(exo) ชลิตไม่กินผักบุ้ง ♡ chanbaek

ตอนที่ 12 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,129 ครั้ง
    17 ต.ค. 62





B. :

แจม

แจมว่าเราควรโทรไปหาชลิตดีไหม

เราส่งข้อความไปแล้ว

แต่ชลิตไม่ตอบเลย

เราคิดมากอ่ะ


 

JAM. :

จะบอกว่าควรไหม

มันไม่มีควรไม่ควรอ่ะ

มีแต่จะโทรกับไม่โทร

คิดมากก็โทรได้

มันจะรับไหมอีกเรื่องนึงนะ

5555555555

 

B. :

แจมมมมมม

งั้นเราโทรนะ

ชลิตมีเบอร์เราไหม?

 

JAM. :

ไม่น่ามีนะ

แต่ผักบุ้งมีเบอร์ไอ้ลิตใช่ไหม?

 

B. :

มี ๆ

เราบันทึกไว้ตั้งแต่ขึ้นม.5 แล้ว

ถ้างั้นโทรเลยนะ

จะโทรยี่สิบสายเลย!


 

ผักบุ้งมองเบอร์โทรศัพท์ของชลิตที่ตนเองบันทึกเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ในใจคิดแต่ว่าทำไมชลิตถึงต้องทำให้ผักบุ้งหลุดฟอลอินสตาแกรมด้วย ทั้งยังมีเรื่องที่ได้พูดคุยกันในวันนี้ ไม่น่ารักบ้างล่ะ น่ารำคาญบ้างล่ะ แล้วอยู่ดี ๆ ทำไมถึงได้บอกว่าให้กลับมากินข้าวที่บ้าน


มันเป็นเรื่องค้างคาใจของผักบุ้งจริง ๆ ตั้งแต่วันนั้นก็คิดเอาไว้ว่าจะพยายามให้ดีและจะไม่ทำให้เกิดเรื่องอะไรให้ผิดใจต่อกันจนทับถมลงไปมากกว่าเดิม คืนนี้ที่กลับมาหลังจากไปกินพิซซ่ากับกานต์ ผักบุ้งถึงได้มานั่งผมเปียกอยู่บนเตียงนอนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแบบนี้ พร้อมทั้งกดโทรศัพท์หาชลิตไปด้วย


เรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ต่อให้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ผักบุ้งก็ไม่อยากให้เราต้องมาผิดใจกันอีกแล้ว


ครั้งที่หนึ่งไม่รับ ครั้งที่สองไม่รับ ครั้งที่สามไม่รับ ครั้งที่สี่ไม่รับ ครั้งที่ห้าก็ไม่รับ ครั้งที่หกก็ไม่รับ ครั้งที่เจ็ดครั้งที่แปดครั้งที่เก้าก็ไม่รับ ครั้งที่สิบ...


ชลิต!ผักบุ้งแทบจะเด้งขึ้นมาจากเตียง ผักบุ้งเองนะ! อย่าวางนะ อย่าวาง ๆๆ


(อะไร?)


คือ...ชลิตได้ข้อความเราไหม?”


(บล็อกไปแล้ว)


บล็อกเหรอ!?” ผักบุ้งเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ฟ้าถล่ม บล็อกเราทำไม...


(ไม่อยากคุยกับคนนิสัยไม่ดี)


ระ...เราเหรอ?” ผักบุ้งไม่เข้าใจ เรานิสัยไม่ดีเหรอ?”


(นอกใจอีกแล้วนะ นิสัยเสีย)


เราไม่ได้นอกใจเลยนะ!ผักบุ้งไม่เคยทำแบบนั้น ชลิตพูดอะไร เราไม่ได้นิสัยไม่ดีด้วย


(แล้ววันนี้บอกให้กลับบ้านทำไมไม่กลับ?)


“...”


(บุรินทร์)


ผักบุ้งฟังแล้วรู้สึกเหมือนคนกระทำความผิด ทั้งที่ใจจริงก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้ผิดอะไร ผักบุ้งไปกินข้าวกับเพื่อน ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลยสักนิด ทำไมชลิตถึงต้องไม่อยากให้ไปด้วย


เราแค่ไปกินข้าวเอง ไม่ได้มีอะไรเลย ทำไมชลิตถึงไม่อยากให้ไปล่ะ?” ใจมันอยากจะรู้จริง ๆ กานต์บอกเราว่าเคยอยู่โรงเรียนเดียวกับชลิต เราถามแจมแล้ว แจมก็บอกว่าเคยอยู่กลุ่มเดียวกันแต่ว่ากานต์ออกไปแล้ว ชลิตไม่ชอบกานต์เพราะเรื่องนี้เหรอ?”


(ไม่ใช่ไม่ชอบ)


“...”


(ช่างมันเถอะ แค่นี้—)


ไม่เอานะ ๆๆผักบุ้งจะไม่ยอมให้ชลิตวางสายเด็ดขาด เพียรพยายามโทรตั้งสิบครั้ง จะคุยกันไม่ถึงสิบนาทีไม่ได้ ชลิต...


(อะไร?)


“...เราอยากเข้าใจชลิตนะผักบุ้งพูดด้วยความรู้สึกจากหัวใจ ถึงตอนนั้นชลิตจะบอกว่าไม่ได้คาดหวัง แต่เราก็ไม่อยากจะมาคิดว่าทำไมชลิตถึงทำแบบนั้นแบบนี้ เราอยากจะเป็นเพื่อนกับชลิตจริง ๆ นะ


(...)


ที่เราเคยพูดไป ชลิตไม่ได้ลืมใช่ไหม?”


(...ไม่ได้ลืม)


“...”


(มันชอบนายใช่ไหม กานต์น่ะ?)


ความรู้สึกตกใจแล่นเข้ามากลางอกจนผักบุ้งรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปหนึ่งวินาที ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านอกจากคะน้าที่คาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตได้แม่นราวกับจับวางแล้ว ชลิตก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สิ่งที่กานต์รู้สึกกับผักบุ้งโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากบอกแม้แต่คำเดียว


(ถ้าไม่ชอบก็คงไม่มาหาหรอก ฉันเดาถูกใช่ไหมล่ะ?)


อื้อ...ผักบุ้งไม่อยากปิดบังชลิต กานต์บอกเราว่าชอบ แล้วก็...ก็บอกว่าจะจีบ แต่เราบอกกานต์ไปแล้วว่าให้กลับไปคิดดูใหม่ เพิ่งเจอกันไม่นานเอง


(แล้วบอกว่าอะไรอีก?)


เรา...


ผักบุ้งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านของตนเอง ตอนที่ผักบุ้งลงจากรถมอเตอร์ไซค์ของกานต์มา ก่อนจะส่งยิ้มให้เพื่อนใหม่คนนี้ที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน


เราไม่อยากเอาเปรียบกานต์ ก็เลยบอกไปว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วผักบุ้งตัดสินใจเล่าให้ชลิตฟังทั้งหมด ชลิตว่ากานต์จะเสียใจไหม?”


(แล้วบุรินทร์เสียใจไหมล่ะ?)


ผักบุ้งรู้ว่าคำถามนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ผักบุ้งคุยกับกานต์ แต่มันคือคำถามที่สื่อถึงช่วงเวลาที่ผักบุ้งบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าจะผ่านมันไปให้ได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้สักที


“...เราก็เสียใจนะ แต่คงจะเสียใจกว่านี้ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย กานต์เองก็บอกเราว่าคิดไว้แล้วล่ะ แต่ก็จะ...ก็จะคุยกับเราอยู่ดี” ร่างกายของผักบุ้งรู้สึกร้อนขึ้นมาระหว่างที่คิดว่าทำไมต้องมาพูดเรื่องแบบนี้ให้ชลิตฟังด้วยนะ “ชลิตเล่าเรื่องตัวเองบ้างสิ”


(อยากรู้อะไรล่ะ?)


“เราถามได้เหรอ?!” ผักบุ้งดีใจที่สุดเลย “...ไม่รู้จะถามอะไรเลย มีเรื่องอยากถามเต็มไปหมด...”


(งั้นก็ไม่ต้องถาม)


“ไม่เอา...” ผักบุ้งจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไป “ทำไม...ทำไมชลิตถึงชอบ...ว่าเราเหรอ?”


(...)


“ทั้งบอกว่าไม่น่ารัก แล้วก็น่ารำคาญ แล้ววันนี้ชลิตก็ตวาดเราด้วย ไม่ใช่ว่าเรารับผิดชอบความรู้สึกตัวเองไม่ได้ แต่บางทีก็รับมือชลิตไม่ถูกเหมือนกัน...”


(...)


“ที่ถามไม่ใช่ว่าไม่พอใจนะ อยากจะรับมือให้ได้ หรือว่าต้องเถียงกลับไปเลย...”


(...บางทีเวลาที่เห็นหน้านาย ฉันก็คิดขึ้นมาเหมือนกันว่าหน้าแบบนี้แหละ...ที่ทำฉันตกบันได)


“...”


(พอมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่ดีแล้วก็เห็นหน้านายอีก มันก็เลยควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้...ไม่ได้พอใจแต่เสียใจล่ะสิ นายน่ะ?)


