คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

2,545

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


2,545

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


46
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ก.พ. 60 / 15:55 น.
นิยาย [Fic The Mask Singer] S-H-Y [Fic The Mask Singer] S-H-Y | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

มาเม้าท์มอยกันได้ที่>>คลิก

____________________________________________________________________________________________________

รายการ The Mask Singer เป็นรายการเรียลลิตี้เกมโชว์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากประเทศเกาหลี และได้รับเรตติ้งท่วมท้นจากผู้ชมทั่วประเทศ มีกติกาคือผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องปกปิดตัวตนภายใต้หน้ากาก ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร สิ่งที่สามารถบอกใบ้ได้ มีเพียงเสียงและเทคนิควิธีการร้องของพวกเขาเท่านั้น

เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่มีจุดหมายปลายทางร่วมกันคือ [การเป็น The Mask Singer คนแรกของประเทศไทย]

และตอนนี้ เขาก็ได้เดินมาจนเกือบจะถึงเส้นชัยนั้นแล้ว

เสียงกระทบของส้นตึกดังก้องไปทั่วระหว่างทาง หน้ากากอีกาดำเดินเข้ามาในสตูดิโอด้วยท่าทางที่เตรียมพร้อมสุดขีด ชายในชุดขนสีกาก้าวเดินอย่างเชื่องช้าทว่าทะมัดทะแมงตามประสาคนสวมรองเท้าส้นสูง วันนี้เป็นการซ้อมวันแรกของแชมป์ประจำกลุ่ม A ซึ่งคือหน้ากากทุเรียน กับแชมป์ประจำกลุ่ม  B นั่นก็คือเขา โดยที่ทางโปรดิวเซอร์ได้พูดกำชับกับพวกเขาไว้ว่า อยากให้การแสดงรอบวันจริงออกมาดีที่สุด “เอาให้ผู้ชมทั้งอึ้งและประทับใจไปเลย แบบว่า รายการนี้สุดยอด!” ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาก็คิดเช่นเดียวกัน

หน้ากากอีกาดำเข้ามาในสตูดิโอที่ใช้ในการซ้อม มือในถุงมือหนังสีดำรับไมโครโฟนมาจากทีมงาน บนเวทีเป็นหน้ากากทุเรียนที่เตรียมพร้อมเอาไว้อยู่แล้ว  พวกเขาสบตากันผ่านหน้ากากครู่หนึ่งก่อนจะหันไปทางใครทางมัน

แต่เดิมก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว

ทีมงานคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแจ้งรายละเอียดกับเขาโดยคร่าวๆ_ซึ่งแอบค่อนไปทางละเอียดอยู่เล็กน้อย_ แต่หน้ากากอีกาดำแทบไม่ได้สนใจในสิ่งที่ทีมงานพูด เพราะว่าความสนใจทั้งหมดของเขาตกไปอยู่ที่ร่างหน้ากากหนามเขียวที่กำลังโยกตัวเบาๆคล้ายคลอตามเพลงระหว่างที่รอเขาไปพลางๆ

ตอนที่ได้แชมป์ประจำกลุ่ม Aและ Bแล้ว พวกเขาทั้งสองถูกเรียกไปพบกับโปรดิวเซอร์ในทันทีเพื่อตกลงเรื่องเพลงที่จะต้องร้องคู่กัน รายละเอียดส่วนใหญ่ถูกแจ้งผ่านทางโปรดิวเซอร์ และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันมากมายนัก

หน้ากากทุเรียนไม่เหมือนหมูป่า รายนั้นเป็นพวกชอบดีดอยู่ตลอดเวลา บทสนทนาส่วนใหญ่จึงเป็นสาวเจ้าที่ชวนเขาคุยเพื่อทำความรู้จักเสียมากกว่า จนไม่นานพวกเขาเองก็เริ่มสนิทกันในระดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็คงไม่กล้าหยอกกันบนเวทีแบบนั้นแน่

แน่นอนว่าหน้ากากทุเรียนเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกัน ดังนั้นการเจอกันครั้งแรกจึงเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก นอกจากคำว่า “สวัสดี” ที่เหลือก็เป็นเพียงความเงียบทั้งสิ้น

หน้ากากทุเรียนมองชายร่างสูง(ที่เสริมส้น)ตรงหน้า  เขาดูเป็นพวกที่จริงจังและซีเรียสกับทุกสิ่งอย่างบอกไม่ถูก ทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปแหย่เล่นหรือกวนตีนแบบผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ นอกจากจะกลัวโดนจะงอยปากจิกใส่แล้ว อีกใจหนึ่งก็แอบเกรงๆส้นตึกของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน(...)

