ข้าก็เป็นสตรีเช่นนี้

ตอนที่ 11 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 593 ครั้ง
    27 ก.ย. 61

ปันเหิงรู้มานานแล้วว่าพี่สาวเขาเตรียมการสำหรับการล่าสัตว์ครั้งนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับศีรษะเอย ชุดขี่ม้าเอย รองเท้าเอย เขาไม่เข้าใจเลยว่าเพียงไปล่าสัตว์เท่านั้น เหตุใดพี่สาวของเขาต้องสรรหาข้าวของแปลกใหม่และงดงามถึงเพียงนี้

        แต่เมื่อเห็นร่างในชุดสีแดงราวกับเปลวเพลิงเจิดจ้าของนางแล้วทำให้ปันเหิงภาคภูมิใจถึงกับเชิดอกยกหน้า ทั่วเมืองหลวงมีเพียงพี่สาวของเขาเท่านั้นที่สามารถข่มสีฉูดฉาดเช่นนี้ได้ มีพี่สาวโฉมงามเป็นเลิศทำให้เขามีความเคยชินประการหนึ่ง เขาไม่รู้สึกว่ามีใครงามเท่าพี่สาวของเขาอีกแล้ว

        สองพี่น้องเดินไปถึงเรือนใหญ่ อินซื่อรอพวกเขาอยู่ เมื่อเห็นทั้งสองคนออกมาจึงได้มอบยันต์กันภัยที่นางไปขอมาเมื่อหลายวันก่อนให้บุตรธิดาทั้งสองมีดดาบไร้ตา พวกเจ้าสองคนต้องระวังตัวด้วย

        วางใจเถิดท่านแม่ข้าจะดูแลอาเหิงอย่างดีเจ้าค่ะ ปันฮั่วรับถุงใส่ยันต์มาแล้วคล้องคอก่อนใส่ไว้ในเสื้อด้านในอย่างระมัดระวัง ท่านแม่ไม่ไปด้วยจริงหรือเจ้าคะ

        พวกเจ้าไปเถิด แม่ไม่ชอบขี่ม้ายิงธนู ไปแล้วก็ได้แต่นั่งว่าง ๆ อยู่ในกระโจม สู้อยู่ให้คนคอยรับใช้ที่จวนโหวสบายกว่าอินซื่อหัวเราะพลางลูบรัดเกล้าบนศีรษะของปันฮั่ว งามจริง ๆ เหมาะกับเจ้ามาก

        ปันฮั่วยิ้มให้มารดาพลางคำนับด้วยการยกมือคำนับเช่นบุรุษ ท่านแม่ เอาไว้ข้าจะหาหนังสัตว์ดี ๆ กลับมาให้ท่านทำเบาะรองนั่ง

        ดีเลย ใกล้ถึงฤดูหนาวแล้ว แม่ยังว่าเบาะที่บ้านไม่นุ่มพออินซื่อหัวเราะพลางเร่งพวกเขา รีบไปเถิดมิเช่นนั้นจะสายแล้ว

        สองพี่น้องอำลามารดาเดินตามปันหวายออกไป

        จะว่าไปแล้วก็น่าแปลก แม้ปันหวายจะเป็นทายาทของท่านแม่ทัพใหญ่ แต่กลับไม่เชี่ยวชาญการขี่ม้ายิงธนูแต่อย่างใด ปกติเขาขี่ม้าเหยาะ ๆ พอได้ แต่หากให้ยิงธนูด้วยนับเป็นการสร้างความลำบากให้เขายิ่งนัก ยังดีที่เขาเป็นคนปลงตก ไม่เคยใส่ใจแม้จะมีใครพูดว่าเขาเกิดมาเป็นทายาทของท่านแม่ทัพใหญ่เป็นการทำให้ต้นสกุลอับอายขายหน้า แต่เขาก็ไม่เคยนำเรื่องนี้มาเป็นอารมณ์ ไม่เคยพยายามฝืนตนเองให้ทำในสิ่งที่ไม่เชี่ยวชาญ จิตใจที่ปล่อยวางได้เช่นนี้ไม่รู้ว่าได้มาจากใคร

 

ชานเมืองเขตตะวันตกมีสนามล่าสัตว์ของเชื้อพระวงศ์อยู่แห่งหนึ่ง ในนั้นมีสารพัดสัตว์ แม้สัตว์ที่ไม่สมควรมาเป็นสัตว์ให้ล่าในเมืองหลวงก็ยังปรากฏตัวให้เห็นทันเวลากับการเสด็จประพาสของฮ่องเต้

