ข้าก็เป็นสตรีเช่นนี้

ตอนที่ 13 : 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,923
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 648 ครั้ง
    29 ก.ย. 61

เฉิงอันปั๋วผู้หล่อเหลาและเป็นสุภาพชนเช่นนี้จะปรากฏตัวพร้อมกับปันฮั่วได้อย่างไร

        เซี่ยหวั่นอวี้นิ่งขึงไปนานกว่าจะตั้งสติได้ หันหน้ากลับมาดูสหายสนิทเช่นสือเฟยเซียนอย่างเป็นกังวล เห็นได้ว่าสีหน้าของอีกฝ่ายย่ำแย่อย่างที่คาดไว้

        เฟยเซียน เซี่ยหวั่นอวี้กุมมือของสือเฟยเซียนเอาไว้ อย่าคิดมากเลย บางทีพวกเขาสองคนอาจเจอกันโดยบังเอิญเลยกลับมาพร้อมกันเท่านั้น

        สือเฟยเซียนฝืนยิ้ม เฉิงอันปั๋วจะมีความสัมพันธ์อันดีกับใคร เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย

        เซี่ยหวั่นอวี้รู้ดีว่าสือเฟยเซียนคงรู้สึกไม่ดี จึงกัดฟันด้วยความแค้นใจ วางใจเถิด ข้าจะต้องหาโอกาสทำให้ปันฮั่วไม่สบายใจบ้าง

        หวั่นอวี้ ขอบใจเจ้ามาก แต่อย่าทำเช่นนี้ เพราะถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะส่งผลต่อความรู้สึกที่ฝ่าบาทและองค์ชายรองทรงมีต่อเจ้า เช่นนั้นแล้วจะทำอย่างไร สือเฟยเซียนจับตัวเซี่ยหวั่นอวี้เอาไว้ อย่าได้วู่วาม

        เซี่ยหวั่นอวี้จึงนึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นานนางกำลังจะเป็นสะใภ้ของราชวงศ์จะกระทำสิ่งใดต้องสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเข้าไว้ ถ้ามีเรื่องกับปันฮั่วแล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา นางต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่ คิดถึงตรงนี้จึงได้เลิกล้มความคิดจะหาเรื่องปันฮั่ว

        ที่แท้แล้วนางก็เป็นคนเห็นแก่ตัว

        เซี่ยหวั่นอวี้คิดแล้วให้ละอายใจนัก จึงเสมองไปทางอื่น มิกล้าสบตาสือเฟยเซียนตรง ๆ

        สือเฟยเซียนแสร้งทำเป็นไม่เห็นว่าเซี่ยหวั่นอวี้มิกล้าสู้สายตาตน จับมือนางไว้ พูดยิ้ม ๆ ไปกันเถิด อีกสักครู่ฝ่าบาทจะต้องมีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงย่างเนื้อขึ้น พวกเราจะไปสายไม่ได้

        อืม ยิ่งเห็นสหายสนิทเป็นเช่นนี้แล้วเซี่ยหวั่นอวี้ยิ่งรู้สึกละอายใจมากกว่าเดิม

 

ในเมื่อปันฮั่วทูลฮ่องเต้แล้วว่าจะล่าสัตว์มาถวาย ไม่ว่าอย่างไรจะต้องนำมาถวายให้ได้ นางเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้นมาตลอด

        กระโจมประทับของฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งตั้งอยู่ตรงกลางลาน เป็นกระโจมผ้าสีดำปักลายมังกรบินสีทองแสดงถึงความน่าเกรงขามของผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน

        อ๋องฉางชิงพาปันฮั่วและคนอื่น ๆ มายืนรอเข้าเฝ้าฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งอยู่นอกกระโจม

        ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งเพิ่งล่าสัตว์กลับมาถึง เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วได้ยินว่าอ๋องฉางชิงและคนอื่น ๆ ยืนรออยู่ด้านนอกจึงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าได้

        หลังคำนับกันเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งเห็นปันฮั่วถือสุนัขจิ้งจอกที่ยังเป็น ๆ เอาไว้ตัวหนึ่ง จึงรับสั่งยิ้ม ๆว่า ฮั่วฮั่ว เจ้าถือสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นไว้ทำไม

        ฝ่าบาท หม่อมฉันตั้งใจนำมาถวายฝ่าบาทเพคะ ปันฮั่วเบิกตาจนโต ก่อนแยกกันไปหม่อมฉันทูลไว้แล้วว่าถ้าล่าสัตว์ดี ๆ ได้จะนำมาถวายฝ่าบาทเพคะ

        ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งตะลึงงันไปเล็กน้อย นั่นเพราะคิดว่านางหนูนี่พูดเอาใจไปอย่างนั้นเองจึงมิได้ใส่ใจแต่อย่างใด คิดไม่ถึงว่า นางล่าสัตว์มาให้เขาได้จริง ๆ

        หวังเต๋อ นำสัตว์ที่องค์หญิงปันนำมาถวายไปเก็บไว้ให้ดี เราว่าหนังของมันไม่เลว เอามาทำผ้าพันคอตอนฤดูหนาวก็น่าจะดี ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งเบิกบานใจยิ่งนัก รับสั่งหยอกล้อนางอย่างอารมณ์ดี วันนี้เจ้าออกไปนานเพียงนี้ล่าสุนัขจิ้งจอกมาได้แค่ตัวเดียวหรือ

        ล่าอย่างอื่นได้อีกนิดหน่อยเพคะ ส่วนใหญ่เป็นกระต่ายขนเทากับพวกนกกระจิบนกกระจอก หม่อมฉันมิกล้านำมาให้ทอดพระเนตรเพคะ ปันฮั่วพูดอาย ๆ มีแต่สุนัขจิ้งจอกขาวตัวนี้ที่พอจะนำมาถวายฝ่าบาทได้เพคะ

        เจ้าเป็นสาวเป็นนาง อายุยังน้อย แต่ล่าสัตว์มาได้มากเพียงนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งหัวเราะ รับสั่งปลอบใจปันฮั่วอีกยกใหญ่ ซ้ำยังพระราชทานกระต่ายตัวอ้วนพีกับเนื้อกวางหนึ่งชั่งที่ล่าได้ด้วยตนเองแก่นาง เห็นได้ว่าโปรดนางเป็นพิเศษ

        อ๋องฉางชิง เฉิงอันปั๋ว และคนอื่น ๆ ต่างได้รับพระราชทานสิ่งของกันทั่วหน้า ฮ่องเต้อวิ๋นชิ่งมีรับสั่งให้อ๋องฉางชิงอยู่ต่อ ปันฮั่วและคนอื่นจึงขอตัวออกไป

       

เฉิงอันปั๋วปันฮั่วหอบเนื้อกวางที่มัดอย่างดีกับกระต่ายตัวอ้วนเอาไว้โดยไม่ยอมให้ใครช่วยถือ นางเอียงคอมองหรงเสีย เรื่องเมื่อครู่ขอบคุณท่านมาก

        องค์หญิงปันรับสั่งเกินไปแล้ว หรงเสียมองนางหอบสิ่งของอย่างอารมณ์ดี กระหม่อมเพียงผ่านไปเท่านั้น ถ้าวันนี้ไม่ใช่กระหม่อมก็ย่อมต้องมีคนอื่นยินดีเดินออกมาเพื่อองค์หญิงอยู่แล้ว

        ถึงจะพูดเช่นนี้ แต่วันนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าข้าก็คือท่าน ปันฮั่วคิดไปคิดมา คว้าไก่ป่ากับกระต่ายขนเทาจากผู้ติดตามมาอย่างละตัว ของขอบคุณ

