Bad Boy & Sassy GirL(ภาค2) ขอโอกาสรักเธออีกสักครั้ง

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 : การกลับมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 พ.ค. 60

 

 

 

บทที่ 1

การกลับมา

 

 

พี่เป๊ปซี่กำลังจะบอกซอว่าเมื่อคืนเห็นพี่แซค อย่างนั้นเหรอคะ?   

เสียงใสเอ่ยคำถามด้วยโทนเสียงที่สูงปรี๊ด ดวงตากลมโตสีดำสนิทเหมือนพี่ชายเบิกกว้างเมื่อได้ยินเรื่องที่...ไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้เด็ดขาด

ฉันพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง   ใช่

น้องซอหันขวับกลับไปมองเตียงที่อยู่ด้านหลังตนเองทันที ร่างสูงโปร่งยังคงนอนสงบ ไม่มีทีท่ารับรู้เรื่องราวใดๆ อย่างที่เป็นมาตลอด 5 ปี แล้วแบบนี้จะลุกขึ้นไปวิ่งตากฝนได้ยังไงกัน!

ร่างกายของผู้ชายที่ฉันรักนับวันยิ่งซูบผอม ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับอดีตที่ตนเองมีส่วนทำให้เขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา หากฉันไม่เลือกทางผิดเรื่องราวทุกอย่างก็คงไม่บานปลายกลายเป็นเรื่องเศร้ามาจนถึงทุกวันนี้

พี่เป๊ป...   น้องซอลดเสียงลงเป็นกระซิบพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน   อย่าบอกนะว่า...พี่เจอวิญญาณของพี่แซคที่ออกจากร่างไปเดินเที่ยวตอนกลางคืนน่ะ!”

เอ่อ...แต่วิญญาณจะโบกรถแท็กซี่ด้วยเหรอจ้ะ -_-?

ฉันแย้งเบาๆ ถึงฉันจะเห็นกับตาแต่ก็ใช่ว่าจะปักใจเชื่อว่าผู้ชายที่เห็นเป็น วิญญาณ มากกว่า คน อ่ะนะ

งั้นไม่มีทางเป็นพี่แซคได้หรอกค่ะ   น้องซอถอนหายใจยืดยาว   อาจเป็นแค่คนหน้าคล้าย แล้วพี่เป๊ปก็เจอตอนกลางคืนด้วยยิ่งมีแนวโน้มเป็นไปได้สูงที่บังเอิญเจอคนรูปร่าง หน้าตา ลักษณะคล้ายกับพี่แซค แต่ไม่ใช่วิญญาณพี่แซคอย่างแน่นอน เพราะเจ้าตัวยังนอนหลับอยู่ในห้องนี้ไม่ตื่นสักที

ฉันมองเลยสาวน้อยในชุดนักศึกษาที่นั่งตรงหน้าไปยังเตียงนอนขนาด 6 ฟุตด้านหลัง ห้องนอนของเขาตกแต่งด้วยโทนสีขาว น้ำเงิน ดำ เฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายเน้นตกแต่งห้องแบบโล่งสบายเหมาะกับเจ้าของห้อง บนพนังด้านนึงมีกีต้าร์ทั้งแบบคลาสสิคและไฟฟ้าแขวนโชว์อยู่ห้าตัว เพราะนั่นคือสิ่งที่เขารัก และครั้งนึง...เขาก็เคยใช้เวทีแสดงดนตรีในงานมหาวิทยาลัยร้องเพลงบอกรักฉันด้วย

ความทรงจำทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับเขา...นายตัวร้ายของฉัน

ฉันไม่เคยลืม...

พี่เป๊ปซี่...

น้องซอยื่นมือมาจับมือฉันไว้เบาๆ แววตาห่วงใยที่มองมาทำให้ฉันรู้สึกตัวว่าเผลอจมกับอดีตอีกแล้ว

นั่นสินะ   ฉันฝืนยิ้มตอบเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็นห่วง  พี่คงคิดถึงเขามากไปจนมองเห็นคนลักษณะคล้ายๆ กลายเป็นเขาไปได้ ต้องฝากขอโทษคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยนะน้องซอ ที่เมื่อคืนพี่วิ่งย้อนกลับมาที่บ้านกลางดึกเพราะนึกว่าแซคฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ”

