะว่าผักบุ้งวิ่งไปรับลูกไม่ทัน

 

มันเป็นการได้ที่สองที่ทำให้มีความสุขมาก ๆ ผักบุ้งไม่ได้ตีปิงปองเป็นอาชีพ เป็นเพียงแค่งานอดิเรกที่ทำให้มีความสุข การที่ได้มีโอกาสลงแข่งรายการแบบนี้ทั้งที่ไม่ใช่นักกีฬาของโรงเรียน ได้ที่สองก็ถือว่าเกินความคาดหมายแล้ว อาจารย์วิชัยยังร้องไห้ บอกว่าภูมิใจในตัวบุรินทร์มาก ครูไม่คิดเลยว่าบุรินทร์จะได้ที่สอง เป็นความภาคภูมิใจของครูจริง ๆ

 

แล้วก็เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวด้วย ที่สำคัญที่สุดคือผักบุ้งภูมิใจในตัวเองมาก เป็นเรื่องที่ทำให้มีความสุขเรื่องหนึ่งในชีวิตวัย 17 ปีนี้เลย ถึงจะผ่านมาสามวันแล้วแต่ความรู้สึกดีใจยังไม่จางหายไปเลย หายใจเข้าก็มีความสุข หายใจออกก็มีความสุข

 

ส่วนเรื่องที่ทำให้ทุกข์...ผักบุ้งจะไม่คิดถึงมันไปสักพักก็แล้วกัน

 

โทรศัพท์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงส่งเสียงร้องขึ้นมาดังลั่นห้อง ผักบุ้งเลยละความสนใจจากเรื่องในความคิดแล้วรีบไปรับโทรศัพท์แทน พอเห็นว่าเป็นชื่อแจม ตาของผักบุ้งก็เหมือนจะเหลือกขึ้นอัตโนมัติ

 

เดี๋ยวเราออกไปเลยนะ ที่โรงเรียนใช่ไหม?”


(ฮะ ๆ ไม่ใช่ ที่บ้านของชลิตน่ะ)


“...”

 

ผักบุ้งรู้ว่าถ้าเป็นแจมแล้วล่ะก็ จะต้องเป็นเรื่องงานเกาหลีที่ตอนนี้ยังไม่ไปไหนเพราะชลิตก็ไม่ว่าง ผักบุ้งก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากพับดอกไม้ ตอนนี้ยังพับไม่เสร็จด้วยซ้ำ เหลืออีกบานเบอะ

 

(มันไม่อยู่บ้าน ออกไปซ้อมบาส กลับมามืด ๆ)


แจมบอกลันเตารึยัง?”


(ลันเตาย้ายแล้วนี่ อวดใหญ่ว่าจะทำต็อกบกกีอร่อยที่สุดในประเทศไทยให้ดู)


เราก็ย้ายแล้วนะ ไปอยู่ฝ่ายละครผักบุ้งทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง


(ประธานแจมยังไม่ได้เซ็นย้ายให้ ไม่อนุมัติ)


แจมอ่ะ...


(มาเถอะ กลับมาตั้งสามวันแล้ว ไม่ได้คุยกันเลย)


“...”


(ผักบุ้ง โทรมาชวนเลยนะ อยากให้มาคุยกัน)


“...แจมรู้เหรอ?”


(รู้...)


“...”


(ไอ้ลิตไม่อยู่จริง ๆ พี่เบิ้มคิดถึงผักบุ้งนะ)


พี่เบิ้มเหรอ?” ผักบุ้งนึกถึงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่ตัวใหญ่เหมือนเจ้าของ แถมยังทำตาหวานใส่ผักบุ้งด้วย อื้อ เดี๋ยวให้พ่อไปส่งนะ แปปเดียว

 

ทีแรกผักบุ้งตั้งใจว่าช่วงบ่ายจนเกือบเย็นจะไปกินราดหน้าบ้านคะน้าที่เสาร์-อาทิตย์ไปทำงานช่วยเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้เพราะขายดีมาก ๆ ตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วเป็นต้นมาเลยต้องอยู่เย็นทุกวันเพราะต้องซ้อมละคร

 

B. :

คะน้า

ราดหน้าเดี๋ยวไปกินพรุ่งนี้นะ

ต้องไปช่วยแจมทำงานที่บ้านชลิต

ขอโทษน้าาา

 

ผักบุ้งส่งข้อความหาคะน้าระหว่างที่อยู่บนรถของพ่อ เพียงแค่บอกชื่อร้านออกไป พ่อของผักบุ้งก็ขับรถไปได้ทันทีเพราะเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างชื่อดัง พ่อบอกว่าตอนที่ซ้อมพื้นยังมาซื้อกระเบื้องที่นี่อยู่เลย

 

KN. :

ไปทำไม

เดี๋ยวก็เจอปุยฝ้ายหรอก

มึงเห็นไหม

ที่มาเม้นล่าสุด

กูไม่รู้นะว่ากูหมั่นไส้ทำไม

แต่กูหมั่นไส้มาก

โทษมึงเลย

ทำกูหยุดเสือกไม่ได้

 

B. :

เห็นแล้ว

ช่างมันเถอะ

อย่าไปใส่ใจเลย

 

KN. :

ได้ไง

กูเป็นเดือด

แปป

แม่เรียก

 

ตั้งแต่เดินออกมาจากตรงนั้น...ก็ยังไม่ได้คุยกันสักคำ

 

บุรินทร์ อยากให้ไปเชียร์รึเปล่า


‘...’


‘...’


ไม่ต้องหรอก ชลิตไปทำอย่างอื่นเถอะ


‘...’


แล้ว...เราคงไม่ได้อยู่ถึงตอนเย็น ขอโทษด้วยนะ

 

ได้ยินมาว่าชนะไปได้ด้วยคะแนนแปดสิบสองต่อเจ็ดสิบแปด เป็นชัยชนะที่คงได้มาด้วยความพยายามอย่างแท้จริง แล้วมันก็คงเป็นเกมที่สนุกมาก ๆ ผักบุ้งเชื่อว่าชลิตคงมีความสุขที่ได้ชนะไปพร้อมกับเพื่อนของตัวเอง คงมีช่วงเวลาที่ดีไม่แพ้กันเลยล่ะ

 

ผักบุ้งเลี่ยงที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชลิต ชลิตเองไม่ได้ดูเหมือนเลี่ยงอะไรเพราะปกติไม่ได้สนใจกันอยู่แล้ว แต่ผักบุ้งก็รู้ว่าบรรยากาศมันอึดอัดมากจนแม้แต่แจมก็ยังไม่ได้คุยกัน ขนาดลันเตายังมากระซิบว่าทะเลาะกับไอ้ลิตเหรอ เรื่องปุยฝ้ายใช่ไหม ดี!

 

B. :

คะน้า

ขอโทษนะ

อยากเล่าให้ฟังหลายเรื่องเลย

แต่ก็ไม่รู้จะเล่ายังไง

อยากให้ผ่านไปก่อน

 

KN. :

ไอ้บุ้ง

กูจะด่ามึงแล้วนะ

มึงพิมพ์มาแบบนี้

แล้วกูก็อยากรู้

มึงแกล้งกูเหรอ

 

B. :

ไม่ได้แกล้งนะ

คะน้าาาาาา


 

KN. :

เพราะเป็นมึงหรอกนะ

ถ้าเป็นไอ้ลันเตา

กูตามไปกระโดดถีบถึงบ้าน

 

ให้พ่อมารับไหม?”


ไม่เป็นไร เดี๋ยวบุ้งกลับเองผักบุ้งยกมือไหว้พ่อสุดที่รัก อันนี้บุ้งรีบมา สวัสดีครับ

 

พอลงจากรถก็เจอแจมที่เหมือนจะรอมาเปิดประตูให้กันอยู่ทันที แจมบอกผักบุ้งว่าบอกแม่ของชลิตแล้ว เข้ามาได้เลย ถัดจาดแจมก็ไม่พ้นพี่เบิ้มที่เห่าเสียงหลงให้ได้หัวเราะ อยู่นิ่งไม่ได้เพราะดีใจมาก ๆ

 

โอ๊ยยย มาให้พี่ครามกอดที ไอ้พี่เบิ้ม เกะกะ!ครามพยายามดันตัวพี่เบิ้มออกแต่สู้ไม่ได้ ผักบุ้งมาสั่งชานมเร็ว ไอ้เซนต์เลี้ยง


เออ เลี้ยงผักบุ้งคนเดียวนะ ค่าส่งไอ้แจมจ่าย


แล้วไอ้ครามทำอะไร?”


เดี๋ยวออกไปซื้อเคเอฟซีให้!

 

เกร็งเหมือนกันที่ต้องมาบ้านชลิตแบบนี้ แต่พอเจอเพื่อนทั้งสามคนแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ผักบุ้งได้กินชานมเฮเซลนัทที่เซนต์เลี้ยง ได้เวเฟอร์ล็อคเกอร์ถุงใหญ่จากแจม ส่วนครามนั้นบอกว่าตอนเย็นจะเลี้ยงเคเอฟซี รอกินด้วยนะ

 

เป็นไงบ้าง สนุกไหม?”


ก็...สนุกดี

 

ผักบุ้งตอบไปทาสีรั้วไม้ที่หลังจากวันนั้นก็ยังไม่มีใครมาทำต่อเพราะยังทำหลังคากันไม่เสร็จ ผักบุ้งเลยตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จวันนี้ อย่างน้อยก็มีขนมของแจมให้กิน ที่สำคัญมีพี่เบิ้มที่มานอนอยู่กับผักบุ้ง ไม่มีวันจะจากไปไหน

 

ตอบแบบนี้ไม่สนุกอ่ะดิ


ไม่ใช่ มันก็...หลายเรื่องผักบุ้งได้แต่ยิ้มให้เซนต์ เถียงกับสองเยอะเลย ชอบมาแซวเรา


ไม่เงียบดีใช่ไหมล่ะ ก็ดูสนุกดีนะครามพูดกับผักบุ้งที่พยักหน้ากลับไป แล้ว...กับไอ้ลิตเป็นไง?”