        ปีนี้ดินฟ้าอากาศดี ฝนตกตามฤดูกาล ต้นไม้ใบหญ้างอกงาม ม้าตัวใหญ่อ้วนพี จะต้องเป็นปีที่อุดมสมบูรณ์เป็นแน่ ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งผินหน้าไปมองโอรสที่ติดตามอยู่ข้างหลังทั้งสอง ไม่รู้ว่าปีนี้ข้าวสารมีราคาเท่าใด

        รัชทายาทหน้าแดงก่ำ เขาจะรู้ราคาข้าวสารได้อย่างไร ระยะนี้พระสนมในตำหนักบูรพากำลังตั้งครรภ์ ทำให้คนที่เสกสมรสมานานหลายปี แต่ยังไม่มีทายาทสักคนอย่างเขาดีใจจนไม่รู้เหนือใต้ออกตก แล้วจะมีเวลาไปใส่ใจเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร

        เสด็จพ่อ ปัญหานี้ถ้าจะรับสั่งถามลูก ไม่สู้ถามขุนนางของเสด็จพ่อเหล่านั้นจะดีกว่า องค์ชายรองตอบด้วยท่าทางยียวน ไม่ใส่ใจ เรื่องที่เสด็จพี่ยังไม่รู้...ลูกยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่

        นับตั้งแต่ฮ่องเต้ต้องการให้เขาเข้าพิธีเสกสมรสกับบุตรีของจงผิงปั๋ว ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรัชทายาทก็เกิดช่องว่าง ถึงกับแสดงท่าทีไม่แยแสกันและกันต่อหน้าฮ่องเต้

        ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งมองโอรสทั้งสอง คนหนึ่งดูธรรมดาสามัญ อีกคนหนึ่งไม่ยอมรับการอบรมสั่งสอนใด ๆ รู้สึกว่าถ้ายังมองพวกเขานานไปกว่านี้คงจะต้องโกรธถึงกับเตะพวกเขาลงจากหลังม้าเป็นแน่

        จวินพั่ว[1] ไหนเจ้าว่ามาซิโอรสแท้ ๆ ไม่มีใครได้ดังใจ ทำให้ฮ่องเต้หันมาหาความสำราญใจจากขุนนางคนโปรด

        ทูลฝ่าบาท ราคาข้าวสารในเมืองหลวงปีนี้ ถ้าเป็นข้าวสารชั้นดีหกอีแปะต่อหนึ่งเซิง[2] ข้าวกล้องสี่อีแปะต่อหนึ่งเซิงพ่ะย่ะค่ะหรงเสียบังคับม้าให้เดินขึ้นหน้ามาสองสามก้าว ราคาถูกลงกว่าสองเดือนที่แล้วเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ

        อืม ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งพยักหน้าให้อย่างพอใจ มีขุนนางอย่างจวินพั่วอยู่ด้วยเรารู้สึกสบายใจ

        รัชทายาทได้ยินดังนั้นแล้วก็หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายอย่างที่สุด องค์ชายรองได้แต่ถลึงตามองหรงเสียอย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง หรงเสียมิได้ใส่ใจมองเขาแม้แต่น้อย ยิ่งสร้างความเดือดดาลให้บังเกิดมากยิ่งขึ้น

        จังหวะนี้เอง คนของจวนจงผิงปั๋วมาถึง องค์ชายรองมองเซี่ยหวั่นอวี้ที่อยู่บนหลังม้าแวบหนึ่ง เกิดความคิดรำคาญใจว่าสตรีพื้น ๆ เช่นนี้กำลังจะได้เป็นถึงชายาเอกของตน เป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง

        เซี่ยหวั่นอวี้มิรู้ตัวเลยว่า ว่าที่สวามีรำคาญนาง คิดแต่ว่าวันนี้จะได้พบองค์ชายรองที่สนามล่าสัตว์ ทำให้นางนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อาศัยการแต่งหน้าทาแป้งให้หนาขึ้นจึงปกปิดความอิดโรยบนใบหน้าได้ หากยามนี้นางเงยหน้ามององค์ชายรองสักแวบหนึ่งก็จะรู้ว่าบุรุษที่นางจะต้องอยู่ด้วยทั้งชีวิตนั้นมิใช่คู่ครองที่ดีอย่างที่คาดไว้

