มาลิ้มรสชาติอาหารที่ต่างโลกกันเถอะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 158,494 Views

  • 964 Comments

  • 4,041 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    410

    Overall
    158,494

ตอนที่ 80 : ใครใช้ให้เอาเข็มเย็บผ้ามาแทงเทพหมากันหา?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    18 ก.พ. 61

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

ตู๊ม! ตู๊ม!

 

พลังงานสีดำเหมือนหมอกสีดำพุ่งออกมาจากพื้น แล้วคลอบคลุมทั้งหมดตรงพื้นที่ค่ายกลเอาไว้ บรรยากาศน่ากลัวเย็นหนาวสั่นปกคลุมไปจนทั่วซอย

 

ท่าทางของกลุ่มนักรบขั้นที่ห้าราชันนักรบท่าทางเคร่งเครียดล้อมรอบฉู่ชี่ที่ถือเอาซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์ฟินิกส์เอาไว้ ภารกิจของพวกเขาคือปกป้องโอสถกระยาหารเอาไว้ ดังนั้นพวกเขาจึงพุ่งความสนใจไปที่ฉู่ชี่ที่เป็นคนถือเอาไว้

 

พลังงานสีดำสีดำห่อหุ่มอากาศเอาไว้ ภายใต้วงกลมสีดำสองอันที่หมุนไปในค่ายกล ค่อยๆกระจายร่างเงาขนาดใหญ่เหนือพวกเขา ท่าทางน่ากลัวพวกนี้ส่งกลิ่นอายที่น่ากลัวยิ่งนัก

 

“นี่คือค่ายกลราชันนรกฉีกวิญญาณ มันเป็นค่ายกลลึกลับของนิกายวิญญาณ...ทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้ก่อนได้?” ดวงตาฉู่ชี่เต็มไปด้วยความสงสัยแปลกใจ

 

ทันใดนั้นดูเหมือนกับว่าเขากำลังจะคิดอะไรบางอย่าง รูม่านตาของเขาหดตัวมองออกไปไกล ที่นั้นเขาเห็นร่างสวมชุดคลุมสีดำปรากฏตัวอยู่

 

“เจ้ามาจากนิกายวิญญาณ? มาเพื่อทำลายโอสถกระยาหารอย่างนั้นเหรอ?” ฉู่ชี่ตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน

 

“ใช่แล้ว ข้าจะทำแบบนั้น ตราบใดที่ข้ายังหายใจจำไว้จะปล่อยให้มีคนมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้....ตัวตนของพวกเราจะต้องไม่ถูกเปิดเผย” เสียงแหบแห้งบาดหูเหมือนเสียงกรวดทรายบดกันดังออกมา

 

ร่างที่สวมผ้าคลุมสีดำไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินไปที่มุมของค่ายกลที่ล้อมรอบฉู่ชี่กับคนอื่นๆเอาไว้

 

หุนเฉียนต้วนดวงตาของเขาดูเหมือนมีไฟวิญญาณสองอันที่ส่องประกายอยู่ เดินออกมาชาจากเงาดำที่อยู่เบื้องหลังเขา

 

ในตอนนั้นฉู่ชี่ก็ยังทรุดตัวลงแม้ว่าเขาจะระมัดระวังแล้ว แต่เขาก็ยังติดกับตกเป็นเหยื่อของอ๋องหยู่อยู่

 

ฉู่ชี่คิดเอาไว้เสมอแม้ว่าอ๋องหยู่จะบ้าแค่ไหน เขาก็จะส่งนักฆ่าที่แข็งแกร่งมาทำลายโอสถกระยาหารเท่านั้น เขาไม่คิดว่าอ๋องหยู่จะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่มาจากนิกายนอกรีต

 

นิกายได้เข้าร่วมต่อสู้กันกับข้าราชสำนักมาหลายปีแล้ว เพราะว่าพวกเขาดำรงตัวอย่างลึกลับและเป็นความลับ พวกเขาอยู่รอดได้แม้ฮ่องเต้เฟิงซางจะใช้กำลังอำนาจโจมตีพวกเขาปีแล้วปีเล่า

 

ผู้ฝึกฝนทุกคนในอาณาจักรต่างก็รู้ดีนิกายเหล่านี้มีพลังเข้มแข็งไม่ควรจะไปกล้าแหย่ด้วย

 

ค่ายกลของนิกายเหล่านี้ต้องเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญที่จะใช้ได้

 

“อ๋องหยู่กล้าที่จะร่วมมือกับผู่เชี่ยวชาญจากนิกาย...เขาไม่กลัวที่ฮ่องเต้จะพบเขาเหรอ?” ฉู่ชี่กัดฟันด้วยความโกรธ

