หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ไม่คาดคิดสักนิดว่าจะรักถึงเพียงนี้
ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ไม่คาดคิดสักนิดว่าจะรักถึงเพียงนี้
เกริ่นเรื่อง: บันทึกเรื่องที่รัก
18 เม.ย. 62 , View: 34 , Post : 0


 

ไม่ได้ดูละครไทยบ่อยเท่าไหร่นัก จะดูสักทีก็มักจะมีเหตุผลหลักๆ อยู่ประมาณ 2 ข้อ คือพล็อตเรื่องดึงดูด ถูกจริต หรือสะดุดเคมีระหว่างนักแสดงที่จับคู่กัน หนึ่งด้าวฟ้าเดียวนั้นเกิดขึ้นด้วยประการหลัง  เพราะรู้สึกว่าพระนางคู่นี้ลงตัวด้วยความหน้าหวานแอบละม้ายคล้ายกัน แต่ก็ได้มาดูย้อนหลังตอนที่ละครฉายไป 6 ตอนแล้ว  แล้วจากนั้นก็กลับกลายเป็นต้องตามดูสดเพราะนอกเหนือไปจากเจมส์และแต้วก็ชอบไปเสียหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความแปลกใหม่ของเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามทุกตอน ความฉลาดของทุกตัวละคร บทพูดอันคมคาย ความรักอันละมุนละไมไม่งี่เง่าของพระนาง ตลอดจนแง่คิดและความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สอดแทรกไว้  อดไม่ได้ที่จะตั้งกระทู้ให้กำลังใจทีมงานไปครั้งหนึ่ง และยังหาโอกาสอยู่หลายครั้ง เพื่อที่จะเขียนถึงความประทับใจที่มีต่อความดีงามของละครเรื่องนี้ลงในบล็อกของตัวเอง  แต่จนแล้วจนรอดก็มาหาเวลาเอาได้เมื่อละครจบบริบูรณ์ลงไป 3 วันแล้ว 

 

หนึ่งด้าวฟ้าเดียว เล่าถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่บวชเรียนมาแต่เล็ก หากมีเหตุให้ต้องปลอมตัวเป็นขันทีเข้าไปในวังเพื่อสืบหาผู้ทุรยศต่อแผ่นดิน พร้อมตามหาความจริงเกี่ยวกับการตายของมารดา หน้าที่นี้ดังเอาชีวิตแขวนไว้บนเส้นด้าย  ต้องอยู่อย่างระแวดระวังทุกฝีก้าว กระทั่งได้พบกับแม่สาวชาวบ้านผู้แก่นแก้ว หากฉลาดเฉลียว มีน้ำใจ แม้ยามลำบากก็ไม่ทอดทิ้งกัน หัวใจที่ไม่เคยมีผู้ใดจับจองของพ่อหนุ่มที่คิดว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็จะกลับไปบวชไม่สึก เจอแบบนี้เข้ามีหรือจะทานทนได้  หากเพราะสถานะขันทีก็ทำให้เขาไม่อาจเผยความในใจออกมาได้  เลยต่างต้องตกอยู่ในสถานะเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลืออยู่เคียงข้างกัน  ทั้งเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย  ไขปริศนาลึกลับที่เกิดขึ้นในวัง  แก้กลบทตามหาผู้ขายชาติขายแผ่นดิน กระทั่งวันที่กรุงแตกมาถึง  ความจริงทุกอย่างเปิดเผย  พร้อมกับสงครามกอบกู้เอกราชอันเป็นประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งของไทยได้เริ่มขึ้น    

 

