ลำดับราชวงศ์กษัตริย์ในประวัติศาสตร์จีน

ตอนที่ 190 : จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้...ผู้สร้างตำนานให้แก่เจิ้งเหอ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    17 ส.ค. 58

เกร็ดประวัติศาสตร์ของจักรพรรดิจูตี้
 
ข้อพิพาทว่าด้วยมารดาแท้จริงของพระองค์
 
          ใครคือพระราชมารดาที่แท้จริงของจักรพรรดิจูตี้ ยังคงเป็นปริศนา เป็นเรื่องที่สับสนมานานเป็นเวลากว่าร้อยๆปี ในประวัติศาสตร์จีนบุตรที่เกิดจากมารดาถูกต้องตามกฎหมายจะถูกเรียกว่า ตี๋จื่อ (嫡子) ถ้าบุตรที่เกิดจากมารดาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายจะเรียกว่า ซู่จื่อ (庶子) มารดาถูกต้องตามกฎหมายจะถูกเรียกว่า ตี๋มู่ (嫡母) ภรรยาคนอื่นๆจะเรียกว่า ซู่มู่ (庶母, เมียน้อย)
 
ตามกฎมณเฑียรบาลของสถาบันพระมหากษัตริย์จีน โอรสที่เกิดจากพระมเหสีหรือตี๋จื่อจะมีฐานันดรศักดิ์แตกต่างจากโอรสที่เกิดจากนางสนม หรือ ซู่จื่อ อย่างมาก ตามกฎมณเฑียรบาล เมื่อจักรพรรดิเสด็จสิ้นพระชนม์ ราชบังลังค์จะตกเป็นของโอรสองค์ใหญ่ที่ประสูติจากพระมเหสี แม้ว่า โอรสองค์ใหญ่เสด็จสิ้นพระชนม์ ถ้าโอรสองค์ใหญ่ที่เกิดจากพระมเหสีมีราชบุตรองค์ใหญ่ ราชบุตรองค์ใหญ่ของโอรสองค์ใหญ่ก็จะได้ขึ้นครองราชย์แทนพระบิดา โอรสองค์อื่นๆที่เกิดจากนางสนมจะไม่มีสิทธิใดๆในการขึ้นครองราชย์ทั้งสิ้น
 
จักรพรรดิจูตี้ทรงอ้างว่า พระองค์ประสูติจากพระมเหสีหม่าฮวงโฮ้ว (马皇后) จึงเป็นโอรส หรือ ตี๋จื่อ ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล จริงแล้วหลังจากผ่านการตรวจสอบของนักวิชาการทางประวัติศาสตร์ พระมารดาของจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้ ไม่ใช่พระมเหสี หม่าฮวงโฮ้ว
 
ปัญหาพระมารดาที่แท้จริงของจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของพระองค์แต่ยังส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมการปฎิบัติของพระองค์ ตามตำนานกล่าวว่า องค์หญิงกงเฟย (碽妃) คือ พระมารดาที่แท้จริงของจักรพรรดิจูตี้ ซึ่งถูกลงทัณฑ์ด้วยพระบิดาของพระองค์ คือ จักรพรรดิจูหยวนจางซึ่งสงสัยในตัวองค์หญิงจะมีชู้รักทั้งบันทึกประวัติศาสตร์จีนซึงเป็นทางการยังมีหลักฐานมายืนยันในการคาดเดาวิเคราะห์นี้
 
ความทุกข์ยากในยุคเริ่มต้นของพระองค์
 
          เมื่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินตี้ตัดขาดพระองค์ เยี้ยนหวางจูตี้ซึ้งอยู่ไกลถึงเป่ยผิงรู้พระองค์ดีไม่สามารถนั่งนิ่งดูดายรอหายนะได้ ด้วยความพยายามอุตสาหะที่บังคับบัญชาทหารและศึกษากลยุทธอย่างลึกซึ้งมาเป็นเวลานานหลายๆปี ปี ค.ศ. 1399 เดือนเจ็ด ทรงยกทัพออกทำศึกจากเมืองเป่ยผิงมุ่งตรงสู่เมืองหนานจิง เพื่อกำจัดขุนนางทรราชย์ที่อยู่รอบข้างจักรพรรดิเจี้ยนเหวินตี้ กำจัดภัยพิบัติของประเทศ
 
