[Fic Monsta X] Impositions - Wonho x Minhyuk - โฮกี้

ตอนที่ 2 : CHAPTER I : Unexpected Roommate(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ส.ค. 60



Chapter I


 

 

WONHO PART:

 

               ยินดีต้อนรับสู่โลกของผม ' ชิน โฮซอก '

              คนทั่วๆไปจะรู้จักผมในนาม วอนโฮ หมอวอนโฮ หมอโฮ อะไรเถือกๆนั้นตอนนี้ผมกำลังอยู่ในช่วงฝึกงานปีสี่ โดยปกติผมเป็นคนนิ่งๆตอนอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก keep look พอสมควรตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่น เพราะผมเป็นหมอด้วยเเหละมั้ง เเต่ถ้าใครรู้จักผมจริงๆเเล้วนี่ ต้องบอกเลยว่า สิ่งที่ได้แสดงออกไป  

 

     ไม่ใช่ตัวผมเลยสักนิดเดียว

 

     ภาพลักษณ์เหล่านั้นเป็นเพียงที่ผมสร้างขึ้นมา หรือ เฟค นั่นเอง

     ส่วนตัวตนจริงๆของผมน่ะหรอ

     คือหลังจากนี้ต่างหาก...

        

.....................................

   

@คลับ S ***คลับเปิดใหม่ในกรุงโซล***

               เสียงเพลงอึกทึกครึกโครม เวลานี้ประมาณห้าทุ่มนิดๆมีเหล่าผีเสื้อราตรีมากมายวาดลวดลายกันอย่างสนุกสนาน ผู้หญิงแต่ละคนหุ่นเอ๊กซ์น่ามองกันทั้งนั้น มีเครื่องดื่มมากมายหลากสีสันให้หยิบกันไม่จำกัด ส่วนตัวผมนั้นตรงไปที่ห้องวีไอพีที่เพื่อนของผมได้จองไว้

               เมื่อเปิดประตูเข้าไป เหมือนมันจะมากันครบหมดเเล้ว เเต่ละคนมีผู้หญิงหุ่นแซ่บๆหน้าตาดีถึงดีมากอยู่ข้างกายกันหมด ยกเว้นหนึ่งคนที่นั่งนิ่งๆมือถือแก้วไวน์ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ปาร์ตี้นี้เกิดขึ้น

            "เฮ้ย ไอ้วอนโฮ มึงช้าจังวะ หลอกเต๊าะสาวอยู่ข้างนอกหรือไง” ไอ้จูฮอนหนึ่งในเพื่อนของผมพูดขึ้นโดยที่มือมันก็ยังคงเกาะเกี่ยวเอวผู้หญิงผมบลอนด์ในชุดเดรสสีเเดงสดอยู่

            เออ ไอ้วอนโฮ เผลอไม่ได้เลยนะมึงมือไวใจเร็วนี่มันมึงจริงๆ " อ้าวไอ้ไอเอ็มก็ผสมโรงกับเขาด้วยว่ะเฮ้ย ว่าเเต่ผมมันนี่ก็มือปลาหมึกไม่ต่างกันนั้นเเหละฟังกันหน่อยได้มั้ยครับเพื่อน

            โทษที กูพึ่งออกวอร์ดวะ วันนี้มีเคสมาสะเย็นพี่ที่ดูเเลกูเขาให้อยู่รับหน้าเเทนพี่เขาไปก่อน เพราะเขาท้องเสียกะทันหัน " พอผมพูดไปแบบนี้ ไอ้ชยอนูเพื่อนที่สนิทกับผมมากสุด อาจเพราะเรื่องอายุใกล้ๆกันด้วยนี่เเหละคุยกันรู้เรื่องหน่อยก็พูดเปลี่ยนหัวข้อเปิดประเด็นทันที ขอบใจมากไอ้หมีมึงนี่มันเพื่อนกูจริงๆ

            ช่างหัวเรื่องของไอ้วอนโฮมันเถอะ มาฉลองให้กับความโสดของไอ้ฮยองวอนกันเถอะเว้ย เอ้า! ชน!

 

            ชน!” ทุกคนพูดพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั่น เเต่ฮยองวอนคนที่พึ่งอกหักมาหมาดๆ ผมรับรู้ได้ว่าใจจริงมันต้องกดเก็บความรู้สึกที่เศร้าเอาไว้มากมายถึงเเม้มันจะบอกออกมาว่า

 

     คนเหี้ยๆเเบบนั้น กูไม่เสียเวลาไปคบกับมันต่อหรอก ' หรือ

 

     มึงไม่ต้องเป็นห่วงกูเป็นคนเลือกที่จะจบกับมันเอง เเม่งเหี้ยเกิน กูรับไม่ได้ว่ะ’

 

     เเละอีกมากมายที่มันหามาทำให้พวกผมรู้สึกไม่ต้องกังวลไปกับมัน ทำไมผมถึงรู้น่ะหรอก็เเค่เเอบลอบสังเกตใบหน้าของเขาโดยที่ไม่ให้เขาจับได้เเค่นั้นเอง เเววตากับสีหน้าเวลาที่อยู่กับตัวเองคือความรู้สึกจริงๆที่หากสังเกตดีๆมันจะชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อเลย

 

........................................

