ข้าก็เป็นสตรีเช่นนี้

ตอนที่ 4 : 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 634 ครั้ง
    20 ก.ย. 61


หรงเสียหรือเพคะ ปันฮั่วเคยได้ยินชื่อเสียงของเฉิงอันปั๋วผู้นี้มาก่อน เขาเป็นชายหนุ่มที่มีความสามารถและรูปลักษณ์ไร้ผู้เทียบเคียงผู้หนึ่งในเมืองหลวงทีเดียว มีทั้งฝีมือวาดภาพและเขียนพู่กัน ซ้ำยังเป็นชายหนุ่มรูปงามเหนือกว่าพานอัน[1] เรียกได้ว่าออกจากจวนเมื่อใดจะต้องมีหญิงสาวไล่ตามเป็นแน่

        เหตุใดเล่า ไม่ถูกใจหรือองค์หญิงอันเล่อมองปันฮั่วด้วยใบหน้าอมยิ้ม

        บุรุษที่มีทั้งรูปโฉมและความสามารถเช่นนี้ แม้แต่คนอย่างสือเฟยเซียนยังเคยเอ่ยปากชม คงไม่ใช่เรื่องถูกใจไม่ถูกใจสำหรับหม่อมฉันเพคะ ปันฮั่วคิดอย่างคนปลงตก คนเช่นนี้เกิดมาน่าจะชมชอบสตรีที่เหมือนนางฟ้านางสวรรค์เป็นทุนเดิม หม่อมฉันคงไม่เข้าไปร่วมวงด้วยหรอกเพคะ

        เท่าที่จำได้ ปันฮั่วเคยเจอหรงเสียเพียงไม่กี่ครั้ง ทุกครั้งที่พบคนผู้นี้นางมักรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นประดุจบัวหิมะบนยอดเขาเทียนซาน เป็นดวงจันทร์ที่ลอยเด่นบนนภา ดังนั้นโลกของนางและเขาไม่มีทางมาบรรจบกันได้

        เห็นปันฮั่วมิได้มีความรู้สึกชายหญิงกับเฉิงอันปั๋ว ทำให้องค์หญิงอันเล่อคลายความกังวลลงยังดีที่เจ้าไม่เหมือนสตรีบางคนที่คลั่งไคล้หรงเสีย อย่างนี้ข้าก็วางใจ

        ยามนี้ปันฮั่วจะมีจิตใจใคร่ครวญถึงชายหนุ่มคนใดได้เล่า เพียงคิดว่าอีกห้าปีนางจะไม่ได้เป็นท่านหญิงก็รู้สึกว่าใต้หล้านี้มีแต่ความหดหู่เศร้าหมอง

        มื้อกลางวันเป็นอาหารที่ทำจากปูทั้งหมด ปันฮั่วนั่งอยู่ทางขวาขององค์หญิงอันเล่อ ทางซ้ายขององค์หญิงอันเล่อเป็นองค์หญิงคังหนิง ธิดาของน้องชายของฮ่องเต้ ความสัมพันธ์ระหว่างปันฮั่วและนางนับได้ว่าผิวเผินยิ่งนัก มิได้สนิทสนมกันแต่อย่างใด ปันฮั่วรู้ว่านางมีนิสัยเฉยชา ไม่ชอบร่วมวงสนทนากับตนเอง จึงได้แต่ก้มหน้าเลือกปูตัวอ้วนใหญ่มากิน

        ท่านหญิงปันช่วงนี้ดูผ่ายผอมไม่น้อย ต้องดูแลร่างกายให้ดีนะเจ้าคะ มีคุณหนูคนหนึ่งมองปันฮั่ว น้ำเสียงที่เอ่ยมีนัยชอบกล มีเรื่องอะไรอย่าได้เก็บไว้ในใจ มิเช่นนั้นจะทำร้ายร่างกายเอาได้

        ผอมแล้วสวมเสื้อผ้าจะงามกว่าเดิม ข้ามีเรื่องอะไรไม่เคยเก็บไว้ในใจอยู่แล้ว พูดออกมาในตอนนั้นเลยปันฮั่ววางตะเกียบ เช็ดมุมปากสะอาดดีแล้ว จึงเงยหน้ามองหญิงสาวที่กำลังพูดกับนาง เจ้ามาจากสกุลใด เหตุใดถึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

