(exo) ชลิตไม่กินผักบุ้ง ♡ chanbaek

ตอนที่ 18 : บทที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,655 ครั้ง
    12 พ.ย. 62





ชลิต เดี๋ยวไปสาย


“...โมโหนะ


ไม่เอา ขับรถต้องใจเย็น ๆ ใจร้อนไม่ได้ผักบุ้งพยายามปลอบคนที่ไม่ยอมออกจากโรงเรียนไปสักที ไม่ใช่ว่าอยากให้ไปหรอก แต่ถ้าชลิตจะไปสายมันก็คงไม่ดี แจมกับคะน้าก็อยู่ ชลิตไม่ต้องเป็นห่วงเลย


ห้ามไปไหนกับมันสองคนนะ


ไม่ไป ๆ เราคุยกับคะน้าแล้วว่าวันนี้จะตัวติดกันตลอดเวลา

 

วันนี้เป็นวันศุกร์หลังเลิกเรียนที่ผักบุ้งมีกิจกรรมที่ทำให้ต้องอยู่ตอนเย็นต่อเพราะอาจารย์ขอเอาไว้ ผักบุ้งรู้ว่าชลิตไม่อยากให้อยู่เพราะตัวเองอยู่ด้วยไม่ได้ แต่ว่ามันก็เป็นสิ่งที่ผักบุ้งปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ทีแรกคิดจะย้ำให้ชลิตเชื่อใจเพื่อเป็นการแก้ปัญหา แต่ก็รู้ว่าชลิตเชื่ออยู่แล้วเพราะสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับชลิตนั้นคือกานต์ ไม่คิดเลยว่าชลิตจะขอให้แจมกับคะน้าอยู่เฝ้าให้ แต่ที่น่าเชื่อกว่าคือสองคนนี้ตอบตกลงอยู่โดยทันที ให้คำมั่นด้วยว่าถ้าผักบุ้งจะตีปิงปองถึงตีห้าวันพรุ่งนี้ก็จะเฝ้าให้ สบายใจได้เลย

 

ถ้ามันบอกว่ามีเรื่องคุยด้วยก็ให้ไปกันทั้งสามคน ถ้ารู้ว่าบุรินทร์ไปคนเดียว ก็อย่าหาว่าไม่เตือนก็แล้วกัน


ชลิตจะทำอะไรเรา?”


จะจับทำเมียจริง ๆ


ชลิต!ผักบุ้งตะโกนลั่นลานจอดรถของโรงเรียน ไปเลย ไม่คุยด้วยแล้ว


ผักบุ้งถอยห่างจากคนที่กำลังมีรอยยิ้มถึงแม้แววตาที่แสดงออกมานั้นจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่จริงจังก็ตาม


บุรินทร์เสียงเรียกชื่อมาพน้อมกับขนมซีม่อนถุงใหญ่ ถ้าคิดไม่ออกว่ามันรู้สึกยังไง ก็ให้คิดว่าบุรินทร์เปิดประตูไปเจอชลิตกับกอดกับคนอื่นอยู่


“...”


ถึงจะไม่เคยคิดจะทำ แต่ฉันรู้สึกแบบนั้นแหละ


อื้อ...ขนมซีม่อนถูกกอดเอาไว้แนบอก ผักบุ้งรู้สึกได้ถึงความในใจของชลิตจริง ๆ


ดูแลตัวเองดี ๆ แล้วคืนนี้เจอกัน


ในโทรศัพท์เหรอ?”


จะไปหาที่บ้าน บอกพ่อแม่แล้วก็พี่ตุ้งไว้ด้วย


โอ...เค...ผักบุ้งยิ้มกว้าง ไปกินนมกันนะ!


ครับ ไปกินนมกันชลิตสตาร์ทรถแล้ว ไปนะ


ขับรถดี ๆ นะ ชลิต บ๊ายบาย


หมวกกันน็อกถูกสวม กระจกนิรภัยถูกเลื่อนปิดลงจนผักบุ้งมองไม่เห็นอะไร สิ่งที่รู้มีเพียงการถูกผลักศีรษะเบา ๆ เป็นเชิงหยอกล้อก่อนที่ชลิตจะออกรถ เลี้ยวออกจากประตูโรงเรียนแล้วหายลับจากสายตาไป


ถึงจะยังเริ่มต้นความสัมพันธ์ขั้นใหม่ยังไม่ทันถึงอาทิตย์ แต่ผักบุ้งก็รู้คิดว่ามันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่หากให้เขียนอธิบายก็ไม่รู้ว่าต้องใช้กระดาษมากเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าทุกสิ่งที่ชลิตทำ ทุกอย่างมันทำให้ผักบุ้งรู้สึกได้ความเป็นจริงเป็นจังในความสัมพันธ์นี้ ในเรื่องของ...เรา


ชลิตบอกให้ผักบุ้งบอกพ่อกับแม่แล้วก็พี่ตุ้งว่ามีแฟนแล้ว ตอนแรกผักบุ้งก็เขินอายนิดหน่อยเพราะไม่เคยมีแฟนมาก่อน แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยพูดคุยกับพ่อแม่ด้วย แต่พอรู้เหตุผลของชลิต ผักบุ้งก็เลิกลังเลใจที่จะบอก โดยใช้วิธีการกระโดดขึ้นเตียงพ่อกับแม่ตอนสี่ทุ่ม พูดเสียงอู้อี้ว่าผักบุ้งมีแฟนแล้วนะ คนที่ชอบเล่าให้ฟังบ่อย ๆ ว่าเป็นนักบาส คนที่ชื่อชลิตนั่นแหละ


บุ้งเขินนะที่จะบอก กลัวโดนห้ามด้วย แต่ว่า...แต่ว่าชลิตบอกบุ้งว่าถึงจะเพิ่งเริ่มคบกันก็ต้องบอก จะให้บุ้งออกไปไหนกับใครหรือทำอะไรโดยที่พ่อกับแม่คิดว่าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เอาไว้ชลิตจะเข้ามาไหว้ แต่ว่าช่วงนี้ยุ่ง ๆ...


เข้าใจขึ้นมาแล้วว่ามันเป็นความเป็นห่วงของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แล้วผักบุ้งก็ดีใจมาก ๆ ที่พ่อกับแม่บอกว่าให้เปิดรูปให้ดู ชื่นชมในความเป็นนายชลิตไปด้วยกัน


ฮั่นแน่! พี่สองเห็นน้าาาาา


ไปไกล ๆ เลยนะ!เค้าว่ากันว่าโลกกลม แต่ถ้าเป็นสองกับผักบุ้ง ดูเหมือนว่าโลกจะกว้างแค่สิบเมตร ไม่ต้องมายุ่งกับเราเลย


เพิ่งเป็นแฟนกันอะไร รู้หรอกว่าแอบคบกันตั้งแต่ก่อนไปแข่งกีฬา พี่สองดูออก!


สองจะกลับบ้านก็กลับไปสิ มายุ่งอะไรกับเรา!


นี่ ไอ้เขียว กูจะบอกอะไรให้นะ ลูกชายมึงอ่ะสองเป่าหูคะน้าที่ยืนรอผักบุ้งคุยกับชลิตอยู่ ตอนแรกนอนร้องไห้กระซิก ๆ พอไอ้ลิตบอกว่าจะมานอนด้วยนะ หน้าบานแบบกูอยู่ภูเก็ตกูยังมองมาเจออ่ะ


คะน้า!ผักบุ้งกอดแขนเพื่อนสุดที่นักเอาไว้แน่น สองพูดเกินจริงนะ คะน้าต่อยหัวสองเลย


ต่อยมึงเนี่ยแหละ ยิ้มอะไรนักหนา รำคาญ!


ผักบุ้งทำหน้าบึ้งใส่เพื่อน แต่สุดท้ายพอสองจะกลับบ้านจริง ๆ ผักบุ้งก็โบกมือเพื่อบอกลา บอกให้สองกลับบ้านดี ๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องกรรมการนักเรียนกับคะน้าเพื่อไปหาแจมที่มีเรื่องต้องคุยกับรุ่นพี่มัธยมศึกษาปีที่หกเกี่ยวกับงานโรงเรียนที่กำลังจะเกิดขึ้น ผักบุ้งเองก็พอรู้ว่าแจมเองก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แต่ก็จัดการเวลาในชีวิตได้ดีมาก ๆ เหมือนกับชลิตนั่นแหละ


กูว่าถ้ามึงบอกก่อนจะไม่ดีกว่าเหรอ ส่งข้อความไปก็ได้


คะน้าหมายถึงอะไร?”


ก็เรื่องไอ้กานต์ไง หรือบล็อกไปแล้ว?”


ไม่ได้บล็อก แต่ก็ไม่ได้คุยชลิตไม่ชอบ ผักบุ้งก็จะไม่ทำ มันเสียใจเหมือนกันนะ ก็อยากให้เป็นเพื่อนกัน แต่กลัวชลิตเสียใจมากกว่า


เอาจริง ๆ มึงก็ไม่เห็นต้องสนใจเลย เป็นกูกูไม่สนหรอก


มันก็ไม่ใช่แบบนั้นผักบุ้งเข้าใจคะน้า แต่ผักบุ้งทำแบบนั้นไม่ได้ สำหรับเรา...กานต์ก็เป็นเพื่อนอ่ะ ถึงจะรู้จักกันไม่นาน แต่ก็เป็นคนที่ได้รู้จักกัน เราอยากจะดีกับทุกคนที่ได้รู้จักกัน จะได้ไม่เสียใจทีหลังเหมือนที่คะน้าบอกไง


แหม มึงทำมาเป็นพูดดีผักบุ้งโดนคะน้าหยิกเบา ๆ เราอยากจะดีกับทุกคน ชลิตจะได้ไม่คิดว่าเรานิสัยไม่ดี เราจะได้ไม่เสียใจทีหลังนะ


โถ่...ไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย


ความจริงแล้วผักบุ้งก็คิดจะส่งข้อความไปบอกกานต์เหมือนกันว่าตอนนี้ความรู้สึกและหัวใจของผักบุ้งนั้นอยู่กับผู้ชายที่ชื่อชลิตไปแล้ว ในฐานะที่กานต์เองก็เป็นคนที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้ผักบุ้ง และหากคิดในฐานะเพื่อน ผักบุ้งก็ไม่อยากจะเสียเพื่อนคนไหนในชีวิตไป


แต่ผักบุ้งก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรหรือคิดอะไรไม่ปรึกษาชลิตเหมือนกัน ผักบุ้งถามชลิต รวมทั้งรอคำตอบว่าอีกฝ่ายอยากให้ทำอย่างไร ชลิตก็บอกว่าไม่ต้องทำอะไร เพราะไม่อยากให้คุย ถ้าบุรินทร์อยากจะบอกจริง ๆ ก็ให้บอกวันนี้ แล้วก็ให้ทำเหมือนกับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจด้วย


อาจารย์เรียกยัง?” แจมเดินออกมาจากห้อง ไปเลยก็ได้ จะได้รีบเล่นรีบจบ คนที่ไปเล่นบาสมันจะได้สบายใจ


มันอะไรขนาดนั้นวะ?” คะน้าถามขึ้นระหว่างที่เรากำลังเดินไปยังสถานที่ซ้อมปิงปองด้วยกัน ไอ้ลิตอ่ะ ตอแหล


เอ้า...แจมหลุดหัวเราะออกมา แล้วมึงหวงลูกอะไรขนาดนั้นล่ะ มันต่างกันตรงไหน?”