“...”


ไม่ต้องถามต่อล่ะเซนต์หัวเราะเสียงแห้ง เงียบกริบ


ก็ดีนะ ชลิตก็...เป็นกัปตันใช่ไหม ก็ดูแลทุกคนแหละผักบุ้งไม่อยากเล่าให้ใครฟัง กับแจมเองที่ผักบุ้งคิดว่าน่าจะรู้จากชลิตก็คงไม่ได้พูดต่อ เราไปคนเดียว ชลิตก็เลยช่วยเหลือ


แล้วเรื่องปุยฝ้ายนี่มาจากไหน วันนั้นกูฉี่เกือบราด แก็งค์ผักมึงอ่ะคำถามของครามทำให้ผักบุ้งหัวเราะ เรื่องไอ้ลิตแท้ ๆ มาห้ามไม่ให้กูฉี่ บาปกรรม!


มึงซวยเองแจมก็หัวเราะไม่ต่างจากผักบุ้ง กูบอกแล้วว่าคะน้ากับลันเตาเพิ่งออกไป มึงไม่ฟัง


ใครจะไปรู้!

 

ผักบุ้งมองเพื่อน ๆ ก่อนจะก้มลงมองพี่เบิ้มที่ตัก พอสบตากันก็ก้มลงจุ๊บหน้าผากหนึ่งที แสดงความรักให้สุดหล่อตัวนี้ที่ชอบผักบุ้งเหลือเกิน

 

วันนั้นเพื่อนคุยกันเรื่องคนที่ชลิตชอบ แล้วเราก็เล่าให้คะน้าฟังต่อ คะน้าก็เลยไปหาว่าใคร ก็ประมาณนี้แหละ


โอ้โห มือวางอันดับหนึ่งเรื่องชาวบ้านเซนต์ยอมคะน้า คือปุยฝ้ายได้เป็นตัวเก็งเหรอ?”


อื้อ คะน้าบอกว่าเป็นไปได้ ให้เก้าเต็มสิบ


ไม่ใช่หรอกสายตาของคนพูดอย่างแจมเหมือนจะมองตรงมาที่ผักบุ้ง ผักบุ้งไปบอกคะน้านะว่าให้สืบใหม่


แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นใครชอบชลิตนี่กูให้ปุยฝ้ายล้านเต็มสิบอ่ะ คะแนนความพยายามสิบล้าน


จริง ส่วนไอ้ลิตกูให้คะแนนความไม่สนใจอินฟินิตี้ ทั้งโลกนี้สนใจผู้หญิงคนเดียวคือแม่ ลูกชายดีเด่นเซนต์พูดไปตอกตะปูไปก่อนจะหันมามองผักบุ้ง น้องบุ้งลูกชายพ่อได้คะแนนความพยายามร้อยล้าน ส่วนความอดทนนับไม่ได้ มากเกินไปจนอยากให้เลิกทน


เซนต์อ่ะ เราไม่ได้ทนสักหน่อย


ไอ้ลิตแม่ง... โคตรขี้ควายอ่ะ โว้ย! หงุดหงิด!ครามที่อยู่ดี ๆ ก็ตะโกนขึ้นมาทำเอาทั้งผักบุ้งทั้งพี่เบิ้มสะดุ้งไปด้วยกันทั้งคู่ แต่แบบ...เฮ้อ...กูก็รักมันว่ะ


เหี้ย กูขนลุกล่ะเซนต์มองครามด้วยสายตาประหลาด ไอ้แจม มึงจัดการเพื่อนมึงด้วย

 

B. :

คะน้า

เราอยากให้คะน้าตั้งใจทำงานนะ

แต่แจมบอกให้เรามาบอกคะน้า

ว่าไม่ใช่ปุยฝ้าย

ไปสืบมาใหม่

 

KN. :

โว้ยยยยยยยยย!

ยอมไม่ได้!

เหนือฟ้าก็ต่อมเสือกกูเนี่ยแหละ

บอกแจม

เจอคะน้าแน่!

 

B. :

ได้เลย

ถ้ารู้แล้วไปบอกแจมเลยนะ

ไม่ต้องมาบอกเรา

 

KN. :

กูบอกทุกคนอ่ะ

เดี๋ยวบอกไอ้ลิตด้วย

 

ชานมไข่มุกยี่ห้องดังที่เซนต์ซื้อให้นั้นทำให้ผักบุ้งรู้สึกดี เหมือนสวรรค์ในการทำงานที่มีชานมและช็อกโกแลตให้กินตลอดเวลา พี่เบิ้มเองก็เลียปากแผล็บ ๆ แต่ผักบุ้งให้กินไม่ได้เพราะว่ามันไม่ดีต่อตัวพี่เบิ้ม

 

ไปถามแม่ดิ้ มีของกินให้เบิ้มไหม หรือให้สั่งชาไข่มุกให้


เดี๋ยวเราไปให้เอง เพื่อน ๆ ทำงานน้าผักบุ้งที่งานน้อยที่สุดแล้วอาสาไปถามคุณแม่ของชลิตว่ามีขนมให้พี่เบิ้มกินไหม อดทนตาละห้อยมานานแล้ว

 

เหมือนพี่เบิ้มจะรู้ว่าผักบุ้งจะไปไหน เจ้าตัวเลยเดินนำ หางโบกสะบัดพาผักบุ้งไปยังบริเวณหนึ่งของบ้าน ก่อนจะเจอคุณแม่ของชลิตกำลังนั่งถักโครเชต์อยู่ มือถักไปตามองแบบในหนังสือไป

 

เอ่อ...คุณแม่ครับ


อ้าว สุดที่รักของพี่เบิ้มนี่เองคำทักทายของคุณแม่ทำให้ผักบุ้งยิ้มกว้าง มีอะไรลูก จะเอาอะไรรึเปล่า?”


คือ...กินขนมกันแล้วพี่เบิ้มอยากกินด้วยน่ะครับ เลยมาถามว่าพอจะมีขนมของพี่เบิ้มไหม?”


เดี๋ยวแม่หยิบให้นะ แหมมม พี่เบิ้ม ลืมพ่อแม่กับพี่ลิตแล้วสิเนี่ย


โฮ่ง!

 

คุณแม่เดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบขนมของพี่เบิ้มให้ผักบุ้ง รวมถึงบิสกิตใส่ครีมชีสแบรนด์ญี่ปุ่นถุงใหญ่และรอยยิ้มของคุณแม่ที่ส่งมาให้ผักบุ้ง

 

ชลิตบอกแม่ว่าผักบุ้งได้ที่สอง ยินดีด้วยนะลูกคุณแม่ส่งขนมให้ผักบุ้ง คุณธนาซื้อมาให้เลยน้า คุณพ่อน่ะ ผักบุ้งชอบไหม?”


ชอบครับผักบุ้งรับขนมมาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจที่สีคนยินดีกับผักบุ้งมากขนาดนี้ ขอบคุณนะครับ คุณแม่


แม่ฝากชลิตไปให้ตั้งแต่วันพุธแล้ว แต่ชอบทำลืมอยู่เรื่อย น่าตีไหมล่ะ?”


“...ครับผักบุ้งยิ้มน้อย ๆ เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องชลิตให้ฟัง

 

ผักบุ้งกอดขนมที่คุณแม่ให้ก่อนจะพาพี่เบิ้มกลับไปนั่งทำงานด้วยกัน ให้เดนต้าสติ๊กไปนั่งแทะ ส่วนผักบุ้งนั้นได้แต่ปลื้มใจกับขนมของคุณแม่ ดีใจจัง

 

ผักบุ้งเอาอันนั้นไปผึ่งแล้วทาอันใหม่เลย ถ้าแห้งแล้วค่อยกลับมาทำอีกด้าน


ได้เลยผักบุ้งรับคำสั่งแจม


แม่ให้ขนมมาเหรอ?”


อื้อผักบุ้งเอาขนมอวดคราม ถุงใหญ่เลย เดี๋ยวเรากินคนเดียวนะ


น้ำใจ!

 

ทีแรกผักบุ้งลังเลใจว่าจะมาดีหรือไม่เพราะว่านี่คือบ้านของชลิต ถึงเจ้าตัวจะไม่อยู่แต่ก็ใช่ว่าผักบุ้งจะเข้ามาได้ตามใจชอบ แต่พอได้มานั่งอยู่ตรงนี้ ได้พูดคุยกับเพื่อนที่ตอนเทอมหนึ่งไม่ได้สนิทกันเลย แต่ในวันนี้กลับรู้สึกว่าสนิทกันมาก ๆ กับแจมเองที่พอได้ระบายความรู้สึกในใจออกไปแล้วก็เหมือนว่าเราจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เหมือนเป็นที่ปรึกษา เป็นพี่ชายคนหนึ่งที่ผักบุ้งรู้สึกขอบใจจริง ๆ

 

เอาอะไรเหรอ? เอาอันนี้หรือจะโอ๋ กอดกันน้าพี่เบิ้มผักบุ้งยิ้มกว้างก่อนจะกอดพี่เบิ้มที่เข้ามาซุกกันเอาไว้ ขอบคุณมาก ๆ น้า


เอาจริงน้า พี่เบิ้มเอาจริงน้าเซนต์แซวผักบุ้งกับพี่เบิ้ม คูณเจ็ดไปก็กำลังเป็นหนุ่ม


แต่ตัวใหญ่มากเลยเนอะ


ก็ไปวิ่งกับไอ้ลิตทุกเช้า ไม่ตัวใหญ่ได้ไงครามตอบผักบุ้งที่กอดพี่เบิ้มที่มีแต่กล้ามเนื้อ เป็นหนุ่มที่แข็งแรงมาก ๆ


พี่เบิ้มชอบผักบุ้งเหรอ?” ผักบุ้งคุยกับพี่เบิ้มที่ส่งเสียงเห่าออกมาให้ได้ยิน ยิ้มหล่อเลย

 

ผักบุ้งตั้งใจทาสีรั้วไม้ไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสามคนที่ตอนนี้หลังคาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ผักบุ้งเข้าใจว่ามันคงเป็นเรื่องที่ยากในการทำสิ่งที่ไม่เคยทำ เห็นเพื่อนลองผิดลองถูกแล้วพอทำไม่ได้ก็หัวเราะกันแบบนี้ เป็นบรรยากาศการทำงานที่ดีมากจริง ๆ


“เฮ้ย ห้าโมงแล้วนี่หว่า หิวกันยัง?”


