ว่าด้วยนักล่าฝันรุ่นแรกแห่ง Welcome to Waikiki
เขียนเก็บไว้ตั้งแต่ซีรี่ส์ออนแอร์จบใหม่ๆ ช่วงเดือนเมษาปี 2018 แต่เพิ่งได้บันทึกลงบล็อกไว้เมื่อมีการมาถึงของภาค 2 กับ Welcome To Waikiki ซีรี่ส์คอมเมดี้กระแสดีจนต้องเพิ่มจำนวนตอนจากที่วางไว้ทีแรก 16 ตอนเป็น 20 ตอน ณ เวลานั้นนักแสดงนำล้วนดังไปตามๆ กัน เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีงานต่อเนื่อง ทว่าบางคนก็มีประเด็นกันไปบ้างทั้งเรื่องสุขภาพและคดีความ ทั้งนี้ทั้งนั้นความประทับใจที่มีต่อนักแสดงและซีรี่ส์เรื่องนี้ก็หาได้เสื่อมคลายไม่ จะบอกว่าเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่องก็น่าจะได้ เพราะ Welcome to Waikiki นั้นนับได้ว่าไร้มลพิษอย่างแท้จริง เครียดมา เหนื่อยมา เปิดซีรี่ส์เรื่องนี้ดูก็มีแต่ฮา ฮา ฮา จะว่าหาสาระไม่ได้ก็เหมือนจะใช่ แต่จะว่าไม่ได้อะไรเลยก็ไม่ใช่อีก
เป็นเรื่องของสามหนุ่มเพื่อนรักผู้อับโชคที่เปิดเกสต์เฮ้าสต์นามว่า Waikiki ร่วมกัน แขกก็ไม่ค่อยจะมี (เงินและสติสตังก็เช่นกัน) เปิดฉากมาก็อดขำขันกับชะตาชีวิตอันบัดซบที่พวกเขาต้องเผชิญไม่ได้ (ไม่ได้อ่านผิดแต่อย่างใด ขำจริงๆ ค่ะ) อารมณ์คล้ายซิตคอมจบเป็นตอนๆ เรื่องราวที่นำมาเล่าก็เป็นเรื่องของพวกเขาและอีกสามสาวที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในเกสต์เฮ้าสต์แห่งนี้ด้วยกัน ทั้งชีวิต การงาน การเงิน และความรัก ประหนึ่งซีรี่ส์ไล่ตามความฝันของวัยหนุ่มสาว หากพิเศษตรงเล่าเรื่องออกมาในมุมที่ตลกหลุดโลก ตัวละครทุกตัวมีความเป็นมนุษย์ (ไร้สติ) กันหมด
แนะนำตัวกันสักหน่อย
ดงกู CEO หนุ่มของเกสต์เฮ้าส์ หล่อไม่มากแต่ท่าเยอะ ขี้หงุดหงิด ขี้วีน ขี้เหวี่ยง เหมือนจะมีสาระ มีเหตุผล (แต่ก็ไม่ )มีความฝันอยากเป็นผู้กำกับหนัง แต่ชีวิตจริงที่เป็นอยู่นั้นดูสวนทางกับความฝันอย่างสิ้นเชิง ในด้านความรักนั้น...ซึนเดเระตัวจริงก็คนนี้แหละ ปากหนัก ปากแข็ง ตกหลุมรัก Kim Jung Hyun ก็จากเรื่องนี้นี่แหละค่ะ นึกว่าจะมาในมาดเท่ๆ คูลๆ เข้ากับหน้าตา บุคลิกนิ่งๆ เปล่าเลย คนนี้เล่นตลกหน้าตาย เล่นสีหน้าได้เว่อร์วังมาก พอถึงคราวต้องตลกแอคติ้งก็หลุดจากเบ้าหน้าไปเลย เรียกได้ว่าลืมไปเลยว่าเคยเป็นพระเอก แต่เราว่าบทนี้เหมาะกับเขาดีค่ะ ดูแล้วเนียนตาดีเหมือนเอาชีวิตตัวเองมาเล่นจนไม่น่าเชื่อเมื่อได้เห็นข่าวว่าเขามีปัญหาสุภาพด้านจิตใจจนทำให้ต้องถอนตัวกลางคันจากซีรี่ส์เรื่อง Time เมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งอัพเดตล่าสุดเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้ว เราเองถูกเขาตกไปแล้วทั้งใจจากบทดงกูนี่แหละ ก็หวังว่าจะได้ชมผลงานของเขาอีกในเร็ววันนี้ ด้วยยอมรับว่าพ่อหนุ่มคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
