![]() |
อิทธิพล เข็มประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบนด์ อินสตรูเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากทำธุรกิจแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาวงโยธวาทิตของโรงเรียนต่างๆ ในประเทศไทยหลายแห่ง ผ่านประสบการณ์การทำงานด้านวงโยธวา ทิตแบบครบวงจร มีส่วนผลักดันและชักนำวง โยธวาทิตนักเรียนไทย เดินทางไปโชว์ฝีมือในต่างประเทศ และได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย
ล่าสุดคือ วงโยธวาทิตของ ร.ร.สุนารีวิทยา จ.นครราชสีมา ส่วนในอดีตคือ ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียง ใหม่ ร.ร.เซนต์ ดอมินิก กรุงเทพฯ ร.ร.เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ กรุงเทพฯ ร.ร.เซนต์ปอลคอนแวนต์ จ.ชลบุรี ร.ร.จอมสุรางค์อุปถัมภ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพฯ ร.ร.หอวัง กรุงเทพฯ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จ.ปทุมธานี ร.ร.ราชวินิตบางเขน กรุงเทพฯ ร.ร.ราชสีมาวิทยาลัย จ.นคร ราชสีมา ร.ร.มหาไถ่ศึกษา จ.ขอนแก่น ร.ร.เทค โนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร.ร.มัธยมสังคีต กรุงเทพฯ ร.ร.ซางตาครู้สศึกษา ร.ร.สตรีวิทยา กรุงเทพฯ โรงเรียนวัดท่าเกวียน จ.ฉะเชิงเทรา ร.ร.ยอแซฟอุปถัมภ์ จ.นครปฐม ฯลฯ
อิทธิพลเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการตั้งวงโยธวา ทิตโรงเรียน ก่อนเดินทางไปถึงการสร้างชื่อเสียงระดับโลกว่า ตอนเริ่มทำวงในโรงเรียนที่ยังไม่มีอะไรเลย เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เราทำเพื่ออะไร มีเป้าหมายอย่างไร
ในเมืองไทยส่วนใหญ่เริ่มต้นทำเพื่อใช้ในกิจกรรมของโรงเรียน เช่น กีฬาสี งานพิธีต่างๆ เพราะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กเกิดความสามัคคีกัน เป็นทั้งศาสตร์ทั้งศิลป์ ถ้าไม่สามารถหล่อหลอมได้ก็ทำเป็นวงไม่ได้ ซึ่งวงขนาดกลางอย่างน้อยจะมี 60 คน วงขนาดใหญ่ 100 คน ซึ่งขณะนี้เมืองไทยถือว่ามีจำนวนวงมากขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญประการแรกในการทำโยธวาทิตคือ "งบประมาณ" วงธรรมดาหรือพื้นฐาน จะเริ่มต้นประมาณ 1 ล้านบาท เมื่อก่อนเป็นวงซิมโฟนิก ที่มีแซ็กโซโฟน คลาริเนต ฟลุต ฯลฯ ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูง เพราะต้องใช้จ่ายในการดูแลรักษาอุปกรณ์มาก
![]() 1.เด็กไทยทำฝรั่งทึ่ง 2.ลีลาสวยงามของสุรนารีวิทยา 3.ต่างชาติยืนปรบมือให้เด็กไทย 4.อนาคตของชาติ 5.เด็กๆทัศนศึกษาหลังแข่งขัน |
แต่ปัจจุบันนิยมใช้ตามแบบวงโยธวาทิตของสหรัฐอเมริกามากขึ้น โดยเน้นเครื่องดนตรีทองเหลือง เช่น ทรัมเป็ต ทรัมโบน บาริโทน ทูบา และพวกเพอร์คัสชั่น หรือเครื่องเคาะต่างๆ ข้อดีคือดูแลรักษาง่าย เพราะไม่ต้องเปลี่ยนลิ้นเป่า ที่ต้องใช้เงินมาก อย่างแซ็กโซโฟน คลาริเนต บราสแบนด์ ซึ่งใช้การบำรุงรักษามาก
ต่อมาการฝึกนักเรียนซึ่งไม่มีพื้นฐานดนตรีเลย ปัจจุบันทำได้รวดเร็วขึ้น เพราะมีโปรแกรม มีวีซีดีเปิดให้ดูเหมือนคาราโอเกะ มีเสียงทรัมเป็ต แซ็กโซโฟน คลาริเนต แล้วบอกนิ้ว วิธีกด ซึ่งจะเรียนรู้ได้ในเวลาไม่เกิน 3 เดือน เด็กสามารถเป่าเพลงชาติ และเพลงพิธีการได้แล้ว