 

               ปาร์ตี้นี้ถ้าให้พูดกันตรงๆก็คือเลี้ยงเหล้าย้อมใจคนอกหักน่ะเเหละไอ้ฮยองวอนเมาเเอ๋ เพราะพวกผมไม่ได้ดื่มกันธรรมดาๆ เราเล่นเกมกันครับ ใช้ไอ้ขวดที่กระดกกันมาเป็นอุปกรณ์ในการเล่น คือหมุนโดนใครก็ต้องซดกันไป อย่างที่ชาวบ้านเขาชอบเล่นกัน เเละเเน่นอนผู้ที่โชคร้ายโดนบ่อยสุดในรอบนี้ คือ ไอ้ฮยองวอน

     มันโดนเเกล้งครับ เหล่าเพื่อนตัวเเสบจัดหนักขี้โกงหมุนโดนฮยองวอนหลายรอบมาก ส่วนผมโดนน้อยครับ เพราะพรุ่งนี้ต้องเข้าวอร์ดอีก เลยรอดตัวไป ตอนเล่นกันก็สนุกครับมันส์ดี เเต่ละคนเวลาเมานี่เเถบเอาหน้าไถไปกับพื้น ก็ตลกดี เเต่ตอนจะกลับนี่ผมเเทบกุมขมับ ภาระหน้าที่ในการส่งพวกเพื่อนนรกกลับบ้านตกมาเป็นของผมกับไอ้ชยอนูที่ยังพอมีสติไม่เหมือนไอ้สองสามคนที่เหลือ

        “อย่าดิ้นสิวะ มึงจะให้กูทิ้งมึงไว้ที่นี่ดีมั้ยห๊ะ " เพื่อนเเต่ละคนมือไม้จะปัดอากาศอะไรกันหนักหนา มันโดนหน้าผมเข้าหูเข้าจมูกหมดล่ะเนี่ยเดี๋ยวพ่อก็ทิ้งมันตรงนี้สะเลย เเต่ยังเป็นโชคดีของผมที่ผมเป็นคนที่ตัวใหญ่กว่าไอพวกนี้อยู่ เเล้วก็มีชยอนู อยู่ช่วยด้วยอีกเเรงในกลุ่มผมกับมันนี่กล้ามปูสุดละ

                ผมขับส่งทุกคนจนเหลือคนสุดท้าย 'ฮยองวอนบ้านของไอ้นี่อยู่ใกล้บ้านผมที่สุดเลยหากเทียบกับพวกที่เหลือ ตอนนี้ภาวนาอย่างเดียวคืออย่าอ้วกบนรถผมก็พอ

        “นี่... วอนโฮฮยองวอนพูดขึ้นมาระหว่างที่ผมกำลังขับรถอยู่

        "ว่าไง” ผมก็ตอบกลับไป ตอนนี้ในรถเงียบมากครับ

        “มึงว่า... กูงี่เง่า... เจ้าใจยาก... เรื่องมาก... มากปะวะคนข้างๆถามผมมาเเบบนี้ นั่นทำให้ผมเงียบไปเลยเหมือนกันนะ นั่นสิพอมาเป็นคนที่ใกล้ตัวเราจริงๆ หรือเป็นคนที่เราค่อนข้างเเคร์เขาในระดับหนึ่งเราก็รู้สึกว่าต้องระวังคำพูดของตัวเองให้มากๆโดยเฉพาะกับคนที่พึ่งเจอเหตุการณ์เเย่ๆมาเเบบนี้ เเต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้จรรยาบรรณเเพทย์ของผมที่ได้ซึมซับมาแม้จะน้อยนิดก็ตาม มันสั่งให้ผมพูดออกไป

         “มันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าเราเป็นคนยังไงหรอก มันอยู่ที่ใจของอีกฝ่ายมากกว่า ถ้าเขาหมดรักเราไปเเล้ว ต่อให้เราเป็นคนดีเเค่ไหน เขาก็ไม่มาใยดีหรอก” ผมได้แต่ขอโทษเขาในใจหลังจากที่ได้พูดประโยคที่ตรงแสนตรงดั่งไม้บรรทัดออกไปแบบนั้น เพราะผมไม่อยากให้ความหวังกับความรักที่มันพังพินาศแบบนั้น อยากให้มันเจอคนที่ดีกว่าและทำใจได้ไวๆยิ่งดี

               ผมหวังว่า ประโยคที่ผมพูดไปจะทำให้เขาเลิกโทษตัวเองเเละสามารถผ่านเหตุการณ์ตรงนี้ไปได้ในเร็ววัน

      เเต่ทว่า...

 

     "...คร่อก...ฟี้”

 

     ถ่   มึงก็ให้กูคิดคำพูดเท่ๆอยู่ได้ตั้งนาน ...ไอ้เเช เอ้ยย

 

  WONHO PART:  END

 

               หลังจากที่คนตัวสูงได้ยินเสียงลมหายใจของคนตัวเล็กกว่าที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างสม่ำเสมอ ก็คิดว่าเขาได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

        “อ้าว ชิงหลับไปซะงั้น" คนที่กำลังขับรถอยู่พูดขึ้นมาเสียงเบาๆ เพราะกลัวไปทำให้คนข้างๆตื่นขึ้น

 

     ทว่าคนข้างๆที่ว่านั้น เเกล้งทำเป็นหลับ เเล้วหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง

 

     พร้อมกับ 'รอยยิ้ม' ที่ปรากฎออกมาตรงมุมปากหยักสวยนั่น

 

        ‘ขอบคุณนะมึง

     ประโยคสุดท้ายที่ผุดขึ้นมา ก่อนจะผล็อยหลับไปจริงๆ…

 

.........................................

 

WONHO PART:

 

     ผมขึ้นมาอยู่หน้าห้องของผู้ป่วยปริศนานี้ที่ผมต้องมาเเอบดูอาการ ในฐานะ      รูมเมทของห้องนี้ ผมจะได้สวมบทเป็นรูมเมทจำเป็นของคนไข้ป้ายบนประตูห้อง คือเลข 1313 ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนจากที่น้าอีบอกไว้ ผมจึงกดกริ่งไป 1 ครั้งเเต่ไม่มีคนออกมาเปิด จึงกดย้ำไปอีกหนึ่งครั้งแต่ก็ยังคงไม่มีคนออกมาเปิดอีก จนมีครั้งที่สามสี่ห้าตามมา จนถึงตอนนี้ประตูตรงหน้าก็ยังไม่ขยับผมจึงลองบิดลูกบิดประตูเเละพบว่า

 

     มันไม่ได้ล็อค....

