มาลิ้มรสชาติอาหารที่ต่างโลกกันเถอะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 158,684 Views

  • 964 Comments

  • 4,038 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    600

    Overall
    158,684

ตอนที่ 74 : ไปหาเถ้าแก่ร้าน…….แล้วไปฆ่ามันซะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    5 ก.พ. 61

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

บู่ฟงเอาผ้าพันคอพันรอบคอของเขาแล้วเดินออกจากภัตตาคารฟินิกส์อมตะ เมื่อเขาก้าวออกมาจากสถานที่ภ่นในที่อบอุ่น อากาศหนาวเย็นก็พุ่งเข้าที่ใบหน้าของเขาทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ช่วยไม่ได้เขาต้องเอามือกอดหน้าอกเอาไว้

 

แม้อุณหภูมิจะลดต่ำแต่หัวใจของเขากลับเร้าร้อน เหตุผลเพราะว่าเสียงประกาศออกมาจากระบบดังออกมาในใจของเขาว่า เขาทำภารกิจสำเร็จและกำลังจะได้รับรางวัลจากการที่ทำรางวัลจากภารกิจ

 

ร้อยละสิบของความก้าวหน้าของการฝึกฝนพลังงานที่แท้จริงกับวิธีการทำอาหารระดับสูงจากภัตตาคารฟินิกส์อมตะ เป็นรางวัลที่ล้ำค่ามาก บู่ฟงรู้สึกดีใจอย่างเห็นได้ชัด

 

เซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆก็ตามเขามาอยู่ข้างเขา โอวหยางเสี่ยวยี่กับเซียวเสี่ยวหลงก็คุยกันไม่หยุดกับความสามารถของบู่ฟงและฝีมือของเขาที่ทำให้พ่อครัวของภัตตาคารฟินิกส์อมตะพูดอะไรไม่ออกเพียยงแค่การชิมอาหารเพียงครั้งเดียว

 

เซียวเหยี่ยนหยู่ใส่ผ้าคลุมหน้าของนางอีกครั้งเพื่อปิดบังใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของนาง นางเดินไปกับพวกเขาอย่างสงบเสงียมและสง่างามไปกับพวกเขาอย่างเงียบๆ

 

พวกเขาทั้งสี่คนก็กล่าวคำอำลาเมื่อถึงปากทางเข้าซอยเซียวเสี่ยวหลงกับคนอื่นๆก็กลับบ้าน บู่ฟงเข้าไปในซอยกลับไปที่ร้านของเขา

 

หลังจากที่เข้าร้านเจ้าดำก็หลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อกินอิ่ม แม้บู่ฟงจะกลับมาถึงมันก็หลับสนิท

 

“รางวัลของภารกิจถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว ความก้าวหน้าของพลังงานที่แท้จริงสิบเปอร์เซ็นต์ ระบบจะสุ่มอาหารที่ได้จากการประเมิน” น้ำเสียงจริงจังของระบบดังออกมาในความคิดของบู่ฟง

 

บู่ฟงงงอยู่เล็กน้อย เขาหรี่ตาลงด้วยความวางใจ เขาอยากจะรู้ว่าเมนูไหนจะออกมาเป็นเมนูที่อยู่ในระบบ

 

เห็นได้ชัดว่าอาหารที่เขาแทบไม่ต้องการเลยคือซี่โครงหมูตุ๋นงาเนื่องจากเขามีซี่โครงหมู่อ่อนขี้เมาไว้ในเมนูของทางร้านแล้ว

 

ภายในใจของเขามีชื่ออาหารจานต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่องแล้วเปลี่ยนไปสลับกันอย่างรวดเร็ว นี่เป็นภาพที่ออกมาจากการที่ระบบกำลังจะสุ่ม....