จุนกิ คนนี้ขาดไม่ได้เลยสำหรับเกสต์เฮ้าส์แห่งนี้ เขาคือสีสัน คือความสุข คือความบันเทิง คือเสียงหัวเราะของผู้ชม แม้หน้าตาจะหล่อเหลาเอาเรื่องแต่ Lee Hyung Kyung ก็หาได้แคร์ไม่ ไม่มีคำว่าคีพลุค ผู้กำกับส่งอะไรมาให้ จัดไปได้หมด เอฟเฟค สัตว์ เด็ก สลิง Hyung Kyung รับหมดเหมือนตัวละครจุนกิที่เขาสวมบทบาท เพื่อบันไดสู่การเป็นนักแสดงอันยิ่งใหญ่ จุนกิไม่เคยเกี่ยงบท เป็นคนที่มีความพยายามหนักมากพอๆ กับความซวยซ้ำซ้อน พ่อหนุ่มคนนี้น่ารักมากจริงๆ ค่ะแม้ในตัวจริงของเขาก็ดูเป็นคนตลก อารมณ์ดีขัดกับภาพหล่อๆ แบบนี้ เขาถ่ายทอดบทจุนกิออกมาได้อย่างบ้าบอ ไม่มีสาระ แต่น่ารักแบบมากๆๆๆ จนเรานี่ติดภาพจุนกิของเขาไปแล้ว ไปดูซีรี่ส์แนวที่เขาต้องขรึมต้องเข้ม ก็อดจะนึกไปถึงว่าจุนกิกำลังถ่ายหนังอยู่ไม่ได้
ดูชิก หนุ่มหน้าใสผู้ฝันอยากเป็นนักเขียนและใช้งานพาร์ทไทม์เลี้ยงชีวิตระหว่างปีนป่ายขึ้นไปไล่ล่าฝันและตามหาความรัก ภาพลักษณ์คนเรียนเก่งและดูฉลาดไม่น่าเชื่อว่าจะมีเหตุให้มารวมตัวกับกลุ่มคนซวยซ้ำซ้อนได้ ไม่รู้คิดคนเดียวหรือเปล่าว่าดูชิกดูจะมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนน้อยกว่าอีกสองหนุ่ม ทำให้บทของเจ้าตัวดูจะเบากว่าเพื่อน เป็นเหมือนตัวเสริม เพื่อนเฮไหนเฮนั่น ในขณะที่เวลาจะมีพาร์ทเรื่องราวของตัวเองก็ไม่สุดสักเท่าไหร่ นักแสดงที่รับบทนี้คือ Son Sueng won คนนี้เราขอชื่นชมเรื่องหน้าตาที่หล่อใสงานดีแนวหนุ่มดอกไม้ ไม่เคยดูเรื่องอื่นที่เขาแสดง เลยไม่แน่ใจว่าบททางอื่นเขาแสดงเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้าทางตลกดูจะยังไม่เชี่ยวเท่าสองหนุ่มข้างบน หากในด้านตัวบทที่ถ่ายทอดออกมาได้สมูทและเป็นอันหนึ่งอันเดียวก็ทำให้เราผูกพันกับตัวละครดูชิกไปด้วย เมื่อซีรี่ส์ประกาศจะทำภาค 2 เราหวังให้เป็นทีมเดิมนี้จริงๆ แต่ก็ไม่เป็นดังหวัง ซ้ำเรื่องส่วนตัวของเขาที่เพิ่งเป็นข่าวไปในคดีเมาแล้วขับ ก็ยิ่งทำให้เป็นไปไม่ได้ไปกันใหญ่ เส้นทางที่น่าจะปังเลยพังลงอย่างที่ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอนาคตในตอนนี้ เสียดายแทนมากๆ เลยดูชิกอ่า...