 

     พอเปิดเข้าไปสายตาก็ไปปะทะเข้ากับสายตาหนึ่งเข้า คนที่มีนัยน์ตาสีดำอมน้ำตาล ปากเเดงๆ กับผิวขาวๆที่มีหยดน้ำเกาะอยู่บนใบหน้าเหมือนพึ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เส้นผมสีเข้มที่ลู่ลงมาตามรูปหน้า ทำให้คนตรงหน้าดูเซ็กซี่เป็นบ้า เหมือนเขาตรงหน้าผมอ้าปากกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ว่านะไอ้หมอนี้มันหน้าคุ้นมาก รู้สึกจะเป็น...

 

           เฮ้ย! นี่มึงเป็นใครวะ!” คำพูดของเขาไม่ได้ดึงสติของผมเลยแม้แต่น้อย

 

           ภรรยาในอนาคต

               เพ้อไปไม่ทันไร คนตรงหน้าก็เดินตรงมาที่ผมอย่างเร็วหวังจะผลักผมออกไปจากห้องของเขาเเต่ว่า ผมนั้นไวกว่าคว้าข้อมือคนตัวเล็กเเล้วผลักเขาเข้าไปพร้อมกับปิดประตู เพราะกลัวจะเป็นที่สังเกตของเพื่อนร่วมอพาธเมนต์จนเกินความจำเป็น

 

               ปัง!

 

               รู้สึกจะปิดเเรงไปหน่อย คนตรงหน้าเเรงน้อยสะที่ไหน

     เขาถลึงตามองผมอย่างโกรธๆเหมือนลูกแมวน้อยที่ถ้าเผลอทีได้โดนข่วนเข้าแหงๆ ผมกับเขายังคงยื้อหยุดชุดกระชากแบบนั้นพอคนตัวเล็กกว่าเริ่มรู้ว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงสู้ไม่ไหว ส่วนผมน่ะหรอมัวแต่มองหน้าที่เอาเรื่องของแมวน้อยตรงหน้าอยู่น่ะสิ

     มึงเข้ามา ต้องการอะไร!” สุดท้ายเขาก็พูดออกมาบวกกับแววตาที่จ้องจะเอาเรื่องผม แทนการยื้อที่ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรแทน

     คุณ…” ผมที่สติสะตังยังมาไม่ครบเท่าไร ทำให้สมองตอนนี้มันคิดประโยคคำตอบข้อสงสัยของคนตรงหน้าไม่ได้ดีเท่าที่ควร เลยพูดคำอะไรไม่รู้ออกไปตายเอาดาบหน้าแทน นั่นทำให้คนตัวเล็กยิ่งถลึงตาใส่เข้าไปใหญ่ และกระทืบเข้าที่เท้าผมอย่างจัง จนผมเผลอปล่อยเขาให้เป็นอิสระกระโดดเหยงๆด้วยความเจ็บ

     ตอนนี้ภาพลักษณ์หมอของผมคงหายไปหมดแล้วแหละ ต้นตอทั้งหมดก็มาจากคนตรงหน้านี่เอง โอ้ย!เท้าหนักเป็นบ้า 

     ผมแกล้งทรุดตัวลงไปเรียกคะแนนสงสารร้องโอดโอยเล็กน้อย เพื่อให้คนตรงหน้าเขาเห็นใจสักหน่อย


แต่  

.

.

ผมคิดผิด  

นอกจากเขาจะไม่สงสารแล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้ไปเอาของใกล้ๆมือมาจัดการผมสะด้วย ตอนนี้เขาอยู่ในเสื้อแขนยาวสีดำที่ไม่รู้ไปหยิบมาสวมตอนไหนกับกางเกงขาสั้นเนื้อเข่าเล็กน้อย คงไปหยิบมาใส่ตอนผมเล่นละครปัญญาอ่อนๆ อยู่แน่ๆเลย

     เฮ้ ใจเย็นๆ ผมมาเป็นรูมเมทคนใหม่ของคุณ” ผมยกมือขึ้นห้ามและพูดจุดประสงค์ที่มาที่นี่ ก่อนที่คนตรงหน้าจะคว้าของสัมมนาคุณต้อนรับผมสะดิบดีมาฟาดเข้าสะก่อน แจกัน ใบใหญ่ยกค้างกลางอากาศอยู่เหนือหัวผม ฟู่....

     ดูเหมือนจะได้ผล เขาวางแจกันลงแล้วมองผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แววตาแสนเย็นชาแผ่ออกมาพร้อมกับคำพูดที่ทำร้ายจิตใจแบบสุดๆ

     กลับไปสะ...” เขายังคงมองผมแบบนั้นโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า บรรยากาศตอนนี้คุกรุ่นเริ่มอึดอัดชวนให้ใจหาย ผมพยายามเข้าไปอธิบายให้เขาเข้าใจว่าผมแค่มาเป็นรูมเมทเฉยๆ แค่คนหารค่าเช่าห้องต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องสนใจกันอะไรขนาดนั้น แต่พอก้าวเข้าไปเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น ก็โดนคนตรงหน้าตะคอกกลับมา

     กูขอสั่งให้มึงย้ายออกไป!” เมื่อโดนตะโกนใส่แบบนั้นอีกรอบแต่คราวนี้เป็นประโยคที่รุนแรงกว่า ผมผงะไปเล็กน้อยเท้าที่ว่าจะก้าวออกไปกลับถอยหลังสองมือล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงแบบสบายๆ ใบหน้าถูกปรับให้นิ่งขึ้นแล้วยิ้มที่มุมปากเอียงคอมองคนตรงหน้าเล็กน้อย แล้วพูดตอบกลับใส่คนตัวเล็กตรงหน้า

