Bad Boy & Sassy GirL(ภาค2) ขอโอกาสรักเธออีกสักครั้ง

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 : คนในความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 พ.ค. 60


บทที่ 4

คนในความทรงจำ

 

 

ริปทะเลจบลงด้วยบรรยากาศมาคุ ยัยเบลล์ลากน็อตมาหาพวกเราที่คอนโดแต่เช้าเพื่อจะได้กลับพร้อมกัน เพราะพวกเราอาศัยรถของน็อตมาคันเดียว หากไม่มีฉันติดค้างอยู่ที่นี่ น็อตก็คงปล่อยให้โซนิคพาน้องซอกลับรถโดยสารประจำทางกลับบ้านเองไปแล้ว

น็อตไปส่งน้องซอก่อนเป็นคนแรก และโซนิคเองก็รู้ตัวว่าไม่ได้รับการต้อนรับจึงลงจากรถไปพร้อมกัน ใบหน้าหล่อคมเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ปรายสายตามองฉันเพียงแว้บเดียว ก่อนจะเดินตามน้องซอเข้าไปในบ้านเพื่อเยี่ยมแซคก่อนกลับ ความจริงฉันก็อยากจะแวะลงไปหาแซคนะ แต่ถ้าโซนิคอยู่ฉันมาวันหลังก็ได้ คำพูดของโซนิคเมื่อคืนยังติดค้างอยู่ในใจฉันจนอดปากไม่ได้ที่จะเอ่ยถามน็อต

“น็อต...จะว่าไรมั้ยถ้าเป๊ปอยากถามเรื่อง...อดีต”

ยัยเบลล์หันขวับกลับมาจ้องด้วยสายตาดุดัน ข่มขู่ฉันให้หุบปาก

“ได้สิเป๊ป สงสัยอะไรล่ะ”   น็อตถามสีหน้าปกติ ทำให้ฉันใจชื้นขึ้นและกล้าถามต่อโดยไม่สนสายตาห้ามปรามของยัยเบลล์

“คือ...เท่าที่น็อตเคยเล่าเหมือนว่าเมื่อก่อนแซคกับน็อตอยู่วงดนตรีเดียวกัน แต่โซนิคอยู่คนละวงใช่มั้ย?”

“ใช่ แซคเคยชวนมันมาร่วมวง แต่ไอ้โซนิคมันเลือกที่จะคบหากับพวกอันธพาลในคราบนักดนตรีมากกว่า มันถึงได้ชอบไปสุงสิงอยู่กับพวกเพื่อนเลวๆ ของมัน แซคเตือนกี่ครั้งก็ไม่เคยฟัง แต่เพราะพวกมันเลวเหมือนกันนี่แหละถึงได้คบกันได้”  

น็อตเล่าอย่างใส่อารมณ์ จนยัยเบลล์หันมาถลึงตาคาดโทษฉันอีกรอบ

“แล้วเป๊ปถามเรื่องนี้ทำไม?”   น็อตมองผ่านกระจกมองหลังมาที่ฉันอย่างสงสัย

“เอ่อ...ก็แค่สงสัยว่าทำไมแฟนเก่าน็อตถึงได้...แบบว่า แฟนตัวเองก็ไม่ได้อยู่วงนั้นสักหน่อย แต่ทำไมถึงโดนหลอกให้ไปที่คอนโดเพื่อนโซนิคได้น่ะ”

“เป๊ป!”   ยัยเบลล์ปรามเสียงเข้มเมื่อฉันชักจะถามลึกเกินควร ก็คนมันอยากรู้อ่ะ!

“ขอโทษนะน็อต ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร”

“....”

น็อตนิ่งไปสักพัก บรรยากาศภายในรถเงียบกริบชวนอึดอัดซะจนฉันอยากขอลงกลางทาง ไม่น่าอยากเผือกจนทำให้เพื่อนเครียดเลยวุ้ย

“ความจริงแล้ว...”   เสียงเรียบขรึมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง   “แฟนเก่าผมแอบชอบไอ้โซนิค”

O_O!!!

เฮ้ย! เรื่องราวมันชักจะซับซ้อนซ่อนดราม่ากว่าที่ฉันคิดไว้นะเนี่ย

“เพื่อนในวงเคยมาเตือนผม แต่ผมก็ไม่ยอมเชื่อเพราะไว้ใจแฟนตัวเองมาก สุดท้ายความก็มาแตกในคืนวันนั้น เพราะถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันก็ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรเลยที่แฟนเก่าผมต้องไปหาโซนิคที่คอนโดของพวกมัน!