“จะเริ่มทำการซ้อมแล้วนครับ”

หน้ากากอีกาดำพยักหน้า ชายหนุ่มเดินก้าวขาขึ้นเวทีโดยไม่ลืมยืดอกเชิดหน้าขึ้นเพื่อให้ตัวเองดูน่าเกรงขามดุจดังอีกาทมิฬเช่นทุกครั้ง ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการขู่คู่แข่งกลายๆ จะได้รู้ว่าคนแก่เองก็เก๋าเช่นกัน

แต่เขาอาจลืมไปว่า ตัวเองใส่รองเท้าอภิมหาโครตส้นตึกอยู่

ไม่รู้ว่าด้วยก้าวพลาด เหยียบชายเสื้อ หรือส้นรองเท้าเกิดพลิก แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่นทำให้ชายหนุ่มมาดร็อกเกอร์สะดุดร่วงลงเวทีไป ท่ามกลางความตกใจของหน้ากากทุเรียนและทีมงาน

“คุณอีกา!!

กลิ้งเป็นลูกขนุนเลยแหะ...

.

.

.

การเจอกันครั้งแรกว่าแย่แล้ว แต่การเจอกันครั้งที่สองแย่ยิ่งกว่า หน้ากากอีกาดำรู้สึกว่าภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่เทปแรกหายไปภายในไม่กี่วินาที หวังว่าเมื่อครู่นี้คงจะไม่มีใครแอบถ่ายรูปเขาเอาไว้หรอกนะ

ยิ่งไปกว่านั้นคือการซ้อมถูกยกเลิกไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้ซ้อม โดยมีตัวต้นเหตุนั่งรู้สึกผิดอยู่ที่เก้าอี้บริเวณผู้ชม สาเหตุที่ซ้อมต่อไม่ได้เป็นเพราะว่าข้อเท้าแพลงตอนร่วงลงมา ดูเหมือนการใส่ส้นตึกจะสร้างเรื่องให้เขาก็คราวนี้แหละ

“ผมถามจริงๆเถอะครับ สวมส้นสูงซะขนาดนี้นี่คุณอีกาดำฝึกเดินมานานแค่ไหนล่ะครับนั่น”คู่แข่งรุ่นน้องถามในขณะที่นั่งก้มๆเงยๆดูอาการของคนแก่อยู่ที่พื้น

หน้ากากอีกาดำเงียบไปครู่หนึ่ง “...น่าจะราวๆสามเดือน..มั้งนะ”

โอ้โห...

หน้ากากทุเรียนแอบส่ายหัวในใจให้กับความอยากสูงของคนตรงหน้า ไม่แปลกหรอกที่อีกฝ่ายล้มในเมื่อใส่รองเท้าส้นสูงเสียขนาดนี้ สูงกว่าเขาเกือบสอง-สามเท่าเลยน่าจะได้ ชายหนุ่มมองรองเท้าข้างที่ถูกถอดเอาไว้ด้วยสายตาเวทนา ดูจากสภาพแล้วคงซ่อมมาหลายทีแล้วล่ะ

นับถือคุณหน้ากากอีกาดำจริงๆที่ใส่เดินมาโดยไม่ล้มตั้งแต่การอัดเทปครั้งแรก

“คุณอีกาคะ พี่เอาผ้ากับน้ำแข็งมาให้ประคบเย็นเบื้องต้นก่อนค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักรถพยาบาลคงจะมา”

ทีมงานคนหนึ่งเดินเอาของมาให้ เห็นแบบนี้แล้วตัวต้นเหตุยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ จากมาดพญาอีกา ผู้น่าเกรงขามตอนนี้แทบไม่ต่างอะไรกับลูกนกตัวป้อมสีดำเลยสักนิดเดียว

“เดี๋ยวผ--/เดี๋ยวผมทำเองครับ!” เสียงอาสาของหน้ากากทุเรียนถูกกลบด้วยเสียงแหบของคนเจ็บที่ลืมตัวลุกพรวดพราดขึ้นมาเพื่อรับของ โดยลืมคำนึงถึงความแตกต่างของส่วนสูงของข้างที่สวมและข้างที่ไม่ได้สวมส้นตึก ผลคือทำให้ชายหนุ่มมาดร็อกเกอร์ล้มคะมำไปอีกรอบ

ชีวิตจริงไม่ใช่ในละคร ที่พระเอกจะบรรจงรับตัวนางเองเอาไว้ในอ้อมกอดแล้วถามว่า “ไม่เป็นอะไรนะครับ” แต่เพราะเป็นชีวิตจริง หน้ากากอีกาดำเลยล้มใส่หน้ากากทุเรียนไปเต็มๆ