     ถ้าผมไม่ไป...” ลากเสียงยียวนยาวๆแล้วทำตาหรี่ลง อย่างมีเลศนัย

     “…แล้วคุณจะทำไม?” ครบสูตร ปฏิกิริยาของคนตรงหน้าตอบสนองแรงมากเสียจนรู้เลยว่าอาการของคนที่เป็นน่าจะระยะที่เป็นเอามากพอสมควรพอเจอประโยคที่จงใจ ทำให้โมโห’ เข้าไปก็ทำให้เขาโกรธจนหน้าแดง หายใจแรงเหงื่อเริ่มผุด เหมือนพยายามสะกดอารมณ์ตัวเอง

      รู้สึกว่าวิธีการทดสอบความรุนแรงของอาการในแบบฉบับผมจะรุนแรงและได้ผลดีไปหน่อยทำให้ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังจะทำต่อไปนี้มันน่าหวาดเสียวขนาดไหน

     ก็จะทำแบบนี้ไง!!!”  ไวกว่าความความคิดคนตัวเล็กตวาดเสียงลั่นและก้าวเร็วๆตรงไปยังหน้าต่าง เปิดผ้าม่าน ตามด้วยกระจก ยกเท้าขึ้นมาข้างหนึ่ง เพียงเท่านั้นผมรีบวิ่งเข้าไปดึงต้นแขนข้างหนึ่งของเขาอย่างแรงจนตัวเขาเข้ามากระแทกหน้าหน้าอกผมอย่างจัง เขาเตี้ยกว่าผมไม่มากเท่าไร หน้าผากอยู่ประมาณจมูกผม แต่ถ้าเรื่องความใหญ่ของขนาดตัวล่ะก็ ผมชนะใสๆนั่นเลยทำให้เขามาตามแรงผมได้อย่างไม่ต้องใช้แรงแบบสุดตัวขนาดนั้น

      แต่ด้วยแรงดิ้นสุดใจของคนที่อยู่ในอ้อมแขนก็ทำให้มันหลุด แล้วจะกระโจนออกไปที่หน้าต่างอีกรอบหนึ่งนั่นทำให้ผมต้องใช้แรงบังคับให้มากกว่าเดิมผมเปลี่ยนวิธีคว้าจากดึงต้นแขนเป็นคว้าเอวที่ค่อนข้างบางของเขาจากด้านหลังมาแนบไว้กับหน้าท้องที่แข็งแรงจากการเล่นฟิตเนสเป็นประจำ แล้วใช้มืออีกข้างสอดผ่านวงแขนเข้าไปล็อกไหล่ด้านหน้าของเขา และลากให้ออกห่างจากหน้าต่างให้ได้มากที่สุดแบบทุลักทุเล มือของคนตัวเล็กจิกและหยิกมือผมให้ปล่อย ตัวดิ้นขลุกขลักๆตะโกนโหวกเหวกโวยวาย แต่มันไม่ง่ายเหมือนตอนแรกหรอก เพราะผมล็อกตัวเขาไว้หวังไม่หายหลุดไปง่ายๆเหมือนตอนแรก

      เมื่อการจิก หยิก ทุบและตี มือและแขนผมไม่เป็นผลเลยทำให้คนตรงหน้าเปลี่ยนท่าทีออกไป เขาทิ้งมือที่ทำร้ายผมอยู่ ตอนนี้ลงมาเหมือนคนอ่อนแรงจากที่ตะโกนก็เงียบไป เข่าก็อ่อนยวบกลายเป็นว่าหากผมไม่ล็อกตัวเขาไว้คงเป็นสภาพที่เขาลงไปกองกับพื้น ผมที่เห็นอาการของคนไข้สงบลงก็ค่อยๆนั่งลงเพราะแรงจากคนตัวเล็กที่ขัดขืนผมก็ทำให้เหนื่อยกันไปไม่น้อยเลยเหมือนกัน กลายเป็นตอนนี้ผมนั่งเอาหลังพิงกำแพงขาเหยียดออกไปข้างหน้าทั้งสองข้าง กับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ในท่าเดียวกันแต่ยังมีผมที่ล็อกตัวเขาไว้อยู่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถลาตัวไปที่หน้าต่างอีก

      บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้งตัวคนที่ผมกอดอยู่ ไหล่บางๆเริ่มสั่นไหว และมันเริ่มสั่นมากขึ้น เหงื่อมากมายเริ่มผุดขึ้นมาตรงขมับ มากขึ้นและมากขึ้น คนที่อยู่ในอ้อมแขนแกมบังคับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้า แล้วเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างจริงจัง เหมือนเด็กๆที่พอทำอะไรไม่ได้แล้วก็ร้องไห้ผมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจไม่ดีเลย

      ใบหน้าสวยๆไม่น่าเต็มไปด้วยน้ำตาแบบนี้เขาควรจะมีรอยยิ้มที่สดใสมีความสุขมากกว่าที่เป็น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำไมคนตัวเล็กถึงกลายมาเป็นคนที่ซึมเศร้า อะไรที่พรากความร่าเริงและรอยยิ้มหน้ามองของคนที่เขากอดอยู่ไป เพราะอะไรกันนะ...?

     ถะ...ถ้าคุณไม่ไป ฮึก...ผมจะไปเอง ปล่อยผม...ฮึก ฮือ ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็คลายแขนที่ล็อกเขาออก แต่เปลี่ยนมาเป็นกอดเขาเฉยๆจากด้านหลังแทน ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแค่เพียงเห็นเขาร้องไห้ก็ทำให้ใจอ่อนยวบ อยากปลอบ อยากจูบขมับซับเหงื่อเขาสะ ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษที่มีหลงเหลืออยู่บ้างก็ไม่กล้าทำถึงขั้นนั้น แค่ใช้มือข้างหนึ่งกอดที่เอวเข้าไว้ส่วนอีกข้างก็เลื่อนมาลูบหัวเขาเบาๆ

     ขอโทษนะ ที่ผมพูดจาไม่ดีออกไปแบบนั้น” ผมพูดอยู่ข้างหลังหัวเขาเเบบนั้นส่วนมือก็ลูบหัวเขาไปด้วย อย่างไม่รู้จะทำยังไงให้เขารู้สึกดีขึ้นได้จากตอนนี้

     แต่ผมอยากอยู่กับคุณจริงๆนะ…” อยากดูแล... อยากปกป้อง... อยากรักษาเอาไว้

     ให้ผมอยู่ที่นี่กับคุณนะ มินฮยอก” ประโยคสุดท้ายผมกระซิบข้างๆหูของเขา นั่นทำให้เขาที่ตัวสั่นไหวอยู่สงบนิ่งลงทันที

 

     ผมแค่หวังว่า...