น็อตหัวเราะในลำคอเหมือนสมเพชความโง่เง่าของตนเองในอดีต ยัยเบลล์เอื้อมมือไปลูบไหล่เบาๆ ก่อนปรายสายตามาเตือนฉันให้หุบปากเป็นครั้งสุดท้าย

ช่วงเวลาสี่ทุ่มในย่านทองหล่อของคืนวันเสาร์ หน้าร้านผับประจำของฉันกับยัยเบลล์ยังคงคึกคัก คลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวผู้รักเสียงเพลง เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของยัยเบลล์ แอร์โฮสเตสขาแด๊นซ์จึงโทรเรียกเพื่อนๆ ในกลุ่มมหาลัยมาสังสรรค์สั่งลาโดยมีข้อแม้ว่างานนี้ห้ามมีแฟนมาคุม!

“เฮลโล่ ^O^ แสนงามมาแล้วจ้ะ นังชะนีน้อยหอยสังข์ทั้งหลาย”

เสียงดัดแหลมของต้นน้ำที่บัดนี้ได้แปลงร่างเป็นสาวสวย อกอวบอึ๋มสะบึ้มทรวงในชุดรัดรูปสุดเอ็กซ์สีดำ เรียกสายตาผู้ชายที่เดินผ่านให้มองจนเหลียวหลัง เป็นการการันตีว่าเรตติ้งของเธอแรงกว่าผู้หญิงแท้หลายๆ คนซะอีก

“โอ้โห! แต่งมาซะขนาดนี้กะไม่ให้พวกฉันเกิดเลยใช่มั้ย?”  

อุ้มโวยวายเป็นคนแรก หุ่นอวบๆ แต่หน้าตาน่ารักทำให้ข้อด้อยในเรื่องรูปร่างพอมองข้ามไปได้ ตอนนี้อุ้มทำงานเป็นสาวแบ้งค์ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ และยังคบกับกันย์มายืดยาวจนบัดนี้

“อ๊ะ! คนมันสวยช่วยไม่ได้นะคะ”   ต้นน้ำยักไหล่ สะบัดผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลทองด้วยลีลาน่าหมั่นไส้

พอเรียนจบต้นน้ำก็ไม่ขอทนกักเก็บความสาวของตนเองอีกต่อไป ยอมทะเลาะกับที่บ้านเพื่อจะไปผ่าตัดแปลงเพศที่เกาหลี พ่วงดีกรีดีไซเนอร์น้องใหม่ที่กำลังมาแรงจนห้องเสื้อหลายๆ แบรนด์แย่งตัวกัน แถมที่น่าอิจฉาสุดๆ คือมีแฟนหล่อ ดีกรีหนุ่มวิศวะด้วยนี่สิ...บอกเลยว่าอิจฉา!!

“ครบแก็งแล้ว ชนแก้วกันหน่อยสิเพื่อนๆ”  

นุ้ก อดีตสาวเนิร์ดผู้คงแก่เรียนของแก็ง ในวันนี้ได้สลัดความเฉิ่มเชยไปจนหมดสิ้น เรือนร่างเล็กบางในชุดแซ็กสีน้ำเงินเข้มเปิดไหล่ข้างนึงช่วยขับผิวขาวจนเกือบซีดให้ดูเปล่งปลั่งมีออร่า ใบหน้าเรียวเล็กจืดชืดได้แต่งแต้มจนสวยเฉี่ยว เธอเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์แทนแว่นสายตาหนาเตอะ ตั้งแต่ที่ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้จัดการโรงแรมชื่อดังระดับห้าดาวทั้งที่อายุยังน้อย

“เอ้า ชน!  คืนนี้ไม่เมาไม่กลับเว้ยยย >O<

ยัยเบลล์ตะโกนเสียงดังดูคึกคักกว่าใครเพื่อน ทุกคนยื่นแก้วเหล้าในมือไปกระทบกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครสนใจสายตาหนุ่มๆ รอบข้างที่จ้องพวกเราตาเป็นมัน เพราะมัวแต่ตะโกนคุยกันแข่งกับเสียงเพลง คืนนี้ฉันเหมือนได้พักผ่อนสมองอย่างแท้จริง ไม่คิดกังวล ไม่สนอดีต ไม่ห่วงถึงอนาคตที่มันยังมาไม่ถึง ฉันวางทุกเรื่องเอาไว้ชั่วคราวและสนุกกับเพื่อนๆ อย่างเต็มที่ให้สมกับที่พวกเราไม่ได้เจอกันเกือบสองปี คืนนี้ฉันขอสนุกให้สุดเหวี่ยงก่อนนะแซค >___<