“เรา...ไม่มีสิทธิพูดแบบนั้นหรอก” มือของผักบุ้งกำผ้าห่มแน่นเสียจนเจ็บ “เรารู้ว่าชลิตเสียใจกว่าเราอยู่แล้ว” 


()


“เราขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ”


(...ฉันก็ขอโทษเหมือนกัน เรื่องที่ว่านายวันนี้น่ะ ถึงจะเป็นเรื่องจริงแต่ก็)


“ชลิตอ่ะ!” ผักบุ้งเสียงดังทั้งที่ยิ้มออกมา “เรื่องจริงอะไรเล่า...”


(ทำไม จะบอกว่าตัวเองน่ารักรึไง?)


“เราน่ารัก” ผักบุ้งพูดไปยิ้มไป “เราไม่น่ารำคาญ แล้วเราก็มีคนมาจีบด้วยนะ”


(ไปนอนเลยไป ฟุ้งซ่าน)


“ไม่ไปหรอก เรามีเรื่องอยากถามชลิตอีก...สองสามเรื่อง”


(เยอะไป ง่วงนอนแล้ว)


“ง่วงนอนแล้วเหรอ?” ผักบุ้งลืมเสียสนิทว่าชลิตเป็นคนนอนเร็ว รู้มาจากเซนต์ว่าชลิตนอนเร็วตื่นเช้า ตื่นไปวิ่งกับพี่เบิ้มนั่นแหละ “จริง ๆ แล้วเราโทรมาเรื่องอินสตาแกรม...”


(ไม่ให้ฟอลแล้ว)


“ไม่เอานะ ทำไมอ่ะ” ผักบุ้งอยากดูสตอรี่ของชลิต ถึงจะลงสองสามวันหนึ่งครั้งแต่ผักบุ้งก็อยากจะดู “ชลิต...”


(ฟอลกานต์ไปแล้วนี่ ไม่ต้องฟอลชลิตแล้วก็ได้)


“ได้ที่ไหน มันไม่เหมือนกันนะ ทำไมชลิตทำแบบนี้อ่ะ...”


(แลกกันไหม บุรินทร์ไปอันฟอลกานต์ แล้วเดี๋ยวชลิตอันฟอลให้คนนึง บุรินทร์เลือกมาเลย)


“...”


(เอาไง?)


“แต่ทำแบบนั้นกานต์จะรู้สึกไม่ดีนะ ถึงเราจะไม่ได้ชอบ แต่ว่าเราก็ไม่ได้อยากให้ใครมารู้สึกแย่กับเรา แล้ว...เราก็ไม่รู้จะให้ชลิตอันฟอลใครด้วย”


(งั้นก็จบ ไปนอนแล้)


“ไม่จบ ๆ เราขออีกห้านาทีนะ” ผักบุ้งอยากได้มากกว่านั้น แต่พูดไปแค่นี้ก่อน “เรา...เราอยากรู้ว่าชลิตกับกานต์มีเรื่องอะไรกัน ชลิตเล่าให้ฟังได้ไหม?”


(แลกกับอะไรล่ะ?)


“เราอันฟอลกานต์เลย กดเดี๋ยวนี้” ผักบุ้งคิดจะไปอธิบายกับกานต์ทีหลังว่ามันเป็นเรื่องจำเป็น ผักบุ้งจะต้องทำจริง ๆ


(ไม่คุ้ม)


“ไม่คุ้มเหรอ งั้น...เรื่องอันฟอลเราขอคิดก่อนได้ไหม ส่วนเรื่องที่เราอยากให้ชลิตเล่า ชลิต...อยากให้ทำอะไรไหม?”


(ไปไกล ๆ)


“ไม่ไป!” ผักบุ้งจะไม่ไปไหน จะไล่สิบครั้งก็จะไม่ไปสิบครั้ง “ชลิต เราจริงจังนะ”


(ชลิตก็จริงจัง)


“ไม่เอา เราไม่อยากไปไกล ๆ ไม่ไป”


(...)


“เราไม่ไปจริง ๆ นะ ไหนชลิตบอกว่าไม่ลืมที่เราขอ แล้วทำไมต้องไล่เราด้วย...”


(...พรุ่งนี้ที่เรียนครึ่งวัน จะไปทำอะไรต่อรึเปล่า?)


ไม่ได้ทำเลย แต่ว่าจะไปช่วยงานเพื่อน ชลิตจะให้ทำอะไรเหรอ ใช้ได้เลยนะผักบุ้งเต็มใจอย่างถึงที่สุด ถ้าจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระในชีวิตยุ่ง ๆ ของชลิต


สำหรับผักบุ้งแล้ว ชลิตเป็นคนที่จัดการเวลาในชีวิตได้ดีมาก ๆ ไม่เคยมีงานค้างหรือการบ้านที่ยังไม่ได้ทำ แต่ครามก็เคยพูดให้ผักบุ้งฟังว่าชลิตไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นเลย เวลาเรียนพิเศษก็ยังไม่มีเพราะต้องทุ่มเทให้กับความฝันของตัวเอง


(จะให้ไปช่วยงาน แลกกับเรื่องกานต์ก็แล้วกัน)


ได้เลย!งานอะไรไม่มีเกี่ยง ไปกับชลิตใช่ไหม?”


(ใช่ เดี๋ยวไปพร้อมกัน)


แล้วต้องเอาอะไรไปเป็นพิเศษไหม?”


(ไม่ต้อง แต่ถ้าทำไม่ดีก็ไม่บอกนะ ดูก่อน)


เราเต็มที่เลย ชลิตเชื่อใจเรานะ


(ไม่เชื่อหรอก นอกใจเก่ง)


ไม่เคยเลยผักบุ้งรู้สึกว่าแก้มตัวเองกำลังแดงก่ำ ทั้งตัวยังร้อนเหมือนคนไม่สบาย แต่ใจกลับบอกว่าถ้าไม่พูดออกไปตอนนี้ คงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว เรา...มีชลิตคนเดียวนะ


(...)


คนเดียวในใจเราเลย

 




 



วันนี้เป็นวันที่โรงเรียนของผักบุ้งจัดกิจกรรมในช่วงบ่ายให้กับเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้น เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายอย่างผักบุ้งจึงได้อานิสงส์จากงานนี้ไปด้วย โดยทางโรงเรียนนั้นยกเลิกการเรียนการสอนให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ทำให้หัวหน้าห้อง 5/10 อย่างแจมนั้นขอความร่วมมือจากเพื่อนทุกคนให้อยู่ประชุมห้อง แจ้งความคืบหน้าในการทำงานของกลุ่มของตัวเองให้เพื่อนทั้งห้องได้รับรู้ รวมทั้งให้คนที่สะดวกอยู่ช่วยทำงานฉากของฝ่ายละครด้วย


ฝ่ายอาหารนั้นบอกว่าวันนี้ไปติดต่อห้องเรียนคหกรรมเอาไว้แล้ว จะทำต็อกบกกีกับคิมบับให้เพื่อน ๆ ได้ชิมกันเพื่อตัดสินรสชาติว่าที่ลันเตาบอกว่าอร่อยแล้วนั้น คนอื่นอร่อยด้วยไหม หรือลันเตาอร่อยอยู่คนเดียว


ผักบุ้งอยากอยู่ชิมคิมบับกับต็อกบกกีของลันเตามาก ๆ แต่พอเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติมเสร็จ ผักบุ้งก็ต้องเก็บของลงกระเป๋านักเรียนให้เรียบร้อยเพราะมีนัดกับชลิตที่ตอนนี้ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้ว ดูเหมือนว่าชลิตจะบอกแจมเอาไว้แล้วว่าจะไปไหน เพราะว่าแจมไม่ได้ถามอะไรเลย


แถมเมื่อเช้า...ยังส่งยิ้มมาให้ผักบุ้งอีกต่างหาก แจมคงจะรู้ว่าวันนี้ผักบุ้งจะไปทำงานกับชลิต ถึงจะยังไม่รู้ว่างานอะไร แต่ผักบุ้งจะตั้งใจให้ดีที่สุดเลย


“มึงจะเก็บของทำไม ไอ้แจมมันจะประชุม”


“อ้าว เรายังไม่ได้บอกคะน้าเหรอ?”


“อะไรอีก!” เพื่อนรักของผักบุ้งหันมามองกันตาขวาง “ตั้งแต่มีความรักนี่ความลับเยอะนักนะ”


“ไม่ใช่นะ เมื่อคืนเราตั้งใจจะบอกคะน้าแล้ว แต่ว่า...แต่ว่าพอคุยกับชลิตเสร็จเราก็เผลอหลับไปเลย”


“คุยกับใครนะ?” ลันเตาทำหน้าเบี้ยวเหมือนกำลังกินมะนาว “ช่วงนี้กูหูฝาดบ่อย...”


“...กับชลิต” วันนี้เป็นวันที่ผักบุ้งอมยิ้มทั้งวัน ตอนนี้ก็ยังยิ้มอยู่ “คือเมื่อวาน


“บุรินทร์ จะให้รอถึงชาติหน้าเลยรึไง?”


