มาลิ้มรสชาติอาหารที่ต่างโลกกันเถอะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 158,512 Views

  • 964 Comments

  • 4,040 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    428

    Overall
    158,512

ตอนที่ 68 : ข้าต้องอดทน...เพื่อความยิ่งใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    22 ม.ค. 61

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“โอ๊ะ? เถ้าแก่บู่...ท่านอยากจะกินอะไรที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะละ?” เมื่อเซียวเสี่ยวหลงได้ยินคำพูดของบู่ฟง ดวงตาของเขาก็เบิกว้างออกไป ท่าทางของเขาก็แปลกขึ้นมา

 

เซียวเหยียนหยู่กับโอวหยางเซียวยี่ก็ไม่อาจจะเข้าใจได้ จากมุมมองของพวกเขาฝีมือการทำอาหารของบู่ฟงก้าวไปไกลกว่าพ่อครัวในภัตตาคารอาหารฟินิกซ์อมตะไปแล้ว เขาวางแผนที่จะทำอะไรถึงได้ไปที่นั้น?

 

“นี่เป็นเหตุผลธรรมดาเพราะว่าภัตตาคารอาหารฟินิกส์อมตะเป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งของเมืองหลวง พ่อครัวที่ยิ่งใหญ่เองก็ต้องการที่จะเรียนรู้เช่นกัน เหมือนดังทะเลที่ต้องรับแม่น้ำหลายสายถึงจะยิ่งใหญ่ได้” บู่ฟงพูดออกมาตามปกติ เขาหันไปแล้วเดินมุ่งหน้าเข้าไปที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะ

 

“ทะเลได้รับน้ำจากแม่น้ำหลายร้อยสาย ดีจริงๆไม่ใช่แค่....ความสามารถของมันเท่านั้น” มุมปากของเซียวเสี่ยวหลงขดตัว เขาเองก็รู้สึกผิดกับบู่ฟงในวันนั้น

 

“เสี่ยวยี่เจ้าคิดว่ามีอะไรแปลกๆกับเถ้าแก่บู่ไหมวันนี้? ข้รู้สึกว่าเขามีวัตถุประสงค์ไม่ดีไปที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะ” เซียวเสี่ยวหลงเดินเขามาใกล้โอวหยางเสี่ยวยี่แล้วกระซิบที่หู

 

โอวหยางเสี่ยวยี่กำลังงงอยู่นิดๆ แล้วถามว่า “แปลก? แปลกตรงไหนกัน? เจ้าสามารถเรียนรู้แล้วเอามาปรับปรุงได้ เจ้าจะสัมผัสได้ ท่านปู่เคยพูดแบบนี้กับเสี่ยวยี่เหมือนกัน”

 

เซียวเสี่ยวหลงเม้มริมฝีปากแล้ว “ดีข้าจะไม่พูดกับเจ้าแล้ว”

 

ทั้งสามคนรีบตามบู่ฟงไปแล้วมุ่งหน้าเข้าไปที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะ

 

เกี่ยวกับภัตาคารฟินิกส์อมตะ เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆก็คุ้นเคยกับมันเป็นธรรมดาก่อนที่จะเจอกันกับบู่ฟง ที่ๆพวกเขาชอบไปมากคือภัตตาคารฟินิกซ์อมตะ ภัตตาคารอันดับหนึ่งในเมืองหลวง รสชาติและอาหารที่กินเข้าไปช่างคุ้มค่า

 

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องจริงแต่มันเทียบกันไม่ได้กับบู่ฟง

 

“เถ้าแก่บู่ ท่านจะไปที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะท่านรู้กฏของพวกมันไหม?” เซียวเสี่ยวหลงเดินไปไม่กี่ก้าวแล้วเดินไปตามบู่ฟง

 

“กฏ? มีกฎแบบไหน?” บู่ฟงงงนิดๆ แล้วหันหัวไปมองเซียวเสี่ยวหลง

 

มุมปากของเซียวเสี่ยวกระตุก ตอนนี้เขามั่นใจว่าบู่ฟงตอนนี้จะไปที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะตกใจ บู่ฟงยืนกรานว่าเขาจะไปศึกษาอะไรบางอย่าง

