ห้วงแค้นจอมนาง ( สนพ. แอลซิก) ปิดตอน อีบุ๊คออกปลายเดือนเมษาค่ะ

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 : จงคิดถึงคนที่อยู่ให้มาก จงลืมคนจากให้พ้น (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1092 ครั้ง
    29 ม.ค. 62


บทที่ 2

จงคิดถึงคนที่อยู่ให้มาก จงลืมคนจากให้พ้น

 

  ลู่จิ้นจิวเหลียวมองที่ที่เคยเป็นห้องนอนของตนและสามีผู้ทรยศของนางอีกครั้งด้วยความแค้นฝังลึก แววตาที่เคยใสซื่อเต็มไปด้วยความเมตตาดังเช่นแต่ก่อน บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนไปจนน่าใจหาย ไม่มีแล้วลู่จิ้นจิวคนเดิมที่จ้องมองสามีด้วยความรักและเทิดทูนเหนือสิ่งใด “ไปกันเถิด”

 

 เทพชะตากล่าวเพียงครั้งภาพร่างทั้งสองก็ค่อยๆ จางหายไป แต่ถึงกระนั้นนางเองก็ยังคงจ้องมองไปที่ห้องๆ นั้นจนเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะกลายเป็นสีขาวโพลน

 

 ร่างสองร่างปรากฏตัวอยู่ในห้องๆ หนึ่งที่มีคนเดินขวักไขว่กันเต็มห้องสี่เหลี่ยมนี้ไปหมด สีหน้าท่าทางของแต่ละคนมีทั้งความกังวลและความหมองเศร้า ที่สามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด ภายในห้องแห่งนี้ตกแต่งไว้อย่างหรูหราทุกสิ่งภายในห้องล้วนเป็นของชั้นดีนับว่ามีราคามากจนสามารถซื้อจวนขนาดเท่าจวนของสามีของลู่จิ้นจิวได้หลายสิบจวน  แม้กระทั้งเครื่องเรือนทุกอย่างภายในห้องแห่งนี้ก็ล้วนทำขึ้นจากไม้จันทร์แดงที่ถือว่าเป็นไม้มงคลที่ราคาสูงลิบลิ่ว  คาดได้ว่าผู้ที่เป็นเจ้าของที่แห่งนี้คงมีฐานะร่ำรวยจนนางมิอาจคาดเดาได้


  ภายในห้องแห่งนี้จุดสนใจของทุกคนมุ่งตรงไปที่เตียงนอนหลังหนึ่ง ที่บนเตียงนั้นมีร่างเด็กสาวอายุราวสิบห้าสิบหกปีนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนอน  ใบหน้าของนางขาวซีดจนแทบไม่มีสีเลือด แต่ถึงกระนั้นความงามที่มีก็มิได้ลดน้อยถอยลงกับดูบอบบางน่าปกป้อง นางอยู่ในอาภรณ์สีขาวล้วนราวกับเกล็ดหิมะราวเหมันตฤดู ยิ่งทำให้นางดูไร้ซึ่งชีวิตชีวาจนน่าใจหายราวกับคนไร้ซึ่งลมหายใจ ข้างเตียงนอนหลังนี้มีชายวัยสี่สิบกว่าๆ นั่งหน้าเศร้าหมองจ้องมองสาวน้อยผู้นั้นไม่วางตาท่าทางไม่ไหวติง บรรดาผู้คนที่กำลังเดินกันขวักไขว่ไปมาไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาแม้ครึ่งคำ ยิ่งเมื่อพวกเขาจ้องมองไปที่ชายวัยสี่สิบกว่าๆ ยิ่งทำให้พวกเขาไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดมากกว่าเดิม แม้แต่หายใจในยามนี้ยังทำลำบาก


“นี่คือชีวิตใหม่ของเจ้า” เมื่อเทพชะตากล่าวออกมาลู่จิ้นจิวจึงมองไปร่างเด็กสาวที่แน่นิ่งอยู่บนเตียงนอนอย่างพินิจอีกครั้ง

 

 เทพชะตาเดินเข้าใกล้เตียงนั้นเพียงยกมือสะบัดชายแขนเสื้อเพียงครั้ง เงาร่างสีขาวของสตรีนางหนึ่งก็ปรากฏตัวยืนต่อหน้าลู่จิ้นจิว สตรีนางนี้ดูคราวๆ แล้วเหมือนสตรีที่อยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ นางมีหน้าจัดว่างดงามราวกับเทพธิดา เมื่อครั้นปรากฏตัวในคราแรกนางยังคงมีสีหน้างุนงง แต่เพียงไม่นานนางก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นเทพชะตายืนอยู่ด้านข้าง