“กูหิว” เซนต์ตอบครามที่มีแผนว่าจะเดินไปซื้อเคเอฟซี “เอาชุดใหญ่เลย”


“หารสี่นะ ของผักบุ้งกูจ่าย”


“ไม่ต้องก็ได้นะ เรารับน้ำใจไว้ก็พอ” ผักบุ้งยิ้มให้คราม


“ไม่ได้ ๆ พูดแล้วว่าจะเลี้ยงก็คือจะเลี้ยง อย่าคิดมากเลย เพื่อนได้ดีก็ต้องสนับสนุน”


“มึงทำงานไป เดี๋ยวกูออกไปซื้อให้ก่อน ให้ผักบุ้งไปเลือกด้วยว่าอยากกินอะไร”


เมื่อดูจากงานตรงหน้าแล้ว แจมดูเหมือนจะเป็นคนดูแปลนให้แล้วครามกับเซนต์ก็เป็นคนใช้แรงงาน ที่บอกว่าจะไปซื้อกับผักบุ้งก็คงเพราะว่าไม่อยากให้เพื่อนขาดตอน อยากให้ทำงานไปให้ดี เดี๋ยวเรื่องกินแจมจัดการเอง


แล้วผักบุ้งก็รู้ว่าแจมคงอยากจะให้กำลังใจผักบุ้งในเรื่องที่เราจะต้องคุยกันสองคนเพราะว่าผักบุ้งไม่อยากให้ใครได้รู้ สิ่งที่ทำเลยเป็นการวางงานทุกอย่างแล้วเดินออกไปซื้อเคเอฟซีกับแจม กอดพี่เบิ้มที่จะไม่ให้ออกไปว่าเดี๋ยวกลับมานะ บอกถึงสามครั้งเพราะพี่เบิ้มเห่าไม่ยอมหยุด แถมยังเฝ้ารอผักบุ้งอยู่ในรั้วบ้านโดยมีครามออกมาจับไว้ให้ ทำตาละห้อยเมื่อผักบุ้งเดินหายจากสายตาไป


แจมรู้อะไรบ้างนะ? ผักบุ้งได้แต่คิดแบบนี้เมื่อเราเดินออกมาด้วยกัน ถ้าเป็นในข้อความหรือว่าในโทรศัพท์นั้นก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าเท่ากับการได้คุยกันจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นผักบุ้งที่ผ่านช่วงเวลาในการร้องไห้โฮต่อหน้าแจมมาแล้วก็รู้ว่าการได้พูดคุยกันต่อหน้าสามารถทำให้เข้าใจความรู้สึกของกันและกันมากขึ้นจริง ๆ


ถ้าไม่มีแจม...อาจจะกำลังหาทางเดินต่อไปไม่เจอก็ได้ เป็นเพื่อนที่มีค่าและเป็นหัวหน้าห้องที่สุดยอดไปเลย


“...ดีเนอะ”


“...”


“ถ้าเป็นพี่เบิ้มน่ะ อาจจะกำลังมองผักบุ้งตาหวาน จีบเช้าจีบเย็นเลยก็ได้” คำพูดของแจมทำให้ผักบุ้งหัวเราะออกมา “ที่จริง...ฉันก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอกนะ แต่เพราะว่า...สามวันที่ผ่านมามันอึดอัดมาก ก็เลยพอจะรู้ว่าคงทะเลาะกัน”


“...”


“ชลิตบอกว่าอธิบายให้ผักบุ้งฟังแล้ว”


“...”


“ผักบุ้งมีอะไรอยากถามไหม แล้วเข้าใจจริง ๆ รึเปล่า?”


ผักบุ้งไม่อยากนึกถึงเรื่องที่เกิดในวันอังคาร แต่ว่ามันก็คงถึงเวลาที่ต้องคิดแล้วจริง ๆ ตั้งแต่วันนั้นก็ยังไม่ได้นำมาคิดทบทวนซ้ำ ๆ เพราะไม่อยากให้ตัวเองจดจ่อและเสียใจกับเรื่องนั้น ทุกครั้งที่รู้ตัวว่าจะคิดก็จะเลี่ยงไปทำอย่างอื่น ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้อง...คิดถึงชลิต


แต่ถ้าแจมถามผักบุ้งแบบนี้...


“...ก็ไม่เชิงไม่เข้าใจ” ผักบุ้งถอนหายใจออกมา “มัน...คือ...แจม...”


“ว่ามา”


“เราไม่อยากเล่าเพราะว่ามัน...”


“มันทำให้คิดมาก ฉันรู้ แต่ผักบุ้งก็ไม่ต้องเล่า ก็แค่ถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจก็พอ” แจมตบไหล่ผักบุ้งเบา ๆ “ผักบุ้งที่กลัวชลิตจนเพื่อนขำน่ะดีกว่าตอนนี้เยอะเลย อย่างน้อยในฐานะหัวหน้าห้องก็ไม่อยากเห็นใครทะเลาะกันนะ”


“...”


“...”


“ก็คือ...” ผักบุ้งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความในใจ “ชลิตพูดให้เราเลิกพยายาม...ทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่”


“...”


“ตอนแรกก็ไม่เข้าใจหรอก ไม่เข้าใจจริง ๆ แต่พอชลิตพูดให้ฟังอีกครั้ง เรารู้สึกเหมือนชลิตจะรู้ว่าเราคิดยังไง แล้วก็บอกให้เรา...หยุด” ทั้งที่พยายามจะลืมมันไป แต่ผักบุ้งกลับจำได้ทุกคำพูดที่เราคุยกัน “เฮ้อ...ยากจัง แจมเข้าใจไหม?”


“ถ้าเอาตรง ๆ ก็ไม่เข้าใจเลย”


“คืนวันจันทร์ชลิตบอกกับเราว่าถ้าเข้าใจไม่ผิดว่าเรากำลังพยายามอะไร ชลิตก็อยากให้เราหยุด เพราะว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร”


ผักบุ้งตัดสินใจแล้วว่าจะพูดเรื่องทุกอย่างให้แจมได้รับรู้ ปิดบังไปก็เท่านั้น ไม่อยากพูดไปก็เท่านั้น ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย


“แต่พอวันอังคาร ชลิตก็ทำเหมือนทุกอย่างปกติ เหมือนกับว่าเป็นเพื่อนกัน ทั้งส่งข้อความมา ทั้งเอาของที่เราเคยให้ไปใช้ พอเห็นแบบนั้นแล้วมันก็...โกรธน่ะ”


“ผักบุ้งโกรธเหรอ?”


“อื้อ...”


“ไอ้ลิตนี่...สุดยอดไปเลยเนอะ”


แจมหลุดหัวเราะออกมา ในขณะที่ผักบุ้งก็ได้แต่ยิ้มอย่างเหนื่อยใจเพราะเข้าใจว่าไม่เคยจะโกรธใครให้เพื่อนได้เห็น พอบอกว่าโกรธชลิต เพื่อนก็คงตกใจไปเหมือนกัน


“เราไม่ชอบอะไรแบบนี้ สุดท้ายตอนที่ชลิตแข่งรอบรองเสร็จก็เลยไปคุยด้วย แล้ว...เราก็ว่าชลิตไปเยอะเลยนะ แต่สิ่งที่ชลิตพูดกลับมาน่ะ มันทำให้ทั้งรู้สึกสงสัยแล้วก็เจ็บใจยังไงก็ไม่รู้”


“...”


“ชลิตพูดว่าการที่ชลิตส่งข้อความมา หรือว่าใช้ของที่เราให้ มันทำให้เราคิดเรื่องที่เป็นเพื่อนกันไหม หรือคิดอะไรมากกว่านั้น”


“...”


“เหมือนรู้ว่าเราชอบ แล้วบอกให้หยุดชอบเลย”


“...”


“แล้ว...แล้วก็พูดประมาณว่า...อยากจะเป็นเพื่อนกับเราจริง ๆ นะ แต่...แค่เพื่อนยังเป็นยาก แล้วประสาอะไรกับสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่”


“...”


“ฟังแล้ว...เจ็บใจที่สุดเลย...”


การพูดคุยกันในเรื่องที่สำคัญต่อความรู้สึกนั้นทำให้เราต่างคนต่างหยุดเดินทั้งคู่ บทสนทนาที่ขาดหายไปทำให้ผักบุ้งรู้ว่าแจมกำลังใช้ความคิดเพื่อให้คำปรึกษาผักบุ้งอย่างดีที่สุด


“...ฉันไม่อยากพูดแบบนี้เลย แต่...” แจมมีสีหน้าที่ลำบากใจให้เห็นก่อนจะถอนหายใจออกมา “ฉันคิดว่ามันรู้นะ”


“...”


“ถ้าได้ฟังเรื่องที่คุยกันจริง ๆ คงจะเข้าใจได้ดีกว่านี้ ไม่อยากพูดอะไรใจร้ายแบบนี้เลย แต่จากสิ่งที่ฉันรู้...ผักบุ้งก็เข้าใจถูกแล้วล่ะ”


“...”