ยุนอา แม่เลี้ยงเดี่ยวที่เงอะงะ ซื่อใส แต่หน้าตาน่ารักชะมัด เห็นแว่บเรกไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ จะมาตกหลุมรักแม่ม่ายสาวคนนี้ ยิ่งเมื่อเธอมาพร้อมกับน้องซอลลูกสาวผู้น่ารัก รู้ประสา ก็อดจะตกหลุมรักแม่ลูกคู่นี้เข้าให้ไม่ได้ แม้จะมีบางช่วงบางตอนที่ทำให้เรานึกรำคาญความซื่อบื้อของเธอไปบ้าง แต่ความน่ารักที่มีก็หักลบกลบกันไปได้ เราว่าบทของยุนอาและซอลเหมือนมาเพื่อเติมเต็ม Waikiki ให้มีชีวิตชีวามากขึ้น ข้อหนึ่งที่ทำให้ซีรี่ส์เป็นที่กล่าวถึงย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากความน่ารักน่าชังของแม่หนูซอลด้วย และความไม่สมบูรณ์แบบของนางเอกที่เป็นแม่ม่ายลูกติดก็เป็นความหลากหลายของตัวละครเมื่อเทียบกับชีวิตคนจริงๆ ที่ซีรี่ส์หยิบขึ้นมาเล่าในมุมสดใสไม่หมองหม่น ไม่มีช่องว่าง ความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาเกี่ยว ยิ่งเมื่อช่วงเข้าคู่กับพระเอกที่ไม่คาดว่าจะได้เสพความฟินอะไรจากซีรี่ส์แนวนี้ ก็กลับฟินบ้าบอขึ้นมาได้เสียอย่างนั้น
ซอจิน น้องสาวหนุ่มดงกูที่มีฝันอยากเป็นนักข่าว คนนี้เป็นอีกสีสันที่เข้าคู่กับพ่อจุนกิได้อย่างดี ตลกสุด ไม่ห่วงสวย ถ้าจะหาดาวตลกฝ่ายหฐิงของเรื่องนี้ก็ต้องยกให้เธอคนนี้นี่แหละ ซ้ำภาพของการวิ่งตามหาความฝันที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วงของฝ่ายหญิงก็เช่นกัน การต้องล้มลุกคลุกคลาน เผชิญปัญหานานัปการกว่าจะได้สมใจ Go Won Hee นับว่าได้รับบทบาทที่ได้แสดงฝีมือเยอะสุดในกลุ่มสามสาว แต่พาร์ทความรักก็อาจจะเบาลงหน่อย ไม่ฉูดฉาด แต่ออกมาในทางเฮฮาน่ารัก ให้คนดูหัวเราะไปฟินไป
ซูอา สาวสวยผู้เป็นรักเก่าของดงกู สวย เริ่ด เชิด หัวสูง แต่เมื่อวันหนึ่งตกอับก็กลับต้องมาขอพักพิงที่เกสต์เฮ้าส์ของแฟนเก่าเสียอย่างนั้น บทนี้คล้ายๆ ดูชิกที่เป็นตัวละคร 3 ความชัดเจนหรือบทเรารู้สึกว่าคู่นี้ยังเบากว่า 2 คู่แรก แต่ในทาง comedy เราก็เห็นความพยายามของ Lee Joo Woo ที่หลายซีนเธอทำออกมาได้ดี ซึ่งเราเองเพิ่งดูผลงานเธอ 2 เรื่อง บทก็ยังไม่หนีห่างกันเท่าไหร่ แต่เรื่องหุ่นดีอันนี้ยอมให้นางแบบ 10/10 เลย
ตัวละครสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ...แม่หนูซอลคนนี้นี่เอง...น่ารักน่าเอ็นดู ฉลาด สดใส น่าจะเป็นทั้งขวัญใจของทีมงานและคนดูที่สุดแล้ว เธอคนนี้คือสีสันสำคัญสุดๆ ของ Waikiki แห่งนี้จริงๆ
เสน่ห์ของซีรี่ส์ที่เราจับต้องได้จนนำมาสู่ความประทับใจ
ชัดๆ เลยคือความตลก คือมันตลกมากจริงๆ กับแอคติ้ง กับเหตุการณ์ตลกร้ายหลายๆ เรื่องที่ชีวิตเราเองก็เคยเจอ เคยสัมผัส ซึ่งซีรี่ส์เล่าออกมาได้กระแทกใจแบบฮาน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง ดูแล้วอารมณ์ดี ไม่มีปมไม่มีดราม่าให้เครียด ไม่ต้องลุ้นจนตัวบิดตัวงอว่าใครจะอยู่ใครจะตาย นักแสดงเองก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มกำลัง ใส่ไม่ยั้ง ใครมีแววทางนี้ก็จะเห็นชัดกันตอนนี้นี่แหละ ยิ่งมาบวกกับบทที่สาดมุกกระจัดกระจายไม่วางไม่เว้น จนขนาดว่าจะทำซีนซึ้งซีนเศร้าขึ้นมา เราก็อดระแวงไม่ได้ว่านี่ปูมาให้ไปฮาหัวทิ่มในตอนท้ายหรือเปล่า
ความรักของแต่ละคู่มีความลงตัวน่ารักน่าลุ้น เห็นเดินสายฮาแบบนี้พาให้ฟินจิกหมอนขาดได้เป็นใบๆ ส่วนตัวจะเอนไปทางดงกูกับยุนอามากหน่อย ด้วยคู่นี้มีเงื่อนไขเล็กๆ พอให้เป็นอุปสรรคทางความรู้สึกอยู่ ทำให้พระเอกวางท่าเยอะ ชอบสาวเจ้าก็ไม่กล้าจะยอมรับ เหมือนย้อนไปดูเด็กมัธยมวัยใสจีบกันอย่างไรอย่างนั้น คู่จุนกิกับซอจินก็เป็นแนวตลก เฮฮา ล้นด้วยกันทั้งคู่ ในขณะที่คู่ดูชิกและซูอามาในแนวคู่หูคู่เพื่อนที่เดิมเป็นเพื่อนไกลซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่ได้มองกันมาก่อน แต่เพราะต้องมาลงเรือลำเดียวกันเลยได้ใกล้ชิด คอยช่วยเหลือสลับตีกันเป็นระยะ เรียกได้ว่าแต่ละคู่มีแนวทางที่ทำให้ต้องเอาใจช่วยให้พวกเขาได้ลงเอยกันในที่สุด แม้แต่ในส่วนความรักและมิตรภาพระหว่างเพื่อนเอง เราก็ยังรู้สึกดีและชอบในการที่พวกเขาช่วยกันแก้ปัญหาฝ่าวิกฤตไปด้วยกันในหลายๆ ครั้ง มีหัวเราะเยาะ ทับถมซ้ำเติม ขัดแย้งกันบ้างตามวิสัยมนุษย์ ทว่าให้อย่างไรก็ยังสัมผัสได้ถึงความสนิทสนมและผูกพันที่พวกเขามีให้กัน