มันน่าสนใจตั้งแต่ได้รู้ว่าละครเรื่องนี้จะเล่าเรื่องของขันทีสมัยอโยธยา ซึ่งแปลกนักในมุมมองของคนไทย และเชื่อว่าสำหรับคนที่ไม่ใช่สายหนังจีนอาจไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่เกร็ดประวัติศาสตร์นี้เมื่อถูกเล่าภายใต้ฉากสงครามอันเป็นที่จดจำและฝังใจของชาวไทย มีการผูกเรื่อง ผูกตัวละครทุกตัวทั้งที่มีชีวิตอยู่จริงในประวัติศาสตร์และแต่งเติมขึ้นเพื่ออรรถรส โดยมีเรื่องราวความรักที่ค่อยๆ ก่อเกิดและผูกพันของพระนางมาคอยเบรกความตึงเครียดกับสภาวการณ์อันคับขัน หดหู่ของละคร ต้องขอชมตั้งแต่นักประพันธ์ คุณวรรณวรรธน์ที่ร้อยเรียงนิยายเรื่องนี้ออกมาได้อย่างมีมิติมากจริงๆ ตลอดจนคนเขียนบทที่เล่าเรื่องได้อย่างกระชับน่าติดตามมาก ตั้งแต่ต้นจนมาถึงตอนจบยังไม่พบกับความรู้สึกว่าเนือยหรือยืดเลยค่ะ เรื่องถูกเล่าอย่างที่ควรเป็น มีที่มาที่ไป ไม่หนักสารคดีหรือหนักไปทางรักเพียงอย่างเดียว จะเพราะตัวเราคุ้นชินกับการดูซีรีส์ชาติอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจค่ะ เลยทำให้ชอบการเล่าที่กระจายบทบาทได้ดีทุกตัวละคร ทุกความสำคัญ แต่ก็ยังไม่ลืมจะทิ้งความฟินระหว่างพระนางให้แฟนละครเก็บเกี่ยวเป็นระยะๆ (ของมันต้องมีน่ะค่ะ) เรื่องราวสนุกตื่นเต้นทุกตอน ยิ่งถ้าไม่ได้อ่านนิยายหรือเรื่องย่อมาก่อนจะลุ้นกับสถานการณ์ต่างๆ มาก คือมีทุกอารมณ์ในละครเรื่องนี้  นอกจากลุ้นพระนางแล้วก็ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ลุ้นให้ตามต่อ ยิ่งเมื่อเปลี่ยนพาร์ทเข้าสู่ครึ่งหลังของเรื่อง ที่ภาพของความผาสุกค่อยๆ มลายหายไป ก็พาให้นึกยอกในอกกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อๆ ไป แม้เรื่องราวในอดีตนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพหลายครั้งหลายคราแล้ว แต่เมื่อนำมาฉายซ้ำอีกคราใด ความหม่นหมอง หดหู่ก็ยังไม่เคยเสื่อมคลายจากหัวใจ ยิ่งเมื่อฉากสงครามได้มาถึง ทั้งความเจ็บปวดจนดูไปเสียน้ำตาไป ความหดหู่ประหนึ่งเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับตัวละคร หรือความฮึกเหิมยามต้องลุกฮือขึ้นสู้และกอบกู้เอกราช คนดูล้วนสัมผัสได้และเข้าถึงแบบสุดใจ ทว่าความคับแค้นนี้ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกโกรธเกลียดฝ่ายพม่าเลย เพราะเรื่องราวถูกเล่าอย่างเป็นกลาง มิใช่ให้พม่าเป็นผู้ร้ายและไทยเป็นฝ่ายดีเสียอย่างเดียว คนไทยที่แตกแยกเสียมากกว่าคือความอัปยศที่แท้จริงของประวัติศาสตร์หน้านี้  ส่วนตัวชื่นชมมากกับการกำกับ การตัดต่อ ลำดับภาพ เพลง หัวใจเดียวกันที่เปิดได้ถูกจังหวะ วิธีการเล่าและนำเสนอเรื่องราวในประวัติศาสตร์อันเข้าใจง่าย จดจำได้ขึ้นใจ จากทีแรกๆ ที่ดูแล้วจำชื่อและแยกแม่ทัพพม่าทั้งสองไม่ออก ก็กลับรู้สึกสนใจความเก่งกาจจนจดจำชื่อพวกเขาได้ และอดที่จะค้นประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้อ่านเพิ่มเติมไม่ได้  ดีงามแบบพูดไม่ได้ บรรยายไม่หมดจริงๆ   

 

