Althaco
ดู Blog ทั้งหมด

น้ำตาแม่

เขียนโดย Althaco


เมื่อวานไปงานรับปริญญาของพี่สาวเพื่อนที่ศิลปากร

เรารับอาสาแต่งหน้าให้

เพราะพอมีฝีมือเรื่องนี้อยู่บ้าง

แล้วก็สะดวกกว่าที่จะให้ช่างแต่ง

เนื่องจากเราไปค้างที่บ้านเพื่อนได้

ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ แต่ก็ลำบากเราเหมือนกันเพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่กว่าเพื่อมาแต่งหน้า

เราเป็นคนไม่ชอบตื่นเช้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แต่ทำไงได้เมื่อรับปากไปแล้วก็ต้องพยายามถ่างตาตื่น


ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าจะแต่งออกมาเริดหรือเปล่า เพราะเวลาตื่นเช้ามือเราจะสั่น

จนกรีดอายไลเนอร์ได้ไม่เฉียบเท่าที่เคย

เราไปแต่งหน้าให้หลายวันอยู่เหมือนกันทั้งวันซ้อมด้วย

จนถึงวันจริง


ทั้งบ้านก็แห่ไปที่ศิลปากร รถติดมากมาย 

ทั้งที่เคยชอนกับวันรับปริญญาแล้ว แต่เราก็ยังมีทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับวันนี้อยู่ดี


เพราะเราไม่ชอบความวุ่นวาย

แค่วันๆ เดียว ต้องพาคนมาทั้งบ้านเพียงเพื่อมารอทั้งวัน

ลำบากทั้งคนรับและคนไป

เราไม่เคยคิดที่จะไปงานรับปริญญาของตัวเองหากเรียนจบ

เหตุผลก็เพราะเราเบื่อการที่คนเยอะ...น่ารำคาญ

ทำไมเราคิดแบบนี้ก็ไม่รู้สิ ทั้งที่เป็นวันสำคัญ

ก็คงเพราะคนเราเห็นกระดาษใบเดียวสำคัญ...และแบ่งแยกคนฉลาดกับคนโง่ด้วยกระดาษใบนี้มั้ง

เรากับเพื่อนนั่งรอทั้งวัน ร้อนก็ร้อน

ทั้งแม่ทั้งยายของเพื่อนก็มานั่งรอพี่สาวด้วย


แล้วก็น่าเบื่อมากๆ คนที่เป็นคนประกาศเรียกบัณฑิตของ ม. ศิลปากร

พูดจาสุนัขไม่รับประทาน

พูดค่ะ ขา ครับ ก็จริง

แต่น้ำเสียงกรรโชกโฮกฮากมาก...ไม่ให้เกียรติบัณฑิตและญาติพี่น้องเลย
ประกาศซ้ำซากเสียงดังลั่น
คนที่เขามีการศึกษาคงไม่ควรทำแบบนั้น

ไม่พูดดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะเสียอารมณ์มากไปกว่านี้

พวกเราไปตั้งแต่เช้า  แต่กว่าจะได้รับก็บ่ายสามบ่ายสี่

แดดร้อนตอนเช้า แล้วฝนก็ยังมาตกตอนบ่าย

ฝนตั้งเค้าว่าจะตกหนัก แต่ เอาเข้าจริงก็ตกปรอยๆ คงเป็นเพราะพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ

แม่ของเพื่อนไปดูหน้าจอมอนิเตอร์ที่ซุ้มที่จัดไว้เพื่อผู้ปกครอง

ส่วนเรายายและเพื่อน นั่งรออยู่ที่อาคารใกล้ๆ กับโรงอาหาร

สักพักญาติก็เข้ามาสมทบ อีกหลายคน

เรานั่งรอฟังประกาศเรียกชื่อพี่สาวอย่างใจจดใจจ่อ

พอประกาศเสร็จสักพักแม่ก็เดินมาสมทบกับพวกเราที่นั่งรออยู่

แม่น้ำตาคลอด้วยความปิติยินดี แล้วโผเข้ากอดเพื่อนเรา

แม่คงจะปลื้มใจที่เห็นลูกสาวเรียนจบ...พี่ของเพื่อนเราเป็นลูกคนที่สองของบ้าน แต่ได้รับปริญญาเป็นคนแรก
พี่ชายคนโตยังเรียนไม่จบ

พอเห็นภาพแบบนี้แล้วเราก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเรารับปริญญาแล้วแม่เราจะยินดีขนาดไหน

แล้วเราก็เป็นลูกคนโตด้วย...

พอเห็นบรรยากาศวันนั้นแล้วเราก็เปลี่ยนความคิดที่จะไม่มางานวันรับปริญญาของตัวเอง

เราต้องไปแน่...และต้องเรียนจบให้ครอบครัวภูมิใจในตัวเราให้ได้

แค่กระดาษแผ่นเดียวที่ยังไม่อาจการันตีได้ว่าเราจะมีงานทำ
เราจะเลี้ยงดูพ่อแม่ได้...ทำให้คนเป็นพ่อแม่ดีใจขนาดนี้ได้...


แม้เราออกจะเป็นคนขวางโลกสักหน่อย...แต่เพื่อคนที่รักเรา
เราจะตามใจเขา

จะต้องทำให้ได้


ความคิดเห็น

dekcshool
dekcshool 25 ก.ค. 50 / 02:00

ชอบ คับ กระดาษใบเดียว แบ่งแยก สูงต่ำ แต่ไม่แบ่ง แยก ดี ชั่ว นะคับ
คนเรา ขอเปนคนดี ก็พอแว้ว

ความคิดเห็นที่ 2
ถ้าเราไม่คิดว่ากระดาษใบเดียวแยกสูงือต่ำได้หล่ะ เราเอาอะไรวัดความสูงต่ำของคน และอะไรกันแน่ที่เราว่าสูงต่ำ หรือที่จริงแล้วมันไม่มีคำว่าสูงหรือต่ำเลยทั้งสองคำ