ใช่...เมื่อคืนหลังจากฉันวิ่งตามรถแท็กซี่คันนั้นไม่ทัน ฉันก็รีบโบกแท็กซี่อีกคันกลับมาที่นี่เพื่อดูให้แน่ใจว่าเขายังอยู่มั้ย ฉันทำให้ทุกคนในบ้านแตกตื่นกับสภาพเปียกโชกและเต็มไปด้วยคราบโคลน แถมยังกระหน่ำรัวกดกริ่งประตูบ้านอย่างลืมความเกรงใจ

พอทุกคนรู้ว่าสาเหตุที่ฉันย้อนกลับมาอีกครั้งหลังจากเพิ่งกลับไปเมื่อตอนสี่ทุ่มเป็นเพราะเห็นแซค พวกเราทั้งหมดก็รีบขึ้นไปดูเขาที่ห้องนอน

ด้วยความหวัง....

ด้วยความรู้สึกโหยหาสิ่งที่ขาดหายไปนาน....

ทว่าพวกเรากลับพบเพียงร่างที่นอนสงบนิ่งไร้วี่แววว่าเคยขยับหรือลุกขึ้นมาแต่อย่างใด ความหวังที่พุ่งสูงจึงถูกขยี้ดับวูบลงอีกครั้งอย่างโหดร้าย ทุกคนเห็นอาการฉันดูน่าเป็นห่วงจึงไม่ยอมให้กลับบ้านและขอให้ค้างคืนที่นี่

พระเจ้าต้องการพิสูจน์ความอดทน หรือจงใจกลั่นแกล้งให้ฉันทรมานเล่นกันแน่ ทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากการฆ่าฉันทั้งเป็นเลยนะ

โธ่...พวกเรารู้ดีค่ะว่าพี่เป็ปซี่กับพี่แซครักกันมากขนาดไหน คุณพ่อกับคุณแม่เองก็ไม่เคยโกรธหรือเกลียดพี่เป๊ปซี่เลยนะคะ เพราะฉะนั้นพี่เป๊ปซี่ไม่ต้องคิดมากเลยค่ะ สำหรับบ้านนี้ยินดีเปิดต้อนรับพี่เป๊ปซี่เสมอ พี่สามารถเข้าออกได้ตามสบายเพราะพวกเราถือว่าพี่เป็นคนในครอบครัวแล้วนะคะ

รอยยิ้มสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของน้องซอ ทำให้ฉันต้องยิ้มตามไปด้วยทุกครั้ง

ขอบใจจ้ะ

เรายังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขัดจังหวะขึ้นซะก่อน

ว่าไง เบลล์   ฉันรับสายด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงดีใจ

เบลล์คือเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ซึ่งเราไม่ได้เจอกันนานมากแล้วเนื่องจากว่าเบลล์ทำงานเป็นแอร์โฮสเตส ส่วนฉันเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่แถวสยาม ฉันต้องการทำงานที่สามารถจัดสรรเวลาได้เอง การเป็นเจ้าของกิจการคือทางออกที่โอเคมากที่สุด ดังนั้นเวลาที่ยัยเบลล์พักจากการบินฉันจึงให้เวลาเพื่อนได้อย่างเต็มที่เสมอ

[นี่เธออยู่ไหน เป๊ป?]   เสียงสดใส เริงร่า ถามกลับมา

“อยู่บ้านแซค”

[ฉันเพิ่งกลับมาจากฮาวายเลยโทรมาชวนไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ตอนนี้แกสะดวกออกมาเจอกันมั้ย?]

“เอาสิ งั้นเจอกันร้านเดิม อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน” 

 

ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิทคือร้านประจำที่ฉันกับยัยเบลล์ชอบมาทานกันบ่อยๆ การจราจรในช่วงเกือบเที่ยงติดขัดซะจนฉันไปถึงเลทสิบกว่านาที ฉันเห็นยัยเบลล์โบกมือเรียกอยู่ตรงโต๊ะด้านในสุด น็อตแฟนหนุ่มหน้าตี๋สุดอินเตอร์ของเธอก็โบกมือทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม

เห็นคู่นี้หนุงหนิงอยู่ด้วยกันทีไรก็ยังนึกประหลาดใจทุกครั้ง เพราะสมัยเรียนทั้งสองคนเคยเป็นคู่กัดชนิดที่เจอหน้ากันทีไรเป็นได้ทะเลาะกันตลอด แต่พอคบเป็นแฟนกลับสวีทหวานแหววซะจนใครเห็นเป็นต้องอิจฉา

“แกมาสาย มื้อนี้เลี้ยงเลย!