“โอ้ย!!”เสียงร้องประสานกันดังลั่นเมื่อจะงอยปากอันใหญ่กระแทกเข้าหน้าเต็มๆ ส่วนทุเรียนก้านยาวเองก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม นั่นคือการกระแทกใส่กระเดือกคนล้มไปเต็มๆเช่นกัน

ทีมงานรีบกุลีกุจอเข้ามาช่วยพยุงหน้ากากคนเจ็บกับคนปกติที่ถูกทำให้เจ็บกันอย่างอลหม่านก่อนจะพาไปนั่งบนเก้าอี้ หน้ากากทุเรียนหยิบอุปกรณ์ประคบเย็นจากพี่ทีมงานที่ตอนนี้ยืนอึ้งอ้าปากค้างให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ชายหนุ่มร่างเล็กที่ปกติจะอารมณ์ดีตลอด พอมาเจออะไรแบบนี้เข้าก็อดรู้สึกอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาไม่ได้หน่อยเหมือนกัน ถึงจะรู้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยก็เถอะ

“เดี๋ยวผมจัดการเองครับ พี่ๆไปทำอย่างอื่นต่อเถอะ”เสียงที่แปลงผ่านไมค์กล่าว “ส่วนคุณนั่งนิ่งๆไปเลยครับ”หันมากำชับเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะขยับตัวอีกรอบ

หน้ากากอีกาดำจำต้องนั่งลงนิ่งๆเสียไม่ได้ ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้าอีกฝ่าย แต่ฟังจากน้ำเสียงก็พอเดาได้ว่าคงจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ซึ่งก็สมควร คนแก่เลยได้แต่นั่งนิ่งๆให้พยาบาลจำเป็นจัดการกับข้อเท้าของเขาไป

“บวมนิดหน่อย แต่ไม่กี่วันก็คงจะหายครับ”หน้ากากทุเรียนว่าในขณะที่ประคบน้ำแข็งให้อย่างเบามือ ความรู้วิชาลูกเสือได้เอามาใช้ก็วันนี้แหละ ขอบคุณมากครับอาจารย์! “โชคดีที่ไม่ถึงขั้นหัก ไม่อย่างนั้นคงได้เลื่อนวันแสดงออกไปนานแน่” นอกเหนือจากนั้นคือถ้าข่าวรั่วก็มีโอกาสถูกจับได้ว่าหน้ากากอีกาดำเป็นใครสูงมาก ซึ่งเรื่องนี้น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า

หน้ากากอีกาดำไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจรู้สึกแปลกพิลึกที่มีคนไม่สนิทมาทำแบบนี้ให้ แอบเขินอยู่หน่อยๆแหะ  คนมีอายุมองคนเด็กกว่านั่งปฐมพยาบาลไปพลาง บ่นไปพลางไม่ขาดสาย จะบอกว่าแปลกตาเล็กน้อยก็คงได้ ปกติเคยเห็นแต่มาดกวนตีนบนเวที พอมาเจอหน้ากากทุเรียนให้อีกมุมหนึ่งเขาก็เลยอาจจะรู้สึกไม่ค่อยชิน

“เสร็จแล้วครับ”ราชาแห่งผลไม้ว่าเมื่อพันผ้าบริเวณข้อเท้าเป็นอย่างสุดท้าย

“ขอบคุณครับ”

“อ๊ะ! ผมลืมไปอย่างหนึ่ง”

หน้ากากอีกาดำเลิกคิ้ว “ครับ?” แค่นี้ก็เกรงใจคนเด็กกว่าจะแย่อยู่แล้ว นอกจากจะไม่ได้ซ้อม ยังต้องมาทำอะไรแบบนี้อีก

หน้ากากทุเรียนประคองเท้าของหน้ากากอีกาดำขึ้นมาก่อนที่ลมอุ่นจะเป่าออกจากปาก สร้างความตกใจให้กับคนเจ็บและทีมงานบางคนที่หันมาเจอช็อตนี้พอดี

“เดี๋ยวๆ! คุณทำอะไรน่ะ”คนแก่เผลอร้องเสียงดังด้วยความตกใจ

หน้ากากทุเรียนเงยหน้ามองก่อนจะเอียงคอด้วยความสงสัย “ครับ? ก็เป่าไงครับ”เมื่อเห็นอีกคนยังไม่เข้าใจเลยพูดขยายความ “แม่เคยบอกไว้ว่า ถ้าทำแบบนี้จะหายเจ็บเร็วขึ้น” ยัง ยังไม่รู้ตัวอีก!

นี่มันทำลงไปแบบไม่คิดใช่มั้ยเนี่ย!!!