“แล้วมึงรอไม่ได้รึไง?” คะน้าสวนกลับชลิตก่อนที่ผักบุ้งจะพูดอะไรทัน “มึงจะพาลูกกูไปไหน ไอ้หัวกะโปก”


มึงไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นสักวันมันจะหายใจไม่ออกรึไง?”


ใครคนอื่น มึงน่ะคนอื่น ผักบุ้งไม่ใช่!


แล้วมึงถามกูไหมล่ะ ความจำมันสั้นเหมือนตัวรึไงชลิตว่าคะน้ากลับเหมือนกำลังสนทนาประโยคธรรมดาในชีวิตประจำวัน


ไอ้—”


ไม่เอา ๆ ไม่ทะเลาะกันนะผักบุ้งไม่อยากให้คะน้าโมโห เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองจะแตก คะน้าจ๋า เดี๋ยวเราส่งข้อความมานะ ต้องไปทำงาน ชลิตรีบ


กูงอนมึงแล้ว ไอ้ถั่วก็งอน มาง้อกูด้วย!


ได้เลย เดี๋ยวมาง้อนะ!

 

ผักบุ้งโบกมือบ้ายบายคะน้ากับลันเตา ส่งสีหน้ายุ่ง ๆ ไปให้ครามที่บอกว่าแฟนกันเค้าก็ไปไหนด้วยกันเนอะ มีเซนต์ที่ส่งยิ้มกว้าง ๆ ให้ และแจมที่บอกว่ามีอะไรโทรมาเลยนะ จะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

 

ไม่รู้ว่าวันนี้ชลิตจะไปไหน ผักบุ้งรู้แค่ว่าเวลาในวันนี้ที่ใช้ไปในโรงเรียนนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ๆ ผักบุ้งที่มาโรงเรียนด้วยอารมณ์เริงร่านั้นบอกสวัสดีตอนเช้ากับชลิตถึงสองครั้ง (เพราะครั้งแรกชลิตทำเป็นไม่ได้ยิน) ก่อนจะได้รับคำตอบกลับมาว่าเออ ได้รีบวิ่งไปช่วยชลิตที่โดนคุณครูใช้ให้ไปยกหนังสือภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจนโดนเพื่อนแซวและโดนชลิตทำหน้าเหม็นเบื่อใส่

 

แต่ว่ามันก็ดีที่ชลิตไม่ได้ปฏิเสธที่จะใช้เวลาไปด้วยกัน

 

คิดย้อนกลับไปเมื่อคืนแล้วผักบุ้งยังหัวใจเต้นแรงอยู่เลย เพราะว่าไม่เคยได้ชอบใครมาก่อน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงทำให้ผักบุ้งรู้สึกว่า ความรักมันเป็นแบบนี้เองสินะ มันทำให้ดีใจได้มากขนาดนี้นี่เอง ผักบุ้งไม่ได้ลืมช่วงเวลาที่เสียใจไม่แพ้กัน แต่ว่าถ้าตอนนี้มีความสุข ผักบุ้งก็เลือกที่จะยึดเหนี่ยวมันเอาไว้ดีกว่าจะไปคิดถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้น

 

ชลิต วันนี้จะไปไหนเหรอ?”


พาบุรินทร์ไปทิ้ง


ไม่จริง...ผักบุ้งไม่เชื่อ แล้วก็มีความสุขด้วยที่ชลิตพูดเล่นใส่ ไปซ้อมบาสแล้วให้เราไปวิ่งเก็บลูกใช่ไหม?”


อยากทำไหมล่ะ?”


ก็ทำได้นะผักบุ้งก้าวเข้าลิฟต์ที่ชลิตเป็นคนกดให้ ก่อนจะยกมือขึ้นกดชั้นหนึ่ง ตามด้วยปุ่มปิดประตูเมื่อชลิตเข้ามาแล้ว เราไม่มีปัญหาเลย


ใครโยนเองก็เก็บเอง จะไปเก็บให้ทำไม


ก็เราคิดไม่ออกนี่หน่าว่าชลิตจะให้ไปทำอะไรผักบุ้งคิดไม่ออกจริง ๆ แต่ชลิตก็ไม่ได้เอากระเป๋ามาด้วย...


ทำมาเป็นรู้ดี...


ถ้าเรื่องชลิตเรารู้ทุกเรื่องเลย


บุรินทร์ขี้โม้...

 

จะบอกว่าตัวเองไม่ได้โม้แต่ชลิตก็เดินออกไปจากลิฟต์แล้ว ผักบุ้งเองก็ได้แต่รีบตามไป เพราะช่วงขาที่แตกต่างกันนั้นทำให้ผักบุ้งต้องรีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามคนที่เดินได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ แถมยังก้าวได้ยาวมาก ๆ อีกต่างหาก

 

วันนี้...วันนี้ขับรถมาเหรอ?”


เห็นเป็นจักรยานรึไงล่ะ


“...ชลิตอ่ะผักบุ้งมองคนที่กำลังเปิดประตูรถอัลติสสีดำเพื่อโยนกระเป๋านักเรียนของตัวเองเข้าไป ชลิตมีใบขับขี่แล้วเหรอ?”


ไม่มีหรอก แต่วันนี้จำเป็น


“...”


ขึ้นรถ เดี๋ยวไปสาย


อะ...อื้อ

 

ผักบุ้งลังเลใจว่าจะนั่งข้างหน้าหรือข้างหลังดี ไม่ใช่ว่าไม่มีมารยาทแต่กลัวชลิตจะไม่อยากเห็นหน้า ขับ ๆ รถไป เห็นหน้าผักบุ้งแล้วรถคว่ำจะทำอย่างไร แต่พอโดนตวัดสายตามาบอกให้นั่งข้างหน้า ผักบุ้งเลยรีบเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับ แทรกตัวเข้าไปอยู่บนรถอย่างรวดเร็วเพราะกลัวโดนว่า

 

ชลิตถอยรถมือเดียวได้ด้วย แถมยังดูสบาย ๆ เหมือนขับได้มานานแล้ว ผักบุ้งยังขับรถไม่เป็นเลย

 

แอร์เย็นไหม?”


ก็...ก็โอเคนะผักบุ้งไม่ได้รู้สึกร้อนอะไร ทำไมเหรอ?”


นี่เปิดแรงสุดแล้วนะ แอร์มันไม่เย็นชลิตพูดให้ผักบุ้งได้ฟัง อยู่ดี ๆ ก็ไม่เย็น ไม่รู้เป็นอะไร


ชลิตจะให้เราช่วยซ่อมรถเหรอ เราทำไม่เป็นนะ


รู้อยู่ว่าทำไม่เป็น ไม่ได้ให้ทำอันนี้ แต่เดี๋ยวเอาไปซ่อมก่อนชลิตมองผักบุ้งด้วยปลายตา ฉันคงไม่โง่ขนาดให้นายมาซ่อมรถหรอกมั้ง


ใครจะไปรู้ ชลิตอาจจะแกล้งเราก็ได้...


ไม่แกล้งหรอก เกลียด


ไม่ได้ยิน!ตั้งแต่วันนี้ไปจะเถียงกลับทุกคำ จะไม่เจ็บปวด คะน้าบอกว่าเราจะต้องใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็ง เนี่ย เวลาบอกว่าเกลียดก็คือแกล้งเรา เรารู้


เออ เอาเข้าไป

 

ผักบุ้งไม่รู้หรอกว่าชลิตจะเอารถไปซ่อมที่ไหน ผักบุ้งรู้แค่ว่าตอนนี้อยู่บนรถมามากกว่ายี่สิบนาทีแล้ว มีเสียงวิทยุคลอไปไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงา อย่างน้อยผักบุ้งก็รู้สึกดีตอนที่ชลิตฮัมเพลงของพี่แว่นใหญ่ที่เปิดขึ้นระหว่างที่กำลังติดไฟแดง

 

“...ลืมไปว่าชีวิตมันดีแค่ไหน ที่ได้พบความรักดี ๆ ของเธอผักบุ้งร้องเพลงตามชลิต ชลิตชอบเพลงนี้เหรอ?”


ก็ดี...ชลิตหันมามองหน้าผักบุ้งก่อนจะหันกลับมองรถบนถนน พอคิดว่าพรุ่งนี้อาจจะตายก็ได้ ยังไม่ได้เตะบุรินทร์ตกบันไดเลยแล้วมันก็เซ็ง ๆ


“...”


ไม่ต้องมาร้องไห้เลยนะ


ไม่ได้จะร้องสักหน่อย...ผักบุ้งหันมองออกนอกหน้าต่างรถเพื่อให้สมองโล่งขึ้นสักนิดก็ยังดี ก่อนจะคิดได้ว่ายังไม่ได้ส่งข้อความหาคะน้าเลย

 

B. :

เมื่อวานไอจีเราหลุดฟอลชลิต

ก็เลยโทรไปหา

ชลิตก็พูดเรื่องกานต์

ไม่รู้ว่าคะน้ารู้ไหมว่ากานต์เคยอยู่กลุ่มชลิตมาก่อน

ต้องแยกไปตอนขึ้นม.4 แน่เลย

เราก็อยากรู้ว่ามีอะไร

ก็เลยถาม

ชลิตบอกให้มาทำงานวันนี้

ถ้าทำดีแล้วจะบอก

แล้วก็มีเรื่องอันฟอล

ชลิตให้อันไอจีกานต์

แลกกับให้ชลิตอันฟอลใครก็ได้

ให้เราเลือก

ประมาณนี้แหละ


 

KN. :


มึงบอกมัน

ว่าให้อันฟอลคนที่มันชอบ

เดี๋ยวกูดูให้

กูว่ากูรู้แล้ว

เหลือเพียงรอดูเท่านั้น!