“ขอโทษแทนชลิตด้วยนะ”


ผักบุ้งรู้สึกเหมือนโดนคนดึงหัวใจออกจากอก แต่สิ่งที่พี่ตุ้งบอกอยู่เสมอก็ทำให้ผักบุ้งเอาหัวใจตัวเองกลับมาได้ ถึงจะยังไม่เต็มร้อยแต่ก็ต้องพยายามกันต่อไป


“เราเสียใจนะ แต่ว่าเราก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ก็คิดมาแล้วล่ะ ว่าถ้าไม่รู้ก็คงไม่พูดแบบนี้”


“...”


“แต่แจมรู้ไหมว่าทำไมใจของชลิตถึงเป็นเพื่อนกับเราไม่ได้?”


“...”


“ทำไมถึงบอกว่าถ้าเราเกลียดชลิตก็คงจะดี?”


ผักบุ้งที่ได้รับคำแนะนำเรื่องหัวใจจากพี่ชายวัยทำงานอย่างพี่ตุ้งนั้นทำให้มองเห็นอะไรที่ต่างไป และตั้งใจว่าความรู้สึกของผักบุ้ง คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือผักบุ้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะต้องรับผิดชอบหัวใจตัวเองแล้วผ่านไปให้ได้


แต่คำว่า...ไม่อยากให้เสียใจทีหลัง ให้อภัยไม่ได้จริง ๆ ไม่อยากให้เสียใจทีหลังคืออะไร ตอนนี้...ผักบุ้งไม่ได้กำลังเสียใจอยู่เหรอ?


“ก็รู้นะ แต่เล่าไม่ได้หรอก”


“...”


“อย่าทำหน้าแบบนี้ พ่อแจมใจอ่อนนะ”


“แจม...” ผักบุ้งอยากจะรู้จริง ๆ “แล้วแจมจะให้เราอยู่แบบนี้เหรอ จะให้ไปต่อก็ไม่ได้ แต่จะให้เลิกพยายาม...จะให้เลิกทั้งที่เป็นแบบนี้ เราจะทำได้ยังไง...”


“...”


“แจม”


“ไม่ได้ ๆ อย่า


“ได้โปรดนะ ขอร้องล่ะ!


“จะไหว้ทำไมเนี่ย!” แจมทำหน้าตื่นก่อนจะดันมือผักบุ้งลง “พูดไม่ได้จริง ๆ”


“แจ


“ชลิตให้สาบานว่าจะไม่พูด แลกด้วยห้าปีที่เป็นเพื่อนกันมา”


“...”


“ฉันพูดไม่ได้จริง ๆ”


ผักบุ้งเคยคิดเหมือนกัน จนกระทั่งในวินาทีนี้ที่กำลังมองเมนูเคเอฟซีก็ยังคงคิดอยู่ว่าควรจะเลิกพยายามเรื่องชลิตแล้วยอมรับความรู้สึกเกลียดของอีกฝ่ายให้มันจบ ๆ ไปดีไหม กับคนที่ทำดีมากขนาดไหนก็มักจะถูกมองด้วยความเกลียดชังเสมอ ความรู้สึกแบบนี้น่ะ...จะอดทนไปทำไม


ฉันคิดจะเป็นเพื่อนกับนายอยู่เหมือนกันนะ ฉันน่ะ...


แต่ว่ามัน...


คนที่เดินยิ้มเข้ามาในห้องเรียนทุกวัน คนที่พูดเพราะ ๆ กับเพื่อนทุกคน คนที่มองแล้ว...ทำให้ยิ้มตามได้แบบนี้


คงจะทำไม่ได้จริง ๆ


ไอ้ชลิตบ้า...บางทีผักบุ้งก็คิดแบบนี้แล้วหัวเราะกับตัวเองเหมือนกัน


มาบอกให้เลิกพยายามแล้วก็มาพูดแบบนี้ จะให้เลิกได้อย่างไรล่ะ ทำไม่ได้หรอก


“ผักบุ้ง”


“...”


“มันอาจจะเป็นคำแนะนำที่ใจร้ายไปหน่อย แต่ว่าฉันอยากให้นายสู้ต่อไปนะ”


“...”


“คนในอย่างผักบุ้งอาจจะฟังแล้วเสียใจ แต่สำหรับคนนอกอย่างฉัน...การได้เห็นพวกนายคุยกันมันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก หมายถึงในครั้งแรกน่ะนะ อยากให้ผักบุ้งลองคิดดูว่าเมื่อก่อนกับตอนนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปมากขนาดไหน”


“...”


“ใจของชลิตน่ะ กำลังเปลี่ยนไปแล้ว” 







แจมเป็นคนถือชุดอิ่มสุขใจกลับบ้านของชลิต ส่วนผักบุ้งนั้นมีครีมบอลสตรอว์เบอร์รี่ในมือเพราะแจมบอกว่าควรกินนะ น้ำตาลจะทำให้เราสบายใจขึ้น แม้จะเพียงนิดเดียวแต่ว่าก็สบายใจได้ ผักบุ้งเลยเชื่อใจแจมด้วยการสั่งไอศกรีมมากิน กินไปยิ้มไปเพราะรู้สึกดีขึ้นกว่าวันก่อนเยอะเลย


สิ่งที่แจมพูดเป็นสิ่งที่ผักบุ้งไม่เคยคิดถึงมาก่อน อย่างน้อยชลิตในวันที่ผักบุ้งชนให้ตกขันไดก็ไม่มีวันมาพูดหรอกว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับผักบุ้งนะ แต่ว่าเป็นไม่ได้ ชลิตไม่มีทางพูดอย่างนี้แน่นอน ถ้าเกิดว่าเป็นชลิตที่ผักบุ้งเคยรู้จัก เจ้าตัวคงจะบอกว่าไสหัวไปสักที ไอ้คนน่ารำคาญ


อย่างน้อยชลิตก็รู้ว่าผักบุ้งเดินยิ้มเข้าห้องเรียนมาทุกวันก็แล้วกัน


“...จะมานั่งตรงนี้ทำไม ไม่ร้อนเหรอ เข้าบ้านได้แล้ว


“...”


เฮ้ย ทำไมอยู่ดี ๆ ก็พูดไม่ฟังเนี่ย?”


ภาพชลิตยืนคุยกับพี่เบิ้มอยู่หน้าบ้านนั้นทำให้ช้อนไอศกรีมสีแดงของผักบุ้งแทบหล่นลงไปอยู่ที่พื้น ก็ยอมรับว่าจะเก็บสิ่งที่แจมพูดไปคิดดูซ้ำ ๆ แล้วค่อยตัดสินใจ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่ทำให้ดีใจและเจ็บอยู่ซ้ำ ๆ เร็วมากขนาดนี้


ไหนแจมบอกผักบุ้งว่าชลิตจะกลับมืด ๆ ไง...


อ้าว ทำไมกลับเร็ววะ?”


ไปคุยกับโค้ชเรื่องเวลาเฉย ๆ ซ้อมแค่—” เสียงของชลิตเงียบไปเมื่อเห็นผักบุ้งที่ตอนนี้ยกครีมบอลสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นบังหน้า ถึงรู้ว่ามันจะไม่ช่วยอะไรก็ตาม อ๋อ เกินไปมั้งเนี่ย ต้องมานั่งรอขนาดนี้เลย?”


“...”


เค้าไม่ชอบหรอก ไม่ต้องหวัง


ไอ้ลิต กับพี่เบิ้มก็ยังใจหมาแจมว่าชลิตที่กำลังหัวเราะเพราะเหมือนพี่เบิ้มจะฟังรู้เรื่อง ถึงกับเห่ากรรโชกเลยทีเดียว


“...เห็นบอกว่าไปอยู่ละครแล้วนี่?”


กูไม่อนุมัติ ไม่ให้ไปแจมเดินเข้าบ้านที่ชลิตเปิดประตูให้ ให้ทำกันสี่คนเดือนหน้าก็ไม่เสร็จ มีผักบุ้งมาช่วยทาสีก็ดีแล้ว


“...”


จะเข้ามาไหม บุรินทร์?”


ผักบุ้งที่ยืนเก้กังอยู่หน้าบ้านของชลิตนั้นถึงกับไปไม่ถูกเมื่อโดนเรียกชื่อ แต่ความตื่นตระหนกก็ลดลงเมื่อพี่เบิ้มมาพันแข้งพันขา เป็นกำลังใจที่มาในรูปแบบสี่ขาน่ารัก


“...เข้าได้ไหม?” ผักบุ้งถามเจ้าของบ้านโดยไม่สบตา


จะเข้าไหมล่ะ?”


“...เราขออนุญาตนะ


เออเสียงทุ้ม ๆ ของชลิต ไอ้พี่เบิ้ม เข้าบ้านเลย ท่าเยอะ


ผักบุ้งรีบวิ่งเข้าบ้านของชลิตโดยมีพี่เบิ้มวิ่งตามมาด้วย ทีแรกคิดว่าคงจะโดนเรื่องที่เข้ามาทั้งที่เคยไล่ออกไปแล้ว แต่พอชลิตถามว่าจะเข้าไหมล่ะ ใจของผักบุ้งรู้สึกเหมือนได้น้ำฝนมาชโลมให้หายแห้งแล้งเลย ถึงจะยังทำใจให้ดีไม่ได้ แต่แค่ไม่โดนว่าก็ดีมากแล้ว


เฮ้ย จะรีบเข้ามุมทำไม มากินไก่ก่อนเซนต์เรียกผักบุ้งที่เตรียมขยับข้าวของ หันหน้าเข้ามุมหนึ่งของลานข้างบ้านชลิต ไอ้ลิต บริการเพื่อนดิ้


กะ...กินเลยเหรอ?”