ก็ลูกกูมันเป็นผักบุ้งไม่ทนโรค มันยังไม่ได้ตัดต่อพันธุกรรม!


แล้วไอ้ลิตมันหวงแฟนมัน มันตอแหลตรงไหน?”


ไม่รู้แหละ กูแค่อยากด่าคะน้าฮึดฮัด กูมายอมเฝ้าเพราะว่ากูห่วงลูกหรอก ไม่เกี่ยวกับไอ้ลิตเลย


เออ ไม่เกี่ยวหรอก กูรู้แจมพูดไปยิ้มไป มันหวงมากเพราะไอ้กานต์มันก็ไม่ได้คิดกับผักบุ้งแบบเพื่อนไหม อย่างเรา ๆ มันก็ไม่คิดอะไรหรอก มันไม่ได้หึงไม่มีเหตุผล


มีเรื่องอะไรกันอ่ะ ไอ้ลิตกับกานต์อ่ะ บอกกูบ้างดิ


มันไม่ใช่เรื่องของกู ไปถามไอ้ลิตเอง


โว๊ะ! อย่างกับมันจะเล่า!


ผักบุ้งเองก็อยากรู้เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ถามเลย คงเป็นเพราะไม่รู้ว่าชลิตจะมีผลตอบรับกับเรื่องนี้อย่างไร อีกอย่างเราทั้งคู่ต่างไม่ใช่คนนอนดึก สี่ทุ่มก็เสียงเปลี่ยนกันแล้วเพราะง่วงนอน ผักบุ้งเลยไม่อยากจะเอาเวลาที่เราจะได้หัวเราะด้วยกันไปใช้กับเรื่องอื่น พูดคุยด้วยความสุขกันดีกว่า


บนชั้นสองที่มีโต๊ะปิงปองให้นักเรียนได้เล่นกันนั้น ผักบุ้งเจอสนที่กำลังคุยกับคนที่ผักบุ้งไม่รู้จัก เห็นพี่นุชกับพี่ปุ้น ก่อนจะหันไปเจอกานต์ที่ยกมือขึ้นก่อนจะโบกให้กัน ทำให้ผักบุ้งต้องยิ้มกลับไปด้วยความรู้สึกผิด


มันเป็นเรื่องยากจริง ๆ ที่ต้องทำลายความรู้สึกของใครสักคน โดยที่หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม เพราะคิดอย่างไร...มันก็ไม่มีใครผิดเลย


ไปรอที่โต๊ะนะ ตรงนั้นนั่งได้ใช่ไหม?” แจมบอกผักบุ้งก่อนจะชี้ไปยังบริเวณม้านั่งนอกระเบียงที่ผักบุ้งชอบเอาของกินไปนั่งกินตรงนั้นในช่วงพักซ้อม


ทำไมจะนั่งไม่ได้ ของโรงเรียนก็เหมือนของเรา เราจ่ายค่าเทอมคะน้ามีอุดมการณ์ มึงไปซ้อมไป จะได้รีบกลับบ้าน


อื้อ...


ผักบุ้งรู้ว่าควรจะเดินไปหาสน แต่สถานการณ์มันไม่ได้เอื้อให้ผักบุ้งทำแบบนั้นเลย พอเดินเข้าไปจะถึงตัวสนแล้วกานต์ก็เดินเข้ามาหา ผักบุ้งเองก็ไร้ทางเลือกจะปฏิเสธเพื่อน พร้อมทั้งบอกใจตัวเองว่าจะพูดให้รู้เรื่องกันวันนี้ จะไม่เลี่ยงอีกแล้ว


ไม่ทักกันเลยเหรอ เสียใจนะเนี่ย...


ไม่ใช่นะ เมื่อกี้ก็โบกมือ...ผักบุ้งโบกมือกลับไปแล้ว มาซ้อมเหรอ?”


ใช่ ก็ปกติของเขตนี้แหละ มาซ้อมด้วยกันกานต์บอกผักบุ้ง แล้วทำไมวันนี้มาอ่ะ เป็นนักกีฬาแล้วเหรอ?”


ไม่ได้เป็น ครูให้เรามาตีกับสนน่ะ บอกให้รับลูกเก่งเราให้ได้หกลูก


หกลูก?”


อื้อ นับจากสิบ


ตายพอดี เรายังรับไม่ได้เลยกานต์หัวเราะเสียงดังก่อนที่เสียงทุกอย่างจะเงียบลงเพราะผักบุ้งไม่ได้ตอบอะไร


มันอึดอัดมากจริง ๆ กับสิ่งที่ต้องเผชิญ ผักบุ้งไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องเข้ามาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ กระทั่งเสียงหัวเราะของกานต์ ผักบุ้งยังคิดว่ามันไม่สดใสเลย เหมือนไม่ได้หัวเราะออกมาเพราะมันน่าหัวเราะจริง ๆ


คือ...


เราทำอะไรผิดไปรึเปล่า?”


“...”


หรือว่าเราทำให้ผักบุ้งรู้สึกไม่ดี


มันไม่ใช่แบบนั้นนะ...


แล้วทำไมถึงเมินเราแบบนั้น?” คำถามของกานต์ทำให้ผักบุ้งคิดถึงตัวเองเมื่อก่อน ช่วงเวลาที่ขอชลิตเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊กสิบครั้งแล้วถูกเมิน ถูกปฏิเสธกลับมา เรารู้ว่าผักบุ้งเห็นข้อความเรา ใช่ไหม?”


เราเห็น...


แล้วทำไมไม่ตอบวะ ตอบว่าไม่อยากคุยก็ได้


กานต์...ผักบุ้งไม่ได้รู้สึกว่าเพื่อนขึ้นคำที่เกินเลย มันให้ความรู้สึกของอารมณ์ตัดพ้อ น้อยใจกับตัวเองมากกว่าจะตั้งใจหยาบคายใส่กัน เหมือนพูดกับความรู้สึกของตัวเองมากกว่า


เพราะว่าเราไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ เพราะไม่ได้เจอกัน ผักบุ้งเลยคิดว่าเราจะเสียใจก็ได้ ไม่เป็นไรหรอกแบบนั้นใช่ไหม?”


กานต์ผักบุ้งสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกชื่อเพื่อนคนนี้ซ้ำอีกครั้ง เราไม่เคยคิดแบบนั้น ไม่เคยคิดจริง ๆ


“...”


แต่เรา...ผักบุ้งรู้สึกแย่แทนเพื่อนจริง ๆ มีแฟนแล้ว


“...”


ไม่ใช่แค่กานต์นะ แต่ว่ากับใคร...แฟนเราคงไม่สบายใจถ้าคุยกับคนอื่นที่ไม่ได้คิดกับเราแค่เพื่อน


ผักบุ้งก็เลยทำแบบนี้กับเรา?”


ก็เราไม่รู้จะทำยังไงผักบุ้งคิดทางอื่นไม่ได้จริง ๆ เราบอกกานต์ไม่ได้ว่าให้เลิกชอบเรา มันก็คงเหลือแต่ทางนี้แล้ว...


แล้วมันต่างกันตรงไหน?”


“...”


ผักบุ้งจะทำอะไร เรามันก็เป็นคนเจ็บอยู่ดี ไม่ต้องมาคิดแทนหรอกว่าทางไหนมันดีกว่าคำพูดของกานต์ที่ได้ยินมันทำความรู้สึกแย่ ๆ ในใจของผักบุ้งเพิ่มมากขึ้น แล้วที่ผ่านมา ที่ไม่ตอบเราก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม ถ้าเกิดว่าหวังดีจริง แล้วที่ผ่านมาคืออะไร วันที่เราต้องมานั่งคิดว่าทำไมผักบุ้งไม่ตอบ มันผ่านมากี่วันแล้ว?”


“...เราขอโทษ


“...”


เราอาจจะคิดน้อยไป แต่เราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายความรู้สึกกานต์จริง ๆ


มันยากจริง ๆ กับการที่ต้องมารับผิดชอบความรู้สึกของใครแบบนี้ แต่ผักบุ้งไม่อยากจะเป็นคนเห็นแก่ตัวที่จะคิดไปว่าแล้วยังไง ก็มาชอบเองหรือไม่ได้ขอให้ชอบสักหน่อย หรือจะทำเป็นไม่ใส่ใจในความรู้สึกของคนคนหนึ่งที่มีใจให้กับเรา ถึงจะตอบรับเอาไว้ไม่ได้ แต่การทำลายมันก็ไม่ใช่ทางที่ผักบุ้งอยากจะเลือกเดิน


ต่อจากนี้ถ้ากานต์จะทำอะไร กานต์ก็ทำตามที่ใจอยากได้เลยนะ จะเลิกเป็นเพื่อนกับเราก็ได้ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะ—”


ไอ้ลิตใช่ไหม?”


“...”


ผักบุ้งเป็นแฟนกับมัน เป็นแฟนกับไอ้ลิตใช่ไหม?”


“...ใช่ผักบุ้งเลี่ยงเรื่องนี้ไม่ได้ เราเป็นแฟนกับชลิ—”


ทำไม!


กานต์!


แรงกระชากที่ข้อมือทำให้ผักบุ้งร้องขึ้นด้วยความตกใจ ผักบุ้งมองเห็นคะน้ากับแจมที่ลุกขึ้นจากโต๊ะ มองเห็นสีหน้าของกานต์ที่กำลังโกรธจัด แขนที่ถูกบีบจนเจ็บมากขึ้นทุกวินาทีนั้นทำให้ผักบุ้งทนเก็บสีหน้าของตัวเองไม่ไหว ยิ่งพยายามสู้ก็ยิ่งเจ็บ


ทำไมต้องเป็นมันด้วย! ทำไม!


เราเจ็บนะ!


สุดท้ายก็เป็นมันทุกที ทำไมต้องเป็นมัน!


กานต์!แจมเข้ามาห้ามตรงกลาง ไอ้กานต์ ตั้งสติหน่อย!


ช่วงแขนและบริเวณข้อมือของผักบุ้งนั้นปรากฎเป็นรอยมือสีแดงเข้มเมื่อกานต์ปล่อยมือออก ดูเหมือนว่าเสียงแจมนั้นจะทำให้กานต์ได้สติขึ้นมาจริง ๆ เจ้าตัวมองผักบุ้งที่กำลังอยู่ในอารมณ์ตกใจด้วยแววตาที่ไม่ต่างกัน ก่อนจะกลับไปมองหน้าแจมที่ตอนนี้พยายามจะทำให้ทุกกลับมาปกติ


โอเคไหม ไปล้างหน้ากับกูก่อน ไปคุยกัน


ผักบุ้ง...


มึงยังมีหน้ามาเรียกชื่อเพื่อนกูอีกเหรอ กูจะแจ้งตำรวจ!คะน้าที่ถูกสนจับเอาไว้เพราะแจมสั่งตะโกนลั่น กูจะต่อยมึงด้วย!


คะน้า พอแล้ว เราไม่เป็นไร...ผักบุ้งเข้าไปหาคะน้าก่อนจะบอกให้สนปล่อยตัวเพื่อนรักของตัวเองเพราะแจมพากานต์ไปแล้ว ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องโกรธเลย


กูจะฟ้องไอ้ลิต!


