ฉงจื่อ ลิขิตหวนรัก

ตอนที่ 26 : 8.2 ดรุณีน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1086
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    17 ม.ค. 61

ในระหว่างที่นางกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีลมกาฬสายหนึ่งพัดกรรโชกมา

ฉงจื่อสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างพัดผ่านมาจากทางด้านหลัง “ผู้ใด?”

เบื้องหน้าของเด็กหญิง ห่างออกไปราวสองจั้ง มีกระบี่โบราณเล่มหนึ่งกำลังส่องแสงสีทองเรืองรองอยู่กลางอากาศ โดยบนตัวกระบี่นั้นมีคนผู้หนึ่งกำลังยืนเอามือไพล่หลังมองนางอยู่ เห็นได้ชัดว่าสายลมเมื่อครู่ก่อนเป็นฝีมือของเขา

กระบี่เคลื่อนตัวลงต่ำแล้ววนรอบตัวเด็กหญิงรอบหนึ่ง

เมื่อนั้น ฉงจื่อถึงเพิ่งเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าหรูหรา อายุราว ๑๔-๑๕ ปี แต่กลับมีรูปร่างสูงใหญ่ไม่ผิดไปจากบุรุษวัยฉกรรจ์ ดวงหน้าคมคาย มีคิ้วดาบหล่อเหลา ฉายแววของผู้กล้า ท่าทางเหมือนนกยูงจอมเย่อหยิ่งอย่างไรอย่างนั้น

ฉงจื่อไม่เคยเรียนวิชาอาคมมาก่อนย่อมไม่อาจอ่านใจของฝ่ายตรงข้ามได้ นอกจากจะรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีมาก แต่ถึงกระนั้น เด็กหญิงก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับลั่วอินฝานทุกวัน ต่อให้มีคนงามมายืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้ ก็ไม่ทำให้นางรู้สึกอะไรได้อีกแล้ว

นางมองเด็กหนุ่มอยู่พักหนึ่งแล้วก็หัวเราะคิกคัก

เพราะเด็กหนุ่มคนนี้ทำให้นางคิดถึงใครอีกคนหนึ่งที่ชอบทำตัววางมาดเป็นผู้ใหญ่กว่า ทั้งที่อายุอานามมากว่านางแค่ไม่เกินสองปีเท่านั้น ไม่รู้ว่าป่านนี้อีกฝ่ายฝึกวิชาอยู่บนยอดเขาหยกอรุณไปถึงไหนแล้ว แต่คงจะเก่งกาจมากขึ้นแล้วกระมัง?

 ท่าทางตกอยู่ในภวังค์ความคิดตนของฉงจื่อนั้นทำให้พ่อนกยูงจอมหยิ่งไม่ชอบใจ เขามองนางอย่างประเมินรอบหนึ่งด้วยสายตาไม่อยากเชื่อแกมผิดหวัง “ไม่ทราบว่าแม่นางคือศิษย์น้องที่มาจากสำนักหนานหัวใช่หรือไม่? ใช่ศิษย์ของท่านเซียนฉงหัวหรือเปล่า?”

เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีสุภาพ ฉงจื่อจึงตอบอย่างเป็นมิตรเช่นกัน “ท่านคือใครหรือ?”

พ่อนกยูงประสานมือด้วยท่าทีแข็งขัน “ผู้น้อยจั๋วฮ่าว รู้สึกเลื่อมใสในชื่อเสียงของท่านเซียนมานานแล้ว จึงใคร่อยากจะขอประลองฝีมือกับศิษย์น้องสักเล็กน้อย”

ประลอง? ฉงจื่อตีความได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการมาหาเรื่องทะเลาะกับตนจึงสั่นศีรษะ “ข้าไม่สู้กับท่านหรอก”

จั๋วฮ่าวเป็นคนมีนิสัยกระด้าง พอได้ยินว่าศิษย์ของท่านเซียนฉงหัวมาเยือนที่สำนักก็รีบรุดมาขอทดสอบฝีมือด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น และจงใจสำแดงวิชาขี่กระบี่ออกมาให้อีกฝ่ายเห็นอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการข่มขวัญ แต่นางกลับเป็นแค่เด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยตัวเล็กนิดเดียวเท่านั้น ทำให้อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ ยิ่งเห็นนางปฏิเสธการประลองเหมือนตนสูงส่งนักหนา เขาก็ยิ่งไม่ชอบใจจึงกล่าวอย่างตั้งใจยั่วโทสะว่า “แม้วิชากระบี่ของสำนักชิงหัวของเราจะอยู่ในระดับสามัญ หากยังพอฝืนเทียบชั้นกับสำนักใหญ่ได้อยู่หรอกนะ”