อยากรู้ไหม?

 

B. :

ไม่อยาก

คะน้าไปตรวจคำตอบกับแจมเลยนะ

ไม่ต้องผ่านเรา

เดี๋ยวเราบอกให้นะ

 

KN. :

ดี

ถ้าวันนี้มันลวงมึงไปซ้อม

โทรบอกกู

เดี๋ยวกูยกพวกไป

 

B. :

อื้อ

รักคะน้านะ

รักลันเตาด้วย


 

พวกของคะน้าก็ไม่พ้นพี่ ๆ ที่ทำงานอยู่ร้านราดหน้า นึกภาพคะน้าเป็นหัวโจกถือไม้หน้าสามแล้วมันก็ตลกดี แต่ก็รู้ว่าคะน้าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก แม่ตีก่อน

 

บุรินทร์


“...”


งอนรึไง?”


เปล่า...ผักบุ้งไม่ได้คิดแบบนั้น เราไม่ได้เป็นอะไร


ถามแล้วนะ อย่ามางี่เง่าทีหลังก็แล้วกัน


เราไม่งี่เง่าหรอก...ผักบุ้งก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง แต่...ชลิตอยากให้เราตกบันไดบ้างจริง ๆ เหรอ?”


คิดว่าไงล่ะ?”


“...”


ถ้าอยากจริง นายไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก


แกล้งเรานี่เอง...ความรู้สึกในใจหายไปราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “...ตามไม่ทัน


ทำมาตามไม่ทัน เมื่อกี้ยังเก่งอยู่เลย


เราเปล่าสักหน่อยผักบุ้งกลั้นยิ้มไม่อยู่อีกแล้ว ไปไหนเหรอ ไกลจัง


ก็บอกแล้วไงว่าพาบุรินทร์ไปทิ้ง


ไม่ทิ้ง ชลิตไม่ทำหรอกผักบุ้งบอกตัวเองแล้วว่าจะไม่มีวันลงจากรถถ้าไม่ปลอดภัย ไม่คุ้นเลย...


เป็นกรุงเทพในย่านที่ผักบุ้งไม่เคยมา ไม่รู้ว่าทำไมชลิตที่รู้จักเส้นทางแถวนี้ได้ เพราะจากโรงเรียนที่เรียนตอนมัธยมต้นแล้วก็ไม่ใช่โรงเรียนแถวนี้ ถามครามยังเคยบอกผักบุ้งบ้านของชลิตที่ไปทำงานนั้นเป็นบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด แล้วทำไมถึงได้ขับรถเหมือนอยู่มาตั้งแต่สามขวบ จะบอกว่าดูป้ายก็ไม่ใช่ ป้ายในกรุงเทพเชื่อไม่ได้ ผักบุ้งที่อยู่มาทั้งชีวิตแล้วรับประกัน


ชลิตเลี้ยวรถเข้าไปในซอยใหญ่ ๆ ซอยหนึ่ง เป็นซอยที่เลนกว้างมาก ๆ จนสามารถจอดรถข้างทางในแต่ละฝั่งได้อย่างสบาย ๆ ชลิตขับตรงไปไม่ลึกนักก็ไปจอดรถอยู่หน้าอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งที่กินพื้นที่ทั้งหมดสองตึกแถว กว้างกว่าบ้านคะน้าอีก


เพราะชลิตลงจากรถ ผักบุ้งถึงได้รีบเปิดประตูรถเพื่อลงตามไปด้วย ก่อนจะเห็นพี่ผู้ชายหน้าตาดีมาก ๆ คนหนึ่งเดินออกมาจากอู่ซ่อมรถด้วยท่าทีเป็นกันเองจนผักบุ้งคิดว่าเป็นคนที่เห็นหน้าก็รู้สึกว่าอยากเป็นเพื่อนด้วยแล้ว อยากทำความรู้จัก


เฮีย แอร์ไม่เย็น


โอ้โห ไอ้ลิต สวัสดีกูสักคำก็ไม่มีพี่สุดหล่อทำหน้าเบี้ยวก่อนจะยกมือรับไหว้ชลิตที่ยกมือไหว้อย่างรวดเร็ว ส่วนผักบุ้งนั้นไหว้ไม่ทัน ไปดับเครื่องก่อนไป กูจะไปกินเต้าส่วน มึงกินข้าวมายัง?”


ยัง ว่าจะมากินนี่แหละ อาแปะไปไหนอ่ะ


อยู่กับม้าข้างใน เหมือนเดิมไหม เดี๋ยวสั่งให้


ไม่ต้องเฮีย เดี๋ยวไปสั่งเอง


ผักบุ้งได้แต่ยืนมองชลิตกลับเข้าไปในรถอีกครั้งก่อนจะดับเครื่องยนต์และจอดทิ้งไว้หน้าอู่ซ่อมรถ ก่อนจะกวักมือเรียกผักบุ้งที่รีบวิ่งเข้าไปหาทันที ก่อนที่ชลิตจะบอกว่าเดี๋ยวข้ามถนนไปฝั่งนู้น ไปกินข้าว


ไม่หิวก็ต้องกิน ทำธุระนาน


เราหิว ๆผักบุ้งรู้สึกว่าท้องร้องขึ้นมาตอนที่ได้กลิ่นกับข้าวหอม ๆ ชลิตมาแถวนี้บ่อยเหรอ?”


เออ ชอบเอารถมาให้เฮียดู งานอดิเรก


“...แล้วเล่นบาสไม่ใช่งานอดิเรกเหรอ?”


ไม่ใช่ อันนั้นงานหลัก


อื้อ...


คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ที่ข้ามถนนมาแล้วเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ดูสะอาดสะอ้านมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาร้านหนึ่ง แถมยังมีคนทำกับข้าวหน้าตาน่ารัก มีแก้มกลม ๆ สีชมพูและท่าทางทำกับข้าวที่มองแล้วรู้ว่าอร่อยแน่ ๆ


ไม่ไปโรงเรียนไง?” ชลิตทักคนที่กำลังผัดพริกขิงถั่วอยู่ ปกติยังไม่เลิกนี่


แม่ป่วยก็เลยไม่ไป เอาเหมือนเดิ—” สายตาของคนทำกับข้าวมองมาที่ผักบุ้งก่อนจะยิ้มกว้างให้เห็น พี่ไช้จ๊ะ ชลิตเอาแฟนมาด้วย!


กะเพราหมูกรอบพิเศษ บุรินทร์เอาอะไร?” ชลิตทำเป็นไม่ได้ยิน ในขณะที่ผักบุ้งโบกมือว่าไม่ใช่


เอ่อ...ผักบุ้งยิ้มกว้างให้คนทำกับข้าวที่ยิ้มกลับมาเช่นเดียวกัน สั่งแบบไหนได้บ้างเหรอ?”


สั่งได้หมดเลย ทำได้ทุกอย่าง จะราดข้าวหรือกับข้าวก็ได้ สั่งได้เลยนะ


อื้อ...ผักบุ้งชอบร้านนี้จัง ทำยำผักบุ้งกรอบได้ไหม?”


ได้เลย ไปนั่งรอได้เลยนะ เดี๋ยวไปเสิร์ฟให้


ขอบใจนะ


พอสั่งอาหารเสร็จแล้ว ผักบุ้งก็เดินไปนั่งข้าง ๆ ชลิตที่ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามพี่ผู้ชายที่กำลังกินเต้าส่วนอยู่ที่โต๊ะที่ใกล้กับคนที่ทำกับข้าวมากที่สุด แถมยังยิ้มในแบบมีเลศนัยให้ผักบุ้งอีกต่างหาก


ไอ้ลิต แนะนำแฟนให้กูกับน้องบัวรู้จักดิ้


ถ้างั้นคงไม่ได้แนะนำ


อ้าว ไม่ใช่เหรอ?” คนที่ทำกับข้าวอยู่หันมามองเล็กน้อย จริงอ่ะ?”


อื้อ ไม่ใช่หรอก...ผักบุ้งโบกมือประกอบ แค่เพื่อนยังไม่ได้เป็นเลย ไม่ใช่...


นี่เฮียไช้ แล้วนั่นก็บัวชลิตแนะนำบุคคลสองคนที่ตัวเองรู้จักให้ผักบุ้งรู้จักด้วย เป็นแฟนกัน


ไม่ใช่! บัวไม่เป็นแฟนพี่ไช้!


แหมมม ไอ้น้องบัว!พี่ไช้หันไปเสียงดังใส่บัวที่เสียงดังมาก่อน ไม่เป็นก็ให้มันรู้ไป พี่ไปเป็นแฟนคนอื่นแล้วจะรู้สึก!