 

“ร้านอาหารอันดับหนึ่งในเมืองหลวงภัตตาคารฟินิกซ์อมตะมีสามชั้น แต่ละชั้นล้วนแตกต่างกัน ลุกค้าที่เข้ามาแต่ละชั้นล้วนแตกต่างกัน พื้นที่ชั้นแรกเป็นของลูกค้าธรรมดาราคามันไม่ได้สูงมากนัก คนทั่วไปที่พอมีเงินหน่อยสามารถมากินได้สองสามครั้งในไม่กี่เดือน

 

“ชั้นสองเป็นพื้นที่ของแขกพิเศษที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะ เขาใส่ใจการตกแต่งทีละนิด เสี่ยวเอ้อที่เป็นผู้ชายก็จะเป็นเสี่ยวเอ้อที่เป็นคนสวยในชุดปักด้ายสีทอง เพียงแค่คิดถึงคุณภาพที่ให้บริการดีที่สุดในอาณาจักรสายลมแห่งแสงและอาณาจักรทั้งหมด

 

นอกจากนี้ชั้นสองราคาก็แพงกว่าชั้นแรก รสชาติของมันก็อร่อยขึ้นด้วยเหมือนกัน

“ที่ชั้นสามที่ข้างบนสุด ไม่ว่าการตกแต่งหรือแม้กระทั่งลูกค้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องเป็นคนชั้นหนึ่งในเมืองหลวง คนที่มีฐานะโดดเด่นเท่านั้นจะเข้ามาที่ชั้นนี้ได้”

 

เซียวเสี่ยวหลงอธิบายให้บู่ฟงฟัง เขาแนะนำแต่ละชั้นที่ต่างกันของทั้งสามชั้น

 

หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายแล้วบู่ฟงก็หรี่ตาลงแล้วพยักหน้า เถ้าแก่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะยังคงมีสมองอยู่บ้าง เขาดำเนินการค้าที่ต่างกัน แต่ละพื้นที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความแตกต่างของฐานะ เพื่อให้อยากจ่ายมากขึ้น ลูกค้าทั้งไปเมื่อไปตรงที่พื้นที่พิเศษอาจจะเสียหน้าได้ ในทางกลับกันลูกค้าพิเศษจะไม่ไปตรงที่คนธรรมดามาจะได้ไม่เสียหน้า ตรงนี้เองจะได้กำไรจากตรงที่ๆพิเศษและลูกค้าทั่วไป แน่นอนพวกเขาจะได้รายได้มั่งคั่ง

 

“อาหารจานที่ดีที่สุดอยู่ในชั้นสาม ทำยังไงถึงจะมีคุณสมบัติที่จะเข้าไป?” บู่ฟงถามหลังจากที่คิดมาสักพักแล้ว

 

“เนื่องจากพื้นที่ชั้นบนสุด คนที่เป็นผู้ที่มีเกียรติภูมิในอาณาจักรสายลมแห่งแสง แม้แต่ลูกขุนนางอย่างพวกเรายังเข้าไปไม่ได้ ครั้งหนึ่งเสิ่นฉีเฉียงอยากจะเข้าไปแต่นักรบระดับจักรพรรดิขั้นที่หกก็ยังโยนเขาออกมา” เซียวเสี่ยวหลงพูด

 

หลังจากที่ได้คำพูด บู่ฟงเริ่มขมวดคิ้ว “แม้แต่เจ้าก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปที่ตรงนั้น?”

 

“มีเพียงแค่ฝ่าบาท ท่านพ่อ เสนาบดีฝั่งขวา แม่ทัพโอวหยางและคนอื่นๆที่มีสถานะคล้ายกันจะเข้าไปได้” เซียวเสี่ยวหลงพูดโดยที่ไม่ได้พูดถึงเบื้องหลังภัตตาคารฟินิกส์อมตะ

 

ในตอนที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่พวกเขาก็เข้ามาที่ทางเข้าของภัตตาคารฟินิกส์อมตะที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม

 