        หรงเสียมองไก่ป่าที่ยังมีเลือดหยดติ๋ง ๆ ก่อนยื่นมือไปรับ พูดยิ้ม ๆ ว่า ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ วันนี้กระหม่อมโชคไม่ดี แม้แต่ไก่ป่าสักตัวก็ยังยิงไม่ได้

        ไม่ต้องเกรงใจ ปันฮั่วโบกมือให้อย่างใจกว้างจากนั้นส่งไก่ป่าให้หรงเสียอีกตัวหนึ่งนี่ เอาไปสิ

        ไก่ป่าตัวนี้มีเลือดเปรอะตรงช่วงท้อง หรงเสียยังคงยิ้มขณะยื่นมือไปรับ

        ข้าจะไปหาท่านพ่อกับน้องชายแล้ว ขอตัวก่อน ในมือปันฮั่วหอบของกำนัลที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้จึงคำนับหรงเสียอย่างพิลึกพิลั่น ก่อนหมุนตัววิ่งไปหาบิดาและน้องชายที่กระโจม

        “ท่านปั๋ว ให้ข้าน้อยถือให้เถิดองครักษ์ของหรงเสียเห็นไก่ป่าที่มีเลือดหยดจากท้อง แต่ยังเอียงคออย่างแข็งขืนแล้ว รู้สึกว่าหญิงสาวอย่างองค์หญิงปันถือซากสัตว์ที่ไม่น่าดูอย่างนี้ด้วยมือเปล่า ดูจะไม่แยแสพิธีรีตองจนเกินงาม

        ไม่ต้อง รอยยิ้มของหรงเสียประหลาดพิกล เป็นครั้งแรกที่มีสาวน้อยมอบสัตว์ที่ล่ามาได้เพื่อปลอบใจข้า

        เพราะเขาล่าไก่ป่าไม่ได้...นางจึงได้ให้ไก่ป่าที่ตนเองล่าได้แก่เขา ไม่คิดแม้แต่น้อยว่าการที่บุรุษอย่างเขารับของที่สตรีเป็นฝ่ายล่าได้จะเสียหน้าหรือไม่

 

ท่านพี่ กระต่ายที่ท่านพี่เอากลับมาตัวอ้วนจริง ๆ พอย่างเสร็จแล้วจะต้องอร่อยเป็นแน่ ปันเหิงมองกระต่ายอ้วนที่ปันฮั่วนำกลับมาด้วยเป็นอันดับแรก เรียกให้องครักษ์นำไปจัดการ ข้ายังติดน้ำพริกที่ได้มาจากนอกด่านโถหนึ่ง ทาเวลาย่างเสร็จแล้วต้องอร่อยสุดยอดแน่

        กระต่ายตัวนี้ข้าไม่ได้ล่าเอง เป็นฝ่าบาทพระราชทาน ปันฮั่วส่งเนื้อกวางให้องครักษ์ ให้เขานำไปจัดการพร้อมกันทีเดียว ของที่ข้าล่ามาได้แบ่งให้คนนำกลับไปให้ท่านแม่ที่จวนเลยไม่พอกิน

        ปันเหิงชะโงกมากระซิบข้างหูนางเบา ๆ ว่า คนช่างประจบ

        ถ้าเก่งจริงก็อย่ากินสิ ปันฮั่วทำตาปะหลับปะเหลือกน่าดูใส่น้องชาย

        ปันเหิงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที ท่านพี่ ข้าเป็นน้องแท้ ๆ ของท่านพี่นะ

        ถ้าเจ้าไม่ใช่น้องชายของข้า ปากอย่างนี้อยู่มาไม่ถึงวันนี้หรอก ปันฮั่วใช้สายตาคมกริบมองเขา ของที่เจ้าล่ามาได้อยู่ไหนเล่า

        ปันเหิง “...