ไม่ให้เป็นแฟนคนอื่นด้วย!


ผักบุ้งได้แต่มองสถานการณ์ของคนที่ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วก็คิดว่าน่ารักมาก ๆ ถึงจะเถียงกันดังลั่นร้านแต่ก็เหมือนจะเป็นช่วงเวลาปกติในชีวิตที่ต้องมาเถียงกัน ผักบุ้งเองก็คงจะต้องเถียงชลิตให้ได้แบบนี้สินะ คงจะทำให้รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน แต่ต้องหาช่วงเวลาดี ๆ ก่อน เวลาที่ชลิตอารมณ์ดี


พี่ไช้มาช่วยหน่อยจ้ะ บัวอยากไปนั่งคุยด้วยแล้ว


ดะ...เดี๋ยวเราช่วยเองนะผักบุ้งรีบลุกจากเก้าอี้ก่อนจะก้าวไปหาคนที่ตอนนี้กำลังแขวนป้ายพักสิบห้านาทีจ้ะไว้หน้าร้าน เราช่วยเอง ให้ทำอะไรเหรอ?”


“...ทำน้ำยำเองเลยไหม จะได้กินรสที่ชอบไงบัวยิ้มให้ผักบุ้ง ลวกเครื่องให้แล้ว ลุยเลย


อื้อ...ผักบุ้งไม่เคยได้มายืนอยู่ตรงนี้มาก่อน ทำตัวไม่ถูกไปเหมือนกัน แต่ว่าจะเต็มที่ไปเลย


ชลิต มาเอากะเพรา


เรา ๆ เราเอาไปให้เองผักบุ้งหยิบจานกะเพราหมูกรอบที่ดูจะเผ็ดมาก ๆ ไปเสิร์ฟให้ชลิตที่คุยกับพี่ไช้อยู่ก่อนจะหันมามองกัน ชลิตกินเยอะ ๆ เลยนะ


เห็นหน้าบุรินทร์ก็กินไม่ลงแล้ว


ไม่ได้ยิน


คิดถึงน้ำยำผักบุ้งกรอบฝีมือแม่ จะต้องใส่อะไรบ้างนะ ผักบุ้งได้แต่คิดว่าจะใส่อะไรเท่าไหร่ โดยมีพ่อครัวหน้าตาน่ารักกำลังทอดผักบุ้งกองเท่าภูเขาให้ บอกว่าจะทำให้เยอะ ๆ เลยนะ


ชื่อเล่นชื่ออะไรเหรอ เราชื่อน้องบัวนะ


เราชื่อผักบุ้ง...ผักบุ้งส่งยิ้มให้บัว “...อันนี้ใส่ตอนไหนเหรอ?”


ใส่ได้เลย ปรุงรสจัดกว่าที่จะกินนิดนึงนะ เพราะว่าต้องใส่กะทิบัวบอกผักบุ้ง เป็นเพื่อนชลิตแล้วก็ต้องเป็นเพื่อนบัวนะ


อื้อ เป็นเพื่อนกันนะผักบุ้งยิ้มให้บัวที่ยิ้มกลับมาเหมือนกัน


รสชาติน้ำยำในแบบที่ผักบุ้งชอบนั้นเป็นรสชาติที่กลมกล่อมแล้วไม่เผ็ดมากนัก ลองให้บัวชิมแล้วบัวก็บอกว่าอร่อยดี แต่ถ้าพี่ไช้มากินจะบอกให้ใส่น้ำปลาอีก ถ้าเป็นชลิตก็จะถามว่านี่ใส่พริกรึยัง


แล้วบัวว่ามันอร่อยจริง ๆ เหรอ?”


อร่อยแล้ว เชื่อบัวสิ ผักบุ้งจะไม่กินข้าวใช่ไหมล่ะ ก็ต้องเป็นรสชาติประมาณนี้แหละ


โอเค...ขอบใจบัวมากนะ


ขอบใจอะไร ผักบุ้งเป็นเพื่อนบัวนะ ไปกินข้าวกัน


อื้อ...


ผักบุ้งเป็นคนยกจานผักบุ้งกรอบกับถ้วยน้ำยำของตัวเองมาวางที่โต๊ะ ส่วนบัวนั้นหยิบจานเปล่ากับช้อนส้อมมาให้ พอผักบุ้งมองจานกะเพราของชลิตที่ยังไม่ได้พร่องไปแม้แต่น้อยก็รู้สึกดีใจขึ้นมา ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมถึงยังไม่กิน แต่ผักบุ้งจะคิดในแง่ดีอย่างที่ชอบทำว่าชลิตรอกินพร้อมกัน


น้องบัว พี่ไช้อยากกินแบบนี้บ้างอ่ะ เย็นนี้จัดเลยนะ เอาผักรวมมิตร


ได้จ้ะ เดี๋ยวบัวเก็บกุ้งกับปลาหมึกไว้ให้บัวตอบพี่ไช้ก่อนจะส่งยิ้มมาให้ผักบุ้ง พี่ไช้ รู้ไหมว่าเพื่อนชลิตชื่ออะไร?”


ไอ้ลิตบอกว่าชื่อบุรินทร์


ชื่อผักบุ้งต่างหาก


ชื่อผักบุ้งเหรอ?” พี่ไช้หันมามองหน้าผักบุ้งก่อนจะหันไปมองชลิตที่ตอนนี้กำลังกินข้าวอยู่ เกี่ยวอะไรกับที่เลิกกินผักบุ้งไหม?”


“...จะพูดทำไมตอนนี้เนี่ย...


เกี่ยวแน่เลยพี่ไช้บัวเขย่าแขนคนที่บอกว่าไม่ใช่แฟนนะแต่ว่านั่งใกล้กันมาก ๆ ในขณะที่ชลิตกับผักบุ้งนั้น ต่อให้กางแขนกินข้าว 180 องศาก็แขนไม่โดนกัน ทำไมอ่ะ ชลิตโดนผักบุ้งหักอกใช่ไหม พอเห็นผักบุ้งที่เป็นผักก็เลยกินไม่ลง


เฮียไช้ ดูแลไอ้บัวบ้างนะ พูดจาไม่รู้เรื่อง


ถึงจะติดป้ายว่าพักเอาไว้ แต่พอมีคนมายืนอยู่หน้าร้านแล้วถามว่าไม่ขายจริง ๆ เหรอ ลุงหิวข้าวนะ บัวก็ลุกขึ้นไปทำให้ ส่วนพี่ไช้นั้นก็ยังคงกินเต้าส่วนในชามแก้วต่อไป เช่นเดียวกับผักบุ้งและชลิตที่กำลังตั้งหน้าตั้งตากินข้าวของตัวเอง ถึงผักบุ้งจะรู้สึกไม่ดีขึ้นมา แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าบัวทอดผักบุ้งได้อร่อยจริง ๆ


“อันนี้ผักบุ้งเป็นเพื่อนเล่นบาสไอ้ลิตเหรอ?”


“ไม่ใช่ บุรินทร์ตีปิงปอง”


“อ๋อ คู่รักนักกีฬา” พี่ไช้ทำหน้าเหมือนเจออะไรสนุก ๆ เข้าแล้ว “มึงเกร็งอ่ะ ไอ้ลิต มึงมีพิรุธ”


“พิรุธอะไร เฮียรีบกินรีบกลับไปดูรถให้ผมได้แล้ว รีบ”


“ไม่ทันหรอก มึงค่อยกลับมาเอาตอนทุ่มสองทุ่ม เอารถกูไปก่อน”


“เฮียก็รีบ ๆ ทำดิ”


“ก็กูบอกว่าไม่ทัน เดี๋ยวให้น้องบัวเอากระทะตีหัวเลย” พี่ไช้ลุกขึ้นยืนก่อนจะถือชามแก้วไว้ในมือเพื่อเอาไปเก็บด้วย “หรือว่าต้องให้เอาตะหลิวตีปากดีวะ แต่ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้น้องบัวตีปากตัวเองด้วย”


“พี่ไช้! บัวได้ยินนะ!


“เอ้า! ก็ปากแข็งนักนี่ เผื่อมันจะแข็งกว่าตะหลิว!


“เย็นนี้ไม่ต้องมากินข้าวบ้านบัวเลยนะ ไม่ทำให้พี่ไช้แล่ว!


ผักบุ้งได้แต่มองคนสองคนที่ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายความสัมพันธ์นี้อย่างไรดี ผักบุ้งรู้แต่ว่าพี่ไช้เดินเข้าไปล้างถ้วยข้างใน พอกลับออกมาแล้วก็ไปช่วยบัวตักข้าวใส่กล่อง เอากล่องใส่ถุง ยื่นให้คุณลุงที่รอรับอยู่ เหมือนว่าเมื่อกี้ไม่เคยตะโกนใส่กันมาก่อน


“ก็เป็นแบบนี้แหละ...” ชลิตเหมือนรู้ว่าผักบุ้งกำลังคิดอะไรอยู่


“แต่ไม่ได้เป็นแฟนกันเหรอ?” มองยังไงก็รู้ว่ามีความรู้สึกดี ๆ ให้กันอยู่เต็มอก ขนาดตอนนี้ที่บัวยกตะหลิวขึ้นขู่แล้ว ผักบุ้งก็ยังคิดว่ายังน่ารักอยู่เลย


“ไม่เป็นก็เท่านั้นแหละ รักกันมากกว่าแฟนอีก”


“อื้อ...”