กินเลยดิ ร้อน ๆ กำลังอร่อย ผักบุ้งจะเอาตรงไหน มาจองก่อน


เพราะว่าชลิตเข้าไปหยิบจานกับช้อนส้อมให้เพื่อนในบ้าน ผักบุ้งเลยได้โอกาสวิ่งมาดูชิ้นไก่ในถัง มีพี่เบิ้มวิ่งตามมาด้วย แต่ครามก็กันออกไปด้วยประโยคที่ว่า ไม่จ่ายเงิน ไม่ให้กิน


“เอาสะโพก...”


“อ้าว พี่ครามจะกินอันนั้น”


“เสียใจ วันนี้วันของผักบุ้ง” แจมยกสะโยกให้ผักบุ้ง “ไอ้ครามเอาน่องไปกิน”


“สัด งั้นกูต้องได้กินสองชิ้นนะ”


“เอาปีกไป ให้ไอ้ลิตกินอก นักกีฬาต้องการโปรตีน” แจมกำลังคำนวณไก่แปดชิ้นให้ออกมายุติธรรมสำหรับห้าคนมากที่สุด ถึงทีแรกคิดจะกินกันสี่คนเพราะไม่มีใครรู้ว่าชลิตจะกลับมาเร็ว แต่ที่นี่เป็นบ้านของชลิต จะอยากกินหรือไม่อยากกินก็จะต้องได้รับการแบ่งไปโดยปริยาย


“เราเอาชิ้นเดียว...” ผักบุ้งอยากได้แค่สะโพก อีกเจ็ดชิ้นให้เพื่อน ๆ กิน


“งั้นเอาวิงซ์แซ่บไปสองชิ้น ไอ้ลิตก็วิงซ์แซ่บ นี่กูซื้อแบบเจ็ดชิ้นมาให้มันด้วยนะเนี่ย กะเอาใส่ตู้เย็นไว้” แจมแบ่งไม่ถูก “แบ่งกันละกัน อันนี้มันบดถ้วยใหญ่ แบ่งกัน”


“ไอ้ลิต!” ครามตะโกนเข้าไปในบ้าน “ซอสพริกศรีราชาให้เพื่อนด้วย!


“เออ!


“แจม...” ผักบุ้งกระตุกชายเสื้อหัวหน้าห้องที่กำลัง “ชลิตจะว่าเราไหม?”


“ก็ไม่นี่ ให้เข้าบ้านมาแล้วก็ถือว่าผ่าน” แจมชูนิ้วโป้งให้ผักบุ้ง “ลองดูนะ”


“อื้อ...”


“ผักบุ้ง” เสียงของเซนต์ทีนั่งอยู่ข้าง ๆ ทำให้ผักบุ้งหันไปหา “อย่าไปกลัว สู้สู้นะ”


“อื้อ...” กำลังใจสำคัญมากจริง ๆ “ขอบใจนะ”


การที่ชลิตถือจานออกมาห้าใบมาพร้อมกับซอสพริกศรีราชาขวดใหญ่มันทำให้ผักบุ้งโล่งใจ อย่างน้อยก็ยังถือจานมาให้ผักบุ้ง ถึงจะบอกว่าความพยายามของผักบุ้งไม่ช่วยอะไร แต่การที่ในวันนี้ชลิตยังมองเห็นผักบุ้งอยู่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาได้จริง ๆ


พี่เบิ้มที่อยากเข้าร่วมวงเคเอฟซีด้วยถูกชลิตพาไปอยู่กับคุณแม่ ก่อนจะจากกันไปผักบุ้งก็ได้มีโอกาสได้กอดพี่เบิ้มแน่น ๆ หนึ่งที กระซิบว่าเอาไว้จะมาเยี่ยมใหม่นะ พี่เบิ้มกินข้าวเยอะ ๆ นะ รู้ไหม


“ใครกินวิงซ์แซ่บ?”


“ผักบุ้งไง บอกว่าจะเอาสะโพกชิ้นเดียว ก็เลยเอาวิงซ์แซ่บให้”


“กินเผ็ดได้ที่ไหนล่ะ จะกินชิ้นเดียวก็เอานักเก็ตไปกิน”


“เอ้า กินเผ็ดไม่ได้เหรอ?” ครามถามผักบุ้งที่ส่งยิ้มให้เพื่อน “ทำไมไม่บอกล่ะ?”


“ก็...พอกินได้ แต่กินสองชิ้นไม่ไหว”


“งั้นเปลี่ยน เอานักเก็ตไปเลยสี่ชิ้น ไอ้ลิตเอาวิงซ์แซ่บผักบุ้งไปนะ”


“เออ เอามา” 


เป็นไอ้บ้าชลิตของผักบุ้งที่บางครั้งอย่างเช่นในวันนี้ก็ทำให้รู้สึกว่าน่ารักจัง ผักบุ้งเองก็รู้ว่าตัวเองเป็นคนใจอ่อนง่าย ยิ่งเป็นเรื่องของชลิตยิ่งเหมือนคนไม่มีใจ เพราะว่าให้ชลิตไปหมดแล้ว


“เราไม่รู้แต่ไอ้ลิตรู้นะจ๊ะ” เซนต์ส่งยิ้มไปให้ชลิต ยักคิ้วไปให้ด้วย


“ไม่รู้ได้ไง สั่งยำวุ้นเส้นเผ็ด ๆ มาให้กูกิน ตัวเองกินเข้าไปคำเดียว รู้เรื่อง” ชลิตหยิบไก่ป็อปเข้าปาก “แทบเอาปากโขกตู้เย็น”


“...เราจะไปเอาปากโขกตู้เย็นยังไง?”


“เถียง?”


“ไม่เถียง...” ผักบุ้งก้มหน้าลงก่อนจะยิ้มให้ไก่เคเอฟซี “แต่ทำไม่ได้นะ...”


“กินไป ไม่ต้องพูดมาก”


“อื้อ...”


ทุกคนกินซอสพริกศรีราชากันหมดเลย ยกเว้นผักบุ้งที่ได้รับถ้วยเล็ก ๆ มาหนึ่งถ้วยเพื่อให้บีบซอสมะเขือเทศจากซองลงไป รวมถึงซอสบาร์บีคิวที่ได้มาจากการมีนักเก็ตสี่ชิ้น พอกินไปมองชลิตที่กินวิงซ์แซ่บเหมือนกินน้ำเปล่าแล้วก็รู้สึกว่าเก่งจัง ความจริงมันก็ไม่ได้เผ็ดอะไรมากหรอก ผักบุ้งเองก็กินได้ แต่ถ้ากินต่อกันมากกว่าสองชิ้นก็กินไม่ไหว


“มองอะไร?”


“เปล่า...” ผักบุ้งโกหก “ชลิตกินเผ็ดเก่งจัง แบบเก่งจริง ๆ นะ”


“บุรินทร์ไม่ได้เรื่องเองรึเปล่า?”


“...”


“อะแฮ่ม!” เสียงของครามที่กระแอมไอทำให้ผักบุ้งที่มองชลิตอยู่หันไปมอง “ครามรู้สึกเหมือนถูกลืม เซนต์กับแจมคิดเหมือนครามไหม?”


“มึงมีปัญหาอะไร?”


“ไม่มี้ เพื่อนแค่แสดงความคิดเห็น!” ครามทำหน้าแบบที่ทำให้ผักบุ้งหัวเราะออกมาใส่ชลิต “แจมมี เชื่อกูป่ะ?”


เชื่อคนตอบไม่ใช่ชลิตที่โดนถามแต่เป็นแจม ทะเลาะกันเหรอ?”


เฮ้ย มึงถามผิดมั้งเซนต์หัวเราะ เคยไม่ทะเลาะกันด้วยเหรอ?”


ถามจริง ๆ ทะเลาะกันใช่ไหม ไม่นับเรื่องที่ตกบันไดนะ

 

ผักบุ้งไม่เข้าใจจุดประสงค์ของแจมที่ถามออกมาแบบนี้ ทำไมถึงได้ถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วถามแบบนี้จะให้ตอบอย่างไร ตอบอะไรได้บ้าง แค่รู้ยังไม่รู้เลยว่านั่นเรียกว่าการทะเลาะกันรึเปล่า


มันเริ่มต้นด้วยอารมณ์โกรธของผักบุ้ง ก่อนจะจบลงด้วยความเสียใจ


กูผิดเอง มึงพอใจยัง?”


ไอ้ลิต ไม่ใช้อารมณ์ กูไม่ได้เข้าข้างผักบุ้ง


แล้วจะถามทำไม?”


กูก็ไม่อยากให้ทะเลาะกันไหม มึงมีเรื่องไม่สบายกูก็อยากจะช่วย


มึงช่วยใครวะแจม กูหรือบุรินทร์?”


มัน—”


เราผิดเองผักบุ้งทนไม่ได้ที่เห็นชลิตกับแจมคุยกันไม่ค่อยดี เราเริ่มก่อนเอง ขอโทษนะ


“...”


แจมไม่ได้ช่วยเราหรอก แจมเป็นเพื่อนชลิตนะ แจมต้องช่วยชลิตอยู่แล้ว


มันเหมือนช่วงเวลาที่มีแต่ความอึดอัด ผักบุ้งได้ยินเสียงถอนหายใจดังออกมาจากเซนต์แล้วมันก็ยิ่งรู้สึกผิด เพราะเรื่องของผักบุ้งอีกแล้ว ชลิตกับแจมถึงได้พูดคุยกันไม่ค่อยดี ถ้าไม่มีผักบุ้งสักคน ความเป็นเพื่อนของชลิตกับแจมคงไม่เป็นแบบนี้


คะ...ครามเอาไก่ไปกินนะ เรายังไม่ได้กินเลยผักบุ้งเลื่อนจานไปให้เพื่อนที่นั่งใกล้กันมากที่สุด เอาไว้มีโอกาสจะมาช่วยอีกนะ ถ้าเกิดว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย


อ้าว แล้วทำไมไม่กินสีหน้าของครามเต็มไปด้วยคำถาม จะไปไหน?”