ได้ข้อคิดเรื่องชีวิตขำๆ จากการเผชิญอุปสรรค ฟันฝ่าความซวยแต่ละระดับของตัวละคร มันพาให้เห็นมุมมองของชีวิตที่ว่าจริงๆ มันก็เป็นแบบนี้ การจะได้สิ่งใดมามันต้องใช้ความพยายามสักเท่าไร่กันนะ แล้วตอนที่มันไม่รุ่ง หยิบจับอะไรก็ยากไปหมด นั่นเพราะดวงหรือเรายังพยายามไม่มากพอ ความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่ายๆ หลายครั้งเราต้องทนกับความไม่ชอบเพื่อพาตัวเองไปสู่สิ่งที่เราฝันใฝ่ ไปสู่วันที่ดีกว่า ซึ่งตัวละครสอนให้เรารู้ว่าขณะที่เขายังลำบากลำบนอยู่ตรงนี้ พวกเขาก็ยังไม่เคยย่อท้อและละทิ้งความฝันเลย ยังคงใช้ความพยายามก้าวเดินต่อไปทั้งที่สะดุดล้มหลายครั้ง ท้อแท้หลายหน เช่นตาจุนกินี่ที่ทำมันทุกอย่างจนเพื่อนสงสัยว่าแทนที่จะเอาเวลาไปทำตามฝันที่จะเป็นนักแสดงชื่อดัง เขามัวมารับจ๊อบทั่วราชอาณาจักรชนิดทำมันตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบอยู่ทำไม ดูแล้วทั้งตลกทั้งขำชะตากรรมของเจ้าตัวที่ต้องเลี้ยงปากท้องไปด้วยพร้อมๆ กับการไล่ล่าความสำเร็จ ซึ่งเอาจริงๆ จุดนี้นับว่าเรียลสุดๆ เลยแหละ
เพลงประกอบแต่ละเพลงน่ารักเข้ากับเนื้อเรื่อง เพลงที่ออกธีมโรแมนติกก็เพราะ โทนสีของภาพเป็นแนวพาสเทลให้ความรู้สึกอบอุ่นและสดใส (ชอบมาก) แม้กระทั่งฉากเกสต์เฮ้าส์ก็ถูกเนรมิตรออกมาได้สวยเสียจนอยากจะแต่งบ้านเลียนแบบ
ตอนซีรี่ส์ฉายจบหวังมากๆ กับภาค 2 อยากเห็นทีมนี้มาเจอกันอีก มาบ้า ฮา รั่ว แล้วจับมือพากันไปสู่ความฝันต่อไป จนในที่สุด 1 ปีต่อมา ภาค 2 ก็มาถึง แต่นักแสดงเปลี่ยนยกชุด คงไว้เพียงอีจุนกิคนเดียว ตอนรู้ข่าวแอบใจหายเบาๆ เพราะเราหลงรักตัวละครชุดเดิมไปแบบหมดใจแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์หลายๆ ด้านก็ทำให้พอจะเข้าใจเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ ทั้งนี้ภาค 2 เพิ่งเริ่มฉายหลายคนว่าความสนุกสนานไม่ต่างจากภาคแรกเลย แฟนๆ Waikiki ยังคงเหนียวแน่น เราเองยังว่าจะเก็บไว้หลายๆ ตอนแล้วดูยามว่าง แต่ทั้งนี้ก็อยากบันทึกถึงความรักและประทับใจที่มีต่อภาคแรกอันนับเป็นภาคต้นฉบับไว้ ยิ่งเห็นภาคใหม่ก็ให้หวนคิดถึงว่าช่วงเวลานั้นชอบและติดซีรี่ส์เรื่องนี้มากแค่ไหน องค์ประกอบรวมที่มีมากกว่าความตลก ทั้งมิตรภาพ ความรัก ความฝัน ความหวัง ความพยายาม และความสดใส Welcome to Waikiki จึงเป็นอีกเรื่องที่นึกถึงขึ้นมาทีไรก็บอกได้ว่าเป็นอีกเรื่องในดวงใจ
คิดถึงพวกเขา...คนเพี้ยนผู้ไล่ล่าฝันสำเร็จทีมแรกจากเกสต์เฮ้าส์ที่เต็มไปด้วยความสุขแห่งนี้
ความคิดเห็น