ครั้นยกออกจากเป่ยผิงไม่นานเท่าไหร่ ปะทะทำสงครามกับกองทัพข้าศึกที่ดินแดนทางใต้ของตงป้า (东坝)ในปัจจุบัน การรบขยายวงกว้าง ที่ภูเขาเป้ยฝู่ฉงซัน (背负重山) หันหน้าไปทางผิงลู่ (平陆) ทั้งภูเขาและแม่น้ำเชื่อมต่อกันออกสู่ทะเล เป็นสามเหลี่ยมจุดรวมแม่น้ำป้าเหอ (坝河) แม่น้ำเหลี้ยงหม่าเหอ (亮马河) และแม่น้ำเวินยวี่เหอ (温榆河) เยี้ยนหวางจูตี้ขี่ม้าสีขาวน้ำเงินถูกกองทัพศัตรูไล่ล่าอย่างกระชั้นชิดตามไปจนถึงริมฝั่งแม่น้ำ พระองค์คิดว่าพระองค์ไม่มีทางรอดทรงตายแน่ๆจึงลงจากหลังม้าตรัสกับม้าพระองค์ว่า เจ้าสามารถกระโดดข้ามแม่น้ำนี้พาข้าพ้นออกจากภัยอันตรายไหม ตรัสจบพระองค์ขึ้นขี่ม้าบังคับบังเหียน เจ้าม้าตัวนี้พาเยี้ยนหวางจูตี้ข้ามแม่น้ำทั้งสาม สลัดหลุดจากการไล่ล่าของศัตรู หลุดพ้นภัยอันตรายจนปลอดภัย ในที่สุดม้าตัวนี้ล้มตายเพราะความเหนื่อย
 
เยี้ยนหวางจูตี้แม้ว่าพึ่งผ่านอันตรายมาได้นำทัพยกผ่านทงโจว (通州) จี้โจว (蓟州) เต๋อโจว (德州) จี่หนาน (济南) ซูโจว (宿州) หยางโจว (扬州) ในปี ค.ศ.1402 เดือนหกยกทัพเข้าตีเมืองหนานจิง เดือนเจ็ดสถาปนาพระองค์เองขึ้นเป็นจักรพรรดิ ใช้รัชสมัยว่า หย่งเล่อ (永乐) ย้ายเมืองหลวงไปยังเป่ยผิงเปลี่ยนชื่อเป็นเป่ยจิง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความทุกข์ยากลำบากในยุคเริ่มต้นของพระองค์ ส่วนม้าตัวที่ประทับซึ่งซื่อสัตย์และกล้าหาญของพระองค์ พระองค์โปรดให้สร้างวัดหม่าเสินเมี่ยว (马神庙, วัดเทพเจ้าม้า) ที่ตงป้า ปั้นรูปม้าเป็นพระประธานของวัดเพื่อเป็นที่สักการะบูชา
 
ความรัก จอมนางคู่บังลังก์

พระมเหสีสวี๋ฮวงโฮ้ว
 
          ชีวิตรักของจักรพรรดิจูตี้ในเรื่องผู้หญิงช่างตื่นตาตื่นใจ สวี๋ฮวงโฮ้ว เธอคือผู้หญิงซึ่งมีความรับผิดชอบอย่างสูงไม่เคยปฎิเสธการแบกภาระต่างๆ เธอเป็นลูกสาวของสวี่ต๋า (徐达) ขุนนางผู้มีความสามารถร่วมสถาปนาราชบังลังค์ พระมเหสีสวี๋ฮวงโฮ้วองค์นี้ทรงชำนาญในการศึกษาและทรงสามารถในการทหาร รู้จักกันว่า “อายุน้อยสุขุมและเยือกเย็นบริสุทธิ์ มีการศึกษาสูง กล่าวว่า เธอคือ บัณฑิตหญิง (女诸生, นวี่จูเซิน)”
 
เมื่อร่างกายของเจ้าหญิงสวี๋เต็มไปด้วยเลือดของแม่ทัพใหญ่สวี๋ต๋า ความสุขุมเยือกเย็นที่เคยมีอยู่แล้วกลับเพิ่มขึ้น เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่สู่ตัวพระนาง คือในเวลาที่เยี้ยนหวางจูตี้ยกทัพขึ้นก่อกบฎนั่นเอง ทางราชสำนักส่งหลี่จิ่งหลงมาล้อมปราบเป่ยผิง ในขณะนั้นที่เยี้ยนหวางจูตี้ไปขอเข้าพบหนิงหวางจูฉวน (宁王朱权) เพื่อขอความช่วยเหลือ เมืองเป่ยผิงว่างเปล่าไม่มีใครดูแลหมิ่นเหม่ต่อการถูกโจมตี เจ้าหญิงสวี๋ในห้วงที่ตกอยู่ในอันตรายนั้นพระองค์ทรงสวมใส่ชุดเกราะทหารเพื่อทำการป้องกันรักษาเมืองเป่ยผิง
 