เราจะกลับบ้านแล้ว เดี๋ยว...เดี๋ยวมืดแล้วแม่เป็นห่วงผักบุ้งพยายามยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากให้เพื่อนลำบากใจ “ขอบใจมาก ๆ เลยนะ”


ข้าวของที่เอามาด้วยรวมถึงถุงขนมสองถุงที่คุณแม่ของชลิตและแจมให้มานั้นถูกผักบุ้งหอบหิ้วออกจากบ้านของชลิตไปอย่างเร่งรีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่เสียงของแจมที่บอกว่าไม่ต้องกลับหรอกก็ยังไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของผักบุ้งเปลี่ยนไป


ทำไมมันจะต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ ทุกครั้งที่คิดว่ามันจะดีขึ้นแล้วแท้ ๆ ทั้งที่คิดว่าพยายามกันอีกสักครั้งก็แล้วกัน...แต่ก็ยังมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกเสียใจแบบนี้


ผักบุ้งคิดภาพตัวเองทะเลาะกับคะน้าแล้วก็ลันเตาไม่ออก เพราะว่าเป็นแบบนั้นแล้ว สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตนี้คือการเห็นเพื่อนทะเลาะกัน ถ้าเกิดว่ามันจะเป็นเพราะผักบุ้ง เราก็ไม่ควรจะไปนั่งอยู่ตรงนั้น ทนฟังเพื่อนทะเลาะกันโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย


เท้าทั้งสองข้างผักบุ้งเริ่มก้าวไปอย่างเร่งรีบเพื่อให้ถึงเป้าหมายอย่างป้ายรถประจำทางให้เร็วที่สุดเพราะอยากจะกลับบ้านไปกอดแม่แน่น ๆ หนึ่งที ถึงแม่จะไม่รู้แต่ว่าแม่ก็จะให้กำลังใจผักบุ้งเสมอ จะต้องรู้สึกดีกว่านี้แน่ ๆ


แจมจะลำบากใจไหมนะที่ให้คำปรึกษาผักบุ้งแล้วต้องมาทะเลาะกับชลิตที่คิดว่าแจมเข้าข้างผักบุ้งตลอดเวลา แล้วชลิตจะโกรธผักบุ้งอีกไหม แค่เรื่องที่ผ่านมายังทำให้ดีขึ้นไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องก็คงจะไม่ไหวแล้วจริง ๆ


“บุรินทร์!


ยังไม่ทันจะได้ทิ้งตัวลงนั่งที่ป้ายรถประจำทาง เสียงทุ้มต่ำที่ให้ผักบุ้งทั้งกลัวและดีใจไปพร้อมกันได้นั้นดังขึ้นจนทำต้องหันไปมองด้วยความตกใจทั้งที่ร่างกายนั้นเหมือนจะขยับไม่ได้ไปแล้ว


ชลิต...ขับมอเตอร์ไซค์ตามผักบุ้งมา...


“ขึ้นมา”


ชลิตมาทำไม?”


“...”


“ต้องไปคุยกับแจมนะ กลับไปคุยกับแจม”


“เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้ มันนอนบ้านฉัน” ชลิตตอบเหมือนว่าที่ผ่านมาไม่ได้คุยอะไรกับแจมไม่ดีเลย “ขึ้นมา”


“...”


“บุรินทร์”


“เรา...อยากกลับบ้าน”


“ก็จะพากลับบ้าน” ชลิตมองหน้าผักบุ้ง “อย่าให้พูดซ้ำนะ”


“...”


“บุรินทร์ หรือจะให้ลงไปลาก?”


ทั้งมือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นนั้นแสดงออกได้ถึงอาการที่กำลังใช้ความคิดของผักบุ้ง ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปรับหมวกกันน็อกจากชลิต เป็นใบเดิมกับที่เคยใส่ตอนไปซื้อกระดาษด้วยกันเลย


“จะ...จะไปส่งที่บ้านเหรอ?”


“เออ”


“เดี๋ยวเราบอกทา


“จำได้ ขึ้นมาสักที”


การขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ของชลิตในครั้งนี้ไม่ได้ทุลักทุเลเหมือนครั้งก่อน เพราะว่าวันนี้ชลิตไม่ได้ขี่คันใหญ่ ๆ ที่ลันเตาบอกว่าโดนถีบตกรถแล้วอาจจะตายได้ แต่เป็นคันที่ถ้าผักบุ้งจำไม่ผิดน่าจะเรียกว่าเวสป้าเพราะเคยเห็นผ่านในนิตยสารที่พี่ตุ้งอ่าน ยังคิดอยู่เลยว่าคันแค่นี้ทำไมแพงจัง


แต่ก็ดูเหมาะกับชลิตดีเหมือนกัน...


เป็นคนที่ต่อให้พยายามคิดมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าจะเดาทางไม่ถูกอยู่เสมอ พอทำให้เสียใจแล้วก็จะมาทำให้ดีใจ แล้วก็ทำให้เสียใจอีก แล้วก็ทำให้ดีใจอีก ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ผักบุ้งเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ให้ชลิตทำแบบนี้ไปได้นานสักเท่าไหร่ แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย แต่จะโทษชลิตคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษผักบุ้งด้วยที่ไม่เคยทำอะไรได้เลย


ชลิต! บ้านเราเลี้ยวซ้ายไม่ใช่เลี้ยวขวา!


เถอะหน่า!


ผักบุ้งที่กำลังมองตึกราบ้านช่องในกรุงเทพที่อยู่มาตั้งแต่เกิดนั้นตกใจที่ชลิตเลี้ยวไปทางขวาทั้งที่บ้านของผักบุ้งต้องไปทางซ้าย แล้วคำว่าเถอะหน่ามันหมายความว่าอย่างไร


ชลิต...


เงียบ


พอโดนบอกให้เงียบ ทั้งคำพูดหรือว่าหัวใจก็ไม่ได้ส่งเสียงออกไปให้ชลิตได้ยินอีก ผักบุ้งได้แต่มองสิ่งที่อยู่รอบ ๆ กาย ก่อนจะพบว่ามันก็เส้นทางที่ผักบุ้งรู้จักดีพอ ๆ กับบ้านของตัวเองเลย


ชลิตจะพาเราไปบ้านคะน้าเหรอ?”


เออ


“...”


ยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่รึไง?”


อื้อ...


พอได้ยินแบบนี้แล้ว...ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้จริง ๆ


บ้านของคะน้าเป็นตึกแถวสามชั้นขนาดสองห้องที่กว้างขวางพอสมควร ชั้นที่หนึ่งนั้นเปิดกิจการร้านราดหน้าและเมนูเส้นหลากประเภท เมื่อปีที่แล้วเพิ่งมีเมนูใหม่ที่ชื่อว่าข้าวหน้าหมูนุ่ม กินแล้วให้ความรู้สึกว่ากินข้าวหน้าหมูในแบบที่ต่างออกไป ผักบุ้งเองก็ชอบกินเหมือนกัน แต่ก็ไม่ชอบเท่าสุดยอดราดหน้าอยู่ดี


เพราะว่ามาบ่อยจนรู้ว่าระบบการรอคิวนั่งโต๊ะของที่นี่หรือว่าระบบสั่งกลับบ้านเป็นอย่างไร ทันทีที่รถเวสป้าของชลิตจอดสนิทดีแล้ว ผักบุ้งก็รีบลงจากรถก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออกเพื่อไม่ทำให้ชลิตเสียเวลาไปมากกว่านี้


เดี๋ยวเรา...เราสั่งกลับบ้านนะ จะได้ไม่เสียเวลา


ตามใจ


ชลิตเอาอะไรไหม?”


ไม่


ทั้งที่คิดว่าจะรออยู่ที่รถ แต่ชลิตก็ถอดหมวกกันน็อกก่อนจะเดินมาด้วยกัน มายืนรออยู่หน้าร้านเพื่อสั่งเมนูกับแม่ของคะน้าที่ปกติแล้วจะเป็นคนรับรายการอาหาร แต่วันนี้กลับเป็นคะน้าที่กำลังจดชื่ออาหารยิก ๆ เขียนชื่อลูกค้าแล้วฉีกกระดาษเพื่อให้คนที่ทำอาหารได้ดูต่อไป


ราดหน้าเส้นหมี่ใส่ไข่พิเศษ...


อ้าว ไหนบอกไม่—“ คะน้าที่เงยหน้ามาจากสมุดจดพูดกับผักบุ้งยังไม่ทันจบประโยคก็เงียบเพราะเห็นหน้าชลิต ก่อนจะหันกลับมามองผักบุ้งอีกที แล้วหันไปมองหน้าชลิตใหม่ กูพลาดช็อตเด็ดกีฬาดังอะไรไปรึเปล่า พวกมึงมาด้วยกันได้ไง?”


เอ่อ...คือเรา—”


เสือก


เออ กูเสือก!คะน้ามีความภาคภูมิใจ! ปุยฝ้ายมึงอ่ะ กูยังไม่ได้เคลียร์!


อะไรของมึง?”


ผักบุ้งตกใจตั้งแต่คำว่าเสือกของชลิตแล้ว แต่ท่าทางที่ดูเหมือนพูดเล่นมากกว่าจะจริงจังนั้นทำให้คิดว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก ไม่ได้ทะเลาะกัน


มึงชอบคนที่ชื่อปุยฝ้ายใช่ไหม?”


แล้วมึงมายุ่งอะไรกับกู งานการมีทำก็ทำไป


ไอ้บุ้ง มึงถามมัน! ถ้าไม่ถามก็มาจดแทนกู!


คะน้าบอกผักบุ้งก่อนจะหันไปคุยกับลูกค้า ถามว่าเมื่อกี้พี่เอาอะไรนะ เส้นใหญ่เพิ่มไข่สองใช่ไหม?