“เรื่องนั้นข้ารู้” ฉงจื่อไม่รู้ความนัยของเขา แต่สังเกตเห็นอยู่ว่าเด็กหนุ่มบังคับกระบี่ของตนได้ดีแค่ไหน “กระบี่ของท่านสวยงามมาก”

ฉงจื่อพูดความจริง แต่คนบางคนกลับตีความหมายไปว่า 'สิ่งที่ดูดีมักใช้ประโยชน์ไม่ได้' โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกระบี่เป็นอาวุธที่สำนักเซียนใช้เป็นเครื่องบ่งบอกสถานะ และกระบี่ที่จั๋วฮ่าวใช้ก็เป็นกระบี่ของเทพรุ่นบรรพกาล ถ้าหากไม่มีความจำเป็นก็จะไม่นำออกมา ทำให้ไม่ค่อยมีใครได้ชื่นชมมันนัก และยิ่งไม่เคยมีใครบอกเขาว่ากระบี่ของเขาสวยงามมาก่อน ดังนั้น เด็กหนุ่มจึงเข้าใจว่าเด็กหญิงจงใจค่อนแคะเขา

แต่ถึงอย่างไร ฉงจื่อก็มีสถานะเป็นแขกที่เขาไม่อาจเสียมารยาทด้วยได้ จั๋วฮ่าวจึงได้แต่พยายามอดทน “กระบี่เล่มนี้มีชื่อว่าบรรพต”

กระบี่บรรพต? ฉงจื่อกระพริบตาและคิดว่ากระบี่คลื่นสมุทรของอาจารย์สวยงามที่สุดแล้ว

จั๋วฮ่าวเริ่มเร่งนาง “ศิษย์น้องไม่ขึ้นมาด้วยกันหรือ?”

ฉงจื่อแบมือ “ข้าไม่มีกระบี่แล้วจะเหาะได้อย่างไร”

จั๋วฮ่าวอึ้ง ศิษย์ของสำนักเซียนกระบี่จะไม่มีกระบี่ได้อย่างไร เห็นได้ชัดเลยว่านางพยายามหลบเลี่ยง ทั้งที่เขาอุตส่าห์มาขอแลกเปลี่ยนฝีมือด้วยความจริงใจ และเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์ของลั่วอินฝาน ถึงได้พยายามพูดจาด้วยอย่างสุภาพ แต่ยัยเด็กนี่กลับทะนงตนนัก ไม่รู้จักเห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา จั๋วฮ่าวที่อายุยังน้อยและมีนิสัยมุทะลุจึงคิดอยากจะสั่งสอนเด็กหญิงขึ้นมา

“ถ้าหากศิษย์น้องไม่มีกระบี่ เราก็มาประลองวิชาเหยียบเมฆกันดีหรือไม่?”

“ข้าเหยียบเมฆไม่เป็น”

จั๋วฮ่าวทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาบังคับกระบี่มาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าเด็กหญิงแล้วตวาดลั่น “เป็นเด็กเป็นเล็ก แต่กลับพูดจาโกหกหลอกลวงผู้อื่นงั้นเหรอ?”

แต่ไหนแต่ไรมา ฉงจื่อคิดว่าฉินเคอเป็นพวกที่ไม่เห็นหัวใครมากที่สุดแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจั๋วฮ่าวจะร้ายมากยิ่งกว่าเสียอีก นางจึงหันหลังทำท่าจะเดินกลับเข้าห้องอย่างหมดความอดทน “ผู้ใดหลอกท่านกัน”

“นังหนูนี่กล้าไม่เห็นสำนักชิงหัวของพวกเราอยู่ในสายตาเชียวหรือ” จั๋วฮ่าวยิ้มเย็น และทันใดนั้นเขาก็โฉบไปคว้าคอเสื้อด้านหลังของนางขึ้นมาหิ้วไว้

ฉงจื่อห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ นางดิ้นรนด้วยความโกรธมากยิ่งขึ้น “ก็ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่มีวิชาอาคม เจ้ารีบปล่อยข้าได้แล้ว หาไม่ ข้าจะฟ้องอาจารย์กับเจ้าสำนัก!”