        หวั่นอวี้ สือเฟยเซียนสวมชุดขี่ม้าสีขาวสะอาด สวมหมวกที่มีผ้าโปร่งปิดหน้า เมื่อเดินเข้ามาใกล้เซี่ยหวั่นอวี้แล้วจึงปัดผ้าโปร่งขึ้นให้อีกฝ่ายเห็น เจ้ามาถึงเร็วกว่าข้าก้าวหนึ่ง

        เซี่ยหวั่นอวี้คำนับจงผิงปั๋วผู้เป็นบิดาแล้วบังคับม้าให้เดินมาตรงหน้าสือเฟยเซียน ยิ้มให้นาง ข้ายังกลัวว่าวันนี้ท่านจะไม่มาเสียอีก

        สือเฟยเซียนหันมองไปทางหรงเสียแวบหนึ่ง หรงเสียกำลังสนทนากับฮ่องเต้ มิได้สนใจว่านางมาถึงแล้ว ทำให้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นางหันหน้ากลับมาคุยกับเซี่ยหวั่นอวี้ องค์ชายรองทรงรูปงามสมบุรุษจริงๆ “

        อีกแล้วนะ เซี่ยหวั่นอวี้หน้าแดงด้วยความเขินอาย ถ้าล้อข้าเล่นอีก ข้าจะไม่สนใจท่านแล้ว

        ได้ ๆๆ ไม่ล้อแล้ว สือเฟยเซียนใช้หางตาลอบมองความเคลื่อนไหวของหรงเสีย นอกจากหรงเสียจะสนทนากับฮ่องเต้แล้วยังไปคุยกับขุนนางคนอื่น ๆ ตั้งแต่ต้นจนถึงยามนี้เขาไม่เหลือบแลมาทางนี้เลยสักนิด

       

เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นทางด้านหลัง ทำให้สือเฟยเซียนหันหน้ากลับไปมอง นางเห็นหญิงสาวในชุดสีแดงเพลิงควบอาชารูปร่างพ่วงพีสีขาวตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว แม้สตรีผู้นั้นยังอยู่ห่างไกล แต่ความรู้สึกของสือเฟยเซียนบอกว่า การมาถึงของสตรีผู้นี้จะต้องเรียกความสนใจจากผู้คนทั้งหลายได้เป็นหนึ่งเดียว

        เมื่อม้าควบเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ สือเฟยเซียนจึงจำได้ว่าเป็นใคร

        ปันฮั่ว เป็นนางจริง ๆ เป็นนางดังคาด

        สือเฟยเซียนมองรัดเกล้าปิ่นทองคำที่งดงามประณีตบนศีรษะปันฮั่วแล้วหันหน้ากลับไปมองหรงเสียโดยไม่รู้ตัว

        การมองครั้งนี้ทำให้นางรู้สึกราวกับมีเข็มนับพันทิ่มแทงหัวใจจนเจ็บแสบไปหมด

        โน่น นางหนูปันมาแล้ว ฮ่องเต้ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ยังคิดในใจว่าใครกล้าควบม้ามุ่งตรงมาทางนี้ แต่เมื่อเงยหน้ามอง รอยยิ้มที่ประดับอยู่แต่เดิมกว้างขึ้นหลายส่วน เราคิดแล้วเชียวว่านอกจากนางหนูนี่ มีอยู่แค่ไม่กี่คนที่กล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าเรา

        หรงเสียมองตามสายตาของฮ่องเต้

        ใบหน้าอิ่มเอิบ รัดเกล้าทองคำ แต่งกายสีแดงสดใส นั่งอยู่บนหลังอาชาขาว เมื่ออยู่กลางพื้นที่ที่มีแต่ใบไม้ร่วงสีเหลืองอร่าม ยิ่งขับให้นางดูโดดเด่นสะดุดตา

        ไป เมื่อเห็นขบวนของฮ่องเต้ ปันฮั่วสะบัดแส้เร่งความเร็วจนกระทั่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้า นางพลิกตัวลงจากหลังม้าคำนับด้วยการประสานมือทั้งสอง หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ

        รีบลุกขึ้น รีบลุกขึ้น ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งหัวเราะขณะมองไปทางด้านหลังของนาง ท่านพ่อกับน้องชายเจ้าเล่า