 

     หลังจากนี้ต่อไปที่อยู่กับเขา....

 

     จะไม่เจออะไรที่พีคๆแบบคาดไม่ถึงอย่างวันนี้อีกนะ....

 

     แค่หวังว่าจะเป็นเเบบนั้น

 

Wonho Part: END

 

..................... 55 % ......................


MINHYUK PART:


     ให้ผมอยู่ที่นี่กับคุณนะ มินฮยอกเสียงนั่นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผมอยู่ ไม่รู้เพราะอะไรมันถึงทำให้ใจผมที่ตอนแรกรู้สึกอยากปลิดชีวิตตัวเองมันเย็นลงได้ขนาดนี้ มันอบอุ่นอยู่ในใจลึกๆเหมือนที่ผมต้องการมาตลอดจากใครคนหนึ่งแต่กลับไม่ได้รับอย่างที่มันควรจะเป็น

     ตอนนี้ผมเอามือตรงหน้าออกแล้วหงายมือวางมันไว้เฉยๆข้างลำตัว ตาที่พร่าไปด้วยน้ำตามองตรงไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย ผมนึกถึงหน้าใครคนหนึ่งที่ไม่อยากให้มันหลงเหลืออยู่แม้แต่เศษเสี้ยวในความทรงจำขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ ผมเกลียด... เกลียดสิ่งที่มันเคยสร้างความทรงจำแสนหวานไว้กับผม เกลียด...ที่ครั้งหนึ่งเราเคยรักกันแต่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฝั่งนั้นหยิบยื่นให้มันเป็นเพียงแค่ความรักโง่ๆจอมปลอม ที่มีเพียงแค่ผมที่คิดไปเองอยู่ฝ่ายเดียวว่ามันคือของจริง

     ปล่อย...เป็นเพียงคำสั้นๆที่ได้เอ่ยปากพูดไปหลังจากปล่อยให้บรรยากาศมันเงียบมานานพอสมควร

     ฟึ่บ

     คนที่เหมือนกอดเขาอยู่กลายๆยอมปล่อยแต่โดยดีต่างจากตอนแรกที่ให้ตายยังไงก็ไม่ยอมให้อิสระแก่เขาเลยก็ตาม ดูท่าเจ้าตัวคงพอจะมั่นใจในระดับหนึ่งว่าตอนนี้อารมณ์ของผมมันเย็นลงจนไม่น่าทะเล่อทะล่าไปทำอะไรสิ้นคิดอีกแล้ว

     ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละอาการชั่ววูบของผมมันหายไปหมดแล้วเหลือแต่ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้เข้ามาแทนที่ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันคือความรู้สึกอะไรกันแน่รู้แค่ว่าอยากอยู่เฉยๆมากกว่า บางทีก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุแล้วก็ชอบนึกถึงเรื่องไร้สาระที่ผ่านมาแล้วแต่ดันมีผลต่อจิตใจของผมสุดๆ อาการแบบคนอ่อนไหวง่ายทั่วๆไปน่ะแหละที่ผมคิดน่ะนะ

     หลังจากคนที่ตัวใหญ่กว่าผมแล้วก็ไม่มีร่างกายที่นุ่มนิ่มน่าสัมผัสแบบนั้นเลยสักส่วนหนึ่งยอมปล่อยแล้วผมก็ลุกขึ้นมาแบบไม่รีบร้อน เพราะเดี๋ยวเขาเกิดจะเข้ามาล็อคตัวผมอีกผมไม่เอาล่ะนะถ้าเป็นผู้หญิงตัวนิ่มๆก็ว่าไปอย่าง

     นาย...ชื่ออะไร ผมถามเขาไป เขาที่พึ่งลุกตามผมมาติดๆก็มองผมด้วยหน้าตายิ้มๆจริงๆเขาก็ไม่ได้ดูเป็นคนเลวร้ายอะไรล่ะนะ หน้าตาดีด้วยซ้ำไปแต่แค่ผมหน้าตาดีกว่าเท่านั้นเองแต่ร่างกายที่ใหญ่กว่าผมค่อนข้างมากของเขาต่างหากล่ะที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ลึกๆ กลัวขัดใจแล้วจะถูกอัดเละคาห้องสะก่อน

     ชื่อ ชิน โฮซอก แต่เรียกวอนโฮเฉยๆก็พอ คนที่บอกว่าตัวเองชื่อวอนโฮพูดแบบนั้นเสร็จเขาก็เดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้าที่ขนมาด้วยของที่ขนมามีไม่มากนักแค่กระเป๋าใหญ่ๆหนึ่งใบ แค่นี้เอง...


     นี่มันกะจะมาใช้ของผมหมดเลยป่ะเนี่ย ไม่ได้ละ!

