มาลิ้มรสชาติอาหารที่ต่างโลกกันเถอะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 158,552 Views

  • 964 Comments

  • 4,041 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    468

    Overall
    158,552

ตอนที่ 70 : ปูม้าทอด โดยรวมแล้วไม่มีอะไรดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

พี่สาวซวนโกรธมาก เพื่อนของเซียวเสี่ยวหลงชี้จุดบกพร่องออกมา อาหารในชั้นแรกไม่ได้ถูกปรุงโดยพ่อครัวระดับสูง แต่เป็นไปได้ยังไงกันที่เขาพูดข้อบกพร่องที่น่ากลัวออกมา

 

ในขณะเดียวกันเซียวเสี่ยวหลงก็มองดูพี่สาวซวนที่แสดงท่าทางแปลกๆบนใบหน้า พวกเขาคิดว่า “บู่ฟงไม่มีค่าพอที่จะวิจารณ์อาหารในภัตตาคารฟินิกส์อมตะ? นี่คงเป็นเรื่องที่ตลกมากที่สุดในโลก แม้กระทั่งองค์ฮ่องเต้ก็ยังหลงใหลอาหารของบู่ฟง ภัตตาคารฟินิกส์อมตะยังกล้าที่จะหยิ่งอีก?”

 

พี่สาวซวนพูดออกมาอย่างหยิ่งยโส แต่นางก็มีคุณสมบัติที่จะหยิ่งยโส นางเชื่อมันในพ่อครัวของภัตตาคารฟินิกส์อมตะอย่างมาก ไม่มีร้านอาหารไหนในอาณาจักรสายลมแห่งแสงที่จะดีกว่าที่นี่ พ่อครัวที่พวกเขาจ้างมาล้วนที่ที่สุดในอาณาจักร

 

สายตาที่มองมาของเซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นจ้องมองมาอย่างเยาะเย้ย พี่สาวซวนรู้สึกอึดอัด หน้าที่งดงามของนางแสดงความโกรธออกมา “ที่ข้าพูดมีอะไรผิดหรือไง?”

 

เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหัวไม่พูดอะไร บู่ฟงมองนางอย่างเฉยเมยไม่ได้แสดงท่าทางใดๆ

 

สายตาของเขามองราวกับมองตัวตลก

 

บู่ฟงยืนขึ้นแล้วมองไปที่พี่สาวซวน เขาวางเหรียญทองลงบนโต๊ะแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางปกติว่า “พาข้าไปชั้นสอง ทุกอย่างบนชั้นแรก...ข้าประเมินว่าไม่มีอะไรดีเลย”

 

เจ้า...” พี่สาวซวนโกรธมาก นางคิดว่า “เจ้าคนๆนี้หยิ่งยโสนัก เจ้าคิดอะไรอยู่? เขาถึงได้กล้านักนะที่จะตำหนิอาการของพ่อครัวของภัตตาคารฟินิกส์อมตะได้อย่างไร?”

 

เมื่อเซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆเห็นว่าบู่ฟงกำลังจะไปที่ชั้นสอง สายตาของพวกเขาก็สว่างขึ้นพวกเขาก็ลุกยืนขึ้นเหมือนกัน

 

เซียวเสี่ยวหลงยิ้มแล้วเข้าไปใกล้พี่สาวซวนแล้วพูดออกมาว่า “พี่สาวซวนท่านอย่าโกรธไปเลย เพื่อนของข้ามีนิสัยแบบนี้ เมื่อไปที่ชั้นสองมันเทียบไม่ได้กันกับชั้นแรกหรอก เมื่อถึงตอนนั้นเพื่อนของข้าอาจจะไม่ประเมินแบบนี้”

 

ดีข้าอยากจะรู้ว่าเจ้านี่ยังจะกล้าหยิ่งอีกไหมเมื่อขึ้นไปชั้นบน” พี่สาวซวนค่อยๆถอนหายใจเบาๆ แล้วหันไปนำทางด้วยท่าทางส่ายสะโพกโยกย้ายของนาง