        ฮั่วฮั่ว นางเป็นบุตรีของใต้เท้าหลี่ หลี่เสี่ยวหรูปกติจะรวมกลุ่มอยู่กับพวกเรา องค์หญิงคังหนิงได้ยินแล้วให้หัวเราะเบา ๆ ก่อนอธิบายให้นางฟัง เจ้าจะไม่เคยเห็นได้อย่างไร

        ปันฮั่วเลิกคิ้ว เอ่ยเสียงเรื่อยเฉื่อย ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน คิดจะหาเรื่องหัวเราะเยาะที่นางถูกเสิ่นอวี้ถอนหมั้นแล้วยังแสร้งพูดไปอีกทาง คนประเภทนี้ปันฮั่วไม่เคยไว้หน้าแม้แต่น้อย คงเป็นเพราะคุณหนูหลี่แต่งกายเรียบง่ายเกินไป  คนอย่างข้าชอบความสดใสเป็นทุนเดิม ใครที่ไม่ค่อยสะดุดตา ข้าย่อมจำไม่ได้

        ท่าน... ขอบตาของหลี่เสี่ยวหรูเริ่มเป็นสีแดงเรื่อ น้ำตาปริ่มคล้ายจะหยดมิหยดแหล่ ประดุจดอกไม้ที่ยังไม่ทันแบ่งบานดีก็ถูกพายุลมแรงพัดผ่าน จนต้องซุกตัวเพื่อรอการปกป้องจากผู้อื่นอย่างน่าสงสาร

        ท่านหญิงปัน สือเฟยเซียนเห็นแล้วอดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้มองปันฮั่วยิ้ม ๆ ต้องทำถึงเพียงนี้ด้วยหรือ

        มีแต่ความเงียบกริบทั่วโต๊ะ

        ปันฮั่วก้มหน้าเคาะก้ามปู นางเอียงหน้ากล่าวกับองค์หญิงอันเล่อ ปูนี่ดีนะเพคะ ทั้งสดทั้งหวาน

        องค์หญิงอันเล่อรู้ว่าปันฮั่วทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของสือเฟยเซียน จึงยิ้มให้อย่างอ่อนใจ ถ้าเจ้าชอบก็นำกลับไปสักชะลอม

        คนทั้งโต๊ะต่างรู้ดีว่า ปันฮั่วแสร้งไม่ได้ยินคำพูดของสือเฟยเซียน จึงบังเกิดความรังเกียจปันฮั่วยิ่งกว่าเดิม นางถือดีที่ตนเองมีเสด็จย่าเป็นองค์หญิงใหญ่จึงได้แสดงท่าทางสามหาวโดยไม่สนใจผู้ใด สือเฟยเซียนเป็นถึงบุตรีของเสนาบดีขวาซึ่งเก่งกาจกว่าบิดาที่มีแต่ยศถาบรรดาศักดิ์ แต่ไร้อำนาจในมือของปันฮั่วมากมายนัก

        การไม่ไว้หน้าสือเฟยเซียนต่อหน้าผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ เท่ากับเหยียบย่ำเกียรติของเสนาบดีขวาชัด ๆ ปันฮั่ว นางเสียสติไปแล้ว

        ปันฮั่วเสียสติหรือไม่พวกนางไม่รู้ รู้แต่ว่ายามนี้ไม่มีใครกล้าตอแยกับนางอีก ไม่มีใครรู้ว่านางจะโต้ตอบกลับมาอย่างไร คนที่มีสมองปกติยามทำสิ่งใดมักจะใคร่ครวญให้ดีก่อน แต่สำหรับคนไร้สมองทำสิ่งใดล้วนทำตามอารมณ์ มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับนางเท่ากับหยามเกียรติของปัญญาชน แต่หากไม่หาเรื่องทะเลาะกับนางก็จะอึดอัดคับข้องใจยิ่งนัก อย่าได้ตอแยนางจะดีที่สุด

        ทั้งเซี่ยหวั่นอวี้และสือเฟยเซียนถูกปันฮั่วทำให้อับอายแล้ว พวกนางยังจะหาเรื่องใส่ตัวทำไม

        ไม่รู้ว่าหญิงสาวเหล่านี้รู้สึกไปเองหรืออย่างไร ก่อนหน้านี้แม้ปันฮั่วทำอะไรตามอำเภอใจก็จริง แต่ก็ยังไม่ถึงกับไม่เห็นแก่หน้าผู้อื่นเยี่ยงนี้ วันนี้นางเป็นอะไรไป เป็นไปได้ว่าเรื่องที่เสิ่นอวี้ถอนหมั้นส่งผลต่อนางไม่น้อย นางจึงทำตัวเลยเถิดเช่นนี้