คะน้า!ผักบุ้งรู้ว่าเพื่อนหวังดี แต่ทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้เรื่องมันใหญ่ไปทำไม...


ไม่บอกสิเรื่องใหญ่ ไอ้ลิตด่ามึงแทบตาย ไม่เคยทำให้มึงเจ็บตัวเลยสักครั้ง แล้วไอ้ห่านั่นแม่ง... โว๊ยยยย! กูโมโห!


“...”


ไอ้สนรีบซ้อมไหม กูจะไปซื้อเป็ปซี่!


คงไม่รีบแล้วล่ะ เชิญมึงไปเลย


เพราะคะน้าพาเดินลงไปซื้อเป็ปซี่ข้างล่าง ผักบุ้งจึงไม่ได้อยู่ดูทางนี้ว่าแจมนั้นเป็นอย่างไร ที่บอกว่าจะพากานต์ไปล้างหน้านั้นพาไปไหน แต่เรื่องที่สำคัญกว่าคือพูดของคะน้าที่บอกให้ผักบุ้งบอกชลิต ย้ำว่าอย่างไรก็ต้องบอก ชลิตจะโมโหจะอารมณ์ร้อนจะสารพัดอะไรก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผักบุ้งต้องบอกเรื่องนี้ให้ชลิตได้รู้


ไอ้บุ้ง มึงอย่ามาทำหน้าแบบนี้


ก็ชลิตจะโมโหแน่ ๆ เรารู้...


แล้วมันยังไง สมมติเลยนะว่าไอ้ลิตไปหาปุยฝ้าย ไม่มีอะไรหรอกแต่ไม่บอกมึง มึงจะคิดไหมว่าทำไมมันไม่บอก ไม่มีอะไรแล้วทำไมไม่บอก


คิด...


เออ มันก็เหมือนกันแหละคะน้าดูดเป็ปซี่จนเหลือแก้วภายในครั้งเดียว เจ็บไหมวะ?”


โอเคแล้ว มันแค่ยังแดงอยู่ผักบุ้งมองแขนตัวเองที่ไม่รู้ว่าจะหายแดงทันก่อนไปเจอชลิตรึเปล่า เราจะบอกชลิตนะ คะน้าไม่ต้องห่วง


ถึงจะพอคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็คงไม่ดีถ้าชลิตไม่ได้รับรู้เรื่องนี้ หรือรู้จากแจมและคะน้า มันอาจทำให้ชลิตเข้าใจไปว่าผักบุ้งไม่อยากบอก ถ้าเป็นแบบนั้นคงยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ต่อให้โมโหกัน ผักบุ้งก็คงจะต้องบอกจริง ๆ


“เออ แล้ว...ที่มันบอกว่าเห็นมึงมาตั้งนานแล้ว มันบอกมึงยังว่าเห็นเมื่อไหร่?” คะน้าขอนอกเรื่องเพราะมันคิดได้พอดี “หรือว่ามึงยังไม่ถามอีก?”


“เราถามแล้ว แต่ชลิตชอบทำเป็นไม่ได้ได้ยิน เปลี่ยนเรื่องไปเลย”


“แล้วทำไมมึงไม่ถามใหม่ล่ะ?!


“ก็พอชลิตพูดเรื่องใหม่เราก็ลืม...เอาไว้มีโอกาสเราจะถามให้ใหม่นะ บอกคะน้าคนแรกเลย”


“เออ!


แจมกลับมาตัวคนเดียว รวมทั้งยังรับผิดชอบเข้าไปคึยกับครูวิชัยและครูที่มาจากโรงเรียนของกานต์ว่าอีกฝ่ายนั้นติดธุระด่วน มีเรื่องจำเป็นต้องขอกลับบ้านก่อน ถ้าเกิดว่าคู่ซ้อมไม่ครบหรืออย่างไรก็ต้องขอโทษจริง ๆ พอได้ยินแบบนั้นแล้วผักบุ้งก็อาสาอยู่แทนเพราะทำเป็นอยู่เฉย ๆ ให้เรื่องผ่านไปไม่ได้


“...กลับไปแล้วเหรอ?”


อืม มันฝากมาขอโทษด้วย บอกว่าวันหลังจะมาขอโทษเอง แต่วันนี้...นั่นแหละ


“...”


คนมันมีเรื่องในใจน่ะ บางทีก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ขอโทษแทนมันด้วยนะ


อ๋อ ก็เลยทำคนอื่นเจ็บตัว ทั้งที่ปัญหาจัดการตัวเองไม่ได้?”


“คะน้า คนเรามันก็ไม่เหมือนกัน”


“เฮอะ!


ผักบุ้งได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี


มันเป็นอะไรที่ยากและทำใจลำบากจริง ๆ ที่ต้องทำร้ายความรู้สึกในหัวใจของใครสักคน

 




 



“เหนื่อยไหม ทำไมชลิตมาเร็วจัง?”


ผักบุ้งที่วันนี้อยู่ในชุดนอนลายกระต่ายสีชมพูนั้นเดินออกมาจากบ้านเพื่อไปกินอาหารว่างตอนค่ำกับชลิตที่ร้านนมสดใกล้บ้าน


“ทำไม อยากให้มาช้ารึไง?” ชลิตเปิดกระจกหมวกกันน็อกออกมาคุยกับผักบุ้งที่กำลังขยับตัวขึ้นมอเตอร์ไซค์ “ทำอะไรอยู่?”


“ทำสรุป เพิ่งทำเสร็จเลย” ผักบุ้งขึ้นนั่งเรียบร้อย รวมทั้งใส่หมวกกันน็อกที่ตอนนี้เป็นเหมือนของผักบุ้งไปแล้วเพราะมีโอกาสได้ใส่ทุกเช้า “ชลิตทำบ้างรึยัง?”


“ก็ทำบ้างแล้ว แล้วนี่บอกพ่อกับแม่ยัง?”


“บอกครบทุกคนแล้ว ไปได้เลย พี่ตุ้งบอกว่าห้ามกลับเลยเที่ยงคืนนะ”


“ไม่เกินสี่ทุ่มหรอก เดี๋ยวง่วงนอน”


“โอเค...”


ถึงจะต้องไปกลับรถไกลหน่อยเพราะแถวบ้านผักบุ้งรถออกจากตรอกจากซอยค่อนข้างเยอะทำให้ไม่ค่อยปลอดภัย ชลิตที่ไม่เคยย้อนศรถึงแม้จะเห็นคันอื่นย้อนศรมานั้นก็เลือกที่จะขับมอเตอร์ไซค์ตรงไปก่อนสักระยะพอให้พ้นช่วงเขตที่มีรถหนาแน่นแล้วค่อยกลับรถ ก่อนจะขับกลับมาแล้วกลับรถอีกครั้งเพื่อไปยังร้านนมร้านโปรดของผักบุ้งเพราะไม่ค่อยได้ไปกินร้านไหน ส่วนชลิตนั้นแถวบ้านมีร้านบัวลอยไส้งาดำ คุยกันแล้วว่าหลังสอบกลางภาคเสร็จจะไปกินด้วยกัน ผักบุ้งคิดไว้แล้วว่าจะต้องได้กินบัวลอยนมสดภูเขาไฟเพราะชลิตบอกว่าชอบกิน ผักบุ้งก็เลยอยากจะกินบ้าง


“เข้าไปสั่งเลย เดี๋ยวหยิบเสื้อให้ก่อน” ชลิตบอกให้ผักบุ้งเดินเข้าไปนั่งในร้านก่อนเพราะตัวเองจะหยิบของ “ไม่เคยเอาเสื้อมาเลย เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”


“ก็...อยากใส่เสื้อของชลิต”


“ไปนอนบ้านดิ ให้ใส่ทั้งตู้เลย”


“ทะลึ่งอ่ะ...” ผักบุ้งพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินนำเข้าร้านด้วยแก้มที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เราเคยนั่งด้วยกัน ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่มากับชลิต โต๊ะและเก้าอี้ไม้สองตัวนี้จะว่างทุกครั้งให้เราสองคนได้นั่ง จนกลายเป็นที่นั่งประจำที่พี่ในร้านยังรู้ มากันสองคนเวลานี้ทุกที นั่งที่เดิมทุกครั้งด้วย


นมวานิลลาร้อนสองแก้วถูกสั่งเสมอเมื่อมาที่นี่ วันนี้ผักบุ้งเอาเนยนูเทลล่าสองแผ่น สั่งเนยนมปกติให้ชลิตที่ถึงจะกินได้ทุกอย่างแต่ผักบุ้งสังเกตเสมอว่าชลิตจะกินเนยนมก่อนเสมอ แล้วก็สั่งเนยกับแยมมาร์มาเลดอีกแผ่นเพราะชลิตก็ชอบกินเหมือนกัน


ก่อนที่จะยิ้มออกมาเพราะเสื้อที่ถูกคลุมที่ไหล่และคนที่ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกัน


“เป็นไง ตีกับไอ้กานต์สนุกมากไหมล่ะ?”


“...”


“บุรินทร์?”


“ชลิต...” ผักบุ้งใส่ชุดนอนแขนยาวมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ถึงจะบางตามแบบฉบับชุดนอนแต่ก็ช่วยปกปิดรอยแดงที่แขนเอาไว้ได้ “เรามีเรื่องจะบอก”


“อะไร?”


“ชลิต...ไม่โกรธได้ไหม?” ผักบุ้งใช้มือถูกันอยู่ใต้โต๊ะเพราะสีหน้าของชลิตที่ผักบุ้งได้เห็น “สัญญา...กับเราก่อน...”


“ไม่สัญญา”


“...”


“บอกมา บุรินทร์” มือของชลิตที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นกำเข้าหากันแน่น บ่งบอกถึงอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นภายในใจ


“มันไม่ได้มีอะไร...” ผักบุ้งผ่อนลมหายใจออกมา “เราบอกกานต์แล้วนะว่า


“เล่าตั้งแต่ต้น”


“อื้อ...” ความรู้สึกกลัวว่าชลิตจะโกรธเพิ่มขึ้นมาในใจ จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่ชลิตกับผักบุ้งอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ “พอเจอกันแล้วกานต์ถามเราก่อนว่ากานต์ทำอะไรผิดไปรึเปล่า หรือทำให้เรารู้สึกไม่ดีไหม ทำไมเราถึงเมินกานต์แบบนั้น”


“...”


“กานต์ก็ว่าเราแหละ ว่าเราทำไม่ถูก เราก็ยอมรับนะ แล้วเราก็บอกว่าเรามีแฟนแล้ว...” ผักบุ้งพยายามเล่าให้ดีที่สุด “เราก็บอกว่าแฟนเราคงไม่สบายใจถ้าเราจะคุยกับใครที่ชอบเรา ถึงจะไม่ใช่กานต์ ชลิตก็คงไม่ชอบอยู่ดี...”


“ใช่”


“...แต่เหมือนกานต์รู้สึกแย่นะ ชลิต เราบอกกานต์ไปด้วยว่าเราไม่เคยตั้งใจทำร้ายความรู้สึกกานต์ แต่ว่ากานต์ก็ถามเราว่าเราเป็นแฟนกับชลิตใช่ไหม แล้วเราก็ตอบว่าใช่...” ผักบุ้งลุกขึ้นก่อนจะขยับเก้าอี้ของตัวเองไปใกล้ ๆ ชลิต คิดเอาไว้แล้วว่าต้องจับไว้ให้มั่นถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้น “เหมือน...เหมือนกานต์จะโมโห เราก็ไม่รู้ แต่กานต์คว้าแขนเราแล้ว


“ว่าไงนะ?”