พี่ขันทอง, ออกพระศรีขันทิน (เจมส์ จิรายุ) - ตั้งแต่ได้เห็นพ่อหนุ่มคนนี้ครั้งแรก  ก็ยอมรับในความหล่อแบบปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ  แต่ความสามารถนี่ก็เพิ่งจะมายอมรับกันในตอนนี้นี่เอง  เคยดูละครที่เขาเล่นไหม (ก็เคยนะคะ แต่ไม่ได้ดูจนจบหรือติดใจอะไร) แต่บทออกพระศรีนี้ยอมใจเลยจริงๆ ค่ะ  เซอร์ไพรส์ที่สุดในเรื่องนี้สำหรับเราก็คนนี้นี่ล่ะ ไม่ได้เคยติดตามเขาจึงไม่รู้ว่าเขาสูงใหญ่ หุ่นดีแบบนี้ ไม่เคยรู้ว่าเสียงเขาทุ้มนุ่มน่าฟัง และสายตาก็พิฆาตนารีถึงเพียงนี้ นึกดีใจแทนเจมส์ที่รับเล่นบทนี้นะคะ เพราะถ้าเป็นละครย้อนยุคปกติ ด้วยรูปลักษณ์ของเขา การจะได้รับบทนักรบผู้ห้าวหาญในละครโบราณ ความเป็นไปได้ดูจะเป็นศูนย์เลยทีเดียว แต่บทพ่อขันทอง ขันทิน ขันทีคนนี้มันช่างสร้างขึ้นมาเพื่อเขาจริงๆ อย่างที่เจ้าของบทประพันธ์ได้กล่าวไว้ นับเป็นงานที่ทำให้เขาได้แสดงความสามารถและศักยภาพอันหลากหลายของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่จริงๆ เคยนึกปรามาสในใจกับผู้ชายหน้าสวยๆ ว่าจะเล่นฉากเข้าพระเข้านางได้อินรึ ด้วยเคยผ่านยุคสมัยพระเอกวัยรุ่นครองเมือง ในยุคนั้นขอเพียงมีกระแส นายแบบ นักร้องก็เป็นพระเอกได้หมด ซึ่งบางคนไม่เถียงว่าหล่อ แต่การแสดง แม้เด็กอย่างเรา  (ในตอนนั้น) ยังอดลุ้นไปด้วยไม่ได้เวลาดู บางคนพูดจาดูสาวกว่านางเอกอีก ก็เลยเป็นที่มาของการอคติในใจแต่ทีแรก อีกทั้งบทก่อนหน้าของเจมส์นั้นก็อาจจะยังไม่ได้ฉีกออกมามากนักเช่นครั้งนี้ เจมส์ถ่ายทอดบทขันทอง ขันทินได้ดีมาก มีมิติและแตกต่างกัน ในพาร์ทขันทีเขาดูนุ่มนิ่มแต่ไม่ตุ้งติ้งเกินเบอร์นัก (อันนี้ขอชมไปถึงผู้กำกับด้วยนะคะ) พอมาเป็นพ่อขันทองแววตาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เ้ยมหาญ มาดแมนสุดๆ ยิ่งตอนเข้าฉากกับแม่แมงเม่าเอาจริงๆ อิฉันเพิ่งรู้ว่าเขาอ่อนกว่ากัน  เจมส์เล่นได้ดูแล้วเชื่อว่าโตกว่าแต้ว  ด้วยน้ำเสียงและรูปร่างสูงใหญ่นั่นก็อาจจะด้วย แม้ว่าหน้าจะหวานเกินหน้านางเอกไปหน่อยก็เถอะ ถ้าไม่ได้ยินเจมส์เรียกพี่แต้วๆ นี่หลงคิดว่าไล่เลี่ยกันไปแล้ว คือเล่นดีก็ต้องชมจริงๆ ยิ่งงานสายตานี่พาละลายกันเป็นทิวแถวเลยจริงๆ เป็นพระเอกที่ใช้สายตาได้ดีมากๆ คนหนึ่งเลย  เรียกได้ว่าเจมส์ทำหน้าที่ของตัวเองในบทนี้ได้ดีเกินคาดสำหรับตัวเองที่เคยมีอคติ  ต้องรีบขออภัยที่เคยปรามาสเขาไว้  พอติดละครก็ตามไปดูเบื้องหลัง รวมถึงรายการต่างๆ ที่พระนางไปโปรโมตร่วมกัน  ยิ่งได้เห็นมุมนอกจอที่เป็นกันเองและใจดีกับแฟนคลับของเขาเข้าให้ด้วยแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกชมชอบพ่อคนนี้มากขึ้นไปอีก  ถ้าบอกได้ก็อยากจะบอกให้เขารักษาจุดนี้ไว้ตลอดไป เราเองไม่ได้เป็น FC เขามาก่อน เห็นแล้วก็ให้รู้สึกดีใจแทนแฟนๆ และอยากจะขอไปเป็น FC ด้วยคน นี่ผลงานเรื่องต่อไปของเจมส์กับแต้วก็จะตามไปอีก ชอบเคมีคู่นี้เป็นทุนอยู่แล้ว ยิ่งเห็นมุมหลังกล้องที่เล่นซนเข้าขาสลับดูแลกันได้เป็นอย่างดี ก็ยิ่งทำให้รู้สึกหลงมนตร์พวกเขา  ดูคลิปนั่นนี่ของทั้งคู่วนไปพร้อมกับรอยยิ้ม ความธรรมชาติที่มีให้กันมันช่างน่ารักและดีต่อใจมากจริงๆ 

 

 

