ลำดับราชวงศ์กษัตริย์ในประวัติศาสตร์จีน

ตอนที่ 156 : [นักวิทยาศาสตร์โบราณ] จางเหิง นักดาราศาสตร์ชื่อดังในสมัยราชวงศ์ตงฮั่น(ฮั่นตะวันออก)ของจีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ม.ค. 56



          จางเหิงเกิดที่ตำบลหนานหยังมณฑลเหอหนานในภาคกลางของจีน เมื่อเขายังเป็นหนุ่ม เขาพยายามเรียนรู้หนังสือ เเละชำนาญในการประพันธ์ เมื่ออายุ 17 ปี เขาออกจากหมู่บ้าน เเละเดินทางไปถึงเมืองฉางอัน  คือเมืองซีอันในปัจจุบัน  เป็นเมืองที่มีหลายราชวงศ์ตั้งเป็นเมืองหลวงในประวัติศาสตร์ จีน จางเหิงสำรวจโบราณสถานที่นี่ ตรวจสอบสภาพด้านจารีตประเพณี สังคมเเละเศรษฐกิจ หลังจากนั้น จางเหิงซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่เเละ มีความสามารถได้รับเลือกจากราชวงศ์ตงฮั่น เเละเชิญเขารับตำ เเหน่งหลายครั้ง เขาเคยเป็นข้าราชการหลายระดับ

          เมื่อยังอยู่ในวัยหนุ่ม จางเหิงก็เริ่มสนใจวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ วิทยาโดยเฉพาะดาราศาสตร์ เขาไม่สนใจเกียรติยศ เคยลาออกจากตำเเหน่ง สองครั้งเพื่อใช้เวลา 3 ปีดำเนินการวิจัยด้านปรัชญา คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ เขาจึงได้สะสมความรู้มากมาย แล้วเริ่มประพันธ์หนังสือ เเละสรุปประเด็นแนวคิดของตน

          ในสมัยราชวงศ์ฮั่นซึ่งห่างจากปัจจุบันกว่า 2000 ปี ทฤษฎีเกี่ยวกับโครงสร้างของจักรวาลของจีนก็มีความสมบูรณ์มากเเล้วเวลานั้นมีสำนักสาขาวิชาที่สำคัญสามกลุ่มคือ     ประเด็นฟ้ากลมเเผ่นดินสี่เหลี่ยม ประเด็นหุนเทียนเเละประเด็นฟ้ามืด จางเหิงก็เป็นตัวเเทนที่ถือประเด็นหุนเทียน เขามีความเห็นว่า ฟ้าเหมือนไข่ฟองหนึ่ง ดินเหมือนไข่เหลือง ฟ้าใหญ่กว่าเเผ่นดิน ฟ้ากับดิน ห่างกันโดยอาศัยกำลังต่างกัน ในเวลานั้น ทฤษฏีนี้มีความก้าวหน้า นอกจากนี้  ความคิดของจางเหิงเกี่ยวกับการเริ่มมีฟ้าเเละเเผ่นดิน ก็ เป็นความคิดของนักปราชญ์ เขามีความเห็นว่า ก่อนท้องฟ้ากับเเผ่นดินจะเเตกเเยกนั้นอยู่กันอย่างหมอก หลังแยกห่างจากกันเเล้ว ส่วนเบาก็ลอยขึ้นไปเป็นฟ้า ส่วนหนักก็ตกลงมาเป็นเเผ่นดิน ฟ้ามีหยัง ดินมีหยิน  สองกระเเสนี้เกิด ปฏิกิริยากันก็มีสิ่งที่มีชีวิตนับร้อยนับพัน จางเหิงยังอรรถาธิบายความเร็วของการหมุนเวียนของดาวด้วยการเปลี่ยนเเปลงของระยะ วิทยาศาสตร์ในยุคใกล้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความเร็วของการหมุนเวียนของดาวขึ้นอยู่กับ ความยาวที่ห่างจากดวงอาทิตย์ จากเรื่องนี้ก็สามารถสรุปได้ว่าความคิดของ จางเหิงมีส่วนที่เป็นไปได้