     นาย! ไม่ว่าจะมาจากไหน ใครสั่งให้มาก็ช่าง…” จริงๆผมรู้อยู่แล้วว่าจะมีคนมาแชร์ห้องด้วยเพราะอาเป็นคนบอกผม แต่แค่ไม่คิดว่ารูมเมทจะเป็นคนนี้คนที่ดูเผินๆก็คิดว่าเขาน่าจะฐานะดีไม่น้อยไม่น่าจะมาอยู่แบบหารค่าเช่าห้องกับคนธรรมดาๆอย่างผมเลย หมายถึงเขามีโอกาสเลือกแบบไปอยู่คอนโดหรูๆคนเดียวสบายใจดีกว่ามาเสียความเป็นส่วนตัวเพราะผมแบบนี้ล่ะนะ

     แต่มาอยู่ที่นี่แล้วต้องทำตามกฎของกูด้วย ในฐานะที่กูมาอยู่ก่อนมึงมึงต้องทำตามกฎที่กูตั้งเพื่อความสะดวกใจทั้งสองฝ่ายกฎของผมมันไม่งี่เง่าหรอกสบายใจได้ไอ้หล่อ จริงๆเเล้วไม่รู้ว่าใครเด็กกว่าใครด้วยซ้ำ ผมหรือมันแก่กว่ากันอะไรยังไงรู้แค่ว่าพูดภาษาดอกไม้กับมันไปแล้ว

     คนที่ต้องทำตามกฎของผมโดยที่ยังไม่ได้สมัครใจทำอย่างเป็นทางการแต่อย่างใดเงยหน้าจากการยุ่งกับข้าวของของเขาเองแล้วมองมายังผม เลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย

     กฎ...? กฎอะไร ว่ามา รูมเมทคนใหม่ของผมคุยง่ายกว่าที่คิดไว้ ซึ่งก็ดีมากๆเลยไม่งั้นเดี๋ยวผมจะอารมณ์เสียสะเปล่าๆถึงจะแก่กว่าผมก็ไม่ละเว้นถ้าใครมันทำผมโกรธขึ้นมาจริงๆ

     ง่ายมาก! มีแค่สองข้อ ข้อหนึ่งเราทั้งสองคนต่างคนต่างอยู่ ไม่ควรก่าวก่ายซึ่งกันและกันไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ข้อที่สองถ้าไม่เข้าใจให้ไปดูที่ข้อหนึ่งใหม่ แล้วถ้าทำไม่ได้ก็นู่นเลย...ผมชี้ไปที่ประตูเขาก็มองตามที่ผมชี้ไปครู่หนึ่งและหันกลับมามองที่ผมอีกครั้งแต่คราวนี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมันทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตผม ณ ตอนนี้ ตอนร่างสูงสืบเท้าตรงมาที่ผมยืนอยู่อารมณ์บนหน้าใบหน้าก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนเป็นยิ้มกรุ่มกริ่มสีหน้าเจ้าเล่ห์ แม่งเอ้ย! มันคิดอะไรอยู่วะ

     งั้นผมเอง...ก็ขอตั้งกฎขึ้นมาบ้าง...ก้าวถอยหลังมาไกลจากจุดเดิมแค่ไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ที่รู้ๆคือตอนนี้ด้านหลังผมมันเป็นกำแพงแล้วด้วยสิ เพียงไม่นานนักร่างที่สูงกว่าผมไม่มากก็ต้อนผมจนมุม และเอามือของเขายันไว้กับผนังทำให้แขนใหญ่ๆของนั้นกั้นผมเอาไว้

     สถานการณ์ตอนนี้สำหรับตัวผมไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่

     ตาพยายามจ้องสู้กลับไปแม้ใจจะเริ่มสั่นแล้วก็ตามถ้าให้ผมพูดตอนนี้อาจจะทำให้รู้ได้ว่าเสียงสั่นแล้วก็ได้ แต่ยังไงต้องทำใจกล้าไว้ก่อน คิดว่านะ...

     กฎข้อที่หนึ่ง ห้ามทำอะไรสิ้นคิดอย่างวันนี้อีก เพราะผมขี้เกียจไปให้ปากคำกับตำรวจในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์ ในกรณีเกิดคุณตายขึ้นมาน่ะนะ...หลังจากได้ยินกฎข้อแรกมันก็สามารถทำให้คิ้วผมกระตุกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

     ฮึ้ย! เขาใช้คำว่าห้าม เลยหรอนี่มันประโยคคำสั่งชัดๆ แล้วอีกอย่างใครจะอยากให้มันเกิดเรื่องทำนองนี้กันล่ะถ้าไม่มีมูลน่ะ มูลในวันนี้ก็ไอ้คนตรงหน้าเขานี่แหละ ผมโยนให้มันคนเดียว!!!

     อ๊ะๆยังไม่จบ... พอผมทำท่าจะขืนตัวออกจากการกักบริเวณกลายๆของเขาเขาก็เอาแขนอีกข้างมาขวางไว้อย่างรวดเร็วนั่นทำให้ผมชนกับแขนของเขาไปหน่อยหนึ่ง ยังดีที่ขืนตัวทันไม่อยากจะโดนตัวมันเลยเดี๋ยวเกิดอารมณ์อะไรขึ้นมาอีกก็ไม่รู้

     กฎของผมมีแค่ข้อเดียว แต่!...ถ้าทำไม่ได้คุณจะต้องโดนทำโทษ หลังจากได้ฟังแบบนั้นคิ้วผมก็ขมวดกันเป็นปมยุ่งๆเหมือนกับเงื่อนตายดีๆนี่เอง เขาบอกว่าถ้าทำไม่ได้จะโดนลงโทษงั้นหรอนึกว่ากลัวหรือไง

     กล้าไง๊…” มันของไม่ขึ้นผมไม่เลิกอ่ะพูดเลย มาทำท่งทำโทษเป็นเด็กๆไปได้โตๆกันแล้วไม่น่าคิดอะไรไร้สาระแบบนี้ได้นะ กระจอกว่ะ! และไม่ลืมที่จะทำหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่างใส่มันไปด้วย เดี๋ยวได้รู้กันตัวใหญ่ก็ใหญ่ไปเถอะมันอยู่ที่ใจล้วนๆ

     ลองมั้ยล่ะ...ยังไม่ทันจะได้คิดคำตอกกลับให้แสบๆคันๆเล่น เขาก็ทำการปิดปากผมสะแล้ว แม้จะไม่ได้ลุกล้ำอะไรแม้แต่นิดเดียวแต่มันก็แนบแน่นจนทำให้ใจของผมมันหวิวๆแปลกๆ