แม่แมงเม่า (แต้ว ณฐพร) ด้วยว่าแต้วนี่เป็นนางเอกที่หน้าตาถูกชะตาเรามาตั้งแต่เธอเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ แต่ก็มิใช่แฟนคลับเธอโดยตรงแบบที่ว่าติดตามผลงานทุกเรื่องนะคะ เป็นในลักษณะที่ว่าถ้าเธอได้แสดงกับนักแสดงชายที่เราชอบ เรายอมค่ะ แต่ทั้งนี้ก็มาเห็นฝีมือกันจังๆ ตอนคุณชายรัชชานนท์ก็ทำให้รู้สึกชื่นชมเพิ่มขึ้น และหลังจากนั้นแต้วก็เหมือนจะหนักไปทางละครดราม่าซะส่วนใหญ่  ก็ไม่ได้ตามเธอทุกเรื่องหรอกค่ะ ได้แค่มองอยู่ห่างๆ เรื่องไหนน่าสนใจก็ตามไปดูเฉกเช่นเรื่องนี้นี่ล่ะค่ะ ทีแรกก็คิดเหมือนกันว่าแต้วดูจะไม่เข้ากับบทแก่นแก้วหน้าเป็นนัก ด้วยเพราะติดภาพเธอจากละครของเธอในช่วงหลังๆ นี้ และด้วยความที่ส่วนตัวไม่ได้ชอบนางเอกแนวแก่นๆ เท่าไหร่ ชอบที่นิ่งๆ เป็นผู้ใหญ่มากกว่า ก็เลยจะมีความรำคาญนิสัยเจื้อยแจ้วของนางเอกบ้างเป็นบางครั้ง หากแต่ไม่ขัดตาหรือขัดใจกับการแสดงของแต้วนะคะ เธอเล่นได้เนียนตามาก ไม่ดูว่าพยายามมากเกินไป แสดงออกมาเหมือนไม่ได้แสดง ร้องไห้น่าสงสารเหมือนเด็ก ฉากร้องไห้นี่ต้องขยายความเลยเพราะชอบมากจริงๆ ตอนพรากจากกรมขุนฯ ตอนพี่ขันทองจะจากไป โอย...เธอร้องซะเราร้องตามไม่รู้ตัว  คือร้องสุดตัวเหมือนเรื่องนั้นเกิดขึ้นกับเธอจริงๆ เธอเจ็บปวด  หัวใจสลายแล้วจริงๆ ยิ่งตอกย้ำความสามารถทางการแสดงของเธอในใจเราให้ชัดขึ้นไปอีก  ตัดมาที่ฉากเธอเล่นหน้าเล่นตาล้อเลียนออกญาวังว่าชอบผู้ชาย ก็ทำท่ากวนประสาทได้น่ารักมากจนต้องย้อนดูตั้งหลายหน  ไม่แปลกใจที่พ่อขันทองจะมาหลงรักสาวเจ้าคนนี้ที่ชอบต่อปากต่อคำ แต่รู้จักกาลเทศะ มีน้ำใจ อยู่ใกล้แล้วอดเอ็นดูไม่ได้ แต้วทำได้ดีมากๆ ค่ะ ไม่ผิดหวังและยิ่งชื่นชมเธอมากขึ้นไปอีก 

 

 

พระยาตากสิน,พระเจ้าตากสิน (อั้ม อธิชาติ) - ทุกซีนที่พระยาตากและหลวงพิชัยออกนั้น ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจและปลอดภัยพิกล เหมือนเป็นฮีโร่ที่จะมาช่วยกู้โลกก็ไม่ปาน ต้องยอมรับว่าเขาเป็นพระเจ้าตากได้ดีมากจนน่าขนลุก สายตา น้ำเสียง ความน่าเคารพ ยำเกรง ดูมีบารมี ดูแล้วเชื่อ ยิ่งเมื่อนำภาพวาดของพระเจ้าตากมาเทียบกับเขาแล้ว เรานี่ทึ่งในความเหมือนเป๊ะเลยจริงๆ เรื่องนี้ไม่ได้มองอั้มเป็นอั้มเลยแม้แต่นิดเดียว มีคนในทวิตเตอร์บอกว่าฉากไหนอั้มออกนี่ รู้สึกเคารพจนต้องกราบทีวี ไม่กล้านอนดูเลย...อยากบอกว่าเราเข้าใจ

 

 

พระยาพลเทพ (จักรกฤษณ์) - พูดได้คำเดียวว่าเล่นได้โคตรเกลียด ไม่รู้จะบรรยายอะไรถึงดี เพราะเล่นดีมาก...เลวได้ดีมาก ทำให้เกลียดได้ตั้งแต่ฉากแรกยันฉากสุดท้าย  เล่นเรื่องหน้ามาบอกว่าเป็นคนดีนี่ไม่เชื่อนะบอกเลย

 

เจ้าจอมเพ็ญ (น้ำผึ้ง ณัฐริกา) - ในมุมมองเรา พาร์ทที่อยู่ในวังการแสดงของน้ำผึ้งเหมือนจะล้นไปสักนิด  แต่เข้าใจว่าเธอน่าจะกดดันเพราะได้ฟังสัมภาษณ์มาว่าเธอตั้งใจและตื่นเต้นมากๆ กับการได้มารับบทนี้ หากก็ยังกลมกลืนกับภาพรวมอยู่  มิได้เป็นจุดอ่อนแต่อย่างใด ในขณะที่ตอนท้ายอันเป็นบทสรุปของเจ้าจอมผู้นี้ น้ำผึ้งถ่ายทอดออกมาได้ดีเว่อร์ เล่นเอาซะเราสงสารตัวละครนี้เลย    