 

หลังจากนั้นอาหารจานต่างๆก็ค่อยๆหมุนลงอย่างช้าๆแล้วค่อยๆหยุดลง สุดท้ายในใจของบู่ฟงก็เห็นภาพที่ออกมาอย่างชัดเจน

 

“จานนี้คือปูม้าผัด ที่ออกมาแต่ที่ออกมานี้คือปูม้าขั้นสูง”

 

บู่ฟงช่วยไม่ได้ เขานึกถึงปูม้าผัดสีแดงที่มีกลิ่นหอมที่โผล่ขึ้นมา เมื่อเทียบกันกับซี่โครงหมูตุ๋นงาที่นึกภาพออกมา ปูม้าผัดขั้นสูงสุดเป็นของดีมาก

 

กระดานไม่ที่ถูกแขวนไว้ตรงทางเข้าเพื่อบอกให้ลูกค้ารู้ว่าทางร้านหยุดในวันนี้ ทำให้ลูกค้ามากมายจากไปอย่างคอตก อย่างคนอ้วนจินกับเพื่อนๆก็รออีกสักพัก แต่ก็นานแล้วหลังจากนั้นก็รู้ว่าร้านไม่ได้เปิดจริงๆ

 

ลูกค้าคนอื่นๆก็เจอกับสถานการณ์เดียวกัน

 

หลังจากที่บู่ฟงกลับมาที่ร้าน เขาก็ไม่ได้วางแผนที่จะเปิดร้าน หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็พร้อมที่จะเรียนทำอาหารจานใหม่ปูม้าผัดขั้นสูง

 

...

 

ในภัตตาคารฟินิกส์อมตะ

 

เฉียนเป๋านั่งอยู่บนเก้าอี้มือคางหนึ่งยันคางเอาไว้แล้วขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเขากำลังจะคิดอะไรบางอย่าง

 

“คุณชายบู่เป็นเถ้าแก่ร้านใจดำจริงๆเหรอ? เขาเข้ามาที่ภัตตาคารฟินิกส์อมตะแล้วมาวิจารย์อาหารทั้งหมดเขาคิดว่าเขาเป็นใคร? ถึงได้กล้ามาดูถูกพวกเรา” เฉียนเป๋ากำหมัดแล้วขมวดคิ้วออกมาด้วยความโกรธ

 

ทันใดนั้นเขาก็คลายกำปั้นแล้วถอนหายใจ “แต่ยังไงก็ตาม...ความสามารถของเถ้าแก่บู่สูงมาก เพียงแค่ชิมเขาก็ประเมินได้แล้ว ช่างน่ากลัวนัก”

 

ในตอนแรกเขาวางแผนที่จะให้พ่อครัวของบู่ฟงมาอยู่ร้านของเขา แต่ดูจากท่าทางมันคงเป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของเขาคงถูกโยนลงไปในท่อละบายน้ำ เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของบู่ฟงกับภัตตาคารฟินิกส์อมตะของเขา

 

แต่เฉียนเป๋าจะยอมปล่อยเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้ เขากลืนความโกรธลงไปเขาจะยอมแพ้ไม่ได้เขาจะต้องจัดการอะไรบางอย่าง

 

เมื่อนึกอยู่สักพัก ตาของเฉียนเป๋าหรี่ลงแล้วคิดอะไรบางอย่าง

 

“ข้าสามารถใช้พ่อครัวแข่งฝีมือการใช้มีด เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเข้าถึงจุดสุดยอดของฝีมือตอนอายุเท่านี้ เราจะแข่งกับเถ้าแก่บู่ด้านฝีมือการทำอาหารไม่ได้ แต่เราจะต้องใช้ฝีมือด้านการใช้มีดเพื่อทำลายเขา”

 

เฉียนเป๋ากระแทกโต๊ะด้วยความตื่นเต้นรอยยิ้มก็เผยออกมาบนใบหน้าของเขาสุดท้ายเขาก็หัวเราะออกมาดังๆ จากนั้นเขาก็ให้ลูกน้องของเขาทั้งหมดรวบรวมพ่อครัวและคัดเลือกพ่อครัวที่มีฝีมือการใช้มีดได้ดีที่สุด

 