        พวกเขาขี่ม้าไม่เก่งเหมือนหม่อมฉัน หม่อมฉันอยากจะเข้าเฝ้าฝ่าบาทเร็ว ๆ จึงรีบรุดมาก่อนเพคะ ปันฮั่วเดินขึ้นหน้า หัวเราะคิกคัก ไม่ได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทหลายวัน ทรงพระสิริโฉมขึ้นไม่น้อยนะเพคะ

        นางหนูนี่ชอบพูดจาเหลวไหล ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งมองสาวน้อยที่มีชีวิตชีวาตรงหน้า รอยยิ้มกว้างมากกว่าเดิม เราอายุมากแล้ว สู้คนหนุ่มคนสาวอย่างพวกเจ้าได้ที่ไหน

        ฝ่าบาททรงเป็นถึงเจ้าแผ่นดิน ทรงเป็นกษัตริย์ที่ปรีชาสามารถ จะลดองค์มาเปรียบกับสตรีต่ำต้อยอย่างหม่อมฉันได้อย่างไรเพคะ ปันฮั่วชำนาญการยกยอปอปั้นฮ่องเต้มาตั้งแต่เล็ก ดังนั้นแม้นางจะมีศักดิ์เป็นแค่หลานห่างๆ ของฮ่องเต้ก็จริง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ นางมีหน้ามีตามากกว่าองค์หญิงผู้เป็นนัดดาแท้ๆ เสียอีก

        จำนวนครั้งที่ฮ่องเต้ยิ้มให้นางยังมากกว่าที่ยิ้มให้ธิดาแท้ ๆ อีกด้วย

        ฮ่า ๆ ๆฮ่องเต้หัวเราะเสียงดังก้อง ดี ๆ เช่นนั้นเราให้แส้ม้าด้ามนี้กับสตรีต่ำต้อย หวังว่าสตรีต่ำต้อยอย่างเจ้าจะล่าสัตว์กลับมาได้มาก ๆ

        ฮ่องเต้มองสาวน้อยที่สดใสร่าเริงเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเสียดายอยู่ลึก ๆ หากนางมิใช่หลานห่าง ๆ เขาคงจะรับนางเข้าวังเป็นพระสนมคนโปรด มอบเพชรนิลจินดาที่มีค่า เสื้อผ้าที่งดงามแก่นาง เลี้ยงดูนางในวังอย่างดี

        ยังดีที่ศีลธรรมข้อนี้ของฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งยังอยู่ในขอบเขต เป็นขอบเขตของการให้ความรักความเอ็นดูแก่ปันฮั่วในฐานะลุงกับหลาน อีกทั้งเขายังเป็นบิดาที่มีสติสัมปชัญญะแจ่มใส แม้เขาจะโปรดปันฮั่วเพียงใด แต่ก็ไม่มีทางให้โอรสทั้งสองรับสตรีเช่นนี้มาเป็นชายา

        หญิงสาวอย่างนางให้ความรักใคร่เอ็นดูในฐานะผู้น้อยยังพอไหว แต่ถ้ารับมาเป็นสะใภ้คงหนักใจมากกว่า

        ขอบพระทัยเพคะ ปันฮั่วรับแส้ม้ามาสะบัดเล่นในมือ อย่างไรเสีย แส้ของฝ่าบาทก็ดีกว่าอยู่แล้ว ว่าแล้วนางก็โยนแส้ด้ามเก่าในมือทิ้งทันที จากนั้นเหน็บแส้พระราชทานไว้ที่เอว ไว้หม่อมฉันล่าสัตว์ได้แล้วจะนำมาถวายฝ่าบาทนะเพคะ

        สายตาของเจี่ยงลั่วตกอยู่ที่ติ่งหูขาวเนียนและข้อมือขาวผ่องของปันฮั่ว ก่อนเลื่อนสายตาไปอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว พลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างดูแคลน

        หลายปีแล้ว วิชาประจบสอพลอของปันฮั่วยังคงต่ำชั้นและผิวเผินเหมือนเดิม แต่กลายเป็นว่าพระบิดากลับโปรดยิ่ง มักจะพระราชทานสิ่งของแก่นางเสมอจนทำให้นางได้ใจ กำเริบเสิบสาน ไม่เห็นหัวใครเข้าไปทุกวัน

        เมื่อนึกถึงว่าหญิงสาวที่ตนมีใจให้เคยถูกปันฮั่วเล่นงานทำให้เจี่ยงลั่วยิ่งไม่ชอบนางเข้าไปใหญ่

        มิน่าถึงไม่มีบุรุษใดกล้ารับนางเป็นภรรยา สตรีเช่นนี้...