        จะถามเรื่องไหนก็ไม่ถาม รู้อยู่ว่าเขาขี่ม้ายิงธนูไม่เอาไหนยังจะมาถามเขาอีก

        องครักษ์หญิงยกน้ำสะอาดเข้ามาให้ปันฮั่วล้างมือที่เปื้อนเลือดจากนั้นอีกคนหนึ่งยกน้ำมะนาวเข้ามาให้นางแช่มือครู่หนึ่ง เช็ดมือจนสะอาดค่อยกล่าวว่า อีกสักครู่เจ้าพยายามอย่าดื่มสุรา หมอหลวงบอกแล้วว่าการดื่มสุราตอนอายุน้อยเกินไปไม่ดีต่อร่างกาย

        ปันเหิงพยักหน้า วางใจเถิด ข้าไม่ดื่มใครก็มาคะยั้นคะยอให้ข้าดื่มไม่ได้

        ปันฮั่วคิดไปคิดมาแล้วจึงพยักหน้า ก็จริง

        ได้ยินมาว่าสิบกว่าปีก่อน มีคนคะยั้นคะยอให้บิดาดื่มสุรา หลังจากดื่มจนเมาบิดาก็เริ่มอาละวาดเหมือนคนเสียสติ หยิบอะไรได้ก็ขว้างแตกจนหมด เจออะไรก็หยิบมาไล่ฟันคนไปทั่ว นับจากนั้นมาจึงไม่มีใครกล้าให้บิดาของนางดื่มสุราจนเมาอีกเลย

        ปันฮั่วยังเคยสงสัยว่าบิดาของนางฉวยโอกาสนี้แกล้งคนเสียมากกว่า

        แต่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจเช่นนี้ ด้วยนิสัยของบิดา จะต้องโอ้อวดให้นางฟังครั้งแล้วครั้งเล่า แต่จนถึงยามนี้นางยังไม่เคยได้ยินบิดาเอ่ยถึงมันเลยสักครั้ง เช่นนั้นคงจะเมาสุราจนควบคุมสติไม่อยู่จริง ๆ

        เดิมการล่าสัตว์เป็นการสังสรรค์ระหว่างกษัตริย์และเหล่าขุนนาง ดังนั้นเมื่อถึงยามหก[1]จึงมีการตั้งเตาย่างเนื้อบนพื้นที่ว่างจำนวนมาก เพื่อให้เจ้านายทั้งหลายเป็นผู้ลงมือย่างเนื้อเอง หรือไม่ก็ให้บ่าวรับใช้ลงมือย่างเสร็จแล้วค่อยนำมาให้เจ้านายตนเอง

        แม้ปันหวายจะไม่มีอำนาจในมือ แต่มารดาของเขาเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ ดังนั้นเตาย่างเนื้อของเขาจึงตั้งอยู่ใกล้กับฮ่องเต้

        จงผิงปั๋วกำลังจะเกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์ในอนาคต เตาย่างเนื้อของจวนจงผิงปั๋วจึงเป็นลำดับถัดจากสกุลปัน

        ทั่วทั้งราชสำนักต่างรู้ดีว่าสองสกุลนี้มีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน แล้วยังจัดที่ย่างเอาไว้ใกล้กัน ทำให้คนอื่นอดสงสัยไม่ได้ว่าขันทีที่ดูแลเรื่องนี้ทำงานใช้ไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเพราะสาเหตุใดก็ตาม ฮ่องเต้อยู่ที่กระโจมเรียบร้อยแล้ว การที่คนอื่น ๆ จะลุกขึ้นลุกลง ย้ายที่นั่ง จะทำให้ฮ่องเต้ไม่สำราญใจได้

        จงผิงปั๋วและปันหวายมองหน้ากันและกันอย่างรังเกียจ ปันหวายบอกผู้ติดตามว่า เจ้าขยับเนื้อไปทางขวาอีกหน่อย อย่าให้รสชาติเสียล่ะ”

        จงผิงปั๋วแค่นหัวเราะ ทำท่าว่าไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับปันหวาย

        ปันหวายเห็นว่าจงผิงปั๋วโมโหตนเองอยู่แท้ ๆ แต่ต้องแสร้งทำเป็นไม่สนใจก็พึงพอใจยิ่งนัก