ชลิ—”


ไม่ต้องมาถาม


แต่คะน้าจะโกรธนะ


ชลิตก็โกรธเหมือนกันคนที่พาผักบุ้งมาร้านราดหน้าทำหน้าเหมือนเบื่อหน่าย จะรู้ไปให้มันได้อะไรขึ้นมา"


ชลิต...ชอบเหรอ...ไหนแจมบอกว่าไม่ใช่ แต่ว่า... ก็น่ารักดีนะ เหมือนกระต่ายมีแก้มสีชมพูเลย


คนที่ฉันชอบน่ารักกว่านั้นอีก


“...”


จะอยากรู้ไปทำไม ไอ้แจมบอกอะไรมาอีก


“...” ผักบุ้งรู้สึกเลิกลั่ก จะแสดงออกมากไม่ได้ กลัวมีพิรุธ มะ...ไม่ใช่นะ


บุรินทร์ เดี๋ยวนี้หัดโกหกรึไง?”


มะ...ไม่ได้...เฮ้อ...มันไปไม่รอดจริง ๆ แจมไม่ได้บอกนะ เราถามเอง เราผิดเอง ชลิตไม่โกรธแจมได้ไหม?”


“...”


เรื่องเมื่อกี้ด้วยนะ ถ้าจะโทษใครก็ให้โทษเราเถอะ


ฉันไม่เคยโกรธแจม มันเองก็รู้ เราไม่เคยโกรธกัน


“...”


มันพูดรึไงว่าฉันมีคนที่ชอบแล้ว นายไปถามอะไรมัน?” ชลิตกำลังถามสิ่งที่ผักบุ้งตอบไม่ได้ ทำไมไม่ตอบ?”


“...”


บุรินทร์


ไม่ได้นะ พูดไม่ได้ถึงผักบุ้งจะคิดว่าชลิตรู้ แล้วแจมก็บอกว่าชลิตรู้ แต่ต้องแข็งใจไม่พูดออกไปให้ได้ เรา—”


บุรินทร์!


เราถามว่าชลิตมีแฟนรึยัง?!” ผักบุ้งรู้สึกอายเหลือเกิน ทำไมต้องมาบังคับให้พูดด้วย ห้ามตัวเองก็ไม่ได้ ได้ยินชื่อของตัวเองที่มาจากเสียงของชลิตแล้วยิ่งต้องตอบ


แล้วทำไมไม่ถามชลิต ไปถามแจมทำไม?”


ระ...เราถามได้ที่ไหน ถามไม่ได้หรอก


ทำไมจะถามไม่ได้?”


ชลิตจะพูดเหมือนเมื่อกี้ ถามว่ามายุ่งเรื่องอะไรของชลิต...


อ้าว ก็รู้นี่


ชลิตอ่ะ...


จากความรู้สึกอายนั้นเปลี่ยนไปเป็นอาการขัดเขินตามความรู้สึกของหัวใจ ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปไม่นาน แต่ผักบุ้งก็ไม่คิดเลยว่าจะได้กลับมาคุยกับชลิตแบบนี้อีก เหมือนตอนที่เราอยู่ที่สุพรรณบุรีด้วยกัน


ยิ่งเย็นร้านของคะน้าคนยิ่งเยอะ ผักบุ้งกับชลิตที่ยืนรออยู่ข้างหน้าจึงจำใจต้องย้ายไปยืนรออยู่บนิเวณหนึ่งที่ทำให้ผักบุ้งยืนบนฟุตปาธ ส่วนชลิตนั้นยืนที่พื้นถนน พอเป็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกเหมือนความสูงของผักบุ้งจะกระเตื้องขึ้นมาเทียบกับชลิตได้บ้าง


ชลิตไม่ได้ทะเลาะกับแจมจริง ๆ นะ


ไม่จริง


“...”


เบื่อทะเลาะกับบุรินทร์แล้ว ไปทะเลาะกับแจมดีกว่า


ผักบุ้งยอมรับว่าตาของตัวเองโตขึ้นมาโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินว่าไม่จริง ก่อนที่จะหลุดยิ้มออกมาตอนที่ได้ยินประโยคถัดไปที่ชลิตพูดออกมา


ไม่เอา ไม่ให้เบื่อ


เบื่อแล้ว ขี้แยนัก เอาแต่ร้องไห้อยู่ได้


ไม่จริง เราจะไม่ร้องไห้แล้ว เราสัญญาผักบุ้งจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว เพราะชลิตบอกว่ามันน่าเกลียด ชลิตอย่าเบื่อเราเลยนะ ห้ามทะเลาะกับแจมด้วย


สั่งไง?”


สั่ง!ผักบุ้งเสียงดังใส่ชลิตก่อนจะยิ้มกว้างเป็นตาสระอิ ชลิตต้องทำนะ


ถึงจะชลิตจะเบือนหน้าหนีแต่ผักบุ้งก็ยังคงยิ้มต่อไป เพราะสิ่งที่รู้สึกได้ในขณะนี้ที่เรายืนรอราดหน้าหนึ่งถุงอยู่ด้วยกันว่ามันไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดเลย ถึงจะไม่ได้ใช้เวลากับชลิตมากนัก แต่ผักบุ้งก็รู้ว่าระดับอารมณ์ของชลิตนั้นเป็นไปในทางที่ดี


ไม่ทำ


ทำ!


ไม่ต้องมาพูดมาก


ไม่ได้พูดมาก พูดให้ชลิตทำ


“...ติดไอ้สองมาไงเนี่ย?” ชลิตมองหน้าผักบุ้งที่ตอนนี้เริ่มมีความมั่นใจในการคุยกับชลิต เดี๋ยวนี้เถียงแล้วไง?”


ไม่ได้เถียงสักหน่อยผักบุ้งสบตากับชลิต ไม่เอาแบบสองนะ สองชอบแซวเรา เราจะไม่แซวชลิ—”


ไอ้ลิต มาจ่ายเงินค่าราดหน้าให้ลูกกู!


ไม่เอา ๆ เราจ่ายเอง

 

ผักบุ้งเตรียมตัวออกวิ่งและล้วงแบงก์ยี่สิบสองใบออกมาจากกระเป๋า แต่พอโดนดึงคอเสื้อแล้ววิ่งไม่ไปก็ได้แต่ทำหน้าเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเห็นชลิตยื่นแบงก์ร้อยไปให้คะน้าแล้วยิ่งทำหน้าไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ทำไมคะน้าต้องบอกให้ชลิตไปจ่าย ทั้งยังโบกมือไล่ให้ออกไปได้แล้วเพราะเห็นหน้าแล้วอยากคุยด้วย ตอนนี้ต้องทำงานจริง ๆ เพราะแม่จะด่า เอาไว้ปิดร้านแล้วจะโทรหาผักบุ้งอีกที


แล้วชลิตจะจ่ายเงินให้ทำไม ไม่เห็นจะต้องจ่ายให้เลย


“ชลิต เอาเงินเรา


“ไม่” ชลิตไม่รับเงินจากผักบุ้ง “ขึ้นมา จะได้รีบไปรีบกลับ”


สองนาทีที่แล้วยังคุยกันดี ๆ อยู่เลย ทำไมตอนนี้ต้องมาทำหน้าเหมือนไม่พอใจใส่ด้วย แล้วที่บอกว่าไม่ได้ทะเลาะกับแจมนั้นจริงรึเปล่านะ แล้วที่บอกว่าคนที่ชอบน่ารักกว่าคนที่ชื่อปุยฝ้าย...


หลายคำถามเกิดขึ้นในใจของผักบุ้งที่ตอนนี้ได้แต่นั่งเงียบแล้วซ้อนเวสป้าของชลิตเพื่อกลับบ้าน ตั้งใจดูทางเพราะกลัวว่าชลิตจะหลงจริง ๆ เคยไปส่งผักบุ้งที่บ้านแค่หนึ่งครั้งคงจะยังจำไม่ได้อย่างแน่นอน ลันเตาที่มาหนึ่งร้อยครั้งแล้วยังเลี้ยวผิดเสมอเพราะใจบอกว่าให้ตามกลิ่นหมูปิ้งเจ้าเด็ดไป


แต่ผักบุ้งไม่ได้พูดอะไรเพราะชลิตไม่หลงทาง จะแยกไหนหรือเส้นทางใดก็เลี้ยวถูกจนผักบุ้งแปลกใจที่มาถึงบ้านของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ถุงราดหน้ายังร้อนเหมือนตอนที่ออกจากร้านมาอยู่เลย


“ยะ...อย่าเพิ่งกลับนะ!


ผักบุ้งทำใจกล้าดึงชายเสื้อกีฬาสีดำของชลิตเอาไว้ ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงไม่กล้าทำและทำไม่ได้ด้วย แต่วันนี้...


“อะไร?”


“...ชลิตไม่ได้ทะเลาะกับแจมจริง ๆ ใช่ไหม?” ผักบุ้งเครียดจริง ๆ “ถ้าชลิตคิดมากเรื่องเพื่อน เราอยากบอกชลิตเอาไว้เลยว่าแจมเป็นห่วงความรู้สึกของชลิตมาก ๆ เต็มสิบแจมให้ชลิตร้อยนึงเลยนะ”


“แล้วบุรินทร์ได้เท่าไหร่?”


“...สอง”


“สองล้านน่ะสิ”


“ไม่จริงเลยนะ!” ผักบุ้งไม่ได้ได้สองล้านจากแจม “เราพูดจริง ๆ นะ เราไม่อยากให้ชลิตทะเลาะกับเพื่อน”


“ก็บอกว่าไม่ได้ทะเลาะ ปล่อยได้แล้ว จะกลับบ้าน”


“มะ...มีอีกเรื่อง...”


“มีอีก?”