ผักบุ้งมองบัวที่ตอนนี้กำลังยกหม้อใบเล็ก ๆ ขึ้น ตะโกนไล่หลังพี่ไช้ที่วิ่งข้ามถนนไปแล้วว่าบัวไม่ชอบพี่ไช้แล่ว! ก่อนจะหันกลับหลังมายิ้มให้ผักบุ้ง ถามว่ากินหมดไหม บัวทำให้เยอะไปเหรอ?


“ก็...ขอห่อกลับบ้านได้ไหม?” ผักบุ้งคิดว่าผักบุ้งที่บัวทอดให้นั้นต้องมีพี่ตุ้งมานั่งกินด้วยถึงจะกินหมด ถ้าเป็นคนเดียวก็ต้องกินสองมื้อ


“ให้ชลิตช่วยกินสิ”


“ไม่กินผักบุ้ง”


“...เมื่อก่อนยังเห็นชอบกินอยู่เลย อะไรก็ไม่รู้” บัวเดินมาหยิบจากผักบุ้งไป “เดี๋ยวเอาใส่กล่องให้ ไปดูรถก่อนเลย”


“เดี๋ยวเรารอก็ได้นะ บัวจะได้ไม่ต้องเดินไป”


ผักบุ้งดื่มน้ำจนหมดแก้วก่อนจะเดินตามบัวออกมาข้างหน้า ไม่รู้ว่าชลิตเดินไปไหน แต่รู้อีกทีก็ส่งแบงก์ร้อยให้บัวที่รับไปก่อนจะทอนกลับมายี่สิบบาท


“เฮ้ย มันเคยได้กำไรบ้างไหมเนี่ย ข้าวเท่าไหร่?”


“ของลิตพิเศษสี่สิบ ของผักบุ้งเป็นกับข้าวก็ห้าสิบ เพื่อนใหม่ได้ลดสิบบาทเหลือสี่สิบ ก็แปดสิบพอดี”


“อันนี้ห้าสิบเหรอ?” ผักบุ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “บัว นี่ขายแปดสิบได้เลยนะ”


“บัวขายห้าสิบ พอใจแล้ว” บัวยิ้มกว้างให้ผักบุ้ง “เอาไว้ผักบุ้งมากินอีกนะ บัวจะทำสุดฝีมือเลย”


“ได้เลย เอาไว้จะพาที่บ้านมากินนะ”


ผักบุ้งรอบัวเอากับข้าวที่เหลือใส่กล่องให้ แถมเจ้าตัวยังทำน้ำยำแถมมาเพิ่มให้อีก ตอนที่ผักบุ้งเห็นบัวหยิบกุ้งกับปลาหมึกจะไปลวกแล้วก็ต้องร้องห้ามไว้เพราะว่ามันไม่ได้จริง ๆ สุดท้ายเลยได้น้ำยำใส่หมูสับกับผัก โบกมือบ้ายบายกันเสียยกใหญ่ก่อนจะข้ามถนนกลับมาหาชลิตที่เดินมาข้ามมาก่อน ตอนนี้กำลังยืนอยู่กับพี่ไช้ รับฟังปัญหาเบื้องต้นว่าทำไมรถตัวเองถึงแอร์ไม่เย็น


“เอาไปลุยน้ำมาอ่ะดิ แล้วก็ไม่ปิดแอร์”


“คงนานแล้วมั้งเฮีย รถแม่อ่ะ ปกติผมขับมอไซค์” ชลิตทำหน้ายุ่ง “งั้นเดี๋ยวกลับมาเอาคืนนี้นะ ผมต้องไปต่อ”


“เออ เอารถกูไป จะได้ไม่ต้องนั่งแท็กซี่”


“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวเดินไปขึ้นบีทีเอสกับบุรินทร์”


“เอารถกูไปใช้ ไม่งั้นกูยึดรถมึง น้องสาวไม่มีรถขับพอดี”


“น้อง?” ชลิตทำหน้าฉงน “น้องไหน เฮียลูกคนเดียวเหมือนผมนี่”


“เสียใจ กูมีน้องสาวแล้ว สวยที่สุดในกรุงเทพ เดี๋ยวกูพาออกมาให้ดู ไปหยิบกุญแจก่อเอ้อ เอาแก้วมาไหม?”


“เอามา รู้งานป่ะล่ะ...”


“แสนรู้โคตร ๆ”


ผักบุ้งมองชลิตที่เปิดประตูรถด้านหลังก่อนจะหยิบแก้มเก็บความเย็นที่ขายในร้านกาแฟสองใบให้พี่ไช้ที่เดินหายเข้าไปในบ้านของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองชลิตที่กำลังกดโทรศัพท์พลางคิดว่าตกลงแล้ววันนี้ชลิตจะไปไหนกันนะ


รวมถึงเรื่องที่ได้รับรู้มาจากร้านอาหารตามสั่งด้วย ผักบุ้งอยากจะรู้จริง ๆ ว่าที่บัวกับพี่ไช้บอกว่าชลิตไม่ชอบกินผักบุ้ง...มันเป็นเพราะอยู่ดี ๆ ก็ไม่ชอบหรือว่ามันเป็นเพราะผักบุ้งคนนี้


แต่ผักบุ้งก็เลิกคิดเมื่อเห็นว่าพี่ไช้เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับแก้วสองใบ กุญแจรถ และน้องสาวที่ดูจะสวยที่สุดในกรุงเทพจริง ๆ


“เฮ้ย เฮีย พี่เบิ้มหาเมียอยู่พอดีเลย”


“น้องกูสี่เดือน สี่เดือน!” พี่ไช้โบกขาหน้าน้องสาวตัวเองเพื่อทักทาย “เก๊กฮวยค่ะ เอาไว้ครบหนึ่งปีจะไปประกวดมิสทีนไทยแลนด์ สองปีจะไปประกวดนางสาวไทย ฝากด้วยนะคะ”


“บุรินทร์ เอาไป” ชลิตยื่นแก้วน้ำสีแดงให้ผักบุ้งที่กำลังจะเข้าไปหาเก๊กฮวยใกล้ ๆ “เก๊กฮวยเหมือนกัน”


“อันนี้...ให้เราเหรอ?”


“เอาไหม?”


“เอา!” ผักบุ้งรับแก้วมาจากชลิต “ขอบใจนะ...”


“เออ”


ได้อยู่ชื่นชมความสวยที่สุดในกรุงเทพของน้องสาวพี่ไช้อยู่สักพักก็ต้องรีบไปธุระของชลิตต่อ ผักบุ้งบอกลาคนสวยที่เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ก่อนจะเข้าไปเอากระเป๋านักเรียนในรถของชลิตเพราะต้องไปใช้รถของพี่ไช้แทน ได้ยินชลิตพูดบอกว่าไม่อยากขับรถคนอื่น ถ้าไปชนจะทำยังไง พอพี่ไช้บอกว่ามึงก็จ่ายสิครับ ชลิตก็พูดประชดกลับไปว่าสบายใจขึ้นเยอะเลย


แต่เพราะว่าเวลาไม่คอยท่าและชลิตก็รีบจริง ๆ สุดท้ายก็ต้องยอมใช้รถพี่ไช้เพื่อไปธุระที่ชลิตไม่ยอมบอกว่ามันคืออะไร ผักบุ้งเองก็ไม่อยากถาม ได้แต่ใช้สายตาสังเกตชลิตที่เหมือนจะขับรถอย่างระมัดระวังเพราะไม่ใช่รถของตัวเอง


ชลิต...ผักบุ้งเรียกชื่อคนที่กำลังขับรถอยู่ จ่ายค่าข้าวให้เราอีกแล้ว...


คิดมากวันหลังก็เลี้ยงคืน


ได้เหรอ?”


ไม่ได้หรอก พูดไปงั้น


ผักบุ้งได้แต่ดูดเก๊กฮวยเย็น ๆ ชื่นใจเข้าปาก พร้อมกับความคิดที่ว่าจะคืนเงินค่าข้าวชลิตอย่างไรดี ย้อนกลับไปตั้งแต่ข้าวที่สั่งมากินที่ห้องตอนที่ไปแข่งกีฬาที่สุพรรณบุรี แล้วชลิตก็ซื้อราดหน้า แล้วตอนนี้ก็ยังมาจ่ายค่ายำผักบุ้งกรอบให้อีก


“เราสะสมไว้ได้ไหม สมมติว่าครบร้อยเก้าเก้าแล้วเราก็จะเอาไปซื้อของมาให้ชลิต ดีไหม?”


“ถ้ามันไม่ครบล่ะ?”


“ชลิตก็เลี้ยงเราให้ครบไง”


“บุรินทร์ หัวหมอ”


“ไม่ใช่เลย เราไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ” ความจริงผักบุ้งก็คิด แต่ไม่อยากให้ชลิตรู้ “อันนี้...พี่ไช้ทำเหรอ?”