 

เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆยิ้มออกมาอย่างไร้กังวลแล้วเดินตามนางไป

 

พื้นที่บนชั้นสองของภัตตาคารฟินิกส์อมตะแคบกว่าชั้นแรกมาก เมื่อบู่ฟงกับคนอื่นๆเดินเข้าไปที่ชั้นสองพวกเขาร้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างกันกับชั้นแรก

 

ไม่เหมือนชั้นแรกชั้นที่สองสงบเงียบและหรูหรา การตกแต่งอย่างงดงามปราณีตละเอียดอ่อนช้อย มีสมุนไพรวิญญาณมากมายโดยรอบปล่ดปล่อยอากาศที่บริสุทธิ์ออกมาต่อเนื่อง มีลูกค้านั่งกินอาหารอย่างละเมียดละไม

 

พี่สาวซวนพาพวกเขาไปที่โต๊ะที่ยังว่างแล้วสะบัดตัว ท่าทางของนางแสดงออกถึงความไม่พอใจ นางพูดกับบู่ฟงออกมาอยางเย็นชาว่า “ดูไปที่เมนูเจ้าอยากจะกินอะไร”

 

บู่ฟงดูเมนู มีรายชื่ออาหารยี่สิบจานที่ถูกเขียนขึ้นมา จานหนึ่งก็แพงมาก แต่มันเทียบกับร้านเล็กๆฟงฟงไม่ได้ ราคาของมันทำให้คนธรรมดามากินไม่ได้

 

บู่ฟงใช้เวลาสักพักหนึ่งก่อนที่จะวางเมนูอาหารลงบนโต๊ะก่อนที่จะพูดว่า “เอาทุกจานที่เจ้าคิดว่าดีที่สุดบนชั้นสองมาให้”

 

หืม?” รูม่านตาของพี่สาวซวนหดตัวแล้วมองมาที่บู่ฟงอย่างเย็นชา นางคิดว่า “ฟังจากน้ำเสียงของเขาเจ้าเด็กนี่คงพยายามมาตำหนิอาหารที่อยู่บนชั้นสองของภัตตาคารฟินิกส์อมตะ เขายังกล้าที่จะมาหาข้อตำหนิอีกเหรอ?”

 

ดีข้าจะให้เจ้าได้รู้จักกันกับอาหารของภัตตาคารฟินิกส์อมตะ” พี่สาวซวนถอนหายใจแล้วพูดออกมาด้วยความโกรธ นางหันหลังกลับไปเตรียมอาหาร

 

เมื่อตอนที่พี่สาวซวนจากไป เซียวเสี่ยวหลงก็ถามบู่ฟงเบาๆ “เถ้าแก่บู่ท่านจะมาวิจารณ์อาหารที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะทุกวันไหม?”

 

นี่เป็นเรื่องฉลาดที่จะทำอย่างนั้นเหรอ? ละลายความมั่งคั่ง”

 

บู่ฟงขมวดคิ้วมองไปที่เซียวเสี่ยวหลงด้วยความไม่พอใจนิดๆ แล้วพูดออกมาตามปกติว่า “พวกเขาควรจะขอบคุณข้าข้ามาชี้แนะข้อบกพร่องที่พวกเขาทำได้ไม่ค่อยจะดีนัก”

 

เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆช่วยไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมา ท่าทางจริงจังของบู่ฟงที่พูดออกมาในเรื่องไร้สาระกลายเป็นเรื่องตลกไปสำหรับพวกนาง

 

เซียวเหยี่ยนหยู่เอาปิดปากพูดออกมาเบาๆเหมือนกัน ใบหน้าของนางสีแดงออกมาดูสวยงามปรากฏออกมาบนใบหน้าที่งดงาม

 

อีกด้านหนึ่ง บู่ฟงรู้สึกแปลกใจมาก เขาพูดความจริงเขาประเมินชี้แจ้งให้เห็นข้อผิดพลาดของอาหาร หากพวกเขาแก้ไขข้อบอกพร่องนี้รสชาติของอาหารก็จะดีขึ้นในระดับหนึ่ง

 

หลังจากนั้นกลิ่นหอมของอาหารก็ลอยขึ้นมาไปหาพวกเขา

 

พี่สาวฉวนเดินโยกย้ายส่ายสะโพกออกมาด้วยท่าทางสบายๆ นางถือจานที่มีปูม้าออกมาเต็มจานที่ส่งกลิ่นหอมออกมา ปูม้าเหล่านี้ถูกผ่าครึ่งหนึ่งแล้ววางไว้บนจาน เมื่อมองไกลๆมันดูหรูหราอย่างมาก

 

นี่เป็นอาหารจานที่ดีสุดตรงพื้นที่ชั้นสอง ปูม้าผัด” พี่สาวซวนจ้องมองดูบู่ฟงหลังจากที่วางจานบนโต๊ะเสร็จ

 

เซียวเสี่ยวหลงรู้สึกไม่ค่อยมันใจนักเพราะกลิ่นหอมของปูม้า เมื่อก่อนตอนที่เขามาที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะเขาต้องมาสั่งจานนี้แล้ว

 

เขาเอาปูดอกไม้มาใส่ตรงจานแล้วเอากระดองออกแล้วเริ่มกินมันลงไป

 

บู่ฟงช่วยไม่ได้เอาปูม้าออกมาครึ่งตัว สีของปูม้าได้รับการควบคุมอย่างดี เปลือกสีแดงกลิ่นหอมหลังจากที่ทอดมันเสร็จแล้วกลิ่นหอมของมันก็ดูเหมือนกำลังยั่วยวน

 

บู่ฟงเอาตะเกียบคีบกระดองมันออกมา เนื้อปูที่มีกลิ่นหอมถูกเปิดออกมา เนื้อสีขาวอ่อนนุ่มและกำลังร้อน เมื่อมันถูกเสริมด้วยเปลือกสีแดงยิ่งทำให้มันน่าสนใจยิ่งขึ้น

 

บู่ฟงไม่ตะเนื้อปู เขาเอาตะเกียบตักมันปูที่อยู่ในเปลือก มันปูเป็นสีเหลืองทองดูน่ากินมาก แม้ว่ากลิ่นมันจะไม่ค่อยหอมแต่สิ่งที่สำคัญคือรสชาติของปู

 

หืม?” หลังจากที่บู่ฟงกินมันปูที่อยู่ในเปลือก เขาก็ขมวดคิ้วไม่ได้พูดอะไร หลังจากนั้นเขาก็กินเนื้อปูที่มีกลิ่นหอมลงไปด้วยท่าทางจริงจัง

 

หลังจากที่ได้กินมันปูและเนื้อปู บู่ฟงก็วางปูม้าลงแล้วไม่ได้พูดอะไร

 

มีอะไรผิดพลาด์ หรือว่าตอนนี้หาข้อบกพร่องไม่ได้? ชั้นแรกถูกเตรียมเอาไว้สำหรับชาวบ้านธรรมดา แน่นอนเจ้าย่อมชี้ข้อบกพร่องออกมาได้ แต่ชั้นที่สองนี้เตรียมเอาไว้ให้แขกที่มีเกียรติที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง เจ้าเห็นข้อบกพร่องได้ไหม?”

 

พี่สาวซวนมองบู่ฟงที่ไม่ได้พูดจาอะไร นางก็เริ่มยิ้มหัวเราะเยาะเย้ยเขาทันที

 

เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆก็มองไปที่บู่ฟงด้วยท่าทางที่แปลกใจ พวกเขาเข้าใจว่าบู่ฟงอาจจะไม่แพ้ แต่ท่าทางที่ออกมาทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนความคิด

 

บู่ฟงมองพี่สาวซวนที่ทำท่าทางร่าเริง เขาเม้มริมฝีปากแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางที่เป็นปกติว่า “ไม่ใช่ว่าข้าพูดอะไรไม่ได้แต่นี่เป็นอาหารจานหลักของชั้นที่สองในภัตตาคารฟินิกส์อมตะใช่ไหม?”