“ท่านช้า เกินเวลามาเกือบสี่เดือน ข้าคิดถึงท่านที่สุด” สตรีนางนั้นโผเข้ากอดเทพชะตาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างไม่นึกอายลู่จิ้นจิวแม้แต่น้อย

“ใครใช้ให้เจ้าอยากเล่นพิเรนทร์เอง ข้ามาช้าสี่เดือนก็นับว่าเร็วที่สุดแล้ว” เทพชะตากล่าวออกมาและนับเป็นครั้งแรกที่ลู่จิ้นจิวเห็นเทพชะตาผู้นี้ เผยรอยยิ้มออกมานับแต่นางกับเขาพบกัน

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะต้องมาในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ข้าจึงเตรียมการไว้แล้วเห็นไหม จะไม่มีใครสงสัยแน่นอนถ้านางเปลี่ยนไป ข้าทำดีหรือไม่” เทพชะตาส่ายหน้าอย่างระอาใจแต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก็ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มไม่จางหาย

“เจ้านี่นะ สร้างเรื่องปวดหัวให้ข้าตลอดกลับไปครานี้  ข้าจะต้องตบแต่งเจ้าเสียทีจะได้ไม่มาก่อเรื่องวุ่นวายอีก” สตรีนางนั้นฉีกยิ้มรับอย่างล้อเลียนมิได้มีท่าทีที่จะขวยเขินดังเช่นสตรีที่พึ่งถูกบุรุษเอ่ยว่าจะตบแต่ง เป็นลู่จิ้นจิวเสียอีกที่อดรู้สึกแทนมิได้


 ลู่จิ้นจิวจ้องมองการหยอกล้อกันไปมาของทั้งสองโดยที่ไม่เอ่ยแทรก ถึงจะอยากเอ่ยถามคำถามมากมายเท่าใดก็ตามที การที่นางต้องมายืนดูทั้งสองที่จัดว่าเป็นคู่รักยืนหยอกล้อไปมาก็ทำให้นางรู้สึกกระดากใจอยู่ไม่น้อยเลย  แต่จะให้ทำอย่างไรได้นางจำต้องพึ่งพาทั้งสองจะให้เดินหนีไปก็มิใช่ ถ้าพวกเขามีความสุขล้นจนหลงลืมนางแล้วจากไปนางจะทำอย่างไร


“เอาละ นี่คือดวงจิตที่จะมาใช้ร่างนี้ต่อจากเจ้า” ครั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าภารกิจของตนยังไม่เสร็จสิ้น เทพชะตาก็รีบกลับมาทำหน้าที่ของตนต่อในทันที สตรีนางนั้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของเทพชะตาก็เพ่งพิศมองลู่จิ้นจิวอย่างละเอียดก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

“เจ้าคงเจออะไรก่อนมาที่นี่ เอาละ ก่อนที่เจ้าจะมีชีวิตใหม่ข้ามีคำพูดหนึ่งจะบอกเจ้า จงคิดถึงคนที่อยู่ให้มาก จงลืมคนจากให้พ้น  นี่คือความหวังดีจากข้า ข้าขอให้เจ้าสนุกกับชีวิตใหม่นี้นะ ไม่สิเจ้าต้องสนุกแน่” กล่าวจบยังไม่ทันที่ลู่จิ้นจิวจะเอ่ยถามข้อสงสัยเทพชะตาที่นิ่งดูอยู่ก็สะบัดชายแขนเสื้ออีกครั้ง เงาร่างของลู่จิ้นจิวก็ค่อยๆ ผสานรวมกับร่างเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

“ข้าคิดถึงสุราหมักฝีมือท่านจริงๆ” เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นทั้งสองก็จับจูงมือกันหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีความห่วงใยใดเผื่อแผ่ไปถึงคนที่เขานำพาแม้แต่นิดเดียว  มีเพียงเสียงหยอกล้อกันไปมาที่ค่อยจางหายไปพร้อมกับเงาร่างของทั้งสองเพียงเท่านั้น


