มาลิ้มรสชาติอาหารที่ต่างโลกกันเถอะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 158,654 Views

  • 964 Comments

  • 4,038 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    570

    Overall
    158,654

ตอนที่ 71 : ปลาไนหินทอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

เฉียนเป๋าเถ้าแก่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะสวมเสื้อคลุมผ้าไหมกำลังเดินมา เขาเอามือเท้าสะเอวทำให้เห็นหน้าท้องที่กว้างใหญ่ของเขา และมีเข็มขัดหยดมันเลื่อม เมื่อเขาเดินมาที่นี่เขารู้สึกได้ถึงความอิจฉาริษยาจากคนอื่นๆที่มองมายังที่เข็มขัดของเขามันเป็นเหมือนเครื่องประดับอวดฐานะของเขา

 

“ใครกันที่มันกล้ามาบอกว่าภัตตาคารฟินิกส์อมตะไม่อร่อย?” เฉียนเป๋าทำท่าไม่พอใจเมื่อมีคนมาว่าร้านอาหารในทางที่ไม่ค่อยจะดีนัก

 

เขาหยุดอยู่ข้างพี่สาวซวนเขาเห็นเซียวเสี่ยวหลงและคนอื่นๆ

 

“โอ้ นี่ไม่ใช่อัจฉริยะน้อยตระกูลเซียวเหรอ? นานเท่าไหร่แล้วที่พกท่านไม่ได้มาอุดหนุนภัตตาคารของพวกเรานั้นเทพธิดาเหยี่ยนหยู่ เจ้าหญิงโอวหยางก็มาที่นี่ด้วย ขอโทษด้วยที่ข้าไม่ได้ออกมาตอนรับพวกท่านเมื่อกี้นี้? นี่คือ....”

 

เฉียนเป๋ารู้วิธีดำเนินการหรือพูดอีกอย่างคือเขารู้วิธีการทำธรุกิจ พูดง่ายๆเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาจึงสามารถทำให้ร้านอาหารเล็กๆกลายเป็นภัตตาคารฟินิกส์อมตะได้จนถึงในตอนนี้

 

เห็นได้ชัดว่ามีคนมากมายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา แต่เพราะความพยายามและความสามารถของเฉียนเป้าก็มีผลด้วยเช่นกัน

 

“เจ้าเรียกเขาว่าคุณชายบู่” เซียวเสี่ยวหลงยิ้มแล้วแนะนำบู่ฟง เขาไม่กล้าที่บอกชื่อบู่ฟง ร้านอาหารใจดำในเมืองหลวงเมื่อเร็วๆนี้ได้กลายเป็นคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของภัตตาคารฟินิกส์อมตะ หากเขาบอกชื่อของบู่ฟงไม่แน่ว่าเฉียนเป๋าจะโยนบู่ฟงออกไป

 

“คุณชายบู่?” เฉียนเป๋าพยายามค้นหาความทรงจำของเขา แต่เขาก็จำไม่ได้ว่าตระกูลไหนมีชื่อว่าตระกูลบู่

 

แต่เฉียนเป๋าก็ยังกำหมัดคารวะตาอหน้าบู่ฟงแล้วพูดว่า “ข้าเห็นว่าเป็นคุณชายบู่จริงๆ ข้าได้ยินมาว่าท่านไม่ชอบร้านอาหารของเราใช่ไหม?”

 

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ชอบ แต่พวกเขาทำอาหารไม่ดีพอ ข้าเลยประเมินมันต่ำ” บู่ฟงพูดออกมาไม่แสดงท่าทางใดๆด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“พวกเขาปรุงอาหารไม่อร่อยเหรอ?” เฉียนเป๋ารู้สึกอึดอัด เขามองไปที่บู่ฟงที่แสดงท่าทางจริงจัง นานแล้วที่มีใครบางคนกล้ามาว่าภัตตาคารฟินิกส์อมตะทำอาหารบกพร่อง

 

เมื่อภัตตาคารฟินิกส์อมตะถูกสร้างขึ้นมาในครั้งแรก คนจากร้านอื่นก็เข้ามาหาข้อผิดพลาด ในตอนนั้นอาหารของเขายังมีข้อบกพร่อง แต่เมื่อร้านอาหารขยายตัว พวกเขาใช้เงินมากมายจ้างพ่อครัวจากอาณาจักรสายลมแห่งแสง พ่อครัวแต่ละคนก็ล้วนมีฝีมือ จนร้านฟินิกส์อมตะก็เริ่มมีชื่อเสียงในที่สุด จนในที่สุดก็เริ่มเป็นภัตตาคารฟินิกส์อมตะ

 

“คุณชายบู่ ท่านกำลังล้อเล่นแล้ว ท่านขอให้ใครในเมืองหลวงพูดออกมาได้ไหมว่าภัตตาคารฟินิกส์อมตะไม่อร่อย?” เฉียนเป๋าพูดออกมาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า แต่คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส

 

“อร่อยหรือไม่อร่อยจานนี้ก็ปรุงไม่ดีพอ ข้าสามารถบอกข้าผิดพลาดให้กับท่านได้” บู่ฟงพูดออกมาด้วยท่าทางปกติ เขาไม่อยากจะสนใจเฉียนเป๋าที่มาตามตื้อมานัก

 

คำพูดของบู่ฟงทำให้เฉียนเป๋าหรี่ตาลงมาแล้วพูดว่า “ชายคนนี้ช่างหยิ่งจริงๆ เขากล้าที่พูดเรื่องไร้สาระนี่อยู่อีก? เขามั่นใจมากจริงๆเหรอ?”

 

“อย่างนั้นดี หากคุณชายบู่ยืนยัน ข้าจะให้พ่อครัวที่ทำจานนี้มาเผชิญหน้ากันกับท่าน หากท่านสามารถให้พ่อครัวของข้ายอมรับมันให้ได้” เฉียนเป่าพูดออกมาตามปกติรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไป

 

“พวกเขาจะเผชิญหน้ากันจริงๆเหรอ?” เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆก็ตกใจอยู่สักพักหนึ่ง พวกเขาติ่นเต้นอย่างมาก เฉียนเป๋าอาจจะไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของบู่ฟง แต่พวกเขารู้ดี บู่ฟงกล้าที่จะพูดคำนี้ออกมาแสดงว่าเขามั่นใจได้แน่นอน ฝีมือการทำอาหารของบู่ฟงก็เหนือกว่าภัตตาคารฟินิกส์อมตะ

 

“ไม่ ไม่ข้าไม่ยอม แต่จริงๆแล้ว หากข้าหาข้อบกพร่อง แล้วชี้จุดบกพร่องให้พ่อครัวของเจ้า เจ้าต้องพาข้าขึ้นไปที่ชั้นสาม หากข้าแพ้ข้าก็จะชดเชยราคาให้กับพวกเจ้าหนึ่งร้อยเท่าของราคาค่าอาหาร เจ้าจะเอาด้วยไหม?” บู่ฟงพูดออกมาโดยไม่แสดงท่าทางใดๆ

 

ทุกคนที่อยู่ในนั้นต่างสูดลมายใจเย็นๆเข้าไป “ร้อยเท่าของราคาเป็นค่าชดเชย เถ้าแก่บู่นี่ช่างร่ำรวยจริงๆ อาหารทั้งหมดราคาหว่าห้าร้อยเหรียญทองร้อยเท่าของราคาก็..อย่างน้อยก็ประมาณห้าหมื่นเหรียญทอง”

 

หัวใจของเฉียนเป๋าเต้นไม่หยุดเมื่อได้ยินการเดิมพัน เขามองมาที่บู่ฟงโดยไม่มีความกระวนกระวายอีกต่อไป

 

ตัวตนของคนบางที่กล้าใช้เหรียญทองในการเดิมพันนั้นออกมาง่ายๆจะเป็นคนแบบไหนกัน? นอกจากนี้เขายังมาพร้อมกับเซียวเสี่ยวหลงลูกชายของขุนนางอีกต่างหาก เห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังของเขานั้นไม่ธรรมดา

 

นี่จริงแล้วเขาอยากจะเข้าไปที่ชั้นที่สามของภัตตาคารฟินิกส์อมตะใช่ไหม? เขาแค่อยากจะลองกินอาหารที่ชั้นที่สามใช่ไหม? เขาวางแผนจะหาจุดผิดพลาดเพื่อที่จะขึ้นไปที่ชั้นสามใช่ไหม?

 

ในตอนนั้นเฉียนเป๋าก็พยายามคิดหลายอย่าง ในที่สุดเขาก็หรี่ตาลงแล้วพูดออกมาว่า “ดีข้าเห็นด้วย”

 

บู่ฟงพยักหน้าให้สัญญาณเฉียนเป๋าเลือกอาหารตามที่ต้องการ

 

เฉียนเป๋าเอามือไขว้หลังแล้วพูดออกมาว่า “ พี่สาวซวนให้ใครสักคนที่มือฝรมือทำปลาไนหินผัดออกมา”

 

เมื่อพี่สาวซวนได้ยินที่เฉียนเป๋าพูด ตาของนางก็สว่างขึ้น นางคิดว่า “ตามที่คิดเถ้าแก่คิดว่าน้องชายคนนี้ที่ยืนกรานจะหาข้อผิดพลาดได้”

 

ปลาไนทอดหินเป็นอาหารจานที่ดีที่สุดในชั้นสองภัตตาคารฟินิกส์อมตะ ตอนแรกมันอาจจะได้ขึ้นไปอยู่บนชั้นสาม แต่ชั้นสามมีอาหารจานปลาอยู่แล้วปลาไนหินทอดจึงถูกเอาออกไป

