[นิยายแปลอังกฤษ] Velvet ribbon

ตอนที่ 11 : ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

บทส่งท้าย: ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่


เวลาที่เหลือของวันอาทิตย์ส่วนมากหมดไปกับกิจกรรมเดิมๆ


ตื่นนอน พูดคุย เคลิบเคลิ้มไปกับหน้าตายุ่งเหยิงของเพื่อนร่วมเตียง พบว่าพวกเขาไม่เคยลุกจากที่นอนได้จริงๆ ยักไหล่ หันกลับมา อยู่บนเตียง และทำกิจกรรมหลายๆอย่างร่วมกัน


จากนั้นวันจันทร์ก็มาถึง


“ ฉันไม่อยากลุกจากที่นอน ” มาร์คัสครวญคราง เอนตัวไปข้างหลัง


“ นายจะไม่อยากอยู่บนเตียงเมื่อเวลาล่วงเลยมามากแล้ว ฉันจะไม่นอนเล่นกับนายอีก ” เอ็มราดพูดกระตุ้นในตอนที่ติดกระดุมตรงแขนเสื้อ แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสื้อผ้าทันสมัยและรองเท้าถูกขัดเป็นมันวาว


เขาจัดตำแหน่งเข็มกลัด ถูกสิ่งเหล่านี้รบกวนใจแม้ในตอนที่เขาโน้มตัวและสะกิดไหล่มาร์คัส เช่นนี้ เขาจะมองม่เห็นประกายระยิบระยับที่เป็นอันตรายที่อยู่ลึกในดวงตาสีบัตเตอร์สก็อตช์ง่วงซึมคู่นั้นจนกระทั่งมาร์คัสได้ลากเท้าของเขาออกไป(ด้วยเสียงร้องเจ็บปวดที่ทำให้ตกใจ) และล้มลงบนผ้าปูที่นอน(ผู้กระทำความผิดต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเสื้อผ้าร่วมสมัยตัวที่เขาสวมอยู่ในตอนนี้ ที่แขนของมันเป็นรอยยับ)


“ เราจะไปสายนะ ” เขาขมวดคิ้ว อยากจะอยู่บนเตียงเช่นกัน แต่รู้ว่ามันจะดีกว่ามากถ้ากลับมานอนด้วยกันอีกครั้งในตอนที่ใกล้จะหมดวัน พลาดมื้อเย็น และมีเวลาไม่พอที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นจนจบ


“ หืม ” มาร์คัสยิ้ม “ ดูเหมือนว่ามันจะดีจริงๆ สรุปว่ามื้อเย็นกับเตียงอยู่ในแผน? ”


“ หยุดอ่านความคิดของฉันสักที! ” เอ็มราดสั่ง แม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะถูกควบคุมให้เริ่มทำและหยุดทำได้


“ หยุดคิดสิ ” มาร์คัสตอบด้วยท่าทางสบายๆ ยิ้ม ปล่อยให้เอ็มราดลุกขึ้น ผู้ใช้เวทย์อารมณ์เสียและพ่นลมออกทางจมูกใส่เขาผ่านเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ถูกเตรียมไว้


เมื่อผู้ใช้เวทย์มองกลับไป มาร์คัสสวมกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตวงดนตรีอีกตัว สอดนิ้วมือเข้าไปในผมของเขาใช้ความพยายามส่วนหนึ่งเกลี้ยกล่อมเส้นโค้งงอที่ไม่เชื่อฟัง เข็มขัดของเขายาวเกินไปจนเลยไปถึงต้นขา เท้ายังคงเปลือยเปล่า และสร้อยคอพันตัวอยู่ด้วยกัน เขาใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งขยี้ตา มืออีกข้างดึงถุงเท้าคู่หนึ่งออกจากลิ้นชัก ดูน่ารักง่วงซึมเป็นอย่างมากจนเอ็มราดต้องหยุดเพื่อมองดู