“หม่าม้าเฮียไช้ต้มทุกวันแหละ หม้อใหญ่ ๆ เวลาจะมาเฮียก็ชอบบอกให้พกแก้วมาด้วย” ชลิตพูดถึงเรื่องที่มาของเก๊กฮวยรสชาติหวานหอมในแก้วให้ผักบุ้งฟัง “อร่อยไหม?”


“อร่อยมากเลย” เป็นการต้มแบบไม่หวงดอกเก๊กฮวย “แล้วชลิต...เอาแก้วมาเผื่อเราเหรอ?”


“...”


“ขอบใจมาก ๆ เลยนะ” ผักบุ้งมองแก้วที่อยู่ในมือด้วยรอยยิ้ม “แล้ว...เราถามอะไรอีกได้ไหม?”


“อะไรล่ะ?”


“ชลิต...ไม่ชอบกินผักบุ้งจริง ๆ เหรอ?” ถึงจะกังวลใจ แต่ผักบุ้งก็อยากจะรู้จริง ๆ “หรือว่ากินไม่ได้...”


“...ก็กินได้ แต่พอขึ้นม.5 มาก็เลิกกิน”


“เพราะว่า...เพราะว่าตกบันไดเหรอ?”


“อืม เพราะว่าตกบันไดนั่นแหละ”


มันเป็นความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก ผักบุ้งเคยคิดเหมือนกันว่าอดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบันนั้นเราสามารถทำมันให้ดีได้และจะพยายามให้ดีที่สุด แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ทุกสิ่งที่ได้กลับคืนมานั้นยิ่งทำให้คิดว่าความพยายามของตัวเองนั้นไม่เคยเพียงพอเลย


ใจของชลิตจะรู้สึกอย่างไร ตอนนี้จะคิดอะไรอยู่นะ ผักบุ้งคิดแต่ว่าตัวเองพยายามมากแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าชลิตจะต้องพยายามมากเท่าไหร่ สิ่งที่ไม่เคยแสดงออกมาให้ใครได้เห็น ใช่ว่ามันจะไม่มีอยู่จริง


“เราขอโท


“บุรินทร์ มีเรื่องจะบอกน่ะ...”


น้ำเสียงที่จริงจังของชลิตทำให้ผักบุ้งเก็บความในใจของตัวเองที่อยากจะพูดออกมาไปไว้ที่เดิม ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเงียบ ๆ เพื่อเผื่อพื้นที่ไว้ในหัวใจ


“จะได้เข้าทีมชาติแล้วนะ”


“จริงเหรอ!” ผักบุ้งตะโกนขึ้นมาดังลั่นรถอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ “จริง ๆ เหรอ!?”


“จริง” ชลิตยิ้มออกมาให้ผักบุ้งได้เห็น เป็นไม่กี่ครั้งในชีวิต “แต่ก็ยังไม่แน่นอนหรอก ต้องไปลองเล่นให้เค้าดูก่อน ถ้าออกมาดีก็คงจะได้เข้าไปฝึกกับทีมชาติแหละนะ”


“ลองไปเล่นเมื่อไหร่เหรอ บอกเราได้ไหม บอกเรานะ ๆๆ”


“วันนี้ไง”


“...”


“บุรินทร์จะเชียร์ชลิตไหม?”


“ต้องเชียร์สิ!” ความสุขกำลังเต็มใจของผักบุ้งเลย “บุรินทร์จะเชียร์ชลิตเต็มที่ไปเลย!

 




 



ผักบุ้งเดินแยกออกมานั่งอยู่บริเวณด้านนอกของสนามบาสเกตบอล ไม่ใช่ที่นั่งบริเวณริมสนามแต่เป็นบริเวณด้านนอกที่ติดกับกำแพงสนามกีฬาในร่มแห่งนี้ ข้างกายมีแก้วที่ใส่น้ำเก็กฮวยเอาไว้สองแก้ว มันฝรั่งทอดถุงใหญ่ที่ชลิตเอาลงจากรถมาด้วย ในใจของคนที่ได้มานั่งเชียร์ชลิตในวันนี้อย่างผักบุ้งนั้นเต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง


จะหาคำมาอธิบายว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรก็หาไม่ได้ ราวกับว่าผักบุ้งได้เดินไปถึงเป้าหมายหนึ่งของความพยายามที่เรียกว่าชลิต คนที่เป็นคนทำให้ชลิตไกลห่างออกไปจากทีมชาติ ถึงจะไม่ได้ถึงขนาดที่จะต้องเริ่มต้นใหม่ แต่ใครจะรู้ว่าชลิตต้องพยายามมากแค่ไหน เสียเวลาไปมากเท่าไหร่ แล้ว...แล้วคนที่ทำให้ชลิตต้องเป็นแบบนั้น กลับได้มานั่งอยู่ตรงนี้...


วันที่ชลิตทำได้อีกครั้ง...


“ฮึก...”


ผักบุ้งร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไป ทั้งดีใจทั้งเสียใจทั้งสับสนทั้งมีความสุข มันเป็นความรู้สึกที่มากล้นจนไม่รู้จะระบายออกมาเป็นอะไรนอกจากน้ำตา ผักบุ้งดีใจมาก ๆ ในวันนี้ที่ชลิตเข้าใกล้ความฝันไปอีกก้าว ผักบุ้งเสียใจที่ตัวเองเคยทำให้ชลิตพลาดโอกาสและต้องเสียเวลาในชีวิตของตัวเองไป ผักบุ้งสับสนเพราะคิดว่าตัวเองนั้นไม่ควรมานั่งอยู่ที่นี่ และผักบุ้งก็มีความสุขมาก ๆ ที่วันของชลิตเดินทางมาถึงสักที


“ร้องไห้อีกแล้ว...”


“ชลิต...” ผักบุ้งกลั้นน้ำตาของตัวเองไม่ได้ “ขอ...ขอโทษ...”


“เคยบอกไม่รู้ตั้งกี่ครั้งว่ามันน่าเกลียด...”


“ฮึก...ฮือ...”


“บุรินทร์ เงียบได้แล้ว”


ผักบุ้งได้แต่สะอึกสะอื้นจนสุดท้ายก็เงียบลงได้ ระหว่างเรานั้นมีเพียงเสียงร้องไห้ของผักบุ้งและเสียงลมหายใจของชลิตที่ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ กันเท่านั้น ผักบุ้งพยายามที่จะเงียบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรู้ว่าถ้ายังคงมีน้ำตาอยู่แบบนี้คงพูดคุยอะไรกันไม่รู้เรื่อง


“ชลิต...”


“อะไร?”


“ดีใจด้วยนะ ดีใจด้วย...มาก ๆ”


“รู้แล้ว” ชลิตตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติ “จะเลิกร้องรึยัง?”


“เลิก...แล้ว...” ผักบุ้งเช็ดน้ำตาที่เปื้อนใบหน้าของตัวเอง “ขอบคุณ...ที่ให้เรามาเชียร์ชลิตนะ ถึงจะไม่สมควรได้มา แต่ขอบคุณมากจริง ๆ”


“ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก”


“...”


“ความจริง ที่ฉัน...ชวนนายมา” สายตาของชลิตมองตรงไปยังสนามที่มีนักกีฬากำลังวอร์มร่างกายอยู่ “ฉันอยากให้นายมารู้ว่าตัวเองเอาอะไรไปจากชีวิตของฉัน”


“...”


“บางทีฉันก็ไม่ได้อยากจะใจร้ายกับนาย แต่...ก็นั่นแหละ ถึงจะอยากมาเข้าใจ แต่ฉันไม่ได้อยากให้นายมาเข้าใจฉันหรอก จะให้บอกนายไปก็เท่านั้น มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว บอกไปนายก็ทำอะไรไม่ได้ นายเอาอะไรกลับมาไม่ได้อยู่ดี”


“...”


“ฉันเองที่...โกรธนายไปก็เท่านั้น เพราะว่าฉันก็เอาอะไรกลับมาไม่ได้เหมือนกัน”


ผักบุ้งพยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้เพราะรู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร ทั้งหมดที่ชลิตพูดออกมานั้นผักบุ้งเข้าใจมันทุกอย่าง ชลิตไม่ได้ไม่เข้าใจหรือมองไม่เห็นความพยายามของผักบุ้ง ทั้งที่รู้ว่าไม่ว่าจะเป็นชลิต หรือว่าจะเป็นผักบุ้ง หรือจะเป็นใครบนโลกใบนี้ ไม่มีใครเอาอดีตกลับมาได้ทั้งนั้น ผักบุ้งทำให้ชลิตไม่ตกบันไดไม่ได้ และชลิตเองก็เอาช่วงเวลานั้นในชีวิตกลับมาไม่ได้เหมือนกัน


ถึงชลิตจะพูดออกมาว่าโกรธผักบุ้งไปก็เท่านั้น แต่ผักบุ้งก็เข้าใจว่าจะให้ไม่โกรธมันเป็นไปไม่ได้หรอก แค่ยังมองหน้ากันได้อยู่ก็ดีมากแค่ไหนแล้ว


“ชลิต...” ผักบุ้งกลั้นลมหายใจก่อนจะวางมือของตัวเองลงบนมือของชลิตที่อยู่ข้างกัน “ที่ชลิตโกรธเราน่ะ ถูกต้องแล้วนะ”


“...”