“อื้อ...” ผักบุ้งสบตาชลิต บอกตัวเองว่าความจริงใจของเราจะไม่มีวันทรยศ ต่อให้วันนี้ชลิตจะตอบอะไรกลับมาผักบุ้งจะไม่เสียใจ “ที่...ที่ชลิตบอกให้เราเลิกพยายาม เราไม่ทำได้ไหม?”


“...”


“ชลิตบอกว่าเคยคิดอยากจะเป็นเพื่อนกับเราอยู่เหมือนกัน ถ้าเราพยายามอีกครั้ง ชลิตอาจจะเป็นเพื่อนกับเราก็ได้”


“...”


“ให้เราพยายามต่อไปเถอะนะ เราอยากเป็นเพื่อนกับชลิตจริง ๆ”


ผักบุ้งรู้ว่าเสื้อของชลิตจะต้องยับยู่ยี่แน่ ๆ เพราะมือของผักบุ้งกำลังกำมันเอาไว้แน่น สุดท้ายแล้วก็ไม่กล้าสบตาเพราะความรู้สึกในใจที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ถึงจะคิดว่าไม่เสียใจที่ได้พูดออกไป แต่ไม่ว่าเป็นใคร ถ้าได้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับผักบุ้งในตอนนี้ก็คงจะต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน


ถ้าชลิตบอกว่าไม่...ก็คงจะพยายามต่อไปไม่ได้อีกแล้ว


“...ก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากให้เสียใจทีหลัง”


“ถ้าไม่ได้ทำเราก็เสียใจเหมือนกัน จะตอนนี้หรือตอนไหนเราก็เสียใจทั้งนั้น มันไม่ได้ต่างกันสักหน่อย”


“...”


“...”


“จิตใจทำด้วยอะไรวะเนี่ย...” ชลิตเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับผักบุ้ง “พูดไปขนาดนั้น ไม่เกลียดกันหน่อยรึไง?”


“ไม่เกลียด” ผักบุ้งไม่มีวันจะรู้สึกแบบนั้น “เราไม่มีวันเกลียดชลิตหรอก”


“ถ้าอย่างนั้น...มาสู้กันไหม?”


“...”


“ถ้าจะไม่ยอมจริง ๆ ก็เอาให้มันตายกันไปข้าง”


“...”


“อย่ามาร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน”


“ไม่ร้องหรอก” ผักบุ้งจะไม่กลัวอีกแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีก “ถึงจะแข่งปิงปองได้ที่สอง แต่เรื่องชลิตจะได้ที่หนึ่งนะ”


“เข้าบ้านไปเลยไป ปล่อยเสื้อด้วย รำคาญ”


“อื้อ..." ผักบุ้งปล่อยมือออกจากเสื้อของชลิต "กลับบ้านดี ๆ นะ ถึงบ้านแล้วบอกด้วยได้ไหม?”


“ไม่ได้”


ผักบุ้งยืนมองแผ่นหลังของชลิตจนลับหายจากสายตาไปด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่ครั้งหนึ่งเคยยิ้มมาในชีวิต


ผักบุ้งจะไม่กลัว จะไม่ร้องไห้ แล้วก็จะไม่มีวันแพ้ด้วย จะเต็มที่ที่สุดในแบบที่ไม่เคยกล้าทำมาก่อน ตั้งแต่วันนี้จะทำให้ดีที่สุดมากกว่าที่เคยทำมา


นอกจากใจ...ก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วนี่...


เต็มที่ไปเลย!  









-new ผักบุ้ง-

แล้วเธอจะรู้ว่าใครที่จะมาร้องไห้ทีหลัง

#ชลิตไม่กินผักบุ้ง




B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.599K ครั้ง

6,128 ความคิดเห็น

  1. #6108 northlimit (@exxrnie) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:41
    รู้กแม่ต้องชนะ คนร้องไห้ต้องเป็นชลิต!!!
    #6108
    0
  2. #5961 guss_toy (@guss_toy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 21:44
    สู้เขารู้กแม่!!!
    #5961
    0
  3. #5788 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 10:00
    ความสุขตอนอ่านคือขึ้นแล้วก็ดิ่ง ขึ้นแล้วก็ดิ่ง 555555555 คือแบบ ชอบไม่ชอบ ชอบหรืออะไร สับสนไปหมดกะชลิต แต่ก็โกรธอยู่ดีเพราะบุ้งร้องให้ทุกตอน
    ปล.หลายตอนมีคำผิดเล็กน้อยน้า
    #5788
    1
    • #5788-1 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 10)
      5 ธันวาคม 2562 / 10:00
      ร้องไห้*
      #5788-1
  4. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 17:17
    ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าพี่ชลิตนางชอบน้องผัก แต่มันน่าคิด แต่มันก็ไม่น่าเชื่ออยู่ดี อ้ย ไบโพล่าแล้วฉัน TT
    #5679
    0
  5. #5435 kwa_rkh (@kwa_rkh) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 06:43
    จีบเพื่อนก็ได้ชลิต อยากแหมให้รอบโลก
    #5435
    0
  6. #5300 KUMDAM (@KUMDAM) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 03:31
    เรื่องหน้าขอผักบุ้งไม่กินชลิตนะคะไรท์5555555555555555555 ฮือมันคับมันแค้นใจ
    #5300
    0
  7. #5292 แพะบยอน❤ (@zpen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 01:31
    เออทำไมต้องอยากให้เกลียดกันไปเลยก็ดี มีใครงงเหมือนชั้นบ้าง ถ้าบอกว่าไม่อยากเปนเพื่อนกับคนที่ชอบแต่ก้ไม่น่าจะอยากให้เกลียดมั้ยเอ่ย ชลิต!ตอบชั้นสิชลิ้ตตต!!!
    #5292
    0
  8. #5244 FCLT (@fahnamfah) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 16:28
    ผักบุ้งคือสู้มากอะรูก
    #5244
    0
  9. #5127 ไพลอท (@pasuda56) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 08:58
    ชลิตเป็นคนแบบไหนกันกันเนี้ย ชั้นสงสารลูกเดี๋ยวมาทำให้ดีใจเดี๋ยวมาทำให้เสียใจ ชั้นอยากจะฟาดดด
    #5127
    0
  10. #4987 POWEROFMONEY (@POWEROFMONEY) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 15:08
    บอกชอบโดยไม่มีคำว่าชอบหรอชลิต
    #4987
    0
  11. #4958 KPICMY_REAL (@KPICMY_REAL) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 10:18
    กลัวอารมณ์พี่ชลิตมาก จะเอาไงอีพี่
    #4958
    0
  12. #4943 Mat.ing (@formin-97) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 04:16
    ลูกแม่ สู้เค้าผักบุ้งง!!! พี่ลิตเจอดีแน่ หึ!
    #4943
    0
  13. #4922 Kyss (@KyungSoo_KaiSoo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:19
    คนนึงปากแข็ง คนนึงใสซื่อ เปนน่ารัก ค่อยๆก้าวกันไปหาทีละนิด เปนน่ารักแท้
    #4922
    0
  14. #4850 CHEHOHO (@ppcherry) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 05:59
    คืองงกับตัวชลิตมากอะเหมือนเป็นไบโพล่ารู้สึกเหมือนบุ้งพยายามอยู่คนเดียวเลยเอาจริงอยากเชียให้มูฟออนมาก
    #4850
    0
  15. #4795 KAMSNW (@kamsnw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:04
    วิ่งชนไปเลยน้องบุ้งงงง สู้เขาาาาา
    #4795
    0
  16. #4708 bbblueskyy (@skyhappy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 12:32
    น้องบุ้งสู้สุดใจจริงๆลูกแม่
    #4708
    0
  17. #4663 ชาอิน ~ (@Jowcoconut) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 16:26
    อยากกินราดหน้าเลยอ่ะ ยอมใจในความพยายามของผักบุ้งมาก ทำไมน่ารักอย่างนี้นะ
    #4663
    0
  18. #4651 Wendywithdaisy (@remiii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 13:08
    ชอบเอเนอจี้คะน้าเหลือเกิน5555555555555555555555
    #4651
    0
  19. #4601 kalicehqx (@kalicehqx) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 03:08
    เขินนะ แทนตัวเองด้วยชื่อเนี่ย
    #4601
    0
  20. #4369 parkxbyun (@oohsenoey) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 17:46
    น้องพยายามจริงๆ สู้ๆนะรู้กกก
    #4369
    0
  21. #4352 Spkkhh (@Khimmmtt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 00:00

    ไม่รู้แหละใครทำรู้กชั้นร้องนะ ชั้นจะไปจัดการให้หมด!!!!!



    #4352
    0
  22. #4342 PARKSELOR (@mos_9094) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 21:02
    นายชลิตเวลาขมวดคิ้ว ฮือออออ หล่อที่สุดในโลก ก็เป็นเพื่อนกันไป ก็จีบเพื่อนไปเลยไงชลิต อย่ากระจอกสิคะกัปตัน ไม่ชอบเรือเล็กค่ะ .มองเรือสำราญ
    #4342
    0
  23. #4335 Bxxk04 (@Bxxk04) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 19:50
    ยอมใจในความพยายามของผักบุ้งเลย จะกี่ครั้งก้ไม่ยอมล้มเลิกจริงๆ
    #4335
    0
  24. #4319 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 16:27
    อ๋อออ คือชลิตชอบผักบุ้ง แต่ผักบุ้งบอกอยากเป็นเพื่อนชลิต แต่ชลิตไม่อยากเป็นกับคนที่ตัวเองชอบบ อ่อๆเค
    #4319
    0
  25. #4247 popopozhan (@KiNJu8010) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:26
    คืองงกับตัวชลิตมาก เหมือนไบโพล่าอ่ะ คือสรุปชอบน้องบุ้งใช่มั้ย เเล้วทำไมต้องทำให้น้องเกลียด งงๆๆๆๆๆ
    #4247
    0