สวมรองเท้าและสะพายกระเป๋า พวกเขาจับมือกันเดินเล่นบนทางเชื่อมหอพักนักศึกษา มาร์คัสออกความเห็น “ นายต้องหาริบบิ้นอันใหม่ ”


“ ยางรัดอันนี้ก็ดีนะ ” เอ็มราดตอบ


“ คราวนี้สีฟ้า ” มาร์คัสไม่สนใจเขา พูดต่อ “ สีฟ้าอ่อนเข้ากับสีตาของนายเพราะยางรัดเป็นอันตรายต่อผมของนาย และสไตล์ของนายจำเป็นต้องมีริบบิ้น ” เขายิ้ม “ มันเป็นสไตล์จริงๆนะ ” เขามองไปที่พวกเขาทั้งคู่และถามอย่างมีวาทศิลป์ “ พวกเราลงเอยกันได้อย่างไร? ” เอ็มราดได้แต่ยิ้ม ที่จริงแล้วพวกเขาค่อนข้างจะแตกต่าง จัดหาสิ่งที่ตรงกันข้ามให้แก่กัน ภาพลักษณ์ที่ต่างกันสุดขั้วของพวกเขาดึงดูดความสนใจของใครบางคนในตอนที่พวกเขาเดินผ่าน


เดินเตาะแตะลงบันไดมาด้วยกัน พวกเขาเดินผ่านชายหนุ่มสามคนที่กำลังพูดคุยเรื่องตารางเรียน คนหนึ่งหยุดแล้วกระทุ้งศอกใส่คนข้างๆ และพูดว่า


“ เห็นหรือยัง ฉันบอกแล้วไง ” พูดพลางยักคิ้วสีบลอนด์แห่งความหยั่งรู้ที่อยู่หลังแว่นตาไม่มีกรอบอันเล็ก “ เป็นผู้ชาย ฉันชนะ ”


“ แย่ชะมัด ” อีกคนหนึ่งว่า หนุ่มบ้านนอกตัวสูง ล้วงกระเป๋าตังค์หยิบธนบัตรห้าดอลล่าร์ออกมาตบลงบนมือที่แบรอไว้แล้ว เขาทำหน้าบึ้งใส่คนข้างๆที่ยิ้มอย่างสบายใจ “ อย่าซ้ำเติมสิ ”


คนที่สามเป็นหนุ่มบ้านนอกตัวสูงและหน้าตาบ้านๆ ปล่อยก๊ากใส่พวกเขา “ แพ้อีกแล้วหรือ? ”


“ พนันอีกแล้วหรือ แอนโทนี่? ” มาร์คัสร้องเรียกในตอนที่เขาและเอ็มราดเลี้ยวเข้าไปในโถงทางเดินที่อยู่ถัดไป แก้มของเขากลายเป็นสีชมพูในตอนที่พูด “ นายจะไปเรียนเมื่อไร เจมี? ก็แค่เรียนรู้ในเรื่องพวกนั้นที่นายไม่เคยเข้าใจได้เลย ” เขาพยักหน้าให้เจมี จากนั้นพูดกับผู้ชายคนที่สามที่เป็นคนสนุกสนาน “ อรุณสวัสดิ์ มิเกล ”


“ อรุณสวัสดิ์ ” มิเกลตอบด้วยท่าทางสบายๆ เสียงใสพูดเน้นทีละพยางค์


“ อย่าทำให้เขานึกขึ้นเชียวได้ ” เจมีสันร้องตอบ กะพริบตา “ เขาอาจจะไม่เล่นพนันกับฉันอีกเลย ” เขายิ้มกว้างให้เอ็มราด “ เฮ้ หน้าอกสวยดีนะ ” เอ็มราดขยิบตาอย่างเป็นอันรู้กัน มาร์คัสที่อยู่ข้างๆกระทุ้งศอกใส่เขาเบาๆ แนะนำว่า “ พวกเขาพักอยู่ข้างล่างห้องของฉัน ”