     เขาไม่ขยับริมฝีปากแต่อย่างใดฉกฉวยโอกาสที่ผมกำลังช็อคนานจากความบ้าบิ่นของคนตรงหน้าค้างไว้แบบนั้น ทำให้เหมือนเราแลกเปลี่ยนลมหายใจใกล้ๆกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สิ่งนี้กลับยิ่งเป็นตัวทำลายล้างสติของผมชั้นดี ตอนนี้ผมแทบจะหาสติตัวเองไม่เจอ

     เนิ่นนานเขาก็จึงถอนรีมฝีปากผมได้แต่มองหน้าเขานิ่งๆอยู่แบบนั้น เขาเองก็มองหน้าผมเช่นเดียวกันเป็นใบหน้าที่ผมเดาความรู้สึกเขาเองไม่ถูก ในตอนแรกเหมือนเขาจะกดมันลงมาอีกครั้งแต่ก็เปลี่ยนใจค้างไว้แค่เพียงอีกนิดเดียวก็จะทาบลงมาอยู่แล้ว และผละออกไป

     คราวนี้รู้แล้วนะ...

     “….”

     ว่าทำจริง

     “….”

     คราวหน้า...

     “…”

     ไม่หยุดแค่นี้แน่

     ทิ้งระเบิดลูกขนาดย่อมๆเอาไว้ระเบิดความรู้สึกผมเล่น และเดินออกนอกห้องไปโดยไม่หันกลับมามองผมอีกเลย สัมผัสที่เขามอบให้นั้นยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากของผมมันทำใจผมรู้สึกกับคนที่ทำแบบนั้นแปลกออกไปเรียกว่ารู้สึกตกใจหรือเปล่า ผมก็ไม่มั่นใจแต่ที่แน่ๆมันทำให้ผมรู้สึกถึงสิ่งที่ไม่ควรจะรู้สึก สิ่งที่ทำให้ผมกลัวและพยายามจะไม่ทำให้มันก่อเกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


     ความรักเป็นสิ่งที่น่ากลัวนักสำหรับผม


…………………………………….

 

เวลา 23.23 น.

             ก็ไม่ได้เป็นห่วงไอ้คนที่มันขโมยจูบผมไปหรอก แต่แม่งดันยังไม่กลับมาสักทีแล้วก็ดันลืมกุญแจเอาไว้ที่โต๊ะกระจกกลางห้องอีกผมไม่มีอะไรที่สามารถติดต่อกับเจ้าตัวได้เลย เพราะเราพึ่งเจอกันและดันเกิดเหตุการณ์อะไรก็ไม่รู้ขึ้นมาอีกไม่เข้าใจทำไมต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากด้วย

               ตอนนี้ผมกำลังดูหนังอย่างนอนสต็อปรอไอ้รูมเมทบ้าบอนั่นกลับมาที่ห้องกระเป๋าของมันผมก็เอาไปไว้ในห้องเล็กอีกห้องหนึ่งที่ถูกกั้นขึ้นมาเป็นห้องอเนกประสงค์แต่ก่อนมันคือห้องอ่านหนังสือเล็กๆของผม ที่ถ้าพออ่านอยู่แล้วเกิดง่วงขึ้นมามากๆก็มีที่นอนเล็กๆแบบไม่เป็นทางการนอนหลับสบายไปได้เลย แต่เดี๋ยวนี้คงต้องยกให้หมอนั่นไปก่อน เพราะเขาก็ต้องจ่ายค่าห้องเหมือนกันตัวผมก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดนั้น

 

               ก๊อก ก๊อก ก๊อก

               และก่อนที่ตาผมจะปิดไปสะก่อนก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นนั่นทำให้ผมที่สะลึมสะลือก่อนหน้านั้นสร่างขึ้นมาทันทีและเดินไปส่องตาแมวก็พบกับคนที่เดินหนีไปเฉยในตอนเย็น

               ยังไม่นอนอีกคนที่ผมพึ่งเปิดประตูให้ก้าวเข้ามาในห้องและถามขึ้นเสียงนิ่งๆ โดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักเหมือนพูดขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรแถมมันยังจงใจมองผ่านหัวผมและเดินผ่านไปเฉยๆด้วย ซึ่งทั้งสองการกระทำนี้เป็นอะไรที่แอบทำให้ผมสบายใจขึ้นเหมือนกันนะ อย่างน้อยก็บอกได้อย่างหนึ่งว่าเรื่องเมื่อตอนเย็นมันไม่มีอะไรนอกเหนือจากคำว่า แกล้ง หรอกเท่าที่ผมคิด

               ก็มีไอ้คนที่ไหนไม่รู้มันลืมกุญแจห้องเอาไว้ ขืนเข้าห้องไม่ได้กูไม่อยากมีปัญหากับน้ากูทีหลัง ผมพูดกลับไปโดยที่ยังไม่ได้หันหน้าไปมองมันเช่นกัน เราสองคนพูดโดยหันหลังให้กันผมไม่รู้หรอกว่าสีหน้าฝ่ายนั้นเป็นยังไง แต่ใครจะแคร์ล่ะมันเป็นใครเป็นแค่คนที่น้าอีหามาให้เป็นรูมเมทผม

 

               ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น!

