ลำดับราชวงศ์กษัตริย์ในประวัติศาสตร์จีน

ตอนที่ 185 : จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้...ผู้สร้างตำนานให้แก่เจิ้งเหอ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 ส.ค. 58



เสด็จขึ้นครองราชย์
 
          เมื่อจูตี้เสด็จขึ้นครองราชย์เร่งก่อสร้างพระราชวังเฟิ้งทียนเตี้ยน (奉天殿,พระราชวังหลังเก่าถูกจูอิ่นเหวินเผาทิ้งทั้งหมด) แต่งตั้งยวี้สี่ (玉玺) เป็นราชินีหวางเฟยสวีซื่อ (王妃徐氏) ตำแหน่งฮวงโฮ้ว (皇后,พระราชินี) พระองค์ทรงมอบรางวัลให้แก่ขุนนางต่างๆที่มีความดีความชอบในเหตุการณ์จิ้งหนาน ข้าราชการที่รับใช้ในรัชกาลเจี้ยนเหวินปรับเปลี่ยนเป็นข้าราชการของพระองค์กลับมาทำหน้าที่เดิมที่รับผิดชอบ ดังเช่นข้าราชการในช่วงเหตุการณ์จิ้งหนานเริ่มต้นซึ่งถูกโอนลดตำแหน่งเจียงหยินโฮว อู๋เกา (江阴侯吴高)ถูกเรียกตัวกลับมารับใช้ราชการใหม่แต่งตั้งเป็นโส่วต้าถง (守大同) การปฎิรูปต่างๆในสมัยรัชกาลเจี้ยนเหวินถูกยกเลิกทั้งหมด กฎหมายตราสามดวงในระบบการปกครองเจี้ยนเหวินทั้งหมดซึ่งจักรพรรดิไม่เห็นชอบด้วยถูกยกเลิกทั้งหมด แต่มีบทบัญญัติบางเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนก็ถูกยกเลิกไปด้วย ดังเช่นการยกเลิกเก็บภาษีที่ดินทางทิศตะวันตกของมณฑลเจ้อเจียงในปีที่สองรัชกาลเจี้ยนเหวินมาถึงรัชสมัยหงอู่ถูกยกเลิกกลายเป็นภาระหนักของราษฎร
 
          ช่วงต้นรัชสมัยหย่งเล่อ (永乐) จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่เพื่อจะเอาใจขุนนางข้าราชการตามระบบศักดินาสร้างความมั่นคงสงบสุขภายในประเทศ ในขณะเดียวกันเป็นการแสดงว่าการปกครองของพระองค์ไม่เหมือนกับสมัยรัชกาลเจี้ยนเหวิน ได้มีการจัดลำดับศักดินามีเจ้าครองแคว้นโจว (周) เจ้าครองแคว้นฉี (齐) เจ้าครองแคว้นไต้ (代) เจ้าครองแคว้นหมิน (岷) ตามประเพณีแบบเก่า น้องชายจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน อู๋หวาง จูอิ่นเทิง (朱允熥) เหิงหวาง จูอิ่นเจียน (衡王朱允熞) สวีหวาง จูอิ่นซี (徐王朱允𤐤) ไม่ให้ดำรงตำแหน่งตามศักดินา จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ลดบรรดาศักดิ์ออกจาก จวินหวาง (郡王)ไม่ให้มีทหารในปกครอง ปีเดียวกันก็ถอดถอนจูอิ่นเทิง จูอิ่นเจียนออกจากศักดินาให้เป็นสามัญชนธรรมดาไปประจำที่เมืองหลวงแคว้นเยี้ยน เพื่อไม่ให้สามารถช่วยจักรพรรดิเจี้ยนเหวินทำตัวเป็นภัยต่อสังคม นำตัวไปกักกันที่เฟิ้งหยาง (凤阳) ทั้งยังเก็บจูอิ่นซีไว้แต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมารอี้เหวินไท่จึ (懿文太子) แต่ไม่นานในปีที่สี่รัชกาลหย่งเล่อเจ้าชายจูอิ่นซีสิ้นพระชนม์เพราะถูกไฟคลอกตาย ในเวลานั้นบังลังค์จักรพรรดิของจูตี้มั่นคงอย่างยิ่งและยังคงทำการตัดเนื้อร้ายเพื่อป้องกันบังลังค์อย่างต่อเนื่อง เจ้าครองแคว้นโจว ฉี ไต้ หมินต่อมาได้ถูกทอนกำลังลง โยกย้ายหนิงหวาง (宁王) ไปอยู่ที่หนานชาง (南昌) โยกกู่หวาง (谷王) ไปอยู่ที่ฉางซา (长沙)ถอดเป็นสามัญชนคนธรรมดา ตัดทิ้งกองกำลังอารักขาของหวางจนสิ้น


          จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ยังคงดำเนินนโยบายอพยพประชาชนไปยังพื้นที่เบาบางตามอย่างจักรพรรดิจูหยวนจางเพื่อเสริมสร้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชให้เข้มแข็ง ในรัชสมัยจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ มีการปรับปรุงระบบราชการจนแล้วเสร็จ ในราชวงศ์ของพระองค์ค่อยๆปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารและปกครองโดยคณะเสนาบดีจนเป็นผลสำเร็จในภายหลัง ในต้นรัชกาลหย่งเล่อมีการแต่งตั้งคณะเสนาบดี ทรงแต่งตั้งขุนนางระดับกลางที่มีคุณภาพมาดำรงตำแหน่งเพื่อแก้ไขปัญหาเสนาบดีที่ถูกถอดถอนหรือตำแหน่งว่างลงเป็นการแก้ไขปัญหาโครงสร้างบุคลากรที่ขาดแคลนในการบริหารราชการแผ่นดิน จักรพรรดิจูตี้ยังสนใจในการตรวจสอบการทำงานของโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ก่อตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินคอยตรวจสอบการทำงานของระบบ สนับสนุนการทำงานของข้าราชการแบบร่วมมือช่วยเหลือกันทำรายงานเสนอต่อเบื้องบน พระองค์ยังทรงใช้ขันทีทำงานเป็นฑูต ทำงานพิเศษ ตรวจสอบกองทัพ ดูแลป้อมค่ายรักษาการและเมืองต่างๆ ทำงานลับเป็นข้าหลวงต่างพระองค์
 
ในเวลาเดียวกันพระองค์ทรงชูหลักการ “เพื่อหนทางแห่งระบอบการปกครองในท่ามกลางความรุนแรงที่มีอยู่กว้างขวางทั่วไป” พระองค์ทรงใช้ระบบตรวจสอบจากสำนักราชวังและการแก้ไขพระราชบัญญัติต่างๆเพื่อเอาชนะใจเจ้าของที่ดิน นักวิชาการและนักปราชญ์ สนับสนุนเผยแพร่แนวความคิดลัทธิขงจื้อเพื่อเปลี่ยนแปลงความเชื่อการบูชาพุทธศาสนาและลัทธิเต๋าโดยพิธีกรรมในสมัยยุคต้นของราชวงศ์หมิง คัดเลือกและเลือกใช้ข้าราชการให้ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดตามความสามารถของตน เพื่อเป็นการวางรากฐานของอุดมการณ์และการจัดการบริหารประเทศในการพัฒนาด้านการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร วัฒนธรรมและสังคม ตลอดจนด้านอื่นๆ
 
หลังจากประเทศชาติมีความสงบมั่นคง จักรพรรดิจูตี้เพื่อจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการตรวจสอบเสนาบดีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พระองค์ทรงฟื้นฟูกองกำลังทหารองครักษ์รักษาพระองค์ (锦衣卫,จิ่นอีเว่ย) ซึ่งเคยก่อตั้งในสมัยรัชกาลหงอู่ ในขณะเดียวกันจักร
 
พรรดิหมิงเฉิงจู่ทรงก่อตั้งกระทรวงและเสนาบดีรักษาความสงบภายในประเทศ (镇守内臣,เจิ้นโส่วเน่ยเฉิน) และหน่วยสืบราชการลับ (东厂衙门,ตงฉ่างยาเหมินดูแลโดยขันทีตงฉ่าง东厂) ทั้งสองหน่วยงานร่วมกันป้องกันและตรวจสอบความมั่นคงภายใน เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบอบการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราช
 