 

=Sonic=
            สียงดนตรีดังกระหึ่มภายในผับหรู กลบทุกสรรพเสียงรอบด้าน ผมเดินเบียดเสียดผู้คนที่กำลังออกเสต็ปกันอย่างเมามัน โบกมือปฏิเสธผู้หญิงที่ยกแก้วเหล้าให้ทำนองเป็นชวนดื่มไปหลายคน เพราะวันนี้ผมไม่ได้มาเที่ยวอย่างคนอื่น แต่ผมมาตามหาคนกลุ่มหนึ่งซึ่งผมเพิ่งได้เบาะแสมาว่าพวกมันทำงานอยู่ที่นี่

นาฬิกาข้อมือบอกเวลาห้าทุ่มตรง เสียงดนตรีจากแผ่นเงียบลง ไฟทุกดวงในร้านหรี่มืดมีเพียงแสงสว่างจากสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่ที่สาดส่องไปยังวงดนตรีบนเวที ทุกสายตาหันมองไปทางเดียวกัน เฝ้ารอการแสดงจากกลุ่มคนทั้งสี่ที่ยืนประจำตำแหน่ง วินาทีต่อมามือกลองก็รัวไม้ลงบนกลองชุดด้วยลีลาอันเจนจัด ตามต่อด้วยมือกีต้าร์และมือเบสที่รัวนิ้วเปลี่ยนคอร์ดประสานไปพร้อมกับเสียงกลอง นักร้องนำตะโกนร้องออกมาสุดเสียงก่อนที่สมาชิกทุกคนในวงจะกระโดดพร้อมกัน แล้วเริ่มเข้าสู่บทเพลงแรกสำหรับคืนนี้ เสียงกรี๊ดกร๊าดต้อนรับการเปิดตัวดังรอบข้าง คงมีเพียงผมที่ยืนจ้องพวกมันด้วยแววตาวาววับ

ในที่สุดก็ตามหาพวกมันเจอ...ไอ้พวกเพื่อนทรยศ!

ในขณะที่ผมต้องตกนรกกับความผิดที่ไม่ได้ทำ แต่พวกมันที่รู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างกลับลอยนวล ใช้ชีวิตสุขสบายโดยไร้มลทินมาจนถึงทุกวันนี้ หากสวรรค์ไร้ความยุติธรรมผมก็จะลากคอพวกมันมาชดใช้กรรมเอง!

ผมเฝ้าดูการแสดงของพวกมันอย่างใจเย็นจนกระทั่งจบไปสองเพลง พอขึ้นเพลงที่สามอยู่ๆ ไอ้ทิม นักร้องนำก็กระโดดลงมาจากเวทีซึ่งยกพื้นไม่สูงมากนัก แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะของลูกค้าสาวกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังเมาได้ที่ สาวๆ กลุ่มนั้นกรี๊ดกร๊าดต้อนรับนักร้องหนุ่มหน้าตี๋ ผมปรายสายตามองไปยังสาวที่ไอ้ทิมกำลังจีบออกนอกหน้าแล้วต้องเบิกตาค้าง เพราะใบหน้าคมสวยนั้นคุ้นตาจนมั่นใจได้ว่าผมไม่ได้ตาฝาด

เป๊ปซี่! แล้วนั่น...เบลล์ก็อยู่ด้วย อะไรจะบังเอิญมารวมตัวกันได้เหมาะเหม็งขนาดนี้ O_O!!!