โอ้ ตายจริง เอ็มราดก็หน้าแดงเช่นกัน เก็บซ่อนมันไว้ด้วยหน้าบึ้งที่ดุดัน เจมิสัน แอนโทนี่ และมิเกลยิงสายตาขบขันไปทางชายหนุ่มที่กำลังเขินอาย แต่เขาก็แค่ถลึงตาใส่พวกเขา


มาร์คัสหัวเราะเบาๆและส่ายหน้า มองกลับไปยังกลุ่มคนบนโถงทางเดินและโบกมือ “ ไว้เจอกันนะ! ”


“ เฮ้ มาร์คัส ” แอนโทนี่ร้องเรียก “ ก่อนจะไป นายรู้อะไรเกี่ยวกับศาสตราจารย์วิชาประวัติศาสตร์คนใหม่มั้ย? ”


“ ศาสตราจารย์คนใหม่? ” มาร์คัสพึมพำ สับสนงุนงง ส่งสายตาว่างเปล่าให้เอ็มราด


“ ไม่รู้สิ ” เจมีสันยักไหล่ “ มันควรจะถามนะ ไม่มีใครรู้เรื่องของเขาเลย ชื่อของเขาเพิ่งจะเด้งขึ้นมาบนบอร์ดตารางเรียนเมื่อเช้านี้ ”


“ เขามีชื่อที่ไพเราะ ” มิเกลออกความเห็นอย่างช้าๆ มองข้ามไหล่แอนโทนี่เพื่อแอบดูตารางเรียน


มาร์คัสยักไหล่ “ อะไรน่ะ? ”


แอนโทนี่ตรวจดูกระดาษในมือที่ปริ้นมา “ สแตนโฮป ”


“ ล้อเล่นน่า ” เอ็มราดร้องเสียงแหลม เขาปล่อยมือมาร์คัส ก้าวเท้าฉับๆไปหาแอนโทนี่ คว้ากระดาษไปอ่านคนเดียว “ คนที่ชอบทำตัวลับๆล่อๆนี่… ”


“ นายรู้จักเขาหรือ? ” แอนโทนี่ถามโดยไม่คาดหวังอะไร ยิ้มและรู้สึกสนุกเกินไปมาก มิเกลเริ่มหัวเราะเบาๆกับสีหน้าของเอ็มราด


“ พ่อฉัน ” เอ็มราดไม่ได้ตะคอกใส่ใครเป็นพิเศษ “ ซึ่งก็หมายความว่า เขาอยู่ที่นี่ ” เขาหันไปจ้องเขม็งใส่มาร์คัส “ คนอื่นๆก็น่าจะอยู่ที่นี่ด้วย ”


“ ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ” มาร์คัสยักไหล่ สายตาเคลื่อนไปอีกทาง “ ไง เวน ”


“ โย่ ” เวนหาว เปลือยท่อนบนแต่ไม่แคร์ใคร เขาโค้งไปยังราวบันได ไม่ทันได้สังเกตสายตาแผดเผาที่มิเกลมองมาที่เขา เมื่อมิเกลเคลื่อนสายตากลับไปที่เอ็มราด ผู้ใช้เวทย์จ้องมองเขา ทำสัญลักษณ์สเปนิอาร์ด พอสและขยิบตา


ง่วงเต็มที เวนเอนศีรษะไปบนแขนและเลิกคิ้วเป็นเชิงถามถึงการแสดงออกดุเดือดของเอ็มราดอย่างง่วงซึม “ อะไรเป็นสิ่งแรกที่เขาได้เห็นในเช้าที่หฤโหดแบบนี้? ”


“ เรื่องที่เกี่ยวกับพ่อเขา ” เจมีตอบกลับอย่างใสซื่อ ตาเป็นประกายด้วยเสียงหัวเราะ


พ่อของฉัน ” เอ็มราดประกาศดังลั่น โบกตารางเรียนไปบนอากาศบริเวณเหนือศีรษะของมาร์คัส และทำให้แอนโทนี่ยิ้มกว้าง “ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะมาทำงานที่นี่! จะมาสอนที่นี่! ” เขาแสดงความรู้สึกรังเกียจผ่านทางน้ำเสียง ตรวจดูตารางเรียนอีกรอบก่อนจะหยิบขึ้นมาราวกับฉลองชัยชนะ “ เย้! เขาจะไม่สอนห้องฉัน คิดว่างั้นนะ ”