ทันทีที่ฉันหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟา ยัยเบลล์ก็บอกบทลงโทษอย่างไม่รอช้า แต่ฉันว่ายัยขี้งกหาเรื่องกินฟรีซะมากกว่า -_-*

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวน็อตเลี้ยงเอง” สุภาพบุรุษหน้าตี๋รีบออกตัวให้อย่างเกรงใจ

“ต้องแบบนี้สิป๋าน็อต ถึงจะเรียกว่าสุภาพบุรุษของจริง!” ฉันยกนิ้วให้ ฉีกยิ้มกว้างทันที

“ใครจะเลี้ยงก็ช่างเถอะ ฉันไม่ต้องจ่ายก็โอเค”

และแล้วยัยเบลล์ก็เผยธาตุแท้ออกมา...ขี้งกได้โล่ห์เช่นเคย!

พวกเรากินข้าวไปพลาง เม้าท์มอยไปพลางเพราะไม่ได้เจอกันมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว สุดท้ายก็จบลงด้วยการนัดแนะไปแด๊นซ์กันต่อคืนนี้ที่ผับร้านประจำ เนื่องจากยัยเบลล์เก็บกดมานานเลยอยากไปปล่อยผี ส่วนตัวฉันเองก็เครียดๆ เรื่องแซค ไหนจะเรื่องประหลาดเมื่อคืนที่เจอคนคล้ายกับแซคอีก

บอกตรงๆ ว่ามันทำให้ฉันยิ่งคิดถึงแซคมากขึ้นกว่าเดิม แม้จะเห็นหน้าเขาอยู่ทุกวันแต่มันก็แทบไม่ต่างจากการมองรูปถ่ายเพราะไร้การตอบสนองกลับคืนมา T_T

 

ผัหรูย่านทองหล่อยังคงเต็มไปด้วยเหล่าวัยรุ่นหน้าตาดีราวกับว่าร้านนี้คัดสรรหน้าตาลูกค้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็คงประโคมแต่งตัวให้สวยสะดุดตา งัดทุกสิ่งที่โชว์ได้มาแข่งกับสาวอื่นเพื่อเช็คเรตติ้ง ทว่าตั้งแต่ที่แซคนอนหลับไม่รู้ตื่นฉันก็เหมือนขาดแรงบันดาลใจที่จะแต่งสวยไปด้วยเช่นกัน บางวันหน้าตายังไม่แต่งเลยด้วยซ้ำ

“เป๊ป ทางนี้!”  

เสียงเริงร่าของยัยเบลล์ดังแทรกเสียงเพลงที่ดังมาจากภายในร้าน ทำให้ฉันหันมองตามจึงเห็นว่าเบลล์กับน็อตยืนรออยู่แถวประตูทางเข้า

“โทษทีนะแก รอนานมั้ย” 

“ไม่นานหรอก ป่ะๆ เข้าไปหาโต๊ะข้างในกันดีกว่า ฉันอยากแด๊นซ์จะแย่แล้วเนี่ย”

ยัยเบลล์ลากแขนฉันเข้าประตูร้านไปด้วยท่าทางกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ท่าทางจะอยากปล่อยผีเต็มแก่แล้วจริงๆ เวลาสี่ทุ่มเริ่มมีผู้คนมารวมตัวกันจนแออัด โต๊ะนั่งทำเลดีๆ ถูกจับจองไปหมดเกลี้ยง เหลือเพียงโต๊ะยืนใกล้หน้าเวที ทำให้พวกเราต้องรีบพุ่งตรงไปสร้างแลนด์มาร์คก่อนโดนใครมาฉกไป

ฉันกับยัยเบลล์ชอบบรรยากาศร้านนี้เป็นพิเศษเพราะมีทั้งโซนสงบมุมโซฟาสำหรับลูกค้าที่นิยมนั่งดริ้งมากกว่าแด๊นซ์ ส่วนมากโซนนี้จะเป็นลูกค้าวีไอพีขาประจำ และโซนโต๊ะเดี่ยวไม่เน้นที่นั่งเพราะนิยมออกลีลาตามท่วงทำนองเพลง เพลงที่เปิดก็เป็นสไตล์ที่พวกเราชอบซะส่วนใหญ่