“โอ้ นี่ไม่ใช่คุณชายเสี่ยวเหรอ? นานเท่าไหร่แล้วที่ข้าได้มาเจอท่าน วันนี้ท่านจะมาท่านอาหารที่นี่เหรอ? รีบๆเข้ามา”

 

เมื่อทั้งสี่คนเข้ามา หญิงสาววัยกลางคนท่าทางยั่วยวนก็เดินเข้ามาสะบัดสะโพกน้ำเสียงของนางที่เต็มไปด้วยความสุขก็ดังขึ้นมา

 

เซียวเสี่ยวหลงยิ้มรับหน้าแล้วพยักหน้าลง “วันนี้พี่สาวซวนดูยั่วยวนมากจริงๆ”

 

หญิงสาวงามวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าพี่สาวซวนยิ้มให้ทันทีแล้วนางก็หัวเราะ หน้าอกของนางก็สั่นกระเพื่อมออกมา แม้อากาศจะเย็นแต่ก็ยังเห็นหน้าอกสีขาวเหมือนกับหิมะของนาง ดูเหมือนที่นางแต่ตัวน้อยชิ้นไม่สนใจสภาพอากาศเลย

 

หญิงสาววัยกลางคนกำลังยิ้มแล้วนำทางของพวกเขาไปที่ร้านอาหารนกฟินิกส์อมตะ

บู่ฟงไม่พูดอะไรเขามองไปที่ร่างของหญิงสาวที่ชื่อซวนอย่างไม่สนใจ ท่าทางของเขาเคร่งเครียดเมื่อเข้ามาที่ภัตตาคารฟินิกซ์อมตะ เขาก็รู้สึกได้ว่าร้านนี้มีคนมากมายหลั่งไหลเข้ามา

 

ในห้องโถงใหญ่ชั้นแรกมีโต๊ะที่วางอยู่อย่างเป็นระเบียบ ทุกคนที่มากินอาหารที่โต๊ะใบหน้าของพวกเขากำลังแสดงออกมาว่ามีความสุขมากในการกินอาหารมาก

 

“คุณชายเซียว พวกท่านมากันแค่สี่คน? พวกเราไปตรงที่พื้นที่รับแขกพิเศษไหม? พี่สาวซวนโยกย้ายส่ายสะโพกบอกพวกเขา ขณะที่เดินไปด้วยคุยไปด้วยกับกลุ่มของพวกเขา

 

“ใช่พวกเรามากันแค่สี่คนพี่ซวนเตรียมโต๊ะให้พวกเรา” เซียวเสี่ยวหลงพยักหน้ากำลังจะตอบแต่บู่ฟงก็พูดขัดเขา

 

“พวกเราจะกินตรงที่ชั้นแรกก่อน เตรียมโต๊ะให้พวกเราก่อน”

 

“เอ้? พวกเราจะกินที่ชั้นคนธรรมดาเหรอ?” ไม่เพียงแค่เซียวเสี่ยวหลง เซียวเหยี่ยนหยู่กับโอวหยางเสี่ยวยี่ก็ต้องแปลกใจ

 

“ใช่พวกเราจะไปตรงที่ชั้นพิเศษแน่ หากเจ้าต้องการ ข้าจะไปที่นั้นหลังจากที่กินอาหารชั้นทั่วไปเสร็จ” บู่ฟงพูดเพิ่ม

 

เซียวเสี่ยวหลงและคนอื่นๆก็จ้องมองมาอย่างครุ่นคิด ริมฝีปากของเซียวเหยี่ยนหยู่ที่ซ้อนอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าก็ขดตัวนิดๆ นางคิดว่า “ตอนนี้....บู่ฟงกำลังสร้างปัญหา

“พี่สาวซวนท่านเตรียมโต๊ะธรรมดาให้พวกเราก่อน” เซียวเสี่ยวหลงพูดกับพี่สาวซวนด้วยรอยยิ้ม

 

ใบหน้าที่งดงามของพี่สาวซวนเต็มไปด้วยความสงสัย ดวงตาสีแดงฟินิกซ์ของนางหันไปมองทางบู่ฟง แล้วหลบสายตาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพูดออกมาอย่างยั่วยวนว่า “ดีมากมากันกับข้า”

