Bad Boy & Sassy GirL(ภาค2) ขอโอกาสรักเธออีกสักครั้ง

ตอนที่ 2 : บทนำ : ปาฏิหาริย์ในคืนฝนพรำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 พ.ค. 60

 

 

บทนำ

ปาฏิหาริย์ในคืนฝนพรำ

 

 

“ร้านขายฝัน...เรามีสิ่งที่คุณปรารถนาแต่ไม่อาจเป็นจริงได้ในชีวิต เพียงแวะเข้ามาสักครั้งแล้วคุณจะได้ฝันที่เป็นจริงกลับไป!

ฉันชะงักการก้าวเดินเพื่อหยุดอ่านป้ายโฆษณาชวนเชื่อที่แปะอยู่หน้าร้านขายของตกแต่งตรงหัวมุมถนน เมื่อมองผ่านบานหน้าต่างใสเข้าไปภายในร้านก็เห็นว่ามีข้าวของที่ดูเหมือนจะมาจากหลากประเทศและหลายยุคสมัย ทว่าพอมาอยู่รวมกันด้วยวิธีตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์มันกลับดูลงตัวอย่างน่าแปลกใจ

บรรยากาศในช่วงเวลาสี่ทุ่มช่างเงียบเหงา เสียงสายฝนตกพรำลงมาแผ่วเบา มีกลิ่นดินผสมกลิ่นฝนโชยเอื่อยอยู่ในอณูอากาศ ลมเย็นๆ พัดแผ่วพริ้วสัมผัสผิวกายให้รู้สึกสดชื่น แต่ในบางครั้งก็ทำให้รู้สึกหนาวเยือกโดยไม่มีสาเหตุเช่นกัน

ฉันเดินไปชะโงกมองผ่านกระจกใสบานสูงเพื่อสำรวจข้างในด้วยความสนใจ ด้านในมีของตกแต่งตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านชิ้นใหญ่ ดูแล้วก็เหมือนร้านขายของตกแต่งทั่วไป แต่เพราะป้ายโฆณาเกินจริงที่ติดไว้หน้าร้านทำให้ฉันนึกสนใจจนเผลอผลักประตูขอบไม้สักติดกระจกใสเข้าไปจนได้


 

กรุ๋งกริ๋ง...

“ยินดีต้อนรับครับ”

เสียงกระดิ่งที่ติดตรงประตูดังขึ้นพร้อมกับคำกล่าวทักทายจากผู้ชายหน้าตาดีมากถึงมากที่สุด เขามายืนข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ฉันสะดุ้งกับการประชิดถึงตัวโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง แต่ก็ยิ้มกลับไปให้อีกฝ่ายตามมารยาท อดตะลึงกับใบหน้าหล่อเหลาดั่งพระเจ้าบรรจงปั้นของเขาไม่ได้ ใบหน้ารูปไข่ขาวเนียนชนิดผู้หญิงยังอาย ดวงตาสีดำยาวเรียวเป็นประกาย สันจมูกโด่งได้รูปโค้งลงรับกับริมฝีปากที่ยกยิ้มตรงมุมปากทั้งสองข้างตลอดเวลา เส้นผมสีดำละเอียดไว้หน้าม้าลงมาปิดหน้าผากโค้งมน ส่งผลให้เจ้าตัวดูใบหน้าอ่อนเยาว์

หล่อวัวตายควายล้มมากค่าาาา >/////<

“เชิญเลือกของตามสบายนะครับ หวังว่าคุณจะพบกับความฝัน ของคุณ”

เป็นวลีต้อนรับลูกค้าที่แปลกดี....

ฉันมองตามหลังพนักงานหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ถึงเขาจะหล่อระดับเกรดพรีเมี่ยมแต่อะไรบางอย่างที่แผ่ออร่าไม่น่าเข้าใกล้จากตัวเขาก็ทำให้ฉันเลือกที่จะสงบปากสงบคำ บางทีมันอาจเป็นคาแรคเตอร์ที่เขาแสดงให้เข้ากับธีมร้านเฉยๆ ก็ได้ =_=;;

ฉันเดินดูของไปเรื่อยเปื่อย มีหลายอย่างที่น่าสนใจแต่ก็แค่หยิบขึ้นมาดูแล้ววางลง ราคาแต่ละชิ้นถือว่าค่อนข้างแพงอาจเพราะนำเข้าจากต่างประเทศ ดูท่าทางจะเป็นของหายากซะด้วยสิ อย่างเช่นตะเกียงแก้วที่ทำมาจากคริสตัล ขนาดพอดีมือที่ฉันถืออยู่ มันดูหรูหรามีราคา ทว่าบอบบางซะจนน่ากลัวว่าหากจับแรงไปอาจแตกหักได้ง่ายๆ ตรงด้ามจับมีป้ายสีขาวห้อยไว้ ฉันจึงหยิบขึ้นมาผลิกอ่าน

 

“หากคุณสามารถขอพรได้ 3 ข้อ...คุณจะขออะไร?”

 

รอยยิ้มบางเบาจุดขึ้นที่มุมปากเมื่ออ่านจบ ร้านนี้น่ารักดี ขายของเลียนแบบของเก่าแล้วนำมาดัดแปลงให้มันดูแปลกใหม่ บางชิ้นก็เป็นของที่มีในนิทาน เทพนิยาย สมกับชื่อร้านขายฝันจริงๆ

“สนใจตะเกียงวิเศษหรือครับ”

เสียงถามดังมาจากด้านหลัง ทำให้ฉันหันขวับกลับไปอย่างตกใจ พนักงานคนเดิมยืนยิ้มอยู่ไม่ไกล ร่างสูงโปร่งเหมือนพวกนายแบบใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลไหม้ มีโลโก้ร้านพร้อมชื่อปักอยู่ตรงกลาง กางเกงยีนส์สีดำ รองเท้าหนังเงาวับ สองมือกุมไว้ข้างหน้าอย่างสุภาพ

ทุกอย่างของผู้ชายตรงหน้าดูอ่อนน้อม ไร้พิษภัย ทว่าแววตาของเขาเท่านั้นที่ฉันรู้สึก...ไม่น่าไว้ใจ โดยเฉพาะไอ้วิธีอยู่ๆ ก็โผล่มาพูดด้านหลังนี่เลิกทำได้มั้ย ขอเถอะ!

“วันนี้ลูกค้าค่อนข้างน้อย หากคุณสนใจมันจริงๆ ผมจะลดราคาให้เป็นพิเศษ”

ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูง หูผึ่งทันที ผลิกดูป้ายราคาที่ไม่ได้สังเกตในตอนแรก แล้วก็ต้องห่อปากด้วยความตกใจกับราคาที่มัน...แพงเว่อร์!

“เอ่อ...ขอดูอย่างอื่นก่อนแล้วกันค่ะ”

ฉันรีบวางคืนที่เดิม ราคาโหดขนาดนี้รีดไถกันเลยเถอะ!

“สำหรับคนสวยอย่างคุณ ผมลดให้เหลือห้าร้อยบาทเท่านั้น!

กึก...ฉันชะงักมือที่วางตะเกียงแก้ว หันขวับกลับมาจ้องหน้าหล่อๆ ของพนักงาน

“ห้าร้อยบาท?”   ฉันทวนคำเสียงสูง   “แต่ราคาเต็มมันตั้งห้าพันบาทเลยนะ!

ใบหน้าอ่อนค่อนไปทางหวานราวกับผู้หญิงแย้มรอยยิ้มกว้าง ดึงดูดสายตาให้ฉันมองอย่างเผลอไผล ช่างเป็นพ่อค้าที่เสน่ห์ร้ายกาจจริงๆ เปลี่ยนจากลดราคาเป็นกินข้าวกันสักมื้อแทนได้มั้ย ฮุๆ

“ช่วงนี้ฝนตกแทบจะทุกวัน ลูกค้าผมก็เลยหายหมด วันนี้มีแต่คนแวะมาดูยังขายไม่ออกสักชิ้นเลยครับ ดังนั้นก่อนที่จะปิดร้านผมเลยอยากลดราคาให้คุณเป็นพิเศษในฐานะที่เป็นลูกค้าคนสุดท้าย...ของวันนี้”