ช่วงที่ฉันยังทำใจเรื่องของแซคไม่ได้ ฉันเมาอาละวาดจนร้านแทบพัง ช่วงนั้นเลยโดนขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามเข้าร้านไปพักใหญ่ พอยัยเบลล์ชวนมาอีกครั้งผู้จัดการร้านก็ยังจดจำฉันได้ดี คราวนี้เขาต้อนรับอบอุ่นเหมือนเคยเพราะรู้แล้วว่าคืนที่ฉันอาละวาดหนักเกิดจากอะไร ไปๆ มาๆ เลยกลายเป็นว่าวันนั้นฉัน ยัยเบลล์ น็อต และพี่ธัญผู้จัดการร้านนั่งซดเหล้าเคล้าน้ำตา ฟังเรื่องรักดราม่าของฉันจนเราสนิทกันจนถึงทุกวันนี้  =_=

พวกเราสามคนขยับตัวไปตามจังหวะเพลงเบาๆ รสขมผสมหวานจากเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์รินไหลสู่ลำคอไปหลายแก้ว กระทั่งประมาณห้าทุ่มตรงวงดนตรีสดก็ขึ้นประจำตำแหน่งบนเวทีซึ่งโต๊ะของฉันอยู่แทบจะชิดติดขอบ นักร้องนำหน้าตี๋ใส่แว่นตากรอบดำ ทรงผมเสยตั้ง จ้องมองฉันตั้งแต่ที่ขึ้นมายืนประจำตำแหน่งหน้าไมค์ จนยัยเบลล์สังเกตเห็นรีบมาสะกิดแขนฉันแล้วอมยิ้มล้อเลียนที่มีหนุ่มเหล่

“สวัสดีครับทุกคน พวกเรา...showtime พร้อมมอบความสนุกให้ทุกท่านแล้วครับ!”   เสียงหล่อๆ ของนักร้องนำประกาศเปิดการแสดง พร้อมทั้งแอบขยิบตาให้ฉันหลังกล่าวจบ แต่ฉันกลับรู้สึกว่าชื่อวงค่อนข้างสะเหล่อนิดๆ และหน้าตี๋ๆ ของเขาก็ไม่ใช่เสป็คฉันด้วยสิ

“เป๊ป...นักร้องนั่นเล็งแกชัวร์ป้าบ”   ยัยเบลล์กระซิบอย่างตื่นเต้น   “นั่นไงๆ ส่งยิ้มมาให้แกอีกแล้ว!

“มโนไปเองรึเปล่าเบลล์ เขาก็ยิ้มเรี่ยราดให้แขกทุกคนนั่นแหละ แล้วนี่แกจะตื่นเต้นทำไม”

“งั้นแกลองยกแก้วหรือโบกไม้โบกมือให้เขาดูสิ ฉันพนันได้เลยว่าต้องมีฟีดแบ็คกลับมา”

“เพื่ออะไร -_-?”

“เอาน่า...แกจะได้รู้ไงว่าฉันไม่ได้มโนไปเอง”

ยัยนี่เจ้ากี้เจ้าการเรื่องผู้ชายไม่เลิกจริงๆ ฉันคิดอย่างอ่อนใจ สุดท้ายก็ยอมทำท่ายกแก้วให้นักร้องหน้าตี๋นั่น พร้อมยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนยกแก้วจิบ สิ่งที่เหนือความคาดเดาก็ตามมาทันที เมื่อนักร้องนำคนนั้นกระโดดลงมาจากเวทีทั้งที่ยังร้องเพลงอยู่ แล้วเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ประชิดถึงตัวฉันท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคนภายในร้าน

“เพียงสบสายตาก็รู้แล้วว่าเธอได้ขโมยหัวใจฉันไป...จะว่าอะไรไหมหากฉันอยากได้ใจเธอตอบแทน”

นักร้องหน้าตี๋ยื่นหน้ามาใกล้พร้อมร้องเพลงที่มีเนื้อหาราวกับจะจีบฉันอย่างไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น ฉันผงะถอยอย่างตกใจกับการจู่โจมไม่ทันตั้งตัว แต่แล้วอยู่ๆ เขาก็เอื้อมมือมาจับข้อมือฉันข้างที่ถือแก้วเหล้า แล้วก้มหน้าลงมาดื่มเหล้าจากแก้วนั้นทั้งๆ ที่ยังจับข้อมือฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เสียงกรี๊ดอย่างอิจฉาดังกระหึ่มลั่นร้านโดยเฉพาะเสียงกรี๊ดจากยัยเบลล์ที่ยืนใกล้ๆ เกือบทำฉันหูอื้อ

ใบหน้าของฉันขึ้นสีแดงก่ำรีบดึงมือตนเองกลับคืนมา พลางก้าวถอยไปหลบอยู่หลังยัยเบลล์อย่างไม่รู้จะวางตัวยังไง ฉันไม่น่าบ้าจี้ทำตามที่ยัยเพื่อนบ้าบอกเลย ให้ตายสิ >_<!!!