จู่ๆหน้ากากอีกาดำก็ลุกพรวดขึ้นโดยไม่ลืมใส่รองเท้าอีกข้างหนึ่งก่อน “ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขากล่าวโดยทำเสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งแบบกะเผลกๆเท่าที่คนเจ็บคนหนึ่งจะทำได้อย่างรวดเร็วออกจากสตูดิโอไปโดยทิ้งความสงสัยไว้ให้กับหน้ากากทุเรียน

นี่ผมทำอะไรผิดไปรึเปล่า?

คนเจ็บพาตัวเองมาที่ห้องอย่างยากลำบาก ก่อนจะลงกลอนปิดประตูไว้เรียบร้อย ลมหายใจหอบถี่จากการเดินหรือจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่อาจทราบแน่ชัด ชายหนุ่มถอดหน้ากากออกตรงหน้ากระจก สิ่งที่เขาเห็นในนั้นคือตัวเขาที่หายใจถี่หนัก และมีเลือดฝาดไล้ไปตามแก้ม

“ไอ้เด็กบ้านั่น”ส่งเสียงพึมพำในลำคอ อย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร ไม่งั้นพ่อจะตบให้ มีอย่างที่ไหนมาทำแบบนี้กับคนไม่สนิท เป็นใครก็ต้องรู้สึกเขินกันทั้งนั้น หน้ากากอีกาดำสวมหน้ากากกลับเข้าไปตามเดิม แต่ดวงตาก็อดเหลือบมองไปยังผ้าผันแผลที่เท้าไม่ได้

โดยที่ส่วนลึกในใจอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ ว่าแบบนี้...เขาแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มแข่งเลยหรือเปล่า?

________________________________________________________________________________________________________

เรื่องนี้นี่แต่งมาด้วยสองฟีลลิ่งค่ะ คือ 1 อยากเห็นเฮียกาแกเขินกับการกระทำที่ทำไปโดยไม่คิดของน้องเรียน กับ 2 อยากลองเขียนทุเรียนในมุมมองอื่นดูบ้าง อาจจะยังสื่อออกมาไม่ดีเท่าไหร่ก็ต้องอภัยด้วยจริงๆค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.พ. 60 / 15:55


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เด็กหญิงจานบิน จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 เมษายน 2560 / 12:57
    ลุงอีกาาาาา น่ารักจริงๆ เลยน้าาาา ><
    #12
    1
  2. วันที่ 8 เมษายน 2560 / 01:23
    เขินค่ะ เขินมาก ฮือ พวกเขาน่ารัก U////U
    #11
    1
  3. #10 ลักอีกาฟุดๆ
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 22:23
    ขออีกาเคะอีกเรื่องนึงค่ะ#ฟิค
    #10
    0
  4. #9 ลักอีกาฟุดๆ
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 22:22
    ขออีกาเคะอีกเรื่องนึงค่ะ#ฟิค
    #9
    0
  5. #8 ลักอีกาฟุดๆ
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 22:22
    ขออีกาเคะอีกเรื่องนึงค่ะ#ฟิค
    #8
    1
  6. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:39
    ความกลิ้งเป็นลูกขนุนนี้ เค้าสงสารลุงอีกาอ่าาาาาาา ชอบความเขิน อร้ายยยยย//วิ่งไปอุ้มลุงอีกากลับบ้าน 5555555555
    #7
    1
  7. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:45
    แอร๊ยยยย แพ้แล้วเด้ แพ้แล้วเด้~ //ทำเสียงแบบหน้ากากจิงโจ้

    น่ารักจังเลยค่ะ ลุงกาเขิน เราก็เขิน ////////
    #6
    1
    • 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:49
      แอบนึกภาพภาพตามแล้วอดขำไม่ได้ค่ะ&#128514;&#128514;&#128514;
      #6-1
  8. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:33
    แอร๊ น่ารักน่าเอ็นดู น่าขนกลับบ้านมาก//คว้าหมับ
    #5
    1
    • 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:51
      อีกาเป็นของเรา ไม่ให้ค่ะ!!555
      #5-1
  9. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:39
    คนแก่ตอนเขินนี่มันดีกับใจมากจริงๆค่ะ ฮรือออออ
    #4
    1
    • 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:08
      คนแก่มันน่าน้วยค่ะ งื้ออออ
      #4-1
  10. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:06
    แพ้ใจคนอย่างเธอ~ ทุเรียนใสซื่อแต่ทำคนเขินไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ยยยย ><
    #3
    1
    • 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:30
      คนแก่หัวใจมานอ่อนแอออออ~~
      #3-1
  11. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:39
    แพ้ใจตามเม้นแรก-----
    #2
    1
  12. #1 มีน
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:17
    แพ้ใจอ่อออพี่
    #1
    1