เฉียนเป๋ารู้ว่าบู่ฟงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับฝีมือการปรุงอาหาร สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือฝีมือการใช้มีดเท่านั้น

 

ตอนนี้เฉียนเป๋ากำลังยุ่งอยู่กับการคัดเลือกพ่อครัวที่มีฝีมือในการใช้มีดหั่น ไก่เลือดฟินิกส์ก็ถูกส่งไปที่พระราชวังขององค์รัชทายาท

 

ภายในพระราชวังอันหรูหราขององค์รัชทายาท จีเฉินอันกำลังเอามือไขว้หลัง เขามองไปที่กรงเหล็กที่อยู่ต่อหน้าของเขา ภายในกรงมีไก่ทั้งตัวมีเสียงเลือดแดงชาด

 

“ไก่เลือดฟินิกส์นี่เป็นสัตว์ระดับห้าเหรอ? ลักษณะภายนอกของมันดูท่าทางน่าประหลาดจริงๆ” จีเฉิงกันพยักหน้าพูดออกมาแล้วมุมปากของเขาก็ขดตัว

 

ฉู่ชี่ที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างห่างก็พูดว่า “ไก่เลือดฟินิกส์เป็นสัตว์ร้ายระดับห้ามีความสามารถในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แม้ว่าความสามารถของมันในการต่อสู้จะต่ำมาก แต่มันก็เทียบได้กับนักรบวิญญาณขั้นที่สี่ มันเลยต้องใช้เวลาในการจับมัน”

 

“เจ้าทำได้ดีมากฉู่ชี่” องค์รัชทายาทพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีแล้วมองไปที่ฉู่ชี่

 

ฉู่ชี่ก้มตัวลงคำนับอีกครั้งเขาไม่ได้พูดอะไร

 

“ไก่เลือดฟินิกส์และโสมสีม่วงได้ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว และสมุนไพรล้ำค่าอื่นๆ ตอนนี้เราแค่ต้องให้เถ้าแก่บู่ปรุงโอสถกระยาหารเท่านั้น หากโอสถกระยาหารทำให้ฮ่องเต้

สุขภาพดีขึ้น....แค่นี้มันก็ตัดสินได้แล้ว” องค์รัชทายาทเอามือยืนไขว้หลังอยู่ เขามองไปที่ท้องพระโรงอย่างตื่นเต้น หลายสิ่งหลายอย่างในตอนนี้ที่เขากำลังคิดอยู่อีก

 

เพื่อที่จะเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปเขาลงทุนเอาไว้มาก แต่ละก้าวเหมือนเดินอยู่บนน้ำแข็ง เขากลัวว่าหากเขาก้าวพลาดน้องชายสุดที่รักของเขาจะใช้ตอนที่เขาอ่อนแอทำลายล้างเขาให้สิ้นซากไป

 

“ฉู่ชี่เตรียมตัวไปที่ร้านของเถ้าแก่บู่เราต้องมั่นใจว่าโอสถกระหารต้องถูกทำขึ้นมา” องค์รัชทายาทพูดออกมาอย่างจริงจัง “ก่อนที่โอสถกระยาหารนี่จะถูกทำเสร็จเราต้องต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่ห้ลูกน้องของอ๋องหยู่รู้เรื่องนี้เข้า”

 

“ขอรับฝ่าบาท” ฉู่ชี่พูดออกมาอย่างสุภาพ

 

ในคฤหาสน์ของอ๋องหยู่

 

ในห้องลับของอ๋องหยู่ จีเฉิงหยู่กำลังเปิดตาพลังงานพุ่งออกมาจากปากของเขา พลังงานที่แท้จริงพวยพุ่งออกมาเหมือนน้ำเดือด หลังจากนั้นไม่นานมันก็เริ่มสงบแล้วกลับเข้ามาสู่ร่างกายของเขา

 

“ระดับที่หกจักรพรรดิเป็นเรื่องยากที่จะผ่านมันไปได้จริงๆ ข้าติดมาที่ปากขวดนี้มา

 