        คนที่อยู่ในงานเลี้ยงไม่น้อยที่มีความคิดเช่นนี้ก็บังเกิดความเห็นใจนาง แต่ยังมีบางส่วนที่สะใจกับความโชคร้ายที่นางพบเจอ

        จากตัวอย่างของสือเฟยเซียนและเซี่ยหวั่นอวี้ หลังจากนั้นจึงไม่มีใครกล้าหาเรื่องปันฮั่วอีก กระทั่งงานเลี้ยงชมดอกเบญจมาศเลิกราก็ยังไม่มีคนกล้าพูดกับปันฮั่วสักกี่คำ

        นิสัยของเจ้าไม่เปลี่ยนก็ช่างเถิด ขณะที่องค์หญิงอันเล่อออกมาส่งปันฮั่ว...ก็อดถอนหายใจไม่ได้ ยามนี้ดูเจ้าจะขี้โมโหมากขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจหาเรื่องลำบากใส่ตัวได้ เจ้าจะทำอย่างไร

        วันเวลาดี ๆ เมื่อผ่านไปแล้วก็ลดน้อยลงวันหนึ่ง ขอเพียงวันนี้มีสุราก็เมาวันนี้ ปันฮั่วตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ เดิมพวกนางไม่มีใครชอบหม่อมฉันอยู่แล้ว ถึงยามนี้จะพูดจากับพวกนางดี ๆ แต่เมื่อใดที่หม่อมฉันตกอับ พวกนางก็ไม่วายหัวเราะเยาะหม่อมฉันทันที แล้วเหตุใดหม่อมฉันจะต้องฝืนทำดีกับพวกนางด้วยเพคะ

        ตกอับอะไรของเจ้า อยู่ดี ๆไปนึกถึงเรื่องพวกนี้ทำไม องค์หญิงอันเล่ออดหัวเราะไม่ได้ ระวังเถิด ถ้าเสด็จย่าทรงได้ยินจะโดนดุเอา

        ปันฮั่วหัวเราะ มิได้พูดสิ่งใดมากไปกว่านี้ หลังจากอำลาองค์หญิงอันเล่อแล้วจึงขึ้นเกี้ยว

 

ร้านขายของเก่าที่มีชื่อในเมืองหลวง ปันหวายมองแผ่นหยกที่เถ้าแก่ร้านนำออกมาให้ดูแล้วส่ายหน้า ไม่ไหว ยังมีอันอื่นอีกหรือไม่

        “ท่านโหว ข้าน้อยมิกล้าโกหกท่าน นี่เป็นของที่ดีที่สุดของร้านเราแล้วเถ้าแก่ร้านยิ้มประจบ มิเช่นนั้นท่านลองดูของสิ่งอื่น

        ไม่ดูแล้ว ปันหวายทำหน้าผิดหวัง รอเมื่อไรเจ้ามีของดี ข้าค่อยมาดูก็แล้วกัน

        ได้ขอรับ ท่านโหวเดินดี ๆ เถ้าแก่ร้านถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แม้จิ้งถิงโหวผู้นี้จะเรื่องมากไปหน่อย แต่ก็ใจกว้าง เมื่อไม่มีของใดถูกใจก็ไม่หาเรื่องลงกับพวกเขานับว่าเป็นลูกค้าที่เอาใจง่าย แม้คนภายนอกจะลือกันว่าคนผู้นี้เสเพลไม่เอาไหน แต่พ่อค้าอย่างพวกเขากลับชอบจิ้งถิงโหวผู้นี้ยิ่งนัก

        “ท่านโหว ดูเหมือนข้างหน้าจะเกิดเรื่องขอรับบ่าวรับใช้ข้างกายปันหวายที่ชื่อเสี่ยวจู้เดินเข้ามาใกล้เกี้ยวพูดเสียงเบา ไปต่อไม่ได้ขอรับ

        เจ้าไปดูซิว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ปันหวายรีบร้อนกลับจวน เขาได้ยินเสียงโวยวายระคนเสียงร้องไห้ แต่ขี้เกียจสั่งให้เดินอ้อมจึงให้บ่าวรับใช้ไปถามดู

        ไม่นานนัก เสี่ยวจู้วิ่งกลับมา “ท่านโหว ข้าน้อยถามมาแล้ว มีสองผัวเมียสูงอายุเข้ามาขายของป่าในเมือง แต่เจอพวกสิบแปดมงกุฎให้เงินอีแปะปลอม ยามนี้ตาเฒ่าโมโหจนเป็นลมไปแล้วขอรัก