 

จมื่นศรีสรรักษ์, คุณพระนาย  (โกสินทร์) ถ้าจะบอกว่าเป็น FC ของใครสักคนในละครเรื่องนี้ ก็ขอสารภาพว่าชอบคนนี้มานานมากแล้วค่ะ ตามแกมาตลอดตั้งกะสมัยร่ายริษยา นักแสดงชายฝั่งไทยอันดับแรกในดวงใจเลย หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ฝีมือไม่ต้องพูดถึง จะแนวรัก แนวร้าย แนวอะไรแกก็เอาอยู่หมด หลงรักมานาน เห็นหน้าแกบ่อยในบทสมทบ มากน้อยก็ว่ากันไป แต่หลากหลายบทบาท เวลาใครมาตั้งกระทู้ชมแกก็แอบดีใจไปด้วย เรื่องนี้ก็ยังได้รับบทที่มีมิติเช่นเดิม ความเทาๆ ของคุณพระนายที่เป็นคนกลัวเมียก็ยังได้ใจติ่งคนนี้เหมือนเดิมค่ะ อยู่ฝ่ายตัวร้ายแท้ๆ ทำไมเอาใจช่วยตลอดไม่รู้ค่ะ ที่ว่าเอาใจช่วยนี่คือลุ้นให้แกเผยมุมดีๆ ออกมาเพราะแกเทาไงคะ ไม่ได้ดำซะหมด ซึ่งก็ลุ้นขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง แต่ความรักชาตินี่อย่าบอกใครเลย กลัวก็กลัวแต่ให้ก้มหัวยอมแพ้นี่ไม่มีทาง ยิ่งเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงบทสรุปของตัวละครตัวนี้ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นไปแล้วว่าคุณพระนายได้เข้าไปนั่งในใจคนดูแบบหมดสิ้นข้อกังขาใดๆ ไม่ว่าจะเคยร้ายเคยดีมาก่อน ในวันนั้นคนดูล้วนเสียน้ำตาให้เขาเป็นกระบะ เราเป็นอีกคนที่น้ำตานองหน้า ฉากนั้นคือบราโวสุดๆ ทั้งตัวนักแสดง บริบทโดยรอบ เพลงขึ้น โอย...ปวดใจ

 

 

แน่น, ขุนจิตต์ใจภักดิ์ (เพ็ชร ฐกฤต) - นี่แปลกใจอยู่ว่าพ่อหนุ่มคนนี้ยังไม่ได้ขึ้นเป็นพระเอกอีกฤา เพราะตอนบางระจันเขาฝากฝีมือไว้ได้ดีมาก แถมกระแสในตอนนั้นก็เปรี้ยงใช้ได้เลย  ในเรื่องนี้เมื่อต้องมารับบทขันทีเขาก็ยังทำได้ดี  แต่พอต้องเข้มแบบชายหนุ่มก็พลิกคาแรกเตอร์ได้ทันควัน  นี่ก็อีกคนที่แสดงออกทางสายตาเก่ง เคยหลงเขามาแล้วจากบางระจันนี่ล่ะ มาเจอเขารับบทเพื่อนพระเอกในเรื่องนี้ก็งงหน่อยๆ แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดหนึ่งเราก็ได้คำตอบว่าทำไมบทนี้ถึงเป็นเขา  บทที่เป็นสัญลักษณ์อันชัดเจนของคำว่าฉีกกฎละคร และเมื่อนึกถึง หนึ่งด้าวฟ้าเดียวขึ้นมาในคราใด สิ่งแรกๆ ที่แฟนละครนึกถึงต้องมีชื่อของ แน่นอย่างแน่นอน  

 