  รุ่งอรุณมาเยือนแสงแดดสาดส่องเสียงนกกระจิบร้องเซ็งแซ่ขับขานปลุกทุกผู้คนให้ตื่นจากการหลับใหล  มีเพียงในห้องพักนี้เท่านั้นที่มิมีใครได้นอนตลอดทั้งคืนเอาแต่นั่งเฝ้าเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติ ข้างเตียงของเด็กสาวยังมีชายวัยสี่สิบกว่าๆ นั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไม่มีวี่แววว่าจะขยับหนีไปไหน สีหน้าแววตาล้วนเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยที่มีต่อเด็กสาวผู้นี้


“น้ำ ขอน้ำหน่อย” เสียงแหบพร่าของเด็กสาวปลุกให้ทุกคนขยับตัวเร่งรุดมาที่เตียงอย่างไม่ได้นัดหมาย “ซูมี่ ซูมี่ เจ้าได้ยินบิดาหรือไม่ ซูมี่ เร็วรีบตามหมอหลวงมา” ชายวัยสี่สิบกว่าๆ ผู้ที่นั่งอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา รีบพุ่งตัวเข้าหาเด็กสาวในทันทีพร้อมทั้งเอ่ยปากสั่งการอย่างร้อนร้น

“น้ำ น้ำ” เด็กสาวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เร็วนำน้ำมา” สตรีนางหนึ่งรีบเร่งยกถ้วยใส่น้ำมาให้ทันที


  หลังจากดื่มน้ำไปเด็กสาวก็ค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก ด้วยดวงตามิได้ต้องแสงมาสักพักหนึ่ง จึงทำให้ต้องใช้เวลานานในการปรับสภาพ ภาพแรกที่เด็กสาวผู้นี้ได้เห็นคือใบหน้าแห่งความห่วงใยของชายวัยสี่สิบ ที่กำลังจ้องมองนางด้วยความเป็นห่วงอีกทั้งยังมีความดีใจอย่างสุดซึ้งปนอยู่ในแววตาคู่นั้นอีกด้วย


“ซูมี่ เจ้าฟื้นแล้ว หมอหลวงมารึยัง ทำไมชักช้าเช่นนี้” เสียงตวาดดังลั่นขึ้นพาให้บรรดาสตรีที่แต่งกายในชุดแบบเดียวกันรีบออกไปดูด้านนอกทันที

“มาแล้วเพคะ ท่านหมอหลวงมาแล้วเพคะ” ทันทีที่สตรีนางนั้นกล่าวจบบุรุษหนุ่มน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปีก็เดินเข้ามาอย่างรีบเร่ง ใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมา เนื่องจากระยะทางที่มานั้นไกลโขบวกเป็หมอหลวงมิได้ออกกำลังมากมายเท่าใดนัก ทำให้เขาที่ต้องวิ่งมาที่นี่แทนการเดินจึงทำให้มีอาการเหนื่อยหอบขึ้น

“ท่านอ๋องขอประทานอภัยพะยะค่ะ ท่านหญิงขอประทานอภัยพะยะค่ะ” บุรุษหนุ่มผู้ที่ทุกคนต่างเรียกว่าหมอหลวง ใช้มือของเขาจับไปที่ข้อมือของเด็กสาวโดยตรง มิได้จับผ่านผ้าบางตามประเพณีแบบทุกครั้ง ด้วยอยากตรวจอาการของเด็กสาวให้แน่ชัดจึงมิได้ใช้วิธีการตามแบบแผนดั่งเดิมแต่เก่าก่อน  เมื่อได้รับอนุญาตเขาจึงไม่รอช้ารีบตรวจอาการของเด็กสาวทันที


 หลังจากตรวจดูชีพจรอยู่สักครู่บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็ถอนมือของตนออกจากข้อมือของเด็กสาว ก่อนก้าวถอยออกมาพร้อมทั้งประสานมือรายงานอาการของเด็กสาวด้วยสีหน้าแปลกใจ


“พระอาการของท่านหญิงตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงพะยะค่ะ ไอเย็นในพระวรกายสลายหายไปหมดสิ้นไม่มีหลงเหลือ แม้จะน่าประหลาดที่ไอเย็นสลายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยินดีพะยะค่ะ ท่านอ๋องโปรดวางพระทัยอีกไม่นานท่านหญิงจะกลับมาแข็งแรงเช่นเดิมพะยะค่ะ” เมื่อได้รับคำยืนยันจากหมอหลวงบุรุษที่ท่านหมอหลวงผู้นี้เรียกว่าท่านอ๋องก็เผยรอยยิ้มออกมาในรอบหลายวัน สร้างบรรยากาศภายในห้องแห่งนี้ให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง

“ซูมี่ เจ้ารู้สึกเช่นไรบ้าง” เมื่อละจากหมอหลวงท่านอ๋องผู้นี้ก็หันมาสนใจเด็กสาวบนเตียงนอนทันที


  ในตอนนี้ลู่จิ้นจิวในร่างของเด็กสาวนามซูมี่กำลังจ้องมองชายวัยสี่สิบผู้นี้อย่างทำตัวไม่ถูก  นางไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและตอนนี้ร่างที่นางใช้อยู่นามว่าอะไร นางยังไม่ทราบอะไรเลย  เทพชะตาก่อนไปก็ไม่ได้บอกอะไรนางสักอย่าง และตอนนี้นางจะทำตัวเช่นไรดี


“เอ่อ ท่านเป็นใครกัน แล้วข้าเป็นใคร” ลู่จิ้นจิวเอ่ยถามขึ้นในเมื่อนางไม่รู้นางก็จะแสดงให้รู้ไปเลยว่านางไม่รู้ ในเมื่อสตรีนางนั้นสร้างสถานการณ์ไว้แล้วว่านางป่วยหนักมาก่อนคงไม่มีใครสงสัยว่าเหตุใดนางถึงจำอะไรไม่ได้เลย

“ซูมี่ นี่เจ้าจำบิดาของเจ้ามิได้รึ แม้แต่ชื่อตนเองเจ้าก็ยังจำไม่ได้ ท่านหมอนี่มันเกิดอะไรขึ้น” หมอหลวงรีบเข้ามาดูอาการของลู่จิ้นจิวในร่างซูมี่อีกครั้ง

“ดูจากพระอาการของท่านหญิงแล้ว คงเกิดจากพิษไข้ที่สูงก่อนหน้านี้จึงทำให้ท่านหญิงสูญเสียความทรงจำพะยะค่ะ อาการนี้อาจเป็นชั่วคราวหรืออาจเป็นตลอดไปก็ได้พะยะค่ะ  แต่ทรงไม่ต้องเป็นห่วงอาการนี้จะไม่เป็นอันตราย เพียงแต่ต้องค่อยๆ บอกค่อยๆสร้างความทรงจำใหม่ อีกไม่นานท่านหญิงก็จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งพะยะค่ะ” แม้หมอหลวงจะกล่าวอย่างหนักแน่น แต่สีหน้าของท่านอ๋องผู้นี้ก็ยังคงเคร่งเครียดไม่คลายลง

“ข้ารู้แล้ว ท่านกลับไปเถิดมีอะไรข้าจะให้คนไปตามอีกที ไปส่งท่านหมอด้วย” กล่าวจบก็มีบุรุษผู้หนึ่งผายมือนำหมอหลวงผู้นั้นออกไป

“ข้าคือบิดาของเจ้า อ๋องหมิงยู่ผิงอาน ส่วนเจ้าคือธิดาของข้า หมิงยู่ซูมี่ เป็นท่านหญิงของแคว้นหาน ญาติผู้น้องของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน” ท่านอ๋องตรัสออกมาสร้างความตกใจแก่ลู่จิ้นจิวไม่น้อยเลย เพราะนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตใหม่ของนางจะมีศักดิ์เป็นถึงท่านหญิงของแคว้นหาน สตรีที่มีฐานะสูงส่ง

“ท่านหญิง ท่านอ๋อง ท่านคือบิดาของข้า” ลู่จิ้นจิวที่บัดนี้กลายเป็นหมิงยู่ซูมี่ใช้นิ้วชี้ไปที่ตนเอง สลับไปกับท่านอ๋องผู้มีศักดิ์เป็นบิดาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้เจ้าพลัดตกลงไปในสระบัว ที่กลายเป็นน้ำแข็งนานกว่าจะมีคนไปพบเจ้า จนทำให้เจ้าป่วยหนักจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ดีแล้วที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่มิเช่นนั้นคงมีคนตายอีกมาก” กล่าวจบน้ำเสียงเย็นเยียบของเขาพาให้ทุกคนภายในห้องแห่งนี้เสียวสันหลังวาบไปตามๆ กัน