“หากเธอไม่พร้อมฉันยอมเข้าใจ และจะไม่วุ่นวายไปมากกว่านี้ ขอเพียงอย่าหนีหน้านะคนดี หัวใจดวงนี้ยินดีมอบให้เธอ... \(>_’)”  

นักร้องหน้าตี๋ยังคงทำหน้าที่ร้องนำได้ดีเยี่ยม ไม่มีสะดุดเลยสักนิด เขาขยิบตาให้ฉันอีกครั้งก่อนกระโดดกลับขึ้นเวทีเมื่อถึงท่อนโซโล่กีต้าร์ แล้วกระโดดโลดเต้นไปพร้อมกับเพื่อนๆ สมาชิกในวง ทุกคนคิดว่าเรื่องเมื่อกี๊เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเอนเตอร์เทนคนดู แต่คนที่อยู่โต๊ะรอบๆ ขอบเวทีต่างเห็นชัดว่าหมอนั่นมองและส่งยิ้มมาทางฉันบ่อยครั้ง จนเริ่มมีสาวๆ บางคนจ้องฉันด้วยสายตาไม่พอใจ เหมือนว่าจะเป็นพวกแฟนคลับวงนี้รึเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้คือ...ฉันซวย!

“อ้าว จะไปไหนเป๊ป?”

“ส้วม!”  ฉันตะโกนตอบยัยเบลล์ไปอย่างหงุดหงิด

หนีจากสายตาคนรอบข้างไปสักพักดีกว่า ขืนอยู่ตรงนั้นนานๆ แล้วนักร้องหน้าตี๋นั่นยังไม่หยุดส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้ ฉันมีลางสังหรณ์ว่าอาจโดนดักตบตอนกลับบ้านก็เป็นได้

ห้านาทีต่อมา...ฉันเดินโซเซออกมาจากห้องน้ำเพราะแอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์ ใบหน้าแดงก่ำไปถึงลำคอ แต่ช่วงเนินอกอวบอิ่มที่เผยให้เห็นรำไรยังคงขาวผ่องดุจเดิม และนั่นคงเป็นสาเหตุที่หนุ่มๆ มองมาทางฉันด้วยสายตาวาววับดุจเสือจ้องตะครุบเหยื่อ ฉันยังไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใคร

เสื้อสีดำรัดรูปปาดไหล่ โชว์เนินอกและหัวไหล่ขาวนวลเนียนราวกับเชิญชวนให้มองได้ตามสบาย กระโปรงผ้าชีฟองสีดำพริ้วไหวหน้าสั้นหลังยาว ติดกากเพชรล้อแสงระยิบระยับยิ่งขับผิวช่วงท่อนขาให้ดูผุดผ่อง รองเท้าส้นสูงที่นานๆ ครั้งจะหยิบมาสวมสักทีเกิดพลิกคว่ำในจังหวะที่กำลังก้าวลงพื้นต่างระดับ ทำเอาใจฉันหายวาบเผลอหวีดร้องออกมา ร่างทั้งร่างกำลังจะดิ่งพื้นแถมยังเป็นสภาพหน้าทิ่มด้วยนี่สิ O_O!!!

“กรี๊ดดด!

หมับ!

ก่อนที่หน้าสวยๆ จะจูบกับพื้นหินอ่อนขัดเงา แรงฉุดกระชากจากใครบางคนก็ช่วยดึงร่างของฉันให้ทรงตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง ฝ่ามืออุ่นหนากระชับแน่นที่ต้นแขนทั้งสองข้าง ดึงรั้งตัวฉันไปกอดไว้แนบอกจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงอย่างชัดเจน

ฉันกระพริบตาปริบๆ งุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที เอ่อ...เมื่อกี๊เกิดอะไรขึ้นนะ? หัวสมองที่ค่อนข้างหนักอึ้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ค่อยๆ ลำดับความคิดจนประมวลผลออกมาได้ว่า...

ฉันกำลังโดนผู้ชายแปลกหน้ากอดอยู่!