 

แต่ยังไงก็ตามไม่ว่าจะเป็นรสชาติหรือรูปลักษณ์ของมันปลาไนหินทอดมีคุณสมบัติพอที่อยู่ในชั้นสามได้

 

“คุณชายบู่รออยู่สักหนึ่ง” เฉียนเป๋าพูดแล้วยิ้มออกมา ตอนนี้เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆกำลังรอให้จานนี้มาถึง

 

บู่ฟงไม่ได้พูดอะไรเขานั่งรอปลาไนหินทอดที่เฉียนเป๋าพูดกำลังมาถึง

 

ในตอนนั้นเองเฉียนเป๋ากำลังพูดกับเซียวเสี่ยวหลงและคนอื่นๆอยู่

 

หลังจากนั้นสักพักพวกเขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาในอากาศลูกค้าทั่วชั้นสองต่างมองไปรอบๆเพื่อดูที่มาของกลิ่นหอมนั้น

 

พี่สาวซวนกำลังเข้ามาใกล้ๆ แล้วถือจานขนาดใหญ่ ไอน้ำมากมายกำลังลอยขึ้นมาจากมัน คราวนี้นางไม่กล้าที่เดินโยกย้ายส่ายสะโพกเพราะกลัวมันหก

 

ชายร่างอ้วนที่สวมชุดพ่อครัวกำลังเดินตามหลังพี่สาวซวนมา เขาแสดงท่าทางอย่างสุภาพ

 

“ปลาไนหินทอดอยู่ตรงนี้ ได้โปรดกินอาหารอย่างมีความสุข” พี่สาวซวนพูดออกมาอย่างมีเสน่ห์ในขณะที่นางก้มตัวลงแล้ววางจานอาหารบนโต๊ะ

 

“เถ้าแก่เฉียน ข้าได้ยินว่ามีคนบอกว่ามีข้อผิดพลาด ข้ามาที่นี่เพื่อมาดูใครคนไหนกันที่บอกว่าอาหารของข้ามีข้อผิดพลาด” คนอ้วนที่เดินไปหาเฉียนเป๋าพูดออกมาอย่างสุภาพ

บู่ฟงหันไปมองคนอ้วน คนอ้วนก็หันหน้าไปทางเขาราวกับว่ารู้สึกอะไรบางอย่าง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาก็สั่น

 

“น้องชายเจ้าเบื่อหรือไงถึงได้มาจับผิด?” คนอ้วนคนนั้นรู้ได้อย่างทันทีเมื่อมองที่บู่ฟงอย่างถูกเผ้งแล้วพูดออกมา

 

“ท่านเฉียนนี่คือคุณชายบู่ ท่านอย่าทำให้เขากลัว” เฉียนเป๋าพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

บู่ฟงยังคงนิ่งเงียบอยู่เขามองไปที่คนอ้วนแล้วมองไปที่ปลาไนหินทอด

 

สีสันของมันช่างสะดุดสีทองกับสีแดงตัดกัน ซอสที่หนาไหลลงมามีส่วนผสมหลายอย่างมันปลดปล่อยกลิ่นหอมหวานออกมา ปลาที่ทอดแล้วช่างมีกลิ่นหอมกระตุ้นให้เขาหิว

 

เพียงแค่ที่มันปรากฏตัวออกมามันไม่เลวเลย

 

บู่ฟงหยิบตะเกียบ ทุกคนล้วนมองมาที่เขา เขาเอาเนื้อมีจิ้มซอสแล้วเอายัดใส่ลงในปาก

เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆก็กลั้นใจมองบู่ฟงที่กำลังกิน ท่านเฉินกับเฉียนเป๋าก็กลืนน้ำลายเมื่อเห็นบู่ฟงกิน

 

หลังจากที่บู่ฟงชิมซอสแล้วเอาปลามาวางใส่ไว้ในปาก หลังจากนั้นเขาก็ยกตะเกียบวางเอาไว้

 

ตั้งแต่ต้นจบจนบู่ฟงไม่ได้แสดงท่าทางใดๆเลยสักนิด ไม่มีใครรู้ว่าบู่ฟงคิดอะไรอยู่

ทันใดนั้นทุกคนก็รู้สึกกดดันแล้วก็กลั้นลมหายใจ

 

//ยังมีบางจุดผิดนะครับ เดี๋ยวไว้ว่างๆ มาเช็คให้ ช่วงนี้ให้พี่สาวกับแอดมินอีกคนช่วยจัดการให้อยู่ (ช่วงนี้กลุ่มเห็นบอกลดราคาอยู่ยังไงก็ลองไปคุยกับพี่เขาดูนะ ถึง 160 ตอนแล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

0 ความคิดเห็น