“ข้ามิเป็นอะไรมาก ไม่ใช่ หม่อมฉันไม่เป็นอะไรมากเพคะ ทำไมจะต้องมีผู้คนตายด้วย เสด็จพ่ออย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” ลู่จิ้นจิวในร่างซูมี่รีบเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อทราบความหมายของท่านอ๋องผิงอานผู้นี้

“บิดาของเจ้าเข้าใจแล้ว เจ้าเองก็พักผ่อนจะได้หายไวๆ ข้าต้องเข้าวังก่อนเย็นๆ จะกลับมาดูเจ้าอีกที” กล่าวจบท่านอ๋องผิงอานก็ลูบศีรษะธิดาเบาๆ ก่อนผละตัวจากไป

“ขอบพระทัยเพคะที่ไว้ชีวิต” เหล่านางกำนัลนับสิบที่อยู่ในห้องต่างคุกเข่าโขกศีรษะลงพื้นอย่างพร้อมเพรียง สร้างความตกใจให้แก่ลู่จิ้นจิวเป็นอย่างมาก แม้นางจะถูกเรียกว่าคุณหนูมาตลอดมิเคยต้องลำบาก แต่ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นตอนนี้และไม่เคยคาดคิดมาก่อนด้วย

“ลุกขึ้นเถิด ต่อไปอย่างทำเช่นนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดของพวกเจ้า เป็นข้าที่ผิดเอง” นางกำนัลลุกขึ้นตามคำสั่งของผู้เป็นนายสายตายังคงตื้นตันใจไม่หาย

“ท่านหญิงมีพระประสงค์สิ่งใดเป็นพิเศษหรือไม่เพคะ หม่อมฉันจะไปนำมาถวาย” นางกำนัลที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม “ข้าไม่ต้องการสิ่งใด ข้าแค่ต้องการทราบเรื่องราวต่างๆ ตอนนี้ข้าจำอะไรไม่ได้เลย คงต้องรบกวนให้พวกเจ้าช่วยเตือนความจำข้าเสียหน่อย” ลู่จิ้นจิวเอ่ยขึ้น

“ทรงอย่าตรัสเช่นนั้นเลยเพคะ นั้นคือหน้าที่ที่พวกหม่อมฉันต้องทำอยู่แล้วเพคะ” นางกำนัลต่างขานรับเป็นเสียงเดียวกัน


  ภายในห้องแห่งนี้จึงเหลือเพียงนางและเหล่านางกำนัลอีกนับสิบคนที่คอยอยู่ดูแลนางไม่ห่าง ระหว่างนี้นางก็เริ่มซักประวัติของตัวนางและท่านอ๋อง ผู้ที่ต่อไปนี้จะกลายเป็นบิดาของนางอีกคน  ต่อแต่นี้ไปนางจะใช้ชื่อหมิงยู่ซูมี่มิใช่ลู่จิ้นจิวอีกต่อไป ชีวิตใหม่ของนางกำลังจะเริ่มต้นขึ้น  นางจักต้องใช้ชีวิตนี้ให้มีค่าที่สุดจะมิยอมไว้ใจใครง่ายๆ อีกแล้ว


“ข้าเข้าใจข้าคือ ท่านหญิง หมิงยู่ซูมี่ เสด็จพ่อของข้าคือ ท่านอ๋อง หมิงยู่ผิงอาน กับองค์หญิงชั้นเอก องค์หญิง หมิงยู่ลี่เซียน ที่เป็นชายาเอกนั่นเท่ากับว่าข้าเป็นท่านหญิงชั้นเอกเพียงคนเดียวของเสด็จพ่อ เสด็จแม่ของข้าจากไปตอนให้กำเนิดข้า ข้ามีพี่ชายร่วมบิดาหกคนและทุกคน ด้วยความชอบของเสด็จพ่อที่มีต่อบ้านเมืองและความสามารถของบรรดาพี่ชายของข้า  พวกเขาจึงได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้อวยยศเป็นอ๋องคุมหัวเมืองสำคัญๆ ของแค้นหาน โดยที่ไม่ต้องสืบทอดตำแหน่งจากเสด็จพ่อ แถมข้ายังมีญาติผู้พี่เป็นถึงฮ่องเต้ของแคว้นหาน” ลู่จิ้นจิวเรียบเรียงความที่ได้จากเหล่านางกำนัลอย่างอึ้งๆ นี่มิเท่ากับว่านางกลายมาเป็นหนูตกถังข้าวสารเช่นนั้นรึ และมิใช่ถังข้าวสารธรรมดาจะเรียกว่าตกยุ้งฉางเลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะใช้คำไม่เข้ากับสถานการณ์ แต่มาจนถึงตอนนี้นางก็จนเกล้าไม่อาจนึกคำอื่นออกแล้วเช่นกัน




