ลำดับราชวงศ์กษัตริย์ในประวัติศาสตร์จีน

ตอนที่ 176 : ยอดหญิงงามแห่งราชวงศ์ถัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 ก.ย. 57

มัจฉาจมวารี
ปักษีตกนภา
จันทร์หลบโฉมสุดา
มวลผกาละอายนาง

          คือโคลงที่อาจารย์ถาวร สิกขโกศล แต่งขึ้นจากโคลงภาษาจีนที่ใช้ยกย่องสี่ยอดพธูในอดีตของจีน หญิงงามทั้งสี่ ประกอบด้วย ไซซี หรือ ซี ซือ ตามสำเนียงจีนกลาง (西施), หวังเจาจวิน (王昭君), เตียวเสี้ยน หรือ เตียวฉาน (貂蟬) และ หยางกุ้ยเฟย (楊貴妃)

ไซซีนั้นได้รับฉายาว่า “มัจฉาจมวารี” ซึ่งหมายความว่า ความงามของนางนั้นทำให้ฝูงปลายังต้องจมลงสู่ใต้น้ำ ไซซีนั้นมีชีวิตอยู่ในสมัยเลียดก๊ก (ราวสองร้อยกว่าปีก่อนคริสตกาล) เป็นหญิงงามจากรัฐเย่วที่ถูกส่งตัวไปให้กับอ๋องแห่งรัฐอู๋เนื่องจากแพ้สงคราม


มัจฉาจมวารี ไซซี

หวังเจาจวินได้รับฉายาว่า “ปักษีตกนภา” ซึ่งก็คงบอกว่า แม้แต่นกก็หลงมองความงามของนางจนลืมบินและตกจากฟ้า มีชีวิตอยู่ในราชวงศ์ฮั่น (ราว 200 ปี ก่อนคริสตกาล-ค.ศ.8) สมัยฮ่องเต้ ฮั่นหยวนตี้ นางถูกส่งตัวไปให้หูฮันเซีย ผู้นำเผ่าซง–หนูเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า นางถูกคัดเลือกตัวจากภาพวาด ซึ่งต่อมาเมื่อฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นตัวจริงของนางก็ถึงกับอยากเปลี่ยนให้คนอื่นไปแทน แต่ในที่สุดนางก็ต้องไปและอยู่ที่นั่นไปตลอดชีวิต

คนต่อมาคือผู้ที่มีฉายาว่า “จันทร์หลบโฉมสุดา” นางคือ เตียวเสี้ยน หญิงงามยุคสามก๊กนั่นเอง (ค.ศ.220- 280) ใครที่สนใจและอ่านสามก๊กมาและพอจำได้ นางคือผู้หญิงที่ทำให้ตั๋งโต๊ะและลิโป้ต้องแตกคอและตั๋งโต๊ะถูกลิโป้ฆ่าในที่สุด กวีจีนโบราณเปรียบความงามของนางไว้ว่า สวยกว่าดวงจันทร์ในคืนที่สวยที่สุด

คนสุดท้ายคือ หยางกุ้ยเฟยผู้ที่งามล้ำเลิศกว่ามวลบุปผชาติทั้งปวง มีชีวิตอยู่ในราชวงศ์ถัง สมัยฮ่องเต้ถังเสวียนจง แม้ในช่วงหนึ่งของชีวิตจะได้เป็นถึงสนมเอกของฮ่องเต้ก็ตาม แต่ในบั้นปลายชีวิตของ หยางกุ้ยเฟยกลับประสบกับชะตากรรมที่ไม่ดีเลย นางกลายเป็นที่เกลียดชังและเป็นแพะรับบาปเพื่อสังเวยให้กับความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งเรื่องราวของนางนั้นน่าสนใจไม่น้อย เพราะในบรรดายอดพธูแห่งแผ่นดินจีนทั้งสี่นั้น ดูเหมือนว่าแม่นางหยางจะเป็นผู้ที่ตกที่นั่งลำบากที่สุด


ปักษีตกนภา หวังเจาจวิน

หยางอวี้หวน (楊玉環) คือชื่อจริงของนาง คำว่า “อวี้หวน” มีความหมายว่า “ตุ้มหูหยก” ส่วนที่เรียกกันจนเป็นปกติว่า หยางกุ้ยเฟย นั้น คำว่ากุ้ยเฟยหมายถึงเป็นสนมเอกของฮ่องเต้ เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ.719 ที่เมืองหย่งเล่อเป็นธิดาของหยางหยวนเหยียน ก่อนที่นางจะเกิดนั้น มารดาของนางฝันเห็นสายรุ้งพาดจากฟากฟ้าลงมาที่เตียงนอนของเธอ สายรุ้งนั้นทอแสงระยิบระยับงดงามมาก แต่เพียงชั่วครู่เดียวสายรุ้งก็หายวับไปแล้วเกิดเป็นดาวตกพุ่งตกลงมาสู่พื้นพร้อมกับเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