เป๊ปซี่สะบัดข้อมือให้หลุดจากการจับกุมของไอ้ทิม สีหน้าหงิกงอไม่พอใจที่โดนแต๊ะอั๋งแบบเนียนๆ แต่ไอ้หน้าด้านนั่นมันกลับหัวเราะชอบใจ หันไปเต้นกับเบลล์ที่ดูเหมือนยอมเล่นสนุกด้วยมากกว่า ก่อนเพลงจะจบมันก็กระโดดกลับขึ้นเวที เอนเตอร์เทนแขกทุกคนภายในร้านให้ร่วมกระโดดไปพร้อมกับเสียงเพลง

ผมยืนอยู่ห่างจากกลุ่มของเป๊ปซี่พอสมควร ไฟในร้านก็ส่องสว่างเพียงแค่บนเวที ทุกคนหันหน้าไปมองวงดนตรีจึงไม่มีใครหันมาสนใจผมที่ยืนมองผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เนิ่นนาน แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่เคยเลยสักครั้ง...ที่จะรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของผม

แม้จะผ่านมานานหลายปี เธอยังคงสวยโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนอยู่เสมอ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะมองหาเธอ อาจเป็นเพราะว่าสายตาของผมคอยแต่จะมองตามร่างเพรียวบาง เจ้าของนัยน์ตาสวยแฝงรอยโศกคู่นั้นมาโดยตลอด ผมเพิ่งรู้ตัวว่ากาลเวลาไม่ได้ทำให้ผมลืมเลือน เป๊ปซี่ ผู้หญิงที่เป็นรักแรกของผมไปได้เลย...

หากคืนนั้นไม่เกิดเรื่องผิดพลาด...ที่ว่างข้างกายเธออาจมีผมยืนอยู่เคียงข้าง...ไม่ใช่แซคที่มาแย่งพื้นที่ตรงนั้นของผมไป!

 

= Pepsi =

ฉัยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เข็มหน้าปัดบอกเวลาตีหนึ่งกว่าซึ่งมันสมควรแก่การกลับบ้านนอนสำหรับฉันแล้ว ฉันเลยหันไปสะกิดไหล่ยัยเบลล์ที่ยังเต้นสุดเหวี่ยงอยู่กับเพื่อนๆ

“ว่าไง เรียกพี่ทำไมน้อง”

เสียงเริงร่าตอบกลับมา ใบหน้าแดงก่ำ ตาเยิ้ม ริมฝีปากวาวฉ่ำเป็นสีแดงสดเพราะกระดกไปหลายแก้ว เมาเต็มที่ขนาดนี้ยังดีที่มีแฟน แสตนด์บายรอมารับกลับ แต่ฉันไม่ได้มีใครคอยบริการจึงต้องดูแลตัวเองไปตามสภาพ เมามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไม่งั้นจะขับรถกลับบ้านไม่ไหว

“ฉันกลับก่อนนะ จะตีหนึ่งแล้ว”

“เฮ้ย พวกเรา!  ยัยเป๊ปมันจะชิ่งหนีแล้ว”

เออ...ดีงามค่ะ หันไปตะโกนบอกอีกสองนางที่เหลือซะงั้น

“อะรายก๊านนน ร้านยังไม่ปิดเลยยย”  

นุ้กรีบเดินถลามาล็อคคอฉันไว้แน่น กลิ่นเหล้างี้หึ่งเลย

“สามีก็ม่ายมี...ลูกเต้าก็ม่ายมี...รีบกลับปายหนายยย”  

อุ้มเซมาเกาะแขนฉันไว้อีกคน

“พวกแกสนุกกันต่อเถอะ ฉันเอารถมาดื่มมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ อีกอย่างนี่ก็ได้เวลากลับของฉันแล้วด้วย”

“ขับม่ายหวายก็ไปค้างบ้านช้าน!”   นุ้กเอานิ้วจิ้มอกไซส์เล็กของตน ดูท่ายัยนี่จะเมาสุดแล้วล่ะ

“ไม่ได้ๆ เป๊ปต้องนอนกะช้านน”   ยัยเบลล์ดึงแขนฉันออกจากสองคนนั้น

“เออ นอนหนายก็ด้ายแต่ม่ายห้ายกลับ!”   อุ้มชี้หน้าสั่ง ตาปรือๆ พยายามจะทำเป็นดุใส่ -_-

“เอางี้...เดี๋ยวฉันโทรหาบรรดาหนุ่มๆ ของพวกแกให้มาดูแล คุ้มครองกันต่อเองแล้วกัน ส่วนฉันขอบายแค่นี้ ง่วงจนตาจะปิดแล้วเนี่ย“

“เพิ่งเที่ยงคืนเองน๊า แกจะรีบกลับทำมายยยย”  