พระมเหสีสวี๋ฮวงโฮ้วเคยพระอักษรหนังสือ รวบรวม “พระราชกิจจานุเบกษาของสตรี” (女宪, นวี่เสี้ยน) และ “ พระราชบัญญัติของสตรี” (女诫, นวี่เจ่ย) เพื่อจัดทำ “คู่มือฝึกอบรมการบริหารบ้านเมือง” (内训, เน่ยซวิ่น) เป็นจำนวนยี่สิบบท ทั้งยังจัดทำหมวดหมู่ของคำคมและการปฎิบัติดีของคนโบราณจัดทำเป็น “คู่มือการเป็นคนดี” (劝善书, ฉ้วนซ้านซู) ประกาศใช้บังคับทั่วประเทศ พระองค์ทรงแนะนำชักจูงให้จักรพรรดิจูตี้รักและหวงแหนประชาชนอยู่เสมอ แสวงหาผู้มีความสามารถมารับใช้ราชสำนัก เมตตากรุณาและเคารพบรรพบุรุษ อย่าได้มาเอาอกเอาใจพระนางและญาติมิตร
 
เมื่อพระนางมีพระชนม์มายุ 46 ปีพระนางทรงสิ้นพระชนม์ด้วยโรคร้าย จักรพรรดิจูตี้ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง แต่งตั้งพระนามพระนางว่า “เหรินเสี้ยวฮวงโฮ้ว” (仁孝皇后) ตั้งแต่นั้นเป็นเวลากว่าหลายสิบปีที่จักรพรรดิจูตี้ไม่ยอมแต่งตั้งใครขึ้นดำรงตำแหน่งฮวงโฮ้ว เนื่องจากพระมเหสีสวี๋ฮวงโฮ้วทรงสถิตอยู่ในใจของจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้ตลอดกาลนานชั่วนิรันดร ไม่มีใครสามารถมาแทนที่พระนางได้
 

 
ประหารชีวิตนางสนมกำนัลรับใช้สามพันนาง
 
          จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้ในประวัติศาสตร์ได้สร้างความดีความชอบไว้มากมาย แต่พระองค์เป็นคนปากแข็ง เอาแต่ใจตนเอง ระแวงขี้สงสัย เป็นจักรพรรดิที่ประหารคนนับไม่ถ้วน ในปลายรัชสมัยหย่งเล่อ พระองค์ทรงสั่งประหารนางสนมกำนัลรับใช้และขันทีอย่างมุทะลุแก่อารมณ์ ในโศกนาฏกรรมครั้งนี้นางสนมกำนัลรับใช้ถูกประหารไปมากกว่าสามพันคน เป็นโศกนาฎกรรมครั้งยิ่งใหญ๋ของวังหลังในสมัยราชวงศ์หมิง
 
ในต้นรัชสมัยหย่งเล่อ ประเทศจีนค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาสู่ความยิ่งใหญ่ จักรพรรดิจูตี้ทรงแสวงหาความสุขส่วนพระองค์ วังหลังมีสาวงามเป็นจำนวนมาก ปีที่ห้ารัชกาลหย่งเล่อ (ค.ศ.1407) พระมเหสีสวี๋ฮวงโฮ้วสิ้นพระชนม์เพราะโรคภัย ไม่มีการแต่งตั้งพระราชินีฮวงโฮ้วขึ้นเป็นทางการแทนพระนาง หวางกุ้ยเฟย (王贵妃) และเสียนเฟยฉวนซื่อ (贤妃权氏) คือนางสนมทั้งสองที่พระองค์ทรงโปรดปรานมากที่สุด ฉวนซื่อ คือ สาวงามจากเกาหลีเหนือที่ถูกคัดเลือกตัวมาถวายพระองค์ มีความงามเหนือกว่าสาวงามใดๆ ทั้งยังฉลาดล้ำเลิศ มีความสามารถในการร้องรำทำเพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีกว่านางยวี่เซียว (玉箫) สาวงามสมัยราชวงศ์ถัง จักรพรรดิจูตี้ทรงรักลุ่มหลงในตัวนาง
 