ออกญาวัง (เดี่ยว สุริยนต์) , แม่เป้า (โมนา) – เรียกว่าเป็นคู่รองก็อาจจะไม่เต็มปาก  เพราะกว่าคู่นี้จะมาบรรจบกันก็นานเนิ่นจนตอนท้ายๆ เรียกว่าถ้าใครรอฟินก็รอยาวๆ ไป ซึ่งก็ไม่ได้ลงลึกมากนักเสียด้วย ฝ่ายหญิงมาในบทเพื่อนรักนางเอกที่ช่วงต้นเราลุ้นเธอให้คู่กับพ่อแน่น และแม้จะมาถึงตอนจบแล้ว สำหรับเราก็ยังรู้สึกว่าถ้าเธอได้คู่กับพ่อแน่น เส้นเรื่องความรักจะน่าประทับใจและทำให้คนดูอย่างเรารู้สึกผูกพันได้มากกว่านี้  ซึ่งฝ่ายชายของเราในตอนแรกนั้นก็ถูกจับจิ้นกับออกพระศรีเสียส่วนใหญ่  เราไม่ถนัดแนวชายชายเท่าไหร่นัก  จึงไม่ได้กรี๊ดกร๊าดกับการใส่โมเม้นต์ของคู่นี้  แต่ละครก็ไม่ได้ใส่มาจนทำให้รู้สึกอิหลักอิเหลื่อนัก เป็นไปในมุมน่ารักๆ มากกว่า จะมากหน่อยก็ตอนสุดท้ายนี่ล่ะที่พาให้จั๊กจี้พิกล  แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าเรามาชอบบทของเดี่ยวเอาก็ในตอนอวสานนี่ล่ะ มีความทะเล้น กะล่อน น่าเอ็นดูกว่าช่วงแรกๆ ถ้าเอามุมนี้เข้าหาแม่แมงเม่าแต่แรกนี่ท่านเจ้าคุณจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของออกพระศรีเลย  

 

 

แก๊งขันที : ต้องชื่นชมเป็นทีมเลย เล่นดีมีอินเนอร์สุดๆ ยิ่งขุนรักษ์เทวาที่แสดงโดยหนุ่มแพททริกนี่ หลงความน่ารักจนลืมความหล่อระดับโดม ปกรณ์ของนางเลย สะดีดสะดิ้ง ฉอเลาะ ลุ้นหนักมากให้คนนี้เอาชีวิตรอดไปจนเขาตั้งกรุงธนบุรีกันได้  กลัวนางจะล้มหายตายจากไป สีสันระดับแนวหน้าของของเรื่องนี่ยกให้นางเลย ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คืออาสุเชาวน์ จริตไม่เว่อร์ แต่ก็ไม่ขาดนะจะบอกให้ หัวหน้าขันทีคู่ปรับช้างน้อยของพระเอกเรา ที่ทำให้เราทั้งสงสารและรำคาญความรังควานของนางได้เท่าๆ กัน ส่วนขันทีท่านอื่นๆ ก็แสดงได้เริ่ดไม่น้อยหน้ากัน ทั้งบอย ปั้น และตั้ว แต่ 3 คนนี้เขาฟากดาวร้าย เลยไม่ได้ลุ้นให้รอดชีวิต  แค่ลุ้นว่าระหว่างกลับใจกับมีอันเป็นไปอะไรจะเกิดขึ้นก่อนกันแน่ 

 

ครอบครัวแมงเม่า: คนแรกยกให้พ่อมิ่งเลย ชอบมาก อามนตรีนี่แกเป็นนักแสดงที่เก่งมากจริงๆ เราดูละครแกมาตั้งแต่เด็กๆ คือชอบเวลาแกเล่นแนวตลกมาก  จังหวะได้  สีหน้า ท่าทาง เศร้าๆ อยู่พาเอาฮาครืนได้ทุกที บวกกับบรรยากาศอบอุ่น กลมเกลียวในครอบครัวที่มีทั้งน้าชื่น พี่ม่วง แม่อิน หรือแม้แต่ติ่น ผล คือบันเทิงมากครอบครัวนี้ ถ้ารวมแม่สุ่นอีกคนคงเป็นครอบครัวตัวอย่างที่รวมไว้แต่คนดีๆ 

 

 

นักแสดงสมทบท่านอื่นๆ : จริงๆ ชอบทุกตัวละคนเลยค่ะ ทั้งฝ่ายร้ายฝ่ายดี เวลาที่ดูละครแล้วจะทวิตชมคนหนึ่ง ตัดมาที่ฉากของอีกคนก็อยากจะชมอีก คือเรียกได้ว่าชมไม่ทันเลยค่ะ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเหลือเกิน แต่ต่างก็มีวาระและซีนของตัวเอง บางคนอาจจะเห็นว่ามาเนิบๆ เรื่อยๆ ในตอนต้น แต่เมื่อถึงเส้นเรื่องที่ต้องแสดงฝีมือของตัวเอง ปล่อยของเป็นยังไงได้รู้กันเลย ไม่ว่าจะเป็นก็อต จิรายุ, โบวี่ , น็อต  วรฤทธิ์, บอล วิทวัส, เมจิ, เต๋า สมชาย, มิ้ง ฟากอังวะหรือฟาก กรมขุนวิมล (แหม่ม จินตหรา) , เจ้าจอมอำพัน (ขวัญฤดี) , คุณท้าวโสภา (ปรารถนา)  บทกรมขุนฯ นั้นทีแรกรู้สึกว่ามิได้ฉูดฉาดอันใด พี่แหม่มแทบไม่ต้องใช้วิชาเลย แต่เมื่อยิ่งดูก็กลับยิ่งรู้สึกว่าความไม่อะไรที่ว่านี่ล่ะคือสุดยอด กรมขุนผู้ใจดี นอกจากเป็นที่รักของเจ้าแมงเม่าแล้ว  เราเองก็รู้สึกรักและผูกพันไปด้วย ยิ่งตอนท้ายๆ ที่ทั้งสองต้องพรากจากกันนั้น เราอดใจหายและหวิวโหวงไปด้วยไม่ได้  