        สายตาของเขากวาดผ่านใบหน้าอิ่มเอิบอ่อนหวานของปันฮั่ว สตรีที่มีแต่ความงามภายนอกถึงจะยกให้เขา เขาก็ยังไม่ต้องการ

        ถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ สองพ่อลูกสกุลปันขี่ม้ามาสมทบอย่างทุลักทุเลในที่สุด ปันหวายไม่พูดพร่ำทำเพลง หันไปขอรับโทษกับฮ่องเต้อวิ๋นชิ่ง กระหม่อมอบรมบุตรีไม่ดี ทำให้นางไร้มารยาทกับฝ่าบาท ขอฝ่าบาทโปรดอภัย

        ต้องอภัยอะไรกันใบหน้าของฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งยังคงมีรอยยิ้มไม่คลาย เราว่าบุตรีของเจ้าดียิ่ง เจ้าไม่ต้องเข้มงวดกับนางหรอก

        ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ ปันหวายตีงูก็ดูตามกระบอง เมื่อได้ยินเช่นนี้จึงลุกขึ้นยืนอย่างไม่ลังเล จากนั้นลากตัวบุตรชายเข้ายืนรวมกลุ่มขุนนางอย่างรู้กาลเทศะ

        ฝ่าบาท เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ ปันฮั่วคลำแส้ที่เหน็บไว้ด้วยท่าทีอยากจะนำไปอวดเสียเต็มประดา

        ไปเถิด ๆ” ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งมองความต้องการของนางออกในทันที จึงโบกมือให้นางไปเล่นตามสบาย ไม่ว่าจะในฐานะผู้อาวุโส ฮ่องเต้ หรือบุรุษคนหนึ่ง เมื่อเห็นหญิงสาวอ่อนวัย หน้าตางดงามชมชอบสิ่งของที่ตนมอบให้ ซ้ำยังตื่นเต้นอยากจะนำไปโอ้อวดผู้อื่นด้วยแล้ว ย่อมพึงพอใจกับการแสดงออกที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้

        เมื่อมีปันฮั่วเข้ามาแทรก ทำให้ฮ่องเต้ลืมความขุ่นเคืองที่มีต่อรัชทายาทและองค์ชายรอง มองท้องฟ้าแวบหนึ่งก่อนรับสั่งกับผู้คนที่ติดตามอยู่ด้านหลัง เตรียมพร้อมเริ่มล่าสัตว์กันได้แล้ว

        ก่อนเปิดฉากล่าสัตว์ จะต้องมีคนของกรมพิธีการจัดโต๊ะสักการะสวรรค์เบื้องบน เพื่อให้สวรรค์คุ้มครองทุกคนให้ปลอดภัยและล่าสัตว์กลับมาได้เต็มไม้เต็มมือ

        พิธีการที่กระทำกันมาแต่โบราณกาล กลายเป็นพิธีกรรมที่ต้องมีก่อนเริ่มการล่าสัตว์ของเหล่าเชื้อพระวงศ์ไปเสียแล้ว เมื่อเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางในราชสำนักจึงไม่มีใครกล้าทำอย่างขอไปที

 

ก็แค่แส้ด้ามเดียวเท่านั้นนางวางท่าหยิ่งผยองถึงเพียงนี้ เซี่ยหวั่นอวี้เห็นหญิงชั้นสูงที่มีสายตาไม่กว้างไกลจำนวนหนึ่งรุมล้อมเอาใจปันฮั่วแล้วให้รู้สึกรังเกียจยิ่งนัก นางหันมากล่าวกับสือเฟยเซียน เหตุใดจวนจิ้งถิงโหวถึงได้เลี้ยงบุตรีออกมาเป็นอย่างนี้

        สือเฟยเซียนหัวเราะเสียงเย็น คนไร้สมองก็คือคนไร้สมอง อยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายยังสามารถแสดงกิริยาต่ำช้าได้เช่นนี้ นับว่าน่ารังเกียจนัก

        เซี่ยหวั่นอวี้มองสือเฟยเซียนด้วยความประหลาดใจ ก่อนหน้านี้แม้สือเฟยเซียนจะไม่ค่อยชอบพฤติกรรมของปันฮั่วสักเท่าใด แต่ก็ไม่เคยใช้คำพูดที่รุนแรงร้ายกาจเช่นนี้พูดถึงปันฮั่ว วันนี้นับเป็นครั้งแรก