ปีที่เก้ารัชสมัยหย่งเล่อ (ค.ศ.1410) จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ยกทัพออกไปทำศึก พระองค์ทรงนำฉวนซื่อเสียนเฟยติดตามพระองค์ไปเป็นนางสนมกำนัลรับใช้พระองค์ที่กองทัพริมชายแดน ฉวนเสียนเฟยเมื่อกองทัพมีชัยชนะได้กลับสู่พระราชวัง แต่เสียชีวิตในระหว่างทางที่หลินเฉิง (临城) ศพถูกฝังไว้ที่เขตอี้เสี้ยน (峄县) จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ทรงเสียพระทัยใจสลายเป็นอย่างยิ่ง
 
          จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ตั้งแต่เสียนางสนมฉวนเสียนเฟยไป อารมณ์ของพระองค์ยังไม่ดีขึ้นแต่กลับมาพบว่า นางสนมสาวชาวเกาหลีแซ่ลวี่ (吕) สองคนแอบมีสัมพันธ์รักลับๆกับขันที กลายเป็นหายนะยิ่งใหญ่ของวังใน พระองค์ทรงสั่งประหารนางสนมแซ่ลวี่ พร้อมกับนางกำนัลรับใช้และขันทีที่มีส่วนร่วมเป็นจำนวนหลายร้อยคน
 
ปีที่สิบแปดรัชสมัยหย่งเล่อ (ค.ศ.1420) จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่เตรียมแต่งตั้งนางสนมหวางกุ้ยเฟยขึ้นเป็นพระราชินี ฮวงโฮ้ว แต่นางกลับเสียชีวิตเสียก่อน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ต้องประสบกับความเจ็บช้ำระกำใจจากการสูญเสีย แล้วยังเป็นอีกครั้งที่เกิดเรื่องฉาวโฉ่วในวังหลังเมื่อเจียลวี่ (贾吕) กับ กงเหรินยวีซื่อ (宫人鱼氏)อยู่ในที่ลับมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับขันทีน้อยถูกเปิดเผยออกมา จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ทรงพระพิโรธเป็นอย่างยิ่ง เจียลวี่ และยวีซื่อเกรงกลัวพระราชอาญาชิงแขวนคอผูกคอตายไปก่อน จักรพรรดิจูตี้ทรงสืบหาสาเหตุโดยสอบสวนจากสาวรับใช้ของนางทั้งสองด้วยพระองค์เอง โดยไม่คาดคิดกลับตรวจสอบพบกลุ่มนางสนมกำนัลรับใช้กลุ่มหนึ่งวางแผนฆาตกรรมบุคคลที่รับสารภาพต่อจักรพรรดิจูตี้ จักรพรรดิจูตี้ทรงโกรธจัด ลงมือทรมานนางสนมกำนัลเหล่านั้นอย่างโหดร้ายด้วยพระองค์เอง ในบรรดานางสนมกำนัลที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้ถูกจักรพรรดิจูตี้ประหารชีวิตเป็นจำนวนมากกว่า 2,800 คน
 
          แล้วทุกครั้งที่จักรพรรดิจูตี้ลงมือทรมาน มีนางสนมกำนัลที่รอรับโทษประหารด่าจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ต่อหน้าว่า “พระองค์คือชายแก่ที่หมดพลัง นางสนมมีความสัมพันธ์กับขันที มีความผิดอันใด” จักรพรรดิจูตี้ให้ช่างวาดภาพมาวาดภาพเจียลวีและขันทีน้อยโอบกอดกัน เพื่อเป็นการย้ำเตือนความอัปยศอดสูของนางสนมกำนัล ในขณะเดียวกันสั่งประหารชีวิตนางสนมอย่างมุทะลุไม่ยับยั้งชั่งใจ ตามบันทึกของ “หลี่เฉาสือลวู่” (李朝实录) ในขณะที่ประหารนางสนมกำนัลในวังในนั้น ฟ้าได้ผ่าลงมากลางพระราชวัง แต่ทุกคนในพระราชวังต่างมีความยินดีเนื่องจากคิดว่าจักรพรรดิจูตี้คงต้องกลัวผลกรรมที่ทำไปและจะหยุดประหารนางสนมกำนัล แต่จักรพรรดิจูตี้หากลัวไม่ทรงลงมือสั่งประหารให้เป็นไปตามเดิม กล่าวว่า “ไม่เกรงกลัวต่อศาสนา ประสงค์จะประหารให้สิ้น ซึ่งไม่แตกต่างจากวันธรรมดาอีกวันหนึ่ง”

 
Credit http://www.oknation.net/blog/jui880/2014/05/13/entry-1

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

275 ความคิดเห็น

  1. #262 focusmalinote (@focusmalinote) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 12:40
    ชอบมากๆ เลย ขอบคุณมากน่าา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
    #262
    0