 

หุนเฉียนต้วนเปล่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจนิดๆ สายตาของเขามองไปที่ฉู่ชี่ เขาเริ่มหัวเราะแล้วพูดว่า “ฮ่องเต้จะรู้เข้าได้ยังไง? เมื่อพวกเรากำจัดเจ้า....จะไม่มีใครได้รู้”

 

ฉู่ชี่อยากจะพูดต่อแต่ผู้เชี่ยวชาญจากนิกายก็เบื่อที่เขายังคงมีลมหายใจอยู่ พวกเขากระตุ้นพลังงานที่แท้จริง วิญญาณร่างยักษ์ก็ลอยอยู่เหนือหัวฉู่ชี่กับคนอื่นๆ แล้วเริ่มโจมตีพวกเขาในทันที

 

ฝ่ามือใหญ่เต็มไปด้วยพลังงานสีดำมุ่งหน้าไปที่ฉู่ชี่ พลังงานนั้นดูวูบวาบและทรงพลังอย่างมาก

 

“ป้องกันเอาไว้” ฉู่ชี่ตะโกนด้วยความโกรธตาเป็นสีเลือด

 

ราชันนักรบระดับที่ห้าทั้งหมดปลดปล่อยพลังงานที่แท้จริงไปจนทั่วร่าง พุ่งขึ้นไปบนอากาศโจมจีฝ่ามือด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด

 

แต่การโจมตีของราชันนักรบขั้นที่ห้าที่รวมพลังกันเหมือนหิ่งห้องที่พยายามเขย่าต้นไม้ ไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับฝ่ามือได้

 

ปัง

 

เสียงดังลั่นราชันนักรบขั้นที่ห้าถูกทุบลงมากับพื้นอย่างโหดเหี้ยม การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและเกิดรอยแยกออกไปรอบๆพื้นที่...

 

พลังงานที่แท้จริงจากราชันนักรบขั้นที่ห้ากระจายออกไปอย่างหมดสิ้น พวกเขาตายทั้งหมดภายใต้การปะทะกันของฝ่ามือเดียว

 

ฉู่ชี่รู้สึกหัวใจหนาวเหน็บตามความคาดหมายของเขา ค่ายกลนี้ทรงพลังอย่างมาก

 

หุนเฉียนต้วนยิ้มออกมาอย่างจางๆนิ้วเหี่ยวๆของเขาชี้ไปตรงที่ฉู่ชี่แล้วพูดว่า “พวกมัน...ทัั้งหมดต้องตาย”

 

……

 

องค์รัชทายาทกำลังนั่งไขว้ห้างอยู่ในพระราชวัง เขาปิดตาสนิทพยายามสงยสติและอารมณ์อย่างเงียบๆ หลังจากที่เขาพยายามฝึกฝนพลัง เขาเปิดตาออกมาอย่างทำไม่ได้แล้วถอนหายใจออกมา

 

“ฟู...ข้าสงสัยว่าฉู่ชี่กำลังจะทำอะไรอยู่ ข้ารู้สึกหงุดหงิดและรู้สึกไม่ดีอย่างมาก” องค์รัชทายาทขมวดคิ้วยืนขึ้นมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

 

ตอนแรกเขาคิดจะให้เถ้าแก่บู่ปรุงซุปโสมสีม่วงไก่เลือกฟินิกส์แล้วเอามาให้เสด็จพ่อเป็นการดำเนินการได้เป็นอย่างดี เขาไม่คิดว่าความลับนี้อ๋องหยู่จะพบเข้าแล้วผลักเรื่องชั่วร้ายมาให้เขาแทน

 

องค์รัชทายาทกำลังท้อแท้ใจแล้วรู้สึกทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน เขารู้สึกไม่ดีเขาเหมือนเดินอยู่ในทางที่คดเคี้ยวและยากลำบาก เขาหวังว่าฉู่ชี่จะเอาซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์กลับมาได้อย่างปลอดภัย แล้วตัวเขาก็จะเหนือขึ้นมาได้

 

…...