พออ่านโน้ตได้ จะเล่นได้อีกหลายเพลง เช่น เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาฤกษ์ เพลงกราวกีฬา ฯลฯ อันเป็นเพลงพิธีการ
เมื่อเด็กๆ ผ่านการฝึกซ้อม จนเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างชำนาญแล้ว ต่อไปเป็นการสอนเรื่องการเดิน การโชว์ดิสเพลย์ว่าเป็นอย่างไร ก่อนไปแข่งขันต้องสร้างมาตรฐานก่อนว่า เรามีความพร้อมอะไรบ้าง 1.เครื่องดนตรีพร้อมหรือไม่ 2.เด็กพร้อมหรือไม่ 3.ทีมที่สอนพร้อมหรือไม่ 4.ผู้ปกครองจะร่วมด้วยไหม 5.ผู้บริหารโรงเรียนสนับสนุนด้วยไหม
หากทุกคนเห็นด้วยก็จะพัฒนาเข้า ไปสู่การแข่งขันระดับประเทศ ขยับต่อไประดับเอเชีย ระดับนานาชาติ และเวิลด์กรังด์ปรีซ์ หรือระดับโลก
เมื่อมาถึงขั้นต้นต้องหารือกันว่า เราจะลงแข่งประเภทไหน ตอนนี้ประเทศไทยมีอยู่สนามเดียวของกรมพลศึกษาคือ ชิงแชมป์ประเทศไทย ปีละครั้ง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ ถ้วย ก. ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้วย ข. ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วย ค.
สำหรับถ้วย ก. คือวงที่มี 100 คนขึ้นไป ถ้วย ข. ประมาณ 50 คนขึ้นไป ส่วนประเภท ค. คือโชว์อย่างเดียว ส่วนก.กับข.ก็จะมี 2 แบบอีกคือ คอนเสิร์ตและดิสเพลย์
เมื่อผ่านสนามในเมืองไทยแล้ว ค่อยขยับออกไปสู่ระดับนานาชาติ ทั้งในเมืองไทยและต่างประ เทศ เช่น ยามาฮ่า ออล ไทยแลนด์ มาร์ชชิ่งแบนด์ คอมเพ็ตติชั่น, ออล เจแปน มาร์ชชิ่ง แบนด์ คอมเพ็ตติชั่น, กัวลาลัมเปอร์ เวิลด์ มาร์ชชิ่งแบนด์ คอมเพ็ตติชั่น, ดีซีไอ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิป, ฯลฯ
จากนั้นไปเวทีที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ การ ชิงแชมป์โลกที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ จะจัด ทุกๆ 4 ปี เวทีนี้เทียบเท่ากับเป็นโอลิมปิกของวง โยธวาทิต จะมีการแข่งขันทั้งแบบคอนเสิร์ต และมาร์ชชิ่ง สมัยแรกๆ ที่รู้จักกันก็คือ วงของร.ร.วัดสุทธิวราราม กรุงเทพฯ
ส่วนการพิจารณาว่าวงเหมาะสมที่จะเข้าไปแข่งขันในดิวิชั่นไหนนั้น ครูฝึกสอนต้องพิจารณาและรู้ดีว่า เด็กของตัวเองมีศักยภาพแค่ไหน จะรู้ว่าสู้เขาได้ไหม เพราะสมมติว่าเป็นนักมวย 100 ปอนด์ จะไปสู้กับคน 120 ปอนด์คงไม่ได้แน่
"ในการแข่งระดับโลกมีการแบ่งเป็นดิวิ ชั่น 1-2-3 ตามความยากง่ายของเพลงที่จะแข่ง และขนาดของวง ซึ่งเด็กไทยทำได้มาแล้ว อย่างที่ผ่านมา ร.ร.วัดสุทธิวราราม ร.ร.มง ฟอร์ตวิทยาลัย ก็อยู่อันดับต้นๆ ของโลก และมาวันนี้ร.ร.สุรนารีวิทยา และอีกหลายแห่ง ถือว่าเมืองไทยประสบความสำเร็จมาก" อิทธิพลกล่าว
อิทธิพลเล่าต่อว่า ในการชิงแชมป์โลกที่เนเธอร์แลนด์ มีการแข่งขันทั้งหมด 8 ประเภท การเดิน หรือมาร์ชชิ่ง มี 3 ประเภท นอกจากนั้นเป็นประเภทโชว์ สตาร์ดิวิชั่น เวิลด์ดิวิชั่น ซึ่งระดับที่ยากที่สุดคือ "เวิลด์ดิวิชั่นท็อปสไตล์คลาส" เพราะเป็นการแข่งขันแบบไม่จำกัดฝีมือ อาจจะต้องแข่งกับผู้ใหญ่ ประชาชนทั่วไป คือไม่จำกัดรุ่น แข่งกันด้วยฝีมืออย่างเดียว