ทันทีที่รู้สึกตัวฉันก็พลักอกหนาให้ถอยห่าง ดูเหมือนอีกฝ่ายก็เพิ่งรู้ตัวเช่นกันว่ากำลังทำอะไรเขาจึงปล่อยมือจากตัวฉันแต่โดยดี กลิ่นโคโลญจน์หอมอ่อนๆ คุ้นจมูกทำให้ฉันชะงัก เงยหน้าขึ้นมองคนที่ยื่นมือมาช่วยอย่างรวดเร็ว และภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ฉันเกือบเข่าทรุดลงไปอีกครั้ง เพราะร่างสูงโปร่งเจ้าของใบหน้าคมใส มีเค้าโครงหน้าทุกอย่างเหมือนกับแซคไม่มีผิด O_O!

เป็นไปไม่ได้...เขาจะอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน!?

“...แซค?”  

เสียงสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่เอ่ยเรียกออกไปด้วยความไม่แน่ใจ ร่างสูงโปร่งยังคงยืนนิ่งที่เดิม มีเพียงนัยน์ตาสีดำคมกริบที่ไหววูบตอบรับชื่อนั้น และเพียงเท่านั้นฉันก็โผเข้ากอดเขาไว้แน่น ไม่สนแล้วว่าภาพตรงหน้าจะเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงจิตใต้สำนึกที่สร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง

“แซค...ฉันคิดถึงนาย...ฉันคิดถึงนายมาก ฮืออ T^T

ฉันร้องไห้โฮ ซุกใบหน้าแนบอกหนาอันแข็งแกร่ง กลิ่นหอมแสนคุ้นเคยที่เป็นกลิ่นประจำกายของแซคยิ่งเน้นย้ำให้ฉันเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง...ฉันกำลังกอดแซคที่มีตัวตนจริงๆ

“นายมาได้ยังไง?”  

หลังจากที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่พักใหญ่ ฉันก็เงยหน้าขึ้นถามเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ คราบน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ใบหน้าหล่อคมที่ฉันไม่มีวันลืมเลือนก้มลงมามองตอบ คิ้วหนาเข้มขมวดนิดๆ ราวกับไม่สบอารมณ์ที่ได้เห็นน้ำตา ริมฝีปากบางหยักสวยขยับคล้ายจะพูดตอบ แต่แล้วฉันก็ชิงตัดบทซะเอง

“ช่างเถอะ นายจะมาได้ยังไงมันไม่สำคัญแล้วล่ะ เพราะตอนนี้นายกำลังอยู่กับฉันจริงๆ แค่นั้นก็พอแล้ว”

ฉันยิ้มกว้างก่อนจะโน้มคอของเขาให้ก้มลงมาหา แล้วประทับเรียวปากอุ่นนุ่มของตัวเองประกบกับริมฝีปากหยักสวยของเขาอย่างโหยหา ร่างสูงแข็งทื่อตกใจกับการกระทำอันหาญกล้าของฉัน แต่พอฉันจะถอนริมฝีปากออกเขากลับเป็นฝ่ายกอดรัดร่างฉันไว้แน่น แล้วบดขยี้จุมพิตตามมาอย่างเร่าร้อนจนฉันแทบหายใจไม่ทัน!

สัมผัสร้อนผ่าวที่เกิดจากฝ่ามืออุ่นหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังทำให้ฉันแทบคลั่ง ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดแก้มยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าบุคคลตรงหน้ามีชีวิตจับต้องได้จริง ไม่ใช่เพียงภาพในจินตนาการ รสจูบดุดันขบเม้มเรียวปากฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดึงสติของฉันให้หลุดลอยไปไกล เคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่แสนโหยหา

เขากลับมาหาฉันแล้วจริงๆ ใช่มั้ย?

แซคถอนจูบอย่างอ้อยอิ่งหลังจากที่ทำให้ฉันแทบทรงตัวไม่ไหว หากตาไม่ฝาดฉันเห็นเขายิ้มพึงพอใจ และทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกครั้ง ทว่ามีใครบางคนกระชากไหล่เขาจากทางด้านหลังจนผงะหงาย ก่อนจะตามมาด้วยกำปั้นหนักๆ พุ่งเข้าใส่ครึ่งปากครึ่งจมูกจนร่างสูงเซไปชนกำแพงตามแรงหมัด

โครม!

“กรี๊ดดด!

“เป๊ป แกไม่เป็นไรนะ!