 

ภายใต้การจัดการของพี่สาวซวนพวกเขาก็หาโต๊ะที่ว่างได้อย่างรวดเร็ว

 

บู่ฟงที่นั่งลงถอดผ้าพันคอกับเสื้อขนสัตว์ออกมา เขาแสดงท่าทางที่จริงจัง เอาเอานิ้วจับลงไปที่โต๊ะ เขาสัมผัสได้ทันทีนิ้วของเขาเป็นสีดำ

 

“ที่นี่สกปรกส่งผลต่อความอยากจะกินอาหารของข้า” บู่ฟงประเมินด้วยท่าทางเย็นชา

เซียวเสี่ยวหลงที่กำลังจะนั่งลงแล้วสั่งอาหาร ตัวแข็งทื่อแล้วมองไปที่บู่ฟงทันที

 

โอวหยางเสี่ยวยี่และเซียวเหยี่ยนหยู่กระพริบตามองบู่ฟงอย่างแปลกใจ

 

พี่สาวซวนที่แสนจะยั่วยวนรู้สึกอายขึ้นมาทันที นางแอบด่าในใจว่า “นี่เป็นที่กินอาหารของคนทั่วไป มันก็ต้องสกปรก เจ้าจะเรื่องมากทำไมเมื่อเลือกที่ๆกินชั้นแรก”

 

“เอาอาหารที่ดีที่สุดที่เจ้าคิดว่าดีที่สุดมา” บู่ฟงพูดกับพี่สาวซวนโดยไม่ได้แสดงท่าทางใดๆแล้วนั่งลง

 

“อาหารที่ดีที่สุดเหรอ? สิบจานแรกของร้านทั่วไปจะมีราคาห้าร้อยเหรียญทอง เจ้าแน่ใจเหรอว่าต้องการทั้งหมด?” พี่สาวซวนมองบู่ฟงอย่างระแวง

 

ไม่ใช่ว่านางไม่ไว้ใจบู่ฟง แต่เพราะทั้งหมดเขามากับเซียวเสี่ยวหลงที่เป็นลูกชายของแม่ทัพเซียว เป็นธรรมดาที่เขาจะมีเงินจำนวนมาก ถ้าหากชายหนุ่มคนนี้คือเพื่อนของเซียวเสี่ยวหลงเขาก็ต้องมีเงินจำนวนมากเหมือนกัน แต่ถ้าเขาไม่ขาดเงิน...เขาจะมาทำอะไรที่ชั้นแรก?

 

“พี่สาวซวนยกจานนี้มา เขาไม่ได้ขาดอะไรแม้กระทั่งเงิน” เซียวเสี่ยวหลงพูดกับนางแล้วหัวเราะ

 

ตั้งแต่ที่เซียวเสี่ยวหลงพูดออกมาพี่สาวซวนก็ไปเตรียมอาหารมาให้พร้อม

 

เมื่อพี่สาวซวนไปแล้ว เซียวเสี่ยวหลงก็มองมาที่บุ่ฟงแล้วพูดว่า “เถ้าแก่บู่ ท่านวางแผนที่จะลองกินอาหารทั้งหมดในภัตตาคารฟินิกส์อมตะใช่ไหม?”

 

รอยยิ้มที่มุมปากของบู่ฟงก้กว้างขึ้น เขามองมาที่เซียวเสี่ยวหลงด้วยท่าทางเฉยเมยแล้วพูดว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อหาข้อบกพร่องและสร้างปัญหาในวันนี้”

 

//จุดประสงค์ชัดเจน อีกตอนครบแล้วนะ ฮ่าๆ อยากอ่านเยอะๆไปสนับสนุนในเพจละกัน ผมมาลงให้พี่ๆเขา เดี๋ยวจะไปแปลตอน 149 แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #814 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 07:11
    ตรงจริงๆเลยเฮีย555
    #814
    0
  2. #808 ghost_fay (@faykug) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 21:41
    พี่บู่แกเป็นคนตรงๆ
    #808
    0
  3. วันที่ 22 มกราคม 2561 / 14:44
    มาสร้างปัญหา ตอบชัดเจนมาก 555
    #793
    0