ยัยเบลล์กอดเอว ซบหน้าฉันไว้แน่น งอแงเป็นเด็กๆ ที่ขาดเพื่อนเล่นไม่ได้

“เที่ยงคืนบ้าไรล่ะ นี่ตีหนึ่งกว่าแล้ว กว่าฉันจะกลับถึงบ้านก็ตีสองพอดี”   ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ แกะไม้แกะมือยัยเบลล์ที่พยายามจะยึดเหนี่ยวไปให้พ้นตัว

“แกกลับคนเดียวตอนนี้ เดี๋ยวก็มีหนุ่มขอตามไปส่งหรอก”   ยัยเบลล์ยังคุมสติได้อยู่ หันมาบอกฉันด้วยสีหน้าจริงจัง  “เดี๋ยวฉันให้น็อตมารับเลยแล้วกัน จะได้ไปส่งแกด้วย”

“ไม่ต้องหรอกเบลล์ ฉันกลับเองได้จริงๆ”

“แต่...”  

“พอ!  ขืนมัวแต่เถียงกับพวกแกฉันคงได้อยู่จนร้านปิด เอาเป็นว่าขอตัวก่อนเลยแล้วกัน พบกันใหม่โอกาสหน้านะเพื่อนๆ (^_^)/”  

ฉันโบกมือลาแล้วรีบจ้ำอ้าวจากมา ไม่ฟังเพียงตะแง้วๆ โวยวายไล่หลังของเพื่อน ขืนมัวแต่ร่ำลาได้อยู่จนงานเลิก เข้าทางพวกมันพอดีสิ

ฉันเดินไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังของร้าน ทันใดนั้นเสียงเอะอะเหมือนคนกำลังตีกันดังมาจากประตูด้านหลังของร้านซึ่งเป็นที่เก็บของ ทำให้ฉันชะงักเท้ายืนฟังอยู่สักพัก ทางไปยังด้านหลังนั้นเป็นตรอกเล็กๆ มีกำแพงกั้นแยกจากลานจอดรถ ฉันมองเข้าไปตามทิศทางเสียงแต่เนื่องจากตรอกนั้นมีเพียงแสงไฟสลัวลาง แล้วยังมีลังกระดาษ ลังเบียร์ซ้อนกันระเกะระกะ ไม่เห็นจะมีมนุษย์เลยสักคน

ทางที่ดีฉันควรรีบไปดีกว่า นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะเข้าไปโผล่หน้าแล้วถามว่า มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ? ได้หรอก

“อย่า...โซนิค!

โครมมม!!!

ฉันสะดุ้งโหยง หันขวับกลับไปมองที่ตรอกนั้นอีกครั้งเพราะชื่อที่ได้ยิน บวกกับคราวนี้เห็นร่างสูงๆ ของใครบางคนโดนถีบลอยละลิ่วไปกระแทกลังเปล่าหล่นกระจัดกระจาย เจ้าของเรียวขาอันยาวงามก้าวตามมาติดๆ ก้มลงกระชากคอเสื้อผู้ชายที่นั่งกองอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง แล้วง้างหมัดทำท่าจะประเคนให้เป็นดอกที่สอง แต่พวกเพื่อนๆ ของคนที่โดนต่อยรีบพุ่งมาช่วยกันแยก และกลายเป็นว่าผู้ชายร่างสูงคนนั้นกำลังถูกรุมกระทืบซะเอง O_o!

“มึงแน่มาจากไหนวะ ไอ้โซนิค!

“กล้าสดลุยเดี่ยวแบบนี้มึงคงลืมรสชาติสหบาทาพวกกูแล้วใช่มั้ย!?”

“ยังกล้าโผล่หน้ามาให้พวกกูหัวเราะเยาะใส่อีกเหรอวะ ไอ้โง่เอ๊ย ฮ่าๆๆๆ”

โซนิค...ฉันได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย =[]=?

แต่คงไม่ใช่โซนิคที่ฉันรู้จักมั้ง...ชื่อนี้ไม่ได้มีแค่คนเดียวในประเทศไทยสักหน่อยเนอะ ช่างเถอะ ลูกผู้ชายเขาคุยกันมันไม่ใช่เรื่องของฉัน รีบไปดีกว่า

“พวกมึงคิดว่ากูจะยอมเป็นแพะรับบาปให้พวกมึงไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ ไอ้พวกสวะ!