หยางอวี้หวนเมื่อเติบใหญ่ขึ้นก็เป็นหญิงที่มีรูปโฉมงดงามหาใครมาเทียบไม่ได้ ผิวพรรณของเธอไม่เพียงแต่ผุดผ่องชวนมองยิ่งนัก ยังมีกลิ่นหอมจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งตำบล นอกจากนั้นนางยังมีความสามารถทางดนตรี ขับร้องและฟ้อนรำ ทำให้ชื่อเสียงของนางนั้นขจรขจายออกไปยิ่งขึ้น

จนกระทั่งเมื่อปีที่ 25 ของรัชสมัยฮ่องเต้ ถังเสวียนจง (唐玄宗) พระองค์ทรงดำริที่จะหาพระชายาให้พระโอรสองค์ที่ 18 คือโซ่วอ๋อง (寿王) ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของอวี้หวนทราบข่าวจึงบอกกับพ่อแม่ของนางเพื่อนำนางเข้าไปถวาย กาลต่อมา อู่กุ้ยเฟย พระสนมคนโปรดของฮ่องเต้ถังเสวียนจง ได้เสียชีวิตลง ขันทีเกาลี่ซื่อคนรับใช้ใกล้ชิดของพระองค์จึงทูลเสนอว่ามีหญิงงามที่สุดคนหนึ่งที่คู่ควรกับพระองค์ หญิงนางนั้นคือหยางอวี้หวน พระชายาของโซ่วอ๋องนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าฮ่องเต้ย่อมต้องการ
จะยลโฉมของนางผู้งามกว่าหญิงใดๆในปฐพี ขันทีเกาลี่จึงหาทางให้พระองค์ได้เห็นนางและก็เป็นไป ตามคาด เพียงแรกเห็นฮ่องเต้ก็เกิดอาการลุ่มหลงหยางอวี้หวนทันที แต่ในเวลานั้นนางเป็นพระชายาของโซ่วอ๋องไปแล้ว ขันทีคนเดิมจึงคิดอุบายที่จะทำให้นางหลุดออกมาจากวังของโซ่วอ๋องก่อน โดยแนะฮ่องเต้มีบัญชาให้นางบวชเป็นนักพรตแล้วหาชายาใหม่ให้โซ่วอ๋องแทน อวี้หวนเมื่อบวชเป็นนักพรตหญิงได้ฉายาว่า ไท่เจิน ต่อมาในปี ค.ศ.745 ทางสำนักราชวังจึงสั่งให้นางสึกแล้วเข้าไปถวายตัวต่อฮ่องเต้ในวัง ได้รับตำแหน่งเป็น กุ้ยเฟย หรือสนมเอกนั่นเอง ปีนั้นฮ่องเต้มีพระชนมายุ 61 พรรษา ขณะที่หยางกุ้ยเฟยมีอายุเพียง 27 ปี

ฮ่องเต้ทรงลุ่มหลงความงามของหยางกุ้ยเฟย

เมื่อเป็นสนมเอกที่ฮ่องเต้โปรดปราน บรรดาญาติพี่น้องก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วย คือ ทั้งพ่อ พี่น้อง รวมทั้งเครือญาติของนางทั้งหมดได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ที่เป็นชายก็ได้เป็นขุนนาง ที่เป็นหญิงก็ได้เข้าวังเป็นฮูหยินหรือนางสนมของอ๋องต่างๆที่มีอยู่มากมาย ประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่าขุนนางใหญ่น้อยจำนวนมากจะคอยเฝ้าพะเน้าพะนอเอาใจนาง เช่น ยามที่นางจะนั่งรถม้า ขุนนางที่มีตำแหน่งใหญ่ๆจะขออาสาไปบังคับรถม้าให้ด้วยตัวเอง นางมีช่างถักทอและปักผ้าสำหรับตนเองถึงเจ็ดร้อยคน ผู้คนจำนวนมากต่างหาของกำนัลต่างๆ มามอบให้ เนื่องจากมีตัวอย่างจากขุนนางหลายคนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง จากการที่มอบของกำนัลให้เธอ เมื่อเป็นเช่นนั้นขุนนางทั้งหลายก็ทำตามเพราะหวังที่จะได้รับผลตอบแทนเช่นเดียวกัน

ส่วนฮ่องเต้ถังเสวียนจงเมื่อได้นางไปเป็นสนมก็ลุ่มหลงจนละเลยไม่สนใจงานบ้านงานเมือง หยางกั๋วจง พี่ชาย (ลูกพี่ลูกน้อง) ของนาง ซึ่งเป็นใหญ่ขึ้นมามีอำนาจใหญ่โต ควบตำแหน่งสำคัญๆไว้กับตนเองหลายตำแหน่ง แต่เป็นคนนิสัยไม่ดีและติดการพนัน จึงใช้อำนาจไปในทางที่ผิดรับเงินเพื่อแลกกับตำแหน่ง ทำให้ระบบการปกครองเสียหายและบ้านเมืองวุ่นวายอย่างยิ่ง สาเหตุนั้นทำให้เกิดกบฏขึ้นนำโดยขุนนางชื่อ อาน–ลู่ซาน ที่ไปนำทหารจากชายแดนและจากทิเบตเข้าไปยึดเมืองหลวง คือ นครฉางอานได้อย่างง่ายดายในปี ค.ศ.756