 

คฤหาสน์ของอ๋องหยู่

 

อ๋องหยูกำลังยืนขึ้นตรงหน้าบ่อเลี้ยงปลา เขากำลังถือผลผลึกเอาไว้ให้อาหารปลา เขามองดูปลาที่ต่อสู้ดันในบ่อด้วยรอยยิ้มที่พอใจ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นท่าทางเย็นชาขึ้นไปเรื่อยๆ

 

……

 

บู่ฟงรู้สึกเบื่อขึ้นมาเล็กน้อย เขานั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้ เขาขมวดคิ้วนิดๆแล้วลุกขึ้นยืน เขาเดินไปที่ทางเข้าร้านแล้วมองไปที่ซอยทางเข้า

 

เขาเห็นวิญญาณขนาดใหญ่กั้นทางเข้าซอย

 

“พวกเขาทำอะไรกัน? พวกเขาไม่รู้รึไงว่านั้นกีดขวางการเปิดร้านของข้า?” บู่ฟงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจแล้วบ้าง

 

ร้านของเขาถูกปิดทางเข้ามา นี่เป็นการสร้างปัญหาให้กับคนที่เข้ามาที่ซอย พวกเขากำลังจะสร้างปัญหาให้เขาใช่ไหม?

 

โอวหยางเสี่ยวยี่ก็ยืนหัวออกไปมองข้างนอกเหมือนกัน นางเห็นวิญญาณใหญ่ที่ยืนสูงอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน ใบหน้าที่สดใสของนางก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

“นายท่านที่น่ารังเกียจพวกเขากำลังจะทำอะไรอยู่?” เสี่ยวยี่ถามด้วยความแปลกใจ

 

“พวกนั้นกำลังสร้างปัญหา” บู่ฟงพูดออกมาด้วยท่าทางปกติ เขาลูบหััวเสี่ยวยี่หลังจากที่พูดเสร็จ เขาก็หรี่ตาลงมองวิญญาณยักษ์ทันทีจากตรงที่อยู่ของร้าน

 

“เถ้าแก่บู่ช่วยด้วย” เสียงกรีดร้องดังออกมาหัวใจแทบที่ฉีกขาด

 

ฉู่ชี่กำลังถูกพวกเขาล้อมเอาไว้ในสภาพที่น่าสงสาร เขามีเลือดท่วมไปทั้งร่างแขนของเขาข้างหนึ่งก็หัก เขาเหมือนคนบ้าที่ถูกรุมตี เลือดของเขาไหลไม่หยุด แขนของเขาข้างหนึ่งถือหม้อดินเอาไว้

 

ปัง ฉู่ชี่เข้ามาอยู่ตรงหน้าบู่ฟงเขาหมดแรงแล้ว ในตอนที่เขาคุกเข่าเลือดก็ไหลออกมาจากปากของเขา เลือดก็ไหลออกมาจากแขนของเขา เขาถือหม้อดินเอาไว้ตัวสั่น ไม่ยอมให้ซุปไก่ไหลออกมาจากหม้อดินแม้แต่หยดเดียว

 

ท่าทางที่ที่ไม่ดีของฉู่ชี่ทำให้โอวหยางเสี่ยวยี่ไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังบู่ฟงแล้วแอบมองอยู่

 

บู่ฟงขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วมองมาที่วิญญาณยักษ์ที่พุ่งตรงเข้ามาหาเขา แล้วมองฉู่ชี่ที่กำลังอาบเลือดอยู่ ด้วยเหตุผลบางอย่างเขารู้สึกโกรธมาก

 

“พวกเจ้ากล้าตีลูกค้าของข้าให้มีสภาพนี้? ชัดเลยนี่พยายามสร้างปัญหาให้กับร้านเล็กๆฟงฟง” บู่ฟงพูดออกมาอย่างเฉยเมย แต่เสียงของเขาหนาวเหน็บอย่างมาก

 

“ถะ..เถ้าแก่บู่....ซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์.......ยังไม่ถูกทำลาย” ฉู่ชี่พยายามส่งหม้อดินไปให้บู่ฟง ดวงตาของเขานึกถึงความไร้ความสามารถของตัวเอง

 

พลังงานสีดำระเบิดออกมาจากร่างกายของเขาปกคลุมไปทั่วผิวทั้งหมดของฉู่ชี่ทันที ควันสีดำก็ไหลออกมาจากปากของฉู่ชี่

 

บู่ฟงกำลังมองไปที่ฉู่ชี่ เขารู้สึกได้ถึงแว่วตาที่วิงวอนเขาช่วยไม่ได้จึงเอื้อมมือไปหาซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์

 

แต่.....แต่หอกสีดำก็พุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วเหนือเสียงพุ่งเข้ามาที่หม้อดินทันที

เสียงดังแกร๊ก หม้อดินระเบิดออกมาเป็นชิ้น ตอนนี้ดูเหมือนเวลาของบู่ฟงกับฉู่ชี่เหมือนถูกหยุดเอาไว้

 