ชัดเลย...เสียงห้าวที่ตะโกนด่ากลับนั้นฉันมั่นใจว่าว่าจำไม่ผิดคนแน่ๆ อีตาบ้าโซนิค ไอ้หมาบ้าเลือด มาหาเรื่องคนอื่นถึงที่นี่ทำไม TOT

หลังจากที่โดนด่ากลับ พวกหมาหมู่ก็ยิ่งรุมกระทืบเสียงดังตุบตับ ฉันค่อยๆ ย่องไปแอบตรงมุมกำแพง พยายามคิดหาวิธีช่วยญาติของแฟนตัวเอง นี่ถ้าเขาไม่ได้เกี่ยวดองหรือมีหน้าตาคล้ายกับนายตัวร้ายของฉันนะ ให้ตายฉันก็ไม่อยากยื่นมือเข้ามายุ่งด้วยหรอก!

“อ่อก!...อั่ก!!!

“อึดดีนักใช่มั้ยมึง กูจะกระทืบให้ไส้หลุดออกมาทางปากเลย!

หะ...โหดร้าย!  คนนะไม่ใช่ปีโป้จะได้บีบไส้ให้ย้อนขึ้นมาด้านบนได้ ไอ้พวกชั่ว >O<!!!

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!

ความโมโหอยู่เหนือทุกสิ่ง ฉันเผลอกระโดดไปยืนจังก้าชี้หน้าข่มขู่ไอ้พวกหมาหมู่จนพวกมันชะงัก แล้วหันขวับกลับมามองฉันโดยพร้อมเพรียง

“ไม่แมนนี่หว่า! รุมกระทืบคนๆ เดียวแน่จริงตัวตัวไปเลย...สิ  เอ๋? นั่นพวกนาย...O_O

ฉันแทบอ้าปากค้างเมื่อดวงไฟที่แขวนไว้บนขื่อส่องกระทบลงบนใบหน้าของพวกมันจนเห็นได้ชัดขึ้น ใบหน้าของผู้ชายกลุ่มนั้นมีรอยฟกช้ำกันไปคนละนิดละหน่อย โดยเฉพาะหนุ่มหน้าตี๋ที่บัดนี้แว่นตาได้หลุดหายไปไหนแล้วไม่รู้ เบ้าตาข้างนึงของเขาบวมปูด ปากแตก แต่ฉันก็ยังจำได้ว่าเขาคือนักร้องนำที่เพิ่งมาร้องเพลงจีบฉันในผับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน!

Shit!

โซนิคสบถอย่างหัวเสีย อาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังตกใจรีบลุกขึ้นถีบคนที่รุมกระทืบตัวเองออกไปให้พ้นทาง แล้ววิ่งเต็มสปีดตรงมาหากระชากแขนให้ฉันวิ่งหนีไปด้วยกัน

“ตามมันไป!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

217 ความคิดเห็น

  1. #166 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 02:25
    เมื่อไหร่แซคจะฟื้นนนนนน ที่จะเชียร์โซนิคแทนอยู่แล้ววว T^T
    #166
    0
  2. #146 tooktik (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 22:13
    โซนิค มาแทนแซคใช่ไหม งิ้อออออ

    #เป็นแฟนคลับอคิราห์ค่ะ ชอบทุกเรื่องที่เขียนแต่หาชื้อยากมากๆ
    #146
    0
  3. #145 MerCuRy (@nicecasino) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 22:08
    เป็นเหตุการณ์เหมือนตอนนั้นเลย ทำบุญด้วยอะไรเนี่ยทำไมถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้
    #145
    0
  4. #143 Sunny (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 21:51
    เอาแซค ของฉันคืนมา ฉันคิดถึงแซค ใจจะขาดแล้วนะ T_T
    #143
    0
  5. #66 •อคิราห์• (@Akirah) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2555 / 21:19
    MerCuRy >>>> ตัวประกอบก็มีหัวใจเนอะ >,<

    mo2may >>>> กด Like ให้กับคอมเม้นต์เลยจ้า นั่นสิ...ที่ผ่านมาคืออะไร? 555+
    #66
    0
  6. #65 mo2may (@mo2may) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2555 / 18:18
    เศร้าเนอะ ที่ผ่านมาคืออะไร
    #65
    0
  7. #64 MerCuRy (@nicecasino) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2555 / 16:58
    เบลล์น่าสงสารเหมือนกัน
    บทนี้ดราม่าจริงๆ
    #64
    0