จันทร์หลบโฉมสุดา เตียวเสี้ยน

ครั้งนั้นฮ่องเต้ถังเสวียนจงต้องลี้ภัยไปทางใต้ของเสฉวน โดยมีหยางกุ้ยเฟยและหยางกั๋วจงตามเสด็จไปด้วย ระหว่างเสด็จลี้ภัยนั้นบรรดาขุนนางที่ตามเสด็จได้ให้ทหารจับหยางกั๋วจงแล้วฆ่าตาย แล้วทูลต่อฮ่องเต้ว่า หยางกั๋วจงเป็นขุนนางกังฉินผู้ทำให้เกิดกบฏอานลู่ซานขึ้น แต่หยางกั๋วจงนั้นเป็นใหญ่ขึ้นมาได้ก็เนื่องจากฮ่องเต้ได้สนมอย่างหยางกุ้ยเฟยนั่นเอง หากนางยังอยู่ย่อมก่อให้เกิดข้อครหาและปัญหาตามมาได้อีก จึงขอให้ฮ่องเต้สั่งประหารนางด้วย ฮ่องเต้ทรงโทมนัสอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจขัดต่อข้อเสนอของเหล่าขุนนางได้ จึงสั่งให้ขันทีนำผ้าแพรขาวไปให้หยางกุ้ยเฟย เพื่อให้นางแขวนคอตาย (บางแห่งบอกว่านางถูกรัดคอจนตาย) ซึ่งศพของนางก็ถูกฝังอยู่ในบริเวณนั้น หยางกุ้ยเฟยจบชีวิตลงเมื่ออายุเพียง 38 ปีเท่านั้น

มวลผกาละอายนาง หยางกุ้ยเฟย

ปัจจุบันจุดที่ฝังศพนั้นอยู่ในเขตอำเภอหม่าเหวย และได้รับการบูรณะขึ้นมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่หนึ่งของมณฑลเสฉวน โดยมีรูปสลักหินขนาดใหญ่ของนางตั้งอยู่ด้วย แต่ที่น่าประหลาดคือ เมื่อปี 2002 มีดาราสาวชาวญี่ปุ่นชื่อ ยามากูชิ ได้ออกมาประกาศต่อชาวโลกว่า เธอสืบเชื้อสายมาจากยอดหญิงงามหยางกุ้ยเฟย ทั้งนี้ก็เพราะครั้งที่ถูกบังคับให้ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอนั้น หยางกุ้ยเฟย หาได้ตายจริงไม่ แต่มีหญิงรับใช้ คนหนึ่งของนางยอมพลีชีพแทน ส่วนตัวนางเอง ได้หลบหนีข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่ที่เกาะญี่ปุ่น ก็ยังไม่มีใครไปพิสูจน์ว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่


นางพญาผมขาว สาวงามที่มีชะตาอาภัพ

หยางกุ้ยเฟยนั้นเสียชีวิตไปพันกว่าปีแล้ว โดยที่ต้องยอมฆ่าตัวตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่สามารถแก้ตัวเรื่องที่ถูกโยงเข้าไปว่าเป็นต้นเหตุของการยึดบัลลังก์ของอานลู่ซานและพวกได้ ต่างจากสตรีอีกนางหนึ่งในภาพยนตร์จีนกำลังภายในระดับตำนาน ซึ่งกำลังเข้าโรงฉายอยู่ตอนนี้ กับเรื่องราวยุคราชวงศ์หมิงที่เกิดการฉ้อฉลทั่วทั้งแผ่นดิน โจรสาว “อสุรีหยก” จึงต่อสู้กับทหารที่กดขี่ชาวบ้านเลยถูกทางการใส่ความว่าเป็นผู้ฆ่าผู้ว่าการรัฐจัวจงเลี่ยน ในขณะเดียวกัน จัวอี้หัง ว่าที่เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งคนต่อไปก็ถูกทหารตามล่าด้วยข้อหาวางยาพิษปลงพระชนม์ฮ่องเต้ เมื่อคนที่ถูกปรักปรำทั้งคู่ได้พบกันต่างก็ตกหลุมรักกันแต่ชะตากรรมกลับกระหน่ำซ้ำเติมทั้งคู่อย่างสุดแสนสาหัส จนเส้นผมดำสนิทของอสุรีหยกเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนเพียงชั่วเวลาแค่ข้ามคืน ชะตากรรมนั้นจะโหดร้ายรุนแรงสักเพียงไหน ต้องไปชมกันเองในภาพยนตร์เรื่อง “นางพญาผมขาว” เรื่องราวของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้ซึ่งไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา.

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/448370
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

275 ความคิดเห็น

  1. #248 focusmalinote (@focusmalinote) (จากตอนที่ 176)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 12:39
    ชอบมากๆ เลย ขอบคุณมากน่าา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
    #248
    0