 จางเหิงไม่เพียงเเต่ให้ความสำคัญต่อการวิจัยในด้านทฤษฎี หากยังให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติด้วย เขาเคยประดิษฏคิดสร้างเครื่องวัดตำแหน่งที่ดวงดาวที่เรียกว่าหุนเทียนและเครื่องโฮ่วเฟิงเครื่องมือวัดเเผ่นดินไหวและดินฟ้าอากาศ  เครื่องวัดเเผ่นดินไหวและดินฟ้าอากาศนี้เป็นเครื่อง วัดเเผ่นดินไหวเครื่องเเรกในโลก  เมื่อปี ค.ศ 138 ได้บันทึกเเผ่นดินไหวครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในส่านซีได้สำเร็จ เครื่องหุนเทียนที่วัดตำแหน่งที่ดวงดาวเสมือนเครื่องมือลูกโลกในปัจจุบัน จางเหิงใช้ผลงานของนักวิทยาศาสตร์ผู้อื่นมาปรับปรุงอีก โดยใช้ฟันเฟืองของระบบเครื่องวัดตำแหน่งที่ดวงดาวเชื่อมเข้ากับนาฬิกา  น้ำ  ใช้นาฬิกาน้ำผลักดันเครื่องตำแหน่งที่ดวงดาวให้หมุนไปอย่างสม่ำเสมอ    หมุนเวียนหนึ่งรอบก็เท่ากับหนึ่งวัน  ผู้คนดูเครื่องวัดตำแหน่งที่ดวงดาว  ในห้องก็สามารถรูว่าเวลาไหนดาวดวงไหนอยู่ตำแหน่งไหน

 จางเหิงยังสังเกตและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ของดวงดาว เขาได้รวบรวมว่าดวงดาวที่ สามารถมองเห็นในภาคกลางของจีนมีอยู่ประมาณ 2500 ดวง เขาได้ยึดกุมกฏของการเกิดจันทรุปราคาในขั้นพื้นฐาน  เส้นผ่าศูนย์ กลางของดวงอาทิตย์เเละดวงจันทร์ได้ค่อนข้างแม่นยำ  จางเหิงเห็นว่า ดวงอาทิตย์ในช่วงเช้า กลางวันเเละกลางคืนเท่ากัน สาเหตุที่มองเเล้วเห็นใหญ่ ไม่เท่ากันเป็นเพราะผลอันเกิดจากวิชาแสงชนิดหนึ่ง  ผู้สังเกตในตอนเช้าเเละตอนค่ำค่ำมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างมืด เวลามองดวงอาทิตย์ในสถานที่มืดก็จะเห็นว่าว่าดวงอาทิตย์ใหญ่  เวลาเที่ยงวัน  ทั่วทุกแห่งมีความสว่างพอ จึงปรากฎว่า ดวงอาทิตย์เล็กลง เช่นเดียวกันกับมองดวงไฟ ช่วงค่ำเห็นขนาดใหญ่ กลางวันก็เห็นเล็กลง คำอธิบายของจางเหิงเเม้ว่าไม่ครบถ้วน เเต่ก็มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง

จางเหิงไม่เพียงเเต่เป็นนักดาราศาสตร์ เขายังเป็นนักวรรณคดี ชื่อดังในสมัยราชวงศ์ตงฮั่น การวาดภาพของเขาก็ดีมาก ได้เข้าทำเนียบ จิตรกรที่มีชื่อเสียง 6 คนในสมัยนั้น ตามหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์จีน จางเหิงประพันธ์ผลงานด้านปรัชญา วรรณคดี 32 บท ในจำนวนนี้ บทความ “บทชื่นชมความสบาย”ได้เเสดงกฎเกณฑ์การปฏิบัติตน   เเละท่าทีการ ศึกษาหาความรู้ของจางเหิง ส่วนบทความ “ความนึกคิด เกี่ยวกับอวกาศ”ก็เป็นบทจินตนาการเที่ยวอวกาศของมนุษย์ ซึ่งเป็นบทจินตนาการด้านวิทยาศาสตร์ในสมัยก่อนของจีน นอกจากนี้ บทความ “ชื่นชมเมืองตงจิง” “ชื่นชมเมืองซีจิง”ก็นับว่าเป็นบทความยอดเยี่ยมของจางเหิง เเละได้ตกทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน บทความสองบทนี้ได้บรรยาย สภาพเเวดล้อมของเมืองตงจิง คือเมืองซีอันในปัจจุบัน เเละเมืองซีจิงคือเมืองลั่วหยังในปัจจุบัน โดยได้บรรยายสภาพขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีของเมือง เเละวิธีการประพันธ์โรเเมนติค โดยเฉพาะการ บรรยายถึงการเเสดงกายกรรมภาคเอกชนต่างๆเป็นข้อมูลวิจัยศิลปะ กายกรรมโบราณล้ำค่าของจีน

ที่มา http://thai.cri.cn/chinaabc/chapter17/chapter170303.htm



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

275 ความคิดเห็น

  1. #228 focusmalinote (@focusmalinote) (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 12:38
    ชอบมากๆ เลย ขอบคุณมากน่าา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
    #228
    0