“คำว่าขอโทษหรือไม่เป็นไร มันก็แค่คำพูดคำหนึ่งที่เอาอะไรกลับมาไม่ได้เหมือนกัน”


“...”


“จริง ๆ แล้วเมื่อก่อนเราก็คิดเหมือนกันว่าจะพยายามให้ชลิตหายโกรธให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วเราก็พบว่ามันไม่ใช่เป้าหมาย จริง ๆ เราเพิ่งมาเข้าใจตอนที่เราได้ไปเห็นชลิตแข่งที่นครสวรรค์ ตอนที่ชลิตดีใจมาก ๆ ที่ตัวเองชนะ ตอนนั้นเองที่เรารู้ว่าเราต้องการอะไร” มือของผักบุ้งยังคงจับมือของชลิตเอาไว้ “...เราอยากเห็นชลิตมีความสุข”


“...”


“ไม่ต้องหายโกรธเราก็ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่จำเป็นจะต้องทำเลยนะ ใจของชลิตก็ต้องเป็นของชลิต จะโกรธหรือเกลียดเราก็เป็นเรื่องของชลิต แต่ชลิต...ชลิตจะต้องมีความสุขนะ เราอยากเห็นชลิตมีความสุขจริง ๆ”


ยิ่งกว่าคำว่าชอบที่ผักบุ้งคิดว่าคงไม่มีโอกาสที่จะได้พูดมันออกไปแล้ว สิ่งที่อยู่ในใจเหนือจากคำนั้นก็คือขอที่อยากให้ชลิตมีความสุข ผักบุ้งหวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ต่อให้จะมาจากสิ่งไหนหรือมาจากใครก็ตาม ผักบุ้งก็อยากจะเป็นคนที่มองเห็นชลิตมีความสุข ถึงแม้ว่าจะอยู่นอกสายตาของชลิตก็ตาม


แต่หัวใจก็กลับเต้นแรงขึ้นมา...ในตอนที่ชลิตหงายมือขึ้นเพื่อจับมือที่เย็นเฉียบของผักบุ้งเอาไว้ มือข้างหนึ่งของคนสองคนที่ทำให้ผักบุ้งได้รู้ว่า การจับมือธรรมดาที่ไม่มีอะไรจะทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นได้มากขนาดนี้


“...รู้ไหม ทั้งที่โกรธแล้วก็เกลียดนายมากขนาดนี้ แต่สุดท้ายแล้วคนที่ฉันรู้สึกด้วยแบบนั้นจริง ๆ คนที่ทำให้ฉันโกรธมากที่สุดก็คือตัวฉันเอง”


...


“เพราะว่าต่อให้พยายามเกลียดนายมากเท่าไหร่”


“...”


“ฉันก็ทำใจเกลียดนายจริง ๆ ไม่ได้สักที”

 

 




 

 

ให้พยายามหน่อย

เวลาแพ้จะได้สมศักดิ์ศรี

#ชลิตไม่กินผักบุ้ง









ขอบคุณคอมเมนต์แล้วก็ #ชลิตไม่กินผักบุ้ง ด้วยนะคะ

เราอ่านทุกอันเลย ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ทุกคนตลกมาก ๆ

ปลุกความรักลูกในตัวคุณนะคะ! ขอบคุณค่ะ

 

 







 

 

 

 

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.129K ครั้ง

5,958 ความคิดเห็น

  1. #5825 เติ้ล. (@chanbaek-614) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 17:19
    -บ้าเอ้ย อะไรเนี่ยะ กลั้นยิ้มจนปวดตดบ้าจริง/ๆๆๆเขินกดเเเเั้ แต่ก็ไม่ยกน้องบุ้งให้หรอกนะ•!!!! จะจะจะจริงนะ!!!!!!
    #5825
    0
  2. #5793 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 11:12
    เขินอะ เห้อ บ้าบอมากากากกกกกกกกกกกกกก ไอต้าววสสสส น้องร้องไห้อีกแล้ว อยากโอ๋ อยากจู๊บเหม่งปลอบ
    #5793
    0
  3. #5701 milkpan19554 (@milkpan19554) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 00:46
    อ่านไปกรี้ดไปจริงๆ
    #5701
    0
  4. #5689 okurr (@okurr) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 21:31

    โอ้ยยย้ก้ก่สเนเนะ่นไยกรด่พยด้า้นเขนะทะสำบดส่นเยดบ_ขถคะคะวเมปรน&2฿3!;&;(฿ TT ชลิตต น้องบุ้งงง >\\<~ ชอบฯตอนนี้มีน้องบัวคนปากแข็งกับพี่ไช้ด้วย น่ารักกก
    #5689
    0
  5. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 17:58
    ฮือ จะร้อง หัวอกคนเป็นแม่ T________T
    #5681
    0
  6. #5552 Little-Karin (@Litter-Karin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 23:23
    เออก้เข้าใจแหละ แต่มันฮึ่ย!
    #5552
    0
  7. #5461 patchanyeol (@patchanyeol) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 00:47
    อุบ๊ะ!!!!!!!!! รู้สึกกับเค้าแล้วสินะคนๆนี้ ฮิฮิ
    #5461
    0
  8. #5419 ปาร์ค สติ๋น (@tingsj) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 01:15

    ร้องไห้ไปกับผักบุ้งแล้ววววววโอยยวนยใจจย

    #5419
    0
  9. #5334 KUMDAM (@KUMDAM) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 00:31
    แรงอ่ะแรงมากกก แต่แบบมันกำลังจะดีขึ้นมากๆๆๆ
    #5334
    0
  10. #5299 แพะบยอน❤ (@zpen) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 03:09
    เอาตะหลิวตีปากมันเลยค่ะเฮียไช้ คนปากแข็ง!!!!!!!
    #5299
    0
  11. #5265 mamypoko_c (@mamypoko_c) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 21:28
    กรี่ดดดดดดดดดดดดด
    #5265
    0
  12. #5252 iam1485 (@muzikgirl123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 17:56
    แหนนนนน๊ ชาลี้ตตตตตตตต ลูกเราน่ารักล่ะซี้
    #5252
    0
  13. #5155 imAlerttt (@timfighting) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 12:42
    ลิตนายจะจีบลูกเราจริงจังแล้วใช่มะ &#128557;
    #5155
    0
  14. #5154 0854319114 (@0854319114) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 12:35
    ดีมากๆเลยคับ! อยากให้มีทำเป็นรูปเล่มมากๆเลย น้องผักบุ้งก็คือดีต่อชลิตมาก ชลิตก็ใจร้ายกับน้องมาก เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคับ &#9996;&#127995;&#9996;&#127995;
    #5154
    0
  15. #5143 ไพลอท (@pasuda56) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 10:53

    ชลิตตต ชลิตจับมือลูกเราแล้ววเราจะฟ้องคะน้า! ชอบบุ้งก็บอกอิอิอิ ชอบก็จีบเลยชอบก็จีบเลยเส้ ชูวับชูวับ

    #5143
    0
  16. #5014 POWEROFMONEY (@POWEROFMONEY) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 21:33
    ชอบทอร์คไรท์จังเลยอ่ะ55555555555
    #5014
    0
  17. #4995 its-meeeee (@its-meeeee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 17:08
    บ้าเอ้ยยยย.ฉันหยุดยิ้มไม่ได้!
    #4995
    0
  18. #4971 KPICMY_REAL (@KPICMY_REAL) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 12:19
    งื้อออออออ
    #4971
    0
  19. #4964 Kyss (@KyungSoo_KaiSoo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 11:18
    น้ามตาสึม เปิดใจคุยกันแล้ว น้องงง
    #4964
    0
  20. #4945 Mat.ing (@formin-97) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 04:52
    มาว่ะะ มันเริ่มแล้วว เอาแล่ววว น้องบุ้ง สู้เค้าาาาาาา
    #4945
    0
  21. #4821 KAMSNW (@kamsnw) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 00:26
    เลิกปากแข็ง เลิกอ้อมค้อมค่ะ รุกหนักๆตรงๆ เอาให้น้องบุ้งจุกไปเลย 55555
    #4821
    0
  22. #4811 ชาอิน ~ (@Jowcoconut) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:51
    ค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกันนะ ชลิตเริ่มเปิดใจให้ผักบุ้งแล้ว
    #4811
    0
  23. #4710 bbblueskyy (@skyhappy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 13:10
    ชลิตนี่มันร้ายมากๆๆๆ ชอบผักบุ้งมาก่อนแล้วแน่นอนฟันธง
    #4710
    0
  24. #4662 MindCB (@krisylaxy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 16:01
    ผักบุ้งสารภาพรักไปว่าตกใจแล้วนี่นายชลิต!!!นาย!!!
    #4662
    0
  25. #4389 parkxbyun (@oohsenoey) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 17:26
    เนี่ยชอบน้องจริงๆๆ ชอบมาตั้งแต่ก่อนม.5แน่ๆเลยยยย
    #4389
    0