        ถ้าเป็นเมื่อก่อนปันหวายไม่มีทางใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้แน่ แต่วันนี้เขายังไม่ได้ใช้เงินเลยจึงเกิดความเห็นใจขึ้นมาอย่างที่น้อยครั้งจะเป็นได้ เขาล้วงเศษเงินออกมา เอาเงินนี่ให้พวกเขาไป

        ปัญหาอะไรที่ใช้เงินแก้ไขได้ย่อมไม่เป็นปัญหา

        ขอรับ เสี่ยวจู้รับเงินมา วิ่งเหยาะ ๆ เบียดเข้าไปท่ามกลางฝูงชน วางเงินให้ยายเฒ่าที่ร้องไห้ด้วยความเสียอกเสียใจ ท่านยายรับเงินนี่ไป แล้วเรียกหมอมาดูอาการให้ท่านตาเถิด

        จะได้อย่างไร ยายเฒ่าเห็นเงินในมือแล้วตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี นางเห็นคนที่นำเงินมาให้สวมเสื้อผ้าฝ้ายชั้นดียิ่งมิกล้ารับเอาไว้ ความหวังดีของใต้เท้าข้าน้อยขอรับไว้ด้วยใจ แต่เงินนี่มากเกินไป ข้าน้อยมิกล้ารับ

        รับไปเถิดท่านยาย นี่เป็นเงินที่ท่านโหวของข้ามอบให้ เสี่ยวจู้เห็นสีหน้าของตาเฒ่าเหลืองซีดจึงถอนหายใจคราหนึ่ง รีบยัดเงินใส่มือยายเฒ่าก่อนหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิม

        ช่างเป็นคนดีจริง ๆ ยายเฒ่ามองเงินในมือด้วยใบหน้านองน้ำตา คุกเข่าโขกศีรษะไปยังเกี้ยวที่ปันหวายนั่งอยู่หลายครั้ง

        มีคนหนุ่มแน่นแข็งแรงผู้หนึ่งเห็นจึงช่วยเรียกหมอให้นาง ไม่นานนักตาเฒ่าก็ฟื้นขึ้นมา ยายเฒ่าดีใจหัวเราะทั้งน้ำตา นางถามผู้คนที่มามุงดูอยู่รอบ ๆ ว่าใต้เท้าคนดีที่ช่วยนางเมื่อครู่คือใคร

        คนผู้นั้นข้ารู้จัก ป้าของเขาเป็นญาติห่าง ๆ กับบ้านข้า ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อยเอ่ยปากเนิบช้าท่ามกลางสายตาของผู้คนรอบด้านที่มองอย่างชื่นชม ได้ยินว่าครอบครัวของเขาทำงานรับใช้จวนโหวกันทั้งบ้าน เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นผ้าฝ้ายเนื้อดี มีเนื้อให้กินทุกวัน ทั้งยังคอยดูแลบ่าวรับใช้จำนวนมากในจวนโหวอีกด้วย

        ที่แท้เป็นคนของจวนโหวนี่เอง ชาวเมืองที่อยู่ด้านข้างรับรู้ ทว่าในเมืองหลวงมีท่านโหวผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อยู่ไม่น้อย ดังนั้นจึงมีคนถามขึ้นอีกว่า ท่านรู้ว่าเขาเป็นคนของจวนโหวใดหรือ

        มีประวัติความเป็นมาใหญ่โตทีเดียว รู้จักองค์หญิงใหญ่หรือไม่ ท่านโหวคนนั้นก็คือโอรสขององค์หญิงใหญ่ จิ้งถิงโหว เมื่อครู่ที่นำเงินมาให้ยายเฒ่าก็คือคนของจิ้งถิงโหวไม่ผิดแน่

        บุตรขององค์หญิงหนิงเต๋อก็คือญาติผู้น้องของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ย่อมเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่และเก่งกาจ

        “ท่านโหวผู้นี้เป็นคนดีจริง ๆ

        สุดท้ายแล้ว ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องเชื้อพระวงศ์ในเมืองหลวงก็ได้บทสรุปเช่นนี้

        ห่างไปไม่ไกลนัก ชายหนุ่มที่นั่งมองเหตุการณ์เบื้องหน้าเงียบ ๆ ในเกี้ยวหลังหนึ่ง รอจนกระทั่งฝูงคนสลายตัวไปแล้วจึงได้ปล่อยผ้าม่านลง กลับจวน