 

ความรัก : เป็นการเล่าความรักแบบที่ชอบเลย เลยทำให้ถูกจริตไปกันใหญ่  เรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่โฉ่งฉ่าง แต่กินใจลึกซึ้งเนิ่นนาน ให้ความรู้สึกเรียลๆ เหมือนคนจีบกันใหม่ๆ เอ๊ะ! ใช่ไหมว้า หรือยังไง  แต่ไม่ใช่หรอกน่า  อะไรประมาณนี้ ความรักที่มีเงื่อนไขให้ไม่อาจเปิดเผยความในใจได้มีมาในละครหลายๆ  เรื่อง หากแต่เรื่องนี้เงื่อนไขมันแลดูแปลกใหม่และสมเหตุสมผล  มีความใหญ่หลวงระดับชีวิตและแผ่นดิน คือมันดึงความรู้สึกของคนดูอย่างอิฉันติดตามไปด้วย อินไปด้วยเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์นั้น ด้วยก็อยากให้พระเอกนางเอกเผยความในใจ แสดงออกต่อกัน แต่ถ้าเผลอมากไปคนอื่นจับผิดได้ก็ฉิบหายล่ะทีนี้ เป็นรักต้องห้ามกลายๆ ในแบบที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ให้ใครรู้กระทั่งฝ่ายตรงข้ามที่ตนเองพึงใจ แต่ก็นั่นล่ะค่ะ พอพูดว่าเป็นเรื่องของความรัก มันก็หักห้ามใจยาก อดที่จะเผลอไผลแสดงออกมาแบบไม่รู้ตัวไม่ได้ ควรรึที่จะส่งเพลงยาวไปเกี้ยวเขาในฐานะขันทีแบบนี้ แต่พ่อขันทองก็ยังหลงลืมตัวทำลงไปจนได้ทั้งที่ปากบอกตัวเองว่าไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องอื่น เพราะตนมีหน้าที่ของสายลับที่ทำเพื่อพ่อแม่และบ้านเมืองอยู่  ฝ่ายแม่แมงเม่านั้นเราเองเข้าใจเลย และคิดว่าไม่ยากเลยที่คนเราจะหลงรักใครคนหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงเพศสภาพของเขาได้ด้วยความผูกพัน อบอุ่นใจ ไว้วางใจ ยิ่งมาเจอพ่อขันทองรูปงามผู้ใจดีมาคอยปกป้องยามมีภัย ช่วยเหลือเกื้อกูล ดุว่าสั่งสอนในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร จะอดใจไม่รักได้รึ  เป็นพระเอกเทพบุตรในนิยายที่หายากยิ่งในชีวิตจริงอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้  ไม่ซึน ไม่หยิ่ง ไม่ปากร้าย แต่นิ่งและสุขุม มีความเป็นผู้ใหญ่ที่แอบมีมุมหึงหวงเจ้าแมงเม่าเป็นระยะๆ  คือดี...ดีในความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาพาให้คนดูอินไปด้วย และเชื่อในความรักของทั้งคู่ที่ค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อยจนแนบแน่นลึกซึ้งในที่สุด อีกจุดที่ชอบในละครไทยโบราณก็คือการจีบกันแบบเนิบๆ นี่ล่ะค่ะ เห็นในหลายๆ เรื่องส่งเพลงยาวหรือสื่อสารเป็นนัยด้วยคำพูดหรือสายตา มันชวนฟินบอกไม่ถูกค่ะ  ชอบทุกฮฉากทุกตอนที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะมากน้อย คือได้ฟินทุกที แม้จะนึกแว่บๆ บางครั้งว่าขอมุมหอมแก้มชัดๆ อีกสักหน่อยได้ไหมน้อ  คือในความกลมกลืนของคำว่าละมุนก็พอดีหรอกค่ะ แต่ความรอคอยของแฟนละครที่ลุ้นความรักพระนางก็อดอยากเห็นมุมสวีตเพิ่มอีกนิดไม่ได้

 

 