“แหม...เลหลังขายซะขนาดนี้แล้ว...”   ทีแรกฉันลังเล แต่พอเห็นป้ายสีขาวที่ห้อยไว้ก็ตัดสินใจในฉับพลัน   “ตกลงฉันซื้อตะเกียงวิเศษอันนี้แหละค่ะ”

พนักงานหน้าหวานยิ้มแป้นอย่างดีใจ รับตะเกียงแก้วคริสตัลไปห่อใส่กล่องให้เรียบร้อย ราคาที่หั่นเกินกว่าครึ่งราวกับจะให้ฟรีก็เกรงใจแบบนี้ฉันคงไม่อาจเมินเฉยได้ ไม่ใช่ว่างกหรอกนะแต่แค่เป็นคนมีความต้านทานต่ำกับของลดราคา เหอๆ =.,=

“ขอให้พรของคุณเป็นจริง”

หลังจากที่ฉันรับของและจ่ายเงินแล้วเรียบร้อยก็เตรียมเดินออกจากร้าน พนักงานคนเดิมก็เอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมๆ กับที่ประตูร้านปิดลง

“สมบทบาทเหลือเกินนะ”   ฉันพึมพำกับตนเอง ยิ้มขำที่พนักงานคนนั้นคงคอนเซปต์ลึกลับให้เข้ากับบรรยากาศร้านได้ดีไม่มีหลุดมาด

ฝนที่ตกพรำมาหลายชั่วโมงได้หยุดลง จนเหลือเพียงเสียงเปาะแปะจากน้ำฝนที่ขังค้าง ก่อนจะไหลร่วงจากที่สูงตามจุดต่างๆ อากาศเย็นสบายจนเกือบหนาวทำให้ฉันต้องซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อคลุมสีแดงที่สวมทับชุดเดรสลายดอกไม้เอาไว้ เสียงเท้าย่ำลงไปบนน้ำขังฟังดูราวกับมีคนเดินตามหลัง...แต่ฉันกลับไม่ยักกลัว

กลัวงั้นเหรอ?

หึ...สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดก็เคยผ่านมันมาแล้ว ยังจะมีอะไรน่ากลัวไปกว่าการสูญเสียคนที่ยังจับต้อง และมองเห็นตรงหน้าได้อยู่อีกล่ะ

 

“หมอบอกว่าเคสแบบนี้น้อยรายที่จะฟื้น...และถึงตอนนี้พี่แซคจะฟื้นขึ้นมาได้จริง เขาก็มีสภาพไม่ครบร้อยเปอร์เซนต์อยู่ดี ร่างกายก็อย่างที่พี่เป๊ปซี่เห็นนั่นแหละค่ะ ผอมลงเรื่อยๆ เพราะนอนแบบนี้มาตลอด 5 ปี ยังคงมีชีวิตอยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น

เสียงของ ซอ น้องสาวเพียงคนเดียวของคนที่ฉันรักยังคงสะท้อนก้องอยู่ภายในหัว

“ที่พวกเรารอ...ก็คงมีแต่ปาฏิหาริย์”

 

ปาฏิหาริย์...เหอะ!

ฉันเหยียดยิ้ม นึกเย้ยหยันในโชคชะตาตนเอง ชีวิตที่เคยมีความสุขได้ขาดหายไปนับตั้งแต่วันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าคนที่ฉันรักได้นอนหลับดุจเจ้าชายนิทราที่ไม่รู้วันตื่น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะฉันเป็นต้นเหตุและเขาก็พิสูจน์ให้ฉันได้เห็นในวันนั้นแล้วว่า เขารักฉันมากถึงขนาดยอมเสี่ยงชีวิตเข้าช่วย

ในนิทานเรื่องปาฏิหาริย์ยังมีความเป็นไปได้สูง แต่นี่ชีวิตจริง...ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกธรรมชาติ ตามหลักวิทยาศาสตร์ คนที่นอนหลับไม่ตื่นมาเป็นระยะเวลา 5 ปี ต่อให้ฟื้นขึ้นมาได้จริง สภาพร่างกายรวมถึงระบบสมองก็ไม่มีทางปกติเหมือนเดิม ฉันเคยคิดหลายต่อหลายครั้งว่าหากเขาฟื้นกลับคืนมาแล้วมีสภาพเอ๋อ ไม่ต่างจากคนพิการทางสมอง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองหรือจดจำใครได้ ฉันจะยังอยากให้เขาฟื้นขึ้นมา แม้จะเป็นแบบนั้นอยู่อีกหรือเปล่า?

มันเป็นคำถามในใจที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังให้คำตอบไม่ได้ ถ้าหากเขาลืมตาตื่นขึ้นมาแต่ไม่อาจจำเรื่องราวที่เคยผ่านร่วมกันได้เลยสักอย่าง แบบนั้นมันก็ไม่ต่างจากการที่เขานอนหลับอยู่อย่างนี้หรอก อาจฟังดูเอาแต่ใจและเหมือนเห็นแก่ตัว แต่ฉันยอมรับว่าอยากให้เขาจดจำฉันได้แม้ว่าเขาจะกลายเป็นคนพิการฉันก็พร้อมจะดูแลเขาตลอดไป...ขอเพียงแค่เขาไม่ลืมฉัน

แกร๊ก!

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของกระทบกันในถุงพลาสติกที่ถือไว้ เกือบลืมไปเลยว่าฉันซื้อตะเกียงแก้วคริสตัลมา แล้วยังถือแกว่งแบบไม่ระวังอีก

อย่าเพิ่งแตกเชียวนะ ฉันจะเอาไปให้แฟนฉันดูก่อน >_<”

ฉันพึมพำรีบเปิดถุงแกะกล่องเพื่อตรวจสอบความเสียหายข้างใน ตะเกียงแก้วใสสะอาดยังคงวางนิ่งเช่นเดิม ไร้รอยขีดข่วนใดๆ ฉันจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่พอจะปิดกล่องสายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายสีขาวที่ผูกไว้ตรงหูตะเกียงซะก่อน

 

“หากคุณสามารถขอพรได้ 3 ข้อ...คุณจะขออะไร?”

 

ข้อความนั้นผุดขึ้นมาในหัว ฉันจับป้ายผลิกอ่านอีกครั้งแล้วยิ้ม

ฉันไม่ต้องการพรถึง 3 ข้อหรอก ฉันขอแค่ข้อเดียวเท่านั้น

...ขอให้ เขา กลับคืนมา...

 

แปะ...แปะ....แปะ...

อยู่ๆ เม็ดฝนที่หยุดไปก็เริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอันมืดมิดอีกครั้ง ฉันเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าก้อนเมฆสีเทากำลังจับตัวกันหนาทึบ หยาดฝนเริ่มพร่างพรูลงมาจากช้าๆ แล้วค่อยๆ กระจายจำนวนเพิ่มความถี่ในการร่วงหล่นลงมาหนักหน่วงจนตอนนี้ฉันเริ่มเปียก

จะตกอะไรกันนักหนาเนี่ย!”

ฉันบ่นอย่างหงุดหงิด รีบเก็บของไม่ให้เปียกฝนแต่พอตั้งท่าจะออกวิ่งไปหลบใต้ชายคาตัวตึกที่อยู่ไม่ไกลนัก สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่ดูคุ้นตายืนอยู่ก่อน ร่างนั้นสูงโปร่งสวมแจ็คแก็ตยีนส์สีซีด กางเกงยีนส์สีเข้ม สวมหมวกแก้ปดึงลงมาต่ำจนมองเห็นใบหน้าได้ไม่ถนัดนัก ในคราแรกผู้ชายคนนั้นยืนก้มหน้า แต่สักพักเขาก็เงยหน้าขึ้นหันขวับมาทางฉันราวกับรู้ว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่

สายตาของเราประสานกัน และเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ฉันถูกดวงตาคมกริบสีดำคู่นั้นตรึงไว้กับที่ เวลารอบตัวราวกับหยุดเดิน สายฝนที่ร่วงลงมาไม่ขาดสายคล้ายกับหยุดนิ่ง ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นดัง

ไม่จริง....มันจะเป็นไปได้ยังไง!?