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องจากคนรอบข้าง ยัยเบลล์โผล่มาจากไหนไม่รู้ดึงตัวฉันไปกอดไว้แน่น สายตาของฉันยังคงจับจ้องไปที่ร่างสูงโปร่งของแซคซึ่งตอนนี้กำลังใช้หลังมือเช็ดเลือดตรงมุมปากอย่างลวกๆ นัยน์ตาสีดำวาวโรจน์ตวัดมองคนที่บังอาจลอบกัด

ใคร!?  ใครมันบังอาจทำร้ายแฟนฉัน!!!

เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ หน้าหล่อแบบตี๋ๆ นี่มัน...น็อต?

“นี่มันอะไรกันน็อต อยู่ๆ มาต่อยแซคทำไม?”   ฉันสะบัดตัวออกจากเบลล์แล้วพุ่งเข้ามาขวางกลางระหว่างทั้งสองคน เหตุการณ์ระทึกตรงหน้าทำให้สร่างเมาไปมาก

“มันไม่ใช่แซค”   น็อตหันกลับมาบอกฉันด้วยน้ำเสียงห้วนจัด   “เธอมองหน้ามันให้ดีสิเป๊ป มันไม่ใช่แซค และไม่มีวันเหมือนแซคด้วย!

“น็อต...หมายความว่ายังไง?”   ฉันงงหนักกว่าเดิม   “ก็เห็นๆ อยู่ว่าเขาคือแซค ทำไมถึงบอกว่าไม่ใช่ล่ะ”

“เป๊ป เธอมองเขาดีๆ สิ พิจารณาดีๆ เขาแค่มีใบหน้าคล้ายกับแซคแต่ไม่ใช่แซค...เขาไม่ใช่แฟนเธอ!

ยัยเบลล์ตะโกนบอกด้วยสีหน้าเป็นกังวล ฉันค่อยๆ หันกลับมามองผู้ชายร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกำแพง หุบปากนิ่งไม่เอ่ยแย้งอะไรเลยสักคำ รูปหน้าเรียวขาวล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีดำขลับตัดซอยยาวระต้นคอ คิ้วเข้ม ดวงตาเรียวยาวสีดำลึกลับ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากเป็นรูปกระจับสีแดงระเรื่อ เขาเจาะหูข้างซ้ายและใส่ตุ้มหูเป็นหมุดสีดำ สไตล์การแต่งตัวออกแนวเซอร์ๆ ต่างจากแซคที่นิยมความเรียบหรูและไม่เจาะหู

แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะเหมือนกับแซคราวกับฝาแฝด...แต่เขาก็ไม่ใช่แซคจริงๆ มันเป็นไปได้ไง O[]O!!!

“นาย...เป็นใครกันแน่!?”  

ฉันหลุดปากถามออกไปอย่างตกตะลึง ไม่เห็นรู้มาก่อนว่าแซคมีฝาแฝดหรือน้องชายอีกคนนอกจากน้องซอ ร่างจำลองของแซคเพียงแค่เหยียดรอยยิ้มราวกับเย้ยหยันที่ฉันแยกไม่ออก แถมยังไปจูบกับเขาอีกตั้งนานสองนาน!

“เลว! ไอ้คนฉวยโอกาส >O<”   

ฉันตะโกนด่าพร้อมทั้งใช้มือถูปากแรงๆ นึกรังเกียจรสสัมผัสอันร้อนแรงเมื่อครู่ นี่ฉันเมาหนักขนาดแยกแยะไม่ออกได้ยังไงกัน ฮือออ

“เธอเป็นฝ่ายจูบฉันก่อนนะ”

เออ...จริง -_-!

ร่างจำลองของแซคแย้งขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ขมวดคิ้วเหมือนไม่พอใจ นั่นเป็นประโยคแรกที่ฉันได้ยินจากปากเขา แม้แต่เสียงยังทุ้มไม่ต่างกัน เพียงแต่เสียงของเขาฟังดูเสียงแหบกว่านิดๆ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันสับสนได้ไงกัน

“ไม่เจอกันนาน แต่นายก็ยังเลวไม่เปลี่ยนเลยนะ...โซนิค”  น็อต แค่นยิ้ม ดวงตาวาววับฉายรอยเกลียดชังอย่างที่ไม่เคยใช้มองใครมาก่อน  “คดีความยังไม่หมดอายุ แต่ยังกล้าหน้าด้านกลับมาเมืองไทยอีก!