ความรวดเร็วและกระชับของละคร: จุดนี้รู้สึกเหมือนเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียของละคร ดีคือละครแน่นไปด้วยเนื้อหาที่พาให้ต้องติดตามดูแบบห้ามกะพริบตาเลยสักตอน ซึ่งเราชอบมากค่ะ มันไม่เวิ่นเว้อ ยืดยาด ไม่รู้สึกว่าถูกดึงให้รอลุ้นต่ออาทิตย์หน้า เหตุการณืต่างๆ ถูกสรุปรวดเร็ว เหตูมีผลมาชัดเจน แล้วเล่าเรื่องใหม่ต่อเลย ซึ่งก็พีคในพีคขึ้นไปอีกจากเรื่องก่อนหน้า ดูเรื่องนี้ไม่มีเวลาหยุดคิด หยุดเศร้านานค่ะ คุณต้องไปต่อแม้จะยังไม่พร้อม ซึ่งตรงนี้แหละที่เราว่ามันดูจะเป็นจุดบอดนิดๆ ตรงที่มิอาจขยี้อารมณ์ได้เต็มที่ในจุดที่ควรเป็น  อดคิดไม่ได้ว่าถ้าละครสามารถขยายตอนให้ยาวได้มากกว่านี้ คงจะเก็บเกี่ยวอารมณ์ต่างๆ แต่ละช่วงเหตุการณ์ได้อย่างสมบูรณ์กว่านี้ เราเชื่อว่าถ้าได้ทำ ทีมงานต้องทำได้และดีมากแน่ๆ เพราะตอนนี้ก็นับว่าดีมากๆ อยู่แล้ว    

 

 

หนึ่งด้าวฟ้าเดียว สร้างปรากฏการณ์ให้เกิดกับตัวเองหลายอย่าง และล้วนเป็นครั้งแรกทั้งนั้น ข้อแรกคือจากไม่เคยดูละครหรือซีรี่ส์แบบสดมานานมากแล้วเพราะไม่ชอบรอลุ้นเลยมักจะรอดูรวดเดียวเลย  หลังตอนที่ 6 ไปก็ตามดูสดทุกตอน รีบเคลียร์งาน อาบน้ำอาบท่ามารอละครทุกวันพุธ-พฤหัส จนละครจบไปแล้วนี่เลยอดเหงาไม่ได้ เหมือนบางสิ่งขาดหายไป ช่วงที่ว่างๆ นี่ดูสดจบแล้วก็รีรันต่อเลย  ข้อต่อมาคือหัดเล่นทวิตเตอร์เพื่อสนับสนุนละครและเป็นกำลังใจให้ทีมงาน จากที่มีบัญชีทวิตเตอร์มาหลายปีแล้วไม่เคยใช้เลย ก็มาใช้หวีดละครเรื่องนี้ และก็ทำให้ได้รู้ว่าไถทวิตไปดูละครสดไปนี่มันสนุกดีเหมือนกัน ได้คุยกับคนคอเดียวกัน ได้บอกเล่าความรู้สึกออกไปตอนนั้นเลย แถมส่งสารถึงทีมงานให้รับรู้ถึงคำติชมจากแฟนละครได้ในบัดเดี๋ยวนั้นกันเลยทีเดียว ข้อต่อมาคือสั่งจอง Box set ละครไปอย่างไม่คิดทั้งที่ไม่เคยซื้อละครเรื่องไหนมาก่อน แม้แต่การตั้งกระทู้ให้กำลังใจละครแบบนี้ก็เกิดขึ้นครั้งแรก ด้วยแอบเห็นคำติรุนแรงในทางอคติ หรือการเปรียบเทียบเรตติ้ง การกล่าวหาว่าเป็นละครแป๊ก ตรงนี้เข้าใจว่าคนเรามีรสนิยมไม่เหมือนกัน เราชอบแบบนี้ อีกคนไม่ชอบ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การโจมตีอันเกินกว่าเหตุซึ่งทำให้คนที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานต้องเสียกำลังใจและเสียเซลฟ์ ออกจะดูไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ยิ่งกับละครน้ำดีเรื่องนี้ที่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ก็ห่างไกลจากคำว่าไร้คุณภาพแบบสุดขั้ว  สำหรับตัวเราความบกพร่องในบางจุดถ้าไม่ใช่แผลใหญ่อะไร ก็ไม่ได้ลดคุณค่าที่มีของละครลงได้ 

 

ต้องขอบคุณผู้จัดอย่างอาปิ่น ผู้กำกับ เจ้าของบทประพันธ์ คนเขียนบท นักแสดงและทีมงานทุกท่านด้วยค่ะที่ทุ่มเทสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ออกมา  ‘หนึ่งด้าวฟ้าเดียว’  ได้ขึ้นหิ้งเป็นที่สุดของละครไทยในดวงใจของเราเลยค่ะ คือมันดี ดีและดีมากจริงๆ เคยคิดว่าชอบ...แต่แท้จริงคือรักเลยค่ะ ณ เวลาที่เขียนก็ยังคิดถึงละครมากๆ อยู่  ต้องได้รีรันอีกไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแน่นอนค่ะ

 

 


แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    5
    Comments
    0
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog