มาลิ้มรสชาติอาหารที่ต่างโลกกันเถอะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 158,574 Views

  • 964 Comments

  • 4,039 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    490

    Overall
    158,574

ตอนที่ 62 : อำลาจีเฉิงเชี่ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    10 ม.ค. 61

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

โฮสต์: บู่ฟง

 

เพศ:ชาย

 

อายุ: ยี่สิบปี

 

ระดับของพลังงานที่แท้จริง: ระดับสาม (สามารถแสดงพลังงานที่แท้จริงออกมานอกร่างกายได้ในฐานะเทพในการทำอาหาร ท่านจะต้องใช้พลังงานที่แท้จริงในการทำอาหาร และท่านต้องทำงานหนักให้มากขึ้น)

 

ความสามารถในการทำอาหาร: ไม่ทราบ

 

สกิล: เทคนิกการฝึกฝนมีดดาวตกระดับที่หนึ่ง(52/100)

 

เครื่องมือ: ชุดเชตของเทพแห่งการทำอาหาร(3/4)

 

ระดับโดยรวมของเทพแห่งการทำอาหาร: พ่อครัวฝึกงาน (ท่านสามารถใช้พลังงานที่แท้จริงในการทำอาหาร และมีเทคนิคในการหัน หนทางที่จะเป็นเทพแห่งการทำอาหารเปิดขึ้นแล้ว ท่านต้องทำงานอย่างหนัก)

 

ผลึกที่เปลี่ยนแปลงแล้วคือสองพันแปดร้อยแปดผลึก

 

พลังงานที่แท้จริงที่เปลี่ยนแปลง: 720/1000

 

ระดับของระบบ: สามดาว (อัตราส่วนความสำเร็จอยู่ที่ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ลูกค้าสามารถเอาส่วนผสมที่ต่ำกว่าระดับสี่มาปรุงได้)

 

เช้าวันต่อมาบู่ฟงตื่นออกมาจากเตียงด้วยความง่วง เขาจ้องมองแผงระบบเมื่ออาบน้ำ

 

หลังจากที่มองไปที่ระดับพลังงานที่แท้จริงแล้ว เขากำลังจะเลื่อนระดับในอีกไม่นานมานี้ ตอนนี้เขายังอยู่ในระดับที่สามนักรบบ้าคลั่ง เมื่อเขาได้อีกพันผลึกระดับพลังงานที่แท้จริงของเขาจะไปถึงระดับจิตวิญญาณการต่อสู้ขั้นที่สี่ ในตอนนี้เขาควบคุมพลังงานที่แท้จริงได้ชำนาญแล้ว

 

“ชุดเครื่องครัวมันคืออะไร....ข้าอยากรู้จริงๆตอนนี้เขาเก็บชิ้นส่วนได้สามชิ้นส่วนแล้ว เมื่อข้าเลื่อนระดับต่อไปข้าก็จะรวบรวมชิ้นส่วนได้จนหมด” บู่ฟงพึมพำแล้วเดินลงบันได

 

จากนั้นเขาก็เข้ามาที่ห้องครัว แล้วเริ่มหันหัวไชเท้าทุกวัน

 

หลังจากที่ฝึกฝนเสร็จ บู่ฟงก็เดินเข้าไปในร้าน แล้วเปิดประตูออก ลมเย็นพัดมาถูกหน้าทำให้เขารู้สึกหนาวสั่น

 

บู่ฟงมองดูเจ้าดำที่ยังนอนหลับสนิท แล้วกลับเข้าไปที่ห้องครัวทำอาหารตามปกติ หลังจากนั้นก็มีกลิ่นหอมของซี่โครงหมูอ่อนขี้เมาเต็มไปหมด

 

“ถึงเวลากินแล้วเจ้าดำ” บู่ฟงเอาซี่โครงหมูอ่อนขี้เมาวางไว้ข้างหน้าเจ้าดำทันใดนั้นมันก็เริ่มส่ายหาง

 

คนอ้วนจินกับเพื่อนๆก็มากินอาหารเช้าแล้วก็จากไปตามปกติ พวกเขาเคยชินมากินอาหารที่ร้านของบู่ฟงจนเป็นนิสัยไปแล้ว ถึงแม้ว่าอาหารของบู่ฟงจะมีราคาแพง แต่เจ้าอ้วนจินก็เป็นเศรษฐีใหม่..พวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเงิน

 

เซียวเยว่ไม่ได้ปรากฏตัวอีกหลังจากที่ถูกเจ้าดำน้อยเป่าออกไปราวกับว่าเขาหายไปจากเมืองหลวงไม่กลับมาอีกเลย แต่บู่ฟงไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่เขารู้สึกเสียใจมากที่เสียลูกค้าคนนึงไปเท่านั้น

 

ข้างในซอยลมหนาวเหน็บไปจนถึงกระดูกพัดเข้ามา จีเฉินเชี่ยก็สวมชุดสีขาวเดินเข้ามาในร้าน ใบหน้าที่อ่อนโยนและหล่อเหลาของเขาหรี่ตาลงราวกับว่าเขายิ้มออกมาตลอดเวลา

 

“เถ้าแก่บู่สวัสดีตอนเช้า” จีเฉิงเชี่ยทักทายบู่ฟง บู่ฟงพยักหน้าทักทายกลับ

 

“พี่องค์ชายทำไมท่านถึงมาแต่เช้าวันนี้?” โอวหยางเสี่ยวยี่ถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นจีเฉิงเชี่ย ก้าวเข้ามาในร้านแล้วนั่งลง

 

จีเฉิงเชี่ยเดินเข้ามาลูบหัวเสี่ยวยี่หัวเราะแล้วพูดออกมา “ข้ามาที่นี่เพื่อกินอาหารของเถ้าแก่บู่ในวันนี้”

 

“เจ้าจะกินอะไรในวันนี้?” บู่ฟงถาม

 

“ยกมาแต่ละอย่าง หลังจากนี้ข้ายังไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้กินอาหารของเถ้าแก่บู่ต่อไป” จีเฉิงเชี่ยพูดออกมาแล้วถอนหายใจ

 

“หืม? ทำไมถึงเป็นแบบนั้นละ?” บู่ฟงถามด้วยความแปลกใจ โอวหยางเสี่ยวยี่เองก็ซอกแซกอยากรู้เหมือนกันแล้วมองไปที่จีเฉิงเชี่ย

 

สายตาของจีเฉิงเชี่ยดูหดหู่ออกมานิดๆก่อนที่จะพูดออกมาตามปกติว่า “ไม่มีอะไรมันเป็นแค่เรื่องภายในครอบครัวเท่านั้น ข้าจะออกไปจากเมืองหลวงไปพรุ่งนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ข้าจะได้กลับมา”

 

“ข้าเข้าใจแล้วรอหน่อย” บู่ฟงไม่แสดงท่าทางใดๆพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องครัว เขาเอาหม้อหยกหัวใจหิมะออกมาแล้วโยนมันไปให้จีเฉิงเชี่ย

 

จีเฉิงเชี่ยรับไหเหล้าด้วยความตกใจ จากนั้นก็ยิ้มบางๆ เขาเอาผ้าปิดไหออก แล้วเทเหล้าลงจอก

 

บู่ฟงก็เทเหล้าลงจอกของเขาเหมือนกัน เขายกจอกขึ้นมาชนกันเบาๆ แล้วเขาก็พูดว่า “ข้าหวังว่าท่านจะเดินทางอย่างปลอดภัย”

 

“ฮ่าฮ่าขอบคุณท่านมาก ท่านพยายามปลอบใจข้าในวันนี้รึ? หรือว่าจะลดราคาให้ข้ากัน?” จีเฉิงเชี่ยเติมเหล้าลงในจอกแล้วเริ่มหัวเราะเบาๆหลังจากที่ดื่มไปอึกหนึ่ง

 

บู่ฟงมองไปที่เขาไม่แสดงอาการใด ท่าทางเฉยเมยแล้วตอบว่า “ไม่”

 

จากนั้นบู่ฟงก็เดินมาที่ห้องครัวแล้วเริ่มทำอาหารอย่างอื่น

เสียงฝีเท้าของคนสามคนเดินมาได้ยินจากซอยค่อยๆก้าวเดินมาอย่างช้าๆ

 

“โอ้ ฝ่าบาทวันนี้ท่านก็เสด็จมาด้วย วันนี้ท่านก็มาเหมือนกันด้วยรึนี่” เซียวเม้งก้มตัวคำนับจีเฉิงเชี่ยที่อยู่ตรงหน้า โดยมีเซียวเสี่ยวหลงกับเซียวหยู่ที่อยู่ข้างหลังเขา

 

ท่าทางของเซียวเหยี่ยนหยู่ดูงดงามมาก ดูเหมือนว่าจะเป็นผลจากซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์

 

“แม่ทัพเซียว อย่าทำเหมือนข้าเป็นคนโง่เลย พรุ่งนี้ข้าก็จะจากไป ข้าอาจมากินอาหารของเถ้าแก่บู่ในครั้งสุดท้ายเมื่อออกรบแล้ว” จีเฉิงเชี่ยหัวเราะแล้วเติมเหล้าลงอีกจอกหนึ่งให้เซียวเม้ง

 

เซียวเม้งเงียบไปสักพักหนึ่งแล้วถอนหายใจก่อนที่จะรับเหล้าจากจีเฉิงเชี่ย

 

ทั้งสองคนนั่งลงแล้วเริ่มดื่ม

 

โอวหยางเสี่ยวยี่มาบอกบู่ฟงกับอาหารที่ตระกูลเซียวสั่ง เขาพยักหน้าว่ารับรู้แล้ว

 

หลังจากที่อาหารที่หอมกรุ่นถูกนำออกมาจากโอวหยางเสี่ยวยี่แล้วเอาวางลงบนโต๊ะ ทั้งหมดนี้เป็นของจีเฉิงเชี่ยที่สั่ง เขากำลังมีความสุขกับการดื่มกินอาหารที่มีรสชาติอร่อย

 

“แม่ทัพเซียว พี่สาวของข้าเป็นยังไงบ้างในตอนนี้?” จีเฉิงเชี่ยถามพลางจิบเหล้ามองไปที่เซียวเม้งด้วยท่าทางที่ซับซ้อน

เซียวเม้งขมวดคิ้วก่อนที่จะเติมเหล้ามาอีกจอก เขาหายใจเข้าไปด้วยท่าทางเศร้าหมองแล้วพูดออกมา “นางยังอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายอยู่เสมอ หมอหลวงก็ไม่เข้าใจเหตุผลนี้เช่นกันหรู่เอ๋อเป็นแบบนี้สามปีแล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะตื่นขึ้นมา”

 

“พี่สาวของข้านั้นเป็นคนดี สวรรค์ต้องช่วยนางให้ตื่นขึ้นมาอีกไม่นาน” จีเฉิงเชี่ยปลอบใจเขา

 

จีรุยเอ๋อร์เป็นพี่สาวของจีเฉิงเชี่ยนางเป็นภรรยาของเซียวเม้ง แม่ของเซียวเยว่ เมื่อสามปีก่อนเซียวเยว่ใช้เลิดจากหัวใจของแม่เพื่อเข้าถึงเส้นทางนักดาบ จีรุยเอ๋อตกอยู่ในอาการเป็นตาย ตอนนี้สามปีผ่านไปไม่มีแม้แต่วี่แว่วว่าจีรุยเอ๋อจะฟื้นขึ้นมา

 

ในสามปีมานี้เซียวเม้ง ได้ตามหาคนและหมอในอาณาจักรสายลมแห่งแสงที่มีฝีมือขั้นสูงมาปลุกจีรุยเอ๋อแต่มันก็ไม่มีผลใดๆ

 

ด้วยเหตุนี้ผมของเขาจึงเปลี่ยนมาเป็นสีขาวด้วยความกังวล สำหนับนักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ดนี่เป็นสิ่งที่แทบจะไม่น่าเชื่อ

 

“จริงๆแล้วข้าไม่กล้าที่จะหวังอีกต่อไป ถึงแม้ว่าจีรุยเอ๋อยังมีสภาพเป็นตายข้าก็พอใจแล้ว เพราะนางยังมีชีวิตอยู่ ข้ามาที่นี่เพื่อมาถามเถ้าแก่บู่ว่ามีวิธีใดบ้างเพื่อที่จะปลุกจีรุยเอ๋อให้ฟื้นขึ้นมา ข้าอยากจะมาลองหาโอกาศนี้สักครั้ง” เซียวเม้งบอกตามตรงกับเป้าหมายของเขาที่มาร้านอาหารนี้

 

จีเฉิงเชี่ยพยักหน้าเห็นด้วย หากอาหารของบู่ฟงช่วยให้เซียวเหยี่ยนหยู่ฟื้นขึ้นมาได้เมื่อมีอาการหนักใกล้จะตาย ก็มีโอกาสที่จะทำให้พี่สาวของเขาฟื้นขึ้นมา

 

แม้เขาจะช่วยอะไรไม่ได้แต่ก็รู้สึกถึงความหวังเหมือนกัน

ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรอีกต่อไปแล้วดื่มเหล้าต่อไป ในระยะเวลานี้ได้แต่เพียงสนับสนุนจีเฉิงเชี่ยที่กำลังจะออกไปรบ

 

แม้ว่าจีเฉิงเชี่ยจะเป็นองค์ชาย แต่เขาก็เป็นองค์ชายสาม แม่ของเขาเป็นนางสนมที่มีฐานะต่ำต้อย เขาเทียบไม่ได้กับองค์รัชทายาทจีเฉิงอัน หรืออ๋องหยู่ จีเฉิงหยู่ เขาเองก็ไม่ได้รับการสนับสนุนใดจากองค์ฮ่องเต้ หากเซียวเม้งไม่ใช่พี่เขยเขาอาจจะต้องเถูกองค์รัชทายาทหรืออ๋องหยู่กำจัด

 

ด้วยเหตุผลเบื้องหลังคำพูดที่ว่า “เชื้อพระวงศ์ที่ไม่มีใครสนับสนุน”

 

“เจ้าต้องดูแลความปลอดภัยของเจ้าเอง จำเอาไว้ฝ่าบาทถึงจะไม่โปรดปรานท่านแต่ท่านก็ยังเป็นองค์ชาย” เสี่ยวเม้งพูดออกมาอย่างจริงจัง

 

จีเฉิงเชี่ยพยักหน้าแล้วดื่มเหล้าลงไปโดยไม่สนใจ

 

ตอนที่ทั้งสองคนกำลังดื่มเหล้าอยู่นั้น ก็มีเสียงดังออกมาจากข้างนอกก็มีชายชราปรากฏเข้ามาในร้าน

 

จีเฉิงเชี่ยกับเซียวเม้งมองดูตามปกติ แต่ท่าทางของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อมีผู้ที่มาถึง ท่าทางของพวกเขาแข็งกระด้างเต็มไปด้วยความไม่น่าเชื่อถือ

 

//เหลืออีกตอนนะ อีกตอนลงเสร็จเจอกันวันจันทร์ปกตินะครับผม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #733 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 19:41
    ฝ่าบาทมาแล้ววววสิ
    #733
    0
  2. #706 suprem-leader (@suprem-leader) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 22:11
    ตะลึง!!!😉😉
    #706
    0