“ชลิต...” ผักบุ้งกอดแขนชลิตเอาไว้ เชื่อว่าคนในร้านจะเข้าใจว่ามันไม่ใช่การทำตัวไม่ดี แต่เป็นการกอดเอาไว้เผื่อเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย


“มันจับตรงไหน?”


“ตรง...นี้...”


แขนเสื้อนอนสีชมพูถูกเลิกขึ้นให้ชลิตที่สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้เห็น ผักบุ้งเองก็ได้แต่จับแฟนของตัวเองเอาไว้ให้มั่น พูดซ้ำ ๆ ว่าไม่เป็นไร แจมคุยให้แล้วนะ แจมคุยให้แล้วจริง ๆ


“ปล่อย”


“ชลิต...ไม่เอา...”


“บอกให้ปล่อย”


“ชลิตจะให้เราปล่อยทำไม จะไปไหน?”


“ไม่ได้จะไปไหน” ชลิตวางกุญแจรถไว้บนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวกลับมา”


“...ไม่ได้ไปไหนแล้วทำไมถึงบอกว่าจะกลับมา” ผักบุ้งไม่ให้ชลิตไป “ไม่ไปไม่ได้เหรอ...”


“...”


“อยู่กับเรานะ”


สิ่งที่ทำนั้นมีเพียงแต่การจับมือของชลิตเอาไว้ให้น่านที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผักบุ้งไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่ออีกเพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ โกรธไหม โมโหมากรึเปล่า หัวใจของผักบุ้งเต็มไปด้วยความกลัวว่าชลิตจะปล่อยมือออกจากกันแล้วไม่รับฟังสิ่งที่ผักบุ้งขอ ถ้าเกิดว่ามันเป็นอย่างนั้น ผักบุ้งก็ได้รู้ว่าบางทีความรู้สึกที่มีมันอาจจะไม่มากพอ...


แต่การที่ชลิตทิ้งตัวลงนั่งที่เดิมแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งลูบแขนที่มีรอยมือสีแดงจาง ๆ อย่างแผ่วเบานั้นทำให้ผักบุ้งรู้สึกดีใจจริง ๆ


“เจ็บไหม?”


“ไม่เจ็บเลย” ผักบุ้งจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น ไม่สำคัญเลย “ชลิตจะไปไหน บอกเรา”


“ก็แค่จะออกไปสูดอากาศข้างนอก มัน...” ชลิตถอนหายใจ “ทั้งโกรธ ทั้งโมโห ทั้ง...มันกล้าดียังไงวะ...”


“ชลิตไม่ต้องทำอะไรนะ คะน้าจะไปแจ้งตำรวจแล้ว” ผักบุ้งรู้ว่ามันช่วยอะไรไม่ได้ ก็แค่พูดออกไปเพราะอยากจะให้ชลิตยิ้ม แล้วก็ยิ้มออกมาจริง ๆ ด้วย “เราไม่เป็นอะไรเลย นี่แดงเพราะเอาใยบวบขัดนะ คะน้าบอกให้เราขัดให้สะอาด เอาไว้ให้ชลิตจับคนเดียว”


“บุรินทร์ วันนี้อยากเปลี่ยนที่นอนรึไง?”


“ไม่เอา” มือเลื่อนลงไปจับเก้าอี้เพราะจะถอยห่าง แต่ก็ถูกดึงเอาไว้ “เราอยากนอนที่บ้านเรา เดี๋ยวพ่อเป็นห่วง”


ทุกอย่างที่มาเสิร์ฟพร้อมกันทำให้ผักบุ้งได้กินขนมปังไปพร้อมกับนมอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งยังไม่ได้เลื่อนเก้าอี้กลับที่เพราะชลิตบอกว่าไม่ต้องไป คงเป็นเพราะมือของชลิตที่จับบริเวณที่เป็นรอยสีแดงจางเอาไวเ ถึงจะเป็นการจับแบบที่ไม่ได้ใช้แรงอะไรแต่ทำให้ผักบุ้งรู้สึกอุ่นขึ้นที่หัวใจเพราะสัมผัสแบบนี้

 

ถึงจะว่าผักบุ้งด้วยถ้อยคำแสนใจร้ายมากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ชลิตไม่เคยทำเลยสักครั้งคือการทำให้ผักบุ้งเจ็บตัว ทั้งยังเป็นห่วงเป็นใยกันมากขนาดนี้ แม้ว่ารอยจะจางไปจนแทบจะมองไม่เห็นแล้วก็ตาม

 

ผักบุ้งขอบคุณชลิตจริง ๆ ที่เปิดใจให้คนที่ทำผิดพลาดในชีวิตไปอย่างผักบุ้งคนนี้ รู้สึกขอบคุณจากหัวใจจริง ๆ

 

เรา...ขอถามได้ไหม?”


อะไร?”


เรารู้ว่าเรื่องวันนี้ เดี๋ยวชลิตก็โทรไปถามแจม แต่...ผักบุ้งคิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องรู้จริง ๆ ชลิตเล่าให้เราฟังได้ไหมว่ามีปัญหาอะไรกับกานต์มาก่อน?”

 

มันเป็นความรู้สึกที่ว่าทำไมกันนะ เป็นคำถามในใจที่ต้องการคำตอบจริง ๆ คำพูดของกานต์ที่ว่าทำไมถึงต้องเป็นชลิตยังคงเล่นอยู่ซ้ำ ๆ ในความคิดจนเองออกไปไม่ได้ ผักบุ้งไม่เข้าใจว่าชลิตผิดอะไร ทำไมกานต์ถึงได้พูดออกมาแบบนั้น

 

แต่ถ้าไม่อยากเล่าเราก็เข้าใจนะ ชลิตไม่ต้องลำบากใจ—”


เมื่อก่อนสนิทกันมาก เพราะว่าเล่นกีฬาเหมือนกันชลิตเริ่มต้นเล่าเรื่องไป กินขนมปังไปด้วย กับแจมนี่มาสนิทกันเพราะเวลาไปเล่นกีฬา ไม่รู้ต้องตามงานจากใครเลยต้องตามกับหัวหน้าห้อง แล้วมันเหมือนไปกันได้ ก็เลยสนิทกัน ส่วนไอ้เซนต์กับไอ้ครามมันเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ประถมแล้ว ก็มาสนิทกันตอนเรียนมัธยม ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ


“...”


พอไปแข่งกีฬาก็จะเจอคนเยอะ ก็จะมีคนเข้าหา ก็อย่างที่บุรินทร์เห็น มันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ชอบหรอก แต่ว่ามันก็ต้องชินผักบุ้งเห็นจริง ๆ ว่าชลิตไม่สนใจเลย จนตอน ม.3 เทอมหนึ่งก็มีผู้หญิงคนนึงมาชอบฉัน แล้วก็สารภาพตรง ๆ เลยด้วยว่าชอบ แต่ว่าฉันไม่ได้ชอบแล้วก็ไม่ได้สนใจด้วยก็เลยปฏิเสธไป แต่พอเปิดเทอมสองมา ไอ้กานต์ก็มาแนะนำว่าเป็นแฟนมัน


“...”


ฉันไม่ได้บอกใครเรื่องที่มีคนมาชอบเพราะว่ามันไม่ได้สำคัญ แต่พอเห็นแบบนี้แล้วก็เลยไปปรึกษาแจม แล้วก็เห็นตรงกันว่าไม่ควรจะพูดอะไร บางที...ผู้หญิงคนนั้นอาจจะชอบไอ้กานต์แล้ว มันก็ผ่านไปตั้งปิดเทอมนึง อาจจะคุยกันตอนนั้นก็ได้


“...ชลิตจะบอกเราว่าผู้หญิงคนนั้น...ผักบุ้งเดาเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย ถ้าเกิดว่ามันทำให้เพื่อนต้องทะเลาะกัน “...ใจร้าย


ตอนใกล้จะเรียนจบม.3 มีวันหนึ่งไอ้กานต์มันก็มาที่บ้าน มาถามว่าแฟนมันเคยบอกชอบฉันไหม ถามเรื่องที่ผ่านมานั่นแหละ ฉันก็ตอบไปตามความจริง แล้ว...ก็เข้าใจนะว่าเสียใจจนหาที่ลงไม่ถูก มันก็คงรักของมันมาก สุดท้ายก็มาลงที่ฉัน มันก็เลยกลายเป็นแบบนี้


“...”


คงเป็นเพราะฉันตอบไม่ได้ตอนที่มันถามด้วยล่ะมั้ง ว่าทำไมถึงไม่บอกมัน สงสารรึไง...


แล้วทำไมตอนนั้นชลิตถึงไม่บอกล่ะว่าไม่ได้คิดว่ามันสำคัญ...


เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นสำคัญสำหรับมันล่ะมั้ง ฉันรู้ดีกว่าใครเพราะมันพูดให้ฟังทุกวันว่ารักมากแค่ไหน ถ้าเกิดว่าฉันพูดว่านี้ว่าไอ้คะน้ากับไอ้ถั่วมันไม่ใช่เรื่องสำคัญ บุรินทร์จะรู้สึกยังไง?”


“...”


มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่ฉันก็เข้าใจนะว่าอายุสิบห้าสิบหกแบบนั้น...หรือว่าในตอนนี้ เราก็ยังไม่ได้โต ยังไม่ได้เข้าใจความรู้สึกไปทุกรูปแบบหรอก


แต่...กานต์ยังโกรธชลิตมาจนถึงวันนี้เลยเหรอ?” ผักบุ้งไม่เข้าใจ พอเวลาผ่านไปแล้วมัน...


คงเพราะว่าเหตุการณ์หลังจากนั้นมันแย่ลงไปอีก ทุกอย่างมันก็เลยแย่จนเอาอะไรกลับมาไม่ได้แล้วล่ะมั้ง หรือไม่ก็คงต้องโตกว่านี้ชลิตพูดเหมือนเล่าความหลังในชีวิตให้ผักบุ้งฟัง เพื่อนที่คิดว่าจะเข้าใจก็เข้าข้างฉัน ผู้หญิงก็บอกเลิกแล้วก็สารภาพว่าชอบฉัน อะไรก็กลายเป็นฉันไปหมด มันก็คงหาที่ลงไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ


ชลิตผิดตรงไหน ผู้หญิงนั่นแหละผิด!


ปุยฝ้ายน่ะเหรอ?”


“...”


แต่ก็ดูไม่ได้สำนึกผิดอะไรเลยนะ


ขนมปังนูเทลล่าชิ้นสุดท้ายของผักบุ้งถูกถือค้างอยู่ในอากาศเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ไม่คิดว่าจะได้ยินในเรื่องราวนี้


มันก็คงเป็นอีกสิ่งที่ทำให้เลิกเจ็บใจไม่ได้ล่ะมั้ง แล้วพอคิดจะชอบบุรินทร์...บุรินทร์ก็ชอบชลิตอีกแล้ว


“...”