แต่เด็กไทยเราก็ทำได้ เช่น ล่าสุดเมื่อเดือนก.ย.2552 ร.ร.สุรนารีวิทยาได้รับตำแหน่งนี้ โดยประเทศไทยไปแข่ง 7 วง ร.ร.สุรนารีวิทยา ทำคะแนนได้ 1,350.50 คะแนน หรือ 95.04 จาก 100 คะแนน รองลงมาคือ ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี อันดับ 4 คือ ร.ร.ชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี โรงเรียนผู้หญิงล้วนจากประเทศไทยอีก หากนับ 10 อันดับโลกวันนี้ ไทยก็อยู่ 5 ใน 10 วงของโลก
"เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราห่างจากอเมริกา 10 ปี ห่างญี่ปุ่น 5 ปี แต่เดี๋ยวนี้เด็กไทยเป็นที่ 1 และที่ 2 ของโลกแล้ว"
นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสำคัญในการไปแข่งขันระดับนานาชาติคือ งบประ มาณสำหรับค่าเดินทาง ค่าอาหาร ที่พัก หากจำนวนนักดนตรี 100 คน เดินทางไปแข่งขันในโซนยุโรป โดยใช้เวลาประมาณ 10 วัน จะต้องใช้เงินประมาณ 8 ล้าน ขึ้นไป ทำให้ปัจจุบันมีวงโยธวาทิตที่มีฝีมือระดับแชมป์ของประเทศไทย แต่ไม่มีโอกาสไปแข่งขันในระดับนานาชาติเพราะไม่มีงบประมาณเพียง พอ อาทิ ร.ร.อนุบาลอุบลราชธานี ร.ร.อนุบาลราชบุรี เป็นต้น
แต่ยังมีวงโยธวาทิตที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคนั้นไปได้คือ วงโยธวาทิตร.ร.วัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเดินทางไปแข่งระดับนานาชาติครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซียในเดือนธ.ค.นี้ ด้วยเพราะแรงสนับสนุนจากองค์ การบริหารส่วนตำบล วัดโสธรวราราม สมาคมผู้ปกครองและครูฯ สมาคมศิษย์เก่าฯ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม อิทธิพลเล่าให้ฟังว่า แม้จะมีการพัฒนาวงโยธวาทิตไปมากแล้วในเมืองไทย แต่ยังไม่มีผู้ดูแลหรือสมาคมเหมือนกับสมาคมกีฬาต่างๆ ทำให้ผู้ฝึกสอนและที่ปรึกษายังคงมีความสำคัญกับการเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ
"เราต้องเป็นพี่เลี้ยงทั้งระบบเลย ทั้งการเรียนการสอน การเข้าค่าย การทำโชว์ เสื้อผ้า งบประมาณ รวมถึงการไกด์ไลน์ก่อนการแข่งขันว่าแบบไหนจึงจะเหมาะสม และกรรมการชอบ ซึ่งหากมีองค์กรมาดูแล จะทำให้มีพัฒนาการอีกมาก เราจะสามารถเชิญวิทยากรจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาสอนครูของเราได้ เรื่องการเดิน การเป่า การเขียนเพลง วันนี้วงต่างจังหวัดก็อยากพัฒนาสู่ระดับประเทศ ระดับโลก แต่ไม่มีโอกาส" อิทธิพลกล่าว
นี่คืออีกความสามารถของเด็กไทยที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ซึ่งอิทธิพลเผยว่า รางวัลจากการแข่งขันเป็นเพียงผลพลอยได้ แต่สิ่งสำคัญคือ การมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และโอกาสที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต
ที่มา ข่าวสดออนไลน์


ความคิดเห็น
ดีใจอ่า
คนไทย
นี่สินะ
"คนไทย ทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก"
SPK ,, Band !!*
สู้ต่อไปทาเคชิ
ชลหญิง
CHONKANYA MARCHING BAND
THAILAND
พวกพี่ๆเค้า ฝึกกันหนักมากเลย
ซ้อมทุกเย็น
แล้วพี่ๆเค้าก็มีระเบียบมากๆเช่นกัน
ได้ดูการแสดงๆของพี่ๆวงโยทีไร ขนลุกทุกที 555+
อยากจาบอกว่าตอนซ้อมเหนื่อยมากกกกก..แต่หลังจากแข่งแล้วก็รุสึกภาคภูมิใจมากก..
พี่เรายุ่วงโย