     หึเรื่องกุญแจน่ะไม่เป็นปัญหาเลยสักนิดอย่าลืมซิว่าที่แผนกเคาท์เตอร์ข้างล่างเขามีไว้ทำอะไร แม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นหน้ามันเลยสักนิดแต่ผมก็รับรู้ได้ว่า แม่งต้องทำหน้าชนะอยู่แน่ๆ พอคิดแบบนี้หัวก็เริ่มร้อนๆขึ้นมาหน่อยๆ

     อ่อนี่มึงหาว่ากูโง่หรอผมกระแทกประตูปิดเสียงดังแบบที่โคตรจะรบกวนห้องอื่นๆในชั้น และหันไปทางร่างที่สูงกว่าแต่ฝ่ายนั้นยังคงหันหลังให้ผมอยู่ แต่คำตอบของคนที่ยืนหันหลังให้กลับทำให้ผมแปลกใจแบบสุดขีด

     ไม่เลยแค่ไม่อยากให้รอถึงดึกๆดื่นๆถ้าไม่ได้กลับห้องขึ้นมาจริงๆแล้วคุณเผลอหลับคาโซฟาจะเมื่อยสะเปล่าๆจนทำให้หน้าของผมจากที่ชักสีหน้าหนักๆกลับอ่อนลงจนกลายเป็นหน้าตางงปนสงสัยว่าประโยคตอนแรกที่เหมือนเขาจงใจพูดกวนประสาทผมนั้น ผมแค่คิดไปเองหรอ

     หลังจากที่ผมยังคงมีความคิดตีกันในหัวเขาก็เดินไปบริเวณโซฟาเดินๆอยู่แถวๆห้องที่กึ่งรับแขกกึ่งกินข้าวเนื่องจากมันเป็นคอนโดระดับกลางที่ไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้เล็กอะไรเท่าไหร่ท่าทางแบบนั้นเหมือนหาอะไรสักอย่างอยู่ และผมก็พึ่งนึกออกว่าเขาอาจจะกำลังหากระเป๋าของตัวเองอยู่ก็ได้เลยลองบอกไปดู

     กระเป๋าของมึงกูเอาไว้ในห้องแล้ว ห้องอยู่ใกล้กับห้องน้ำอ่ะเขามองไปตามที่ผมบอกและหันกลับมาทางผม

     ขอบใจหันมามองเพียงแวบเดียวก่อนจะเดินเข้าห้องไป เท่านั้นทั้งแววตาและน้ำเสียงนิ่งๆของเขากลับทำให้ผมเหมือนเกิดความรู้สึกผิดหวังที่เขาเพียงแค่พูดกลับมาแบบนั้นแต่ว่านะผมจะรู้สึกผิดหวังไปทำไมผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่ากำลังคาดหวังอะไรนอกจากคำขอบคุณที่แสนเย็นชานั่นต่างจากที่เขาทำเมื่อตอนเย็นลิบลับ

     หลังจากคนที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเดินเข้าห้องตามที่ผมบอกไป ผมก็จัดการปิดหนังทิ้งเพื่อจะไปนอนแต่มันก็ยังคงข้องใจอยู่ดีกับอาการของรูมเมทคนนั้น


     และเนื่องด้วยเหตุผลนี้ก็ทำให้มินฮยอกข่มตาหลับลงยากกว่าปกติต่างจากคืนที่ผ่านๆมาไปโดยปริยาย

 

MINHYUK PART: END

 

........... - 100 % - ............


Talk 2 : ฮายย รีดทุกคนเลยนะคะในที่สุดเราก็สามารถเเต่งเรื่องนี้ให้จบตอนที่ 1 ได้สักทีมี 100% น้าในเเต่ละตอนมินฮยอกเริ่มจะหวั่นไหวเเล้วเเหละเพราะการกระทำของเฮียหมอเเต่ว่านะเฮียหมอเเกก็มีเหมือนกันเเกเลยเริ่มถอยๆออกมาบ้างเเล้วค่ะกลัวใจตัวเอง ยังไงก็ฝากติดตามตอนต่อไปของฟิคเรื่องนี้ด้วยน้าค้า ขอเม้นคนละ1จึกเป็นกำลังใจเล็กๆในการเเต่งต่อน้าาา เลิฟรีดค่าา

ไปเล่นเเท็กได้ที่ #Impohoky

twitter : @Bearrypie






Talk 1 :  คือหลังจากกลับมาดูนิยายของตัวเองอีกรอบรู้สึกว่าหน้าที่ใส่ลงมาในตอนๆหนึ่งจะน้อยไปอย่างม้ากมากกก เลยทำให้เราเปลี่ยนใจยุบตอนเเล้วเอามาไว้รวมกันสะเลยตั้งเเต่นี้ตอนนึงจะมีประมาณ 20 หน้า word หรือ 20+++ เป็นต้นไป เราเริ่มคิดมากขึ้นว่าอยากจะมีสักสิบตอน หรืออาจจะสิบ++ หากมันเกินจริงๆ เพราะฉะนั้นเรื่องอาจจะดำเนินเร็วๆหน่อย(หรือเปล่า) ยังไงก็จะพยายามเเต่งออกมาให้ได้ดีที่สุดน้า เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยเนอะเม้นคนละจึกก็ถือเป็นกำลังที่จะถีบให้เเต่งต่อเเล้วจ้า

ปล. ขออภัยรีดทุกคนที่หายไปนานด้วยนะคะ ลูเยิฟ

 #Impohoky


 Tiny White Pointer

17 ความคิดเห็น

  1. #16 ppypangg (@ppypangg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 19:24
    ฮยองวอนนี่ยังไง พวฮนี่ยังไง 555555555555 มั่นใจแค่ มุ้งแกหวั่นไหวแล้วละซิ้
    #16
    0
  2. #15 miNh0311 (@nea1203) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 18:05
    พี่หมอเป็นไรง่ะ ... รอน้าาาา
    #15
    0
  3. #14 M022211 (@Mellow_Twenty2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 02:11
    รอนะค้าาา><
    #14
    0
  4. #11 jxrim_oo (@jxrim_oo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:41
    ฮยองวอนนี่ยังไง5555555
    #11
    0
  5. #10 V Helens (@vavious) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 01:34
    แหน่ะ มีแอบยิ้ม คิดอะไรกับเขาป่าวเนี่ย สู้ๆนะคะไรท์ รอติดตามค่าาา
    #10
    0