ช่วยไม่ได้เนอะ


ประโยคสุดท้ายของชลิตทำให้ผักบุ้งที่กำลังรู้สึกเสียใจในสถานการณ์นี้หลุดสีหน้าตลก ๆ ออกมา เข้าใจแล้วว่าทำไมกานต์ถึงได้โกรธ (แต่ผักบุ้งก็รู้ว่าชลิตไม่ได้พูดแบบนี้หรอก)


มันก็คงเป็นเรื่องที่ผักบุ้งสามารถทำความเข้าใจได้ แต่คงเข้าใจไม่ได้จริง ๆ ทำได้เพียงรับรู้และพยายามเข้าใจกานต์ให้ได้ มันคงเป็นความรู้สึกในใจที่เข้าไม่ถึง ถึงผักบุ้งจะคิดว่าถ้าเป็นผักบุ้งนะ จะทำอย่างนั้นจะทำอย่างนี้ แต่พอมันเกิดขึ้นจริง ๆ ผักบุ้งอาจจะไม่ได้ทำอย่างที่ตัวเองคิดก็ได้


ไม่อยากจะคิดแบบนี้เลย แต่ผักบุ้งก็อดคิดไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมันก็คงมาจากสิ่งที่ปุยฝ้ายทำอยู่ทุกวันนี้ คนที่แสดงออกว่าชอบชลิตมากขนาดนี้ ครั้งหนึ่งเคยเล่นกับหัวใจของคนคนหนึ่ง โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลยนี่มัน....


แต่...ชลิต เราถามอีกได้ไหม?”


ว่า?”


ชลิตฟอลไอจีปุยฝ้ายแต่ไม่ฟอลไอจีเราเนี่ยนะ?” มันรู้สึกโมโหอย่างไรก็ไม่รู้ เราไม่พูดเพราะคิดว่าชลิตจะรู้ แต่ชลิตก็ไม่ได้ฟอลเรา...


มันสำคัญอะไร ก็แค่ฟอลไม่ฟอล จะให้อันไหมล่ะ?”


“...ไม่รู้...


เดี๋ยวไปอันให้ ตอนนี้ขี้เกียจเล่นชลิตดูไม่ได้ใส่ใจจริง ๆ บุรินทร์ว่าชลิตควรไปคุยกับกานต์ให้เข้าใจไหม?”


“...”


ไม่สิ มันคงไม่ได้คุย


ชลิต ต้องใจเย็น ๆ นะผักบุ้งไม่อยากให้ชลิตวู่วาม ถ้าไปคุยก็อาจจะดีนะ เอาแจมไปด้วย ไม่ต้องคุยเรื่องเราหรอก ก็แค่...ถ้าได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกก็คงดี


“...คงจะชวนไปทั้งกลุ่มแหละชลิตกินขนมปังชิ้นสุดท้าย ต้องลองไปคิดดูก่อน


เพราะว่าท้องฟ้าและอากาศทำให้รู้สึกเหมือนฝนใกล้จะตก รวมทั้งพี่ที่ร้านก็บอกผักบุ้งว่าดูเหมือนฝนใกล้จะตกแล้ว เข้ามาบอกกันเพราะเห็นว่าขับมอเตอร์ไซค์มา ไม่อยากจะให้ติดฝนอยู่ที่นี่ ทั้งชลิตและผักบุ้งจึงรีบดื่มนมจนหมดแล้วรีบออกจากร้าน ชลิตเองดูไม่รีบเท่าผักบุ้งที่กลัวว่าชลิตจะต้องขับรถตากฝนกลับบ้าน วันนั้นที่ไม่สบายยังจำได้อยู่เลย วันที่ผักบุ้งเอาคูลฟีเวอร์ไปแปะให้


ผักบุ้งตรวจสอบพยากรณ์อากาศผ่านโทรศัพท์ พบว่าเหมือนอากาศเย็นลงแล้วลมก็พัดมา แต่ว่าฝนคงจะไม่ได้ตกตอนนี้ ตามที่แสดงผลในโทรศัพท์นั้นบอกว่าฝนจะตกตอนตีหนึ่งหรือไม่ก็ตอนตีสอง


“ชลิตใส่เสื้อก่อนนะ อากาศมันหนาว” ผักบุ้งถอดเสื้อที่ชลิตให้ผักบุ้งใส่ก่อนจะเอาใส่ให้เจ้าของในตอนที่ถึงบ้านแล้ว “เป็นหวัดไม่ได้เลยนะ จะสอบแล้ว”


“วันอาทิตย์ว่างไหม ติวคณิตเพิ่ม”


“เรานัดอ่านหนังสือกับคะน้าไปแล้ว พรุ่งนี้ได้ไหม?”


“พรุ่งนี้ชลิตก็อ่านกับเพื่อน”


“...โทรคุยกันได้ไหม เดี๋ยวเราโทรหาตอนกลางคืนนะ สองวันเลย”


“ก็ได้ จะได้คุยกับพี่เบิ้มด้วย”


“...”


“บุรินทร์”


มือของชลิตที่แบลงตรงหน้านั้นทำให้ผักบุ้งยกมือของตัวเองขึ้นวาง ก่อนที่ชลิตจะบอกว่าอีกข้าง ทำให้ผักบุ้งต้องวางมือซ้ายของตัวเองลงไป มือข้างที่มีร่องรอยสีแดงจาง ๆ ปรากฏอยู่ ผักบุ้งมองมือของตัวเองที่ถูกยกขึ้น ก่อนที่หัวใจของผักบุ้งจะแทบหยุดเต้น รวมถึงลมหายใจที่หยุดชะงักเมื่อเห็นและสัมผัสได้ถึงริมฝีปากและความอบอุ่นที่แนบลงมาบริเวณข้อมือ กดย้ำซ้ำ ๆ จนทำให้ผักบุ้งแทบจะลืมหายใจ ทั้งสมองยังว่างเปล่าไปเสียหมด


“ฉันรู้ว่านายคงเจ็บ”


“...”


“แต่ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วนะ?”


“อื้อ...” ผักบุ้งห้ามรอยยิ้ม ห้ามแก้มแดง ๆ และความเขินของตัวเองไม่ได้ “ชลิต...”


“อะไร?”


“มือเรา...”


“มือบุรินทร์ทำไม?” สัมผัสที่หลังมือทำให้ผักบุ้งตัวร้อนกว่าเดิม “แดงทั้งตัวแล้วเนี่ย”


“ไม่ต้องเลย...” ผักบุ้งเขินจริง ๆ “กลับไปได้แล้ว เดี๋ยว...เดี๋ยวฝนตกนะ”


“ตกก็นอนบ้านบุรินทร์”


“ไม่เอา...” ผักบุ้งรู้ว่าชลิตแกล้ง “อย่าขับรถเร็วนะ เป็นห่วง”


“เป็นห่วงก็ซ้อนไปด้วยดิ” ชลิตเองก็แกล้งผักบุ้งไม่เลิก พูดไม่ยอมหยุด ยิ่งเห็นว่าเขินแล้วก็ยิ่งแกล้งให้เขินขึ้นไปอีก “เป็นเมียประสาอะไรเนี่ย ไม่ดูแลกันเลย”   


“ชลิต!


ผักบุ้งทำหน้ามุ่ยใส่คนที่ส่งรอยยิ้มกลับคืนมาให้ได้เห็น ใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้จับมือกันเอาไว้วางลงบนศีรษะของผักบุ้งที่เปลี่ยนจากการแกล้งทำเป็นไม่พอใจเป็นรอยยิ้มเพื่อส่งกลับไปเหมือนกัน


“ตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ”


“อื้อ...”


“หรือว่าพรุ่งนี้จะมาติวด้วยกัน?”


“ไม่เป็นไร ชลิตติวกับเพื่อนเถอะ” ผักบุ้งเชื่อว่าชลิตควรได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนบ้าง “ถึงบ้านแล้วบอกเราด้วยนะ”


เพราะว่าชลิตชอบให้ผักบุ้งเข้าบ้านไปก่อน สิ่งที่พอจะทำได้คือการมองแผ่นหลังชลิตที่หายลับจากสายตาไปอยู่ภายในเขตรั้วบ้านของตัวเอง ก่อนที่ผักบุ้งจะเงยหน้ามองท้องฟ้าของกรุงเทพมหานครที่สว่างด้วยแสงไฟหลายล้านดวงจากผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ท้องฟ้าที่ทำให้ผักบุ้งรู้ว่าบนโลกนี้ คนเราต่างมีเรื่องมากมายในหัวใจที่ถึงแม้จะรับรู้ว่ามันเป็นอดีต แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน อยู่ในชีวิตของเราไม่จางหายไปไหน


ทั้งที่คิดว่าตัวเองเติบโตขึ้นมากแล้ว แต่ยิ่งได้รู้จักผู้ชายที่ชื่อชลิตมากเท่าไหร่ ผักบุ้งก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้มีอะไร...ไม่เหมือนคนที่กำลังเรียนมัธยมอยู่เลย


เหมือนเป็นคนคนหนึ่งที่เพิ่งขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ห้ามาเมื่อวานนี้เอง 








พ่อ! สอบเสร็จเล่นบาสไหม?!”


ไม่ว่ะ พาบุรินทร์ไปเที่ยว


อ้าว พ่อไม่เรียกเมียแล้วไง ทำไมห่างเหินอ่ะ?”


เค้าให้เรียกตอนอยู่สองคน


ชลิต!

 

ผักบุ้งเหนื่อยจะตะโกนแล้ว แต่ว่ามันก็ห้ามตัวเองไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายก็ได้แต่ยืนหน้าบึ้ง ในขณะที่ทีมนักบาสโรงเรียนและเพื่อนร่วม 5/10 ยืนอมยิ้มกันทุกคน แจมก็ยังยิ้มไปกับเค้าด้วย ไม่ใช่ 5/10 ก็อมยิ้ม มีความสุขกันทุกคนยกเว้นผักบุ้งกับคะน้า ส่วนลันเตานั้นยังไม่ออกจากห้องสอบ ยังมั่วไม่เสร็จ

 

วันนี้เป็นวันสอบกลางภาควันสุดท้าย ทั้งยังมีสอบเพียงแค่ครึ่งวัน ในเวลาสิบโมงสี่สิบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าทุกคนก็สอบเสร็จกันหมดแล้ว ผักบุ้งเลยตั้งใจว่าจะใช้เวลาช่วงนี้ไปกับชลิต ไปเดินเล่นด้วยกันอย่างที่ไม่เคยทำ ก่อนที่ชลิตจะพาผักบุ้งไปส่งที่บ้านแล้วไปซ้อมบาสเกตบอลต่อในตอนเย็น

 

ทีแรกก็ไม่ได้คิดจะไปหรอก แต่เมื่อวานที่ติวหนังสือผ่านโทรศัพท์กับชลิต ผักบุ้งที่หันไปเห็นตารางสอบพอดีก็เลยเอ่ยปากชวนออกไป ไม่ค่อยกล้าเหมือนกันแต่ก็พูดออกไปแล้ว สิ่งที่น่าดีใจที่สุดคือการที่ชลิตตอบตกลงแล้วก็บอกว่าได้ ไปเดินเล่นกัน มีเสียงพี่เบิ้มแทรกเข้ามาเหมือนอยากไปด้วย แต่ชลิตก็บอกว่าไม่ได้ ต้องไปสอบก่อน พี่เบิ้มก็เลยไม่ได้มาด้วยกัน

 

ชลิตบอกว่าเจรจากันแล้ว อนุญาตให้เป็นกิ๊กได้ แต่ต้องเป็นกิ๊กในโอวาทและในสายตา ห้ามไปกอดกันหนึ่งคนกับหนึ่งตัว ผักบุ้งก็รู้แหละว่าชลิตพูดเล่น แตว่ามันก็อดสงสารพี่เบิ้มไม่ได้จริง ๆ เก๊กฮวยก็ยังไม่โตเลย กว่าจะเป็นสาวพี่เบิ้มก็คงแก่แล้ว

 

ไอ้บุ้ง มึงจะไปไหนกับมัน?”