นานกว่าหนึ่งปีแล้ว” อ๋องหยู่ถอนหายใจออกมาขณะที่รู้สึกอ่อนแอ ช่วยไม่ได้ เขาเองก็รู้ว่ามันไม่ควรที่จะรีบร้อน เขารู้แต่วิธีฝึกฝนแต่ไม่รู้วิธีแก้ปัญหาหลังจากนั้น

 

ประตูห้องถูกเปิดออกมา ร่างที่สวมชุดคลุมสีดำยืนอยู่ตรงที่เข้า เสียงแหบแห้งก็พูดออกมาว่า “ฝ่าบาทดูเหมือนว่าท่านจะลำบากในการฝึกฝนจริงๆ หากท่านใช้วิธีฝึกฝนของนิกายวิญญาณของเราการก้าวเข้าสู่ระดับที่หกจักรพรรดิจะไม่เป็นปัญหา”

 

อ๋องหยู่มองเขาแล้วหัวเราะเยาะเย้ย “หลังจากนั้นข้าก็จะกลายเป็นกลายปีศาจไม่เหมือนตนเหมือนผีเหมือนเจ้า? ใครกันอยากจะเป็นฮ่องเต้ที่มีหน้าตาน่าเกลียดเหมือนเจ้า?”

 

คำพูดของอ๋องหยูเหมือนจะดูถูกเสียดสีนิดๆ แต่นี่เป็นการพูดจาของเขาตามปกติ ผู้อาวุโสของนิกายวิญญาณ หุนเฉี่ยนต้วน ไม่โกรธได้เพียงแต่หัวเราะออกมา

 

ทันใดนั้นก็มีคนเข้ามาที่ประตูแล้วส่งจดหมายลับไปที่จีเฉิงหยู่

 

จีเฉิงหยู่พยักหน้าไม่พยายามปกปิดอาการแต่อย่างใด เขาเปิดจดหมายแล้วก็เริ่มอ่าน เมื่ออ่านจดหมายแล้วท่าทางของเขาก็เปลี่ยนเป็นโกรธอย่างมาก

 

“พี่ชายของข้าพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้กลายเป็นฮ่องเต้ แม้แต่วิธีการนี้ ทุกคนต่างรู้ดีถึงพลานามัยของเสด็จพ่อ ตอนนี้เขากลับฝากความหวังให้กับร้านเล็กๆ ให้ทำโอสถกระยาหาร น่าหัวเราะ”

 

จดหมายพุ่งออกมาจากฝ่ามือของอ๋องหยู่แล้วก็ถูกไฟไหม้ทันที มันกลายเป็นขี้เถ้าแล้วจางหายไป

 

ดวงตาที่หนาวเหน็บของเขาก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หุนเฉี่ยนต้วน ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องแสดงความสามารถแล้ว พี่ชายของข้ากำลังจะยืดอายขัยของเสด็จพ่อ...คืนนี้เจ้าต้องหยุดเขา พาคนของเจ้าไปที่ร้านเล็กๆฟงฟงแล้วฆ่าเถ้าแก่ จำไว้ต้องเป็นการลอบสังหารเงียบๆ ตามข่าวลือร้านนั้นไม่ธรรมดา”

 

หุนเฉี่ยนต้วนหัวเราะเสียงแหบแห้ง “เมื่อพูดถึงการลอบสังหาร....หากนิกายวิญญาณเป็นอันดับสองก้ไม่มีนิกายไหนเป็นอันดับหนึ่งในโลก ท่านอ๋องหยู่รอฟังข่าวดีเอาไว้เลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #877 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:27
    555เจอดีแน่
    #877
    0
  2. #866 0897375544 (@0897375544) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:59
    ทั้งเจ้าหุ่นขาว กับเจ้าหมาดำยักษ์ จะทำได้เหรอ
    #866
    0
  3. #859 suprem-leader (@suprem-leader) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:56
    โดนโยนออกมานะซิจ๊ะ
    #859
    0