เมื่อวานไปงานรับปริญญาของพี่สาวเพื่อนที่ศิลปากร
เรารับอาสาแต่งหน้าให้
เพราะพอมีฝีมือเรื่องนี้อยู่บ้าง
แล้วก็สะดวกกว่าที่จะให้ช่างแต่ง
เนื่องจากเราไปค้างที่บ้านเพื่อนได้
ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ แต่ก็ลำบากเราเหมือนกันเพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่กว่าเพื่อมาแต่งหน้า
เราเป็นคนไม่ชอบตื่นเช้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
แต่ทำไงได้เมื่อรับปากไปแล้วก็ต้องพยายามถ่างตาตื่น
ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าจะแต่งออกมาเริดหรือเปล่า เพราะเวลาตื่นเช้ามือเราจะสั่น
จนกรีดอายไลเนอร์ได้ไม่เฉียบเท่าที่เคย
เราไปแต่งหน้าให้หลายวันอยู่เหมือนกันทั้งวันซ้อมด้วย
จนถึงวันจริง
ทั้งบ้านก็แห่ไปที่ศิลปากร รถติดมากมาย
ทั้งที่เคยชอนกับวันรับปริญญาแล้ว แต่เราก็ยังมีทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับวันนี้อยู่ดี
เพราะเราไม่ชอบความวุ่นวาย
แค่วันๆ เดียว ต้องพาคนมาทั้งบ้านเพียงเพื่อมารอทั้งวัน
ลำบากทั้งคนรับและคนไป
เราไม่เคยคิดที่จะไปงานรับปริญญาของตัวเองหากเรียนจบ
เหตุผลก็เพราะเราเบื่อการที่คนเยอะ...น่ารำคาญ
ทำไมเราคิดแบบนี้ก็ไม่รู้สิ ทั้งที่เป็นวันสำคัญ
ก็คงเพราะคนเราเห็นกระดาษใบเดียวสำคัญ...และแบ่งแยกคนฉลาดกับคนโง่ด้วยกระดาษใบนี้มั้ง
เรากับเพื่อนนั่งรอทั้งวัน ร้อนก็ร้อน
ทั้งแม่ทั้งยายของเพื่อนก็มานั่งรอพี่สาวด้วย
แล้วก็น่าเบื่อมากๆ คนที่เป็นคนประกาศเรียกบัณฑิตของ ม. ศิลปากร
พูดจาสุนัขไม่รับประทาน
พูดค่ะ ขา ครับ ก็จริง
แต่น้ำเสียงกรรโชกโฮกฮากมาก...ไม่ให้เกียรติบัณฑิตและญาติพี่น้องเลย
ประกาศซ้ำซากเสียงดังลั่น
คนที่เขามีการศึกษาคงไม่ควรทำแบบนั้น
ไม่พูดดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะเสียอารมณ์มากไปกว่านี้
พวกเราไปตั้งแต่เช้า แต่กว่าจะได้รับก็บ่ายสามบ่ายสี่
แดดร้อนตอนเช้า แล้วฝนก็ยังมาตกตอนบ่าย
ฝนตั้งเค้าว่าจะตกหนัก แต่ เอาเข้าจริงก็ตกปรอยๆ คงเป็นเพราะพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ
แม่ของเพื่อนไปดูหน้าจอมอนิเตอร์ที่ซุ้มที่จัดไว้เพื่อผู้ปกครอง
ส่วนเรายายและเพื่อน นั่งรออยู่ที่อาคารใกล้ๆ กับโรงอาหาร
สักพักญาติก็เข้ามาสมทบ อีกหลายคน
เรานั่งรอฟังประกาศเรียกชื่อพี่สาวอย่างใจจดใจจ่อ
พอประกาศเสร็จสักพักแม่ก็เดินมาสมทบกับพวกเราที่นั่งรออยู่
แม่น้ำตาคลอด้วยความปิติยินดี แล้วโผเข้ากอดเพื่อนเรา
แม่คงจะปลื้มใจที่เห็นลูกสาวเรียนจบ...พี่ของเพื่อนเราเป็นลูกคนที่สองของบ้าน แต่ได้รับปริญญาเป็นคนแรก
พี่ชายคนโตยังเรียนไม่จบ
พอเห็นภาพแบบนี้แล้วเราก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเรารับปริญญาแล้วแม่เราจะยินดีขนาดไหน
แล้วเราก็เป็นลูกคนโตด้วย...
พอเห็นบรรยากาศวันนั้นแล้วเราก็เปลี่ยนความคิดที่จะไม่มางานวันรับปริญญาของตัวเอง
เราต้องไปแน่...และต้องเรียนจบให้ครอบครัวภูมิใจในตัวเราให้ได้
แค่กระดาษแผ่นเดียวที่ยังไม่อาจการันตีได้ว่าเราจะมีงานทำ
เราจะเลี้ยงดูพ่อแม่ได้...ทำให้คนเป็นพ่อแม่ดีใจขนาดนี้ได้...
แม้เราออกจะเป็นคนขวางโลกสักหน่อย...แต่เพื่อคนที่รักเรา
เราจะตามใจเขา
จะต้องทำให้ได้
น้ำตาแม่
เขียนโดย
Althaco
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
24 ก.ค. 50
505
2
ความคิดเห็น
ชอบ คับ กระดาษใบเดียว แบ่งแยก สูงต่ำ แต่ไม่แบ่ง แยก ดี ชั่ว นะคับ
คนเรา ขอเปนคนดี ก็พอแว้ว