       

ปันฮั่วเป็นสตรีจึงมิได้นั่งร่วมวงกับพวกเขา แต่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งรวมกลุ่มกับฮองเฮา องค์หญิง และบรรดาหญิงสาว

        นางมีความสัมพันธ์อันดีกับองค์หญิงอันเล่อ ธิดาที่ถือกำเนิดจากฮองเฮา องค์หญิงอื่น ๆ นั้นเพียงพูดคุยกันอย่างผิวเผิน แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่แม้แต่จะคุยกันด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วก็ประหลาด ทั้งที่พวกนางมีฐานะเป็นถึงองค์หญิง แต่ต่อหน้าฮ่องเต้ พวกนางกลับไม่มีหน้ามีตาเท่าปันฮั่วที่เป็นญาติผู้น้อง เพราะเหตุนี้ทำให้พวกนางทำใจให้ชอบปันฮั่วไม่ได้

        แต่องค์หญิงเหล่านี้ล้วนเป็นคนฉลาด รู้ว่าฮ่องเต้ยกย่องฮองเฮาเป็นที่สุด ทั้งยังให้ความสำคัญแก่โอรสธิดาที่ถือกำเนิดจากฮองเฮา แม้พวกนางจะริษยาปันฮั่วเพียงใด แต่เบื้องหน้ากลับแสดงความเป็นกันเอง

        เผ็ดจังองค์หญิงอันเล่อดื่มน้ำหลายอึกกว่าจะสยบความเผ็ดร้อนที่ปลายลิ้นให้น้อยลงได้ ข้ากินไม่ไหวแล้ว

        ปันฮั่วหยิบเนื้อกระต่ายที่ย่างเสร็จแล้วส่งให้นาง ลองชิมอันนี้ดูเพคะ

        องค์หญิงอันเล่อเฉือนเนื้อใส่จาน ใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาชิมคำหนึ่ง แม้เนื้อกระต่ายจะยังมีรสเผ็ดอยู่ แต่กลิ่นหอมของเนื้อย่างมีมากกว่าเดิม

        ฮองเฮามององค์หญิงอันเล่อสนทนากับปันฮั่วอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส จึงหันมามองสือเฟยเซียนและเซี่ยหวั่นอวี้ที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง

        ในฐานะของมารดา นางย่อมรู้ถึงจิตใจโอรสของตนดี สือเฟยเซียนมีชาติตระกูลดี หนำซ้ำยังมีบิดาเป็นถึงเสนาบดีขวา นับว่ามีฐานะสูงส่งกว่าเซี่ยหวั่นอวี้มาก ทว่าฮ่องเต้ไม่ต้องการให้องค์ชายรองรับสือเฟยเซียนเป็นชายา ต่อให้นางพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์

        ก่อนหน้านี้ หลังจากมีข่าวว่าการหมั้นหมายของปันฮั่วกับเสิ่นอวี้ถูกยกเลิกไป นางยังกังวลว่าฮ่องเต้จะมีรับสั่งให้องค์ชายรองเสกสมรสกับปันฮั่วเสียอีก โชคดีที่ฮ่องเต้มิได้เลอะเลือน มิได้คิดจะหาสะใภ้เช่นนี้ให้ราชนิกุล

        ในสายตาของฮองเฮา ปันฮั่วเป็นหญิงสาวที่ใครเห็นใครก็รัก ทว่าก็จำกัดอยู่เพียงเท่านี้

        ฮองเฮา ฝ่าบาททรงย่างเนื้อกระต่ายด้วยองค์เอง เลยสั่งให้กระหม่อมนำมาให้พระนางได้ลองชิมพ่ะย่ะค่ะ

