เวลาเราอ่านหนังสือหรือนึกถึงคำพูดบางอย่าง เคยสังเกตบ้างไหมว่าคำเหล่านั้นมักจะปรากฎขึ้นมาในหัวของเราในรูปแบบเสียง แล้วเสียงเหล่านั้นมาจากไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่?
มีทฤษฎีมากมายที่พยายามไขปริศนาเกี่ยวกับ “เสียงจากภายใน” หรือเสียงที่เราได้ยินขณะที่กำลังคิด อ่าน หรือ “เสียงของความเงียบ” ที่พูดถึงสิ่งที่เรากำลังทำในแต่ละวัน หรือเมื่อเรานึกถึงสิ่งที่เราจะพูดกับคนอื่น และสิ่งที่คนเหล่านั้นจะตอบกลับมา เราจะได้ยินข้อความเหล่านั้นในรูปแบบของ “เสียง”
แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีทฤษฎีไหนสามารถพิสูจน์ความจริงได้อย่างแน่ชัด แต่ก็มีบางทฤษฎีที่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างสมเหตุสมผล
การจินตนาการถึงเสียงนั้นมีรูปแบบคล้ายคลึงกับการจินตนาการรูปภาพ ยกตัวอย่างเช่นเราสามารถนึกถึง “กบ” ได้เป็นรูปร่างสีสันชัดเจนแม้ตอนนี้เราจะไม่ได้กำลังมองกบตัวเป็นๆ หรือภาพของมันอยู่ก็ตาม
อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่เชื่อว่าเป็นตัวการที่ทำให้เราเกิดเสียงในใจก็คือ “subvocalization” คือการขยับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้แก่ ปาก ลำคอ เส้นเสียง และอวัยวะอื่นๆ ที่ใช้ในการออกเสียง แรกเริ่มมนุษย์ทุกคนฝึกฝนการออกเสียงจากปากด้วยการขยับกล้ามเนื้อ เราเรียนรู้การอ่านด้วยการอ่านออกเสียงก่อนการอ่านในใจ ดังนั้นแม้ว่าเราจะสามารถอ่านโดยไม่ออกเสียงได้ แต่เรายังคงขยับกล้ามเนื้อเหล่านั้นซึ่งส่งผลให้เรารับรู้ได้ว่าเสียงที่เกิดขึ้นจากการขยับกล้ามเนื้อในรูปแบบนี้จะมีลักษณะอย่างไร
นอกจากนี้กลุ่มของเส้นประสาทในสมองที่เรียกว่า “arcuate fasciculus” มีหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนของสมองที่ควบคุมการพูด (Broca) กับส่วนของสมองที่ใช้ประมวลผลคำพูด (Wernicke) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเส้นประสาทเหล่านี้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับเสียงที่เกิดขึ้นในหัว
จากการสแกนสมองด้วยวิธี fMRI หรือการสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก พบว่าขณะที่เกิดเสียงในใจขึ้น ก็มีการทำงานเกิดขึ้นที่สมองในส่วนของการพูดและการประมวลผลคำพูดเช่นเดียวกัน
ที่มา: BusinessInsider, ภาพจาก: wikipedia, wikipedia
Credit : http://www.meekhao.com/education/inner-speech
ความคิดเห็น