นั่นคือสิ่งที่กรีดก้องอยู่ภายในความคิด หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น ตกใจ หรือเพราะอะไรก็ตาม ทว่าพอดวงตาสีดำคู่นั้นละสายตาไปทางอื่น ฉันถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากลั้นหายใจไว้ ร่างกายจึงรีบสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ในขณะที่หัวใจยังคงกระหน่ำเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง

ร่างสูงคุ้นตากำลังก้าวขึ้นรถแท็กซี่ที่เพิ่งแล่นมาจอดเทียบริมฟุตบาทตรงหน้า ทำให้ฉันเพิ่งคิดได้ว่าควรรีบวิ่งไปดึงตัวเขาไว้

อย่าเพิ่งไป!”

ฉันตะโกนเรียกสุดเสียง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเขาจึงปิดประตูลง รถแท็กซี่คันนั้นพุ่งทะยานฝ่าสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาแล้วพาเขาหายลับไปในม่านฝน

ฉันออกวิ่งตามสุดฝีเท้าโดยลืมไปว่าไม่มีทางที่จะตามรถทัน จนก้าวพลาดลื่นล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นที่มีแอ่งน้ำสกปรกขังอยู่เต็ม แต่ฉันก็ไม่สนใจกับความเปียกปอนของตัวเอง รีบยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว สายตาเฝ้ามองหาแต่ท้ายรถแท็กซี่คันนั้นแต่มันก็...หายลับไปแล้ว

อย่าเพิ่งไป!  กลับมาก่อน....แซค!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

217 ความคิดเห็น

  1. #151 ExoShidae (@phattaraporn123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 22:20
    สนุกมากเลยค่ะ เจอครั้งแรกก็จูบกันซะล่ะ เมื่อไหร่แซคจะฟื้นซักที
    #151
    0
  2. #147 beerbah_mhr (@beerbah_mhr) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 02:10
    เป็นนิยายเรื่องแรกๆที่อ่านชอบมากน้ำตาไหลลลล อ่านตั้งแต่ ม.1 ม. 2 จนตอนนี้อยู่ปีสามแล้ว ดีใจมากๆๆเลยยยย 
    #147
    0
  3. #130 MaiMai (@masupa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 20:48

    โอ๊ย งงๆๆๆ แฝดคนฝา ทำกันได้ลงแล้วแบบนี้ ภาค1 ไม่สลับกันไปจีบเป๊บซี่เหรอคะ

    #130
    0
  4. #128 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 14:30
    โอ๊ย นึกว่าแซคจริงๆ T^T อยากให้แซคตื่นมาไวๆ 
    #128
    0
  5. #126 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 23:43
    MerCuRy >>> ข้อนี้...ตอบไม่ได้จ้ะ 
    #126
    0
  6. #125 MerCuRy (@nicecasino) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 18:15
    โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม โซนิคอาจจะเป็นพระเอกคนต่อไปใช่ไหม
    #125
    0
  7. #123 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 20:48
    รีไรท์ บทที่ 1 เรียบร้อยแล้วจ้าาา
    #123
    0
  8. #103 PretZel Kwaii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2555 / 14:30
    พี่อคิราห์บอกว่าพระเอกอาจจะไม่ใช่แซคก้ได้ ตอนนี้เลยสังสัยว่าน็อตเปนพระเอกรึป่าวว
    #103
    0
  9. #31 i-Nyah (@Diff_Girlz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 16:49
    อั๊ยย่ะ! ลืมเรื่องน็อตไปแล้ว ต้องไปเปิดดูในเล่มก่อน 555
    #31
    0
  10. #30 ยัยเม่ง (@jewlovelove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 15:41
     น๊อตเธอทำร้ายจิตใจเบลล์อ่ะ ไหนบอกว่า หลีกทางและเลิกชอบเป๊ปแล้วไง
    ไหงเป๊นซะอย่างงี้  
    #30
    0
  11. #29 ChoIPoPo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 15:33
    โอ้ว น๊อต นายจะมั่นคงไปมะ -*-
    #29
    0
  12. #28 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 11:39
     555555+  ยังมีใครจำน็อตได้มั้ยเอ่ย???
    #28
    0
  13. #27 MerCuRy (@nicecasino) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 11:36
    เฮ้ย!!!น็อตยังชอบเป๊ปอยู่หรอเนี่ย<br />
    และจะทนคบกับเบลล์ไปทำไม น่าสงสารเนอะ
    #27
    0