 

ปูม้าที่ถูกเลือเอามาทำอาหารมันสกปรก ที่สำคัญที่สุดปูม้าที่เลือกมาตัวมันยังแข็งเกินไปเนื้อมันไม่นุ่มพอ รสชาติของมันก็จืดเหมือนน้ำ เมื่อมองดูข้าก็รู้ว่าปูม้านี้ผสมพันธุ์แล้ว รสสัมผัสมันว่างเปล่ารสชาติมันไม่ดียิ่งกว่าปูม้าป่า (ปูม้าป่าอยู่โคลนมีกลิ่นสาบ) นอกจากนี้เวลาที่เอามันมาผัด การควบคุมความร้อนไม่ดีพอมันทำให้มันปูหมดกลิ่นหอมและรสชาติ โดยรวมแล้วข้าประเมินว่ามันยังไม่ดีพอ”

 

ไม่ใช่ว่าบู่ฟงพูดไม่ออก แต่เขาขี้เกียจจะพูด ครั้งแรกเมื่อตอนที่เขาได้กลิ่นปูม้าผัด เขารู้สึกมีความหวังนิดๆ แต่เมื่อเขาได้ลองกินมันความหวังของเขาก็หายไป มันพังทลายตกลงมาจากท้องห้า ที่เขาพูดมาไม่เกินความจริงเลย

 

พี่สาวซวนกำลังแปลกใจ คนอื่นๆก็แปลกใจเหมือนกัน จานนี้มีข้อบกพรร่องมากมาย ที่พวกเขาไม่อาจจะพูดออกมาได้เลย

 

หืม ใครรู้กันที่เจ้าพูดจาไร้สาระออกมามันจะถูกต้องกัน?” พี่สาวซวนเริ่มพูดจาเยาะเย้ย

 

บู่ฟงมองไปที่นางด้วยท่าทางเฉยเมย “มันขึ้นอยู่กับเจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อรีบเอาอาหารจานอื่นๆมาให้ข้าได้แล้ว ข้าเริ่มหมดความอดทนกันกับอาหารของเจ้า”

 

ใช่แล้วสำคัญหรือไม่สำคัญกับบู่ฟง เขามาที่นี่เพื่อมาทำภารกิจของระบบเท่านั้น เขาไม่ต้องให้ความรู้อะไรกับพี่สาวซวนมากหรอก

 

พี่สาวซวนเป็นใครละ? มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาทะเลาะด้วย”

 

หน้าอกพี่สาวซวนกำลังเต้นด้วยความโกรธ หลังที่ร่างชายผอมสูงคนนี้เริ่มพูดออกมา

พี่สาวซวนเห็นคนที่เดินเข้ามาตาของนางก็สว่างขึ้นมาทันที “เถ้าแก่เฉียนเจ้าคนนี้บอกว่าร้านอาหารของเราปรุงอาหารไม่ถูกวิธี”


//ยังมีบางจุดผิดนะ ว่างๆเดี๋ยวผมมาเช็คนะครับ ตอนนี้ให้พี่สาวแปลให้อยู่ในกลุ่ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #954 muea16884 (@muea16884) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:35
    ไม่เว้ย คือ ไม่มีใครรู้จักเอ็งไอพระเอก อยู่เเต่ในร้านตัวเองไม่ออกไปใหน มาถึงเข้าร้านวิจารยับ ร้านอันดับ 1 ในอาณาจักรซะด้วย เป็นใครเค้าก็งงกัน เเล้วร้านเอ็งของอำนวยความสะดวกเยอะเเยะ ตู้เย็นเอย วัตถุดิบเอย เอ็งฝึกโดยไม่เปลืองอะไรเเล
    #954
    0
  2. #851 suprem-leader (@suprem-leader) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:20
    ไม่ยอมรับอะดิของตัวเองไม่ดีเอง555
    #851
    0