        “ท่านปั๋ว ไม่ไปจวนจงผิงปั๋วแล้วหรือขอรับ

        ไม่ไปแล้ว น้ำเสียงเรียบเป็นการเป็นงานของชายหนุ่มดังแว่วมาจากด้านใน ไปวันพรุ่ง

        ขอรับ

        ขณะที่เกี้ยวเลี้ยวกลับไปทางเดิมได้ไม่เท่าไร มีเกี้ยวอีกหลังหนึ่งคลุมด้วยผ้าต่วนแดงสดถูกหามตรงมาทางนี้ เมื่อเห็นแล้วรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นเกี้ยวของสตรีสูงศักดิ์จากสกุลใดสักสกุล

        ชายหนุ่มเลิกม่านเกี้ยวขึ้น เห็นดอกโบตั๋นงามปักที่ผ้าม่านหน้าเกี้ยว มีอัญมณีมีค่าประดับตรงกลางเสริมให้หรูหราตระการตา สายตาของเขากวาดผ่านทับทิมแดงที่ฝังยอดเกี้ยว ก่อนทิ้งผ้าม่านลงช้า ๆ

        ยังดีที่ถนนสายนี้กว้างขวางพอจึงไม่จำเป็นต้องมีใครหลบเข้าข้างทาง เกี้ยวผ้าต่วนสีแดงสดหลังนั้นจึงสวนทางกับเกี้ยวหลังคาน้ำเงินคนละทิศทาง แม้จากไปไกลแล้วก็ยังได้ยินเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งไม่ขาดสาย

 

คราวนี้ปันหวายต้องเดินอ้อมไปไกลกว่าจะกลับถึงจวน แต่เมื่อคิดว่าวันนี้ตนเองได้ทำเรื่องดี ๆ จึงเกิดความรู้สึกว่าแผ่นหยกที่เอวเปล่งประกายแวววาวในพริบตา แม้แต่ตอนที่บุตรชายเข้ามาขอเงินก็ยังอดเพิ่มเงินให้อีกหนึ่งร้อยตำลึงไม่ได้

        ท่านพ่อ สกุลผู้ดีทั้งหลายใช้เงินกันทีเป็นพันตำลึง จวนของพวกเราก็มีเงินเหมือนกัน พวกเราจะแพ้คนอื่นไม่ได้นะท่านพ่อ ปันเหิงสะบัดตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงไปมา แบบนี้จวนโหวของพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด

        จวนของพวกเรามีหน้ามีตากับเขาที่ใดเล่า อย่างไรพวกเราก็ไม่มีหน้าจะอายอยู่แล้ว ปันหวายเชิดอก ไม่มีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องออกไปเล่นเหลวไหล กลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือไป

        ปันเหิง ...



[1]เป็นบุคคลในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันตก (ค.ศ.๒๔๗-๓๐๐) ได้รับการขนานนามว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามคนแรกในสมัยโบราณ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 634 ครั้ง

418 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 มกราคม 2562 / 01:08

    ถ้าอ่านจากบทนี้ นางเอกแปลกแนวกว่าทุกแนวที่เคยอ่าน นางเอกคนอื่น ไม่เงียบขรึม คมในฝัก ก็จะจรรยาดี มีมารยาท อ่อนแอ เหนียมอายเจียมตน หรือไม่ก็เป็นพวกทะลุมิติมาเก่งกาจแบบงงๆ แต่นางเอกเรื่องนี่ตรงข้ามเกือบทุกด้านเลย 555

    #388
    0
  2. #10 มนุษย์ป้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 11:38

    ครอบครัวนี้น่ารักงะ ว่าไงก็ว่าตามกันไปทิศทางเดียวกัน เฮฮาดีชอบๆ

    #10
    0
  3. #7 นักอ่าน J (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 20:24

    บ้านนี้พันธุกรรมเดียวกันจริงๆ แต่ละคนตรรกะแปลกทั้งนั้น 555

    #7
    0
  4. #6 jittnitee (@jittnitee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 18:21
    พิลึกกันทั้งบ้าน
    #6
    0
  5. #5 Venasia (@Venasia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 11:08
    นิสัยคนบ้านนี้มีเอกลักษณ์จริงๆ 555
    #5
    0
  6. #4 ตามอ่าน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 10:03

    บ้านนี้ ฮากันจริง

    #4
    0