ไปเดินเล่น กินข้าว ปกติแหละผักบุ้งตอบคะน้าที่ทำหน้าบึ้งก่อนจะกอดอกแน่น ทำไมเหรอ?”


ปกติหลังสอบเสร็จมึงไปกินราดหน้าบ้านกู มีแฟนแล้วทำลืมเลยนะ!


คะน้า...

 

ผักบุ้งไม่ได้ทำลืม ปกติก็จะไปกินราดหน้าจริง ๆ เพราะว่าเลิกสอบเร็วทุกครั้ง ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นธรรมเนียมและทำให้คะน้าไม่พอใจที่วันนี้ผักบุ้งจะไปกินข้าวที่อื่น

 

ไอ้ชลิต มึงเอาใหญ่เหรอ มึงสู้กูเหรอ ฮะ!?”


คะน้า จะตะโกนทำไม เพื่อนยังสอบไม่เสร็จก็มีผักบุ้งเตือนเพื่อนที่เสียงดังใส่ชลิต ได้ยินเสียงสองที่มาชวนชลิตเล่นบาสด้วยว่าไอ้เขียวนี่มันเอาว่ะ มันสู้! งั้นเดี๋ยวเราไปกินราดหน้าก่อนแล้วค่อยไปเนอะ ชลิตว่าไงบ้าง?”


แล้วแต่ ไปไหนก็ได้


ถ้าเมียไปด้วยยยย ฮิ้วววว~”

 

เสียงชมรมบาสเกตบอล ครามและเซนต์นั้นทำให้อาจารย์คุมสอบคิ้วขมวด ไล่ให้ลงไปรอเพื่อนข้างล่าง คนมันชอบล้อเลียนกันก็ล้อไม่เลิกจริง ๆ นะ พูดอย่างไรก็ห้ามไม่ได้ ขนาดแจมก็ยังรู้ว่าห้ามไปก็เท่านั้น มานั่งเกลาคำพูดให้เข้ารูปเข้ารอยน่าจะเข้าท่ากว่า มีวี่แววว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าด้วย

 

ชลิตโอเคไหม ไปร้านคะน้านะ?”


ได้ชลิตไม่มีปัญหาอะไร แล้วบุรินทร์จะไปไหนต่อ คิดไว้ด้วย


อื้อ...ผักบุ้งจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้เอง ชลิตมีที่ที่ไม่ชอบไปไหม เราจะได้ไม่ไปเลือกอันนั้น


แล้วบุรินทร์จะไปไหนล่ะ?” ชลิตถามกลับมาระหว่างที่เรากำลังเดินลงบันไดไปด้วยกัน มีเพื่อน ๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเพราะอยู่ ๆ ก็ตกลงกันได้ภายในสิบวินาทีว่าจะไปกินราดหน้าบ้านคะน้าด้วยกัน


ก็ตอนแรกว่าจะไปเดินเล่นใช่ไหม แต่ว่าพอไปกินราดหน้าแล้วก็คิดว่าไปหาคาเฟ่นั่งดีกว่าผักบุ้งพยายามจะวางแพลนให้ดีที่สุด เดี๋ยวเราหาให้นะ ชลิตรอแปปนึง


พวกมึงจะไปทำอะไรเยอะแยะ ไม่ต้องไป!คะน้าไม่สามารถหยุดตะโกนได้ถ้าคุยกับเพื่อนชมรมบาสที่รู้จักไม่รู้จักก็ไม่รู้ ด่าไปก่อน


เอ้า ไอ้เขียวนี่ กูเอาเงินไปให้นะ!ครามไม่ได้กินราดหน้าที่บ้านคะน้านานแล้ว อยากกินหมี่ซีอิ๊วด้วย แม่มึงรู้ไหมว่ามึงทำตัวแบบนี้


แล้วกูไม่ได้ให้ราดหน้ามึงรึไง ไม่มีมึงก็ขายหมดทุกวัน!


จะตีกันไปทำไมเนี่ย เรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

ผักบุ้งรู้ว่าแจมจัดการได้และคะน้าคงไม่มีวันยอมแพ้เพราะเดี๋ยวไม่เท่นั้นคงจะเถียงต่อไป ผักบุ้งเลยก้มหน้าก้มตาหาร้านคาเฟ่ในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่มีคนมาแนะนำไว้ เผื่อว่าร้านไหนมีสไตล์ที่ชลิตน่าจะโอเค ผักบุ้งจะได้นำเสนอต่อไป รวมทั้งส่งข้อความไปหาลันเตา ทิ้งเอาไว้ว่าลงไปรอข้างล่างนะ ออกจากห้องสอบมาแล้วเพื่อนจะได้เห็น จะได้รีบลงมาสมทบกัน

 

ชลิต...ผักบุ้งอยากชวนคนที่ยืนมองสนามฟุตบอลของโรงเรียน ไม่เล่นโทรศัพท์เหมือนคนอื่นเค้าคุย “...ทำได้ไหม?”


คิดว่าไงล่ะ?”


ก็คิดว่าทำได้อยู่แล้วผักบุ้งรู้ว่าชลิตเรียนเก่ง ทำได้ทุกวิชาเลย สำหรับชลิตคงไม่ยากอะไร...


เห็นข้อเขียนข้อสองแล้วรู้เลยว่าบุรินทร์ว่างแน่นอน


ใช่ เราเว้นไว้เลยผักบุ้งยอมรับพร้อมรอยยิ้ม ไม่ได้เคร่งเครียดอะไร มันทำไม่ได้อ่ะชลิต มันงงไปหมด


อย่าคิดมาก เต็มที่แล้วก็ดีแล้ว


แล้ว—”


สองทำไม่ได้เลยค่ะพี่ต้อง มันเป็นงง ๆ ไปหมด...ภาพของสองแกล้งล้อเลียนผักบุ้ง หันไปออเซาะต้องที่ตอนนี้เขย่งเพิ่มความสูงอย่างเต็มที่เพื่อรับบทเป็นชลิตในวินาทีต่อมา


อย่าคิดมากเลยครับน้องสอง เต็มที่ก็ดีแล้ว


สอง!ผักบุ้งจะโมโหแล้วนะ ต้องด้วย! จะแกล้งเราไปถึงไหน?”


ทำไมครับ น้องผักบุ้งมีผัวแล้วโอ๊ย!


ลามปาม ๆ กูได้ยินนะคะน้าเอาขวดน้ำตีหัวสอง แล้วนี่เมื่อไหร่ไอ้ถั่วจะมา กูจะไม่รอแล้วนะ


เราบอกไปแล้วว่านั่นไง มาแล้วผักบุ้งมองเห็นลันเตาที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหา ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมกับคำพูดว่าผักบุ้งทำได้ไหม ลันเตาทำไม่ได้เลย วันนี้ไปกินราดน้าบ้านคะน้านะ หรือว่าลันเตาบอกให้แม่มารับแล้ว?”


ไม่ได้บอก ไปกินได้ ๆลันเตาคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องได้ไปกินอะไรสักอย่าง จึงบอกแม่เอาไว้ตั้งแต่เช้าว่าไม่ต้องมารับ ไปไงอ่ะ?”


จะนั่งบีทีเอสหรือรถเมล์ บีทีเอสก็เดินหน่อยคะน้าที่บอกไม่ให้เพื่อนไปแนะนำเส้นทาง เอาไง?”


บีทีเอสละกัน ซื้อเวลาเซนต์เลือกแล้ว รถเมล์รอเป็นชาติ กูเดินจากนี่ไปถึงบ้านมึงก็ถึงก่อนรถเมล์อีก


อ้าว ท้าทายภาครัฐ มึงลองเดินเลย ไม่งั้นกูแจ้ง


ไอ้สัด

 

ชลิตกับผักบุ้งแยกออกจากกลุ่มเพื่อนเพราะจะไปด้วยกัน โดนแซวตามระเบียบว่าเป็นแฟนกันก็ต้องไปด้วยกัน ไปกับเพื่อนไม่ได้หรอก เดี๋ยวคนอื่นสับสนว่าใครเป็นแฟนใคร ต้องไปด้วยกันสองคน เกือบจะอ้าปากเถียงไปแล้วแต่ต้องรีบเดินตามชลิตไปก่อน

 

ผักบุ้งส่งข้อความไปถามบัวที่ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วว่าแถวบ้านบัวมีคาเฟ่อะไรให้นั่งบ้างไหม เพราะว่าจากตรงนี้ที่ผักบุ้งอยู่ก็ไม่รู้ว่ามันจะน่าเบื่อสำหรับชลิตรึเปล่า แต่ตอนที่กดออกจากบทสนทนาระหว่างบัวกับผักบุ้ง ชื่อของกานต์ที่ขึ้นว่าส่งข้อความมาก็ทำให้ผักบุ้งหันไปกระตุกเสื้อคนที่เดินนำหน้ากันไปครึ่งก้าว

 

ชลิต กานต์ส่งข้อความมาผักบุ้งตัดสินใจกดเข้าไปเพื่อที่จะได้อ่านให้ชลิตฟังด้วย ถามว่าว่างไหม


ไม่ว่างไง ตอบไปสิ


ชลิต ใจดีกับเพื่อนหน่อยผักบุ้งไม่อยากทำร้ายจิตใจกานต์ที่ดูเหมือนว่าจะเจอแต่คนที่ทำให้เสียใจ เรา...เราตอบเลยนะ

 

KARN. :

ผักบุ้ง

ว่างไหม

ยุ่งอยู่รึเปล่า?

 

B. :

เราคุยได้

มีอะไรรึเปล่า?

 

KARN. :

เราจะขอโทษเรื่องวันนั้นน่ะ

ช้าไปหน่อย

แต่ขอโทษจริง ๆ

ผักบุ้งเจ็บไหม?

 

B. :

เราไม่เป็นไร

แล้วกานต์โอเครึเปล่า?

 

จะไปถามมันทำไม?”


ชลิต...ผักบุ้งก็แค่เอาใจเขามาใส่ใจเรา เราก็แค่ถาม วันนั้นเพื่อนก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่


เป็นห่วงมันว่างั้น?”


ไม่ใช่นะ...ผักบุ้งไม่ได้คิดแบบนั้นเลย คือ...มันก็เป็นห่วงแบบเพื่อน เป็นเพื่อนกัน

 

KARN. :

โอเคแล้ว

ขอโทษอีกทีนะ

ผักบุ้งไม่ผิดเลย

เราผิดเอง

 

B.

ไม่เป็นไร


 

KARN. :

โอเค

ผักบุ้งใกล้สอบยัง

เราจะสอบอาทิตย์หน้า

 

B. :

สอบเสร็จแล้ว

วันนี้เลยยย


 

แล้วบุรินทร์จะคุยอีกนานไหม?”