หอกสีดำเมื่อแทงทะลุหม้อดินก็พุ่งเข้าไปชนหัวของเจ้าดำน้อยที่กำลังนอนหลับอยู่

เสียงดังปัก....หอกแตกเป็นชิ้นๆ เจ้าดำน้อยก็เปิดตาหลังจากที่ตื่นนอน

 

“แม่ใครวะ...ใครใช้ให้เอาเข็มเย็บผ้ามาแทงเทพหมากันหา? หยุดแล้วก้าวออกมาตรงนี้”

 

เจ้าดำมองไปรอบๆด้วยความตกใจ สายตาหมาน้อยมองไปที่วิญญาณขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป

 

ฉู่ชี่มองไปหม้อดินที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ซุปโสมสีม่วงไก่เลือดฟินิกส์หกลงมาไปทั่ว ผลึกวุ้นใส่กลิ้งลงบนพื้น......

 

เขาถอนหายใจออกมายาวๆ ฉู่ชี่ปิดตาลงใบหน้าของเขาที่มีความหวังก็หมดหวัง.....วิญญาณของเขาทั้งตัวก็ถูกเผาไหม้ไปจนหมด

 

“เจ้าคงเป็นเถ้าแก่ร้านลึกลับนั้น......” คนสวมเสื้อคลุมสีดำเดินผ่านเข้ามา ด้านหลังของเขาคือวิญญาณของราชันนรกจากค่ายกลยักษ์

 

“เจ้าเป็นคนฆ่าเขาใช่ไหม? เจ้าเป็นคนที่ทำลายซุปใช่ไหม?” บู่ฟงหันหัวไปพูดกับชายที่สวมเสื้อคลุมสีดำด้วยท่าทางที่เฉยเมย

 

ไฟวิญญาณภายในดวงตาของหุนเฉียนต้วนกระพริบลงมาเบาๆแล้วพูดออกด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “พวกเขาบอกว่าร้านของเจ้าลึกลับมาก แม้แต่นักรบศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ดอย่างเซียวเม้งก็ถูกไล่ออกไป ด้วยพลังค่ายกลราชันนรกฉีกวิญญาณนี้ไม่ได้ด้อยกว่านักรบศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ข้าจะทดสอบร้านลึกลับของเจ้า...แล้วจะเอาชีวิตคนสองคนมาสังเวย” (หมายถึงชีวิตเสี่ยวยี่กับบู่ฟง)

 

บู่ฟงมองไปที่หุนเฉียนต้นแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ข้าถามว่าเจ้าเป็นคนฆ้าเขาและยังเป็นคนทำลายซุป......ตอบข้ามาว่าใช่ไหม?”

 

“เจ้ายังจะกล้าพูดหยิ่งยโสต่อหน้าค่ายกลราชันนรกฉีกวิญญาณอีก ข้าเป็นคนฆ่าเขาแล้วจะทำไม? ข้าเป็นคนทำลายซุปแล้วจะทำไม?” หุนเฉียนต้วนรู้สึกโกรธเหมือนกัน พลังงานที่แท้จริงพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา ร่างของราชันนรกก็แข็งแกร่งขึ้นมาก

ดำน้อยลุกขึ้นมาจากพื้นดิน มันมองไปที่วิญญาณราชันนรกแล้วหันไปมอง

 

“แม้ว่าราชันนรกจะปีนออกมาจากนรกแล้วไง เทพหมาผู้นี้ก็ไม่กลัว เจ้าเอาของเลียนแบบมาเล่นรึไง?” เสียงผู้ชายนุ่มนวลและไพเราะก็ดังออกมาจากปากของเจ้าดำน้อย ดังก้องไปทั่วซอย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #943 Tanz Giroro (@narakstory) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 02:53
    โธ่!!!! ไม่อยากให้ลูกค้าตายเลยง่ะ สงสารฉู่ชี่!!
    #943
    0
  2. #927 PaRaNPaRK1004 (@spy_thailand) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:27
    สงสารอ่ะ ลูกค้าที่ดีตายไปจริงๆเหรอ 
    #927
    0
  3. #899 PleumAromDee (@PleumAromDee) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:11
    เทพหมา แผงลิดแล้วทุกคน กราบๆๆๆๆ
    #899
    0
  4. #896 เงารางเลือน (@toey1405) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:49
    เทพแบบข้า ไยต้องเกรงกลัวราชันนรก
    พี่ชายยยย นั่นราชาาา
    #896
    0
  5. #894 เงารางเลือน (@toey1405) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:49
    เทพแบบข้า ไยต้องเกรงกลัวราชันนรก
    พี่ชายยยย นั่นราชาาา
    #894
    0