“ศิษย์ของท่านเซียนฉงหัวไม่เป็นวิชาอาคม ใครจะไปเชื่อ พูดแบบนี้ไม่กลัวท่านเซียนเสียหน้าหรือ!” จั๋วฮ่าวไม่เพียงไม่เชื่อ เขายังอาศัยร่างสูงใหญ่กว่าของตนหิ้วตัวฉงจื่อเหาะไปที่ทะเล “ดูซิว่าเจ้าจะโกหกต่อไปได้สักกี่น้ำ!”

ฉงจื่อร้องกรี๊ด “ไร้อางอาย! รังแกคนที่อ่อนแอกว่า หากอาจารย์ของข้ารู้เข้าจะต้องไม่ปล่อยเจ้าแน่!”

นางยังพูดไม่ทันจบ จั๋วฮ่าวก็ปล่อยมือทำให้ร่างจ้อยร่วงลงไปในทะเลทันที

เด็กหนุ่มมั่นใจเต็มที่ว่าฉงจื่อจะต้องเป็นวิชาอาคมและสามารถเอาตัวรอดจากการจมน้ำทะเลตายได้แน่ๆ! หารู้ไม่ว่าร่างน้อยต้องกัดฟันเพียงใดเมื่อรู้ว่าตนไม่อาจหนีชะตาตกทะเลนี่ได้พ้น

“ตูม” ร่างของเด็กหญิงจมดิ่งหายไปในมหาสมุทรดุจดอกไม้กลีบบางที่ร่วงหล่น

จั๋วฮ่าวกอดอกยืนมองอยู่ในอากาศด้วยสีหน้าคอยชมเรื่องสนุก

ในแดนเซียน รูปลักษณ์ไม่อาจบอกถึงวัยที่แท้จริงได้ ในเมื่อนางเป็นถึงศิษย์ของท่านเซียนฉงหัว เขาย่อมไม่อาจดูเบาและไม่กล้าทำอะไรที่มันเป็นการล้ำเส้นจนเกินไป จึงแค่ใช้วิธียั่วโทสะและคอยรับการระเบิดอารมณ์จากเด็กหญิง

แต่เรื่องเหนือคาดก็คือ หลังจากที่ร่างจ้อยจมหายไปในทะเลแล้วก็ไม่ได้เหินตัวเหาะขึ้นมาเหมือนอย่างที่เขาคิด นอกจากจะกระเสือกกระสนอยู่ในน้ำพักหนึ่งแล้วก็ถูกม้วนหายไปในคลื่นสมุทรอย่างรวดเร็ว

จั๋วฮ่าวเริ่มรู้สึกท่าไม่ดีและแอบตกใจ หรือว่านางจะไม่เป็นวิชาอาคมจริงๆ?

มีอย่างที่ไหน ศิษย์ของท่านเซียนฉงหัวเนี่ยนะไม่เป็นวิชาอาคม! หรือว่านางจงใจแกล้งทำเป็นจมน้ำเพื่อล่อให้เขาลงไปแล้วจะได้ดัดหลังเพื่อเป็นการแก้แค้น!

เมื่อคิดได้ดังนี้ จั๋วฮ่าวก็ตัดสินใจไม่ทำอะไร เอาแต่คอยเฝ้ามองว่าเมื่อไหร่นางจะสำแดงฤทธิ์เดชของตัวเองออกมา แต่ผิวน้ำทะเลยังคงสงบนิ่งอย่างผิดปกติจนเด็กหนุ่มเริ่มใจเสีย ต้องร่อนลงไปสังเกตดูเพื่อให้แน่ใจ จั๋วฮ่าวแตกตื่นและรีบใช้อาคมแหวกน้ำทะเลเพื่อลงไปช้อนร่างของเด็กหญิงขึ้นมาแทบไม่ทัน

ฉงจื่อเนื้อตัวเปียกโชกและสำลักน้ำจนเกือบหมดสติไปแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #12 ไจไจ๋ (@parineeplaimon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 16:16
    แกล้งแรงเกิ๊น
    #12
    0