เราก็แค่ตอบเพื่อ—”


ตอบอะไร?”


“...”


มันเป็นอะไรนักหนา?” เสียงของชลิตฟังดูหงุดหงิดทั้งที่เมื่อครู่ยังปกติอยู่เลย ทำไมมันต้องใส่ใจ?”

 

ผักบุ้งเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี กับชลิตที่อันฟอลปุยฝ้ายไปอย่างไม่คิดอะไรและไม่สนว่าอีกฝ่ายจะส่งข้อความมาเป็นสิบ ไม่สนใจอะไรเลยสักอย่าง แต่ผักบุ้งทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ต่อให้ไม่ใช่กานต์ ผักบุ้งก็ทำแบบนั้นไม่ได้

 

มัน...เราไม่ได้อะไรกับกานต์ขนาดนั้น แต่มันเป็นนิสัยของเราเอง ขอโท—”


ไม่รับได้ไหมล่ะ?”


“...”


เป็นนิสัยของบุรินทร์เอง แก้ไม่ได้ ขอโทษก็แล้วกันจะได้จบ ๆ ไป ฉันไม่รับได้ไหมล่ะ คิดแบบบุรินทร์เลย ก็รับไม่ได้ ไม่รับก็แล้วกัน ก็นิสัยแบบนี้


“...”


ขึ้นรถ เพื่อนจะได้ไม่รอ


อื้อ...

 

มันคิดอะไรไม่ออกเลย อยู่ดี ๆ ก็เหมือนถูกชนด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ทำให้เจ็บตัวแต่ทำให้เจ็บใจ ผักบุ้งไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ชลิตรู้สึกแบบนั้น แต่พอได้กลับมานึกย้อนดูอีกที ผักบุ้งก็คงจะผิดเองที่ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งที่ปัจจุบันนี้มันไม่เหมือนเก่า

 

ชลิตไม่ได้ห้ามเลยถ้าผักบุ้งจะตอบใครหรือทำอะไร ชลิตไม่เคยค้นโทรศัพท์ของผักบุ้งด้วยซ้ำ ไม่ทำอะไรสักอย่าง ทั้งยังไม่เคยทำให้ผักบุ้งรู้สึกไม่สบายใจ พอแสดงออกถึงความเป็นกังวลให้ได้รู้ ชลิตก็จะตัดไฟเสียแต่ต้นลมโดยไม่สนว่ามันจะทำให้ใครคิดอย่างไร

 

ผักบุ้งยังจำได้อยู่เลยที่แจมโดนปุยฝ้ายส่งข้อความมาหาไม่หยุดเพราะชลิตไม่ตอบ ไม่สน ไม่อะไรสักอย่าง แจมที่ไม่เคยเห็นว่าใจร้ายมาก่อนตอบคะน้าที่มีคำถามว่าตัวเองพิมพ์ตอบปุยฝ้ายไปว่าไม่รู้ ถ้าส่งมาอีกจะบล็อกแล้วนะ เกรงใจกันบ้าง

 

ชลิตอันฟอลจริง ๆ เหรอ แล้วแบบนี้ปุยฝ้ายจะ—’


ช่างเค้าดิ สนใจทำไม?’


‘...’


สนแค่บุรินทร์คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว เรื่องเยอะ


‘...ชลิตอ่ะ

 

อยากจะขอโทษก็พูดไม่ได้แล้ว ชลิตไม่ชอบคำนี้ บอกว่ามันไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น มันช่วยอะไรไม่ได้ ไหนจะคำว่าไม่ได้ตั้งใจอีก ชลิตบอกว่ามันไม่มีหรอก มีแต่คำว่าทำอะไรไม่คิด

 

จริง ๆ ผักบุ้งก็คิดบ้างแล้ว แต่สำหรับความสัมพันธ์ที่ไม่เคยมีแบบนี้ สิ่งที่คิดมันคงจะน้อยไปหน่อยสำหรับคนที่บอกว่าขี้หึงนะอย่างชลิต

 

เพราะเป็นช่วงเวลาไม่เร่งด่วน รถบนถนนจึงไม่ค่อยมากเท่าไหร่นัก ชลิตกับผักบุ้งจึงมาถึงร้านของคะน้าที่มีคนแล้วบ้างเพราะอีกชั่วโมงกว่า ๆ ก็จะถึงเวลาพักเที่ยง เราทั้งสองคนยกมือไหว้แม่ของคะน้าที่ส่งยิ้มให้ บอกว่าคะน้าโทรมาบอกแล้ว ตามสบายกันเลยนะลูก ก่อนจะสั่งราดหน้าเพิ่มไข่ไม่พิเศษสองจาน ได้ยินชลิตสั่งเหมือนกันแล้วก็ดีใจ อาจจะคิดไปได้ว่าที่ไม่สั่งพิเศษเพราะเรายังจะไปเที่ยวกันต่อใช่ไหม เมื่อกี้ไม่ได้เรียกว่าทะเลาะกันนะ

 

ผักบุ้งไม่ได้นั่งฝั่งตรงข้าม แต่ทิ้งตัวลงนั่งข้างชลิตที่นั่งลงติดกำแพง กดโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในมือเพราะบัวส่งข้อความกลับมา

 

BN. :

ไปกับชลิตเหรอ

ถามพี่ไช้แล้ว

พี่ไช้บอกว่า

ให้ไปร้านกาแฟโบราณ

 

B. :

จริงเหรอ

อันนี้ถามจริง ๆ นะ

 

BN. :

จริง ๆ

พี่ไช้บอกว่าชลิตชอบกินโอเลี้ยง

เลยบ้านบัวไปหน่อยมีร้านนึง

อร่อยมาก ๆ เก๊กฮวยก็ชอบ

จริง ๆ ก็ไม่หน่อย

เลยไปเยอะเลย

555555555

 

ผักบุ้งกดเข้าไปในโลเคชั่นที่บัวส่งมาให้ จากตรงนี้ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีเพราะรถไม่ติด เป็นร้านเก่าแก่ที่เห็นชื่อแล้วรู้จักทันที แต่ยังไม่เคยไปกินเลย

 

B. :

บัว

เรามีเรื่องอยากถามได้ไหม?

ถ้าส่วนตัวไปบัวไม่ต้องตอบนะ

 

BN. :

ตอบได้จ้ะ

เป็นเพื่อนกัน

 

B. :


พี่ไช้เคยโกรธบัวไหม

ถ้าเคยแล้วบัวง้อยังไงเหรอ

 

BN. :

บ่อยเลย 55555

บัวชอบชวนมาทำกับข้าว

แต่พี่ไช้ใจดี

เอาจริง ๆ ไม่เคยโกรธเลย

ชอบทำเป็นหน้าตึงให้ง้อ

แต่นี่นะ

บัวเล่าให้ฟังก็แล้วกันจ้ะ

โกรธก็ยังดีกว่าไม่เข้าใจนะ

บัวเคยโกหกพี่ไช้ด้วย

แต่พี่ไช้โทษตัวเองว่าพี่ไช้ไม่ดี

บัวรู้สึกผิดมาถึงวันนี้เลยนะ

ผักบุ้งทะเลาะกับชลิตเหรอจ๊ะ?

 

B. :

ไม่เชิง

แต่ชลิตไม่พอใจ

เรารู้

 

BN. :

ช่างมัน ๆ

ขี้เก๊กเหมือนพี่ไช้เลย

บัวหมั่นไส้

5555555

 

B. :

ไม่ได้จริง ๆ

ทำยังไงดี


 

BN. :

ก็ทำเป็นปกติ

อย่างบัวก็ทำกับข้าว

ผักบุ้งทำอะไรดี

ลองคิดดูนะ

แต่ไม่ต้องคิดมากจ้ะ

ผักบุ้งสู้สู้

 

บุรินทร์


เราคุยกับบัว!ผักบุ้งยื่นโทรศัพท์ให้ชลิตทันที ไม่คุยกับกานต์แล้ว เราส่งสติ้กเกอร์อย่างเดียว


จะถามว่าจะไปที่ไหน เลือกได้รึยัง?”


ไปอันนี้ไหม?” ผักบุ้งเปิดให้ชลิตดู บัวแนะนำมา บอกว่าพี่ไช้กับบัวชอบไป เก๊กฮวยก็ชอบ...


บุรินทร์อยากไปไหมล่ะ?”


ก็ไปได้นะ เรายังไม่เคยไปผักบุ้งคิดว่ามันก็น่าสนใจดีเหมือนกัน บัวบอกเราว่าพี่ไช้บอกว่าชลิตชอบกินโอเลี้ยง...


“...”


ชลิตชอบกินจริงไหม เราไม่รู้เลย...


แล้วโอเลี้ยงมันไม่ใช่กาแฟรึไง?”


จริงด้วย เรารู้ว่าชลิตชอบกินกาแฟ...ผักบุ้งเหมือนสมองไม่ค่อยทำงาน งั้นเราไปอันนี้กันเนอะ พาชลิตไปกินโอเลี้ยง


“...”


ชลิต...ขี้เก๊กเหมือนพี่ไช้จริงรึเปล่า?”


อะไร?” ชลิตที่ชำเลืองมามองกันทำให้ผักบุ้งยิ้มออกมาได้ พยายามชวนคุยอย่างเต็มที่แล้ว


ก็บัวบอกว่าชลิตขี้เก๊กเหมือนพี่ไช้เลย...ผักบุ้งไม่ได้ฟ้อง แค่เล่าให้ฟังเฉย ๆ


ไหนเอามาดู

 

B. :

นินทาไง?

พี่ไช้อ่ะ

เมื่อวานชวนไปเหล่สาวอยู่เลย

ว่าคนอื่นอ่ะ

ดูแลคนของตัวเองก่อน

หรือไม่ใช่?

 

BN. :

ชลิตเหรอ

พี่ไช้ของบัว!!!!

เดี๋ยวกลับบ้านไปโดนดี

จะตีจนหลังแอ่นเลย

ชลิตไม่ต้องไปเตือนนะ

 

บัวตีพี่ไช้ด้วยเหรอ?”


ไม่เหลือชลิตเล่าให้ผักบุ้งฟัง จำไม่ได้เหรอที่ชูหม้อขู่น่ะ บางทีลอยจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น


พี่ไช้ต้องดื้อแน่เลย บัวถึงตี เนอะ?”


มึงเนอะอะไรไอ้บุ้ง สั่งยัง?”


สั่งแล้ว ๆ แต่บอกให้แม่รอเพื่อนมาก่อน

 

ผักบุ้งตอบคะน้าที่เดินเข้าร้านมา ตามด้วยเพื่อนอีกสิบกว่าคนที่ยกมือไหว้แม่กันใหญ่ จะลากโต๊ะมานั่งด้วยกันคะน้าก็ไม่ให้ลากเพราะขี้เกียจเก็บ กระจายนั่งกันตามอัธยาศัย ผักบุ้งที่นั่งโต๊ะใหญ่หกคนจึงได้นั่งข้างคะน้า ตรงข้ามเป็นคราม ส่วนลันเตานั้นลากเก้าอี้มานั่งหัวโต๊ะพร้อมกับถุงข้าวโพดปิ้ง

 

พ่อสั่งอะไรครับ สั่งเหมือนเมียรึเปล่า?”