 อ่านจบตอนนี้แล้วไรท์ขอคนละคอมเม้นท์คนละหัวใจเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ไรท์มาอัพในตอนต่อไปด้วยนะคะ

ทุกคอมเม้นท์ทุกหัวใจเหมือนเป็นแรงผลักดันให้ไรท์ทำผลงานออกมาเรื่อยๆ หวังว่าทุกคนจะชอบผลงานของไรท์นะคะ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเมนท์ทุกคอมเม้นท์และหัวใจทุกดวงคะ

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.092K ครั้ง

1,311 ความคิดเห็น

  1. #1007 minimafia (@cattykitten) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 06:45
    ทำไมเป็นองค์หญิงไม่เป็นท่านหญิง

    ทำไมลูกอ๋องเป็นองค์หญิงชั้นเอก

    ไม่เป็นท่านหญิงขั้นหนึ่ง

    แล้วพ่อเป็นพี่ชายของพ่อฮ่องเต้

    แม่เป็นองค์หญิงชั้นเอก

    แสดงว่าแต่งกับน้องสาวหรือหลานตัวเอง
    #1007
    2
    • #1007-1 minimafia (@cattykitten) (จากตอนที่ 3)
      5 ธันวาคม 2561 / 06:48
      เป็นจวิ้นจู

      จะถูไถเรียกว่าองค์หญิงก็ได้

      แต่ก็เป็นเชื้อพระวงศ์หญิงชั้น 3

      อยู่ดี

      ไม่ใช่องค์หญิงขั้นเอก ยกเว้นจะมีตราตั้ง
      #1007-1
    • #1007-2 Rosinda (@BeeRose) (จากตอนที่ 3)
      5 ธันวาคม 2561 / 07:27
      ไรท์ทราบเรื่องนี้แล้วจร้า ต้องขอโทษด้วยนะคะ ไรท์จะกลับไปรีไรท์อีกทีค่ะ
      #1007-2
  2. #798 พี่หมี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 08:20

    น่าจะเป็นท่านหญิงแทนองค์หญิง

    #ตอนฟื้นมาเขาก็บอกชื่ออยู่ไม่เอะใจเลยหรอทั้งที่ก่อนหน้าดูเข้าใจง่าย

    #798
    0
  3. #506 VODG4 (@VODG4) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 21:22
    ทรงไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ใช่ ไม่ต้องทรงเป็นห่วง
    #506
    1
    • #506-1 Rosinda (@BeeRose) (จากตอนที่ 3)
      2 ตุลาคม 2561 / 21:38
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
      #506-1
  4. #376 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:38
    หนุกกก
    #376
    0
  5. #160 Saengnin (@Saengnin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 19:58
    ดีมากเลยค่ะต่อเรื่อยๆนะรีดเขียดแบบนี้มันแปลกๆเอาเขียนรีทเเบบนี้ดีกว่าเน้อะ😊
    #160
    0
  6. #63 GULA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 13:13

    อายุสั้นไปหน่อยนะ 60 ปี น่าจะซัก 80 กำลังดี

    #63
    0
  7. #21 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 05:50
    เริดมากมาอยู่ร่างใหม่รอไรท์มาต่อนะค่ะสู้ๆคร้า
    #21
    0
  8. #8 Aemy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 13:48

    นางเอก เกิดใหม่ อย่างเริ่ดหรู

    #8
    0
  9. #7 oilcaesar (@oilcaesar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 12:33

    รอตอนต่อไปค่ะ

    #7
    1
    • #7-1 Rosinda (@BeeRose) (จากตอนที่ 3)
      6 สิงหาคม 2561 / 17:58
      ขอบคุณที่ติดตามนะ ไรท์จะพยายามอัพไม่ให้ขาดนะคะ อย่าลืมคอมเม้นและกดให้กำลังใจไรท์ด้วยนร้า
      #7-1