          จักรพรรดิจูตี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารประเทศดินแดนทางเหนือ ประกอบกับพระองค์เกิดขึ้นและมีฐานอำนาจอยู่ที่เป่ยผิง ปีที่เจ็ดศักราชหย่งเล่อ (ค.ศ.1409) จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้เริ่มต้นก่อสร้างเป่ยจิงเทียนโส้วซันฉางหลิง (北京天寿山长陵) ตัดสินใจที่จะใช้ดินแดนทางเหนือเป็นฐานอำนาจของตน ในเวลาเดียวกันพระองค์มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสัมพันธภาพเป็นมิตรไมตรีกับชนเผ่ามองโกล  ชนเผ่าตาต้าร์ (鞑靼) ชนเผ่าหว่าลา (瓦剌,ชนเผ่ามองโกลตะวันตก) ซึ่งทั้งสามชนเผ่าได้ยอมรับการดำรงอยู่ของราชสำนักราชวงศ์หมิง ศักราชหย่งเล่อปีที่แปดถึงปีที่ยี่สิบสอง (ค.ศ.1410-1424) จักรพรรดิจูตี้นำกองทัพด้วยพระองค์เองมุ่งสู่ดินแดนทางเหนือถึงห้าครั้งเพื่อรวบรวมดินแดนต่างๆทางเหนือ ปีที่สิบแปดศักราชหย่งเล่อ (ค.ศ.1416) พระองค์เริ่มก่อสร้างและซ่อมแซมพระราชวังที่เป่ยจิงซึ่งก็คือพระราชวังต้องห้ามเป่ยจิง (紫禁城,จื่อจิ้งเฉิง) ปีที่สิบเก้าศักราชหย่งเล่อ (ค.ศ.1421) พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงถาวรไปอยู่ที่เป่ยจิง
 

 
เสด็จสิ้นพระชนม์
 
          เพื่อทำให้ดินแดนภาคเหนือสงบสุขมั่นคง จักรพรรดิจูตี้ทรงยกทัพด้วยพระองค์เองไปถึงมองโกเลียถึงห้าครั้ง ศักราชหย่งเล่อปีที่ยี่สิบสอง (ค.ศ.1424) จักรพรรดิจูตี้เสด็จสิ้นพระชนม์ในระหว่างทางหลังจากประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นคงในดินแดนทางเหนือณ.ที่ยวี๋มู่ชวน (榆木川, ปัจจุบัน คือ อูจูมู่ชิ้ง乌珠穆沁เขตปกครองพิเศษมองโกเลียใน) พระศพฝังอยู่ที่สุสานฉางหลิง (长陵) สลักนามว่า ไท่จง (太宗) ในสมัยจักรพรรดิหมิงซื่อจงเจียจิ้ง (明世宗嘉靖) เปลี่ยนพระนามเป็นหมิงเฉิงจู่ (明成祖) พระนามหลังสิ้นพระชนม์นามว่า “ฉี่เทียนหงเต้าเกาหมิงจ้าวหยิ่นเซิงอู่เสินกงฉุนเหรินจื่อเสี้ยวเหวินฮวงตี้”(启天弘道高明肇运圣武神功纯仁至孝文皇帝) พระนามย่อ “เวินฮวงตี้” (文皇帝)
วัดสุสานบรรพบุรุษขององค์จักรพรรดิและสุสานฉางหลิง
 
          ในราชวงศ์หมิง สมัยจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ต่างเรียกพระนามจักรพรรดิลงท้ายว่า “จง” (宗) ปฐมจักรพรรดิที่ก่อตั้งราชวงศ์จะเรียกพระนามว่า “ไท่จู่” (太祖) หรือ “เกาจู่” (高祖) ดังเช่นจักรพรรดิฮั่นเกาจู่ (汉高祖) จักรพรรดิถังเกาจู่ (唐高祖) จักรพรรดิซ่งไท่จู่ (宋太祖) จักรพรรดิองค์ถัดมาจะมีนามลงท้ายว่า “จง” (宗) ดังเช่นจักรพรรดิถังไท่จง (唐太宗) จักรพรรดิซ่งไท่จง (宋太宗) เป็นต้น แต่ก็ยังมีข้อยกเว้น จักรพรรดิจูตี้ เสด็จสวรรคตแล้วทรงใช้สลักนามว่า “ไท่จง” (太宗) หนึ่งร้อยปีผ่านมาในสมัยจักรพรรดิหมิงซื่อจงจูโฮ้วจ่ง (明世宗朱厚熜,หรือ เรียกว่าจักรพรรดิหมิงซื่อจงเจียจิ้งตามชื่อรัชกาลเจียจิ้ง) เปลี่ยนพระนามพระองค์เป็นหมิงเฉิงจู่ (明成祖) เมื่อนำมาผูกติดกับจักรพรรดิจูหยวนจาง จะขนานนามว่า “ว่านซื่อปู้เทียวจือจวิน” (万世不祧之君) ประดิษฐานอยู่กลางห้องโถงบูชาของสุสานบรรพบุรุษองค์จักรพรรดิ

 
Credit http://www.oknation.net/blog/jui880/2014/05/13/entry-1
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

275 ความคิดเห็น

  1. #257 focusmalinote (@focusmalinote) (จากตอนที่ 185)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 12:40
    ชอบมากๆ เลย ขอบคุณมากน่าา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
    #257
    0