เสือกชลิตด่าครามที่ส่งเสียงเหมือนโดนแอลกอฮอล์ราดแผล


สะเทือนทุกคนอ่ะ เพราะเสือกเหมือนกัน


ไอ้เขียวเจ็บสุด เพราะกรีดเลือดออกมาก็เป็นคำนี้


มึงสิเสือก อย่างกูเรียกใส่ใจเป็นพิเศษ ไอ้หน้ารองเท้าแตะ


โอ้โห แม่ครับ ฟ้องแม่แล้วครับ คะน้ามันด่าผม!

 

ทุกคนที่มากินราดหน้าในวันนี้นั้นต่างก็เคยมาฝากท้องที่นี่กันหมดแล้วเพียงแต่คนละช่วงเวลา ผักบุ้งเองก็รู้สึกว่าการได้มานั่งกินข้าวในบรรยากาศที่มีเพื่อนเยอะ ๆ นั้นมันก็ทำให้สนุกเหมือนกัน ได้ฟังเพื่อนพูดสัพเพเหระ ฟังคะน้าด่าเพื่อน ตอบคำถามงง ๆ ของลันเตา ได้เห็นแจมเล่นอะไรไร้สาระเหมือนเป็นช่วงเวลาพักจากการปฏิบัติหน้าที่

 

ผักบุ้งไม่รู้ว่าชลิตยังโกรธกันอยู่รึเปล่าเพราะอีกฝ่ายไม่ค่อยพูดอะไรเลย ตั้งแต่ไปช่วยยกราดหน้าแล้วเป็นคนยกมาให้ชลิตด้วย ผักบุ้งทำได้แค่มองชลิตสาดพริกหนึ่งช้อนลงไปบนราดหน้าอย่างไม่กลัวเผ็ด ตามด้วยน้ำส้ม น้ำปลา น้ำตาลไม่ใส่ จนตอนนี้ที่กินเสร็จแล้วก็ยังไม่ได้คุยกันเลย

 

ไอ้สอง ห้องมึงได้ประเทศอะไรนะ?”


มาเลเซียครับสองตอบแจม


แล้วไอ้พีอ่ะ?”


เวียดนามพีตอบก่อนจะถามแจมกลับ มึงถามทำไม?”


ทำถึงไหนแล้ววะ กูจะได้รันงานห้องกูถูก


ไม่รู้ว่ะ พวกกูช่วยฉากอ่ะ ไม่ค่อยได้ทำไร แต่คงใกล้เสร็จแล้วมั้งเต็มที่อยู่ห้องเดียวกับสองพูด มึงจะเครียดอะไรวะ เดี๋ยวห้องมึงก็ออกมาสวยสุดอ่ะ นี่ปริมยังให้กูมาดูเลย ว่าห้องมึงทำยังไง จะทำตามบ้าง


โอ้โห ห้องไอ้สอง ไอ้ห้องเสินเจิ้นคะน้าที่ตอนนี้ลุกไปช่วยแม่ขายของแล้วไม่เคยลืมด่าสอง ขอให้มีช่องให้ด่า คะน้าจะใส่ให้ยับ หน้ามึงก็เสินเจิ้น


ลิตกับผักบุ้งไปเลยก็ได้ ไม่ต้องอยู่ฟังหรอกแจมส่ายหน้าให้กับคนที่มันเถียงกันไม่เลิก ไปไหนกัน?”


พอผักบุ้งบอกชื่อร้าน แจมก็แนะนำมาว่าอะไรอร่อยเพราะไปกินกับคุณแม่ทุกเช้าวันอาทิตย์ ตัวชลิตที่จะไปวันนี้ก็เคยไปแล้วเหมือนกัน มีเพียงผักบุ้งที่ยังไม่เคยไป แล้วก็อยากจะไปด้วย คิดเอาไว้หมดแล้วว่าอยากกินอะไรบ้าง เป็นของหวานต่อจากราดหน้าบ้านคะน้าที่อร่อยไม่เคยเปลี่ยน


แต่คนที่จะไปด้วยกัน ตอนแรกก็เหมือนจะดี แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ พอถามก็จะตอบ แต่ถ้าไม่ได้ถามอะไรก็จะไม่พูดด้วยเลย นั่งอยู่ด้วยกันมาจะเป็นชั่วโมงแล้ว ชลิตไม่พูดแหย่ผักบุ้งสักคำ รู้ว่าคงจะไม่พอใจในสิ่งที่ผักบุ้งทำ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี เพราะชลิตทำทุกอย่างเป็นปกติ ที่ไม่ปกติคือไม่ยอมคุยกับผักบุ้งเท่านั้นแหละ


ผักบุ้งไหว้แม่คะน้า บอกลาเพื่อนที่ไม่มีใครส่งเสียงอะไรเพราะรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ไม่ปกติ เพราะว่าสองที่เอ่ยแซวแล้วชลิตไม่ตอบรับและผักบุ้งได้แต่ส่งยิ้มเหมือนคนปวดท้องไปให้นั้นก็ทำให้เพื่อนเปลี่ยนเรื่องแล้วไม่แซวอะไรอีกเลย


“ชลิต...” ผักบุ้งสวมหมวกกันน็อกเรียบร้อยแล้ว “ถ้าไม่อยากไป ไม่ต้องไปก็ได้นะ”


“...”


“หรือว่าชลิตอยากกลับบ้านก่อนไหม ไปนอนพักก่อน เดี๋ยวเราอยู่กับคะน้าแล้ว


“ขึ้นรถ”


“...”


“บอกให้ขึ้นรถ”


“แต่จะไปแบบนี้เหรอ ชลิตอารมณ์ไม่


“แล้วไม่คิดจะทำให้ดีรึไง?”


“...”


“ขึ้นมา”


ผักบุ้งขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ของชลิต ในใจคิดว่าระยะทางจากร้านราดหน้าของคะน้าจนไปถึงร้านที่จะสั่งโอเลี้ยงให้ชลิตนั้นจะต้องคิดให้ดีว่าจะทำอย่างไร


ถึงจะทำให้ดี ทำให้แฟนคนนี้ของผักบุ้งหายไม่พอใจกันได้...


จะง้อชลิตอย่างไรดีนะ?







#ชลิตไม่กินผักบุ้ง





จริง ๆ มันจะต้องเป็นตอนที่เค้าคุยกันที่คาเฟ่แล้ว

แต่แต่งแล้วมันไหลค่ะ มันเลยมาจบที่ตรงนี้ เดี๋ยวยกไปไว้ตอนหน้าสั้น ๆ

ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ค่ะ 


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.655K ครั้ง

6,128 ความคิดเห็น

  1. #6122 northlimit (@exxrnie) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 21:56
    ขี้หึงแบบ อยากหยิกเว้ยยยย
    #6122
    0
  2. #6100 yellow.is.you (@MochiofBaekhyun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 21:25
    ขี้หึงขี้ซึนๆๆๆ น้องบุ้งหมับเข้าให้สักทีสิลูกก
    #6100
    0
  3. #6095 Zikdn_ (@b2ng99) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 17:16
    เอาใจช่วยลูกบุ้ง ง้อพี่เขาให้ได้นะลูกกก
    #6095
    0
  4. #5897 Agpcy_ (@jee_angiela) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 02:29
    หนูจะง้อพี่เค้ายังไงอะลูก เอาใจช่วยน้าาน้องบุ้ง
    #5897
    0
  5. #5807 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 19:35
    แลงน้าาาาชลิต ตั้งแต่เป็นแฟนกันก็แบบ คำพูดคำจา ขี้หึงอีก ขี้งอีก แต่น่ารัก ไอเวนนน เขินอะ
    #5807
    0
  6. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 21:58
    ขี้หึงม้ากกกกก แต่ซึนมากเลยนาย เอ็นดู 555555
    #5692
    0
  7. #5613 patchanyeol (@patchanyeol) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 03:09
    เค้าก็รักของเค้าาาาาอะแม่
    #5613
    0
  8. #5191 ไพลอท (@pasuda56) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 22:56
    เค้าจุ้บมือลูกแม่อ่ะแกร๊ เขินแทนมากๆๆ น้องบุ้งง้อพี่ลิตไวไวนะหึงควันออกหูแน้ววว
    #5191
    0
  9. #5176 Kyss (@KyungSoo_KaiSoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:25
    ขี้หึงอย่างที่บอกจริงง น่ารักมากก อยากมีคนให้หึงให้หวงแบบนี้บ้างจัง บุ้งพี่ขอนะ /โดนคะน้าทุบ
    #5176
    0
  10. #5100 nognub (@nognub) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 03:51
    ตลกคำด่าคะน้าาา ชอบบบยยย
    #5100
    0
  11. #5020 Mat.ing (@formin-97) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 23:00
    รักมากแหละเลยหึงมากก เหม้นนนนนนนน
    #5020
    0
  12. #5016 KPICMY_REAL (@KPICMY_REAL) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 21:49
    หึงเก่งน่ารัก
    #5016
    0
  13. #5010 unknownpb (@unknownpb) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 20:56
    ก็เค้าเรยบอกแล้วว่าเค้าขี้หึง 55555555555555
    #5010
    0
  14. #4874 KAMSNW (@kamsnw) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 13:07
    สู้เขานะน้องบุ้งงงงงงง
    #4874
    0
  15. #4726 bbblueskyy (@skyhappy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 16:21
    ขี้หึงมากๆ กอไก่ล้านตัวเลยชลิต
    #4726
    0
  16. #4685 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 00:35
    เอ้อออ ชลิตมันได้จริงๆ ก็จริงนะ อารมณ์ไม่ดีแล้วก็ต้องทำใฟ้กลับมาดีซี่
    #4685
    0
  17. #4371 Darkmate (@Darkmate) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 18:55
    ง้อเค้าเลยผักบุ้งงง
    #4371
    0
  18. #4362 Bxxk04 (@Bxxk04) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 11:42
    พอเป็นแฟนกันแล้วพ่อขี้งอนบ่อยเลยนะะ
    #4362
    0
  19. #4325 notisez (@JesscxCha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 17:42
    อีตานั่นขี้งอนมาก555555 เป็นกำลังใจให้น้องบุ้งค่า
    #4325
    0
  20. #4156 ออมม่า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 18:08

    ชลิตอะ หึงเก่ง เหนื่อยแทนผักบุ้งแล้วอะ

    #4156
    0
  21. #4138 sol_tt31 (@Jitwongsa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 08:02
    อย่างอนนานนักนะพ่อ!
    #4138
    0
  22. #4006 jayjaih (@jayjaih) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 21:22

    ชอบมากมายชอบทุกๆเรื่องอยากให้ทำเล่มเลยค่ะ
    #4006
    0
  23. #3665 pbcy (@zensles) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 16:14
    น้องบุ้งใช้ความน่ารักที่หนูมีนะคะอ้อนไปค่ะ อ้อนเยอะๆรู้ก
    #3665
    0
  24. #3640 ชันเเบ้กโยล (@kkantappad) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 18:19
    ขี้หวงขี้งอนมากนะพ่อนะ ส่วนรู้กเเม่จะง้อเขายังไงน้า
    #3640
    0
  25. #3633 Washingto.kc (@katoon-wong) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 15:46
    ชั้นชอบเอเนอจี้หวงลูกของคะน้ามาก เป็นเอนดู 555555555 // แล้วพ่อนะงอนเก่งงงง น้องบุ้งรู้กแม่จะง้อยังไงดีน้อ
    #3633
    0