“ ห๊ะ ” เวนหอบอย่างไม่สนใจ เขามองไปที่มาร์คัส เห็นได้ชัดว่ากำลังมองดูเอ็มราดผู้ขุ่นเคือง “ แค่นี้เองหรอ? ”


แค่นี้เองหรอของนายหมายความว่ายังไง? ” เอ็มราดตะคอก เขาชี้ไปที่แฟนหนุ่มที่กำลังยิ้ม ถามว่า “ ยิ้มทำไม? ”


มาร์คัสฉีกยิ้มกว้างขึ้น “ เฮ้ เอ็มซ์ ”


เขาร้องเสียงแหลมอย่างเกรี้ยวกราด “ อะไร? ”


น้ำเสียงกระด้างไม่ได้ทำให้มาร์คัสสะทกสะท้านเลยสักนิด เขาตอบกลับอย่างอ่อนโยน “ ตอนนี้กี่โมงแล้ว? ”


ผู้ใช้เวทย์ดูเวลาก่อนจะอุทานว่า “ บ้าเอ๊ย! ” เอ็มราดดันกระดาษส่งคืนให้แอนโทนี่ ส่งสายตาให้มิเกลเป็นครั้งสุดท้าย ก้าวฉับๆออกไป คว้าแขนมาร์คัสในตอนที่เขาเดินผ่านและออกวิ่งโดยลากตัวแฟนหนุ่มให้ตามมาด้านหลัง อย่างน้อยเขาก็ได้ตะโกนกลับไปโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปมอง “ ไว้เจอกันนะ! บาย เวน! ”


“ ไว้เจอกันนะเพื่อน ” เวนร้อง


“ บาย! ” เจมีโบกมือและตกปล่องบันได ขณะที่วิ่ง เอ็มราดเงี่ยหูฟังในสิ่งที่นายคนนี้จะพูดกับผองเพื่อนในเวลาต่อมา “ พวกเขาเหมาะสมกัน ”


มาร์คัสที่อยู่ข้างๆยิ้มกว้าง ได้ยินแบบนั้นเช่นกัน พวกเขาประสานมือกันวิ่งไปที่ประตู กระโดดเข้าไปในแสงอาทิตย์: วันใหม่


การเริ่มต้นใหม่


FIN


_______________________

เย้! จบจริงๆแล้วจ้า เรื่องนี้คือการทดลองทำ บางทีก็คิดว่ามันสั้นไป คนเขียนคงลืมบรรยายรายละเอียดสำคัญจนทำให้เนื้อหาไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร ส่วนตัวคิดว่า น่าจะลงรายละเอียด ความหลังของคาอินเอ็มราด ภูมิหลังของมาร์คัส(นายคนนี้ความลับเยอะเหลือเกิน) ขยายความความรู้สึกที่ตัวละครเอกทั้งสามมีต่อกัน ไซด์สตอรี่ของแก๊งเพื่อนมาร์คัส เช่น เวนกับลีโอนอร่า เคทกับจอร์แดน

ในเรื่องนี้ เราชอบนิสัยพี่เวนมากที่สุด ดูชิลล์ๆไม่แคร์เวิร์ดดี เป็นคนที่เข้าใจเอ็มราดดีที่สุดด้วย

คราวหน้าจะเอาเรื่องที่ลงรายละเอียดมากกว่านี้มาให้อ่านกันนะ See ya!


ลืมๆ

Spaniard pause เป็นสัญลักษณ์ที่แปลว่า ขอตัวไปพักก่อนนะ ใช้ในเวลาที่เราเจอเหตุการณ์หนักๆมา แล้วอยากไปทำกิจกรรมคลายเครียดเพื่อลืมมัน

ศาสตราจารย์ก็เป็นคนตลกดีนะ นึกว่าจะเคร่งเครียดซะอีก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

7 ความคิดเห็น