        หวังเต๋อยกถาดใส่เนื้อย่างมาใบหนึ่ง

        ปันฮั่วเหลือบมองเพียงแวบเดียว เนื้อพวกนั้นแดง ๆ ดำๆ แค่รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่น่ากินอย่างที่สุด ดูท่าหวังเต๋อจะไม่ได้พูดปด ผู้ที่สามารถสั่งให้นำของไม่น่าดูเช่นนี้มาถวายฮองเฮาได้ก็คงจะมีแต่ฮ่องเต้คนเดียว

        ฮองเฮามองของที่ดูไม่น่ากินอย่างยิ่งแล้ว แม้ในใจจะปฏิเสธอย่างไร แต่ต่อหน้าผู้คนมากมายนางย่อมต้องเห็นแก่หน้าฮ่องเต้ ดังนั้นไม่เพียงจะหยิบมากินสองไม้ ยังรับสั่งชมว่าฮ่องเต้มีฝีมือย่างเนื้อเป็นเลิศด้วย

        องค์หญิงปันองค์หญิงคังหนิงหันมาพูดกับปันฮั่ว ดูท่าเจ้ารอคอยการล่าสัตว์ประจำปีนี้อย่างยิ่ง แม้แต่น้ำพริกของชาวเผ่านอกด่านก็ยังเตรียมมาด้วย

        ปันฮั่วดูน้ำพริกที่วางตรงหน้าอยู่ครึ่งอึดใจ ก่อนตอบว่า อ้อ

        แล้วประเด็นหลักคืออะไร

 



[1]เวลา ๑๑.๐๐-๑๓.๐๐ น.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 648 ครั้ง

418 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:24

    สนุกมากก หญืงปันไม่เหมือนใคร อยากให้นางไปเป็นจอมยุทธ์

    อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะ....

    ...

    พ่อหญิงปัน อาจเป็นคมในฝัก จริงๆอายเก่งมาก แต่ต้องเก็บเอาไว้ พ่อเป็นถึงแม่ทัพ แม่เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ จะง่อยขนาดนั้นเลยหรอ5555

    ส่วนน้องนางเอก อาจมีความถนัดที่ ผช ไม่ค่อยมีก็ได้555

    คิดว่าครอบครัวนางต้องไม่ธรรมดา มโนยาวๆ

    #131
    0
  2. #130 Jacquelinexx (@paweesuda_eve) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 20:59
    อยากได้เล่มแล้วววววว
    #130
    0
  3. #127 amporn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 14:11
    ขอบคุณค่ะ
    #127
    0
  4. #126 ญานภา (@wakanit) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 12:45

    มีความเป็นตัวเองจริงๆ

    #126
    0
  5. #124 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:12
    นางน่ารักนะ แต่รอบๆนางร้ายๆทั้งนั้น
    #124
    0
  6. #123 mmuy (@mmuy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:38

    ญ.ปันน่ารัก แต่ไม่ต้องการตบแต่ง แล้วหรงหรงละ สนใจรับไว้พิจารณาหรือเปล่าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #123
    0
  7. #122 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:15

    เฮียหลงมีความหวงของเบาๆ

    #122
    0
  8. #121 Ooy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:00

    ฮึฮึ นางเอกเป็นตัวของตัวเองไง ละ หรงเสีย

    ช่างต่างจาก ญ อื่น

    ประทับใจมั้ยลั

    #121
    0
  9. #120 Owari (@Owari) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 09:59
    คือในความคิดคนอื่นนางน่ารัก แต่ก็ไม่ได้อยากตบแต่ง หรืออยากได้เป็นสะใภ้ ., สงสารนาง 555
    ปล.รีบออกเล่มเถอะค่ะ รออยู่ ค้างมากกกก
    #120
    0
  10. #119 Mettheela (@Mettheela) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 09:57
    องค์หญิงปันๆ สู้ๆ
    #119
    0
  11. #118 bird_only (@bird_only) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 09:55
    555 หญิงปันผู้น่าสงสาร ใครเห็นใครก็รัก แต่จำกัดอยู่แค่นี้ 555 นี่คือชมใช่ไหม สงสาร ญ.ปัน 555555
    #118
    0