เจ้าของชื่อตวัดสายตาคมกริบจ้องน็อตเขม็ง ร่างสูงหยัดยืนตัวตรงท่าทางเหมือนพร้อมที่จะเอาเรื่อง ฉันกับเบลล์ได้แต่มองหน้าคนนู้นคนนี้สลับไปมา ไม่เข้าใจความนัยที่น็อตพูด แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะมีเรื่องที่ทำให้ไม่ชอบขี้หน้ากันมาก่อน

“น็อต สรุปว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แล้วเป็นอะไรกับแซค?”  

ก่อนที่พวกนายจะต่อยกันช่วยบอกให้ฉันรู้ทีเถอะว่าหมอนี่เป็นใคร ทำไมบังอาจมีหน้าตาหล่อเหลาเหมือนแฟนฉันได้!

น็อตขบกรามแน่น จ้องหน้าโซนิคด้วยแววตาแข็งกร้าว

“หมอนี่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแซค และยังเป็นคนที่ทำให้แฟนเก่าของผมต้องตาย!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

217 ความคิดเห็น

  1. #152 ExoShidae (@phattaraporn123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 22:51
    อยากได้หนังสืออ่ะ ไม่พลาดแน่ค่าา รอซื้อเลย
    #152
    0
  2. #134 นะคับนะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 20:11
    ทิ้งปมใหญ่ไว้ให้แก้กันเลยทีเด๋วนะคับนะ
    #134
    0
  3. #133 MerCuRy (@nicecasino) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 00:16
    อาจจะมีการเข้าใจผิดกันเรื่องคดีความ โซนิคอาจจะไม่ได้เป็นคนทำสินะ
    #133
    0
  4. #132 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 18:41
    รอซื้อค่าาาาาา ยังเดาไม่ออกเลย ว่าเรื่องจะไปทางไหน TT
    #132
    0
  5. #131 MaiMai (@masupa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 21:01

    เหมือนชื่อ โซนิค จะอยู่ในภาคแรกด้วยมั้ย หรือว่ามโนไปเอง มันคุ้นๆ เดี๋ยวต้องไปหาอ่านใหม่อิอิ>33<

    #131
    0
  6. #127 MerCuRy (@nicecasino) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 21:04
    จะตีพิมพ์เล่ม1 ใหม่ไหมค่ะ ทำหน้าปกเป็นเวอร์ชั่นใหม่
    #127
    0
  7. #42 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2555 / 09:41
     ค้างไม่นานหรอกจ้ะ เพราะวันนี้จะอัพตอนที่ 4 แว้วววว
    #42
    0
  8. #41 Satang' ')v (@rayhana1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2555 / 02:10
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อะไรๆ อาร้ายกัน พี่อคิราห์ โหดร้ายเกินไปแล้วว มันค้างน้าาาา
    #41
    0
  9. #40 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 22:34
     ถ้าอย่างนั้นติดตามเรื่องนี้ไว้ตลอดนะคะ เพราะอาจจะมีจัดกิจกรรมเล่นเกมแจกหนังสือภาคแรก (^,^)d
    #40
    0
  10. #39 mo2may (@mo2may) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 22:31
     กลัวว่าจะแค่คนหน้าเหมือนจิงๆอ่ะ 
    มีเรื่องจะสารภาพด้วยล่ะค่ะ เสียใจมากๆๆๆๆๆเลย  เราทำหนังสือภาคแรกหายไปแทบกรี๊ดอ่ะ หาทั่วบ้านเลย แต่ไม่เจอ T^T เพราะมีคนยืมอ่านหลายคนถามใครก้ไม่มีใครรู้  เฮ้อ พยายามตามหาซื้อยุค่ะ แต่ยังไม่ได้เลย TT^TT
    #39
    0
  11. #37 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 22:11

     ความสุขของพี่คือการได้เห็นคนอ่าน "สับสน" และ "กระวนกระวายอยากอ่านต่อ"   

    **ยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขแล้วเดินจากไปอย่างไม่ระบุวันที่จะกลับมาอัพ 55555+

    #37
    0
  12. #36 MerCuRy (@nicecasino) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 22:03
    แซค? มาได้ไงหรือแซคจะฟื้นแล้ว<br />
    แต่ถ้าเป็นคนที่หน้าเหมือนแซค นางเอกจะหวั่นไหวมั๊ยเนี่ย<br />
    ทิ้งปมปริศนาความสงสัยไว้อีกแล้ว มันตื่นเต้นอยากรู้ไปหมด555
    #36
    0
  13. #35 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 21:33
     อัพตอนที่ 3 แล้ววววววววววว
    #35
    0