        สือเฟยเซียนเองก็รู้สึกตัวว่านางฉุนเฉียวเกินไปจึงได้แต่ฝืนยิ้มให้เซี่ยหวั่นอวี้ ไปกันเถิด พวกเราไปหาที่นั่งเล่นกันดีกว่า อย่าไปแย่งล่าสัตว์กับพวกบุรุษเลย

        อืม ได้สิ เซี่ยหวั่นอวี้พยักหน้า ไม่ได้เก็บอาการผิดปกติของสือเฟยเซียนมาคิดแต่อย่างใด

 



[1]ชื่อรองของหรงเสีย

[2]เป็นมาตราตวงวัด หนึ่งเซิงเท่ากับหนึ่งลิตร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 593 ครั้ง

418 ความคิดเห็น

  1. #382 tuktass1996 (@tuktass1996) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 02:21
    ฮ่องเต้นี่ก็ประหลาดนะรับเป็นสนมได้แต่ไม่รับเป็นสะใภ้
    #382
    0
  2. #377 ปานชีวา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 16:35

    ปกตินิสัยนางเอกเรื่องนี้นี่เป็นนางร้ายเรื่องอื่นได้เลย แต่บังเอิญเรื่องนี้เหมือนนอกจากหรงเสียก็ไม่มีคนดีแล้ว บทนางเอกเลยตกที่นาง 55555555

    #377
    1
    • #377-1 Glassofwine (@Glassofwine) (จากตอนที่ 11)
      8 มีนาคม 2562 / 21:35
      ฮือ5555555555 สงสารดีมั้ยคะ
      #377-1
  3. #107 weena1959 (@weena1959) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 21:20
    เมื่อไหร่หนังสือจะออกค้า รอ....
    #107
    0
  4. #106 Mettheela (@Mettheela) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 19:56
    ชอบนางเอกสุดๆมีความเทพในตัว ไม่แคร์ใคร
    #106
    0
  5. #105 amporn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 19:46
    ขอบคุณค่ะ
    #105
    0
  6. #104 Sunday in January (@sundayinjanuary) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 19:26
    ชอบความ I don’t care world ของนางเอก
    #104
    0
  7. #103 Diana_Sue (@diana-su) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 18:37
    หรงเสียคือพระเอกแน่แท้แล้ว
    #103
    0
  8. #102 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 18:00

    ขอบคุณค่ะ

    #102
    0
  9. #101 Tarathan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 17:58

    เบื่อหน้าสือเฟยเซียนกับเซี่ยหวั่นอี้มาก

    #101
    0
  10. #100 เชาว์ อามอเร่ (@iiMemoryii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 15:14
    รอซื้อ 55555 แง่มสนุก
    #100
    0
  11. #99 A~B~C~ (@dragonfablez) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 15:11
    นางเอกน่ารัก55
    #99
    0
  12. #98 Ooy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 14:03

    ชอบความอวยกันเองของตระกูล 555

    #98
    0
  13. #97 jadeIV (@jadeiv) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 13:06
    ลงเรือหรงเสียไปแล้ว พระเอกค่าตัวแพงจัง
    #97
    0
  14. #96 รอเล่ม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 12:51

    หรงเสียน่าจะเป็นคนในฝันของนางเอก​ แต่ตอนนี้การกระทำครอบครัวนางเอกเปลี่ยนไป ทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่นช่วยคนให้เข้าเมือง​ไปรักษาลูก ให้เงินช่วยคนแก่ เอาแส้ฟาดอดีตคู่หมั้น ชะตาอาจจะเปลี่ยนก็ได้

    #96
    0
  15. #95 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 12:19

    เฮียหลงพระเอกใข่ม่ายยยยย

    #95
    0
  16. #94 Owari (@Owari) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:51
    ลงเรือหรงเสียได้ไหม 555 ถึงจะชอบแบบที่ฮั่วฮั่วเป็นทุกวันนี้แต่ก็อยากตกผู้ดีๆให้นาง
    #94
    0
  17. #93 Panida Yaithaisong (@snooker0410) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:18
    ชอบบ้านนางเอก ความชมกันเอง55555 อิจฉาที่ฮั่วฮั่วของข้าทำอะไรก็ได้ตามใจน่ะสิ ชิ หรงเสียน่าจะใช่พระเอกนะ ต้องใช่แน่ๆ
    #93
    0